Successfully reported this slideshow.

แผนการสอน..

17,625 views

Published on

  • Be the first to comment

แผนการสอน..

  1. 1. การออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ ผศ. บุญวัฒนาบุญธรรม การเรียนรู้เป็นกระบวนการเปลียนแปลงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ่โดยเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองบ่อยๆ จนกลายเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างถาวร (Lu Shen สุชิน นิธิไชโย และวรัทพฤกษาทวีกุล) แผนจัดการเรียนรู้เป็นหัวใจสำาคัญที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการพัฒนา ทำาให้นักเรียนมีความรู้และตามทักษะตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด รวมทั้งช่วยปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ให้แก่ผู้เรียน (สำานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา พสฐ ศธ) แผนการเรียนรู้ได้มาจากการทำาหน่วยการเรียนรู้ ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 กำาหนดหลักสูตรไว้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย,คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์ ศาสนาและวัฒนธรรมสุขศึกษาและพละศึกษา, ศิลปะ, การงานอาชีพและเทคโนโลยี,ภาษาต่างประเทศ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส่วนสำา คัญที่ปรากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 3ส่วนคือ ส่วนต้น ส่วนกลางและส่วนท้าย ส่วนต้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้คือก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ชั้น...................... ภาคเรียนที............ ่ห น่ ว ย ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ .................เรื่ อ ง......................................................................................เรื่ อ ง........................................................................................... เวลา ................ชั่วโมง/คาบวั น ที่ส อ น ............................................................................เวลา.......................................ผู้ ส อ น....................................................................................................................................ตุลาคม 2552 1
  2. 2. กลุ่มสาระ... เนื่องจากในบทเรีย นนี้เป็นวิชาวิท ยาศาสตร์จึงใส่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ชั้น หมายถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ ...........หรือมัธยมศึกษาปีท............. ี่ภาคเรี ยนที่ 1 หรื อ 2 /ปีการศึ กษา........ หน่วยเรี ยนรู้ที่ ...และเรื่ อ ง...ให้ ดู จ ากหน่ ว ยเรี ย นรู้ ที่ โ รงเรี ย นจั ด ทำา ไว้ หรื อ ดู จ ากโครงสร้า งรายวิ ชา ในบางโรงเรี ย นหน่ว ยการเรี ย นรู้ที่ ทำา ไว้ เ ป็ นหน่วยใหญ่ๆ ดังนั้นชื่อเรื่องในตำาแหน่งแรกคือชื่อหน่วยใหญ่ ซึ่งจะประกอบด้วยเรื่องย่อยๆ หลายเรื่อง เรื่อง........(ในตำา แหน่งที่ 2)หมายถึง ชื่ อเรื่ องย่ อยในหน่ วยใหญ่ หรื อ ในบางโรงเรี ย นกำา หนดหน่วยการเรียนรู้ไว้เป็นหน่วยย่อยๆ อย่างละเอียดในช่องของสาระชื่ อ เ รื่ อ ง ย่ อ ย เ ห ล่ า นั้ น จึ ง เ ป็ น ชื่ อ เ รื่ อ ง ที่ ส อ น ใ น แ ต่ ล ะ ค รั้ งเวลา...ชั่วโมง/คาบ ต้องระบุใ ห้แ น่น อนว่า 1 หรือ 2 ชั่วโมงหรือคาบ วันที่สอน..จะระบุวันจันทร์ อังคารและตามด้วย วันที่ เดือนปี ก็ได้ เวลา... ให้ระบุว่าจากเวลากี่โมงถึงกี่โมงในกรณีที่ใช้แผนการจัดการเรียนรู้สอนซำ้าหลายๆ ห้อง ให้ระบุวันเวลา และห้ อ งในบรรทั ด เดี ย วกั น เพื่ อ สะดวกในการจดจำา ผู้สอน... ให้ระบุชื่อบุคคล พึงระลึกอยู่เสมอว่า การทำาแผนการจั ด การเรี ย นรู้ สำา หรั บ นั ก ศึ ก ษาฝึ ก สอนจะต้ อ งทำา ล่ ว งหน้ าและส่งให้อาจารย์พี่เลี้ยงในโรงเรียนตรวจก่อ นทำา การสอนครั้งแรก 5 วันทำาการลองทำาดู ให้กรอกข้อความลงในช่องว่างต่อไปนี้ให้สมบูรณ์ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ชั้น...................... ภาคเรียนที............ ่ห น่ ว ย ก า ร เ รี ย น รู้ ที่ .................เรื่ อ ง......................................................................................เรื่ อ ง........................................................................................... เวลา ................ชั่วโมง/คาบวั น ที่ส อ น ............................................................................เวลา.......................................ผู้ ส อ น....................................................................................................................................ตุลาคม 2552 2
  3. 3. ส่ วนกลาง เป็ นรายละเอี ยดที่ลงลึ กเฉพาะเรื่ อง ประกอบด้ ว ยหั ว ข้ อ เรี ย งตามลำา ดั บ ดั ง ต่ อ ไปนี้ คื อ สาระที่ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระสำาคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ กระบวรการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ สาระที่... กำาหนดเป็นตัวเลขและตามด้วยข้อความ สิ่งเหล่านี้ ต้ อ งดู จ ากหลั ก สู ต รแกนกลางฯ เช่ น สาระที่ 1 สิ่ ง มี ชี วิ ต กั บกระบวนการดำารงชีวิตล อ ง ทำา ดู จ า ก ห ลั ก สู ต ร แ ก น ก ล า ง ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า นพุทธศักราช 2551 ให้เขียนสาระที่ต้องการมาเป็นตัวอย่างจำานวน1 สาระส า ร ะที่ .................................................................................................................................... มาตรฐานการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายสำา คัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรูระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ ้และยังเป็นการสะท้อนให้ครูว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร การเขียนมาตรฐานการเรียนรู้จะขึ้นต้นด้วย ว...และตามด้วยข้อความ.....ลองทำา ดู มาตรฐานการเรี ย นรู้ ไ ด้ ม าจากไหน? (จากหลั ก สู ต รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551) เขียนมาตรฐานการเรียนรู้ในสาระที่ได้เขีย นไว้แล้ว (ขึ้นต้นด้ ว ย ว... และตามด้ ว ยข้ อ ความ) บางสาระอาจมี ม ากกว่ า 1มาตรฐานการเรี ย นรู้ พึ ง ระวั ง ว่ า ถ้ า เป็ น การปฏิ บั ติ ก ารควรมีมาตรฐานการเรียนรูที่ 8 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ้มาตรฐานการเรียนรู้ตุลาคม 2552 3
  4. 4. ว. ........................................................................................................................................................................................................................................................................................มาตรฐานการเรียนรู้ว. ...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ตัวชี้วัด (เดิมใช้คำา ว่ามาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น) เป็นการระบุ สิ่ ง ที่ ผู้ เ รี ย นพึ ง รู้ แ ละปฏิ บั ติ ไ ด้ จะเห็ น ได้ ว่ า ป. 1-ม. 3หลักสูตรกำา หนดตัวชี้วัดเป็นรายปี ส่วน ม. 5-6 หลักสูตรกำา หนดตัวชี้วัดเป็นช่วงชั้น ปัจจุบันหลักสูตรแกนกลางฯ ที่กำาหนดให้ตัวชี้วัดมาให้เรียบร้อยแล้ว เมื่ออ่านตัวชี้วัดแล้วจะทราบแนวทางการจัดการเรียนการสอน และเกณฑ์สำาหรับการวัดและการประเมินผลในกรณีที่ตัวชี้วัดกำา หนดไว้ กว้า งเกิน ไป สามารถตัดทอนเฉพาะเรื่องที่ต้องการได้ เช่นตัวชี้วัดกำาหนดว่า ทดลอง อธิบาย นำ้า แสงเป็นปัจจัยจำา เป็นต่อการดำา รงชีวิตของพืช ถ้า ครู ต้อ งการจะสอนเฉพาะเรื่ อ งนำ้า เป็ น ปั จ จั ย ในการดำา รงชี วิ ต ของพื ช ก่ อ น ครู ก็สามารถเขี ยนตัว ชี้วั ดในแผนจั ดการเรีย นรู้นั้ นว่า นำ้า เป็ นปั จ จั ย ในการดำารงชีวิตของพืช