Brain And Craniofacial (Thai)

11,710 views

Published on

Lt. Colonel Brenda Sowards, RN

0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
11,710
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
99
Actions
Shares
0
Downloads
181
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide
  • Brain And Craniofacial (Thai)

    1. 1. การบาดเจ็บที่สมองและกะโหลกศีรษะ นาวาอากาศโท เบรนดา ซาวเวิสด์
    2. 2. การบาดเจ็บที่ศีรษะ <ul><li>50 – 99 % ผู้บาดเจ็บที่มีการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงและปานกลางจะเป็นการบาดเจ็บถาวร </li></ul><ul><li>อุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นสาเหตุการบาดเจ็บหลัก </li></ul><ul><li>การหกล้มหรือตกจากที่สูงของผู้สูงอายุและเด็ก </li></ul><ul><li>การบาดเจ็บจากขีปนาวุธความเร็วสูง / การบาดเจ็บจากแรงระเบิด </li></ul><ul><li>30% จะมีการบาดเจ็บอื่นที่สำคัญร่วมด้วยอย่างน้อยหนึ่งอย่าง </li></ul>
    3. 4. ร่างกายทำงานบกพร่อง <ul><li>การบาดเจ็บที่สมองขั้นต้น </li></ul><ul><ul><li>การบาดเจ็บโดยตรง </li></ul></ul><ul><ul><li>มีอาการเลือดออก เกิดการฉีกขาด เซลล์ประสาทเกิดความเสียหายร่วมด้วย </li></ul></ul><ul><li>การบาดเจ็บที่สมองขั้นที่สอง </li></ul><ul><ul><li>การขาดออกซิเจน เลือดมีคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป ความดันต่ำ มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป ความดันภายในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น มีอาการชัก </li></ul></ul>
    4. 5. การบาดเจ็บที่ศีรษะ <ul><li>หนังศีรษะถลอกหรือฉีกขาด </li></ul><ul><li>กะโหลกศีรษะร้าว </li></ul><ul><li>การกระทบกระเทือนที่ ศีรษะ </li></ul><ul><li>อาการฟกช้ำ </li></ul><ul><li>เลือดออกในสมอง ( กระโหลกศีรษะ ) </li></ul><ul><li>สมองบวม </li></ul>
    5. 6. หนังศีรษะถลอกหรือฉีกขาด <ul><li>มีเลือดออกมาก </li></ul><ul><li>อาจก่อให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากการสูญเสียเลือด </li></ul><ul><li>การบาดเจ็บที่ส่วนลึกของสมองเกิดขึ้นบ่อย </li></ul><ul><li>กดห้ามเลือดโดยตรง </li></ul><ul><li>ห้ามใช้แรงกดมากเกินไป </li></ul><ul><li>ตรวจสอบระบบประสาททั้งหมด </li></ul>
    6. 7. กะโหลกศีรษะร้าว <ul><li>มีการกระทบกระเทือนที่กะโหลกศีรษะอย่างรุนแรง </li></ul><ul><li>การบาดเจ็บจากกระสุนปืน แรงระเบิด แรงกระแทก และการเจาะทะลุด้วยวัตถุอื่นๆ </li></ul><ul><li>มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ หากแผลที่ศีรษะเป็นแผลเปิด </li></ul><ul><li>ให้ทำการ X-ray หรือ CT </li></ul><ul><li>กะโหลกศีรษะผิดรูป </li></ul><ul><li>กะโหลกศีรษะแตก </li></ul>
    7. 8. กะโหลกศีรษะร้าว <ul><li>เกิดรอยคล้ำรอบดวงตา (Raccoon Eyes) </li></ul><ul><ul><li>มีสิ่งบ่งชี้ว่ากระดูกรอบดวงตาร้าว </li></ul></ul><ul><ul><li>ห้อเลือด ( ตามีรอยคล้ำ ) </li></ul></ul><ul><ul><li>มองเห็นได้อย่างชัดเจน </li></ul></ul><ul><ul><li>ลูกตาถลนออกมา (Exopthalmos) </li></ul></ul><ul><ul><li>ลูกตาจมเข้าไปข้างใน (Enopthalmos) </li></ul></ul>
    8. 9. กะโหลกศีรษะร้าว <ul><li>ลักษณะอาการ </li></ul><ul><ul><li>ฐานกะโหลกศีรษะร้าว </li></ul></ul><ul><ul><li>มีเลือดคั่งบริเวณหลังหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ( ทำให้เกิดการฟกช้ำหลังจากนั้น 12-24 ชั่วโมง </li></ul></ul><ul><ul><li>มีเลือดออกในโพรงหูส่วนกลาง </li></ul></ul><ul><ul><li>ของเหลวจากสมองและกระดูกสันหลังไหลออกมาทางหูหรือจมูก </li></ul></ul><ul><ul><li>ตรวจสอบการเคลื่อนไหวบริเวณรอบดวงตา </li></ul></ul>
    9. 10. การกระทบกระเทือนที่ ศีรษะ <ul><li>สมองหยุดทำงานชั่วคราว </li></ul><ul><li>อาจทำให้หมดสติ </li></ul><ul><li>สับสน </li></ul><ul><li>สูญเสียความทรงจำ </li></ul><ul><li>วิงเวียนศีรษะ </li></ul><ul><li>อ่อนแรง </li></ul>
