%Ba%b

2,491 views

Published on

Published in: Entertainment & Humor
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,491
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
28
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

%Ba%b

  1. 1. การออกแบบงาน และการวิเคราะห์งาน
  2. 2. การออกแบบงาน (Job design) <ul><li>เป็นกระบวนการกำหนดงานเฉพาะด้านที่จะต้องปฏิบัติหรือวิธีการต่าง ๆที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานแต่ละงานมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน รวมทั้งยังเป็นการกำหนดงานที่บุคลากรต้องปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายองค์การ และยังพิจารณารวมถึงการจัดกลุ่มงาน การจัดแผนกจนกระทั่งเป็นโครงสร้างองค์การ รวมเรียกว่า “กระบวนการแบ่งงานกันทำตามความถนัด” </li></ul>
  3. 3. การออกแบบงานที่เป็นระบบ องค์ประกอบขององค์การ องค์ประกอบของสภาพแวดล้อม องค์ประกอบของพฤติกรรม การกำหนดงาน ผลผลิตและความพึงพอใจ ปัจจัยนำเข้า กระบวนงาน ผลที่ต้องการ การป้อนกลับ
  4. 4. ขั้นตอนการออกแบบงาน <ul><li>การกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์การ (Organization Objective) </li></ul><ul><li>การออกแบบองค์การ (Organization Design) </li></ul><ul><li>จัดทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) </li></ul>
  5. 5. <ul><li>ระบุข้อกำหนดของงาน (Job Specification) </li></ul><ul><li>กำหนดมาตรฐานของผลงาน (Performance Standard) </li></ul><ul><li>กำหนดกฎเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงาน (Work Methods and Work Rules) </li></ul>ขั้นตอนการออกแบบงาน
  6. 6. ตัวอย่างการออกแบบงาน <ul><li>โรงเรียนเมืองชุมพรวิทยา </li></ul><ul><li>- สายบริหาร … </li></ul><ul><li>- สายวิชาการ … </li></ul><ul><li>- สายสนับสนุน … </li></ul>
  7. 7. การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) <ul><li>การวิเคราะห์งาน หมายถึง กระบวนการที่ต้องจัดทำอย่างเป็นระบบ สามารถเอื้อประโยชน์ในการศึกษารวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวข้องกับงาน ทำให้ได้ข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของงาน (Job Entails) ตลอดจนคุณสมบัติของบุคลากรที่เหมาะสม ซึ่งสามารถนำไปใช้ประเมินค่างาน แยกประเภทงาน </li></ul>
  8. 8. วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์งาน คือ เพื่อหาคำตอบ <ul><li>ภารกิจที่พนักงานจะต้องทำให้สำเร็จ มีอะไรบ้าง </li></ul><ul><li>งานที่รับผิดชอบจะต้องทำให้ เสร็จเมื่อไร </li></ul><ul><li>งานที่ดำเนินการจะต้องทำ ที่ไหน </li></ul><ul><li>พนักงานมีวิธีการทำงาน อย่างไร </li></ul><ul><li>ทำไมต้องทำ งานดังกล่าว </li></ul><ul><li>คุณสมบัติ ที่ต้องการในการปฏิบัติงานมีอะไรบ้าง </li></ul>
  9. 9. กระบวนการของการวิเคราะห์งาน แหล่งของข้อมูล - ผู้วิเคราะห์งาน - ลูกจ้าง - หัวหน้างาน วิธีการเลือกข้อมูล - การสัมภาษณ์ - แบบสอบถาม - สังเกต - บันทึก การพิจารณาลักษณะงาน - ตัวงาน - หน้าที่ต่าง ๆ - ความรับผิดชอบ หน้าที่ต่าง ๆ ของทรัพยากรมนุษย์ - การสรรหา - การเลือกสรร - การฝึกอบรมและการพัฒนา - การประเมินผลการปฏิบัติงาน - การบริหารค่าตอบแทน การกำหนดคุณสมบัติของพนักงาน - ทักษะที่ต้องการ - ความต้องการทางกายภาพ - ความรู้ที่ต้องการ - ความสามารถที่ต้องการ ข้อมูลของงาน - งาน - มาตรฐานการปฏิบัติงาน - ความรับผิดชอบ - ความรู้ที่ต้องการ - ทักษะที่ต้องการ - ประสบการณ์ที่จำเป็น - สิ่งแวดล้อมของงาน - หน้าที่ต่าง ๆ - เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้
  10. 10. ขั้นตอนการวิเคราะห์ กำหนดวัตถุประสงค์ ระบุขอบเขตของงาน กำหนดผู้วิเคราะห์ ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง * เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูล ขั้นตอนการวิเคราะห์งาน 1 4 3 2 5 6
