แผนการจัดการเรียนรู้ที่๔

7,437 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
7,437
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
248
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แผนการจัดการเรียนรู้ที่๔

  1. 1. แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ ๔กลุ่มสาระ สั งคมศึกษา ชื่อหน่ วย:ธรรมชาติเปลียนแปลงคน ่ สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ศาสนา และวัฒนธรรม เปลียนไปของทวีปยุโรปและแอฟริกา ่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ประกอบหน่ วยการเรียนรู้ ชื่อแผน: สิ่ งแวดล้อมดีสังคมดีมี เวลาเรียน : ๗ ชั่วโมงที่ ๒ ความสุ ขสาระที่ ๕ ภูมศาสตร์ ิมาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กบสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ ัสร้างสรรค์วฒนธรรม มีจิตสานึกและมีส่วนร่ วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่ งแวดล้อม เพื่อการ ัพัฒนาที่ยงยืน ั่๑. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด การเปลี่ยนแปลงประชากร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม ปั ญหาและผลกระทบเกี่ยวกับสิ่ งแว ดล้อมสิ่ งแวดล้อม ของทวีป ยุโรปและแอฟริ กาที่มีต่อประเทศไทย๒. ตัวชี้วด/จุดประสงค์ การเรียนรู้ ั ๒.๑ ตัวชี้วด ั ส ๕.๒ ม.๒/๑ วิเคราะห์การก่อเกิดสิ่ งแวดล้อมใหม่ทางสังคมอันเป็ นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและทางสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริ กา ม.๒/๒ ระบุแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อมในทวียโรป ุและแอฟริ กา ม.๒/๓ สารวจ อภิปรายประเด็นปั ญหาเกี่ยวกับสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริ กา ม.๒/๔ วิเคราะห์เหตุและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่ งแวดล้อมในทวีปยุโรปและแอฟริ กา ๒.๒ จุดประสงค์ การเรียนรู้ ๑.วิเคราะห์การเกิดสิ่ งแวดล้อมใหม่ทางสังคมอันเป็ นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและทางสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริ กาได้ ๒.วิเคราะห์เหตุและผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่ งแวดล้อมในทวีปยุโรปและแอฟริ กาได้
  2. 2. ๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ๑.วิเคราะห์ การเกิดสิ่ งแวดล้อมใหม่ ทางสังคมอันเป็ นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและทางสังคมของทวีปยุโรปและแอฟริ กา ๒.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ งแวดล้อม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่ งแวดล้อมของทวีปยุโรปและแอฟริ กาที่มีต่อประเทศไทย๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๔.๑ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๔.๒ ความสามารถในการคิด - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการคิดอย่างมีวจารณญาณ ิ - ทักษะการคิดสังเคราะห์ ๔.