Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Case D M Foot หม้อยาแห่งความหวัง รัชฎาพร 27 ก.ค. 54

1,771 views

Published on

Published in: Health & Medicine, Technology
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Case D M Foot หม้อยาแห่งความหวัง รัชฎาพร 27 ก.ค. 54

  1. 1. หม้อยาแห่งความหวังกับขาที่ยังคงอยู่.......<br />พญ.รัชฎาพร สีลา<br />27 กรกฎาคม 2554<br />
  2. 2. ทำความรู้จักกัน.... (Identification data)<br />ผู้ป่วยชายไทย อายุ 54 ปี<br />ที่อยู่ :<br />การทำงาน<br />สถานภาพสมรส : คู่<br />
  3. 3. ผู้ป่วยเป็นพี่ชายคนโตในจำนวนพี่น้อง5 คน น้องสาว 2 คน น้องชาย 2 คนทุกคนยังมีชีวิตอยู่มีครอบครัวอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันยกเว้นน้องชายคนเล็กอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวของผู้ป่วยเป็นที่นับถือของคนในชุมชน<br />บิดาเสียชีวิตเมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยโรคชรา มารดาเสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ไตวายเมื่อ 6 ปีก่อน<br />พื้นฐานครอบครัว (Family background)<br />
  4. 4. ภรรยาผู้ป่วยอายุ 55 ปี อาชีพค้าขายรักใคร่กันดี<br />ผู้ป่วยมีบุตร 4 คน เป็นหญิง 3 คน เป็นชาย 1 คน บุตรสาวแต่งงานมีครอบครัวทุกคน ส่วนบุตรชายยังไม่ได้แต่งงาน <br />ปัจจุบัน ผู้ป่วยอาศัยอยู่ในครอบครัวกับภรรยา ลูกสาวคนที่ 3 หลาน(ลูกของลูกสาว) และลูกชายคนสุดท้อง<br />ขณะมีอาการป่วยบุตรสาวเป็นคนดูแลเป็นคนหายามาให้ต้มยาสมุนไพรให้ช่วยดูแลแผล<br />พื้นฐานครอบครัว (Family background)<br />
  5. 5. พบกันครั้งแรก (Case approach)<br />5 กรกฎาคม 2554<br /><ul><li>เยี่ยมติดตามที่บ้านเนื่องจากผู้ป่วยไม่มารับการรักษาตามระบบทั้งที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังนานแล้ว
  6. 6. เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ไปเยี่ยมแล้ว แต่ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา
  7. 7. ผู้ป่วยมีแผลซึ่งกำลังติดเชื้ออย่างรุนแรงที่เท้า และมีเบาหวานที่ขาดการรักษา</li></ul>เป็นการเยี่ยมบ้านที่ปราศจากการนัดหมาย<br />
  8. 8. ประวัติการเจ็บป่วยครั้งนี้<br />2 เดือนก่อนผู้ป่วยเดินชนตอไม้มีแผลเล็กน้อยที่เท้าขวา รักษาโดยทำแผลเองที่บ้านตอนแรกเหมือนแผลดีขึ้นไม่ได้สนใจ ลุยน้ำทำนา..หลังจากนั้นบวมแดงไปทั้งเท้าข้างขวา<br />1 เดือนก่อนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ด้วยอาการไข้สูงหายใจไม่อิ่มมีแผลบวมแดงปวดที่บริเวณเท้าด้านขวา แพทย์วินิจฉัย necrotizing fasciitis right foot , DM type 2 with Hyperglycemia รักษาด้วยการให้ IV antibiotic drugs, Debridement and amputated right 3rd toe<br />พบกันครั้งแรก (Case approach)<br />
