Triage

28,315 views

Published on

1 Comment
9 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
28,315
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
134
Actions
Shares
0
Downloads
453
Comments
1
Likes
9
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Triage

  1. 1. การคัดแยกอาการและการจัดลำดับความสำคัญในภาวะฉุกเฉิน
  2. 2. การคัดแยกผู้ป่วย ( Triage ) <ul><li>What patients need to be seen first ?? </li></ul><ul><li>การคัดแยกผู้ป่วยตามลำดับ ” ความรีบด่วน ” ของการดูแลรักษา </li></ul><ul><li>ไม่ใช่ “ ความรุนแรง ” หรือ “ ความซับซ้อน ” ของผู้ป่วย </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยที่รุนแรง ( เช่นโรคมะเร็ง ) หรือ ซับซ้อน ( เช่นมีโรคร่วมหลายโรค ) อาจไม่ต้องการความรีบด่วนของการรักษาในห้องฉุกเฉิน </li></ul><ul><li>ในที่นี้จะพูดถึง ER triage และ prehospital triage เท่านั้น </li></ul><ul><li>ไม่รวมถึง Disaster และ Military triage ( ซึ่งมีหลักการและวัตถุประสงค์ต่างกัน ) </li></ul>
  3. 3. Urgency of treatment & Triage categorization <ul><li>All triage categorizations define urgency of treatment required </li></ul><ul><li>eg. Australian triage scale (ATS) 1= Immediate </li></ul><ul><li>ATS 2 = 10 min </li></ul><ul><li>ATS 3 = 30 min </li></ul><ul><li>ATS 4 = 60 min </li></ul><ul><li>ATS 5 = 120 min </li></ul>
  4. 4. ผลดีของการคัดแยกผู้ป่วยและจัดลำดับความสำคัญในภาวะฉุกเฉิน <ul><li>Decrease patient’s morbidity&mortality </li></ul><ul><li>limited resource situation (manpower, equipments etc.) </li></ul><ul><li>ER overcrowding </li></ul><ul><li>Data/statistic collection </li></ul>
  5. 5. ER triage <ul><li>Who performs the ER triage? </li></ul><ul><li>“ Physician or other qualified medical personnel” </li></ul><ul><li>( EMTALA ) </li></ul><ul><li>Nurse triage? </li></ul><ul><li>But physicians must be responsible for all triage examination performed by physician assistants, nurses or housestaffs. </li></ul>
  6. 6. ER triage & Prehospital triage <ul><li>ER triage </li></ul><ul><li>จุดประสงค์ : ใครควรจะได้รับการ ตรวจรักษาในห้องฉุกเฉิน ก่อนตามลำดับความรีบด่วนในแง่การรักษาพยาบาล </li></ul><ul><li>Prehospital triage </li></ul><ul><li>จุดประสงค์ : ใครควรได้รับการ จัดส่งความช่วยเหลือ ทางการแพทย์ตามลำดับความรีบด่วนในแง่การรักษาพยาบาล </li></ul>
  7. 7. Prehospital triage <ul><li>Prehospital triage ที่มีประสิทธิภาพ ยังสามารถบ่งชี้ได้ว่า </li></ul><ul><li>ควรให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่บุคคลแวดล้อมผู้ป่วย (bystander) อย่างไร และ เมื่อรับผู้ป่วยมาแล้ว จะส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อที่สถานพยาบาลระดับใด </li></ul><ul><li>บ่งบอก Rate of admission ได้ด้วย </li></ul><ul><li>Triage severity มากๆ โอกาสที่ผู้ป่วยจะค้อง admit สูง </li></ul><ul><li>( อาจถึง 80-100% ) Triage severity ต่ำๆ (0-20%) </li></ul>
  8. 8. Prehospital triage <ul><li>สิ่งที่ Triage บ่งชี้ ไม่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ คือ การพยากรณ์โรคขณะที่อยู่ในโรงพยาบาลและขณะออกจากโรงพยาบาล </li></ul><ul><li>ตัวอย่าง </li></ul><ul><li>ผู้ป่วย cancer, bedridden status multiple comorbidities ได้รับการคัดแยกว่ามีปัญหาที่ไม่เร่งด่วน แต่มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีเมื่อ admitted ในโรงพยาบาล </li></ul><ul><li>ผู้ป่วย Anaphylactic shock, airway obstruction ได้รับการคัดแยกว่าเร่งด่วนที่สุด แต่มีการพยากรณ์โรดที่ดีมาก ถ้าได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที </li></ul>
