SlideShare a Scribd company logo
1 of 28
Download to read offline
2
F   F
F

     มวลการสรรเสริ ญทังหลายเป็ นสิทธิ ของอัลลอฮฺ ขอพรอันประเสริ ฐและความ
ศานติจงมีแด่นบีของเรามุหมมัด ตลอดจนวงศ์วานและเศาะหาบะฮฺของท่าน.
                          ั
     บิดาของเรานบีอาดัม        เคยพํานักอยู่ในสวนสวรรค์ แต่ด้วยการหลอกล่อของ
ชัยฏอน เลยทําให้ ท่านต้ องออกจากสวนสวรรค์ เมือครัน ท่านพํานักอยู่บนโลก ชัยฏอน
ก็ยงไม่ละทีจะหลอกล่อลูกหลานของท่าน ดังทีมันได้ กล่าวกับอัลลอฮฺ ว่า:
   ั
                                       َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ
                                       ‫ولغوِينهم أجعِي‬
      ความว่า: และแน่นอนข้ าพระองค์ (ชัยฏอน) จะทําให้ พวกเขาหลงทางทังหมด.
(อัล-หิจญ์รฺ, 15 : 39)
      ดังนัน อัลลอฮฺ จึงเตือนและกํ าชับลูกหลานของอาดัมให้ ร้ ู ว่า “ชัยฏอนคือศัตรู ”
ดังทีพระองค์ได้ ตรัสว่า:
                               ًّ ُ َ ُ َّ َ ٞ ّ ُ َ ۡ ُ َ َ َ ۡ َّ َّ
                             ۚ‫إِن ٱلشيطٰن لكم عدو فٱتِذوهُ عدوا‬
      ความว่า: แท้ จริ ง ชัยฏอนนันคือศัตรู ของพวกเจ้ า ดังนัน พวกเจ้ าจงถือว่ามันเป็ น
ศัตรู (อัล-ฟาฏิรฺ, 35 : 6)
      ชัยฏอนคือศัตรู และเรามิอาจปองกันและระมัดระวังตัวจากมันได้ นอกจากว่า
                                     ้
เราจักต้ องรู้ จกตัวตน วิธีการหลอกล่อของมันเสียก่อน ดังทีกล่าวว่า "รู้ เขารู้ เรา รบร้ อย
                ั
ครังชนะร้ อยครัง"
      หนังสือเล่มนี มีชือเดิมเป็ นภาษาอาหรั บว่า “                                      ”
โดยชัยคฺอบดุลลอฮฺ อัล-คอฏิรฺ ซึงมีเนือหาเกียวกับชัยฏอนและวิธีการหลอกล่อของมัน.
           ั
      หวังว่า หนังสือเล่มนีจะเป็ นประโยชน์ แก่ผ้ ูอ่านเพื อเป็ นแนวทางในการปองกัน ้
และระมัดระวังตัวจากแผนการของชัยฏอน.

                                                                   อบุลมุษันนา ฟั ยซอล
                                                                  25-10-1432|22-10-2011
F

            F
            1


            4

        F
            7

ˆ   F               FF
            21


            22
1




                                                                           F




            เรื องนีเป็ นเรื องหลักในหลักความเชือ (อะกีดะฮฺ)
            ชัยฏอนคืออะไร?!
            ชัยฏอนมีรูปร่ างตัวตนจริ งๆ หรื อเป็ นแค่นามธรรม?!
            หรื อคือความรู้ สึกนึกคิดที ไม่ดีและการกระซิบกระซาบของหัวใจ ดังที บางคน
เข้ าใจ?!
        หรื อมันคือเชือโรคดังทีบางคนกล่าวอ้ าง?!
        หรื อชัยฏอนคือสัญลักษณ์ ของความชัวร้ าย เราวาดมันเพือเป็ นแค่สญลักษณ์
                                                                      ั
เพือเราจะได้ พดถึง?!
              ู
        แล้ วอะไรคือหลักความเชือของอะฮฺลสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺเกียวกับเรื องนี?
                                          ุ
            หลักความเชือของเราคือ ชัยฏอนนันมาจากญิน
            อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
            َ َ َ َ ّ ۡ َ َ َ َ ۡ ٓ َّ ْ ٓ ُ َ َ َ َ َ ْ ُ ُ ۡ َ ٰٓ َ َ ۡ َ ۡ ُ ۡ
            ‫﴿ ذ قلنا ل ِلملئِكةِ ٱسجدوا دم فسجدوا إِ إِبلِيس كن مِن ٱلن ففسق‬
                    ِ ِ
                                                                                َ
                                                                       ٓ َّ ۡ ۡ َ
                                                                    ﴾‫عن أمرِ ربِهِۗۦ‬
            ความว่ า: “และเมือเราได้ กล่ าวแก่ มลาอิกะฮฺว่า จงสุ ูดคารวะต่ อ
            อาดัม พวกเขาก็แสดงคารวะเว้ นแต่ อบลีส มันอยู่ในจําพวกญิน”1
                                                ิ
1
    อัล-กะฮฺฟฺ ,18 :50
2


         เราศรัทธาต่อการมีอยู่จริ งของญิ นและมนุษย์ และชัยฏอนนันก็มาจากญิ น มัน
อยู่กบมนุษย์ทกๆ คน ทุกคนจะมีชยฏอนติดตัวอยู่ ส่วนหลักฐานเรื องดังกล่าวนีคือ คําพูด
      ั      ุ                    ั
ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ในหะดีษบทหนึงทีบันทึกโดยมุสลิม จากท่านอิบ
นุมสอูด เราะฎิยลลอฮุอนฮุ
    ั           ั     ั
           َ ِ ُُ َ    ِّ ْ َ ِ ُ َ            َ ِّ ْ َ            َ َ ْ ْ ُ ْ َ
           ‫ِﺑﻪ ﻗﺮ ﻳﻨُﻪ ﻣﻦ ﺠﻟﻦ َ ﻗﺮ ﻳﻨﻪ ﻣﻦ‬
                  ِ        ِ       ِ ِ        ‫» َ ﻣﺎ ﻣﻨﻜﻢ ﻣﻦ ﺣﺪ ِ ﻻ َ ﻗﺪ ُ ﻞﻛ‬
                                                               ٍ         ِ       ِ
             َ َ َ                   َ َ             َ َُ َ َ َ ُ َ            َ َ َْ
           ‫ﻗﺎ : » َ ِ ﻳﺎ َ ِ ﻻ ﷲ ﻋﺰ ﺟﻞ‬
                         َ
                                                ‫ﻟﻤﻼ ﺋﻜﺔ«. ﻗﺎﻟﻮ : ِ ﻳﺎ ﻳﺎ ﺳﻮ ﷲ‬
                                                ِ                            ِ ِ
                                                                                      َ
                                                                    ُ ُ َ َ َِْ َ َ َ
                                                         َ             ْ
                                                      .«‫ﺨﻧﻰﻨ ﻋﻠﻴﻪ ﻓﻼ ﻳَﺄﻣﺮﻰﻧ ِﻻ ﺤﺑﻖ‬
                                                                 ِ                 ِ
           ความว่ า: “ไม่ มีใครคนใดจากหมู่พวกท่ านนอกเสียจากว่ าจะมี
           สหายติดตามตัวจากญินและจากมลาอิกะฮฺ เศาะหาบะฮฺถามว่ า:
           แล้ วท่ านล่ ะท่ านเราะสูลุลลอฮฺ ?ท่ านตอบว่ า: ฉันก็เช่ นเดียวกัน แต่
           ทว่ าอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล ทรงคุ้มครองฉันจากมัน ดังนั น มันจะไม่
           สังใช้ ฉันนอกจากในเรื องทีดีเท่ านัน”1

        ดังนัน ทุก ๆ คนจะมี สหายติด ตามตัวจากญิ น แม้ ก ระทังท่านเราะสูลุลลอฮฺ
ศ็อลลัล ลอฮุ อะลัย ฮิ วะสัล ลัม เองก็ ต าม แต่ท ว่ าญิ น ที ติ ด ตามตัวท่ านนัน อัล ลอฮฺ ไ ด้
คุ้มครองท่านจากมัน ดังนัน มันจะไม่สงใช้ ท่านนอกจากแต่ความดีเท่านัน
                                       ั
        อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                   ۡ َ                    َ                               ُ ُ َ ُۡ
            ِ َ ۡ َ ِّ           ِ َّ           ِ َّ ِ َ    ِ َّ ِ ّ َ
           ‫﴿قل أعوذ بِرب ٱلاس ̂ ملِك ٱلاس ̃ إلٰهِ ٱلاس ̄ مِن ش ٱلوسواس‬
                                            ِ
                                     ۡ َ                               َّ
                                  َّ‫ٱلناس ̅ ٱلِي يُوسوس ف صدور لَّاس ̆ مِن ٱلن‬        ۡ
                        ِ َ
                    ﴾̇ ‫ِ ةِ وٱلَّاس‬            ِ ِ ُ ُ ِ ُِ َۡ                 ِ َّ َ
         ความว่ า: “จงกล่ าวเถิด) มุ หัมมัด (ข้ าพระองค์ ขอความคุ้มครองต่ อ
         พระเจ้ าแห่ งมนุษย์ ชาติ พระราชาแห่ งมนุ ษย์ ชาติ พระเจ้ าแห่ งมนุ ษย์


1
    บันทึกโดยมุสลิม ,บท: สัญลักษณ์ตางๆ ของพวกมุนาฟิ ก ,บรรพ: การยุยงของชัยฏอน,เลขที: 2814
                                   ่
3


         ชาติ ให้ พ้ น จากความชั วร้ ายของผู้ ก ระซิ บ กระซาบที หลอกล่ อ ที
         กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ จากหมู่ญินและมนุษย์ ”1

            และชัยฏอนก็มีลกหลานสืบตระกูลและมีการสืบพันธุ์เพือเพิมจํานวน
                           ู
            อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                                                         َ                              َ
                                                  َ ٓ ِ ۡ ٓ ُ َ َّ ّ ُ َ ُ َ ُ ِ َّ َ َ
                                                 ﴾‫﴿أفتتخذونهۥ وذرِيتهۥ أولَاء‬
         ความว่ า : “แล้ ว พวกเจ้ าจะยึดเอามั นและวงศ์ ว านของมั นเป็ นผู้
         คุ้มครองอืนจากข้ ากระนันหรื อ”2

        ลูกหลานของชัยฏอนและบริ วารของมันพยายามทีจะทําให้ มนุษย์ หลงทางใน
ชีวิตบนโลกนี




1
    อัน-นาส ,114 : 1-6
2
    อัล-กะฮฺฟฺ ,18 : 50
4




         ชัยฏอนใช้ วิธีการอย่างค่อยเป็ นค่อยไปในการหลอกล่อมนุษย์ ท่านอิบนุ ก็อยยิม
อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้ ระบุหกลําดับวิธีการของชัยฏอนในการหลอกล่อม
นุษย์อย่างค่อยเป็ นค่อยไป ดังนี
     • ลําดับแรก: “กุฟรฺ” หรื อ “ชิรกฺ”
        พยายามทีจะให้ มนุษย์ปฏิเสธศรัทธา (กุฟรฺ ) หรื อไม่ก็ตงภาคีกบอัลลอฮฺ (ชิรกฺ)
                                                              ั      ั
แต่ถ้าหากเปาหมายนันเป็ นมุสลิมอยู่แล้ ว มันจะใช้ กลยุทธ์ลําดับต่อๆ ไป
           ้
     • ลําดับทีสอง: “บิดอะฮฺ”
        คือลําดับ “อุตริ กรรม” หรื อ “บิดอะฮฺ” กล่าวคือชัยฏอนจะพยายามให้ มสลิมอุตริ
                                                                           ุ
กิจการงานต่างๆ ขึนมาในศาสนา และให้ ปฏิบติอตริ กรรมนันๆ แต่ถ้าหากเปาหมายเป็ น
                                               ั ุ                       ้
ชาวสุนนะฮฺทีไม่ทําบิดอะฮฺ ชัยฏอนก็จะใช้ แผนลําดับขันทีสาม
     • ลําดับทีสาม: “บาปใหญ่ ”
        คือลําดับความผิดที เป็ นบาปใหญ่ แต่ถ้าหากคนนันอัลลอฮฺ ได้ ค้ มครองให้ เขา
                                                                       ุ
รอดพ้ นจากบาปใหญ่ ชัยฏอนก็ยงไม่หมดหวัง แต่มนจะเริ มแผนการในขันตอนต่อไปคือ
                                ั                  ั
   • ลําดับทีสี: “บาปเล็ก”
        และหากอัลลอฮฺให้ คนนันรอดพ้ นจากบาปเล็ก ชัยฏอนก็จะเริ มใช้ แผนปฏิบัติ
การอืน นันคือ
5


      • ลําดับทีห้ า: “หมกหมุ่ นอยู่กับสิงทีเป็ นมุบาหฺ” (หมายถึงสิงทีเราปฏิบัติ
        หรื อละทิง ก็จะไม่ ได้ รับผลบุญและบาปใดๆ ทังสิน)
            คือการทีชัยฏอนให้ มสลิมหมกหมุนอยู่กบสิงทีเป็ นมุบาหฺตางๆ และหมดเวลาไป
                               ุ           ่     ั               ่
กับมัน ด้ วยเหตุนี เขาจึงไม่ใช้ เวลากับสิงทีน่าจะเป็ นประโยชน์มากกว่าและสิงทีศาสนา
สังใช้ ให้ เราปฏิบติ
                  ั
      • ลําดับทีหก: “หมกหมุ่นอยู่กับสิงทีประเสริฐน้ อยกว่ า”
         คือ การทีชัยฏอนจะให้ มุสลิมหมกหมุ่นปฏิบัติในสิงทีประเสริ ฐหรื อดีน้อยกว่า
และทิงการปฏิบติสิงทีดีกว่า สิงทีเขาได้ ปฏิบติคือการงานทีดี แต่การงานทีเขาละทิงนัน
                  ั                           ั
ดีกว่าและประเสริ ฐกว่า เช่น หมกหมุ่นอยู่กบสิงทีเป็ นสุนตและละทิงสิงทีเป็ นฟั รฎู เป็ น
                                            ั            ั
ต้ น !?
         จะเห็นได้ ว่า ชัยฏอนมีความอุตสาหะในการเชิญชวนและล่อลวงของมัน และ
ปฏิบติอย่างเป็ นลําดับขัน โดยใช้ วิธีอย่างค่อยเป็ นค่อยไป ดังทีอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะ
      ั
อาลา ได้ ตรัสว่า:
              ٞ ُّ ٞ ّ ُ َ ۡ ُ َ ُ َّ    َ ۡ َّ ِ َ ُ ُ ْ ُ َّ َ َ َ َّ ُ ُ َ َ َ َّ ْ ُ ُ
             ﴾‫﴿كوا مِما رزقكم ٱ ُ و تتبِعوا خطوٰت ٱلشيطٰن إِنهۥ لكم عدو مبِي‬
                                      ِۚ
         ความว่ า: “จงบริ โภคจากสิงทีอัลลอฮฺได้ ทรงให้ เป็ นปั จจัยยังชีพแก่
         พวกเจ้ าเถิด และจงอย่ าตามก้ าวเดินของชัยฏอน แท้ จริ ง มันคือศัตรู
         อันชัดแจ้ งของพวกเจ้ า”1

    ชัย ฏอนจะพยายามล่ อ ลวงมนุ ษ ย์ ที ล ะนิ ด ละหน่ อ ยและค่ อ ยเป็ นค่ อ ยไปจนถึ ง
เปาหมายของมัน และมันจะเข้ าหามนุษย์ ทุกประเภทด้ วยวิธีเฉพาะทีเหมาะสมกับคน
  ้
นันๆ

1
    อัล-อันอาม ,6 : 142
6


- เข้ าหาผู้ทีมีความสมถะ ด้ วยรู ปแบบสมถะ
- เข้ าหานักวิชาการผ่านประตูความรู้
- และเข้ าหาคนโง่อวิชาผ่านประตูความขลาดเขลา
7