  11. 11. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์งาน ( Methods of collecting job analysis information) <ul><li>การใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์งานที่นิยมใช้กันมากวิธีหนึ่ง ซึ่งในแบบสอบถามจะประกอบด้วยรายการคำถามต่าง ๆ ให้ผู้ปฏิบัติงานอ่านคำถามแล้วตอบ </li></ul><ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องการข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานจำนวนมาก </li></ul><ul><li>ได้ข้อมูลที่กว้างขวางในเวลาอันสั้น </li></ul><ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>ไม่เหมาะที่จะใช้กับบุคคลที่มีการศึกษาไม่สูงนัก </li></ul><ul><li>อาจได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน </li></ul>
  12. 12. <ul><li>การสังเกตการณ์โดยตรง (Observation) ผู้วิเคราะห์จะเป็นผู้สังเกตโดยตรงและบันทึกงานที่ผู้ครอบครองตำแหน่งหรือปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มงานจนกระทั้งงานแล้วเสร็จ </li></ul>วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์งาน ( Methods of collecting job analysis information) <ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงานมากที่สุดเพราะเห็นสภาพการปฏิบัติงานจริง </li></ul><ul><li>มีข้อสงสัยซักถามได้ทันที่ </li></ul><ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>ใช้เวลานานพอสมควรในการสร้างความคุ้นเคยในงานที่เข้าไปสังเกต </li></ul><ul><li>ไม่เหมาะกับงานที่ซ้ำซ้อน ยุ่งยาก </li></ul><ul><li>เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร </li></ul>
  13. 13. <ul><li>การสัมภาษณ์ (Interviews) นักวิเคราะห์จะเป็นผู้สัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติงานและหัวหน้างานโดยตรง และเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกต้อง ซึ่งมีทั้งการสัมภาษณ์แบบรายบุคคล และแบบกลุ่ม </li></ul>วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์งาน ( Methods of collecting job analysis information) <ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>ได้ข้อมูลที่ชัดเจน </li></ul><ul><li>จะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นถ้าใช้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ </li></ul><ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย </li></ul><ul><li>การสัมภาษณ์แบบเร่งรีบไม่มีการเตรียมการอาจได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน </li></ul>
  14. 14. <ul><li>การเก็บบันทึกรายวันของผู้ปฏิบัติงาน (Employee recording) ให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนบันทึกรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องปฏิบัติในแต่ละวัน </li></ul>วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์งาน ( Methods of collecting job analysis information) <ul><li>ข้อดี </li></ul><ul><li>สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน </li></ul><ul><li>เหมาะกับลักษณะงานที่ไม่มีจุดปฏิบัติงานที่แน่นอน เช่น พนักงานส่งของ คนทำความสะอาด </li></ul><ul><li>ข้อเสีย </li></ul><ul><li>เสียเวลาค่าใช้จ่ายในการติดตามและรวบรวมข้อมูล </li></ul><ul><li>ข้อมูลที่เขียนเกินความจริงยุ่งยากในการตรวจสอบ </li></ul>
  15. 15. <ul><li>วิธีผสมผสาน (Combination of Methods) เป็นการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานอาจจำเป็นต้องใช้การผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงมากที่สุด แต่ถ้าใช้เทคนิคหรือวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้นมักจะทำให้เกิดปัญหาต่อไปนี้ </li></ul><ul><ul><li>บุคลากรให้ข้อมูลไม่ตรงกับความจริง </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้บริหารมีความเห็นขัดแย้งกับข้อมูลที่บุคคลให้มา </li></ul></ul>วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิเคราะห์งาน ( Methods of collecting job analysis information)
