โครงการบำบัดน้ำเสีย ในพระราชดำริ

914 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
914
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

โครงการบำบัดน้ำเสีย ในพระราชดำริ

  1. 1. โครงการบ้าบัดน้าเสีย ในพระราชด้าริ
  2. 2. พระราชดารัส....การจัดระบบควบคุมระดับน้้าในคลองสายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดระบบระบายน้้าในกรุงเทพมหานครนั้น สมควรวางระบบให้ถูกต้องตามสภาพการณ์และลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งควรแข่งออกเป็น 2 แผนด้วยกัน คือแผนส้าหรับใช้กับในฤดูฝนหรือในฤดูน้ามากนี้ ก็เพื่อประโยชน์ในการป้องกันน้้าท่วมและเพื่อบรรเทาอุทกภัยเป็นส้าคัญแต่แผนกระบายน้้าในฤดูแล้งนั้นก็ต้องจัดอีกแบบหนึ่งต่างกันไป เพื่อการก้าจัดหรือไล่น้าเน่าเสียออกจากคลองดังกล่าวเป็นหลัก ซึ่งทั้งสองระบบนี้ควรจะพิจารณาถึงวิธีการระบายน้้า โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกให้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการควบคุมระดับน้้าตามล้าคลองเหล่านี้....
  3. 3. โครงการบาบัดนาเสียความเป็นมาและปัญหา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความห่วงใยในพสกนิกรชาวไทยโดยเฉพาะเกษตรกรในชนบทที่ยากไร้รวมทั้งชาวเขาเผ่าต่างๆราษฎรเหล่านี้ ขาดแคลนที่ท้ากินขาดแหล่งน้้าและขาดความรู้ในการเกษตรกรรมที่ดีพอจึงท้าให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหา ความยากจนของตัวเองได้ พระองค์เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรหรือได้สดับรับฟังปัญหาก็มักทรงมีพระราชด้าริให้การช่วยเหลืออยู่เสมอมาจนเกิดเป็น โครงการในพระราชด้าริ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ และโครงการหลวง ต่างๆ มากมายกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ
  4. 4. โครงการหลวงเกิดขึ้นจากการเสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาในภาคเหนือทรงทราบถึงปัญหาการตัดไม้ท้าลายป่า เผาถ่านท้าไร่เลื่อนลอยมีการปลูกข้าวไร่ไว้กินและมีการปลูกฝิ่นไว้ขาย เนื่องจากที่บนเขามีความ ลาดชัน หน้าดินถูกชะล้างโดยง่ายท้าให้ดินเสื่อมโทรม ชาวเขาจึงมักย้าย ที่เพาะปลูกโดยการรุกที่ป่าเข้าไป เรื่อยๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชด้าริให้พัฒนาอาชีพของชาวเขาจากการปลูกฝิ่นเป็นการ ปลูกพืชทดแทนอย่างอื่น เช่น ท้อ โดยจัดตั้งโครงการหลวงขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512เพื่อช่วยเหลือดูแลการพัฒนา ตลอดจนรับซื้อผลผลิตต่อมาจึงได้ มีการวิจัยโดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อน้าพืชผักและไม้ดอก จากเมืองหนาว ต่างประเทศมาทดลองปลูกมากมายหลายชนิด
  5. 5. มีการพัฒนาเพิ่มในที่ต่างๆ ถึง 37 ศูนย์ใน 5 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ในปี พ.ศ. 2546เกษตรกรในพื้นที่ พัฒนาโครงการหลวงมีรายได้จาก การขาย ผลผลิตรวมกันเกือบ 300 ล้านบาทนอกจากการพัฒนาอาชีพและสังคมแล้ว โครงการหลวงยังมีบทบาทส้าคัญในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนต้นน้้าล้าธารอีกด้วย โครงการพระราชด้าริ จ้านวนมากที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นการพัฒนาแบบ ผสมผสานเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ ของราษฎรในชนบท และยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านการพัฒนาทาง เกษตรกรรมให้แก่นิสิตนักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป โครงการพระราชด้าริบางโครงการเป็นการวิจัย พัฒนาสิ่งประดิษฐ์; ที่เกิดจากพระราชด้าริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่น กังหันน้้ามูลนิธิชัยพัฒนา การแกล้งดินเพื่อแก้ดินเปรี้ยว การปลูกหญ้าแฝกเพื่อ รักษาหน้าดิน โครงการแก้มลิงหรือการท้าเกษตร อย่างพอเพียง ฯลฯ