๓ ความสามารถในการใช้ชีวต ิ - กระบวนการปฏิบติ ั - กระบวนการกลุ่ม๕.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑.มีวนย ิ ั ๒.ใฝ่ เรี ยนรู้ ๓.มุ่งมันในการทางาน ่๖.รู ปแบบการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้ โดยใช้ ทกษะกระบวนการ ๙ ขั้น ั๗. กิจกรรมการเรียนรู้ชั่วโมงที่ ๑-๒ ขั้นตระหนักในปัญหาและความจาเป็ น ๑.ครู นาภาพพยนต์เรื่ อง วิกฤตการณ์ ๒๐๑๒ มาฉายให้นกเรี ยนดู พร้อมกับนาภาพข่าว ัสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริ กามาแสดงพร้อมพูดคุยถึงผลกระทบจากปั ญหาที่เกิดขึ้นที่มีต่อผูคนในทวีปยุโรปและแอฟริ กา และผลกระทบที่มีต่อประชากรโลกใน ้ปั จจุบน เช่น ภาพข่าวภัยพิบติที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทัวโลก ั ั ่
  3. 3. ชั่วโทงที่ ๓-๔ ขั้นคิดวิ เคราะห์ วจารณ์ ิ ๒.ให้นกเรี ยนยกตัวอย่างสถานการณ์เกี่ยวกับสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปและ ัแอฟริ กาหรื อประเทศอื่นในโลกว่าสถานการณ์หรื อเหตุการณ์ดงกล่าวเกิดขึ้นโดยมีสาเหตุจากอะไร ัหรื อเป็ นผลกระทบจากสาเหตุใด โดยสุ่ มตัวแทนนักเรี ยน ๒-๓ คนมานาเสนอความคิดเห็น ๓.แบ่งนักเรี ยนเป็ นกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๘ คน ตามความสมัครใจ นาสภาพปัญหาสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีป ยุโรปและแอฟริ กา มาระดมสมองร่ วมกันอภิปรายเพื่อ เปรี ยบเทียบสภาพปั ญหาสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยสื บค้นข้อมูล เพื่อนาข้อมูล อภิปรายย่อยในกลุ่มของตนเอง ขั้นสร้ างทางเลือกให้ หลากหลาย ๔.หลังจากการระดมสมองของกลุ่มแล้ว กาหนดให้สมาชิกกลุ่มทุกกลุ่ม นาสถานการณ์ปั ญหาสิ่ งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และการ วิธีการแก้ปัญหา ที่ได้ดาเนินการไปแล้ว ว่ามีความเหมือนหรื อแตกต่างในด้านการดาเนินการและผลที่ได้จากการดาเนินการแก้ปัญหาสิ่ งแวดล้อมของไทยกับ ทวีป ยุโรปและ แอฟริ กา มานาเสนอ พร้อมกับเสนอแนะ แนวทางวิธีการแก้ปัญหาตามแนวทางการ ระดมสมองของกลุ่มตนเองร่ วมด้วย เพื่อป้ องกันมิให้เกิดปั ญหาขึ้นอีกหรื อถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงมากนัก ประชาชนผูท่ีได้รับ ้ผลกระทบจากปั ญหาดังกล่าวได้รับความเสี ยหายน้อยที่สุด ที่สาคัญแนวทางการแก้ปัญหาที่สมาชิกกลุ่มได้วางไว้ควรเป็ นแนวทางที่ปฏิบติได้และเป็ นที่ยอมรับของสังคม ั ขั้นประเมินและเลือกทางเลือก ๕.หลังจากกลุ่มได้นาเสนอ ครู และนักเรี ยนร่ วมกัน เขียนสรุ ปปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาจากที่กลุ่มนาเสนอบนกระดานทีละกลุ่ม จนครบทุกกลุ่ม ครู และนักเรี ยนร่ วมกันสรุ ปเชื่อโยงปั ญหาสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริ กาที่มีความคล้ายคลึงกับปั ญหาสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหรื อที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เชื่อ มโยงจากปั ญหาของแต่ละกลุ่มได้นาเสนอชั้วโมงที่ ๕-๖ ขั้นกาหนดและลาดับขั้นตอนการปฏิบัติ ๖.