  16. 16. ประโยชน์ที่ได้จากการวิเคราะห์งาน <ul><li>1. จัดทำคำพรรณนาลักษณะงาน (Job Description) </li></ul><ul><li>2. เขียนข้อกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของงาน (Job Specification) </li></ul><ul><li>3. การออกแบบงาน (Job Design) เช่น การออกแบบโครงสร้างและปรับปรุงขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ </li></ul><ul><li>4. การวางแผนด้านบุคลากร (Human Resources Planning) จะทำให้ทราบว่างานแต่ละประเภทต้องการคุณสมบัติอย่างไร </li></ul><ul><li>5. การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร (Recruitment and Selection ) </li></ul>
  17. 17. ประโยชน์ที่ได้จากการวิเคราะห์งาน <ul><li>6. ฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร (Training and Development) </li></ul><ul><li>7. การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluation) นำผลจากการวิเคราะห์งานมากำหนดมาตรฐานงานและประเมินผลว่าทำได้หรือไม่ เพื่อการกำหนดตำแหน่ง ค่าจ้าง ลงโทษ หรือเลิกจ้าง </li></ul><ul><li>8. การกำหนดค่าตอบแทน (Compensation) </li></ul>
  18. 18. ประโยชน์ที่ได้จากการวิเคราะห์งาน <ul><li>9. การวางแผนและพัฒนาอาชีพ (Career panning and Development) การวิเคราะห์งานทำให้รู้ความสามารถของแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถนำไปประกอบการพิจารณาวางแผนพัฒนาอาชีพ เช่น การโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่ง </li></ul><ul><li>10. การดูแลความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน (Safety Reinforcement) การวิเคราะห์งานทำให้ทราบข้อมูลสภาพการทำงานซึ่งช่วยให้องค์การสามารถกำหนดมาตรการป้องกันอันตรายและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ </li></ul>
  19. 19. <ul><li>คำอธิบายลักษณะงาน </li></ul><ul><li>คำพรรณนาลักษณะงาน </li></ul><ul><li>การกำหนดรายละเอียดของงาน </li></ul><ul><li>ใบกำกับหน้าที่งาน </li></ul><ul><li>เอกสารกำหนดรายละเอียดของงาน </li></ul>Job Description
  20. 20. Job Description <ul><li>เป็นเอกสารที่เขียนขึ้นเพื่อบ่งบอกหรือแสดงให้เห็นว่างานในตำแหน่งนั้นต้องทำอะไรบ้าง มีความสำคัญต่อองค์การอย่างไร สัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น ๆ ในลักษณะใด และคนในตำแหน่งนั้นต้องมีคุณสมบัติอย่างไร </li></ul>
  21. 21. Job Description <ul><li>องค์ประกอบของการเขียน Job Description </li></ul><ul><li>งานตำแหน่งนั้นมีงานหลักอะไรบ้าง </li></ul><ul><li>งานหลักแต่ละด้านมีกิจกรรมหลักอะไรบ้าง </li></ul><ul><li>องค์การคาดหวังอะไรจากงานหลักแต่ละด้าน </li></ul><ul><li>ตำแหน่งนี้อยู่ตรงไหนของโครงสร้างองค์การ </li></ul><ul><li>ระดับความรับผิดชอบต่อองค์การมีมากน้อยเพียงใด </li></ul><ul><li>ความท้าทายของงานตำแหน่งนี้คืออะไร </li></ul><ul><li>บุคลากรที่มีคุณสมบัติแบบไหนจึงจะปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้ได้ </li></ul>
  22. 22. Job Description <ul><li>เนื้อหาและวิธีการเขียนควรประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับงาน (Job Identification) </li></ul><ul><ul><li>ชื่อของตำแหน่ง (Job Title) </li></ul></ul><ul><ul><li>สถานภาพของงาน (Job Status) เป็นการจำแนกให้เห็นว่างานนั้นอยู่ในระดับปฏิบัติการ หรือระดับบริหาร เพื่ออพิจารณาค่าตอบแทน </li></ul></ul><ul><ul><li>วัน เดือน ปี ที่จัดทำเอกสารกำหนดรายละเอียดงาน เพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมอยู่เสมอ </li></ul></ul><ul><ul><li>ช่วงอัตราเงินเดือน </li></ul></ul>