  9. 9. ประวัติการเจ็บป่วยครั้งนี้<br />รักษาในโรงพยาบาล 8 วันแผลยังไม่ดีขึ้น ศัลยแพทย์ คุยกับผู้ป่วยเรื่องตัดนิ้วเท้าเพิ่มอีกหรืออาจจะต้องตัดขา<br />ผู้ป่วยกลัวการเสียขา “ผมยอมตัดนิ้วมันก็เยอะแล้วนะหมอ นี่มันขาผมนะครับไม่มีขาใครจะไปยอม”ผู้ป่วยไม่สมัครใจรับการรักษา ให้ญาติพาไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนนอนโรงพยาบาลเอกชนได้ 2 วันแพทย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลเอกชนคุยเรื่องการตัดนิ้วเท้าและตัดขาอีก ผู้ป่วยไม่ยอมรับการรักษา <br />พบกันครั้งแรก (Case approach)<br />
  10. 10. ประวัติการเจ็บป่วยครั้งนี้<br />มีเพื่อนแนะนำให้รักษาด้วยสมุนไพรที่บ้าน<br />ผู้ป่วยจึงทำแผลด้วยสมุนไพรอย่างเดียวอยู่ 3 สัปดาห์<br />ไม่รักษาเบาหวาน ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นเบาหวานเจ้าหน้าที่รพ.สต.ไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา<br />พบกันครั้งแรก (Case approach)<br />
  11. 11. ประวัติการเจ็บป่วย<br />Past history :<br /><ul><li>ได้รับการวินิจฉัยเป็น DM type 2 เมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันได้รับการรักษาด้วย Glibenclamide (5) 1x1ซึ่งได้รับจากโรงพยาบาลเอกชน ไม่มีประวัติใน DM คลินิกและไม่เคยผ่านการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากเบาหวานเลยรับยาไม่ต่อเนื่อง</li></ul>“หมอบอกผมว่าเป็นเบาหวาน สี่ห้าปีแล้วผมก็ว่ากินยาตามที่หมอให้หมดแล้วก็นึกว่ามันหายแล้วนะก็ไม่เห็นเป็นอะไรผมก็ทำงานได้ตามปกติก็เลยไม่มารักษาต่อ ตอนแม่ผมเป็นเบาหวานแกทำอะไรไม่ได้เลยนะ”<br />
  12. 12. ประวัติการเจ็บป่วย<br />Past history :<br /><ul><li>ปฏิเสธการดื่มสุรา การสูบบุหรี่
  13. 13. ปฏิเสธการใช้ยาสมุนไพรใดใดมาก่อน
  14. 14. ปฏิเสธการแพ้ยาใดใด</li></li></ul><li>เยี่ยมบ้านครั้งที่ 1 (5กรกฎาคม 2554)<br />ลุงสำรอง นั่งอยู่ภายในมุ้งบนแคร่ไม้ไผ่หลังคามุงหญ้า ท่าทางอ่อนเพลียมีเหงื่อซึมตามตัว (มีไข้พึ่งกินยาลดไข้) มีแผลบวมแดงมีหนองและมีกลิ่นรุนแรงไม่มีการปิดแผล <br />
  15. 15. สิ่งที่ประเมินขณะเยี่ยมบ้าน(INHOMESSS)<br />Impairment/Immobility ผู้ป่วยไม่สามารถเดินได้ ต้องเพราะแผลที่เท้าขวา ทำกิจวัตรประจำวันได้โดยมีลูกสาวคอยช่วยบางส่วน ทำงานไม่ได้ตามเดิม (ขาดประชุมประจำเดือน อบต. ไปทำนาไม่ได้ทั้งที่มีฝนมีน้ำแล้ว)<br />Nutrition รับประทานอาหารแล้วแต่ลูกจะหามาให้ ครบ สามมื้อ ชอบกล้วยน้ำว้า เงาะและลำไย <br />
  16. 16. สิ่งที่ประเมินขณะเยี่ยมบ้าน(INHOMESSS)<br />Home Environment บ้าน 2 ชั้น ที่นอนผู้ป่วยอยู่ชั้นล่าง ตอนกลางวันนอนบนแคร่ มีมุ้งกันแมลงตอมแผล<br />Other People ผู้ดูแลหลักคือลูกสาวคนที่ 3 ส่วนบุตรชายและภรรยา ขับรถรับส่งผลไม้ ขายผลไม้ เป็นผู้หารายได้หลักในครอบครัวในช่วงที่ผู้ป่วยไม่สบาย มีหลานสาวอายุ 1 ปี 2 เดือนอาศัยอยู่ในครอบครัวเดียวกัน<br />
  17. 17. สิ่งที่ประเมินขณะเยี่ยมบ้าน(INHOMESSS)<br />Medication :<br />Glibenclamide(5)1x1ac<br />Stargin (525) 1 tab oral prn for pain<br />Paracetamol (500) 2 tab oral prn for pain<br />ยาสมุนไพรล้างแผลและโรยแผล<br />