อนึ่ง บางเนื้อหาหรือกิจกรรมอาจสอดคล้องกับตัวชี้วัดหลายตัวก็ได้ลองทำา ดู ตัวชี้วัดได้มาจากไหน? (จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551)เมื่อเขียนสาระสำา คัญในเรื่องที่ต้องการจะสอนเรียบร้อยแล้ว ให้เขียนตัวชี้วัดให้ครบตามที่หลักสูตรแกนกลางฯ กำาหนดให้............................................................................................................................................................................................................................................................................................ตุลาคม 2552 4
  5. 5. .............................................................................................................................................. เมื่ อ พิ จ ารณากำา หนดไว้ ใ นใจแล้ ว ว่ า จะสอนอะไร อย่ า งไรและจะประเมินอะไรบ้าง ให้เขียนตัวชี้วัดที่ตรงจุดที่สุด พึงระวังว่า ตัวชี้วัดเป็นเป้าประสงค์ใหญ่กว่าจุดประสงค์การเรียนรู้............................................................................................................................................................................................................................................................................................ สาระสำาคัญ เป็นแก่นของเรื่อง หรือเป็นสาระที่จะต้องติดตัวผู้เรียนอย่า งถาวรหลังจากที่ ผู้เ รียนได้ เรี ยนรู้ เรื่อ งนั้ นๆ แล้ว การเขียนสาระสำา คัญต้องได้ใจความตรงกับเนื้อหาที่จะสอน ในหลักสูตรฯ จะกำาหนดขอบข่ายของสาระสำาคัญไว้แล้วลองทำา ดู สาระสำา คัญได้มาจากไหน? (จากสาระการเรียนรู้แกนกลางของหลั กสู ตรแกนกลางการศึ ก ษาขั้ น พื้ น ฐาน พุ ท ธศั ก ราช2551)ให้เขียนสาระสำาคัญในเรื่องที่ต้องการจะสอน (โดยดูจากสาระการเ รี ย น รู้ แ ก น ก ล า ง ที่ ห ลั ก สู ต ร กำา ห น ด ใ ห้ แ ล้ ว เ ป็ น แ น ว ห รื อโครงสร้างรายวิชา หรือดูจากหน่วยการเรียนรูฯ ประกอบ) ้.............................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................................................................................................................ จุ ด ประสงค์ ก ารเรี ย นรู้ เป็ น จุ ดประสงค์ ที่ บ่ ง ชี้ พ ฤติ ก รรมเฉพาะเจาะจงว่า จะเกิดอะไรขึ้นในตัวนักเรียนหลังจากที่ได้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องนั้นๆ แล้ว การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัด และควรแสดงให้เห็นถึงเป้าหมายของการเรียนรู้ที่เป็นภาระงานและพฤติกรรมที่ผู้เรียนพึงแสดงออกในระดับต่างๆตุลาคม 2552 5
  6. 6. ลองทำา ดู พฤติ ก รรมสามารถแสดงออกให้ เ ห็ น ได้ อ ย่ า งชั ด เจนคำา ที่ กำา หนดให้ ต่ อ ไปนี้ มี คำา บางคำา ที่ ส ามารถบ่ ง ชี้ พ ฤติ ก รรมได้อย่างชัดเจน ให้ขีดกากบาททับคำาที่ไม่ใช่พฤติกรรมวาดภาพ มีความรู้ แยกองค์ประกอบ ออกแบบ ปรุงอาหาร จัดกลุ่ม จด จำา สนใจ เล่าเรื่อง ประทับใจ สรุปความหมาย ร้องเพลง จั ด ลำา ดั บ จั ด ป้ า ยนิ เ ทศ แสดงความคิ ด เห็ น รู้ สึ กอภิปราย มีความเข้าใจ อธิบาย บอก เจตคติ เขียนบรรยาย มีทัศนคติ วิเคราะห์ เรียงความ เรียบเรียง สะสม โต้วาที ระบุจดจ่อ จัดนิทรรศการ สังเคราะห์ ซาบซึ้ง มีจิตสำา นึก ท่องบทสวดมนต์ แสดงบทบาทสมมุติ ตั้งใจ บันทึก สงสาร ทดลองตกแต่ง บันทึก จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ก า ร เ รี ย น รู้ ต้ อ ง ค ร อ บ ค ลุ ม ด้ า น ค ว า ม รู้(knowledge - K) ทั ก ษ ะ / ก ร ะ บ ว น ก า ร (process-P) แ ล ะคุ ณ ธ ร ร ม จ ริ ย ธ ร ร ม ค่ า นิ ย ม (attitude-A) ก า ร จ ะ เ ขี ย นวัตถุประสงค์การเรีย นรู้ไ ด้ ต้อ งย้ อนไปทำา ความเข้าใจเรื่ อง การเรียนรู้ที่ บลูม (Benjamin S. Bloom, 1956) จำา แนกการเรีย นรู้ไว้3 ด้าน คือ พุทธิพิสัย (cognitive domain) จิตตพิสัย (affectivedomain) และทักษะพิสัย (psychomotor