  9. 9. “ First priority” situations <ul><li>Airway </li></ul><ul><li>Breathing </li></ul><ul><li>Circulation </li></ul><ul><li>ถ้าผู้ป่วยมีภาวะเหล่านี้ถือว่าเป็นภาวะที่คุกคามต่อชีวิต ต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยทันที !! </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยจะมีอัตราตายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนในเวลาเป็น ” นาที” </li></ul>
  10. 10. Airway <ul><li>Airway obstruction ( ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ ) </li></ul><ul><li>Upper airway </li></ul><ul><li>Children Adults </li></ul><ul><li>Infections Traumas </li></ul><ul><li>Foreign body Foreign body </li></ul><ul><li>Infections </li></ul><ul><li>Anaphylaxis </li></ul><ul><li>Tumors </li></ul>
  11. 11. Airway <ul><li>Lower airway obstruction </li></ul><ul><li>Children Adults </li></ul><ul><li>Infections Asthma </li></ul><ul><li>Asthma Anaphylaxis </li></ul><ul><li>Traumas </li></ul>
  12. 12. How can we expect the patients to have airway obstruction? <ul><li>เสียงพูด : ไม่มีเสียง , เสียงแหบ </li></ul><ul><li>การหายใจ : มีการใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจ ( หายใจปีกจมูกบาน </li></ul><ul><li>หน้าอก , ซี่โครงบุ๋ม ), เสียงหายใจผิดปกติ </li></ul><ul><li>( เสียงฮืด = stridor, เสียงหวีด = wheezing) </li></ul><ul><li>ระดับความรู้สติ </li></ul><ul><li>มีการบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและลำคอ </li></ul>
  13. 13. Breathing <ul><li>ภาวะการหายใจบกพร่อง (Respiratory failure) </li></ul><ul><li>ภาวะพร่องอ็อกซิเจน (Oxygenation failure) </li></ul><ul><li>ภาวะหายใจไม่เพียงพอ (Ventilatory failure) </li></ul><ul><li>เกิดได้จากหลายภาวะ </li></ul>
  14. 14. Signs of respiratory failure <ul><li>Oxygenation failure </li></ul><ul><li>หายใจเร็ว มีการใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจ </li></ul><ul><li>เขียว </li></ul><ul><li>พูดไม่เป็นประโยค </li></ul>
  15. 15. Signs of respiratory failure <ul><li>Ventilatory failure </li></ul><ul><li>หายใจเร็ว มีการใช้กล้ามเนื้อช่วยในการหายใจ </li></ul><ul><li>หายใจช้ามาก </li></ul><ul><li>หายใจเข้าท้องยุบ ( Abdominal paradox ) </li></ul><ul><li>ระดับความรู้สติลดลง </li></ul>
  16. 16. Circulatory failure <ul><li>ภาวะระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว </li></ul><ul><li>Most extreme condition = cardiac arrest!! </li></ul><ul><li>ไม่มีการไหลเวียนของโลหิตเลย </li></ul><ul><li>Shock </li></ul><ul><li>ภาวะที่ระบบไหลเวียนโลหิตไม่สามารถนำเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ </li></ul>
  17. 17. Etiologies of circulatory failure สาเหตุต่างๆ ของภาวะระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว <ul><li>ภาวะพร่องสารน้ำหรือโลหิต Hypovolemic shock </li></ul><ul><li>ภาวะที่ตัวหัวใจบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ได้ Cardiogenic shock </li></ul><ul><li>ภาวะที่เลือดดำกลับสู่หัวใจห้องขวาไม่ได้ Obstructive shock </li></ul><ul><li>ภาวะหลอดเลือดขยายตัวทั่วร่างกาย Distributive shock </li></ul>