  18. 18. สิ่งที่ประเมินขณะเยี่ยมบ้าน (INHOMESSS)<br />Examination <br /> V/S :PR 98/min,RR22/min, <br /> V/S110/70mmHg sweating cooling skin<br /> HEENT : mildly pale, no jaundice<br /> Heart : normal s1s2, no murmur<br /> Lung: clear<br />Extremity : edema, swelling, deformity right foot, wet gangrenous and purulent discharge at right foot <br />DTX 324 mg%<br />
  19. 19. สิ่งที่ประเมินขณะเยี่ยม (INHOMESSS)<br />Safety: บ้านเป็นร้านค้า ขายของชำจัดข้าวของไม่เป็นระเบียบ<br />Spiritual: นับถือศาสนาพุทธ ชอบทำบุญ นับถือเกจิอาจารย์ ที่วัดใกล้บ้านมาก เมื่อก่อนฆ่าวัว และฆ่าหมูขายเป็นอาชีพ เชื่อว่าที่แผลไม่หายเป็นเวรกรรมของตัวเอง ที่เคยตัดขาหมู ขาวัว<br />Service: เมื่อคนในครอบครัวป่วย รับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และรักษาที่คลินิกแพทย์ใกล้บ้าน ไม่ชอบรักษาที่โรงพยาบาลรัฐ เพราะรอนาน ไม่มั่นใจการรักษากลัวยาไม่ดี ไม่อยากเสียเวลา “ถ้าหายแพงแค่ไหนก็สู้..ยาฟรีมันจะดีมั๊ยหล่ะหมอ..รอนาน เวลาไปหาโทษแต่ผมว่าไม่รักษาตัวเองปล่อยให้เป็นเยอะใครจะอยากเป็น” <br />
  20. 20. ความเจ็บป่วย ของลุงสำรอง Illness<br />Idea: ผู้ป่วยรู้ว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานแต่รักษาหายแล้ว ที่เป็นแผลครั้งนี้เพราะตัวเองปล่อยไว้นาน และไปลุยน้ำในทุ่งนาที่มีเชื้อโรคมาก <br />คิดว่าการตัดขาเป็นเรื่องสำคัญเท่าชีวิต “ถ้า บ่มีขาสิอยู่จังได่ คือสิเป็นคนต่อไปได้ ถ้าไปโรงบาลหมอตัดขาผม ผมจะไปทำไม ใครก็รักตัวเอง ไผ่เขาสิเลือก อบต. บ่มีขา ” <br />คิดว่าการรักษาด้วยยาสมุนไพรโดยไม่พึ่งการแพทย์แผนปัจจุบันจะรักษาขาไว้ได้ “ถ้าหมอไม่มีวิธีเอาขาผมไว้ได้ผมก็หาวิธีของผมเอาเอง มีคนบอกวิธีนี้มันได้ผล ผมว่าผมก็ต้องลองมันไม่มีอะไรเสียไปกว่านี้แล้วแพงเท่าไหร่ก็จะสู้”<br />
  21. 21. ความเจ็บป่วย ของลุงสำรอง Illness<br />Feeling: กลัวโดนตัดขา ไม่เชื่อถือ ไม่มั่นใจการรักษาที่โรงพยาบาล กลัวเป็นภาระของคนอื่น กลัวไม่ได้รับการนับถือจากคนในหมู่บ้านถ้าคนอื่นรู้ว่าตัวเองป่วยและสุขภาพไม่แข็งแรง เบื่อและรำคาญตัวเอง “ไผมาเห็น เขากะว่าเป็น อบต.จังได๋ ให้เจ้าของเป็นเบาหวาน เป็นแผลเบาหวานสิได่ตัดขา ผมกะว่าเบาหวานเซ่าแล้วน๊า แผลมันเป็นจากอย่างอื่น ก็ลือกันไปทั่ว..”<br /> “ลุงรู้สึกอย่างไรเวลาได้ยิน” “รำคาญครับหมอผมว่าตอนนี้เขาบ่เคารพผม เพราะเบาหวานนี่หล่ะ”<br />
  22. 22. ความเจ็บป่วย ของลุงสำรอง Illness<br />Function:ผู้ป่วยนั่งๆ นอนๆ ทำงานที่เคยทำไม่ได้ นอนไม่หลับ กินอาหารได้ปกติ<br />Expectation:อยากเดินได้เหมือนเดิม อยากดีขึ้น อยากช่วยตัวเองได้ ทำงานได้ ไม่อยากให้ขาถูกตัด คาดหวังว่ายาสมุนไพรจะทำให้แผลหายได้ใน 4 เดือนไม่ต้องตัดขา “มันมีคนเคยหายแล้วผมว่ามันดี เวลาลูกล้างให้มีหนองไหลออกมาเหมือนยามันขับหนองออก เขารับประกัน 4 เดือนถ้าไม่หายคืนเงินเก้าพัน เขาจะเอาแค่พันเดียว”“แสดงว่าลุงจ่ายไปแล้วหนึ่งหมื่น” “ครับ”<br />