domain) พุทธิพิสัย (C) หมายถึงการเรียนรู้ด้านความเข้าใจ ประกอบด้วย 6 ขั้นตอนคือ 1. ด้านความรู้- ความจำา (knowledge-K) แบ่งออกเป็น การ จำาเนื้อเรื่อง นิยามศัพท์สัญลักษณ์ อักษร เครื่องหมาย สูตร ทฤษฏี หน้าที่ ประโยชน์และโทษ วิธีดำา เนิ น การ การจั ดประเภท วิธีก ารที่ใ ช้ สำา หรั บ การปฏิบัติ และความคิดรวบยอด 2. ความเข้ า ใจ (comprehension) รวมถึ ง การแปลความ ตีความ และขยายความ 3. การนำา ไปใช้ นำา เอาความรู้ ค วามจำา ความเข้ า ใจ ไปแก้ ปัญหาที่แปลกใหม่ 4. การวิเคราะห์ การแยกส่วนต่างๆ หรือการหาความสัมพันธ์ กับส่วนต่างๆ 5. การสังเคราะห์ รวมส่วนต่างๆ ตลอดจนมีการวางแผนตุลาคม 2552 6
  7. 7. 6. การประเมินค่า เป็นความรู้สูงสุดที่ต้องใช้วิจารณญาณ ( รศ. ชูชีพ อ่อนโคกสูงwww.swuaa.com/web และ www. novabizz.com/Nova Ace/cognitive.htm) ดังนั้น การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ ต้องตั้งหลักให้ได้ว่า ต้องการเรียน C หรือ Kเพราะ ความรู้ ความจำา (K) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ พุทธิพิสัย (C) ตั ว อย่ า งคำา กริ ย าที่ บ่ ง บอกพฤติ ก รรมการเรี ย นรู้ ใ นขั้ น เรี ย นของสาระวิทยาศาสตร์ ในด้านความรู้ ความจำา (K) คือ ให้นิยามบอกชื่อ บอกคุณสมบัติ จับคู่ เล่าเหตุการณ์ จดบันทึก เรียกชื่ออ่านสัญลักษณ์ ตัวอย่างคำา กริยาในด้านความเข้าใจ คือ เปรียบเทียบ (บอกความแตกต่า ง) แสดงความสัมพันธ์ อธิบาย ชี้แจง จัดจำา พวกยกตัวอย่าง ให้เหตุผล จับใจความ เขียนภาพประกอบ แสดงความคิดเห็น จัดเรียงลำาดับ วิจารณ์ แปลความหมาย อ่านกราฟ ตัวอย่างคำากริยาในด้านการนำา ไปใช้คือ ใช้ให้เป็นประโยชน์คำา นวณเพื่ อ แก้ ปั ญ หา ระวั ง ป้ อ งกั น เลื อ กใช้ อ ย่ า งถู ก ต้ อ งประหยัดพลังงาน หลีกเลี่ยงอันตราย แก้ไขปรับปรุง ดัดแปลงให้เหมาะสม (วีระศักดิ์ ชมภูคำา, 2539) ตั ว อย่ า งคำา กริ ย าในด้ า นการวิ เ คราะห์ คื อ เขี ย นโครงร่ า งแยกแยะ จัดประเภท จำาแนกให้เห็นความแตกต่าง บอกเหตุผลทดลอง ตัวอย่างคำากริยาในด้านการสังเคราะห์คือ รวบรวม ออกแบบจัดระเบียบ สร้าง ประดิษฐ์ วางหลักการ ตัวอย่างคำา กริยาในด้านการประเมินคือ วัดผล เปรียบเทียบตีค่า ลงความเห็น วิจารณ์ เมื่อพิจารณาคำากริยาเหล่านี้พบว่า บางส่วนจะไปพ้องกับคำากริยาในด้ านกระบวนการสื บเสาะหาความรู้ทางวิท ยาศาสตร์ คื อสั ง เกต สำา รวจ เสาะหา วั ด เก็ บ ข้ อ มู ล รวบรวมข้ อ มู ล นำา เสนอข้ อ มู ล ตั้ ง สมมุ ติ ฐ าน (ทำา นาย) ออกแบบการทดลอง ควบคุ มตัวแปร แปลความหมาย สรุปและแก้ปัญหา พิสูจน์ลองทำาดู ระบุคำากริยาที่แสดงถึง C มา 20 พฤติกรรม..............................................................................................................................................ตุลาคม 2552 7
  8. 8. .......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ระบุคำากริยาที่แสดงถึง K มา 10 พฤติกรรม........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ จิ ต ตพิ สั ย เป็ น วั ต ถุ ป ระสงค์ ที่ ใ ช้ วั ด ความสามารถด้ า นอารมณ์ ความรู้ สึก เจตคติสิ่ง ต่า งๆ จำา แนกเป็น 5 ระดับ คื อ การยอมรับ การตอบสนอง การสร้างค่านิยม การดำาเนินการจัดระบบค่ า นิ ย ม แ ล ะ ก า ร แ ส ด ง ลั ก ษ ณ ะ เ ฉ พ า ะ ต น ต า ม ค่ า นิ ย ม(ced.knutnb.ac.th/jpp./cai/cai4.PPT) การยอมรับ ประกอบด้วยกิริยาต่อไปนี้คือ เลือก ชี้ ติดตามยอมรับ การตอบสนอง ประกอบด้วย อภิปราย เลือก เขียนชื่อกำากับ การสร้ า งค่ า นิ ย ม ประกอบด้ ว ย อภิ ป ราย ริ เ ริ่ ม เลื อ กแสวงหา ประพฤติตาม นำามาใช้ การดำา เนิ น การจั ด ระบบค่ า นิ ย ม ประกอบด้ ว ย จำา แนก จั ด ลำา ดั บ จั ด ระเบี ย บ ผสมผสานการแสดงลั ก ษณะเฉพาะตน ตามค่ า นิ ย ม สนั บ สนุ น ต่ อ ต้ า น ใช้ เ หตุ ผ ล แสดงออก ชักชวน ตัวอย่างพฤติกรรมการเรียนรู้ที่สามารถวัดได้โดยการสังเกต มีดังต่อไปนี้คือ ความสนใจแสดงออกด้วย ความใส่ใจต่อการศึกษาวิชาต่างๆ การทำางาน การใฝ่รู้ การร่วมแสดงความคิดเห็นตุลาคม 2552 8