  6. 6. โครงการพัฒนาส่วนพระองค์เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ ของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวที่ทรงใช้ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดให้มีโครงการพัฒนาบนพื้นที่ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นการพัฒนาด้านเกษตรกรรมตามแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่ สนับสนุนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้ง เพื่อให้เป็นสถานที่ ทดลอง ค้นคว้า ศึกษา อบรมให้แก่ เกษตรกร และนิสิตนักศึกษาในด้านการพัฒนาสร้าง รูปแบบการประกอบอาชีพของชุมชนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมเพื่อให้เกษตรกร ในพื้นที่ใกล้เคียงและ ผู้สนใจได้ น้าไปถือปฏิบัติเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรและเกษตรกรที่ยากจนให้มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้น
  7. 7. กรมทรัพยากรน้้าบาดาลเป็นหน่วยงานด้านวิชาการและปฏิบัติที่มีภารกิจในการศึกษาค้นคว้าวิจัย บริหารจัดการ ควบคุมดู แล อนุรักษ์ ฟื้นฟู และทรัพยากรน้้าบาดาล ได้รับการติดต่อประสานงานจาก ส้านักงานจัดการทรัพย์ สินส่วนพระองค์ ให้สนับสนุนการพัฒนาน้้าบาดาลส้าหรับกิจกรรมต่างๆ ของ โครงการในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ อย่างต่อเนื่องกันมา และกรมทรัพยากรน้้าบาดาลก็ได้ ใช้ หลักวิชาการในการพัฒนาน้้าบาดาล ได้แก่ การศึกษาประเมินศักยภาพ พัฒนาแหล่งน้้าบาดาลตลอดจน สร้างเครือข่ายติดตามเผ้าระวังผลกระทบที่อาจติดตามมาจากการใช้ น้้านอกจากนี้ แล้ว ยังใช้เป็นต้นแบบ ส้าหรับการพัฒนาน้้าบาดาลของพื้นที่ใกล้เคียงที่ มีสภาพอุทกธรณีวิทยาคล้ายคลึงกัน ที่จะน้าแนวทางไป พัฒนาแหล่งน้้าบาดาลเพื่อกิจกรรมทางการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ต่อไป
  8. 8. ในปีงบประมาณ 2549 กรมทรัพยากรน้้าบาดาลมีเป้าหมายที่จะด้าเนินพัฒนาแหล่งน้้าบาดาลเพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ ในพื้นที่ 5 โครงการ ซึ่งได้มีการส้ารวจเบื้องต้นและเห็นว่ามี ความต้องการน้้าเพื่อการอุปโภค บริโภค และเพื่อกิจกรรมของโครงการเหล่านั้น
  9. 9. วัตถุประสงค์1. เพื่อพัฒนาน้้าบาดาลส้าหรับการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรกรรมให้ แก่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริ โครงการส่วนพระองค์ หรือโครงการหลวง เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่โครงการได้ความ เป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น2. เพื่อศึกษาประเมินศักยภาพน้้าบาดาลขั้นรายละเอียด และพัฒนาน้้าบาดาลให้แก่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด้าริต่างๆ พร้อมจัดสร้างเครือข่ายติดตามเฝ้าระวัง ส้าหรับการบริหารจัดการแหล่งน้้า บาดาลตามหลักวิชาการ โดยให้ผลการศึกษาเป็นต้นแบบส้าหรับน้าไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีสภาพ อุทกธรณีวิทยาคล้ายคลึงกันประโยชน์1) ราษฎรในพื้นที่โครงการได้มีน้าเพื่อการอุโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร อย่างพอเพียง มีแหล่งน้้า ส้าหรับการเกษตรในฤดูแล้ง 2) ท้าให้ทราบศักยภาพน้้าบาดาลของแอ่งน้้าบาดาล ส้าหรับการเกษตรและการอุปโภค-บริโภคซึ่งเป็น ข้อมูลส้าคัญในการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของแต่ละโครงการ
  10. 10. 3) มีการตรวจสอบและติดตามสภาพน้้าบาดาลที่อาจได้รับผลกระทบ ทั้งในพื้นที่โครงการและใกล้เคียง เพื่อป้องกันวิกฤตการณ์น้าบาดาล 4) เกษตรกรนอกโครงการสามารถน้าผลที่ได้จาการศึกษา ไปออกแบบและก่อสร้างระบบการจ่ายน้้าเพื่อ การเกษตรกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีสภาพอุทกธรณีวิทยาคล้ายคลึงกัน4. งานทีปฎิบัติ กิจกรรมหลัก และผลผลิต ่
  11. 11. นางสาวภัทราพร ฉายะโอภาส ม.4/6 เลขที่ 7

×