  23. 23. Satire’s model(ลุงสำรอง)<br />Behavior : ปฏิเสธการรักษาของแพทย์ ใช้ยาสมุนไพร<br />Feeling : กลัวแพทย์ตัดขา กลัวเป็นภาระ กลัวไม่ได้รับการยอมรับ โกรธหมอที่โทษว่าไม่ดูแลตัวเอง กลัวว่าการที่ตนไม่ยอมรับการรักษาตอนแรกจะทำให้เจ้าหน้าที่โกรธ รู้สึกผิดที่เคยปฏิเสธการรักษา<br />Perception : มองตัวเองด้อยค่าถ้าป่วยเป็นเบาหวานและพิการจากการตัดขา<br /> มองว่าผู้อื่นจะไม่ยอมรับถ้าเป็นเบาหวานและพิการ<br /> มองว่าเบาหวานเป็นโรคที่น่ากลัวมากถ้าเป็นแล้วอาการต้องรุนแรง<br />Expectation: อยากให้แผลหายอยากให้ขายังอยู่<br />อยากได้รับการดูแลและการรับฟังจากบุคลากรทางการแพทย์<br />อยากให้เพื่อนบ้านเข้าใจ และยอมรับตัวเองเหมือนเดิม<br />Yerning : ต้องการมีคุณค่าในสายตาผู้อื่น ต้องการความปลอดภัย ต้องการมีสุขภาพดี<br />Self : เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และได้รับความปลอดภัยได้รับการยอมรับ self ของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น <br />
  24. 24. ดูแลทั้งตัวและหัวใจ (Whole person approach)<br />Biological aspects :<br />DM type 2 poor control<br />Infected DM foot<br />Sepsis<br />
  25. 25. ดูแลทั้งตัวและหัวใจ (Whole person approach)<br />Psychological aspects:<br />Difficult patient : Non-compliance patient and Shopping around patient<br />ปฏิเสธการเจ็บป่วยของตนเอง ( Denial , Bargain)<br />Poor self-esteem after sickness : losing family and social role<br />
  26. 26. ดูแลทั้งตัวและหัวใจ (Whole person approach)<br />Socioeconomicaspects : <br />Miscommunication with health care  providers<br /> Family of chronic disease<br />เป็นผู้นำชุมชนกลัวไม่ได้รับความเคารพนับถือ<br />
  27. 27. ผังเครือญาติ Family genogram<br />
  28. 28. Family census<br />
  29. 29. P: Presenting Problem ผู้ป่วยมีแม่ที่เคยป่วยเป็นโรคเบาหวานแล้วเสียชีวิต โดยพบว่าเป็นในระยะที่รุนแรงแล้วจึงมีความเชื่อว่าเบาหวานเป็นโรคที่รุนแรงมาก เมื่อหมอบอกว่าตัวเองเป็นเบาหวานจึงกลัวและปฏิเสธเพราะตัวเองไม่มีอาการอะไรจึงไม่รักษา คิดว่าบุคลากรทางการแพทย์ไม่เป็นมิตรคุกคามเพราะแผนการรักษาจะทำให้ตนเองเสียภาพลักษณ์ พิการ ทำให้ปฏิเสธการรักษาและเลือกวิธีการรักษาด้วยตนเอง<br />R: Roles บทบาทลุงสำรองเปลี่ยนไปจากเคยเป็นผู้นำชุมชน ผู้นำครอบครัวต้องกลายเป็นคนที่มีการเจ็บป่วยเรื้อรังหรืออาจพิการต้องเป็นภาระของลูกและภรรยาเชื่อว่าการเจ็บป่วยจะทำให้บทบาททางสังคมเปลี่ยนไป<br />ประเมินครอบครัวโดยใช้หลัก: PRACTICE<br />