    10. 11. การกระทบกระเทือนที่ ศีรษะ <ul><li>สมองบาดเจ็บฝั่งเดียวกับที่ถูกกระแทก (Coup) </li></ul><ul><li>สมองบาดเจ็บฝั่งตรงข้ามที่ถูกกระแทก (Contra-coup) </li></ul><ul><li>อาการฟกช้ำอาจเกิดขึ้นเมื่อข้างในกะโหลกศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน </li></ul><ul><ul><li>เลือดออก บาดเจ็บถาวร บวม สูญเสียความทรงจำ หมดสติ </li></ul></ul>
    11. 12. เลือดออกในสมอง ( กะโหลกศีรษะ ) ลงไป <ul><li>การตกเลือดที่ช่องระหว่างกะโหลกศรีษะและเยื่อหุ้มสมอง ( Epidural Hematoma ) </li></ul><ul><li>การมีเลือดตกในเยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง ( Subdural Hematoma ) </li></ul><ul><li>เลือดออกในสมอง ( Intracerebral Hemorrhage ) </li></ul>
    12. 13. การตกเลือดที่ช่องระหว่างกะโหลกศรีษะและเยื่อหุ้มสมอง Epidural Hematoma <ul><li>เกิดขึ้นที่ด้านในของเยื่อหุ้มสมอง </li></ul><ul><li>เกิดขึ้นที่ด้านล่างของกะโหลกศีรษะ </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่จะมีเลือดออกจากเส้นเลือดแดง </li></ul><ul><li>อาการพัฒนาความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว </li></ul><ul><li>การทำงานของประสาทเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว </li></ul><ul><li>มีระยะที่แสดงอาการอย่างชัดเจน </li></ul>
    13. 14. การมีเลือดตกในเยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง Subdural Hematomas <ul><li>เกิดขึ้นที่ใต้เยื่อหุ้มสมอง </li></ul><ul><li>เกิดขึ้นภายนอกสมอง </li></ul><ul><li>ส่วนใหญ่จะมีเลือดออกจากเส้นเลือดดำ </li></ul><ul><li>อาการพัฒนาไปอย่างช้าๆ </li></ul><ul><li>สูญเสียการทำงานของระบบประสาทเพิ่มมากขึ้น </li></ul><ul><li>ผู้บาดเจ็บอาจจำการกระทบกระเทือนไม่ได้ </li></ul>
    14. 15. เลือดออกในสมอง ( Intracerebral Hemorrhage ) <ul><li>มีเลือดออกภายในสมอง </li></ul><ul><li>มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดฉีกขาด </li></ul><ul><li>ห้ามสัมผัสที่กระดูกสันหลังเพราะจะทำให้เกิดอาการบวม </li></ul>
    15. 16. สมองบวม <ul><li>ส่วนใหญ่จะมีอาการนี้เมื่อได้บาดเจ็บซับซ้อนที่ศีรษะ </li></ul><ul><li>จะมีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อระดับออกซิเจนลดลง </li></ul><ul><li>มีอาการชักเพราะต้องการออกซิเจนเพิ่ม </li></ul><ul><li>ทำให้เกิดความกดดันในสมอง ( กะโหลกศีรษะ ) เพิ่มขึ้น </li></ul><ul><li>ความกดดันในสมองปกติ ( Normal ICP ) คือ 10-15 mm </li></ul>
    16. 17. สมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยง <ul><li>ปวดศีรษะ </li></ul><ul><li>คลื่นไส้และอาเจียน </li></ul><ul><li>สูญเสียความทรงจำ ในเหตุการณ์ช่วงก่อนและหลังการบาดเจ็บ </li></ul><ul><li>ระดับความรู้สึกตัวปรวนแปร </li></ul><ul><li>กระสับกระส่าย ซึมเซา </li></ul><ul><li>วิธีพูดเปลี่ยนไป </li></ul><ul><li>สูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ </li></ul>
    17. 18. ความกดดันในสมอง ( กะโหลกศีรษะ ) <ul><li>ความกดดันที่สมองส่วนหน้า (CPP) </li></ul><ul><li>ความดันในเส้นเลือดแดงเฉลี่ย (MAP) </li></ul><ul><li>การปรับสมดุลอัตโนมัติของร่างกาย ( Autoregulation ) </li></ul>
    18. 19. การปรับสมดุลอัตโนมัติของร่างกาย ( Autoregulation ) <ul><li>ค่าความดันเลือดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ทำให้หลอดเลือดที่สมองตีบ </li></ul><ul><li>ค่าความดันเลือดเฉลี่ยลดลง ทำให้หลอดเลือดที่สมองขยาย </li></ul><ul><li>การขาดออกซิเจนและการสูญเสียเลือดเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บที่สมองขั้นที่สอง </li></ul>