  23. 23. Job Description <ul><ul><li>ผู้กำหนดรายละเอียดงาน จะประกอบด้วยผู้บริหาร บุคลากรที่ปฏิบัติงานและบุคลากรจากฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ </li></ul></ul><ul><ul><li>ตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้อนุมัติและรับรอง </li></ul></ul>
  24. 24. Job Description <ul><li>เนื้อหาและวิธีการเขียนควรประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>2. สายการปกครองบังคับบัญชา (Relationship) เป็นส่วนที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ของสายงานและสายการบังคับบัญชาทั้งอยู่ในระดับที่สูงกว่าและต่ำกว่า ตลอดจนการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นทั้งในและนอกองค์การ </li></ul><ul><li>3. สาระสำคัญของงานโดยสรุป (Job Summary) ระบุถึงความสำคัญของงานทั้งหมดอย่างย่อ ๆ ตลอดทั้งวัตถุประสงค์ของงานอย่างกระชับ </li></ul>
  25. 25. Job Description <ul><li>เนื้อหาและวิธีการเขียนควรประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>4. ความรับผิดชอบและหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ (Responsibilities & Duties) เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยขยายสาระสำคัญของงานโดยสรุป (Job Summary) คืออธิบายรายละเอียดว่าผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ๆ มีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด และจะต้องปฏิบัติหน้าที่อะไรบ้าง </li></ul><ul><li>5. อำนาจในการสั่งการ (Authority) </li></ul>
  26. 26. Job Description <ul><li>เนื้อหาและวิธีการเขียนควรประกอบด้วยสาระสำคัญดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li>6. เครื่องมือเครื่องจักรที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน (Equipment) </li></ul><ul><li>7. มาตรฐานในการปฏิบัติงาน (Standard of Performance) เช่น อาจระบุถึงมาตรฐาน เป้าหมาย หรือผลสำเร็จที่จะต้องปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายเป็นรูปธรรมที่สามารถวัดผลได้ </li></ul><ul><li>8. สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน (Environment) เช่น ต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ต้องไม่ปฏิบัติงานในบริเวณที่ร้อนอบอ้าว </li></ul>
  27. 27. Job Specification <ul><li>Person Profile </li></ul><ul><li>Person Specification </li></ul><ul><li>Job Specification </li></ul><ul><li>คุณสมบัติประจำตำแหน่ง </li></ul><ul><li>รายละเอียดคุณสมบัติที่ต้องการ </li></ul><ul><li>การกำหนดลักษณะเฉพาะของงาน </li></ul>
  28. 28. Job Specification <ul><li>เป็นการกำหนดคุณสมบัติของพนักงาน เช่น เพศ อายุ ประสบการณ์ ความรู้ ทักษะ และความสามารถที่ต้องการปฏิบัติงานเฉพาะอย่างเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะทำหลังจากทำคำบรรยายลักษณะงานแล้ว โดยระบุถึงคุณสมบัติประจำตำแหน่ง คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อใช้ในการสรรหาบุคลากร </li></ul>
  29. 29. Job Specification <ul><li>องค์ประกอบข้อมูลพื้นฐานของการเขียน Job Specification </li></ul><ul><li>1. คุณลักษณะทั่วไปเกี่ยวกับงาน (Job identification) </li></ul><ul><ul><li>ชื่อตำแหน่ง </li></ul></ul><ul><ul><li>สถานภาพของงาน </li></ul></ul><ul><ul><li>วันที่ </li></ul></ul><ul><ul><li>ชื่อผู้เขียน </li></ul></ul><ul><ul><li>ชื่อผู้รับรอง ชื่อหน่วยงานสังกัด </li></ul></ul><ul><ul><li>ผู้บังคับบัญชาขั้นต้น </li></ul></ul>มีลักษณะเหมือน JD
  30. 30. Job Specification <ul><li>องค์ประกอบข้อมูลพื้นฐานของการเขียน Job Specification </li></ul><ul><li>2. คุณสมบัติด้านความเชี่ยวชาญในงาน (Skill Factors) </li></ul><ul><ul><li>การศึกษา หมายถึง ความรู้ ทักษะ และความสามารถในสาขาวิชาชีพที่สำเร็จ โดยระบุระดับการศึกษา จำนวนปีที่ศึกษา และสาขาวิชา </li></ul></ul><ul><ul><li>ประสบการณ์ หมายถึง ความรู้ และความเชี่ยวชาญที่ได้จากการฝึกปฏิบัติงานในระยะเวลานาน </li></ul></ul><ul><ul><li>การพัฒนาฝึกอบรม หมายถึง ความรู้ ทักษะ ความชำนาญที่บุคลากรได้รับจากการเข้าร่วมพัฒนาอบรม </li></ul></ul>