                                                                          F




         เส้ นทางของชัยฏอนมีมากมายและหลากหลาย ซึงยากนักทีจะจํากัดได้ ทงหมด  ั
และเราขอกล่าวไว้ ณ ทีนีเพียงบางส่วน ดังนี:
1. สร้ างความแตกแยกและคิดไม่ ดีต่อพีน้ องมุสลิม
         ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ กล่าวไว้ ในหะดีษบทหนึงที
บันทึกโดยมุสลิมว่า:
             ْ َ        ََْ َ َ         َ ُّ َ ُ ْ ُ َ ُ ْ َ ْ َ َ َ ْ َ َ َ ْ
         ‫َ ﻟﻜﻦ ِﻲﻓ‬
              ِ       ِ ‫» ِ ﻟﺸﻴﻄﺎ ﻗﺪ ِﻳﺲ ﻓﻌﺒﺪ ﻟﻤﺼﻠﻮ ِﻰﻓ ﺟﺰ ﻳﺮ ِ ﻟﻌﺮ‬
                                 ِ
                                                                        ْ ُ ْ        ْ
                                                                       «‫ﺤﻛﺤﺮﻳﺶ ﺑَﻴﻨَﻬﻢ‬
                                                                                 ِ ِ
        ความว่ า: “แท้ จริ งชัยฏอนได้ หมดหวังทีจะให้ คนทีทําการละหมาด
        สั ก การะบู ชาต่ อมั นในคาบสมุ ทรอาหรั บ แต่ ทว่ า มั นพยายามยุ
        แหย่ (ให้ เป็ นศัตรู และก่ อฟิ ตนะฮฺ) ระหว่ างพวกเขา”1
        นันคือ พยายามให้ เกิดการทะเลาะเบาะแว้ ง โกรธแค้ นเคือง สร้ างฟิ ตนะฮฺ และ
มุงโจมตีกน
  ่      ั



1
  บันทึกโดยมุสลิม ,บท: ลักษณะต่างๆ ของพวกมุนาฟิ ก ,บรรพ: การยุแหย่ของชัยฏอน ,เลขที: 7281.
และอัต-ติรฺมีซียฺ นอกจากสํานวน” ในคาบสมุทรอาหรับ “บท: การทําดีและการเชือมสัมพันธ์ ,บรรพ:
การโกรธเคืองต่อกัน ,เลขที: 1938
8


         การคิดร้ ายหรื อไม่ดีนน ส่วนใหญ่มาจากชัยฏอน ดังทีมีรายงานจากอุมมุลมุอ์
                                 ั
มินีน เศาะฟิ ยฺยะฮฺ บินติ หุยยฺ เราะฎิยลลอฮุอนฮา นางได้ เล่าว่า:
                             ั         ั     ั
           ً َ              َ ُ ْ َََ                               ً ْ ُ                                               َ َ
         ‫ﻲﻓ ﻤﻟﺴﺠﺪ ﻓﺄﺗﻴﺘُﻪ ُ ُ ُ ْﻼ‬                                 ‫ ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ ﻣﻌﺘَﻜﻔﺎ‬k‫ﺎﻛ ﺠ‬
                                                                       ِ                                       ُّ
                                                                                                                    ِ
         ‫ﻦ‬    ْ‫ﻓﺤﺪﻋﺘُﻪ ﻋﻢ ﻗﻤﺖ ﻷﻏﻘﻠﺐ ﻓﻘﺎ َ ﻣﻰﻌ َﻘﻠﺒَﻲﻨ. َ َ َ ﻣﺴﻜﻨُﻬﺎ ﻰﻓ َ ُﺳﺎﻣﺔ ﺑ‬
                  ََ َ                    َ َ ْ َ                 ْ َ َ ََ َ ََْ ُ ْ ُ ُ ُ ْ َ َ
         ِ                ِ            ِ                       ِ ِ ِ                  ِ
                                                          َِ َ َ َ             َ ْ َ َ                َ ُ         َ َ
         -‫ -ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ‬k‫َ ْﻳﺪ ﻓﻤﺮ َ ﺟﻼ ِ ﻣﻦ ﻷ ﻧﺼﺎ ِ ﻓﻠﻤﺎ َﻳﺎ ﺠ‬
                                                  ِ                                       ِ                           ٍ
            ُ ْ‫ -ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ- » ﺒﻟ ﺳﻠﻜﻤﺎ ﻏﻬﺎ ﺻﻔﻴﺔ ﺑﻨ‬k‫َ ﺮﺳﺨ ﻓﻘﺎ َ ﺠ‬
         ‫ِ ِﺖ‬
                    ُ َ َ َ ُ ْ ََ                                                          ُّ              َ َ َ َ ْ
                                     ِ       ِ ِ                                                  ِ
                َ‫ﺣﻰﻴ«. ﻓﻘﺎﻻ: ﺳﺒْﺤﺎ َ ﷲ ﻳَﺎ َﺳﻮ َ ﷲ. ﻗﺎ َ : » ﻟﺸﻴْﻄﺎ َ ﺠﻳْﺮ ﻣﻦ ﻹﻧْﺴ‬
                        َ ِ              َ َ                    َ            ُ                   َ ُ َ ََ َُ
         ِ‫ِ ﺎ‬                      ِ                   ِ             ِ              ِ
                       .«‫ﺎ‬   ً‫ِ َ ِّ ﺧﺸﻴﺖ َ ْ ﻓﻘﺬ َ ﻰﻓ ﻗُﻠُﻮﺑﻜﻤﺎ ﺮﺷ «. َ ْ ﻗَﺎ َ »ﺷﻴْﺌ‬
                                 َ                  َ َ ُ                       َْ      ُ           َ                    ََْ
                                                                                                                        ‫ﺠﻣﺮ‬
                                                             ِ           ِ ِ                   ِ          ِ
         ความว่ า : ท่ า นนบี ศ็อลลั ล ลอฮุ อะลั ย ฮิว ะสั ล ลั ม ได้ อิอฺติก าฟ
         (ในมัสญิด) และฉันก็ได้ ไปเยียมท่ านในเวลากลางคืน ฉันได้ พูดคุย
         กับท่ าน ต่ อมา ฉั นก็ได้ ลุกขึนยืนเพือเดินกลับบ้ าน แล้ วท่ านก็ลุก
         ขึนด้ วยเพือจะส่ งฉัน และบ้ านของนางนันอยู่ทดารฺ อุสามะฮฺ อิบนุ
                                                           ี
         ซัยดฺ ในขณะเดียวกัน ก็มีชายสองคนจากชาวอันศอรฺ เดินผ่ าน เมือ
         ทังสองเห็นท่ า นนบี ศ็ อลลั ล ลอฮุ อะลั ย ฮิว ะสั ล ลั ม พวกเขาก็เ ร่ ง
         ฝี เท้ าเดิน ท่ านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เลยทักพวกเขาไป
         ว่ า ท่ านทังสองไม่ ต้องรี บหรอก แท้ จริ ง นางคือเศาะฟิ ยฺยะฮฺ บินติ
         หุยัยย์ , ชายทังสองกล่ าวว่ า: “สุ บหานั ลลอฮฺ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอ
         ฮฺ”1 และท่ านก็กล่ าวว่ า: “แท้ จริ ง ชัยฏอนจะไหลเวี ยนอยู่ในตัว
         มนุษย์ ผ่านเส้ นเลือด และแท้ จริง ฉันเกรงว่ ามันจะใส่ ความในหัวใจ
         ของท่ านทังสองด้ วยความชัวร้ าย” หรื อท่ านกล่ าวว่ า “บางอย่ าง”2


1
 คือเขาทังสองมิได้ คดว่าจะเป็ นผู้หญิงอืนทีมิใช่ภริ ยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม-ผู้แปล
                    ิ
2
  มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ บันทึกโดยอัล-บุคอรี ยฺ ,4/240 บท: อัล-อิอฺตกาฟ ,บรรพ: ผู้ทีอิอฺตกาฟสามารถ
                                                                 ิ                   ิ
ออกจากมัสญิดเนืองด้ วยเหตุจําเป็ นได้ หรื อไม่ และมุสลิม ในบทอัส-สลาม เลขที 2174 - 2175
9




         ชายคนหนึงเดินอยู่กับหญิ งสาวในยามวิกาล ย่อมเป็ นจุดให้ เกิ ดความสงสัย
คลางแคลงใจและคิดอคติได้ ดังนัน ท่านเราะสูลลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึง
                                          ุ
ต้ องการทีจะตัดความคิดอคตินีออกไป ท่านเลยบอกกับชายสองคนนันว่า:
                                   ‫ﺒﻟ ﺳﻠﻜﻤﺎ ﻧﻬﺎ ﺻﻔﻴﺔ‬
              “ท่ านทังสองไม่ ต้องรี บหรอก แท้ จริง นางคือเศาะฟิ ยฺยะฮฺ”

           จากจุดนี เราสามารถเอาสาระประโยชน์ จากหะดีษบทนีได้ ว่า เมือท่านยืนอยู่
ภายใต้ ภาวการณ์ ทีคนอืนอาจคิดไม่ดีต่อท่าน ท่านต้ องชีแจงและอธิบายให้ คนทีได้ เห็น
หรื อได้ ฟังเข้ าใจและรับรู้ ข้อเท็จจริ งต่างๆ ทังนี เพือปิ ดกันการคิดไม่ดี
           การคิ ด ไม่ ดี คื อ แนวทางของชัย ฏอน ทุ ก ครั งที ท่ า นได้ ฟั ง คํ าพู ด หนึ ง มัน จะ
พยายามให้ ท่านตีความในแง่ทีไม่ดีเสมอ
           และเช่ น เดี ย วกัน ชัย ฏอนจะสร้ างความแตกแยกในหมู่ม นุ ษ ย์ ดัง หะดี ษ ที
รายงานโดยสุลยมาน อิบนุ ศุร็อด เราะฎิยลลอฮุอนฮุ ท่านได้ เล่าว่า:
                   ั                            ั        ั
          َْ َ ُ ُ َ ََ        َ ْ    َ ُ    َ َ َْ َ ُ
       ‫ﻛﻨﺖ ﺟﺎ ﻟِﺴﺎ ﻣﻊ ﺠﻲﺒ ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ َﺳﻠﻢ َ َﺟﻼ ِ ﻳَﺴﺘﺒﺎ ِ ﻓﺄﺣﺪﻫﻤﺎ ﻤﺣﺮ‬
                                                                  َ ِّ     َ َ ً َ ُ ُْ
                                                    ِ                    ِ
            ً َ َ ُ ْ َ َ ِّ
       ْ‫ ﻷﻋﻠَﻢ ﻠﻛﻤﺔ ﻟَﻮ‬k » : ‫َﺟﻬﻪ َ ﻏﺘَﻔﺨﺖ َ ْ َ اﺟﻪ ﻓﻘﺎ َ اﺠﻲﺒ ﺻﻰﻠ اﷲ ﻋﻠَﻴْﻪ َﺳﻠﻢ‬
                                 َ َ ِ َ ُ         َ ُّ        ََ ُ ُ       ْ َ َ ْ ُ ُْ
                ِ            ِ                            ِ َ
                  ُ َ َ َُْ َ َ َ     َْ                ُ ُ َ َ َْ ُ َ َ ُ ْ َ َ َ َ ََ َ
               «‫ﻗﺎﻟﻬﺎ ﻫﺐ ﻗﻨﻪ ﻣﺎ ﺠﻳﺪ ﻟﻮ ﻗﺎ ﻋﻮ ﺑِﺎﷲ ﻣﻦ اﻟﺸﻴﻄﺎ ِ ﻫﺐ ﻗﻨﻪ ﻣﺎ ﺠﻳﺪ‬
                    ِ
                                           ْ
                                               ِ ِ                     ِ
       ความว่ า: ฉั นได้ นังร่ วมอยู่กับท่ านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
       แล้ วมีชายสองคนกําลังด่ าทอกันอยู่ หนึงในสองคนนันมีใบหน้ าแดง
       กลํา และเส้ นเลือดทีคอได้ ผุดเผยออกมา แล้ วท่ านนบี ศ็อลลัลลอ
       ฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่ าวว่ า: “แท้ จริ ง ฉันรู้ ประโยคหนึง หากใครได้
       กล่ าวแล้ ว สิงทีเขาประสบ (จากความโกรธเคือง) จะหายไป นันคือ
10


         หากเขากล่ า วว่ า อะอู ซุ บิล ลาฮฺ มินัช ชั ย ฏอน (แปลว่า ฉันขอความ
         คุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้ พ้นจากชัยฏอน) สิงทีเขาประสบจะหายไป”1

2. อุตริกรรม
          ชัย ฏอนจะหลอกล่อด้ วยกับสิ งที เป็ นอุต ริ กรรมหรื อ “บิ ดอะฮฺ ” โดยกล่าวว่า
    “มนุษย์ สมัยนีละเลยศาสนา และเป็ นการยากยิงทีจะนํ าพวกเขากลับมาสู่แนวทาง
    ของอิ ส ลาม ดั ง นั น เราควรทํ า อิ บ าดะฮฺ บ างอย่ า งตามแบบฉบั บ ของท่ า นนบี
    ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิ วะสัล ลัม และเราก็ อุตริ อิบ าดะฮฺ บ างอย่ างเพิ มเข้ าไป เผื อว่า
    มนุษย์จะกลับมาสูแนวทางของศาสนา”
                      ่
           และบางครั ง อาจอุตริ อิบาดะฮฺทีมีเค้ ามาจากแบบอย่างสุนนะฮฺของท่านนบี
    ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และชัยฏอนก็กระซิบกระซาบว่า “การอุตริ ในเรื องความ
    ดียอมถือเป็ นความดี ดังนัน ท่านจงอุตริ เถิด”
        ่
          และสิงทีอุตริ ขึนมาใหม่นนก็ออกมาในรู ปเชิงของอิบาดะฮฺ หรื ออาจอุตริ เพิมอิ
                                   ั
    บาดะฮฺขนมาใหม่ในอิสลาม และบางที บางคนอาจพูดว่า “ผู้คนห่างไกลจากศาสนา
              ึ
    เหลือเกิน เรามาแต่งหะดีษเพือให้ พวกเขาจะได้ เกรงกลัวและตักวาต่ออัลลอฮฺดีกว่า”
    แล้ วพวกเขาก็อุปโลกน์ หะดีษขึนมา และกล่าวเท็จต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ
    วะสัลลัม และอ้ างว่า “พวกเราโกหก แต่เราไม่ได้ โกหกใส่ร้ายท่าน แต่เราโกหกเพื อ
    ท่าน!!”
          โกหกเพือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม !! แล้ วอุปโลกน์ หะดีษเพือให้
ผู้คนกลัวไฟนรก!! พวกเขาสร้ างจินตนาการเกียวกับมนุษย์ในมุมมองทีแปลก และวาด
ภาพสวรรค์ในมุมมองทีประหลาดยิงกว่า!!