  18. 18. ตัวอย่างของภาวะ shock แบบต่างๆ <ul><li>Hypovolemic shock </li></ul><ul><li>bleeding (trauma, non-trauma) </li></ul><ul><li>Cardiogenic shock </li></ul><ul><li>AMI, Severe CHF </li></ul><ul><li>Obstructive shock </li></ul><ul><li>Pneumothorax, pulmonary embolism, cardiac </li></ul><ul><li>tamponade </li></ul><ul><li>Distributive shock </li></ul><ul><li>Sepsis, Anaphylaxis, Neurogenic </li></ul>
  19. 19. Signs of circulatory failure <ul><li>อาการของการมีภาวะเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ </li></ul><ul><li>ผิวหนัง : ผิวหนังซีด ( pale ) , เย็นชื้น (Clammy) </li></ul><ul><li>เหงื่อออก ( มีการกระตุ้นการทำงานของระบบประสา </li></ul><ul><li>อัตโนมัติ sympathetic) </li></ul><ul><li>สมอง : ระตับความรู้สติลดลง </li></ul><ul><li>ไต : ปัสสาวะน้อยลง </li></ul><ul><li>ระบบหายใจ : หายใจเร็ว </li></ul>
  20. 20. การประยุกต์ความรู้เพื่อใช้ในการจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย <ul><li>Remember !! Emergency room triage ≠ Telephone triage </li></ul><ul><li>The patient is in front of you and you have a lot of equipments to help you find out these conditions (BP, Pulse oximetry) at ER triage </li></ul><ul><li>For telephone triage, you have to find these </li></ul><ul><li>condition only by short, simple conversation </li></ul><ul><li>You may have to give instructions to the bystander(s) for life-saving procedures. </li></ul>
  21. 21. การประยุกต์ความรู้เพื่อใช้ในการจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย <ul><li>Must need proper and authorized medical command (direct/indirect) </li></ul>
  22. 22. การตอบสนองและคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินทางโทรศัพท์ <ul><li>คำถามที่ต้องถามทุกครั้ง (All caller interrogation) </li></ul><ul><li>การคัดแยก / จัดส่งความช่วยเหลือตามลำดับความฉุกเฉิน </li></ul><ul><li>คำถามมุ่งจุดสำคัญ </li></ul><ul><li>คำสั่งแนะนำปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง </li></ul>
  23. 23. All caller interrogation <ul><li>ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยอยู่ที่ไหน </li></ul><ul><li>คุณโทรศัพท์จากหมายเลขใด </li></ul><ul><li>คุณชื่ออะไร ( อยู่กับผู้ป่วยหรือไม่ ) </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยรู้สติหรือไม่ </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยหายใจปกติหรือไม่ </li></ul><ul><li>If need pre-arrival instruction : stay in line </li></ul>
  24. 24. การคัดแยก / จัดส่งความช่วยเหลือตามลำดับความฉุกเฉิน <ul><li>จะต้องถามผู้แจ้งเหตุถึงรายละเอียดเหตุการณ์ด้วยคำถามซึ่งชี้นำถึงภาวะที่ คุกคามต่อชีวิต ( Airway, breathing, circulation ) ตามอาการสำคัญต่างๆ เพื่อที่จะออกรหัสแจ้งหน่วยปฏิบัติการทันที </li></ul><ul><li>พร้อมกับให้คำสั่งแนะนำปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง </li></ul><ul><li>การคัดแยกผู้ป่วยมีผลต่อการจัดส่งหน่วยช่วยเหลือ ทั้งด้านความรีบด่วน </li></ul><ul><li>เครื่องมืออุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ และขีดความสามารถของบุคลากรที่ออกไป </li></ul>