  30. 30. A: Affect ผู้ป่วยและครอบครัวอยู่ในบรรยากาศที่กลัวกังวลเกี่ยวกับการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นขณะรักษา ไม่เชื่อมั่นในการรักษาของแพทย์ ปฏิเสธการรักษา กลัวเจ้าหน้าที่ตำหนิ “เดี๋ยวถ้าผมไปรักษาเพิ่นกะสิว่าผมบ่ดูแลเจ้าของ”<br />C: Communicationครอบครัวสามารถสื่อสารกันได้ดี ด้วยบรรยากาศของการช่วยเหลือ และความห่วงใยผู้ที่รัก ผู้ป่วยสามารถบอกความต้องการของตนกับลูกๆ และภรรยาได้ <br />ประเมินครอบครัวโดยใช้หลัก: PRACTICE<br />
  31. 31. T: Time of life cycle of familyระยะที่ 6<br />ครอบครัวที่บุตรแยกออกจากบ้าน<br />I: Illness ครอบครัวกลัว และกังวลเรื่องการเป็นแผลที่เท้าผู้ป่วยกลัวถูกตัดขา กลัวเป็นผู้พิการเป็นภาระของสังคม ผู้ป่วยและครอบครัวจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม<br />ประเมินครอบครัวโดยใช้หลัก: PRACTICE<br />
  32. 32. ประเมินครอบครัวโดยใช้หลัก: PRACTICE<br />C: Coping with stressครอบครัวมีการพูดคุย ตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา ร่วมกัน<br />E: Ecology ไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเงิน<br />
  33. 33. สรุปปัญหา ที่ครอบครัวต้องเผชิญFamily problem<br />Biological aspects : (case index)<br />DM type 2 poor control<br />Infected DM foot<br />Sepsis<br />Psychological aspects: <br />Difficult patient : Non-compliance patient and Shopping around patient<br />ปฏิเสธการเจ็บป่วยของตนเอง ( Denial , Bargain)<br />Poor self-esteem after sickness : losing family and social role<br />Socioeconomicaspects : <br />Miscommunication with health care  providers<br /> Family of chronic disease<br />เป็นผู้นำชุมชนกลัวไม่ได้รับความเคารพนับถือ<br />
  34. 34. Plan of management<br />Short term<br /><ul><li>Biological :</li></ul>ผู้ป่วยยอมรับการเจ็บป่วย และยอมรับการรักษาที่ถูกต้อง<br />ให้การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย<br /><ul><li>Psychological : </li></ul>ผู้การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์<br />วิเคราะห์และค้นหาสาเหตุที่ผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา<br />
  35. 35. Plan of management<br />Long term<br />ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น<br />ยอมรับการเจ็บป่วยและดูแลรักษาตนเองอย่างเหมาะสม<br />ผู้ป่วยและครอบครัวมีทัศนคติที่ดีต่อการให้บริการของบุคลากรทางการแพทย์<br />
  36. 36. กระบวนการช่วยเหลือเริ่มต้นขึ้น<br />ศึกษาข้อมูล<br />ไปเยี่ยมบ้าน<br />สร้างความสัมพันธ์อันดี ท่าทีเป็นมิตร<br />ค้นหาปัญหา ค้นหาศักยภาพ<br />เสนอทางเลือกและร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวในการวางแผนการดูแลรักษา<br />