1
    บันทึกโดยอัล-บุคอรี ยฺ ,10/431 ,บท: มารยาท ,บรรพ: ระวังจากความโกรธ
11


         เป็ นทีทราบกันดีว่า การอิบาดะฮฺนนเป็ บแบบ เตากี ฟียฺ กล่าวคือ เรายึดปฏิบัติ
                                           ั
ตามหลักฐานทีปรากฏในแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังทีอัลลอ
ฮฺได้ บญชาให้ แก่ท่านเท่านัน และไม่ใช่เอกสิทธิของใครทีจะอุตริ เพิมเติมหรื อเปลียนแปลง
       ั
ตามอําเภอใจ มันไม่ใช่อืนใดเว้ นแต่คือบิดอะฮฺจากการประดิษฐ์ ตกแต่งของชัยฏอน

3. ให้ ความสําคัญกับเรื องหนึงโดยละเลยอีกเรื องหนึง
         1. ระดับปั จเจกบุคคล
         บางคนทําความผิดและบาปต่างๆ อย่างมากมาย แต่ว่าเขาดํารงการละหมาด
และกล่าวอ้ างว่า การละหมาดคือเสาหลักของศาสนา และคือการงานแรกทีจะถูกนํามา
ตัดสินในวันแห่งการคิดบัญชี ดังนัน ไม่เป็ นไรหรอกหากจะทําความผิดบางอย่าง!!
         เขาทําให้ การละหมาดเป็ นเรื องทีสําคัญทีสุด ทังนี เพือนํามาเป็ นข้ ออ้ างในการ
ละเลยต่ออิบาดะฮฺอืนๆ... ให้ ความสําคัญกับเรื องละหมาดและละเลยเรื องอืนๆ !!
         ใช่ ! การละหมาดคื อ เสาหลัก ของศาสนา แต่ มัน ไม่ ใ ช่ ศ าสนาทังหมด แล้ ว
ชัยฏอนก็นํามันมาเป็ นข้ ออ้ างสําหรับการละเลยความดีอืนๆ
         และบางคนกล่าวว่า” ศาสนาคือการปฏิสมพันธ์ “สิงทีสําคัญทีสุดคือ การทีท่าน
                                                     ั
ทําดีต่อเพือนมนุษย์ ด้วยกัน ไม่โกหก ไม่คดโกง ถึงแม้ ว่าท่านจะไม่ละหมาดก็ไม่เป็ นไร
เพราะท่ า นนบี ศ็ อ ลลัล ลอฮุอ ะลัย ฮิ ว ะสัล ลัม กล่า วความว่า “ศาสนานันคื อ การ
ปฏิสมพันธ์”
      ั
         และบางคนก็กล่าวว่า: สิงสําคัญทีสุดคือ เจตนาทีดี! ฉันหลับตานอนในขณะที
หัวใจของฉันปราศจากการอิจฉาริ ษยาและโกรธเคือง ในขณะเดียวกัน เขาก็ละเลยความ
ดีอืนๆ และพอเพียงกับเจตนาทีดีเท่านัน!
         และอีกบางคน ก็ให้ ความสําคัญกับการศึกษาอัลกุรอาน ไม่ว่าจะเป็ นด้ านการ
อ่ า นและตัจ ญ์ วี ด และให้ ค วามสํ า คัญ เหนื อ สิ งอื นใด แล้ ว ก็ ล ะเลยความดี อื นๆ อี ก
มากมาย ซึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันไม่ใช่เรื องเดียวในศาสนาอิสลาม ความผิ ดตรงนี
12


ไม่ใช่อยู่ทีการให้ ความสําคัญ แต่คือการละเลยและละทิงเรื องอืนๆ ทีสําคัญในศาสนา
อิสลามเช่นกัน

             2. ระดับกลุ่ม (ญะมาอะฮฺ)
           ประเด็นนีมีให้ เห็นในระดับกลุ่มหรื อญะมาอะฮฺ เช่นเดียวกันด้ วย จะเห็นได้ ว่า
บางแนวคิดกล่าวว่า:
           “สิงทีสําคัญทีสุดคือ การรู้ สภาพความเป็ นไปของมุสลิมในภาวะปั จจุบน สภาพ
                                                                             ั
ของศัตรู สิงทีสําคัญทีสุดคือการเมือง เพราะเราอยู่ในยุคสมัยใหม่ ไม่ใช่ยคหิน”
                                                                       ุ
           เช่นนีแหละ เราจะเห็นได้ ว่าผู้ทีมีแนวคิดนีจะเชียวชาญในเรื องคอมมิวนิสต์ เซ
คิวล่าร์ ฟรี เมสัน บาไฮ และก็อดยานียฺ แต่ถ้าหากท่านถามเกียวกับเรื องอิสลามแล้ ว เขา
ไม่มีความรู้ อะไรเลยเกียวกับอิสลาม!!
           ในทางตรงกันข้ าม บางกลุมให้ ความสําคัญกับเรื องอิบาดะฮฺ และกล่าวว่า สิงที
                                        ่
สําคัญทีสุดคือความสัมพันธ์ของท่านกับอัลลอฮฺ สิงทีสําคัญทีสุดคือ การละหมาด การที
ท่ า นเป็ นคนสมถะ มี ค วามยํ า เกรง แต่ เ ขากลั บ ละเลยเรื องอื นๆ ทั งหมด และให้
ความสําคัญเฉพาะเรื องจิตวิญญาณ
           และอีกหลายๆ คน – ซึงมีอยู่จริ งในกลุ่มแนวคิด -กล่าวว่า สิงทีสําคัญทีสุดคือ
“เอกภาพ” ดังทีอัลลอฮฺตรัสว่า:
                                           ْ ُ َّ َ َ َ َ ٗ َ َّ ۡ ْ ُ َ ۡ َ
                                          ﴾‫﴿وٱعتصموا بَبل ٱ ِ جِيعا و تفرقوا‬
                                            ۚ                    ِ ِ   ِ
        ความว่ า: “และพวกเจ้ าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้ อมกัน
        ทังหมด และจงอย่ าแตกแยกกัน”1



1
    อาล อิมรอน ,3 : 103
13


          และพวกเขาก็ให้ ความสําคัญกับเรื องนีมากกว่าเรื องหลักความเชือ (อะกีดะฮฺ)!
ร่ วมวงเสวนากับผู้คนหลากหลายถึงแม้ จะมีหลักความเชือทีต่างกัน โดยกล่าวอ้ างว่า สิงที
สําคัญทีสุดคือ การทีพวกเรารวมตัวกันในสมัยทีศัตรู อิสลามรวมตัวโจมตีพวกเรา
          แต่ทีถูกต้ องแล้ ว เรารวมตัวกันบนหลักพืนฐาน รวมตัวกันบนหลักศาสนา ไม่ใช่
รวมตัวสะเปะสะปะและมีหลักความเชือทีคัดค้ านกัน
          ดังนัน จํ าเป็ นที จะต้ องให้ ความเสมอเท่าเที ยมกันทังในเรื องนี และเรื องอืนๆ
เพราะแนวทางของชัยฏอนส่วนใหญ่แล้ วคือ การให้ ความสําคัญกับเรื องหนึง และละเลย
เรื องอืนๆ

4. ผัดวันประกันพรุ่ ง
           และอีกหนึงในแนวทางของชัยฏอนคือ การผัดวันประกันพรุ่ งและหวังเรื อยเปื อย
ไปไกล หรื อทีบางคนขนานกันว่า “ตัวอุปสรรคอันยิงใหญ่” บางคนได้ วางเรื องใดเรื องหนึง
ไว้ ข้างหน้ าเสมือนเป็ นอุปสรรค เขากล่าวว่า “หากฉันเรี ยนจบ ฉันจะกลับตัว” คือทําการ
เรี ยนให้ เป็ นอุปสรรคในการกลับตัวจากบาป และเมือเขาเรี ยนจบ เขาก็กล่าวว่า “เมือฉัน
ได้ งานแล้ ว ฉันจะกลับตัว” แล้ วเขาก็ได้ งาน แต่ก็ยังไม่กลับตัว และก็เป็ นเช่นนี ต่อไป
เรื อยๆ...เมือฉันทําหัจญ์...เมือฉันแต่งงาน...เมือ...เมือ...
           เขามักวางอุปสรรคไว้ ข้างหน้ าตลอด ผัดวันประกันพรุ่ งไปเรื อยๆ และใช้ ชีวิตอยู่
กับการหวังลมๆ แล้ งๆ และเช่นนีแหละทีเขาใช้ ชีวิตและจบชีวิตลงโดยไม่ได้ เริ มชีวิตใหม่
เสียจริ งๆ
           เปาหมายสูงสุดของชัยฏอนคือ เหนียวรังท่านจากการประกอบคุณงามความดี
              ้
ต่างๆ หรื อผัดวันประกันพรุ่ ง และนีคือ แนวทางของชัยฏอนทีน่ากลัวยิงสําหรั บคนดีๆ
ทังหลาย
14


          ชัยฏอนมาหาท่านแล้ วกระซิบกระซาบว่า: “ตอนนีท่านยังไม่พร้ อมหรอกทีจะ
สอนผู้คนหรื อดะอฺวะฮฺพวกเขา รอก่อน จนกว่าท่านจะเรี ยน...” ทังๆ ทีเราถูกสังใช้ ให้ ทํา
การเผยแพร่ ถงแม้ จะมีความรู้ เพียงอายะฮฺเดียวก็ตาม
                 ึ
          ท่านอิบนุลเญาซียฺได้ กล่าวไว้ ในหนังสือ “ตัลบีส อัล-อิบลีส” ว่า:
          “กีมากน้ อยแล้ วทีผู้ทีปฏิญานตนแน่วแน่ว่าจะทํางานหรื อจะลงมือปฏิบัติอย่าง
จริ งจัง แล้ วเขาก็ประวิงเวลาไป กล่าวคือชัยฏอนได้ ลอให้ เขาประวิงเวลา โดยให้ เขานึกว่า
                                                     ่
กีมากน้ อยแล้ วที ผู้ทีเพี ยรพยายามสู่ความดีงาม แล้ วชัยฏอนก็ประวิงเวลาเขาไว้ และ
บางครัง นักฟะกีฮฺ (ปราชญ์ ทีมีความรู้ ด้านนิติศาสตร์ อิสลาม) ก็ตงใจว่าจะทวนการสอน
                                                                   ั
อีกครั ง แล้ วชัยฏอนก็กระซิบกระซาบว่า” พักก่อนสักระยะหนึง “และชัยฏอนมักให้ ท่าน
ชอบความเกียจคร้ านและผัดวันประกันพรุ่ ง บางที ชัยฏอนอาจเข้ ามาหาผู้ทีปฏิบัติการ
ละหมาดในยามคําคืนและกล่าวว่า เวลากลางคืนยังอีกยาวนาน สุดท้ ายก็ถึงเวลาเช้ า
และเขาก็ไม่ได้ ละหมาด”
          [
5. ความสมบูรณ์ แบบจอมปลอม
          ชัยฏอนอาจกระซิบกระซาบ แล้ วให้ มนุษย์ร้ ู สกว่าเขาเป็ นคนทีสมบูรณ์แบบแล้ ว
                                                       ึ
และมันจะกล่าวกับเขาว่า: ท่านดีกว่าคนอืนๆ ท่านละหมาด แต่คนอืนๆ อีกหลายต่อ
หลายคนไม่ละหมาด ท่านถื อศีลอด แต่คนอืนๆ อีกหลายคนไม่ได้ ถือศีลอด กล่าวคือ
ชัยฏอนจะทําให้ ท่านดูคนทีด้ อยกว่าในการปฏิบติคณงามความดี ทังนีและทังนันก็มิใช่
                                                  ั ุ
เพราะอืนใด แต่เพือประวิงเวลาในการประกอบความดีของท่าน
          ชัยฏอนอาจกระซิบกระซาบว่า: “การงานของท่านจะช่วยท่าน” แล้ วมันก็ให้ ท่าน
หมกมุนอยู่กบการงานทีเป็ นมุบาหฺ
        ่      ั
          “พักก่อน”
          “ท่านยุ่ง”
          “ท่านดีกว่าคนอืนๆ”
15


         และเช่นนีแหละ เพือให้ ท่านได้ หยุดหย่อนและไม่มงมันในการทํางาน
                                                         ุ่
         สิงทีพึงประสงค์ คือตรงกันข้ าม กล่าวคือ ให้ ท่านดูคนทีถือศีลอดทุกวันจันทร์
และวันพฤหัสบดี ในขณะทีท่านไม่ได้ ถือศีลอด ให้ ดูคนทีปฏิบติละหมาดทีเป็ นสุนัต แต่
                                                            ั
ท่านไม่เคยปฏิบต.ิ ..นีแหละ คือการมองทีถูกต้ องและพึงประสงค์
                 ั

6. ไม่ เชือมันในตัวเองและความสามารถ
          ชัยฏอนมีสองวิธีในการล่อลวงให้ มนุษย์พิจารณาตัวเอง คือ
          1. มองตัวเองอย่างลําพองและหลงตัวเอง
          คือ การที ชัยฏอนผลักดันให้ คนหนึงมองตัวเองอย่างลําพอง ต่อมาเขาก็หลง
ตัวเองและหยิงผยอง แล้ วชัยฏอนก็กระซิบเขาว่า “ท่านได้ ทํา ...ทํา ...จงดูตัวท่านเถิด
ท่านได้ ทําอะไรมากมาย และผู้คนก็เปลียนแปลงเพราะท่าน” แล้ วเขาก็หยิงผยอง หลง
ตัวเอง ดูแคลนคนอืน ปฏิเสธสัจธรรม เมือผิดก็ไม่ยอมกลับตัว และไม่ยอมร่ วมนังศึกษา
ความรู้ จากบุคคลอืน.
          ฉันสังเกตเห็น วงหะละเกาะฮฺ อ่านอัล กุรอาน บางคนเมือมี คนทัก ว่าอ่านผิ ด
แทนทีเขาจะยังคงเรี ยนอยู่ในวงหะละเกาะฮฺเพือทีคนอืนจะได้ แก้ ไขการอ่านให้ ถกต้ อง แต่
                                                                            ู
เขากลับทิงหะละเกาะฮฺการเรี ยนอัลกุรอาน ทังนีเพราะกลัวทีจะต้ องถูกติท่ามกลางคน
ส่วนใหญ่ และแล้ วเขาก็ไม่ได้ เรี ยนตลอดทังชีวิต หากเขาฉุกคิดสักนิด เขาจะรู้ ว่าคนที
อ่านคล่อง ก่อนหน้ านีก็มีสภาพเหมือนกับเขา แต่คนอืนก็ศกษาต่อเนืองโดยไม่ย่อท้ อ
                                                          ึ
     ดังนัน จําเป็ นทีจะต้ องพยายามและฝึ กปรื อตัวเองให้ หายจากข้ อบกพร่ องของตัวเอง
ไม่ใช่ปกปิ ดมัน

        2. มองตัวเองอย่างถูกดูและดูแคลน
        ชัยฏอนจะกระซิบกระซาบท่านว่า “ท่านต้ องถ่อมตัว ใครก็ตามที ถ่อมตัวเพื อ
อัลลอฮฺ พระองค์จะยกระดับเขา ... งานนีไม่เหมาะกับท่านหรอก! มันเหมาะกับคนที
16


เชียวชาญและมีชือเท่านัน” จุดมุ่งหมายตรงนีคือ ชัยฏอนประสงค์ให้ ท่านห่างออกจาก
สาสน์นของท่าน ด้ วยวิธีการถ่อมตัว กล่าวถือให้ ท่านดูถูกความสามารถของตัวเองจนไม่
สามารถนําความสามารถทีมีท่านมีอยู่มาใช้ เป็ นประโยชน์ ได้ พวกเราจะถูกสอบสวนใน
ความสามารถทีเรามีอยู่ ทีเราจําเป็ นต้ องนําเสนอ และในเมือเราไม่นํามาเสนอเราก็จะถูก
สอบสวน ดัง กล่ า วนี ไม่ ใ ช่ ก ารถ่ อ มตัว แต่ ป ระการใด แต่ คื อ การเลี ยงหน้ า ที ความ
รับผิดชอบ ชัยฏอนจะคอยกระซิบกระซาบเขาว่า “ปล่อยโอกาสให้ คนทีดีกว่าท่านดีกว่า
การดะอฺวะฮฺคือการงานทีประเสริ ฐ คืองานของชายชาตรี ทีโดดเด่น” และบางทีชัยฏอน
อาจมาในรู ปแบบของการช่วยเหลือ และบางทีอาจจะเกิดข้ อผิดพลาดบางประการในการ
ทํางานของเขา แต่เขาก็พาลคิดว่าผิดเสียทังหมด การเหมารวมว่าผิดนันคือแนวทางหนึง
ของชัยฏอน
         และบางที ชัยฏอนอาจหลอกล่อมนุษย์ โดยการให้ ดูแคลนตัวเอง แล้ วเขาก็ไม่
เคยทีจะใช้ สติปัญญาในการคิด โดยชัยฏอนจะตังคําถามว่า:
         “ฉันอยู่ในระดับไหนจากเชคคนนนัน“?
         “ฉันอยู่ในระดับไหนจากผู้ร้ ู คนนัน”
         ยกเลิกการใช้ สติปัญญา และไม่คิดนอกจากตามความคิดอาจารย์ของเขา...ไม่
ปฏิบตินอกจากคําแนะนําอาจารย์ ของเขา...อาจารย์ของเขาเท่านันทีถูก นอกเหนือจาก
      ั
นันผิด...และนีคือจุดเริ มต้ นของ “การเทิดทูนมนุษย์”
         หลักการของเราคือ การกลับไปหาบทบัญญัติศาสนา มนุษย์ คนนีทีอยู่ต่อหน้ า
เรา เป็ นไปได้ ที อาจจะผิ ด ให้ เ อาคํ า พู ด ของมนุษ ย์ ทังมวลมาเที ย บเคี ย งกับ คํ า ตรั ส
ของอัลลอฮฺและคําพูดของท่านเราะสูลลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หากเห็นพ้ อง
                                        ุ
สอดคล้ องตรงกัน เราก็รับ แต่หากค้ านกัน เราก็ละทิงคําพูดของมนุษย์คนนัน