  25. 25. คำถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต <ul><li>Airway/Breathing </li></ul><ul><li>ไม่หายใจ </li></ul><ul><li>หายใจลำบาก ( มีเสียงดัง , เร็ง , แรง , ลึก , ไม่มีเสียงพูด , พูดได้ประโยคสั้นๆ ) </li></ul><ul><li>ไม่รู้สติ , ระดับความรู้สติลดลง </li></ul><ul><li>เขียว </li></ul><ul><li>ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง </li></ul><ul><li>พร้อมกับให้คำสั่งแนะนำปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง </li></ul>
  26. 26. คำถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต <ul><li>Circulation </li></ul><ul><li>ผิวซีดเย็น เหงื่อออก </li></ul><ul><li>ไม่รู้สติ , ระดับความรู้สึกตัวลดลง </li></ul><ul><li>เป็นลม หน้ามืด ( อาจมีเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งหรือยืน ) </li></ul><ul><li>ถ้ามีอาการเหล่านี้ ให้ตอบสนองด้วยรหัสแดง </li></ul><ul><li>พร้อมกับให้คำสั่งแนะนำปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง </li></ul>
  27. 27. คำถามที่บ่งชี้ถึงภาวะคุกคามต่อชีวิต <ul><li>ลักษณะคำถามควรเป็นคำถามที่ชัดเจนเข้าใจง่าย </li></ul><ul><li>ควรเป็นคำถามที่ใช้กับทุกคน ไม่ควรเปลี่ยนลักษณะคำถาม </li></ul><ul><li>เช่น ผู้ป่วยหมดสติหรือไม่ </li></ul><ul><li>ผู้ป่วยเหงื่อท่วมตัวหรือไม่ </li></ul><ul><li>Protocol หรือ standard questions ว่าต้องถามอะไรบ้าง อย่างไรบ้าง เป็นสิ่งที่ควรมี </li></ul><ul><li>รวมถึงคำสั่งแนะนำปฏิบัติการก่อนหน่วยปฏิบัติการไปถึง (Pre-arrival instruction) ด้วย </li></ul>
  28. 28. รูปแบบการตอบสนอง <ul><li>รหัสแดง </li></ul><ul><li>First responder (BLS) 4 min ALS 8 min </li></ul><ul><li>รหัสเหลือง </li></ul><ul><li>First responder (BLS) 8 min ALS 15 min </li></ul><ul><li>รหัสเขียว </li></ul><ul><li>Only first responder (BLS) </li></ul><ul><li>รหัสขาว </li></ul><ul><li>ส่งต่อทางโทรศัพท์เท่านั้น (Telephone referral program) </li></ul><ul><li>รหัสดำ </li></ul><ul><li>No emergency patient </li></ul>
  29. 29. ตัวอย่างการคัดกรองผู้ป่วย <ul><li>ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร : เจ็บแน่นทรวงอก => Protocol 7 </li></ul><ul><li>ลักษณะผู้ป่วยเป็นอย่างไร : มีอาการซีดและเหงื่อท่วมตัว => แดง 2 </li></ul><ul><li>( ลักษณะที่มีภาวะคุกคามต่อชีวิต อาจมีภาวะช็อคเหตุจากหัวใจ เช่น AMI </li></ul><ul><li>หรือมีการอุดกั้นเลือดไหลกลับหัวใจ เช่น เยื่อหุ้มปอดแตก ) </li></ul><ul><li>“ ตอบสนองด้วยรหัสแดง” </li></ul>
  30. 30. ตัวอย่างการคัดกรองผู้ป่วย <ul><li>ผู้ป่วยมีอาการอย่างไร : ปวดหลัง </li></ul><ul><li>ลักษณะผู้ป่วยเป็นอย่างไร : ไม่มีอาการที่แสดงภาวะคุกคามต่อชีวิต </li></ul><ul><li>( ABC ) , อายุ < 50 </li></ul><ul><li>มีอาการมานานเท่าไร : เป็นเรื้อรังมานาน </li></ul><ul><li>“ ตอบสนองด้วยรหัสขาว” </li></ul>
  31. 31. ความสำคัญของ Standard protocol <ul><li>ช่วยให้คำถามที่สำคัญครบถ้วน ไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่งผลให้คัดแยกผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง </li></ul><ul><li>ช่วยให้การให้ pre-arrival instruction ถูกต้องที่สุดและมีประสิทธิภาพ ไม่ข้ามขั้นตอน ซึ่งส่งผลต่อ Outcome ของผู้ป่วย </li></ul><ul><li>ช่วยลดอาการตื่นตระหนก และให้ความมั่นใจทั้งผู้แจ้งและผู้รับแจ้ง </li></ul>