ครู เชื่อมโยงปั ญหาสิ่ งแวดล้อมที่ได้สรุ ปไว้ในคราวที่แล้วให้เข้ากับสถานการณ์ปัญหาสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโรงเรี ยน ให้ตวแทนแต่ละกลุ่มนาเสนอปั ญหาพร้อมกับแนวทางวิธีการ ัแก้ปัญหา ครู และนักเรี ยนร่ วมกันประเมินความจาเป็ นและความรุ นแรงของสถานการณ์ปัญหา
  4. 4. สิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในห้องเรี ยนของนักเรี ยนหรื อเกิดขึ้นในโรงเรี ยน ร่ วมกันเลือกปั ญหาที่เด่นที่สุด สาคัญที่สุด และจาเป็ นที่สุดที่จะต้องแก้ปัญหาเหล่านั้นเนื่องจากมีผลกระทบต่อตัวนักเรี ยนโดยตรง แล้วให้สมาชิกทุกกลุ่มร่ วมกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหานั้น โดยกาหนดขั้นตอนการทางาน ผูรับผิดชอบ ระยะเวลาการทางาน และวิถีการประเมินผลไว้อย่างชัดเจน (การปฏิบติอาจใช้ ้ ันอกเวลาเรี ยน) ปฏิบัติด้วยความชื่นชม ๗.สมาชิกลุ่มปฏิบติงานตามขั้นตอนและหน้าที่ตามที่ได้กาหนดไว้ ั ประเมินระหว่างปฏิบัติ ๘.ครู และนักเรี ยนผูรับผิดชอบ ประเมินผลระหว่างปฏิบติ มีการประชุมสมาชิกสอบถาม ้ ัปัญหาอุปสรรคในการปฏิบติงาน และมีการประเมินผลการปฏิบติงานตามขั้นตอนและตามแผนที่ ั ักาหนดไว้ โดยสมาชิกที่ได้รับมอบหมาย โดยสรุ ปผลการทางานแต่ละช่วง ผูประเมินและสมาชิก้ร่ วมกันเสนอแนวทางการปรับปรุ งแก้ปัญหาในการปฏิบติ ั ปรับปรุ งให้ ดีขึนอยู่เสมอ ้ ๙.ผูปฏิบติหน้าที่หรื อผูรับผิดชอบนาผลและข้อเสนอแนะจากผูประเมินมาปรับปรุ งการ ้ ั ้ ้ปฏิบติงานให้มีประสิ ทธิ ภาพยิงขึ้น ั ่ชั่วโมงที่ ๗ ประเมินผลรวมเพือให้ เกิดความภูมิใจ ่ ๑๐.นักเรี ยนสรุ ปผลการดาเนินงาน นาเสนอผลงาน ครู และนักเรี ยนร่ วมกันสรุ ปผลของงานและผลที่ได้รับ เชื่อมโยงไปสู่ ปัญหาสิ่ งแวดล้อมที่ใหญ่และไกลตัวมากยิงขึ้น และแนวทางการ ่แก้ปัญหาสิ่ งแวดล้อมซึ่ งสามารถดาเนินการได้ถาได้รับความร่ วมมือจากสมาชิกกลุ่ม จากประชากร ้ทุกคนและประชากรทัวโลก ่ ๑๑.นักเรี ยนทาแบบทดสอบหลังเรี ยน๘.การวัดและการประเมินผล การประเมินก่อนเรียน - ทาแบบทดสอบก่อนเรี ยนประจาหน่วยการเรี ยนรู ้ที่ ๒ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงคนเปลี่ยนไปของทวีปยุโรปและแอฟริ กา การประเมินระหว่ างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๑.ใบงานที่ ๔.๑ เรื่ องร่ วมคิดร่ วมทา ๒.ใบงานที่ ๔.๒ เรื่ องการแก้ ปัญหาสิ่ งแวดล้ อมของทวีปยุโรป ๓. แบบประเมินการอภิปรายกลุ่ม