7. สร้ างความสงสัย
17


         การสร้ างความสงสัยคือ หนึงในแนวทางของชัยฏอนทีอันตรายนัก...แต่ทว่า มัน
เกิดชึนได้ อย่างไร ?เช่น บางทีชยฏอนอาจเข้ ากระซิบกระซาบผู้ทีคอยอบรมสังสอนผู้คน
                               ั
ปฏิบติตนอยู่ในครรลองของอิสลาม และห่างไกลจากข้ อห้ ามต่างๆ มันเข้ ามาสร้ างความ
      ั
สงสัยในแนวทางทีตนเองดําเนินอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิง เมือเขาได้ คลุกคลีกบผู้คนทีไม่ดี
                                                                        ั
ประพฤติตวนอกลู่อิสลาม ชัยฏอนเข้ ามา แล้ วกระซิบว่า” ทุกคนเหล่านันอยู่ในไฟนรก
            ั
แล้ วท่านเพียงผู้เดียวอยู่ในสวรรค์กระนันหรื อ?!“
         ทีถูกต้ องแล้ ว ท่านอย่าเอาจํานวนคนมากหรื อน้ อยมาเป็ นมาตรวัด...เพราะสัจ
ธรรมคือ สิงทีสอดคล้ องกับพระดํารัสของอัลลอฮฺและคําพูดของเราะสูลของพระองค์.
         ดัง นั น มาตรวั ด ของญะมาอะฮฺ ไ ม่ ใ ช่ ค นส่ ว นมาก แต่ ญ ะมาอะฮฺ คื อ สิ งที
สอดคล้ องกับสัจธรรม ถึงแม้ ท่านจะอยู่เพียงคนเดียว
         อัลลอฮฺตรัสว่า:
                                          َ ِ ۡ ُ َ ۡ َ َ َۡ َ ِ   َُ ۡ َ ََٓ
                                         ﴾‫﴿وما أكث ٱلَّاس ولو حرصت بِمؤمنِي‬
         ความว่ า: “และส่ วนใหญ่ ของมนุ ษย์ จะไม่ ศรั ทธาต่ อเจ้ า ถึงแม้ เจ้ า
         ปรารถนาอย่ างยิงก็ตาม”1

         นุอยมฺ อิบนุ หัมมาด ผู้ซงเป็ นตาบิอียฺได้ กล่าวว่า: ”แท้ จริ งญะมาอะฮฺนนคือ สิงที
             ั                    ึ                                             ั
สอดคล้ องกับการการภักดีต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา และเมือญะมาอะฮฺเสือม
เสีย ท่านก็จงยืนหยัดอยู่บนญะมาอะฮฺก่อนทีจะเสือมเสีย ถึงแม้ ว่าท่านอยู่เพียงลําพัง
ท่านก็ถือเป็ นญะมาอะฮฺได้ “
         และหนึงจากแนวทางของชัยฏอนคือ การสร้ างความสงสัยในเรื องนียะฮฺ (การ
ตังเจตนา) มันจะกระซิบกระซาบมนุษย์วา ท่านอวดโชว์ ท่านหน้ าไหว้ หลังหลอก ท่านทํา
                                         ่
ดีนีเพือมนุษย์ ทังนี เพือให้ เขาละทิงการทําความดี
1
    ยูสฟ : 12 : 103
       ุ
18


          ตัวอย่างดังกล่าวเช่น...ชายคนหนึงต้ องการบริ จาคทาน แล้ วมีผ้ คนเห็น แล้ วเขา
                                                                           ู
ก็ทกทักเอาเองว่า: เมือเขาเห็นฉัน เขาก็จะคิดว่าฉันต้ องอวดโชว์แน่ๆ เลย ฉะนัน ทางทีดี
   ึ
ทีสุดคือ ฉันไม่ควรบริ จาคเงินจํานวนนี!!
          พวกเราควรหันมาตรวจสอบตนเองในเรื องการตังเจตนา ทังนี เพือให้ เจตนาของ
เราบริ สทธิเพืออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว
        ุ
          อิบรอฮีม อิบนุ อัดฮัม ผู้ซงเป็ นตาบิอียฺท่านหนึงได้ กล่าวว่า: “ฉันได้ พบกับเศาะ
                                    ึ
หาบะฮฺของท่านเราะสูลลลอฮฺจํานวน 30 ท่าน ทังหมดล้ วนกลัวว่าตัวเองจะปฏิบติการ
                         ุ                                                           ั
งานโดยไม่บริ สทธิใจต่ออัลลอฮฺ (อิคลาศ)”
                ุ
          การตรวจสอบตนเองเป็ นสิงทีจําเป็ น แต่ทว่า การตรวจสอบดังกล่าวนัน ไม่ใช่
การตรวจสอบทีนําพาท่านสู่การละทิงหรื อไม่ปฏิบัติ แต่คือการตรวจสอบทีนําไปสู่การ
ปฏิบติทีมากยิงๆ ขึน
     ั
          อัล-หาริ ษ อิบนุ ก็อยสฺ เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าวว่า: “เมือชัยฏอนได้ มาหาท่าน
                                          ั       ั
ในขณะทีท่านกําลังละหมาด และกระซิบกระซาบท่านว่า ท่านกําลังอวดอยู่ ดังนัน ท่าน
จงละหมาดให้ นานยิงอีก”

8. สร้ างความหวาดกลัว
         ชัยฏอนมี 2 แนวทางในการสร้ างความหวาดกลัวให้ กบมนุษย์
                                                       ั
         1. สร้ างความหวาดกลัวต่ อวะลีย์ของชัยฏอน
         ชัยฏอนจะสร้ างความหวาดกลัวให้ กบมนุษย์ตอบริ วารของมันและวะลีย์ของมัน
                                         ั      ่
จากบรรดาผู้ประพฤติชว มันจะกล่าวว่า จงระวังพวกเขา เพราะพวกเขามีพลังอํานาจที
                       ั
ยิงใหญ่ แล้ วเขาก็จะทิงการปฏิบติการงานทีดี
                              ั
         อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
          ُ ُ        ُ َ َ ۡ ُ ُ َ َ َ َ َ ٓ َ ۡ َ ُ ّ َ ُ ُ َ ۡ َّ ُ ُ ٰ َ َ َّ
         ‫﴿ ِإ نما ذ لِكم ٱلشيطٰن يوِف أ و لا ء ُه ۥ ف تافوهم وخافون ِإ ن كنتم‬
                   ِ                          ِ
                                                                            َ ِ ۡ ُّ
                                                                        ﴾‫مؤمنِي‬
19


       ความว่ า: “แท้ จริ งนัน ชัยฏอนจะขู่พรรคพวกของมันให้ กลัว ดังนัน
       พวกเจ้ าจงอย่ ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้ าเถิด หากพวกเจ้ าเป็ นผู้
       ศรั ทธา”1

         2. ทําให้ กลัวความยากจน
         อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                                     ٓ َ ۡ َۡ  ُ ُ ُ ۡ َ َ َ ۡ َ ۡ ُ ُ ُ ُ َ ۡ َّ
                                ﴾ ِۖ‫﴿ٱلشيطٰن يَعِدكم ٱلفقر ويأمركم بِٱلفحشاء‬
       ความว่ า: “ชัยฏอนนัน มันจะขู่พวกเจ้ าให้ กลัวความยากจน และจะ
       ใช้ พวกเจ้ าให้ กระทําความชัว”2

         มันจะกระซิบกับบางคนว่า...หากคุณทิงงานนี แล้ วคุณจะได้ งานใหม่เมือไร ?!
คุณ จะยากจน แล้ ว ในที สุด เขาก็ จ ะกลัว ความยากจน สุด ท้ า ยก็ ทํ า งานที หะรอม...
เช่นเดียวกับกรณี ของผู้ทีอนุญาตให้ ขายเหล้ า ทังๆ ที เขาเป็ นมุสลิม เพราะชัยฏอนจะ
หัวเราะเยาะเขาในเรื องนี ในขณะทีอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                      ُ ََۡ َ ُ ۡ َ ۡ ُُۡ ََۡ ٗ َ ۡ َ ُ َّ َ ۡ َ َّ َّ َ َ َ
                   ﴾‫﴿ومن يتق ٱ َ يعل لۥ مرجا ̃ ويرزقه مِن حيث  يتسِب‬
                    ۚ                                               ِ
       ความว่ า: “และผู้ ใดยําเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ ก็จะทรงหาทางออก
       ให้ แ ก่ เขา และจะทรงประทานปั จจั ย ยั งชี พ แก่ เ ขาจากทีทีเขามิ ได้
       คาดคิด”3



1
  อาล อิมรอน ,3 : 175
2
  อัล-บะเกาะเราะฮฺ ,2 : 268
3
  อัฏ-เฏาะลาก ,65 : 2-3
20


          และเราก็พบว่า ผู้ทีกินดอกเบียเพราะกลัวความยากจน จะกล่าวว่า: ฉันจะอยู่
อย่างไร(ถ้ าไม่กินดอกเบีย) ? ทุกคนรํ ารวยกันหมด แต่ฉนยากจน!!
                                                    ั
          ...และบางที ชัยฏอนจะใช้ กลเล่ห์เพทุบายแก่ผ้ ทํางานดะอฺวะฮฺ แล้ วเขาก็อนุมติ
                                                      ู                                     ั
ในสิงทีต้ องห้ าม โดยอ้ างถึงผลประโยชน์ของการดะอฺวะฮฺวาอนุญาตให้ โกหกได้ !!
                                                        ่
          ...ชัย ฏอนจะใช้ เล่ห์ เหลี ยมประดับ ประดาสิ งที ผิ ด ให้ ดูเ หมื อนกับ ว่าคื อสิ งที
ถูกต้ อง โดยกล่าวอ้ าง ผลประโยชน์ทางดะอฺวะฮฺ
          และบางที เราพบว่า มุสลิมหรื อนักดาอีย์บางคนต่างโจมตีไปมา นิ นทา และ
ปฏิบติไม่ดระหว่างกัน ยิงกว่าการปฏิบติของเขาต่อคนต่างศาสนิกหรื อคนโฉดด้ วยซํา !!
      ั      ี                         ั
21




                                     ˆ        F      F                         FF




       1. ความเขลา
          เพราะคนทีมีความรู้ ย่อมสร้ างความหนักหน่วงแก่ชยฏอนยิงกว่านักปฏิบติ(ที
                                                        ั                 ั
          ไม่มีความรู้ ) ถึงหนึงพันคน
       2. ตามอารมณ์ ,ไม่ มีความบริสุทธิใจ ,และอ่ อนศาสนา
          อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                     َ َ ۡ ُ ۡ ُ ُ ۡ َ َ َ َّ    َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ َّ َ َ َ
                ﴾  ‫﴿قال فبِعِزت ِك لغوِينهم أجعِي  إِ عِبادك مِنهم ٱلمخلصي‬
                       ِ
        ความว่ า: “มั นกล่ าวว่ า ดังนั นด้ ว ยพระอํานาจของพระองค์ ท่าน
        แน่ นอนข้ า พระองค์ ก็จะทําให้ พ วกเขาทังหมดหลงผิด เว้ นแต่ ปวง
        ป่ าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาทีมีใจบริสุทธิเท่ านัน”1

       3. เผอเรอ และไม่ ระแวดระวังถึงช่ องทางของชัยฏอน




1
    ศอด ,38 : 81-82
22




         เราต้ องรู้ สาเหตุ แล้ วเราจะรู้ วิธีการเยียวยา
         1. การศรั ทธาต่ ออัลลอฮฺ
        จํ า เป็ นที จะต้ อ งศรั ท ธาต่ อ อัล ลอฮฺ และมอบหมายการงาน ) ตะวัก กุ ล (ให้
พระองค์เพียงผู้เดียว พระองค์ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                              َ ُ َّ َ َ َ ۡ ّ َ َ َ َ ْ ُ َ َ َ َّ َ َ ٌ َ ۡ ُ ُ َ َ ۡ َ ُ َّ
                          ﴾		 ‫﴿إِنهۥ ليس لۥ سلطٰن ٱلِين ءامنوا و ٰ ربِهم يتوكون‬
                                            ِ
         ความว่ า: “แท้ จริ ง มั น (ชัยฏอน) ไม่ มีอํานาจใดๆ เหนื อบรรดาผู้
         ศรั ทธาทีพวกเขาได้ มอบหมาย (การงาน) ต่ อพระเจ้ าของพวกเขา”1
             2. ศึกษาหาความรู้ ศาสนาจากแหล่ งทีถูกต้ อง
             3. มีความบริสุทธิใจในกิจการงานศาสนา
             อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                                َ َ ۡ ُ ۡ ُ ُ ۡ َ َ َ َّ    َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ َّ َ َ َ
                            ﴾ ‫﴿قال فبِعِزت ِك لغوِينهم أجعِي  إِ عِبادك مِنهم ٱلمخلصي‬
                                  ِ
ความว่ า: “มั นกล่ าวว่ า ดั งนั นด้ วยพระอํานาจของพระองค์ ท่า น แน่ นอนข้ า
พระองค์ ก็จะทําให้ พวกเขาทังหมดหลงผิด เว้ นแต่ ปวงป่ าวของพระองค์ ในหมู่
พวกเขาทีมีใจบริสุทธิเท่ านัน”2


1
    อัน-นะหฺลฺ ,16 : 99
2
    ศอด ,38 : 81-82
23


          ท่านอุมร อิบนุ อัล-ค็อฏฏอบ เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าวความว่ า: “พวกเจ้ าจง
                 ั                           ั      ั
คิดบัญชีการงานของตัวพวกเจ้ าก่ อนทีพวกเจ้ าจะถูกสอบสวน(ในวันกิยามะฮฺ)
และพวกเจ้ าจงชังนําหนักการกระทําของพวกเจ้ าก่ อนทีพวกเจ้ าจะถูกชัง (ในวันกิ
ยามะฮฺ) ทังนี เพือจะให้ การสอบสวนและการคิดบัญชีการกระทําของพวกเจ้ าใน
วันนันง่ ายกว่ าถ้ าพวกเจ้ าคิดมันเสียก่ อนในวันนี”
          และจากท่านอัล-หะสัน เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าว: ความว่ า: มุสลิมจะไม่ พบ
                                          ั    ั
ตัวเองนอกจากจะตรวจสอบตนเอง ตัวเองต้ องการทําอะไร ? ตัวเองต้ องการกิน
อะไร ? และตั ว เองต้ องการดื มอะไร ? ส่ ว นคนโฉดจะเดินไปข้ า งหน้ า โดยไม่
ตรวจสอบตนเอง

            4. รําลึกถึงอัลลอฮฺ และขอความคุ้มครองต่ อพระองค์ ให้ พ้นจากชัยฏอน
            ทีถูกสาปแช่ ง
           อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า:
                       ٌ َ ٌ ِ َ ُ َّ َّ ۡ َ ۡ َ ٞ ۡ َ َ ۡ َّ َ َ َّ َ َ َّ
                  ﴾ ‫﴿ ما يَنغنك مِن ٱلشيطٰن نزغ فٱستعِذ بِٱ ِۚ إِنهۥ سميع علِيم‬
                                                           ِ
        ความว่ า “และหากมีการยัวยุใดๆ จากชัยฏอนกําลังยัวยุเจ้ าอยู่ ก็จง
        ขอความคุ้มครองต่ ออัลลอฮฺเถิด แท้ จริ งพระองค์ เป็ นผู้ทรงได้ ยิน ผู้
        ทรงรอบรู้ ”1

        และเช่นกัน การอ่านอัล-มุเอาวิซะตาน (นันคือสูเราะฮฺอน-นาส และอัล-ฟะลัก)
                                                           ั
ซึงมีตวบทหลักฐานบอกถึงความประเสริ ฐของมัน และมันสามารถคุ้มครองให้ พ้นจาก
      ั
ชัยฏอนได้ รวมถึงการอ่านอายะฮฺกุรสีย์ เพราะอายะฮฺกุรสีย์สามารถปกปองให้ พ้นจาก
                                                                  ้
ชัยฏอนได้ เช่นกัน.

1
    อัล-อะอฺรอฟ , 7 : 200
24

More Related Content

Similar to เล่ห์ชัยฏอน

หนทางสสะลาฟียฺ
หนทางสสะลาฟียฺหนทางสสะลาฟียฺ
หนทางสสะลาฟียฺMuttakeen Che-leah
 
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4 12556
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4  12556แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4  12556
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4 12556Muhammadrusdee Almaarify
 
Th twaijiriy fadhail_alsiyam
Th twaijiriy fadhail_alsiyamTh twaijiriy fadhail_alsiyam
Th twaijiriy fadhail_alsiyamLoveofpeople
 
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...Om Muktar
 
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีม
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีมตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีม
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีมWarakorn Pradabyat
 

Similar to เล่ห์ชัยฏอน (7)

ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 ค็อฏฏ๊อบ.Doc  ค็อฏฏ๊อบ.Doc
ค็อฏฏ๊อบ.Doc
 
รับน้อง
รับน้องรับน้อง
รับน้อง
 
หนทางสสะลาฟียฺ
หนทางสสะลาฟียฺหนทางสสะลาฟียฺ
หนทางสสะลาฟียฺ
 
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4 12556
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4  12556แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4  12556
แผนการจัดการเรียนรู้ อัคลาก ปี4 12556
 
Th twaijiriy fadhail_alsiyam
Th twaijiriy fadhail_alsiyamTh twaijiriy fadhail_alsiyam
Th twaijiriy fadhail_alsiyam
 
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...
คำวินิจฉัย (ฟัตวา) จุฬาราชมนตรี : การบริจาคอวัยวะและการใช้ประโยชน์จากอวัยวะขอ...
 