    19. 20. ความกดดันในสมอง <ul><li>ต้องรีบช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บขั้นที่สอง </li></ul><ul><li>เริ่มป้องกันโดยการรักษาอาการช็อก </li></ul><ul><li>รักษาค่าความดันโลหิตเฉลี่ยไว้ที่ 60 และ 180 mm Hg. </li></ul><ul><li>ภาวะความดันโลหิตต่ำเกินไปอาจทำให้มีอาการเพิ่มขึ้นและมีโอกาสที่จะเสียชีวิต </li></ul><ul><li>จัดท่าผู้บาดเจ็บเพื่อสะดวกในการให้น้ำเกลือ </li></ul>
    20. 21. ทฤษฎีของ Monro-Kellie
    21. 22. มาตราส่วนกลาสโกวโคมา Glasgow Coma Scale ลืมตา <ul><li>Spontaneous ตอบสนองทันที ตาม ธรรมชาติ 4 </li></ul><ul><li>To Voice ตอบสนองต่อเสียง 3 </li></ul><ul><li>To Pain ตอบสนองต่อความเจ็บปวด 2 </li></ul><ul><li>None ไม่ตอบสนอง 1 </li></ul>
    22. 23. มาตราส่วนกลาสโกวโคมา การตอบสนองต่อเสียงพูด <ul><li>Oriented รู้สึกตัว </li></ul><ul><li>Confused สับสน </li></ul><ul><li>Inappropriate Words คำพูดไม่เหมาะสม </li></ul><ul><li>Incomprehensible Words คำพูดฟังไม่เข้าใจ </li></ul><ul><li>None ไม่ตอบสนอง </li></ul><ul><li>5 </li></ul><ul><li>4 </li></ul><ul><li>3 </li></ul><ul><li>2 </li></ul><ul><li>1 </li></ul>
    23. 24. มาตราส่วนกลาสโกวโคมา การตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหว <ul><li>Obeys Commands ปฏิบัติตามคำสั่งได้ 6 </li></ul><ul><li>Localizes Pain เจ็บปวดเฉพาะส่วน 5 </li></ul><ul><li>Withdraws (pain) หดหนีจากความเจ็บปวด 4 </li></ul><ul><li>Flexion (pain) หดเกร็ง หนีความเจ็บปวด 3 </li></ul><ul><li>Extension (pain) เหยียดเกร็ง หนีความเจ็บปวด 2 </li></ul><ul><li>None ไม่ตอบสนอง 1 </li></ul>
    24. 25. มาตราส่วนกลาสโกวโคมา <ul><li>คาดการณ์เกี่ยวกับการเสียชีวิต </li></ul><ul><li>ตรวจวัดระดับความรู้สึกตัว </li></ul><ul><li>ส่วนประกอบของการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่มีความไวที่สุด </li></ul><ul><li>เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นหรือแย่ลง </li></ul><ul><li>มาตราส่วนกลาสโกวโคมา 9-15 บ่งชี้ว่าเป็นการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงหรือมีความรุนแรงปานกลาง </li></ul><ul><li>มาตราส่วนกลาสโกวโคมา 3-8 บ่งชี้ว่าเป็นการบาดเจ็บที่ศีรษะที่รุน - แรง </li></ul>
    25. 26. การตรวจประเมินรูม่านตา <ul><li>ขนาด </li></ul><ul><li>การตอบสนองต่อแสง </li></ul><ul><li>รูม่านตาเท่ากัน </li></ul><ul><li>เปรียบเทียบ </li></ul>
    26. 27. ปฏิกิริยาทางร่างกาย <ul><li>Decorticate - มือและแขนงอพับเข้ามาหาลำตัวผิดปกติ </li></ul><ul><li>Decerebrate- มือและแขนงอพับเข้าออกนอกลำตัวผิดปกติ </li></ul><ul><li>เกิดขึ้นก่อนอาการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อที่โผล่ออกมา </li></ul>
    27. 28. การพยาบาล <ul><li>ป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บขั้นที่สอง </li></ul><ul><li>ให้ออกซิเจนและใช้ท่อสอดหาก มาตราส่วนกลาสโกวโคมา น้อยกว่า 8 </li></ul><ul><li>พยาบาลอาการช็อก - ความดันโลหิตปกติ </li></ul><ul><li>การหายใจลึกผิดปกติจะเกิดขึ้นเมื่อผู้บาดเจ็บแสดงอาการว่าจะมี เนื้อเยื่อโผล่ออกมา </li></ul><ul><li>ห้ามเลือด </li></ul><ul><li>เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยเร็ว </li></ul>
    28. 29. การพยาบาล <ul><li>ประเมินรูม่านตาและ มาตราส่วนกลาสโกวโคมา อย่างต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>ดูแลพยาบาลอาการฉับพลันที่เกิดขึ้น - เพิ่มออกซิเจน </li></ul><ul><li>เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการหายใจ - อาจเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าผู้บาดเจ็บอาการแย่ลง </li></ul>
    29. 30. การจัดการกับผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่าจะมีการบาดเจ็บที่สมอง
    30. 31. คำถาม ?

    ×