  5. 5. ๔.แบบประเมินการนาเสนองานหน้าชั้นเรี ยน ๕.แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม การประเมินผลหลังเรียน - ทาแบบทดสอบหลังเรี ยนประจาหน่วยการเรี ยนรู้ที่ ๒ ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงคนเปลี่ยนไปของทวีปยุโรปแอฟริ กาสื่ อ/แหล่ งการเรียนรู้ สื่ อการเรียนรู้ ๑.หนังสื อเรี ยนสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ ๒.ภาพพยนต์เรื่ อง วิกฤตการณ์ ๒๐๑๒ ๓.ภาพข่าวสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรปและแอฟริ กาและทัวโลก ่ ๔.ใบงานที่ ๔.๓ เรื่ อง แหล่ งเรียนรู้ ๑.ห้องสมุด ๒.แหล่งข้อมูลสารสนเทศ http://www.trueplookpanya.com http://www.panyathai.or.th http://www.aksorn.com/Lib/S/Soc_05 http://www.tiewroblok.com/ http://www.thai.net/lokkongrao/default.htm/
  6. 6. ใบงานที่ ๔.๑กลุ่มสาระ สั งคมศึกษา ชื่อหน่ วย:ธรรมชาติเปลียนแปลงคน ่ สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ศาสนา และวัฒนธรรม เปลียนไปของทวีปยุโรปและแอฟริกา ่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒รายวิชาสั งคมศึกษา ๔ ชื่อใบงาน: ร่ วมคิดร่ วมทา เวลาเรียน : ๗ ชั่วโมงรหัสวิชา ส๒๒๑๐๑ ชื่อ.................................................................ชั้ น..............เลขที่.....................คาสั่ ง ให้นกเรี ยนดูรูปภาพแล้วร่ วมกันอภิปรายในประเด็นปั ญหาขยะอิเล็คทรอนิคที่เกิดขึ้นใน ัระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และในระดับโลกปัจจุบน พร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ัสรุ ปการอภิปรายปัญหา..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................แนวทางการแก้ปัญหา.........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
  7. 7. ใบงานที่ ๔.๒กลุ่มสาระ สั งคมศึกษา ชื่อหน่ วย:ธรรมชาติเปลียนแปลงคน สาระที่ ๕ ภูมิศาสตร์ ่ศาสนา และวัฒนธรรม เปลียนไปของทวีปยุโรปและแอฟริกา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ ่รายวิชาสั งคมศึกษา ๔ ชื่อใบงาน: การแก้ปัญหาสิ่ งแวดล้อม เวลาเรียน : ๖ ชั่วโมงรหัสวิชา ส๒๒๑๐๑ ของทวีปยุโรป ชื่อ.................................................................ชั้ น..............เลขที่.....................คาสั่ ง ให้นกเรี ยนอ่านบทความต่อไปนี้แล้วตอบคาถาม ั Written by คณะผูแทนไทยประจาประชาคมยุโรป ้ Monday, 26 February 2007 ใน ช่วงนี้ สหภาพยุโรปดูมีความกระตือรื อล้นจริ งจังในประเด็นเรื่ องสิ่ งแวดล้อมและ ่พลังงานเป็ นอย่างมาก ที่ผานมา ทางเว็บไซต์ไทยยุโรป.เน็ตได้นาเสนอความคืบหน้าของท่าทีของคณะกรรมาธิการ ยุโรปในเรื่ องพลังงานและสิ่ งแวดล้อมมาอย่างสม่าเสมอ เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ขึ้น ทางทีมงานจึงขอนาเสนอมุมมองในเรื่ องดังกล่าวจากภาคธุ รกิจและประชาชนในยุโรป และได้ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของสหภาพยุโรปซึ่งรับผิดชอบในการรวบรวมความเห็น ของภาคสังคมในยุโรปเพื่อซักถามในประเด็นดังกล่าวมานาเสนอ และได้ฟังอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจทาไมชาวยุโรปจึงดูรักสิ่ งแวดล้ อม หากดูจากมุมมองของประเทศที่สามแล้ว