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีม
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีมตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีม
ตัฟซีร ซูเราะฮ์อัตตะฮ์รีม
 

More from Muttakeen Che-leah

เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc Muttakeen Che-leah
 
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผยเหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผยMuttakeen Che-leah
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดMuttakeen Che-leah
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษMuttakeen Che-leah
 
วิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวดวิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวดMuttakeen Che-leah
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยMuttakeen Che-leah
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์Muttakeen Che-leah
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นMuttakeen Che-leah
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะMuttakeen Che-leah
 
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่Muttakeen Che-leah
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...Muttakeen Che-leah
 
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริงแนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริงMuttakeen Che-leah
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมMuttakeen Che-leah
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติMuttakeen Che-leah
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมMuttakeen Che-leah
 
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลามการทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลามMuttakeen Che-leah
 

More from Muttakeen Che-leah (20)

ทุกศาสนา
ทุกศาสนาทุกศาสนา
ทุกศาสนา
 
Al kafi
Al kafiAl kafi
Al kafi
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc  เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม.Doc
 
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผยเหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
เหตุผลหรือข้ออ้างลับที่ไม่ถูกเปิดเผย
 
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกดวิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
วิจารณ์เวียนว่ายตายเิกด
 
วิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษวิเคราะห์ฮะดีษ
วิเคราะห์ฮะดีษ
 
วิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวดวิเคราะห์ความโอ้อวด
วิเคราะห์ความโอ้อวด
 
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัยลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
ลัทธิภาคีนิยมในรั้วมหาวิทยาลัย
 
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
มาตรวจสอบอารมณ์กันก่อนที่จะวิเคราะห์
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็นพระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
พระเยซูเป็นพระเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน ด้วยเงื่อนไขบังคับและเงื่อนไขจำเป็น
 
แผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะแผนที่ตรรกะ
แผนที่ตรรกะ
 
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
บันทึกย่อที่ไม่ได้จัดหมวดหมู่
 
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
ในการสนทนากับชาวต่างศาสนิกนั้น มีหลายครั้งด้วยกันที่อีกฝ่ายจะยกข้อความมายาว ซ...
 
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริงแนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
แนวทางศึกษาอิสลามให้ได้ซึ่งคำสอนที่แท้จริง
 
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรมตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
ตรรกเอาความเป็นรูปธรรม
 
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติตรรก และ เหตุผลวิบัติ
ตรรก และ เหตุผลวิบัติ
 
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอมเดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
เดินทางโดยไม่มีมะฮฺรอม
 
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลามการทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
การทำงานศาสนาด้านต่างๆ ในแง่ของการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอิสลาม
 
Names list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacyNames list of_logical_fallacy
Names list of_logical_fallacy
 
Guide of association
Guide of associationGuide of association
Guide of association
 

