Abdominal Trauma (Thai)

27,183 views

Published on

Gram McGregor, 1Lt, WA ANG
Critical Care Air Transport Nurse

Published in: Health & Medicine, Business

Abdominal Trauma (Thai)

  1. 1. การบาดเจ็บบริเวณช่องท้อง แกรม แมคเกรเกอร์ , รท . , WA ANG พยาบาลดูแลฉุกเฉินในการขนส่งทางอากาศ
  2. 2. ช่องท้อง <ul><li>อวัยวะที่อยู่ระหว่างกะบังลม และเชิงกราน </li></ul><ul><li>การประเมินการบาดเจ็บทำได้อยากเพราะมี </li></ul><ul><li>อวัยวะหลายอย่างและโครงสร้างหลากหลาย </li></ul>
  3. 3. กายวิภาคศาสตร์ของช่องท้อง <ul><li>ช่องท้องแบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆกันโดยลากเส้นแนวตั้งตัดผ่านกลางลำตัวและเส้นแนวขวางที่สะดือ </li></ul><ul><li>บอกตำแหน่งของอวัยวะตามที่อยู่ในตำแหน่งส่วนที่แบ่งออกเป็นสี่แต่ละส่วน </li></ul>
  4. 4. กายวิภาคศาสตร์ช่องท้อง <ul><li>ส่วนขวาบน </li></ul><ul><ul><li>ตับ </li></ul></ul><ul><ul><li>ถุงน้ำดี </li></ul></ul><ul><ul><li>ไตด้านขวา </li></ul></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวตั้ง </li></ul></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวนอน </li></ul></ul>
  5. 5. กายวิภาคศาสตร์ของช่องท้อง <ul><li>ส่วนซ้ายบน </li></ul><ul><ul><li>ม้าม </li></ul></ul><ul><ul><li>กระเพาะอาหาร </li></ul></ul><ul><ul><li>ตับอ่อน </li></ul></ul><ul><ul><li>ไตข้างซ้าย </li></ul></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวนอน </li></ul></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวตั้ง </li></ul></ul>
  6. 6. กายวิภาคศาสตร์ของช่องท้อง <ul><li>ส่วนขวาล่าง </li></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวตั้ง </li></ul></ul><ul><ul><li>ไส้ติ่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>รังไข่ข้างขวา ( เพศหญิง ) </li></ul></ul><ul><ul><li>ท่อทางเดินไข่ข้างขวา ( เพศหญิง ) </li></ul></ul>
  7. 7. กายวิภาคศาสตร์ช่องท้อง <ul><li>ส่วนซ้ายล่าง </li></ul><ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่แนวตั้ง </li></ul></ul><ul><ul><li>ขดลำไส้ใหญ่ </li></ul></ul><ul><ul><li>รังไข่ข้างซ้าย ( เพศหญิง ) </li></ul></ul><ul><ul><li>ท่อทางเดินรังไข่ข้างซ้าย ( เพศหญิง ) </li></ul></ul>
  8. 8. กายวิภาคศาสตร์ช่องท้อง <ul><li>การแบ่งประเภทของอวัยวะ </li></ul><ul><ul><li>กลวง </li></ul></ul><ul><ul><li>ตัน </li></ul></ul><ul><ul><li>เส้นเลือดสำคัญ </li></ul></ul>
  9. 9. อวัยวะตัน <ul><li>ตับ </li></ul><ul><li>ม้าม </li></ul><ul><li>ไต </li></ul><ul><li>ตับอ่อน </li></ul>เมื่ออวัยวะ ตัน ได้รับบาดเจ็บจะทำให้ตกเลือดปริมาณมากเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะ ช็อก