  37. 37. ศึกษาประวัติ ผู้ป่วยข้อมูลการรักษาเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อโรงพยาบาลของรัฐ<br />ด้านบุคลากรทางการแพทย์  - ไม่สามารถอธิบายหรือให้คำแนะนำให้ผู้ป่วยเข้าใจเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและเหตุผลในการรักษา - ภาษา ท่าทางของบุคลากรทางการแพทย์อาจไม่เหมาะสม ไม่ใส่ใจ ไม่เห็นคุณค่าผู้ป่วย. - บุคลากรฯมีอคติว่าตนมีหน้าที่ "สั่ง" และผู้ป่วยมีหน้าที่ "ทำตาม" จึงไม่ใช่บรรยากาศของการปรึกษาหารือกันว่าแนวทางการรักษาใดจะเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด.<br />“อยู่ดีดีกะสิตัดขาผม” “ขาคนเด้ครับ..บ่แม่นขาหมู” “เพิ่นบอกว่ามีวิธีเดียวคือต้องตัดถ้าสิไห่เพิ่นรักษาผมเลยบ่ไห่เพิ่นรักษา” “ถ้ากลับไปนี่เพิ่นกะสิโทษว่าผมบ่เบิ้งเจ้าของ”<br />
  38. 38. ศึกษาประวัติ ผู้ป่วยข้อมูลการรักษาเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อโรงพยาบาลของรัฐ<br /> ระบบบริการ - ขาดความสะดวก ยุ่งยาก หลายขั้นตอน รอนาน  - ให้เวลาน้อยเกินไปกับผู้ป่วย ”ไปโรงบาลรอนาน ผมเป็นคนอดทนน้อย” “คนเยอะวุ่นวาย ”<br />
  39. 39. ศึกษาประวัติ ผู้ป่วยข้อมูลการรักษาเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาและมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อโรงพยาบาลของรัฐ<br /> ผู้ป่วย - กลัวอันตรายจากการรักษา ภาพลักษณ์ตัวเองเปลี่ยนไป - ไม่เชื่อถือต่อแพทย์และบุคลากร ด้วยสาเหตุอื่นใดมาก่อน เช่น เคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับแพทย์พยาบาลกับการรักษาครั้งก่อนๆ  - กลัวว่าสังคมจะมองว่าตัวเองเป็นคนป่วย ทำให้บทบาททางสังคมเปลี่ยนไป ไม่เป็นที่ยอมรับ<br />
  40. 40. ใช้หลักการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ DARES<br />Develop discrepancy: ทำให้เห็นความแตกต่างของสถานะภาพในปัจจุบันกับเป้าหมายที่อยากจะเป็น “สิ่งที่เป็นอยู่” & “สิ่งที่อยากให้เป็น” <br />หมอ : ตอนนี้อาการลุงเป็นอย่างไรหลังใช้สมุนไพรอย่างเดียวมาสามสัปดาห์<br />ลุงสำรอง : ผมว่ามันกะดีครับสังเกตเวลาล้างหนองไหลออกมาแสดงว่ายามันขับออกมา แต่มันก็ช้าอยู่นะ ก็ไม่เป็นไรรอพิสูจน์ 4 เดือน<br />หมอ : แล้วลุงคิดว่าจะเป็นยังไงหลังจากนั้น<br />ลุงสำรอง : ผมก็จะหายบ่ได้ตัดขา<br />หมอ : เป้าหมายลุงคือหายไม่ได้ตัดขา<br />ลุงสำรอง : ครับ<br />หมอ : เท่าที่หมอเห็นหมอว่าเป้าหมายมันนานไปนะเพราะตอนนี้แผลลุงมีหนองมากมีเนื้อตาย กลิ่นเหม็นบวมแดงแสดงว่ามันติดเชื้อ และลุงก็มีไข้ตลอดมีน้ำตาลที่สูงมาก การติดเชื้อก็ทำให้น้ำตาลสูงแบบนี้หล่ะ หมอไม่แน่ใจว่าร่างกายลุงจะอยู่รอนานขนาดนั้นได้มั๊ยแต่ถ้าลุงได้ยาฆ่าเชื้อช่วยบ้าง ได้ทำแผลเอาหนองกับเนื้อตายออกบ้างลุงก็จะพอสู้ไหว แผลอาจหายเร็วกว่า และไม่เหนื่อยคุมน้ำตาลได้ ตอนนี้ท่าทางลุงเหนื่อยมากใช่มั๊ย<br />
  41. 41. ใช้หลักการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ DARES<br />Avoid argumentation<br />หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง ไม่โต้เถียงวิธีการรักษาที่ไม่เห็นด้วยกับลุงสำรอง แต่รับฟังอย่างตั้งใจและชี้ให้เห็นข้อมูลเชิงประจักษ์และแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ ไปพยายามเถียงเพื่อเอาชนะหรือหาข้อสรุป<br />Roll with resistance<br />ตะล่อมหมุนไปกับแรงต้าน<br />ลุงสำรอง : ผมว่าถ้าผมเข้าไปโรงบาลหมอก็จะว่าผมบ่ดูแลเจ้าของหมอกะคิดแบบหมอ บ่เข้าใจดอกครับ<br />หมอ : ก็คงหนักและรู้สึกแย่เหมือนกันนะที่จะถูกตัดขา คนอื่นๆถ้าโดนแบบลุงก็คงรู้สึกเหมือนกัน และตอนนี้หมอก็อยากช่วยลุงจริงๆ ถ้าลุงยอมให้ช่วยก็ถึงจะช่วยได้<br />