  32. 32. สาระสำคัญ <ul><li>Triage ทางการแพทย์เป็น สิ่งจำเป็น ในทุกระดับ </li></ul><ul><li>การมี Prehospital triage ที่ดีช่วยให้ผู้ป่วย มีโอกาสรอดชีวิตและลดอัตราทุพพลภาพได้มาก เนื่องจากได้รับความช่วยเหลืออย่าง ทันท่วงที และลดความสิ้นเปลืองทรัพยากร </li></ul><ul><li>หลักการ telephone triage มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ ภาวะคุกคามชีวิต (Airway, Breathing, Circulation) เพื่อการตอบสนองของหน่วยปฏิบัติงานอย่าง รวดเร็วและเพียบพร้อม ทั้งอุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ และศักยภาพของบุคคล </li></ul><ul><li>การมี standard telephone triage protocol เป็นสิ่ง จำเป็น เพื่อความ ถูกต้องที่สุด ในภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน </li></ul>
  33. 33. Pre-arrival instruction for “code red”
  34. 34. Pre-arrival telephone tele-instruction <ul><li>Respiratory arrest and Cardiac arrest </li></ul><ul><li>Adult choking </li></ul><ul><li>Loss of consciousness </li></ul><ul><li>Truly BLS </li></ul><ul><li>Do not delay the initial dispatch response!! </li></ul>
  35. 35. Pre-arrival telephone tele-instruction : Respiratory arrest <ul><li>ไม่หายใจแต่ยังมีการไหลเวียนโลหิต </li></ul><ul><li>Primary respiratory arrest lead in cardiopulmonary arrest in 5 minutes </li></ul>
  36. 36. Respiratory arrest <ul><li>สาเหตุ : Foreign body </li></ul><ul><li>Drowning </li></ul><ul><li>Poison </li></ul><ul><li>Inhalation </li></ul><ul><li>Electrical injury </li></ul><ul><li>Coma from any cause </li></ul>
  37. 37. Pre-arrival telephone tele-instruction : Respiratory arrest <ul><li>Airway control </li></ul><ul><li>Ventilation support </li></ul>
  38. 38. Pre-arrival telephone tele-instruction : Respiratory arrest <ul><li>เรียกผู้ป่วยว่าหมดสติจริงหรือไม่ </li></ul><ul><li>เรียกผู้ป่วยด้วยเสียงดัง เขย่าตัว ไม่เขย่าศีรษะ </li></ul><ul><li>ร้องหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น รวมทั้งหาคนที่กู้ชีพเป็น รวมทั้งหาเครื่องกระตุกหัวใจ </li></ul><ul><li>ให้เปิดลำโพง hand free </li></ul><ul><li>เน้นย้ำให้ตั้งใจฟัง ถ้าผู้แจ้งไม่พร้อม กระตุ้นให้พร้อมที่จะช่วยเหลือ !! </li></ul><ul><li>จัดท่าให้นอนหงาย </li></ul><ul><li>เปลื้อง / ปลดเสื้อผ้าให้เห็นทรวงอก </li></ul><ul><li>คุกเข่าลงข้างผู้ป่วย ใข้มือยกคางผู้ป่วยขึ้น ให้ศีรษะแหงนไปข้างหลัง </li></ul>
  39. 39. Pre-arrival telephone tele-instruction : Respiratory arrest <ul><li>ประเมินภาวะการหายใจ ( ดู , ฟัง , รู้สึก ) , ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถือว่ามีภาวะหยุดหายใจ ให้ช่วยหายใจทันที </li></ul><ul><li>บีบจมูกผู้ป่วยให้แน่น </li></ul><ul><li>อ้าปากประกบปากผู้ป่วยให้สนิท </li></ul><ul><li>สูดลมหายใจลึกๆ เป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง </li></ul><ul><li>ถ้ายังไม่หายใจ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่ไอ ให้ถือว่ามีระบบไหลเวียนล้มเหลวต่อไป </li></ul><ul><li>ไม่มีการแนะนำให้ผู้ช่วยเหลือเบื้องต้น check pulse </li></ul>
  40. 40. Pre-arrival telephone tele-instruction : Cardiac arrest <ul><li>เริ่มกดหน้าอก ( Chest compression ) </li></ul><ul><li>วางสันมือบนกลางหน้าอกผู้ป่วย ให้อยู่ระหว่างหัวนม </li></ul><ul><li>วางมืออีกข้างซ้อนบนมือข้างนั้น </li></ul><ul><li>กดนวดหนักๆ ให้ยุบลงไป 1-2 นิ้ว ใช้ส่วนสันมือเท่านั้น </li></ul><ul><li>ทำ 30 ครั้ง </li></ul><ul><li>นับดังๆ ให้ได้ยินด้วย </li></ul><ul><li>เป่าปอด 2 ครั้ง </li></ul><ul><li>ทำเช่นนี้จนกว่าความช่วยเหลือมาถึง </li></ul>