  10. 10. อวัยวะตัน <ul><li>ตับ </li></ul><ul><ul><li>เป็นอวัยวะในช่องท้องที่ขนาดใหญ่ที่สุด </li></ul></ul><ul><ul><li>มีการบาดเจ็บได้บ่อยที่สุด </li></ul></ul><ul><ul><li>อยู่ประมาณกระดูกซี่โครงซี่ที่ 8-12 ด้านขวา </li></ul></ul><ul><ul><li>การตกเลือดอาจเป็นได้ทั้ง : </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ช้า , คั่งอยู่ในถุงหุ้ม </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ไหลสู่โพรงเยื่อบุช่องท้อง </li></ul></ul></ul>
  11. 11. อวัยวะตัน <ul><li>ม้าม </li></ul><ul><li>บาดเจ็บได้บ่อย อยู่ประมาณกระดูกซี่โครงซี่ที่ 9-11 ซ้าย </li></ul><ul><ul><li>ตกเลือดง่าย </li></ul></ul><ul><ul><li>ถุงหุ้มรอบม้ามทำให้ชะลออาการช็อกช้าลง </li></ul></ul><ul><ul><li>จะช็อกอย่างรวดเร็วเมื่อถุงหุ้มแตก </li></ul></ul>
  12. 12. อวัยวะตัน <ul><li>ตับอ่อน </li></ul><ul><ul><li>พาดอยู่บนกระดูกสันหลังช่วงเอว ( lumbar spine ) </li></ul></ul><ul><ul><li>การหยุดกระทันหันในระหว่างยืนกางขาทำให้เกิดแรงกระแทกต่อตับอ่อนได้ </li></ul></ul><ul><ul><li>มีเลือดไหลซึมน้อย </li></ul></ul><ul><ul><li>เมื่อเอนไซม์ที่ช่วยย่อยรั่วซึมเข้าสู่ช่องหลังเยื่อบุช่องท้องจะทำให้เกิดการช็อกเนื่องจากสูญเสียปริมาณเอนไซม์ </li></ul></ul>
  13. 13. อวัยวะกลวง <ul><li>กระเพาะอาหาร </li></ul><ul><li>ถุงน้ำดี </li></ul><ul><li>ลำไส้ใหญ่ เล็ก </li></ul><ul><li>ท่อไต , กระเพาะปัสสาวะ </li></ul>การแตก ทำให้สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างใน รั่วทะลักออกมา , เกิดการอักเสบ ในเยื่อบุช่องท้อง
  14. 14. อวัยวะกลวง <ul><li>กระเพาะอาหาร </li></ul><ul><ul><li>กรด , เอนไซม์ </li></ul></ul><ul><ul><li>เยื่อบุช่องท้องอักเสบทันที </li></ul></ul><ul><ul><li>เจ็บปวด , กดเจ็บ , ท้องเกร็งหรือต้านมือ , ท้องแข็ง </li></ul></ul>
  15. 15. อวัยวะกลวง <ul><li>ลำไส้ใหญ่ </li></ul><ul><ul><li>การไหลทะลักของแบคทีเรีย </li></ul></ul><ul><ul><li>อาจใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงในการทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบ </li></ul></ul><ul><li>ลำไส้เล็ก </li></ul><ul><ul><li>มีแบคทีเรียน้อยกว่า </li></ul></ul><ul><ul><li>อาจใช้เวลา 24-48 ชั่วโมงในการทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบ </li></ul></ul>
  16. 16. เส้นเลือดที่สำคัญ <ul><li>เส้นเลือดแดงใหญ่ (Aorta) </li></ul><ul><li>เส้นเลือดดำใหญ่ (Inferior vena Cava) </li></ul><ul><li>เส้นเลือดสำคัญอื่นๆ </li></ul>การบาดเจ็บทำให้เกิดการตกเลือดปริมาณมาก ; การเสียโลหิตจนหมด ( เลือดไหลจนหมด )
  17. 17. การบาดเจ็บที่ท้อง <ul><li>ไปถึงโรงพยาบาลรอดชีวิตได้มาก </li></ul><ul><li>สาเหตุการตายที่พบมาก </li></ul><ul><ul><li>ทำการประเมินอาการไม่ดีพอ </li></ul></ul><ul><ul><li>การช่วยฟื้นคืนชีพล่าช้า </li></ul></ul><ul><ul><li>มีปริมาณของเหลวไม่พอเพียง </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำการวินิจฉัยไม่ดีพอ </li></ul></ul><ul><ul><li>ผ่าตัดช้าเกินไป </li></ul></ul>