เล่ห์ชัยฏอน

  • 1.
  • 2. 2 F F
  • 3. F มวลการสรรเสริ ญทังหลายเป็ นสิทธิ ของอัลลอฮฺ ขอพรอันประเสริ ฐและความ ศานติจงมีแด่นบีของเรามุหมมัด ตลอดจนวงศ์วานและเศาะหาบะฮฺของท่าน. ั บิดาของเรานบีอาดัม เคยพํานักอยู่ในสวนสวรรค์ แต่ด้วยการหลอกล่อของ ชัยฏอน เลยทําให้ ท่านต้ องออกจากสวนสวรรค์ เมือครัน ท่านพํานักอยู่บนโลก ชัยฏอน ก็ยงไม่ละทีจะหลอกล่อลูกหลานของท่าน ดังทีมันได้ กล่าวกับอัลลอฮฺ ว่า: ั َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ ‫ولغوِينهم أجعِي‬ ความว่า: และแน่นอนข้ าพระองค์ (ชัยฏอน) จะทําให้ พวกเขาหลงทางทังหมด. (อัล-หิจญ์รฺ, 15 : 39) ดังนัน อัลลอฮฺ จึงเตือนและกํ าชับลูกหลานของอาดัมให้ ร้ ู ว่า “ชัยฏอนคือศัตรู ” ดังทีพระองค์ได้ ตรัสว่า: ًّ ُ َ ُ َّ َ ٞ ّ ُ َ ۡ ُ َ َ َ ۡ َّ َّ ۚ‫إِن ٱلشيطٰن لكم عدو فٱتِذوهُ عدوا‬ ความว่า: แท้ จริ ง ชัยฏอนนันคือศัตรู ของพวกเจ้ า ดังนัน พวกเจ้ าจงถือว่ามันเป็ น ศัตรู (อัล-ฟาฏิรฺ, 35 : 6) ชัยฏอนคือศัตรู และเรามิอาจปองกันและระมัดระวังตัวจากมันได้ นอกจากว่า ้ เราจักต้ องรู้ จกตัวตน วิธีการหลอกล่อของมันเสียก่อน ดังทีกล่าวว่า "รู้ เขารู้ เรา รบร้ อย ั ครังชนะร้ อยครัง" หนังสือเล่มนี มีชือเดิมเป็ นภาษาอาหรั บว่า “ ” โดยชัยคฺอบดุลลอฮฺ อัล-คอฏิรฺ ซึงมีเนือหาเกียวกับชัยฏอนและวิธีการหลอกล่อของมัน. ั หวังว่า หนังสือเล่มนีจะเป็ นประโยชน์ แก่ผ้ ูอ่านเพื อเป็ นแนวทางในการปองกัน ้ และระมัดระวังตัวจากแผนการของชัยฏอน. อบุลมุษันนา ฟั ยซอล 25-10-1432|22-10-2011
  • 4. F F 1 4 F 7 ˆ F FF 21 22
  • 5. 1 F เรื องนีเป็ นเรื องหลักในหลักความเชือ (อะกีดะฮฺ) ชัยฏอนคืออะไร?! ชัยฏอนมีรูปร่ างตัวตนจริ งๆ หรื อเป็ นแค่นามธรรม?! หรื อคือความรู้ สึกนึกคิดที ไม่ดีและการกระซิบกระซาบของหัวใจ ดังที บางคน เข้ าใจ?! หรื อมันคือเชือโรคดังทีบางคนกล่าวอ้ าง?! หรื อชัยฏอนคือสัญลักษณ์ ของความชัวร้ าย เราวาดมันเพือเป็ นแค่สญลักษณ์ ั เพือเราจะได้ พดถึง?! ู แล้ วอะไรคือหลักความเชือของอะฮฺลสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺเกียวกับเรื องนี? ุ หลักความเชือของเราคือ ชัยฏอนนันมาจากญิน อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: َ َ َ َ ّ ۡ َ َ َ َ ۡ ٓ َّ ْ ٓ ُ َ َ َ َ َ ْ ُ ُ ۡ َ ٰٓ َ َ ۡ َ ۡ ُ ۡ ‫﴿ ذ قلنا ل ِلملئِكةِ ٱسجدوا دم فسجدوا إِ إِبلِيس كن مِن ٱلن ففسق‬ ِ ِ َ ٓ َّ ۡ ۡ َ ﴾‫عن أمرِ ربِهِۗۦ‬ ความว่ า: “และเมือเราได้ กล่ าวแก่ มลาอิกะฮฺว่า จงสุ ูดคารวะต่ อ อาดัม พวกเขาก็แสดงคารวะเว้ นแต่ อบลีส มันอยู่ในจําพวกญิน”1 ิ 1 อัล-กะฮฺฟฺ ,18 :50
  • 6. 2 เราศรัทธาต่อการมีอยู่จริ งของญิ นและมนุษย์ และชัยฏอนนันก็มาจากญิ น มัน อยู่กบมนุษย์ทกๆ คน ทุกคนจะมีชยฏอนติดตัวอยู่ ส่วนหลักฐานเรื องดังกล่าวนีคือ คําพูด ั ุ ั ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ในหะดีษบทหนึงทีบันทึกโดยมุสลิม จากท่านอิบ นุมสอูด เราะฎิยลลอฮุอนฮุ ั ั ั َ ِ ُُ َ ِّ ْ َ ِ ُ َ َ ِّ ْ َ َ َ ْ ْ ُ ْ َ ‫ِﺑﻪ ﻗﺮ ﻳﻨُﻪ ﻣﻦ ﺠﻟﻦ َ ﻗﺮ ﻳﻨﻪ ﻣﻦ‬ ِ ِ ِ ِ ‫» َ ﻣﺎ ﻣﻨﻜﻢ ﻣﻦ ﺣﺪ ِ ﻻ َ ﻗﺪ ُ ﻞﻛ‬ ٍ ِ ِ َ َ َ َ َ َ َُ َ َ َ ُ َ َ َ َْ ‫ﻗﺎ : » َ ِ ﻳﺎ َ ِ ﻻ ﷲ ﻋﺰ ﺟﻞ‬ َ ‫ﻟﻤﻼ ﺋﻜﺔ«. ﻗﺎﻟﻮ : ِ ﻳﺎ ﻳﺎ ﺳﻮ ﷲ‬ ِ ِ ِ َ ُ ُ َ َ َِْ َ َ َ َ ْ .«‫ﺨﻧﻰﻨ ﻋﻠﻴﻪ ﻓﻼ ﻳَﺄﻣﺮﻰﻧ ِﻻ ﺤﺑﻖ‬ ِ ِ ความว่ า: “ไม่ มีใครคนใดจากหมู่พวกท่ านนอกเสียจากว่ าจะมี สหายติดตามตัวจากญินและจากมลาอิกะฮฺ เศาะหาบะฮฺถามว่ า: แล้ วท่ านล่ ะท่ านเราะสูลุลลอฮฺ ?ท่ านตอบว่ า: ฉันก็เช่ นเดียวกัน แต่ ทว่ าอัลลอฮฺ อัซซะวะญัล ทรงคุ้มครองฉันจากมัน ดังนั น มันจะไม่ สังใช้ ฉันนอกจากในเรื องทีดีเท่ านัน”1 ดังนัน ทุก ๆ คนจะมี สหายติด ตามตัวจากญิ น แม้ ก ระทังท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัล ลอฮุ อะลัย ฮิ วะสัล ลัม เองก็ ต าม แต่ท ว่ าญิ น ที ติ ด ตามตัวท่ านนัน อัล ลอฮฺ ไ ด้ คุ้มครองท่านจากมัน ดังนัน มันจะไม่สงใช้ ท่านนอกจากแต่ความดีเท่านัน ั อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: ۡ َ َ ُ ُ َ ُۡ ِ َ ۡ َ ِّ ِ َّ ِ َّ ِ َ ِ َّ ِ ّ َ ‫﴿قل أعوذ بِرب ٱلاس ̂ ملِك ٱلاس ̃ إلٰهِ ٱلاس ̄ مِن ش ٱلوسواس‬ ِ ۡ َ َّ َّ‫ٱلناس ̅ ٱلِي يُوسوس ف صدور لَّاس ̆ مِن ٱلن‬ ۡ ِ َ ﴾̇ ‫ِ ةِ وٱلَّاس‬ ِ ِ ُ ُ ِ ُِ َۡ ِ َّ َ ความว่ า: “จงกล่ าวเถิด) มุ หัมมัด (ข้ าพระองค์ ขอความคุ้มครองต่ อ พระเจ้ าแห่ งมนุษย์ ชาติ พระราชาแห่ งมนุ ษย์ ชาติ พระเจ้ าแห่ งมนุ ษย์ 1 บันทึกโดยมุสลิม ,บท: สัญลักษณ์ตางๆ ของพวกมุนาฟิ ก ,บรรพ: การยุยงของชัยฏอน,เลขที: 2814 ่
  • 7. 3 ชาติ ให้ พ้ น จากความชั วร้ ายของผู้ ก ระซิ บ กระซาบที หลอกล่ อ ที กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ จากหมู่ญินและมนุษย์ ”1 และชัยฏอนก็มีลกหลานสืบตระกูลและมีการสืบพันธุ์เพือเพิมจํานวน ู อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: َ َ َ ٓ ِ ۡ ٓ ُ َ َّ ّ ُ َ ُ َ ُ ِ َّ َ َ ﴾‫﴿أفتتخذونهۥ وذرِيتهۥ أولَاء‬ ความว่ า : “แล้ ว พวกเจ้ าจะยึดเอามั นและวงศ์ ว านของมั นเป็ นผู้ คุ้มครองอืนจากข้ ากระนันหรื อ”2 ลูกหลานของชัยฏอนและบริ วารของมันพยายามทีจะทําให้ มนุษย์ หลงทางใน ชีวิตบนโลกนี 1 อัน-นาส ,114 : 1-6 2 อัล-กะฮฺฟฺ ,18 : 50
  • 8. 4 ชัยฏอนใช้ วิธีการอย่างค่อยเป็ นค่อยไปในการหลอกล่อมนุษย์ ท่านอิบนุ ก็อยยิม อัล-เญาซียะฮฺ เราะหิมะฮุลลอฮฺ ได้ ระบุหกลําดับวิธีการของชัยฏอนในการหลอกล่อม นุษย์อย่างค่อยเป็ นค่อยไป ดังนี • ลําดับแรก: “กุฟรฺ” หรื อ “ชิรกฺ” พยายามทีจะให้ มนุษย์ปฏิเสธศรัทธา (กุฟรฺ ) หรื อไม่ก็ตงภาคีกบอัลลอฮฺ (ชิรกฺ) ั ั แต่ถ้าหากเปาหมายนันเป็ นมุสลิมอยู่แล้ ว มันจะใช้ กลยุทธ์ลําดับต่อๆ ไป ้ • ลําดับทีสอง: “บิดอะฮฺ” คือลําดับ “อุตริ กรรม” หรื อ “บิดอะฮฺ” กล่าวคือชัยฏอนจะพยายามให้ มสลิมอุตริ ุ กิจการงานต่างๆ ขึนมาในศาสนา และให้ ปฏิบติอตริ กรรมนันๆ แต่ถ้าหากเปาหมายเป็ น ั ุ ้ ชาวสุนนะฮฺทีไม่ทําบิดอะฮฺ ชัยฏอนก็จะใช้ แผนลําดับขันทีสาม • ลําดับทีสาม: “บาปใหญ่ ” คือลําดับความผิดที เป็ นบาปใหญ่ แต่ถ้าหากคนนันอัลลอฮฺ ได้ ค้ มครองให้ เขา ุ รอดพ้ นจากบาปใหญ่ ชัยฏอนก็ยงไม่หมดหวัง แต่มนจะเริ มแผนการในขันตอนต่อไปคือ ั ั • ลําดับทีสี: “บาปเล็ก” และหากอัลลอฮฺให้ คนนันรอดพ้ นจากบาปเล็ก ชัยฏอนก็จะเริ มใช้ แผนปฏิบัติ การอืน นันคือ
  • 9. 5 • ลําดับทีห้ า: “หมกหมุ่ นอยู่กับสิงทีเป็ นมุบาหฺ” (หมายถึงสิงทีเราปฏิบัติ หรื อละทิง ก็จะไม่ ได้ รับผลบุญและบาปใดๆ ทังสิน) คือการทีชัยฏอนให้ มสลิมหมกหมุนอยู่กบสิงทีเป็ นมุบาหฺตางๆ และหมดเวลาไป ุ ่ ั ่ กับมัน ด้ วยเหตุนี เขาจึงไม่ใช้ เวลากับสิงทีน่าจะเป็ นประโยชน์มากกว่าและสิงทีศาสนา สังใช้ ให้ เราปฏิบติ ั • ลําดับทีหก: “หมกหมุ่นอยู่กับสิงทีประเสริฐน้ อยกว่ า” คือ การทีชัยฏอนจะให้ มุสลิมหมกหมุ่นปฏิบัติในสิงทีประเสริ ฐหรื อดีน้อยกว่า และทิงการปฏิบติสิงทีดีกว่า สิงทีเขาได้ ปฏิบติคือการงานทีดี แต่การงานทีเขาละทิงนัน ั ั ดีกว่าและประเสริ ฐกว่า เช่น หมกหมุ่นอยู่กบสิงทีเป็ นสุนตและละทิงสิงทีเป็ นฟั รฎู เป็ น ั ั ต้ น !? จะเห็นได้ ว่า ชัยฏอนมีความอุตสาหะในการเชิญชวนและล่อลวงของมัน และ ปฏิบติอย่างเป็ นลําดับขัน โดยใช้ วิธีอย่างค่อยเป็ นค่อยไป ดังทีอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะ ั อาลา ได้ ตรัสว่า: ٞ ُّ ٞ ّ ُ َ ۡ ُ َ ُ َّ َ ۡ َّ ِ َ ُ ُ ْ ُ َّ َ َ َ َّ ُ ُ َ َ َ َّ ْ ُ ُ ﴾‫﴿كوا مِما رزقكم ٱ ُ و تتبِعوا خطوٰت ٱلشيطٰن إِنهۥ لكم عدو مبِي‬ ِۚ ความว่ า: “จงบริ โภคจากสิงทีอัลลอฮฺได้ ทรงให้ เป็ นปั จจัยยังชีพแก่ พวกเจ้ าเถิด และจงอย่ าตามก้ าวเดินของชัยฏอน แท้ จริ ง มันคือศัตรู อันชัดแจ้ งของพวกเจ้ า”1 ชัย ฏอนจะพยายามล่ อ ลวงมนุ ษ ย์ ที ล ะนิ ด ละหน่ อ ยและค่ อ ยเป็ นค่ อ ยไปจนถึ ง เปาหมายของมัน และมันจะเข้ าหามนุษย์ ทุกประเภทด้ วยวิธีเฉพาะทีเหมาะสมกับคน ้ นันๆ 1 อัล-อันอาม ,6 : 142
  • 10. 6 - เข้ าหาผู้ทีมีความสมถะ ด้ วยรู ปแบบสมถะ - เข้ าหานักวิชาการผ่านประตูความรู้ - และเข้ าหาคนโง่อวิชาผ่านประตูความขลาดเขลา
  • 11. 7 F เส้ นทางของชัยฏอนมีมากมายและหลากหลาย ซึงยากนักทีจะจํากัดได้ ทงหมด ั และเราขอกล่าวไว้ ณ ทีนีเพียงบางส่วน ดังนี: 1. สร้ างความแตกแยกและคิดไม่ ดีต่อพีน้ องมุสลิม ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ กล่าวไว้ ในหะดีษบทหนึงที บันทึกโดยมุสลิมว่า: ْ َ ََْ َ َ َ ُّ َ ُ ْ ُ َ ُ ْ َ ْ َ َ َ ْ َ َ َ ْ ‫َ ﻟﻜﻦ ِﻲﻓ‬ ِ ِ ‫» ِ ﻟﺸﻴﻄﺎ ﻗﺪ ِﻳﺲ ﻓﻌﺒﺪ ﻟﻤﺼﻠﻮ ِﻰﻓ ﺟﺰ ﻳﺮ ِ ﻟﻌﺮ‬ ِ ْ ُ ْ ْ «‫ﺤﻛﺤﺮﻳﺶ ﺑَﻴﻨَﻬﻢ‬ ِ ِ ความว่ า: “แท้ จริ งชัยฏอนได้ หมดหวังทีจะให้ คนทีทําการละหมาด สั ก การะบู ชาต่ อมั นในคาบสมุ ทรอาหรั บ แต่ ทว่ า มั นพยายามยุ แหย่ (ให้ เป็ นศัตรู และก่ อฟิ ตนะฮฺ) ระหว่ างพวกเขา”1 นันคือ พยายามให้ เกิดการทะเลาะเบาะแว้ ง โกรธแค้ นเคือง สร้ างฟิ ตนะฮฺ และ มุงโจมตีกน ่ ั 1 บันทึกโดยมุสลิม ,บท: ลักษณะต่างๆ ของพวกมุนาฟิ ก ,บรรพ: การยุแหย่ของชัยฏอน ,เลขที: 7281. และอัต-ติรฺมีซียฺ นอกจากสํานวน” ในคาบสมุทรอาหรับ “บท: การทําดีและการเชือมสัมพันธ์ ,บรรพ: การโกรธเคืองต่อกัน ,เลขที: 1938
  • 12. 8 การคิดร้ ายหรื อไม่ดีนน ส่วนใหญ่มาจากชัยฏอน ดังทีมีรายงานจากอุมมุลมุอ์ ั มินีน เศาะฟิ ยฺยะฮฺ บินติ หุยยฺ เราะฎิยลลอฮุอนฮา นางได้ เล่าว่า: ั ั ั ً َ َ ُ ْ َََ ً ْ ُ َ َ ‫ﻲﻓ ﻤﻟﺴﺠﺪ ﻓﺄﺗﻴﺘُﻪ ُ ُ ُ ْﻼ‬ ‫ ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ ﻣﻌﺘَﻜﻔﺎ‬k‫ﺎﻛ ﺠ‬ ِ ُّ ِ ‫ﻦ‬ ْ‫ﻓﺤﺪﻋﺘُﻪ ﻋﻢ ﻗﻤﺖ ﻷﻏﻘﻠﺐ ﻓﻘﺎ َ ﻣﻰﻌ َﻘﻠﺒَﻲﻨ. َ َ َ ﻣﺴﻜﻨُﻬﺎ ﻰﻓ َ ُﺳﺎﻣﺔ ﺑ‬ ََ َ َ َ ْ َ ْ َ َ ََ َ ََْ ُ ْ ُ ُ ُ ْ َ َ ِ ِ ِ ِ ِ ِ ِ َِ َ َ َ َ ْ َ َ َ ُ َ َ -‫ -ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ‬k‫َ ْﻳﺪ ﻓﻤﺮ َ ﺟﻼ ِ ﻣﻦ ﻷ ﻧﺼﺎ ِ ﻓﻠﻤﺎ َﻳﺎ ﺠ‬ ِ ِ ٍ ُ ْ‫ -ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ ﺳﻠﻢ- » ﺒﻟ ﺳﻠﻜﻤﺎ ﻏﻬﺎ ﺻﻔﻴﺔ ﺑﻨ‬k‫َ ﺮﺳﺨ ﻓﻘﺎ َ ﺠ‬ ‫ِ ِﺖ‬ ُ َ َ َ ُ ْ ََ ُّ َ َ َ َ ْ ِ ِ ِ ِ َ‫ﺣﻰﻴ«. ﻓﻘﺎﻻ: ﺳﺒْﺤﺎ َ ﷲ ﻳَﺎ َﺳﻮ َ ﷲ. ﻗﺎ َ : » ﻟﺸﻴْﻄﺎ َ ﺠﻳْﺮ ﻣﻦ ﻹﻧْﺴ‬ َ ِ َ َ َ ُ َ ُ َ ََ َُ ِ‫ِ ﺎ‬ ِ ِ ِ ِ .«‫ﺎ‬ ً‫ِ َ ِّ ﺧﺸﻴﺖ َ ْ ﻓﻘﺬ َ ﻰﻓ ﻗُﻠُﻮﺑﻜﻤﺎ ﺮﺷ «. َ ْ ﻗَﺎ َ »ﺷﻴْﺌ‬ َ َ َ ُ َْ ُ َ ََْ ‫ﺠﻣﺮ‬ ِ ِ ِ ِ ِ ความว่ า : ท่ า นนบี ศ็อลลั ล ลอฮุ อะลั ย ฮิว ะสั ล ลั ม ได้ อิอฺติก าฟ (ในมัสญิด) และฉันก็ได้ ไปเยียมท่ านในเวลากลางคืน ฉันได้ พูดคุย กับท่ าน ต่ อมา ฉั นก็ได้ ลุกขึนยืนเพือเดินกลับบ้ าน แล้ วท่ านก็ลุก ขึนด้ วยเพือจะส่ งฉัน และบ้ านของนางนันอยู่ทดารฺ อุสามะฮฺ อิบนุ ี ซัยดฺ ในขณะเดียวกัน ก็มีชายสองคนจากชาวอันศอรฺ เดินผ่ าน เมือ ทังสองเห็นท่ า นนบี ศ็ อลลั ล ลอฮุ อะลั ย ฮิว ะสั ล ลั ม พวกเขาก็เ ร่ ง ฝี เท้ าเดิน ท่ านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เลยทักพวกเขาไป ว่ า ท่ านทังสองไม่ ต้องรี บหรอก แท้ จริ ง นางคือเศาะฟิ ยฺยะฮฺ บินติ หุยัยย์ , ชายทังสองกล่ าวว่ า: “สุ บหานั ลลอฮฺ โอ้ ท่านเราะสูลุลลอ ฮฺ”1 และท่ านก็กล่ าวว่ า: “แท้ จริ ง ชัยฏอนจะไหลเวี ยนอยู่ในตัว มนุษย์ ผ่านเส้ นเลือด และแท้ จริง ฉันเกรงว่ ามันจะใส่ ความในหัวใจ ของท่ านทังสองด้ วยความชัวร้ าย” หรื อท่ านกล่ าวว่ า “บางอย่ าง”2 1 คือเขาทังสองมิได้ คดว่าจะเป็ นผู้หญิงอืนทีมิใช่ภริ ยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม-ผู้แปล ิ 2 มุตตะฟะกุนอะลัยฮฺ บันทึกโดยอัล-บุคอรี ยฺ ,4/240 บท: อัล-อิอฺตกาฟ ,บรรพ: ผู้ทีอิอฺตกาฟสามารถ ิ ิ ออกจากมัสญิดเนืองด้ วยเหตุจําเป็ นได้ หรื อไม่ และมุสลิม ในบทอัส-สลาม เลขที 2174 - 2175