  41. 41. Pre-arrival telephone tele-instruction : Adult choking <ul><li>Able to talk/cough => stop </li></ul><ul><li>Unable to talk/cough, Conscious </li></ul><ul><li>“ Heimlich maneuver” </li></ul><ul><li>If became unconscious </li></ul><ul><li>Is patient moving/breathing? </li></ul><ul><li>Yes => roll the person on his side, check breathing until help takes over </li></ul><ul><li>No => head tilt/chin lift, give 2 breathes </li></ul>
  42. 42. Pre-arrival telephone tele-instruction : Adult choking <ul><li>Chest rise ? </li></ul><ul><li>yes => not moving/breathing => CPR </li></ul><ul><li>no => abdominal thrusts 5 times </li></ul><ul><li>If you see something, turn the head to side and try to sweep it out, do not push it backwards </li></ul>
  43. 43. Pre-arrival telephone tele-instruction : Unconscious, breathing normally <ul><ul><li>Airway control </li></ul></ul><ul><ul><li>Look, listen and feel for air movement </li></ul></ul><ul><ul><li>Vomiting </li></ul></ul><ul><ul><li>Turn his head to the side </li></ul></ul><ul><ul><li>Sweep it with your fingers </li></ul></ul><ul><ul><li>Is the person breathing normally? </li></ul></ul><ul><ul><li>Yes => continue watching </li></ul></ul><ul><ul><li>No => Go to choking (start from head tilt/chin lift) </li></ul></ul>
  44. 44. Disease-specific instructions <ul><li>จำเป็นจะต้องรู้รหัสเลขตัวแรก </li></ul><ul><li>ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามแต่ละอาการนำ </li></ul><ul><li>จำเป็นในรหัสแดงที่ไม่ใช่ 1 </li></ul>
  45. 45. Poisonous animal bite <ul><li>งู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ หรือไม่ทราบชนิด </li></ul><ul><li>ดูแลช่วยเหลือตามหลักการ BLS </li></ul><ul><li>จับสัตว์ที่กัดไว้ จับไม่ได้ ไม่เป็นไร ให้จำลักษณะ สี ลวดลาย ถ้าทำได้ </li></ul><ul><li>ไม่ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารและน้ำ </li></ul><ul><li>ให้ผู้ป่วยสงบสติอารมณ์ ให้อยู่เฉยๆ ไม่เดินไปมา </li></ul><ul><li>หากมีเลือดออก ใช้ผ้าสะอาดกดบนแผลให้แน่น </li></ul><ul><li>ไม่แนะนำ ให้ผู้ช่วยเหลือเบื้องต้น ใช้เชือกรัดเหนือบาดแผล </li></ul>
  46. 46. Intoxication <ul><li>ดูแลช่วยเหลือตามหลักการ BLS </li></ul><ul><li>ไม่ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารและน้ำ </li></ul><ul><li>รวบรวมภาชนะบรรจุยา / สารที่ผู้ป่วยรับเข้าไป </li></ul><ul><li>รวบรวมยาที่ผู้ป่วยใช้ทั้งหมด และนำไปพร้อมผู้ป่วยด้วย </li></ul><ul><li>ไม่แนะนำการทำให้ผู้ป่วยอาเจียน </li></ul><ul><li>ถ้ามีสารพิษเปื้อนเสื้อผ้า ควรให้ผู้ป่วยถอดออก </li></ul>
  47. 47. Anaphylaxis ปฏิกริยาภูมิแพ้รุนแรง <ul><li>ผื่นลมพิษ คัน หน้าบวม ปากบวมหายใจลำบากมีเสียงดัง หน้ามืดเป็นลม คลื่นไส้อาเจียน </li></ul><ul><li>มักเกิดตามหลังการรับประทานอาหารและยาที่แพ้ โดนสัตว์จำพวก ผึ้ง ต่อ แตน ต่อย </li></ul><ul><li>ดูแลช่วยเหลือตามหลักการ BLS </li></ul><ul><li>ให้ผู้ป่วยพัก อยู่ในความสงบ </li></ul><ul><li>กดเหล็กในออก หากทำได้ </li></ul><ul><li>ประคบน้ำแข็งบริเวณที่ถูกต่อย </li></ul><ul><li>รวบรวมยาที่ผู้ป่วยใช้ทั้งหมด และนำไปพร้อมผู้ป่วยด้วย </li></ul>

×