  18. 18. ส่งบ่งชี้ <ul><li>กลไกการบาดเจ็บ </li></ul><ul><li>เริ่มจากชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ , ความดันโลหิตต่ำ , ซีด , และ </li></ul><ul><li>เหงื่ออกตามผิวหนัง ในเวลาต่อมา </li></ul><ul><li>ช็อกเนื่องจากสูญเสียของเหลวโดยไม่สามารถระบุสาเหตุได้ </li></ul><ul><li>กดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง </li></ul><ul><li>เจ็บปวดบนไหล่ที่ไม่บาดเจ็บ </li></ul>
  19. 19. กลไก <ul><li>หาลักษณะของการบาดเจ็บ </li></ul><ul><ul><li>ช้ำ </li></ul></ul><ul><ul><li>มีร่องรอยการถูกทับ </li></ul></ul><ul><ul><li>มีบาดแผลเปิดที่เห็นชัดเจน </li></ul></ul><ul><li>ให้ปฏิบัติเสมือนมีอาการบาดเจ็บที่ช่องท้องอย่างรุนแรงเสมอยกเว้นแต่ว่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าไม่ใช่ ! </li></ul><ul><li>เมื่ออาการบาดเจ็บเหนือสะดือให้ปฏิบัติเสมือนมีการบาดเจ็บที่ </li></ul><ul><li>ช่องอกด้วยเสมอยกเว้นแต่ว่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าไม่มี </li></ul>
  20. 20. กุญแจสำคัญในการประเมินอย่างถูกต้อง <ul><li>D-eformity การผิดรูปร่าง </li></ul><ul><li>C-ontusions การฟกช้ำ </li></ul><ul><li>A-brasions รอยถลอก </li></ul><ul><li>P-enetrating Injuries การบาดเจ็บจากบาดแผลทิ่ม แทง ทะลุ </li></ul><ul><li>* ตามแนว BTLS Guidelines </li></ul><ul><li>B-urns แผลไหม้ </li></ul><ul><li>T-enderness กดเจ็บ </li></ul><ul><li>L-acerations การฉีกขาด </li></ul><ul><li>S-welling การบวมพอง </li></ul>
  21. 21. การบาดเจ็บจากระเบิด <ul><li>พบได้มากในหู , ปอดและอวัยวะกลวงในช่องท้อง </li></ul><ul><li>การบาดเจ็บที่ท้องรวมไปถึงการตกเลือดและการฉีกขาดของอวัยวะกลวง </li></ul>
  22. 22. การช็อกที่หาสาเหตุไม่ได้ <ul><li>ประเมินสัญญาณชีพ ; สีผิวหนัง , อุณหภูมิ ; การไหลกลับคืนที่เดิมของเลือด ( กดเล็บ ) </li></ul><ul><li>หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ; อาการกระสับกระส่าย ; ผิวหนังเย็น , ชื้น </li></ul><ul><li>ในการบาดเจ็บ , ลักษณะของการช็อกเมื่อไม่พบสาเหตุมักบ่งบอกได้ว่ามีการบาดเจ็บที่ช่องท้อง </li></ul>
  23. 23. อาการของท้องที่บาดเจ็บ <ul><li>กดเจ็บทั่วท้อง </li></ul><ul><li>เจ็บปวด </li></ul><ul><ul><li>เจ็บปวดร้าวไปที่บ่า = อวัยวะที่อยู่ใต้กระบังลมบาดเจ็บ (? ม้าม ) </li></ul></ul><ul><ul><li>เจ็บปวดร้าวไปที่หลัง = อวัยวะหลังเยื่อบุช่องท้องได้รับบาดเจ็บ (? ไต ) </li></ul></ul>
  24. 24. ความแข็งของช่องท้อง <ul><li>เชื่อถือ ไม่ได้ </li></ul><ul><li>การตกเลือดไม่ได้ทำให้ท้องแข็งถ้าไม่มีฮีโมโกลบินไหล </li></ul><ul><li>การตกเลือดในช่องหลังเยื่อบุช่องท้องอาจไม่ทำให้ท้องแข็ง </li></ul>
  25. 25. การจัดการการบาดเจ็บที่ช่องท้อง <ul><li>สิ่งสำคัญในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บที่ช่องท้อง ทุก ประเภทคือ … </li></ul><ul><li>ให้เริ่มใช้วิธีการช่วยชีวิตซึ่งประกอบด้วยการเปิดทางเดินหายใจ การช่วยหายใจและการไหลเวียนโลหิต </li></ul>