  • 13. 9 ชายคนหนึงเดินอยู่กับหญิ งสาวในยามวิกาล ย่อมเป็ นจุดให้ เกิ ดความสงสัย คลางแคลงใจและคิดอคติได้ ดังนัน ท่านเราะสูลลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึง ุ ต้ องการทีจะตัดความคิดอคตินีออกไป ท่านเลยบอกกับชายสองคนนันว่า: ‫ﺒﻟ ﺳﻠﻜﻤﺎ ﻧﻬﺎ ﺻﻔﻴﺔ‬ “ท่ านทังสองไม่ ต้องรี บหรอก แท้ จริง นางคือเศาะฟิ ยฺยะฮฺ” จากจุดนี เราสามารถเอาสาระประโยชน์ จากหะดีษบทนีได้ ว่า เมือท่านยืนอยู่ ภายใต้ ภาวการณ์ ทีคนอืนอาจคิดไม่ดีต่อท่าน ท่านต้ องชีแจงและอธิบายให้ คนทีได้ เห็น หรื อได้ ฟังเข้ าใจและรับรู้ ข้อเท็จจริ งต่างๆ ทังนี เพือปิ ดกันการคิดไม่ดี การคิ ด ไม่ ดี คื อ แนวทางของชัย ฏอน ทุ ก ครั งที ท่ า นได้ ฟั ง คํ าพู ด หนึ ง มัน จะ พยายามให้ ท่านตีความในแง่ทีไม่ดีเสมอ และเช่ น เดี ย วกัน ชัย ฏอนจะสร้ างความแตกแยกในหมู่ม นุ ษ ย์ ดัง หะดี ษ ที รายงานโดยสุลยมาน อิบนุ ศุร็อด เราะฎิยลลอฮุอนฮุ ท่านได้ เล่าว่า: ั ั ั َْ َ ُ ُ َ ََ َ ْ َ ُ َ َ َْ َ ُ ‫ﻛﻨﺖ ﺟﺎ ﻟِﺴﺎ ﻣﻊ ﺠﻲﺒ ﺻﻰﻠ ﷲ ﻋﻠﻴﻪ َﺳﻠﻢ َ َﺟﻼ ِ ﻳَﺴﺘﺒﺎ ِ ﻓﺄﺣﺪﻫﻤﺎ ﻤﺣﺮ‬ َ ِّ َ َ ً َ ُ ُْ ِ ِ ً َ َ ُ ْ َ َ ِّ ْ‫ ﻷﻋﻠَﻢ ﻠﻛﻤﺔ ﻟَﻮ‬k » : ‫َﺟﻬﻪ َ ﻏﺘَﻔﺨﺖ َ ْ َ اﺟﻪ ﻓﻘﺎ َ اﺠﻲﺒ ﺻﻰﻠ اﷲ ﻋﻠَﻴْﻪ َﺳﻠﻢ‬ َ َ ِ َ ُ َ ُّ ََ ُ ُ ْ َ َ ْ ُ ُْ ِ ِ ِ َ ُ َ َ َُْ َ َ َ َْ ُ ُ َ َ َْ ُ َ َ ُ ْ َ َ َ َ ََ َ «‫ﻗﺎﻟﻬﺎ ﻫﺐ ﻗﻨﻪ ﻣﺎ ﺠﻳﺪ ﻟﻮ ﻗﺎ ﻋﻮ ﺑِﺎﷲ ﻣﻦ اﻟﺸﻴﻄﺎ ِ ﻫﺐ ﻗﻨﻪ ﻣﺎ ﺠﻳﺪ‬ ِ ْ ِ ِ ِ ความว่ า: ฉั นได้ นังร่ วมอยู่กับท่ านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้ วมีชายสองคนกําลังด่ าทอกันอยู่ หนึงในสองคนนันมีใบหน้ าแดง กลํา และเส้ นเลือดทีคอได้ ผุดเผยออกมา แล้ วท่ านนบี ศ็อลลัลลอ ฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่ าวว่ า: “แท้ จริ ง ฉันรู้ ประโยคหนึง หากใครได้ กล่ าวแล้ ว สิงทีเขาประสบ (จากความโกรธเคือง) จะหายไป นันคือ
  • 14. 10 หากเขากล่ า วว่ า อะอู ซุ บิล ลาฮฺ มินัช ชั ย ฏอน (แปลว่า ฉันขอความ คุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้ พ้นจากชัยฏอน) สิงทีเขาประสบจะหายไป”1 2. อุตริกรรม ชัย ฏอนจะหลอกล่อด้ วยกับสิ งที เป็ นอุต ริ กรรมหรื อ “บิ ดอะฮฺ ” โดยกล่าวว่า “มนุษย์ สมัยนีละเลยศาสนา และเป็ นการยากยิงทีจะนํ าพวกเขากลับมาสู่แนวทาง ของอิ ส ลาม ดั ง นั น เราควรทํ า อิ บ าดะฮฺ บ างอย่ า งตามแบบฉบั บ ของท่ า นนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัย ฮิ วะสัล ลัม และเราก็ อุตริ อิบ าดะฮฺ บ างอย่ างเพิ มเข้ าไป เผื อว่า มนุษย์จะกลับมาสูแนวทางของศาสนา” ่ และบางครั ง อาจอุตริ อิบาดะฮฺทีมีเค้ ามาจากแบบอย่างสุนนะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และชัยฏอนก็กระซิบกระซาบว่า “การอุตริ ในเรื องความ ดียอมถือเป็ นความดี ดังนัน ท่านจงอุตริ เถิด” ่ และสิงทีอุตริ ขึนมาใหม่นนก็ออกมาในรู ปเชิงของอิบาดะฮฺ หรื ออาจอุตริ เพิมอิ ั บาดะฮฺขนมาใหม่ในอิสลาม และบางที บางคนอาจพูดว่า “ผู้คนห่างไกลจากศาสนา ึ เหลือเกิน เรามาแต่งหะดีษเพือให้ พวกเขาจะได้ เกรงกลัวและตักวาต่ออัลลอฮฺดีกว่า” แล้ วพวกเขาก็อุปโลกน์ หะดีษขึนมา และกล่าวเท็จต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิ วะสัลลัม และอ้ างว่า “พวกเราโกหก แต่เราไม่ได้ โกหกใส่ร้ายท่าน แต่เราโกหกเพื อ ท่าน!!” โกหกเพือท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม !! แล้ วอุปโลกน์ หะดีษเพือให้ ผู้คนกลัวไฟนรก!! พวกเขาสร้ างจินตนาการเกียวกับมนุษย์ในมุมมองทีแปลก และวาด ภาพสวรรค์ในมุมมองทีประหลาดยิงกว่า!! 1 บันทึกโดยอัล-บุคอรี ยฺ ,10/431 ,บท: มารยาท ,บรรพ: ระวังจากความโกรธ
  • 15. 11 เป็ นทีทราบกันดีว่า การอิบาดะฮฺนนเป็ บแบบ เตากี ฟียฺ กล่าวคือ เรายึดปฏิบัติ ั ตามหลักฐานทีปรากฏในแบบอย่างของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ดังทีอัลลอ ฮฺได้ บญชาให้ แก่ท่านเท่านัน และไม่ใช่เอกสิทธิของใครทีจะอุตริ เพิมเติมหรื อเปลียนแปลง ั ตามอําเภอใจ มันไม่ใช่อืนใดเว้ นแต่คือบิดอะฮฺจากการประดิษฐ์ ตกแต่งของชัยฏอน 3. ให้ ความสําคัญกับเรื องหนึงโดยละเลยอีกเรื องหนึง 1. ระดับปั จเจกบุคคล บางคนทําความผิดและบาปต่างๆ อย่างมากมาย แต่ว่าเขาดํารงการละหมาด และกล่าวอ้ างว่า การละหมาดคือเสาหลักของศาสนา และคือการงานแรกทีจะถูกนํามา ตัดสินในวันแห่งการคิดบัญชี ดังนัน ไม่เป็ นไรหรอกหากจะทําความผิดบางอย่าง!! เขาทําให้ การละหมาดเป็ นเรื องทีสําคัญทีสุด ทังนี เพือนํามาเป็ นข้ ออ้ างในการ ละเลยต่ออิบาดะฮฺอืนๆ... ให้ ความสําคัญกับเรื องละหมาดและละเลยเรื องอืนๆ !! ใช่ ! การละหมาดคื อ เสาหลัก ของศาสนา แต่ มัน ไม่ ใ ช่ ศ าสนาทังหมด แล้ ว ชัยฏอนก็นํามันมาเป็ นข้ ออ้ างสําหรับการละเลยความดีอืนๆ และบางคนกล่าวว่า” ศาสนาคือการปฏิสมพันธ์ “สิงทีสําคัญทีสุดคือ การทีท่าน ั ทําดีต่อเพือนมนุษย์ ด้วยกัน ไม่โกหก ไม่คดโกง ถึงแม้ ว่าท่านจะไม่ละหมาดก็ไม่เป็ นไร เพราะท่ า นนบี ศ็ อ ลลัล ลอฮุอ ะลัย ฮิ ว ะสัล ลัม กล่า วความว่า “ศาสนานันคื อ การ ปฏิสมพันธ์” ั และบางคนก็กล่าวว่า: สิงสําคัญทีสุดคือ เจตนาทีดี! ฉันหลับตานอนในขณะที หัวใจของฉันปราศจากการอิจฉาริ ษยาและโกรธเคือง ในขณะเดียวกัน เขาก็ละเลยความ ดีอืนๆ และพอเพียงกับเจตนาทีดีเท่านัน! และอีกบางคน ก็ให้ ความสําคัญกับการศึกษาอัลกุรอาน ไม่ว่าจะเป็ นด้ านการ อ่ า นและตัจ ญ์ วี ด และให้ ค วามสํ า คัญ เหนื อ สิ งอื นใด แล้ ว ก็ ล ะเลยความดี อื นๆ อี ก มากมาย ซึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันไม่ใช่เรื องเดียวในศาสนาอิสลาม ความผิ ดตรงนี
  • 16. 12 ไม่ใช่อยู่ทีการให้ ความสําคัญ แต่คือการละเลยและละทิงเรื องอืนๆ ทีสําคัญในศาสนา อิสลามเช่นกัน 2. ระดับกลุ่ม (ญะมาอะฮฺ) ประเด็นนีมีให้ เห็นในระดับกลุ่มหรื อญะมาอะฮฺ เช่นเดียวกันด้ วย จะเห็นได้ ว่า บางแนวคิดกล่าวว่า: “สิงทีสําคัญทีสุดคือ การรู้ สภาพความเป็ นไปของมุสลิมในภาวะปั จจุบน สภาพ ั ของศัตรู สิงทีสําคัญทีสุดคือการเมือง เพราะเราอยู่ในยุคสมัยใหม่ ไม่ใช่ยคหิน” ุ เช่นนีแหละ เราจะเห็นได้ ว่าผู้ทีมีแนวคิดนีจะเชียวชาญในเรื องคอมมิวนิสต์ เซ คิวล่าร์ ฟรี เมสัน บาไฮ และก็อดยานียฺ แต่ถ้าหากท่านถามเกียวกับเรื องอิสลามแล้ ว เขา ไม่มีความรู้ อะไรเลยเกียวกับอิสลาม!! ในทางตรงกันข้ าม บางกลุมให้ ความสําคัญกับเรื องอิบาดะฮฺ และกล่าวว่า สิงที ่ สําคัญทีสุดคือความสัมพันธ์ของท่านกับอัลลอฮฺ สิงทีสําคัญทีสุดคือ การละหมาด การที ท่ า นเป็ นคนสมถะ มี ค วามยํ า เกรง แต่ เ ขากลั บ ละเลยเรื องอื นๆ ทั งหมด และให้ ความสําคัญเฉพาะเรื องจิตวิญญาณ และอีกหลายๆ คน – ซึงมีอยู่จริ งในกลุ่มแนวคิด -กล่าวว่า สิงทีสําคัญทีสุดคือ “เอกภาพ” ดังทีอัลลอฮฺตรัสว่า: ْ ُ َّ َ َ َ َ ٗ َ َّ ۡ ْ ُ َ ۡ َ ﴾‫﴿وٱعتصموا بَبل ٱ ِ جِيعا و تفرقوا‬ ۚ ِ ِ ِ ความว่ า: “และพวกเจ้ าจงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้ อมกัน ทังหมด และจงอย่ าแตกแยกกัน”1 1 อาล อิมรอน ,3 : 103
  • 17. 13 และพวกเขาก็ให้ ความสําคัญกับเรื องนีมากกว่าเรื องหลักความเชือ (อะกีดะฮฺ)! ร่ วมวงเสวนากับผู้คนหลากหลายถึงแม้ จะมีหลักความเชือทีต่างกัน โดยกล่าวอ้ างว่า สิงที สําคัญทีสุดคือ การทีพวกเรารวมตัวกันในสมัยทีศัตรู อิสลามรวมตัวโจมตีพวกเรา แต่ทีถูกต้ องแล้ ว เรารวมตัวกันบนหลักพืนฐาน รวมตัวกันบนหลักศาสนา ไม่ใช่ รวมตัวสะเปะสะปะและมีหลักความเชือทีคัดค้ านกัน ดังนัน จํ าเป็ นที จะต้ องให้ ความเสมอเท่าเที ยมกันทังในเรื องนี และเรื องอืนๆ เพราะแนวทางของชัยฏอนส่วนใหญ่แล้ วคือ การให้ ความสําคัญกับเรื องหนึง และละเลย เรื องอืนๆ 4. ผัดวันประกันพรุ่ ง และอีกหนึงในแนวทางของชัยฏอนคือ การผัดวันประกันพรุ่ งและหวังเรื อยเปื อย ไปไกล หรื อทีบางคนขนานกันว่า “ตัวอุปสรรคอันยิงใหญ่” บางคนได้ วางเรื องใดเรื องหนึง ไว้ ข้างหน้ าเสมือนเป็ นอุปสรรค เขากล่าวว่า “หากฉันเรี ยนจบ ฉันจะกลับตัว” คือทําการ เรี ยนให้ เป็ นอุปสรรคในการกลับตัวจากบาป และเมือเขาเรี ยนจบ เขาก็กล่าวว่า “เมือฉัน ได้ งานแล้ ว ฉันจะกลับตัว” แล้ วเขาก็ได้ งาน แต่ก็ยังไม่กลับตัว และก็เป็ นเช่นนี ต่อไป เรื อยๆ...เมือฉันทําหัจญ์...เมือฉันแต่งงาน...เมือ...เมือ... เขามักวางอุปสรรคไว้ ข้างหน้ าตลอด ผัดวันประกันพรุ่ งไปเรื อยๆ และใช้ ชีวิตอยู่ กับการหวังลมๆ แล้ งๆ และเช่นนีแหละทีเขาใช้ ชีวิตและจบชีวิตลงโดยไม่ได้ เริ มชีวิตใหม่ เสียจริ งๆ เปาหมายสูงสุดของชัยฏอนคือ เหนียวรังท่านจากการประกอบคุณงามความดี ้ ต่างๆ หรื อผัดวันประกันพรุ่ ง และนีคือ แนวทางของชัยฏอนทีน่ากลัวยิงสําหรั บคนดีๆ ทังหลาย
  • 18. 14 ชัยฏอนมาหาท่านแล้ วกระซิบกระซาบว่า: “ตอนนีท่านยังไม่พร้ อมหรอกทีจะ สอนผู้คนหรื อดะอฺวะฮฺพวกเขา รอก่อน จนกว่าท่านจะเรี ยน...” ทังๆ ทีเราถูกสังใช้ ให้ ทํา การเผยแพร่ ถงแม้ จะมีความรู้ เพียงอายะฮฺเดียวก็ตาม ึ ท่านอิบนุลเญาซียฺได้ กล่าวไว้ ในหนังสือ “ตัลบีส อัล-อิบลีส” ว่า: “กีมากน้ อยแล้ วทีผู้ทีปฏิญานตนแน่วแน่ว่าจะทํางานหรื อจะลงมือปฏิบัติอย่าง จริ งจัง แล้ วเขาก็ประวิงเวลาไป กล่าวคือชัยฏอนได้ ลอให้ เขาประวิงเวลา โดยให้ เขานึกว่า ่ กีมากน้ อยแล้ วที ผู้ทีเพี ยรพยายามสู่ความดีงาม แล้ วชัยฏอนก็ประวิงเวลาเขาไว้ และ บางครัง นักฟะกีฮฺ (ปราชญ์ ทีมีความรู้ ด้านนิติศาสตร์ อิสลาม) ก็ตงใจว่าจะทวนการสอน ั อีกครั ง แล้ วชัยฏอนก็กระซิบกระซาบว่า” พักก่อนสักระยะหนึง “และชัยฏอนมักให้ ท่าน ชอบความเกียจคร้ านและผัดวันประกันพรุ่ ง บางที ชัยฏอนอาจเข้ ามาหาผู้ทีปฏิบัติการ ละหมาดในยามคําคืนและกล่าวว่า เวลากลางคืนยังอีกยาวนาน สุดท้ ายก็ถึงเวลาเช้ า และเขาก็ไม่ได้ ละหมาด” [ 5. ความสมบูรณ์ แบบจอมปลอม ชัยฏอนอาจกระซิบกระซาบ แล้ วให้ มนุษย์ร้ ู สกว่าเขาเป็ นคนทีสมบูรณ์แบบแล้ ว ึ และมันจะกล่าวกับเขาว่า: ท่านดีกว่าคนอืนๆ ท่านละหมาด แต่คนอืนๆ อีกหลายต่อ หลายคนไม่ละหมาด ท่านถื อศีลอด แต่คนอืนๆ อีกหลายคนไม่ได้ ถือศีลอด กล่าวคือ ชัยฏอนจะทําให้ ท่านดูคนทีด้ อยกว่าในการปฏิบติคณงามความดี ทังนีและทังนันก็มิใช่ ั ุ เพราะอืนใด แต่เพือประวิงเวลาในการประกอบความดีของท่าน ชัยฏอนอาจกระซิบกระซาบว่า: “การงานของท่านจะช่วยท่าน” แล้ วมันก็ให้ ท่าน หมกมุนอยู่กบการงานทีเป็ นมุบาหฺ ่ ั “พักก่อน” “ท่านยุ่ง” “ท่านดีกว่าคนอืนๆ”
  • 19. 15 และเช่นนีแหละ เพือให้ ท่านได้ หยุดหย่อนและไม่มงมันในการทํางาน ุ่ สิงทีพึงประสงค์ คือตรงกันข้ าม กล่าวคือ ให้ ท่านดูคนทีถือศีลอดทุกวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี ในขณะทีท่านไม่ได้ ถือศีลอด ให้ ดูคนทีปฏิบติละหมาดทีเป็ นสุนัต แต่ ั ท่านไม่เคยปฏิบต.ิ ..นีแหละ คือการมองทีถูกต้ องและพึงประสงค์ ั 6. ไม่ เชือมันในตัวเองและความสามารถ ชัยฏอนมีสองวิธีในการล่อลวงให้ มนุษย์พิจารณาตัวเอง คือ 1. มองตัวเองอย่างลําพองและหลงตัวเอง คือ การที ชัยฏอนผลักดันให้ คนหนึงมองตัวเองอย่างลําพอง ต่อมาเขาก็หลง ตัวเองและหยิงผยอง แล้ วชัยฏอนก็กระซิบเขาว่า “ท่านได้ ทํา ...ทํา ...จงดูตัวท่านเถิด ท่านได้ ทําอะไรมากมาย และผู้คนก็เปลียนแปลงเพราะท่าน” แล้ วเขาก็หยิงผยอง หลง ตัวเอง ดูแคลนคนอืน ปฏิเสธสัจธรรม เมือผิดก็ไม่ยอมกลับตัว และไม่ยอมร่ วมนังศึกษา ความรู้ จากบุคคลอืน. ฉันสังเกตเห็น วงหะละเกาะฮฺ อ่านอัล กุรอาน บางคนเมือมี คนทัก ว่าอ่านผิ ด แทนทีเขาจะยังคงเรี ยนอยู่ในวงหะละเกาะฮฺเพือทีคนอืนจะได้ แก้ ไขการอ่านให้ ถกต้ อง แต่ ู เขากลับทิงหะละเกาะฮฺการเรี ยนอัลกุรอาน ทังนีเพราะกลัวทีจะต้ องถูกติท่ามกลางคน ส่วนใหญ่ และแล้ วเขาก็ไม่ได้ เรี ยนตลอดทังชีวิต หากเขาฉุกคิดสักนิด เขาจะรู้ ว่าคนที อ่านคล่อง ก่อนหน้ านีก็มีสภาพเหมือนกับเขา แต่คนอืนก็ศกษาต่อเนืองโดยไม่ย่อท้ อ ึ ดังนัน จําเป็ นทีจะต้ องพยายามและฝึ กปรื อตัวเองให้ หายจากข้ อบกพร่ องของตัวเอง ไม่ใช่ปกปิ ดมัน 2. มองตัวเองอย่างถูกดูและดูแคลน ชัยฏอนจะกระซิบกระซาบท่านว่า “ท่านต้ องถ่อมตัว ใครก็ตามที ถ่อมตัวเพื อ อัลลอฮฺ พระองค์จะยกระดับเขา ... งานนีไม่เหมาะกับท่านหรอก! มันเหมาะกับคนที