  42. 42. ใช้หลักการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ DARES<br />Express empathy<br />แสดงความเห็นอกเห็นใจ<br />ท่าทีพร้อมให้ความช่วยเหลือ<br />เป็นผู้ฟังมากกว่าป้อนข้อมูล<br />ใช้การสะท้อนความเป็นเทคนิคหลัก<br />
  43. 43. ใช้หลักการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ DARES<br />Support self efficacy<br />ส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ในตัว<br />ความรู้สึกว่าตนเองมีศักยภาพเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม<br />ความรู้สึกมีศักยภาพคือความรู้สึกว่าตนสามารถทำอะไรให้สำเร็จ<br />แพทย์ต้องเป็นผู้ช่วยให้ผู้ป่วยได้ค้นหา สะท้อนให้ผู้ป่วยเห็นและสรุปความให้ผู้ป่วยเกิดความมั่นใจ ว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ และมีผลดี<br />
  44. 44. เสนอทางเลือกและร่วมกับผู้ป่วยและครอบครัวในการวางแผนการดูแลรักษา<br />เสนอทางเลือกและร่วมวางแผนให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยให้ทำแผลไปก่อน ฉีดยาฆ่าเชื่อไปก่อน ตัดเนื้อตายบางส่วนที่จำเป็นออก และรับการรักษาเบาหวานที่เหมาะสม<br />การพิจารณาตัดขาต้องรอให้ผู้ป่วยเกิดความพร้อม โดยแพทย์ที่รักษาจะให้ข้อมูลในภายหลัง และจะทำในกรณีที่อาการแย่ลงมากๆ และผู้ป่วยยินยอมเท่านั้น<br />หรือถ้าผู้ป่วยจะใช้สมุนไพรต่อไปก็อยากให้ได้รับยาฆ่าเชื้อที่จำเป็น และได้รับการทำแผลที่ถูกต้อง และขอตัวอย่างสมุนไพรไปตรวจวิเคราะห์ว่ามีผลเสียต่อผู้ป่วยหรือไม่ ถ้าดีจริงก็จะได้เอามาใช้กับผู้ป่วยรายอื่นได้อย่างมั่นใจ<br />
  45. 45. สิ่งที่เกิดขึ้นในบ่ายของเดียวกันกับวันที่ออกเยี่ยมบ้าน<br />ผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาล<br />ได้รับการทำแผลและตัดเนื้อตายตัดนิ้วที่เป็นเนื้อตายออกหนึ่งนิ้วโดยผู้ป่วยสมัครใจ<br />ทำแผลและได้รับยาฆ่าเชื้อทางกระแสเลือด 7 วัน และกลับไปรับประทานต่อที่บ้านทำแผลที่รพ.สต.ใกล้บ้าน หลังจากที่แผลแดงดีไม่ได้ตัดนิ้วเพิ่ม<br />ปรับยาเบาหวานเป็นชนิดกินและนัดเข้ารับการรักษาใน DM คลินิก<br />
  46. 46.
  47. 47.
  48. 48. 5 กค.54<br />20 กค.54<br />
  49. 49. ลุงส กับลูกสาว<br />
  50. 50. ปัญหาที่ต้องดูแลต่อ<br />แผลเบาหวานและเท้าที่ผิดรูป<br />การรักษาเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน<br />การให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีบทบาทในการดูแลรักษาผู้ป่วย<br />การพัฒนาระบบบริการทักษะการสื่อสารของบุคลากรและระบบการให้คำปรึกษากับผู้ป่วยและครอบครัว<br />
  51. 51. ขอบคุณหม้อยา...ที่เยียวยาใจ....<br />

×