  26. 26. การจัดการการบาดเจ็บที่ช่องท้อง <ul><li>การวินิจฉัยชี้ชัดว่าบาดเจ็บอะไรเป็นเรื่องสำคัญรองลงไป </li></ul><ul><li>รักษาสิ่งที่ตรวจพบจากการสังเกตุคนไข้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ </li></ul><ul><li>การจัดการไม่คำนึงเกี่ยวกับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ ? </li></ul>
  27. 27. การจัดการการบาดเจ็บช่องท้อง <ul><li>ทางเดินหายใจ </li></ul><ul><li>การดาม C – Spine หากมีข้อบ่งชี้ว่าได้รับบาดเจ็บ </li></ul><ul><li>ให้ออกซิเจนระดับสูง </li></ul><ul><li>ช่วยหายใจ ถ้าพบว่าจำเป็น </li></ul><ul><li>ห้ามให้สิ่งใดทางปาก </li></ul>
  28. 28. วัตถุที่เสียบคา <ul><li>ปล่อยให้อยู่กับที่อย่างนั้น </li></ul><ul><ul><li>ทำให้สั้นลงถ้าเพื่อความสะดวกในการส่งตัวผู้บาดเจ็บ </li></ul></ul><ul><ul><li>ปล่อยให้มีส่วนของวัตถุโผล่พ้นขึ้นมา </li></ul></ul><ul><ul><li>ทำให้อยู่นิ่งกับที่ </li></ul></ul>
  29. 29. อวัยวะในช่องท้องโผล่ออกมา <ul><li>ถ้าช่องท้องฉีกขาดขนาดใหญ่ อวัยวะภายในอาจทะลักออกมา </li></ul><ul><li>ห้าม เอากลับเข้าไปที่เดิม </li></ul>
  30. 30. อวัยวะในช่องท้องโผล่ออกมา <ul><li>ให้ปิดคลุมอวัยวะนั้นด้วยผ้าแต่งแผลชุบน้ำเกลือ </li></ul><ul><li>ปิดคลุมทับอีกชั้นด้วยผ้าแต่งแผล แห้ง หรือวัตถุที่ป้องกันการซึมผ่านได้ </li></ul>
  31. 31. การบาดเจ็บที่อวัยวะสืบพันธุ์ และอวัยวะขับปัสสาวะ ร้อยโทแกรม แมคเกรกอร์ , WA ANG Critical Care Air Transport Nurse
  32. 32. ระบบปัสสาวะ ไต ท่อไต กระเพาะปัสาวะ ท่อปัสสาวะ
  33. 33. การบาดเจ็บที่ไต <ul><li>50 % ของการบาดเจ็บของระบบอวัยวะสืบพันธ์และอวัยวะขับปัสสาวะ </li></ul>
  34. 34. การบาดเจ็บที่ไต <ul><li>การมีบาดแผลทะลุ </li></ul><ul><ul><li>GSW </li></ul></ul><ul><ul><li>บาดแผลที่ถูกแทง </li></ul></ul><ul><ul><li>บาดเจ็บจากระเบิดคล้ายกับอวัยวะตันอื่นๆ </li></ul></ul><ul><li>พบยาก , ปกติเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บของอวัยวะอื่นๆในช่องท้อง </li></ul>
  35. 35. การบาดเจ็บที่ไต <ul><li>การถูกทุบตีหรือกระแทกด้วยของแข็ง </li></ul><ul><ul><li>เมื่อถูกกระแทกด้านหลัง สีข้าง ช่องท้องด้านบน </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ให้สงสัยเมื่อพบว่ามีการหักของกระดูกซี่โครงซี่ที่ 10 – 12 หรือ T 12 , L 1 , L 2 </li></ul></ul></ul><ul><ul><li>การหยุดกระทันหัน </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>เส้นเลือดแดง / ดำที่ไตขาด </li></ul></ul></ul>
  36. 36. การบาดเจ็บที่ไต <ul><li>อาการและอาการแสดง </li></ul><ul><ul><li>ปัสสาวะมีเลือดปนจำนวนมาก </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>80% ของผู้บาดเจ็บ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ไม่มีเลือด ไม่ได้หมายความ ว่าไม่มีการการบาดเจ็บที่ไต </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เจ็บปวดเฉพาะที่ตรงบริเวณสีข้าง ช่องท้อง </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>มีก้อนคลำได้ </li></ul></ul></ul>