  9. 9. นิสัยการเรียน แสดงออกด้ วย การเตรีย มพร้อ มในการเรีย น การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความซาบซึ้ง แสดงออกด้ วยการชื่ นชม พอใจ สนุ กสนาน กับการทำางาน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ ดนตรี วัฒนธรรมและธรรมชาติ เจตคติทางวิทยาศาสตร์ แสดงออกด้วยความ ยอมรับฟัง ผู้ อื่น ใฝ่รู้ มีเหตุผล มีทักษะการคิด ไม่ด่วนสรุปจนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจน เจตคติทางสังคม แสดงออกด้วยการ มีสัมมาคารวะ เคารพ กติกา เคารพสิทธิของผู้อื่นความปรารถนาที่จะช่วยสังคม การปรั บ ตั ว แสดงออกด้ ว ยการ มี ค วามสั ม พั น ธ์ กั บ ผู้ อื่ น มั่นคงทางอารมณ์ มีปฏิกิริยาต่อคำาชมและคำาวิจารณ์ ในกรณี ที่ A หมายถึ ง attitude หรื อ เจ ตคติ เราต้ องทำาความเข้าใจก่อนว่า เจตคติคือความรู้สึก (ด้านจิตใจ) ที่คนเรามีต่ อ สิ่ ง ใ ดสิ่ ง หนึ่ ง หรื อ หลาย สิ่ ง อา จ เป็ นวั ตถุ บุ คคล ห รื อสถานการณ์ การเกิดเจตคติเกิดจากการเรียนรู้ของบุคคล ไม่ใช่สิ่ งที่ติดตั วมาแต่กำา เนิด การแสดงการเกิ ดเจตคติ คื อ ทัศนคติความเชื่อที่ได้ประเมินค่าแล้วว่า เชื่อถือหรือไม่เชื่อถือ ดีหรือไม่ดีรวมไปถึ ง การมี ป ฏิ กิ ริ ย าโต้ ต อบ ความพร้ อ มที่ จ ะมี พ ฤติ ก รรมสอดคล้องหรือต่อต้าน เจตคติจะนำาไปสู่พฤติกรรม จะเห็นได้ว่าเจตคติเป็นส่วนหนึ่งของจิตตพิสัยลองทำาดู ระบุคำากริยาด้านจิตตพิสัย มา 20 พฤติกรรม........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ลองทำาดูตุลาคม 2552 9
  10. 10. ระบุคำากริยาด้านเจตคติ มา 10 พฤติกรรม........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ทักษะพิสัย เป็นวัตถุประสงค์ที่วัดทางด้านทักษะและความชำา น า ญ โ ด ย มุ่ ง เน้ น ที่ ก า ร ก ร ะ ทำา สา ม า ร ถ ร ะ บุ พ ฤ ติ กร ร ม ที่แสดงออกได้ จ ากการตี ค วามทั ก ษะหรื อ การปฏิ บั ติ อ อกมาเป็ นพฤติกรรม พฤติกรรมตามระดับการเรียนรู้ด้านทักษะพิสัยแบ่งเป็ น 5 ขั้ น คื อ การรั บ รู้ ใ นสิ่ ง ที่ ต้ อ งปฏิ บั ติ โ ดยผ่ า นทางประสาทสัมผัส การเตรียมพร้อม การปฏิบัติการโดยอาศัยตัวอย่าง การปฏิบัติการได้เอง การปฏิบัติด้วยความชำานาญหรือโดยอัตโนมัติ การรั บ รู้ ใ นสิ่ ง ที่ ต้ อ งปฏิ บั ติ โ ดยผ่ า นทางประสาทสั ม ผั สประกอบด้วยกริยาดังต่อไปนี้ สังเกต รูสึก สัมผัส ตรวจพบ ้ การเตรียมพร้อม ประกอบด้ วย แสดงท่าทาง ตั้งท่า เข้ าประจำาที่ การปฏิบัติการโดยอาศัยตัวอย่าง ประกอบด้วย เลี ยนแบบทดลอง ฝึกหัด การปฏิบัติการได้เอง ประกอบด้วย สาธิต ผลิต แก้ไข ทำาได้สำาเร็จด้วยตนเอง ทำางานได้เร็จขึ้น การปฏิบัติด้วยความชำานาญหรือโดยอัตโนมัติ ประกอบด้วยทำา งานด้ ว ยความกระฉั บ กระเฉง จั ด ระบบ ควบคุ ม การทำา งานแนะแนวทางลองทำาดู ระบุพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย มา 20 พฤติกรรม..............................................................................................................................................ตุลาคม 2552 10
  11. 11. .......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ควรเขียนเป็นข้อๆ เรียงตามลำาดับพฤติกรรมที่เกิดก่อน-หลัง จำานวนข้อจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อหาและเวลาที่กำา หนดในแต่ละเรื่อง ประโยคควรมี 3 ส่วนคือ ควรเริ่มต้นประโยคด้วยคำากริยา ตามด้วยเรื่องย่อยที่จะจัดการเ รี ย น รู้ แ ล ะ จ บ ล ง ด้ ว ย เ ก ณ ฑ์ (www.e-tech.ac.th/file-upload/ri.doc) เกณฑ์ หมายถึง ผลของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น อาจระบุได้เป็น2 ลักษณะ คือ เกณฑ์เชิงคุณภาพ และเกณฑ์เชิงปริมาณ เกณฑ์เชิงคุณภาพ ระบุด้วยคำา พูด “ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม” เกณฑ์ เ ชิ ง ปริ ม าณ ระบุ เ ป็ น ตั ว เลข เช่ น จำา นวน ร้ อ ยละสั ด ส่ ว น เป็ น ต้ น (วี ร ะศั ก ดิ์ ชมพู คำา , 2539) ส่ ว นจะเขี ย นจุ ดประสงค์การเรียนรู้โดยแยกเป็นด้านๆ หรือเรียงต่อกันไปก็ได้ แล้วแต่โรงเรียนนั้นๆ จะกำาหนด บางโรงเรียนไม่แบ่งเป็นด้านๆ แต่ให้วงเล็บ K หรือ C, P และ A ไว้ตอนท้ายประโยคก็ได้ อนึ่ ง แผนการจั ด การเรี ย นรู้ ข องบางโรงเรี ย น อาจกำาหนดให้ P หมายถึง process ดังนั้น ก่อนที่จะทำาแผนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนใดนักศึกษาฝึกสอนต้องทำาความเข้าใจ สอบถามอาจารย์พี่เลี้ยงในโรงเรียนก่อ นว่ าต้ องการให้ระบุ K หรือ C ลงในแผนการจัดการเรียนรู้ P ในแผนการจั ด การเรี ย นรู้ ข องโรงเรี ย นนั้ น หมายถึ ง phychomotordomain หรื อ process และ A หมายถึ ง attitude หรื อaffective domain กันแน่ เพื่อทีจะได้จัดทำาได้ถูกต้อง การเขี ย นเรี ย งลำา ดั บ ระหว่ า ง K (หรื อ C) กั บ P และ A นิ ย มเขี ย น K(หรือ C) ก่อน ส่วน P กับ A สลับตำาแหน่งกันได้ตุลาคม 2552 11
  12. 12. ลองทำาดู เมื่อเขียนตัวชี้วัดในเรื่องที่ต้องการจะสอนเรียบร้อยแล้วให้เขียนจุดประสงค์การเรียนรูให้ครบทุกด้าน ในที่นี้ขอให้แยกออก ้ทีละด้าน คือ C, A และ P................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ สาระการเรียนรู้ หมายถึงความรู้ที่เป็นเนื้อหา มีรายละเอียดสั้นๆ เป็นเรื่องที่จะนำามาใช้ในการจัดการเรียนรู้เฉพาะในแผนฯ นี้ลองทำา ดู เมื่อเขียนสาระสำา คัญและตัวชี้วัดในเรื่องที่ต้องการจะสอนเรียบร้อยแล้ว ให้เขียนสาระการเรียนรู้........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ กระบวนการจัดการเรียนรู้ หมายถึงการจัดสภาพการเรียนรู้ เ พื่ อ ให้ ผู้ เ รี ย นบรรลุ ตามตั ว ชี้ วั ด ซึ่ ง ต้ อ งจั ดโดยเน้ น ผู้ เ รี ย นเป็ นตุลาคม 2552 12
  13. 13. สำาคัญ เหมาะกับธรรมชาติและวัยของผู้เรียน การจัดต้องให้เป็นไปตามลำาดับสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้มีความหลากหลายเหมาะสมกับผู้เรียนและเนื้อหาสาระ ดังนั้นเมื่อกำา หนดการจัดการเรียนรู้แล้วให้ย้อนกลับไปตรวจสอบที่จุดประสงค์การเรียนรู้ว่าได้ดำาเนินการครบถ้วนแล้วหรือไม่ ขอย้อนกลับไปพิจารณาแนวความคิด 9 ประการของโรเบิร์ตการเย่ (Robert Gange’) ประกอบด้วย 1. เร้ า กระตุ้ น และดึ ง ดู ด ความสนใจ (gain attention) เป็นการช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับสิ่ ง เร้ า หรื อ สิ่ ง ที่ จ ะเรี ย นรู้ ไ ด้ จึ ง ควรมี ก ารจู ง ใจและเร่ ง เร้ า ความสนใจของผู้เรียนให้อยากเรียน นอกจากนี้ก ารยัง เป็ นการเตรี ยมพร้อมให้ผู้เรียนพร้อมที่จะศึกษาต่อไปด้วย 2. บอกวั ต ถุ ป ระสงค์ (specify objective) ผู้ เ รี ย นจะได้ ทราบถึงความคาดหวังของบทเรียน ทราบประเด็นสำา คัญของเนื้อหา การแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่าบทเรียนนี้มีจุดมุ่งหมายอะไร ทำาให้ผู้เรียนรับรู้ตามที่ผู้สอนคาดหวั ง และยั ง ทำา ให้ ผู้ เ รี ย นสามารถจำา และเข้ า ใจเนื้ อ หาได้ ดี ขึ้ น อี กด้วย 3. ท บ ท ว น ค ว า ม รู้ เ ดิ ม (activate prior knowledge) เป็นการช่วยให้ผู้เรียนดึงความรู้เดิมมาใช้และจะช่วยให้ผู้เรียนพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับความรู้ใหม่ การทบทวนความรู้เดิมอาจอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ เช่นการแสดงด้วยคำาพูด การเขี ยน การวาดภาพ หรือ การทดสอบก่ อนบทเรี ยน (pre-test) เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดย้อนหลังถึงสิ่งที่เรียนรู้มาก่อนหน้านี้ 4. นำา เสนอเนื้อหาใหม่ (present new information) ผู้สอน ควรจัดวิธีสอนแบบต่างๆผสมผสานกั บ สื่ อ ให้ เ หมาะสมกั บ สาระการเรี ย นรู้ เ พื่ อ ให้ ผู้ เ รี ย นเข้าใจเนื้อหาได้งายขึ้น ่ 5. ชี้ แนวทางการเรี ย นรู้ (guide learning) จั ดกิ จกรรมเพื่ อ ช่วยให้ผู่เรียนสามารถนำาความรู้ เ ดิ ม มาผสมผสานกั บ ความรู้ ใ หม่ ใ ห้ มี ค วามกระจ่ า งชั ด ขึ้ นเช่ น การให้ ตัว อย่ า งและอธิ บ ายจะช่ ว ยให้ ผู้ เ รี ย นทำา ความเข้ า ใจและแยกแยะความแตกต่างของเนื้อหาที่เรียนได้ง่ายและเร็วขึ้น 6. กระตุ้ น การตอบสนองต่ อ บทเรี ย น (elicit response) หากผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในตุลาคม 2552 13