  31. 31. Job Specification <ul><li>องค์ประกอบข้อมูลพื้นฐานของการเขียน Job Specification </li></ul><ul><li>3. คุณลักษณะด้านความสามารถ (Effort Factors) หมายถึง ความสามารถที่จำเป็นต้องนำไปใช้ในการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย </li></ul><ul><ul><li>ความสามารถทางร่างกาย เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ เพศ สายตา การได้ยิน การได้กลิ่น การรับรู้ เป็นต้น </li></ul></ul><ul><ul><li>ความสามารถทางความคิด เช่น การคิดริเริ่ม ภาษา ตัวเลข การแก้ปัญหา ความมั่นคงทางอารมณ์ </li></ul></ul>
  32. 32. Job Specification <ul><li>องค์ประกอบข้อมูลพื้นฐานของการเขียน Job Specification </li></ul><ul><li>4. สภาพการปฏิบัติงาน (Working Conditions) คือ ข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เป็นบรรยากาศในการปฏิบัติงาน เช่น แสงสว่าง ความร้อน กลิ่น เสียง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิต </li></ul>
  33. 33. Job Specification <ul><li>การเขียนโดยการเน้นความรู้เชิงท้าทายความสามารถของบุคลากรมากขึ้น ประกอบด้วย </li></ul><ul><li>1. ความรู้ในเชิงการจัดการ (Know How) </li></ul><ul><ul><li>ความชำนาญในงาน (Skill Depth) ที่เรียกว่า ทักษะ หมายถึง ความรู้ ความเข้าใจในแง่ของเทคนิคหรือกระบวนการของงาน เช่น งานวิศวกรรม บัญชี การตลาด แบ่งได้ 5 ระดับ ดังนี้ </li></ul></ul><ul><ul><ul><li>ระดับ 1 ปฏิบัติงานได้ คือ สามารถปฏิบัติในหน้าที่เฉพาะหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ระดับ 2 ปฏิบัติงานเป็น คือ รู้หน้าที่ โดยมีความรู้ ความเข้าใจในเทคนิคและกระบวนการการปฏิบัติงานพอสมควร ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ </li></ul></ul></ul>
  34. 34. Job Specification <ul><ul><ul><li>ระดับ 3 ปฏิบัติงานเก่ง คือ มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านมีประสบการณ์ตรงกับงาน หรือผ่านหลักสูตรการอบรมอย่างเป็นทางการ สามารถแก้ปัญหาและประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ ได้ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ระดับ 4 เชียวชาญในงาน คือ มีความเชี่ยวชาญ ทั้งทฤษฎี เทคนิคการปฏิบัติ จนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถกับงานได้ดี เหมาะสมกับเวลาและเงื่อนไข และได้รับการยอมรับทั้งบุคคลภายในและภายนอก เช่น นักกฎหมาย บัญชี </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>ระดับ 5 มืออาชีพ คือ เป็น ผู้รู้แจ้งเห็นจริง ในสาระสำคัญของงานที่รับผิดชอบ โดยรู้ทั้งเนื้อหาและวิธีปฏิบัติ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างชาญฉลาด เช่น งานกฎหมาย งานวิเคราะห์เศรษฐกิจ </li></ul></ul></ul>
  35. 35. Job Specification <ul><li>2. ความรอบรู้ในการบริหารงาน (Breadth of Managerial Skills) </li></ul><ul><li>3. ความสามารถในการแก้ปัญหา (Problem Solving) </li></ul><ul><li>4. ความรับผิดชอบ (Accountability) </li></ul>
  36. 36. เครื่องมือบริหารทรัพยากรมนุษย์ขั้นพื้นฐาน
  37. 37. Quiz <ul><li>ให้เขียนคำบรรยายลักษณะงาน ( Job descriptions ) และกำหนดคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงาน ( Job specifications ) </li></ul><ul><ul><li>สถาปนิก </li></ul></ul><ul><ul><li>เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด </li></ul></ul><ul><ul><li>เจ้าหน้าที่ฝ่ายการบัญชีและการเงิน </li></ul></ul><ul><ul><li>วิศวกรโยธา </li></ul></ul><ul><ul><li>แม่บ้าน ( โรงแรม ) </li></ul></ul><ul><ul><li>พ่อครัว ( กุ๊ก ) </li></ul></ul><ul><ul><li>ทั้งนี้ เลือกทำ 2 งาน </li></ul></ul>
  38. 38. ขอบคุณข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยทักษิณ

×