  37. 37. การบาดเจ็บที่ไต <ul><li>อาการและอาการแสดง </li></ul><ul><ul><li>กดเจ็บ : กระดูกซี่โครงส่วนล่าง , กระดูกสันหลัง L-spine ส่วนบน , สีข้าง </li></ul></ul><ul><ul><li>ความเจ็บปวด : ขาหนีบ , บ่า , หลัง , สีข้าง </li></ul></ul>
  38. 38. การบาดเจ็บของท่อไต <ul><li>พบน้อยกว่า 2% ของการบาดเจ็บที่ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ </li></ul><ul><li>และอวัยวะขับปัสสาวะ </li></ul><ul><li>ปกติพบได้เป็นอันดับสองในการบาดเจ็บจากบาดแผลทะลุ </li></ul><ul><li>ข้อบ่งชี้ </li></ul><ul><ul><li>บาดแผลที่หลังด้านล่าง มีปัสสาวะไหลออก </li></ul></ul>
  39. 39. การบาดเจ็บของกระเพาะปัสสาวะ <ul><li>กลไก </li></ul><ul><ul><li>บาดเจ็บจากการถูกของแข็งกระแทกที่ท้องส่วนล่าง </li></ul></ul><ul><ul><li>เข็มขัดนิรภัย </li></ul></ul><ul><ul><li>กระดูกเชิงกรานแตกหัก </li></ul></ul><ul><ul><li>บาดแผลทะลุที่ช่องท้องด้านล่างหรือที่บริเวณฝีเย็บ </li></ul></ul><ul><ul><li>ปริมาณปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะบอกได้ว่าการบาดเจ็บจากระเบิดเป็นอวัยวะอวัยวะกลวงหรือตัน </li></ul></ul>
  40. 40. การฉีกขาดของเยื่อบุด้านนอกกระเพาะปัสสาวะ <ul><li>ปัสสาวะขังในสะดือ ต้นขา ถุงอัณฑะ ร่องขาหนีบ ฝีเย็บ </li></ul><ul><li>เจ็บเมื่อปัสสาวะ </li></ul><ul><li>ปัสสาวะมีโลหิต </li></ul><ul><li>กดเจ็บบริเวณหัวเหน่า </li></ul><ul><li>บวม , แดงเนื่องจากเนื้อเยื่อถูกปัสสาวะทำลาย </li></ul>
  41. 41. เยื่อบุด้านในกระเพาะปัสสาวะฉีกขาด <ul><li>ต้องรีบขับขับปัสสาวะอย่างเร่งด่วน </li></ul><ul><li>ไม่สามารถขับปัสสาวะได้ </li></ul><ul><li>ช็อก </li></ul><ul><li>ท้องขยาย </li></ul>
  42. 42. การบาดเจ็บทางเดินปัสสาวะ <ul><li>กลไก </li></ul><ul><ul><li>หยุดกะทันหัน </li></ul></ul><ul><ul><li>( ทางเดินปัสสาวะถูกตัดขาดจากกระเพาะปัสสาวะ ) </li></ul></ul><ul><ul><li>การบาดเจ็บในขณะที่ยืนกางขา </li></ul></ul>
  43. 43. การบาดเจ็บทางเดินปัสสาวะ <ul><li>อาการและอาการแสดง </li></ul><ul><ul><li>มีเลือดไหลจากช่องปัสสาวะ </li></ul></ul><ul><ul><li>เยื่อบุช้ำ ( ช้ำแบบผีเสื้อ ) </li></ul></ul><ul><ul><li>เลือดคั่งในถุงอัณฑะ </li></ul></ul>
  44. 44. คำถาม ?
  45. 45. References <ul><li>Elsayed, N. (1997) Toxicology of overpressure. </li></ul><ul><li>Mayorga, M. (1997) The pathology of primary blast overpressure injury. </li></ul><ul><li>Phillips, Y.Y. and Zajtuk, J.T. (1991) The management of primary blast injury. </li></ul><ul><li>Browner, B.D. (2002) Emergency care and treatment of the sick and injured. </li></ul>

×