  14. 14. กิจกรรมการเรียนการสอน การร่วมตอบคำาถาม ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงความสามารถหรือมีโอกาสตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสาระที่เรียนได้ดีกว่าที่จะให้ผู้เรียนเป็นฝ่ายรับเพียงอย่างเดียว 7. ให้ ข้ อ มู ล ย้ อ นกลั บ (provide feedback) การทำา แบบ ฝึกหัด หรือการการให้คำาชมเชยเมื่อผู้เรียนทำากิจกรรมได้ตรงตามวัตถุประสงค์เป็นการให้แรงเสริมและข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เรียน 8. ก า ร ป ร ะ เ มิ น ก า ร แ ส ด ง อ อ ก ข อ ง ผู้ เ รี ย น (assess performance) การทดสอบความรู้หลังบทเรียนช่วยให้ผู้เรียนทราบว่าตนเองบรรลุวัตถุประสงค์การเรี ย นรู้ ไ ด้ ม ากน้ อ ยเพี ย งใด นอกจากนี้ ยั ง มี ผ ลต่ อ ความจดจำาเนื้ อ หาของผู้ เ รี ย นด้ ว ย แบบทดสอบควรเรี ย งตามวั ต ถุ ป ระสงค์ของเนื้ อหาและอาจแยกเป็ น ส่ ว นๆ เฉพาะ ตามเนื้ อ หาที่ เ รี ย นด้ วยทั้งนี้ถ้าต้องการทดสอบรวมควรทำาอีกชุดหนึ่งหลังจากจบทั้งหน่วยการเรียนรู้ก็ได้ 9. สรุ ป และการนำา ไปใช้ (review and transfer) เป็ น ขั้ น ตอนสุดท้าย เมื่อผู้เรียนได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จากข้อมูลดังกล่าวผู้เรียนสามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้ได้หลากหลายวิธี โดยใช้หลักการสอนและแนวความคิดของกาเย่ตามปกติแล้วกระบวนการจัดการเรียนรู้จะประกอบด้วย ขั้นนำา ขั้นสอนและขั้นสรุป แต่ในกิจกรรมการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์บางเนื้ อ เรื่ อ งอาจเน้ น การสื บ เสาะหาความรู้ เ ป็ น หลั ก สำา คั ญ ในการจัดการเรียนรู้ ซึ่งประกอบด้วย ขั้นสร้างความสนใจ ขั้นสำารวจและค้ น หา ขั้ น อธิ บ ายและลงข้ อ สรุ ป ขั้ น ขยายความรู้ และขั้ นประเมินก็ได้ลองทำา ดู เมื่อเขียนตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ในเรื่องที่ต้องการจะสอนเรียบร้อยแล้ว ให้ระบุกิจกรรมในกระบวนการจัดการเรียนรู้อาจเลือกใช้วิธีสอนวิธีใดก็ได้ที่เห็นสมควร โดยเขียนระบุขั้นนำาขั้ น สอน ขั้ น สรุ ป อย่ า งละเอี ย ดและเขี ย นเวลาที่ ใ ช้ ใ นแต่ ล ะขั้ นกำากับไว้ด้วย............................................................................................................................................................................................................................................................................................ตุลาคม 2552 14
  15. 15. ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ตุลาคม 2552 15
  16. 16. ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ลองทำาดูอีกวิธีหนึ่ง เมื่อเขียนตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ในเรื่องที่ ต้ อ งการจะสอนเรี ย บร้ อ ยแล้ ว ให้ ร ะบุ กิ จ กรรมในกระบวนการจั ด การเรี ย นรู้ ขั้ น สร้ า งความสนใจ ขั้ น สำา รวจและค้ น หา ขั้ นอธิบายและลงข้อสรุป ขั้นขยายความรู้ และขั้นประเมิน อย่างละเอียดและเขียนเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นกำากับไว้ด้วย......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ตุลาคม 2552 16
  17. 17. .......