อาจดูเหมือนว่าชาวยุโรปมีความตื่นตัวและใส่ ใจเรื่ องสิ่ งแวดล้อมมากที่สุด ภูมิภาคหนึ่งของโลก ทาให้สามารถบังคับใช้กฏระเบียบต่างๆด้านสิ่ งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปได้ให้ความเห็นว่า ชาวยุโรปส่ วนใหญ่ตองการเห็น ้ตัวเองเป็ นผูนาในเรื่ องดังกล่าว อยากเห็นยุโรปเป็ นตัวอย่างในการรักษาสิ่ งแวดล้อมแก่ประเทศอื่นๆ ้(แม้ในความเป็ นจริ ง ยุโรปอาจไม่ได้เป็ นภูมิภาคที่เป็ นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อมมากที่สุดในโลกก็ตาม)ทั้งนี้เป็ นเพราะ นอกจากการชาวยุโรปจะตระหนักว่าปั ญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงเป็ นหนี่งในปัญหา ร้ายแรงที่จะส่ งผลกระทบอย่างรุ นแรงต่อมวลมนุษยชาติแล้ว เรื่ องดังกล่าวยังเป็ นเรื่ องของ ่ปัญหาจริ ยธรรมด้วย ด้วยเหตุที่วายุโรปเป็ นผูเ้ ริ่ มการปฏิวติอุตสาหกรรม ซึ่งเป็ นปรากฏการณ์ที่ ันาไปสู่ ปัญหาที่โลกกาลังเผชิญอยูในวันนี้อนที่จริ งแล้ว ยุโรปได้ตระหนักถึงผลร้ายของการเผา ่ ัผลาญเชื้อเพลิงและการใช้ทรัพยากร อย่างมหาศาลเพื่อการปฏิวติอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ร้อยกว่าปี ที่ ั
  8. 8. แล้ว ในปี 1896 ได้มีรายงานคาดการณ์ถึงผลเสี ยต่อสิ่ งแวดล้อมของโลกออกมาเป็ นฉบับแรก ในวันนี้ ยุโรปจึงไม่ตองการเห็นประเทศอื่นๆต้องซ้ ารอยสิ่ งที่ตนทาในอดีตในการพัฒนา ประเทศ มิ ้เช่นนั้น หากจีนหรื ออินเดียต้องใช้ทรัพยากรสิ่ งแวดล้อมในแบบเดียวที่ยโรปเคยทาก่อน เพื่อพัฒนา ุประเทศให้เป็ นประเทศพัฒนาแล้ว สิ่ งแวดล้อมของโลกคงเข้าขั้นวิกฤติแน่ เพื่อการนี้ สหภาพยุโรปจึงพยายามพัฒนาเทคโนโลยีและแนวทางการปฏิบติในการรักษาสิ่ งแวด ล้อม เพื่อที่ประเทศต่างๆ ัจะได้กระโดดข้ามขั้นตอนที่ยโรปเคยทา ไปสู่ ระบบเศรษฐกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์ บอนเพียงแต่นอยเลย ุ ้นอกจากนี้ ยุโรปยังเห็นประโยชน์ในด้านการค้าที่จะได้จากการขายเทคโนโลยีดงกล่าวด้วย ัเสี ยงของภาคประชาชนต่ อคณะกรรมาธิการยุโรป: หรือคณะกรรมาธิการฯอาจตั้งเปาหมายผิด !? ้คณะกรรมาธิ การยุโรปได้กล่าวไว้ในแผนงาน Energy Policy for Europe ว่า มาตรการสิ่ งแวดล้อม ่ต่างๆที่จะออกมาเพื่อรองรับแผนงานดังกล่าวนั้น จะตั้งอยูบนหลักการ 3 ประการ คือ เพื่อการพัฒนาที่ยงยืน (รวมทั้ ง การรักษาสิ่ งแวดล้อม) ความมันคงทางพลังงาน และความสามารถในการแข่งขัน ั่ ่ทางเศรษฐกิจ แต่บางครั้ง หลักการทั้งสามนี้อาจขัดแย้งกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิง เรื่ องการรักษา ่สิ่ งแวดล้อมและเรื่ องการพัฒนาศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ ถ้าเป็ นเช่นนั้นแล้ว คณะกรรมธิการยุโรปจะให้น้ าหนักเรื่ องไหนมากกว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้ความเห็นว่า ดูเหมือนว่าในปั จจุบน ัคณะกรรมาธิ การยังคงสนใจเรื่ องการพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจมาเป็ นอันดับหนึ่ง ในการออกนโยบายหรื อมาตรการต่างๆ คณะกรรมาธิ การยังคงให้ความสาคัญการเพิมขีดความสามารถในการ ่แข่งขันของยุโรป เป็ นสาคัญ พร้อมทั้งตั้งคาถามว่า แท้จริ งแล้ว คณะกรรมาธิการยุโรปจัดลาดับความสาคัญของนโยบายถูกต้องหรื อไม่ท้ งนี้เนื่องจาก ในฐานะฝ่ ายบริ หาร เป้ าหมายสู งสุ ดสาหรับ ั ่คณะกรรมาธิ การยุโรปควรจะเป็ นไปเพื่อความอยูดีมีสุขของ ประชาชนชาวยุโรป การพัฒนาทางเศรษฐกิจจึงเป็ นแค่หนึ่ งในสิ่ งที่จะนาความสุ ขมาให้ประชาชน ไม่ใช่เป้ าหมายสู งสุ ด และการรักษาสิ่ งแวดล้อมก็เป็ นหนึ่งในหัวใจสาคัญที่จะนาไปสู่ ความความอยูดี มีสุขของประชาชน หากไม่มี ่สิ่ งแวดล้อมที่ดี ชาวยุโรปก็ไม่สามารถมีสุขภาพชีวตที่ดีได้ ถ้าเป็ นเช่นนัน การให้น้ าหนักมุ่งมัน ิ ่ ่พัฒนาเศรษฐกิจมากกว่าใส่ ใจด้านสิ่ งแวดล้อม ก็เท่ากับว่าคณะกรรมาธิ การยุโรปอาจตั้งเป้ าหมายสู งสุ ดของตัวเองผิดไป บางที การใช้ตวเลข GDP เพื่อวัดความสาเร็ จของชาติอาจเป็ นวิธีที่ผด เพราะ ั ิGDP ไม่ได้บ่งบอกถึงความสุ ขของประชาชนในชาติแม้แต่นอย ้ภาคประชาชนและธุรกิจมีนาหนักในสหภาพยุโรปเพียงใด: เสี ยงทีหายไป !? ้ ่ สหภาพยุโรปให้ความสาคัญต่อภาคประชาชนและธุ รกิจเสมอมา สนธิ สัญญาจัดตั้งประชาคมยุโรป 1957 ได้จดตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า The European Economic and Social Committee ั(EESC) เพื่อรับรองว่าความเห็นและผลประโยชน์ของภาคประชาชนและธุ รกิจจะได้รับการดูแล ในขั้นตอนการออกระเบียบต่างๆของสหภาพยุโรป ด้วยการให้ประเทศสมาชิกคัดเลือกและเสนอชื่อ
  9. 9. กลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเป็ นสมาชิก ของ EESC และจะอยูในวาระเป็ นระยะเวลา 4 ปี ทั้งนี้ กลุ่ม ่ผลประโยชน์ดงกล่าวจะประกอบจากกลุ่มนายจ้าง กลุ่มลูกจ้าง และกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ัปัจจุบน เมื่อคณะกรรมาธิ การยุโรปจะเสนอร่ างระเบียบใหม่ๆ จาเป็ นต้องส่ งเรื่ องให้ EESC ออก ัความเห็นเสี ยก่อน EESC ยังสามารถให้ความเห็นต่อคณะมนตรี ยโรปและสภายุโรปได้อีกด้วย ซึ่ ง ุประเด็นที่ EESC จะให้ความเห็นนั้นครอบคลุมไปถึงประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศที่ สามได้ ด้วยทั้งนี้ EESC ได้มีการจัดตั้งความร่ วมมืออย่างเป็ นทางการกับหน่วยงานด้านกลุ่มผลประโยชน์ ของภาคธุ รกิจและประชาชนของหลายๆประเทศและภูมิภาคในโลก รวมไปถึง จีน ญี่ปุ่น และอินเดียเพื่อที่จะประชุมและระดมความเห็นและกลับไปนาเสนอต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยว ข้องในประเทศตนต่อไป (หรื อคณะกรรมาธิการยุโรป ในกรณี ของ EESC) ทั้งนี้ EESC ยังกาลังพยายามผลักดันที่จะให้ตนมีบทบาทในการประชุมสุ ดยอดยุโรป – เอเชีย หรื อ อาเซม ด้วย เพราะในปั จจุบน ในส่ วน ัPeople to People ของ อาเซมนั้น กลับไม่มี EESC เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยคาดว่า การประชุมอาเซมครั้งที่ 7 ที่ประเทศจีนในปี 2008 EESC จะเข้าไปมีส่วนร่ วมในส่ วน People to Peopleอย่างไรก็ตาม แม้คณะกรรมาธิการยุโรปจาเป็ นต้อง “ปรี กษา” แต่ไม่จาเป็ นต้อง “ฟัง” EESC เพราะความเห็นที่ EESCให้น้ นไม่มีผลทางกฏหมาย ดังนั้น ในบางครั้ง แม้ความห่วงกังวลของภาคประชาชน เช่นเรื่ องการ ัรักษาสิ่ งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยงยืน อาจไปถึงฝ่ ายบริ หารของสหภาพยุโรป แต่ก็อาจ ่ัถูกกลืนหายไปในกระแสการทางานได้บทสรุ ป: เศรษฐกิจพอเพียงคือคาตอบ...แม้ ความเห็นดังกล่าวจะเป็ นเพียงแค่ความเห็นเพียงหนึ่งความเห็นของเจ้าหน้าที่ ของสหภาพยุโรปคนหนึ่งเท่านั้นแต่ก็น่าแปลกใจและดีใจที่หลังจากที่ชาติตะวันตกมุ่งแต่พฒนาเศรษฐกิจโดยโหม ใช้ทรัพยากรของ ัโลกอย่างเต็มที่มาเป็ นเวลาเกือบ 200 ปี โดยมิได้คานึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และวัดความสาเร็ จต่างๆด้วย “จานวน” ว่าผลิตออกมาได้มากเท่าไหร่ บริ โภคได้มากเท่าไหร่ หรื อ มีเงินจับจ่ายใช้สอยเท่าไหร่ มากกว่าจะวัด “คุณภาพ” ของกิจกรรมเหล่านั้น ว่านามาซึ่ งความสุ ขอย่างยังยืนของประชาชนหรื อไม่ในวันนี้ เริ่ มมีชาวยุโรปกลับมาทบทวนแนวทางการพัฒนาของตนเอง ที่ ่ดาเนินมาเป็ นร้อยปี และถือเป็ นแนวทางที่ใช้เป็ น “มาตรฐาน” ของทัวโลก ว่าถูกต้องหรื อไม่ ่ความเห็นของเจ้ าหน้ าที่ คนดังกล่ าวดังกล่ าวดูจะสะท้ อนรั บปรั ชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทีเ่ น้ นการพัฒนาทีตั้งอยู่บนพืนฐานของทางสายกลางและความไม่ ประมาท โดยคานึงถึงความ ่ ้พอประมาณและความมีเหตุผลในการกระทาทุกๆอย่ าง แม้ผพดอาจไม่ตระหนักในเรื่ องนี้ก็ตาม ู้ ูจึงเป็ นที่น่าดีใจที่ประเทศไทยตระหนักตื่น ไหวตัว ก่อนที่จะเดินตามทางการพัฒนาที่อาจเป็ นแค่“ภาพลวงตา” แบบตะวันตก และหันมาให้ความสาคัญกับปรัชญาของโลกตะวันออก ที่เน้นการพัฒนาที่สมดุลและยังยืน มีความกลมเกลียวกับธรรมชาติ พร้อมมุ่งหาทางนาปรัชญาดังกล่าวไป ่ปรับใช้ในเชิงปฏิบติต่อไป ั
  10. 10. ตอบคาถาม๑.เพราะเหตุใดชาวยุโรปจึงมีความตื่นตัวและห่วงใยสิ่ งแวดล้อม ?ตอบ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๒.ความรู ้สึกการรับผิดชอบต่อปั ญหาสิ่ งแวดล้อมของชาวยุโรปมีผลสื บเนื่องมาจากเรื่ องใดตอบ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๓.เป้ าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสิ่ งแวดล้อมของยุโรปคืออะไรตอบ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๔. ‘GDP” คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรต่อสิ่ งแวดล้อมตอบ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๕. “EESC” คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรต่อสิ่ งแวดล้อมตอบ....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๖. ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของไทยมีส่วนช่วยแก้ปัญหาสิ่ งแวดล้อมได้หรื อไม่ อย่างไรตอบ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

×