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... สื่อการเรียนรู้หรือแหล่งการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ คือสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเราทุกอย่าง สื่อการเรี ย นรู้ มี ห ลายอย่ า ง คื อ วั ส ดุ สิ่ ง พิ ม พ์ เช่ น เอกสารประกอบบทเรี ย น บทเรี ย นสำา เร็ จ รู ป นิ ต ยสาร วารสาร จุ ล สารฯ วั ส ดุประดิษฐ์ เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน แผนภูมิ แผนที่ หุ่นจำาลองบั ตรคำา ฯ วัส ดุ ถ าวร เช่ น กระดานดำา เครื่ อ งมื อ ทางวิ ท ยาศาสตร์อื่ น ๆ วั ส ดุ สิ้ น เปลื อ ง เช่ น กระดาษ หมึ ก ดิ น สอฯ สื่ อ ที่ เ ป็ นกิจกรรมหรือกระบวนการ เช่น การทำาโครงงาน สมมติสถานการณ์จำาลองฯ สื่อบุคคลรวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น สื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้ อ ม สามารถใช้ ป ระกอบการเรี ย นการสอนซึ่ ง จะช่ ว ยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ได้ง่ายและรวดเร็ว อีก ทั้ง มีประโยชน์แก่ผู้เรียน การเลือกใช้สื่อไม่มีสูตรสำาเร็จ ไม่มีเงื่อนไขว่ า ผู้ ส อนต้ อ งผลิ ต สื่ อ เอง แต่ ผู้ ส อนควรมี ค วามสามารถในการเลือกใช้สื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรสอดคล้องกับกิจกรรมและเหมาะสมกับผู้เรียน ปัจจุบันมีการนิยมนำาสื่ออิเล็กโทรนิกมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มมิติการรับรู้ ดังนั้นเมื่อครูใช้สื่อประเภทนี้ ควรมี การใช้ คำา ถามเป็ น ระยะๆ ในการตรวจสอบการใช้ สื่ อ พึ งระลึกไว้เสมอว่า สื่อทำา ขึ้นเพื่อใช้ในการเรียนรู้ ไม่ใช่ใช้ทดแทนการสอนของครู ข้อเสียของการใช้สื่อแอนนิเมชั่นคือ อาจทำา ให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะผู้เรียนขาดจินตนาการลองทำา ดู ให้ เ ข้ า ไปที่ www.il.mahidol.ac.th เลื อ กศึ ก ษาสื่ อจำา นวน 1 เรื่ อ ง แล้ ว ทำา การตรวจสอบเนื้ อ หา นอกจ ากนี้ตุลาคม 2552 17
  18. 18. www.stkc.ac.th ยั ง ให้ บ ริ ก ารสาธารณะ มี ห้ อ งสมุ ด คลั ง ความรู้และฐานข้อมูลเฉพาะทางลองทำา ดู เมื่อเขียนตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ในเรื่องที่ต้องการจะสอนเรี ย บร้ อ ยแล้ ว ให้ ร ะบุ สื่ อ ที่ ส อดคล้ อ งกั บ กิ จ กรรมในกระบวนการจัดการเรียนรู้........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ส่วนท้าย เป็นส่วนที่ประกอบด้วย การวัดผล การประเมินผลการบันทึกหลังสอน และแบบฝึกหัดหรือใบความรู้หรือใบงานที่ครูทำาขึ้นเพื่อใช้ในการสอนในคาบนั้นๆ การวั ด และประเมิ น ผล คำา สองคำา นี้ มี แ นวทางการ ปฏิบัติที่แยกจากกันชัดเจน การวั ด ผลเป็ น การตรวจสอบว่ า ผู้ เ รี ย นเกิ ด การเรี ย นรู้ ต ามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไว้หรือไม่ การวัดผลจะต้อ งมี วิธีการและเครื่องมือที่จะตรวจสอบ การวัดผลที่ดีต้องสอดคล้องกับจุดประสงค์ เนื้อหา และกิจกรรมการเรียนรู้ การเขียนต้องมีการระบุที่ชัดเจนว่าต้องการวัดผลอะไร วัดอย่างไร และมีอะไรเป็นเครื่องมือในการวัด การประเมินผลเป็นการตัดสินว่าผู้เรียนมีคุณภาพเป็นอย่างไรโดยเอาคะแนนที่ ไ ด้ จ ากการวั ดมาเปรี ยบเที ยบกั บ เกณฑ์ ที่ ตั้ง ไว้การเขี ย นต้ อ งมี ก ารระบุ ที่ ชั ด เจนว่ า ต้ อ งการประเมิ น ผลอะไรประเมินอย่างไร และมีอะไรเป็นเครื่องมือในการประเมิน เช่น ใช้วิธีเกณฑ์คุณภาพ (rubic) หรือวิธีเช็คลิส (check list) ทั้งนี้แล้วแต่ธรรมชาติ ข องวิ ช า การประเมิ น แบบเกณฑ์ คุ ณ ภาพเป็ น การประเมิ น ที่ เ น้ น คุ ณภาพของชิ้ น งานหรื อ ภาระงาน ชี้ ใ ห้ เ ห็ น ระดั บความรู้ความสามารถของนักเรียนตุลาคม 2552 18
  19. 19. ลองทำาดู เมื่อเขียนกิจกรรมในกระบวนการจัดการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ให้ระบุการวัดผลและการประเมินผลที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ได้กำาหนดไว้....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ตุลาคม 2552 19
  20. 20. ลองทำา ดู อี ก วิ ธี ห นึ่ ง เมื่ อ เขี ย นกิ จ กรรมในกระบวนการจั ด การเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ให้ระบุการวัดผลและการประเมินผลเป็นแบบตารางที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ได้กำาหนดไว้ วิธีการวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ในบางโรงเรียนอาจเขียนกระบวนการจัดการเรียนรู้เป็นแบบตารางก็ได้กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดผลและการตุลาคม 2552 20
  21. 21. ประเมินผลตุลาคม 2552 21

×