  • 20. 16 เชียวชาญและมีชือเท่านัน” จุดมุ่งหมายตรงนีคือ ชัยฏอนประสงค์ให้ ท่านห่างออกจาก สาสน์นของท่าน ด้ วยวิธีการถ่อมตัว กล่าวถือให้ ท่านดูถูกความสามารถของตัวเองจนไม่ สามารถนําความสามารถทีมีท่านมีอยู่มาใช้ เป็ นประโยชน์ ได้ พวกเราจะถูกสอบสวนใน ความสามารถทีเรามีอยู่ ทีเราจําเป็ นต้ องนําเสนอ และในเมือเราไม่นํามาเสนอเราก็จะถูก สอบสวน ดัง กล่ า วนี ไม่ ใ ช่ ก ารถ่ อ มตัว แต่ ป ระการใด แต่ คื อ การเลี ยงหน้ า ที ความ รับผิดชอบ ชัยฏอนจะคอยกระซิบกระซาบเขาว่า “ปล่อยโอกาสให้ คนทีดีกว่าท่านดีกว่า การดะอฺวะฮฺคือการงานทีประเสริ ฐ คืองานของชายชาตรี ทีโดดเด่น” และบางทีชัยฏอน อาจมาในรู ปแบบของการช่วยเหลือ และบางทีอาจจะเกิดข้ อผิดพลาดบางประการในการ ทํางานของเขา แต่เขาก็พาลคิดว่าผิดเสียทังหมด การเหมารวมว่าผิดนันคือแนวทางหนึง ของชัยฏอน และบางที ชัยฏอนอาจหลอกล่อมนุษย์ โดยการให้ ดูแคลนตัวเอง แล้ วเขาก็ไม่ เคยทีจะใช้ สติปัญญาในการคิด โดยชัยฏอนจะตังคําถามว่า: “ฉันอยู่ในระดับไหนจากเชคคนนนัน“? “ฉันอยู่ในระดับไหนจากผู้ร้ ู คนนัน” ยกเลิกการใช้ สติปัญญา และไม่คิดนอกจากตามความคิดอาจารย์ของเขา...ไม่ ปฏิบตินอกจากคําแนะนําอาจารย์ ของเขา...อาจารย์ของเขาเท่านันทีถูก นอกเหนือจาก ั นันผิด...และนีคือจุดเริ มต้ นของ “การเทิดทูนมนุษย์” หลักการของเราคือ การกลับไปหาบทบัญญัติศาสนา มนุษย์ คนนีทีอยู่ต่อหน้ า เรา เป็ นไปได้ ที อาจจะผิ ด ให้ เ อาคํ า พู ด ของมนุษ ย์ ทังมวลมาเที ย บเคี ย งกับ คํ า ตรั ส ของอัลลอฮฺและคําพูดของท่านเราะสูลลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม หากเห็นพ้ อง ุ สอดคล้ องตรงกัน เราก็รับ แต่หากค้ านกัน เราก็ละทิงคําพูดของมนุษย์คนนัน 7. สร้ างความสงสัย
  • 21. 17 การสร้ างความสงสัยคือ หนึงในแนวทางของชัยฏอนทีอันตรายนัก...แต่ทว่า มัน เกิดชึนได้ อย่างไร ?เช่น บางทีชยฏอนอาจเข้ ากระซิบกระซาบผู้ทีคอยอบรมสังสอนผู้คน ั ปฏิบติตนอยู่ในครรลองของอิสลาม และห่างไกลจากข้ อห้ ามต่างๆ มันเข้ ามาสร้ างความ ั สงสัยในแนวทางทีตนเองดําเนินอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิง เมือเขาได้ คลุกคลีกบผู้คนทีไม่ดี ั ประพฤติตวนอกลู่อิสลาม ชัยฏอนเข้ ามา แล้ วกระซิบว่า” ทุกคนเหล่านันอยู่ในไฟนรก ั แล้ วท่านเพียงผู้เดียวอยู่ในสวรรค์กระนันหรื อ?!“ ทีถูกต้ องแล้ ว ท่านอย่าเอาจํานวนคนมากหรื อน้ อยมาเป็ นมาตรวัด...เพราะสัจ ธรรมคือ สิงทีสอดคล้ องกับพระดํารัสของอัลลอฮฺและคําพูดของเราะสูลของพระองค์. ดัง นั น มาตรวั ด ของญะมาอะฮฺ ไ ม่ ใ ช่ ค นส่ ว นมาก แต่ ญ ะมาอะฮฺ คื อ สิ งที สอดคล้ องกับสัจธรรม ถึงแม้ ท่านจะอยู่เพียงคนเดียว อัลลอฮฺตรัสว่า: َ ِ ۡ ُ َ ۡ َ َ َۡ َ ِ َُ ۡ َ ََٓ ﴾‫﴿وما أكث ٱلَّاس ولو حرصت بِمؤمنِي‬ ความว่ า: “และส่ วนใหญ่ ของมนุ ษย์ จะไม่ ศรั ทธาต่ อเจ้ า ถึงแม้ เจ้ า ปรารถนาอย่ างยิงก็ตาม”1 นุอยมฺ อิบนุ หัมมาด ผู้ซงเป็ นตาบิอียฺได้ กล่าวว่า: ”แท้ จริ งญะมาอะฮฺนนคือ สิงที ั ึ ั สอดคล้ องกับการการภักดีต่ออัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา และเมือญะมาอะฮฺเสือม เสีย ท่านก็จงยืนหยัดอยู่บนญะมาอะฮฺก่อนทีจะเสือมเสีย ถึงแม้ ว่าท่านอยู่เพียงลําพัง ท่านก็ถือเป็ นญะมาอะฮฺได้ “ และหนึงจากแนวทางของชัยฏอนคือ การสร้ างความสงสัยในเรื องนียะฮฺ (การ ตังเจตนา) มันจะกระซิบกระซาบมนุษย์วา ท่านอวดโชว์ ท่านหน้ าไหว้ หลังหลอก ท่านทํา ่ ดีนีเพือมนุษย์ ทังนี เพือให้ เขาละทิงการทําความดี 1 ยูสฟ : 12 : 103 ุ
  • 22. 18 ตัวอย่างดังกล่าวเช่น...ชายคนหนึงต้ องการบริ จาคทาน แล้ วมีผ้ คนเห็น แล้ วเขา ู ก็ทกทักเอาเองว่า: เมือเขาเห็นฉัน เขาก็จะคิดว่าฉันต้ องอวดโชว์แน่ๆ เลย ฉะนัน ทางทีดี ึ ทีสุดคือ ฉันไม่ควรบริ จาคเงินจํานวนนี!! พวกเราควรหันมาตรวจสอบตนเองในเรื องการตังเจตนา ทังนี เพือให้ เจตนาของ เราบริ สทธิเพืออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียว ุ อิบรอฮีม อิบนุ อัดฮัม ผู้ซงเป็ นตาบิอียฺท่านหนึงได้ กล่าวว่า: “ฉันได้ พบกับเศาะ ึ หาบะฮฺของท่านเราะสูลลลอฮฺจํานวน 30 ท่าน ทังหมดล้ วนกลัวว่าตัวเองจะปฏิบติการ ุ ั งานโดยไม่บริ สทธิใจต่ออัลลอฮฺ (อิคลาศ)” ุ การตรวจสอบตนเองเป็ นสิงทีจําเป็ น แต่ทว่า การตรวจสอบดังกล่าวนัน ไม่ใช่ การตรวจสอบทีนําพาท่านสู่การละทิงหรื อไม่ปฏิบัติ แต่คือการตรวจสอบทีนําไปสู่การ ปฏิบติทีมากยิงๆ ขึน ั อัล-หาริ ษ อิบนุ ก็อยสฺ เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าวว่า: “เมือชัยฏอนได้ มาหาท่าน ั ั ในขณะทีท่านกําลังละหมาด และกระซิบกระซาบท่านว่า ท่านกําลังอวดอยู่ ดังนัน ท่าน จงละหมาดให้ นานยิงอีก” 8. สร้ างความหวาดกลัว ชัยฏอนมี 2 แนวทางในการสร้ างความหวาดกลัวให้ กบมนุษย์ ั 1. สร้ างความหวาดกลัวต่ อวะลีย์ของชัยฏอน ชัยฏอนจะสร้ างความหวาดกลัวให้ กบมนุษย์ตอบริ วารของมันและวะลีย์ของมัน ั ่ จากบรรดาผู้ประพฤติชว มันจะกล่าวว่า จงระวังพวกเขา เพราะพวกเขามีพลังอํานาจที ั ยิงใหญ่ แล้ วเขาก็จะทิงการปฏิบติการงานทีดี ั อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: ُ ُ ُ َ َ ۡ ُ ُ َ َ َ َ َ ٓ َ ۡ َ ُ ّ َ ُ ُ َ ۡ َّ ُ ُ ٰ َ َ َّ ‫﴿ ِإ نما ذ لِكم ٱلشيطٰن يوِف أ و لا ء ُه ۥ ف تافوهم وخافون ِإ ن كنتم‬ ِ ِ َ ِ ۡ ُّ ﴾‫مؤمنِي‬
  • 23. 19 ความว่ า: “แท้ จริ งนัน ชัยฏอนจะขู่พรรคพวกของมันให้ กลัว ดังนัน พวกเจ้ าจงอย่ ากลัวพวกเขา และจงกลัวข้ าเถิด หากพวกเจ้ าเป็ นผู้ ศรั ทธา”1 2. ทําให้ กลัวความยากจน อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: ٓ َ ۡ َۡ ُ ُ ُ ۡ َ َ َ ۡ َ ۡ ُ ُ ُ ُ َ ۡ َّ ﴾ ِۖ‫﴿ٱلشيطٰن يَعِدكم ٱلفقر ويأمركم بِٱلفحشاء‬ ความว่ า: “ชัยฏอนนัน มันจะขู่พวกเจ้ าให้ กลัวความยากจน และจะ ใช้ พวกเจ้ าให้ กระทําความชัว”2 มันจะกระซิบกับบางคนว่า...หากคุณทิงงานนี แล้ วคุณจะได้ งานใหม่เมือไร ?! คุณ จะยากจน แล้ ว ในที สุด เขาก็ จ ะกลัว ความยากจน สุด ท้ า ยก็ ทํ า งานที หะรอม... เช่นเดียวกับกรณี ของผู้ทีอนุญาตให้ ขายเหล้ า ทังๆ ที เขาเป็ นมุสลิม เพราะชัยฏอนจะ หัวเราะเยาะเขาในเรื องนี ในขณะทีอัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: ُ ََۡ َ ُ ۡ َ ۡ ُُۡ ََۡ ٗ َ ۡ َ ُ َّ َ ۡ َ َّ َّ َ َ َ ﴾‫﴿ومن يتق ٱ َ يعل لۥ مرجا ̃ ويرزقه مِن حيث يتسِب‬ ۚ ِ ความว่ า: “และผู้ ใดยําเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ ก็จะทรงหาทางออก ให้ แ ก่ เขา และจะทรงประทานปั จจั ย ยั งชี พ แก่ เ ขาจากทีทีเขามิ ได้ คาดคิด”3 1 อาล อิมรอน ,3 : 175 2 อัล-บะเกาะเราะฮฺ ,2 : 268 3 อัฏ-เฏาะลาก ,65 : 2-3
  • 24. 20 และเราก็พบว่า ผู้ทีกินดอกเบียเพราะกลัวความยากจน จะกล่าวว่า: ฉันจะอยู่ อย่างไร(ถ้ าไม่กินดอกเบีย) ? ทุกคนรํ ารวยกันหมด แต่ฉนยากจน!! ั ...และบางที ชัยฏอนจะใช้ กลเล่ห์เพทุบายแก่ผ้ ทํางานดะอฺวะฮฺ แล้ วเขาก็อนุมติ ู ั ในสิงทีต้ องห้ าม โดยอ้ างถึงผลประโยชน์ของการดะอฺวะฮฺวาอนุญาตให้ โกหกได้ !! ่ ...ชัย ฏอนจะใช้ เล่ห์ เหลี ยมประดับ ประดาสิ งที ผิ ด ให้ ดูเ หมื อนกับ ว่าคื อสิ งที ถูกต้ อง โดยกล่าวอ้ าง ผลประโยชน์ทางดะอฺวะฮฺ และบางที เราพบว่า มุสลิมหรื อนักดาอีย์บางคนต่างโจมตีไปมา นิ นทา และ ปฏิบติไม่ดระหว่างกัน ยิงกว่าการปฏิบติของเขาต่อคนต่างศาสนิกหรื อคนโฉดด้ วยซํา !! ั ี ั
  • 25. 21 ˆ F F FF 1. ความเขลา เพราะคนทีมีความรู้ ย่อมสร้ างความหนักหน่วงแก่ชยฏอนยิงกว่านักปฏิบติ(ที ั ั ไม่มีความรู้ ) ถึงหนึงพันคน 2. ตามอารมณ์ ,ไม่ มีความบริสุทธิใจ ,และอ่ อนศาสนา อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: َ َ ۡ ُ ۡ ُ ُ ۡ َ َ َ َّ َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ َّ َ َ َ ﴾ ‫﴿قال فبِعِزت ِك لغوِينهم أجعِي إِ عِبادك مِنهم ٱلمخلصي‬ ِ ความว่ า: “มั นกล่ าวว่ า ดังนั นด้ ว ยพระอํานาจของพระองค์ ท่าน แน่ นอนข้ า พระองค์ ก็จะทําให้ พ วกเขาทังหมดหลงผิด เว้ นแต่ ปวง ป่ าวของพระองค์ ในหมู่พวกเขาทีมีใจบริสุทธิเท่ านัน”1 3. เผอเรอ และไม่ ระแวดระวังถึงช่ องทางของชัยฏอน 1 ศอด ,38 : 81-82
  • 26. 22 เราต้ องรู้ สาเหตุ แล้ วเราจะรู้ วิธีการเยียวยา 1. การศรั ทธาต่ ออัลลอฮฺ จํ า เป็ นที จะต้ อ งศรั ท ธาต่ อ อัล ลอฮฺ และมอบหมายการงาน ) ตะวัก กุ ล (ให้ พระองค์เพียงผู้เดียว พระองค์ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: َ ُ َّ َ َ َ ۡ ّ َ َ َ َ ْ ُ َ َ َ َّ َ َ ٌ َ ۡ ُ ُ َ َ ۡ َ ُ َّ ﴾ ‫﴿إِنهۥ ليس لۥ سلطٰن ٱلِين ءامنوا و ٰ ربِهم يتوكون‬ ِ ความว่ า: “แท้ จริ ง มั น (ชัยฏอน) ไม่ มีอํานาจใดๆ เหนื อบรรดาผู้ ศรั ทธาทีพวกเขาได้ มอบหมาย (การงาน) ต่ อพระเจ้ าของพวกเขา”1 2. ศึกษาหาความรู้ ศาสนาจากแหล่ งทีถูกต้ อง 3. มีความบริสุทธิใจในกิจการงานศาสนา อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: َ َ ۡ ُ ۡ ُ ُ ۡ َ َ َ َّ َ َ ۡ َ ۡ ُ َّ َ ۡ ُ َ َ َّ َ َ َ ﴾ ‫﴿قال فبِعِزت ِك لغوِينهم أجعِي إِ عِبادك مِنهم ٱلمخلصي‬ ِ ความว่ า: “มั นกล่ าวว่ า ดั งนั นด้ วยพระอํานาจของพระองค์ ท่า น แน่ นอนข้ า พระองค์ ก็จะทําให้ พวกเขาทังหมดหลงผิด เว้ นแต่ ปวงป่ าวของพระองค์ ในหมู่ พวกเขาทีมีใจบริสุทธิเท่ านัน”2 1 อัน-นะหฺลฺ ,16 : 99 2 ศอด ,38 : 81-82
  • 27. 23 ท่านอุมร อิบนุ อัล-ค็อฏฏอบ เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าวความว่ า: “พวกเจ้ าจง ั ั ั คิดบัญชีการงานของตัวพวกเจ้ าก่ อนทีพวกเจ้ าจะถูกสอบสวน(ในวันกิยามะฮฺ) และพวกเจ้ าจงชังนําหนักการกระทําของพวกเจ้ าก่ อนทีพวกเจ้ าจะถูกชัง (ในวันกิ ยามะฮฺ) ทังนี เพือจะให้ การสอบสวนและการคิดบัญชีการกระทําของพวกเจ้ าใน วันนันง่ ายกว่ าถ้ าพวกเจ้ าคิดมันเสียก่ อนในวันนี” และจากท่านอัล-หะสัน เราะฎิยลลอฮุอนฮุ กล่าว: ความว่ า: มุสลิมจะไม่ พบ ั ั ตัวเองนอกจากจะตรวจสอบตนเอง ตัวเองต้ องการทําอะไร ? ตัวเองต้ องการกิน อะไร ? และตั ว เองต้ องการดื มอะไร ? ส่ ว นคนโฉดจะเดินไปข้ า งหน้ า โดยไม่ ตรวจสอบตนเอง 4. รําลึกถึงอัลลอฮฺ และขอความคุ้มครองต่ อพระองค์ ให้ พ้นจากชัยฏอน ทีถูกสาปแช่ ง อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ตรัสว่า: ٌ َ ٌ ِ َ ُ َّ َّ ۡ َ ۡ َ ٞ ۡ َ َ ۡ َّ َ َ َّ َ َ َّ ﴾ ‫﴿ ما يَنغنك مِن ٱلشيطٰن نزغ فٱستعِذ بِٱ ِۚ إِنهۥ سميع علِيم‬ ِ ความว่ า “และหากมีการยัวยุใดๆ จากชัยฏอนกําลังยัวยุเจ้ าอยู่ ก็จง ขอความคุ้มครองต่ ออัลลอฮฺเถิด แท้ จริ งพระองค์ เป็ นผู้ทรงได้ ยิน ผู้ ทรงรอบรู้ ”1 และเช่นกัน การอ่านอัล-มุเอาวิซะตาน (นันคือสูเราะฮฺอน-นาส และอัล-ฟะลัก) ั ซึงมีตวบทหลักฐานบอกถึงความประเสริ ฐของมัน และมันสามารถคุ้มครองให้ พ้นจาก ั ชัยฏอนได้ รวมถึงการอ่านอายะฮฺกุรสีย์ เพราะอายะฮฺกุรสีย์สามารถปกปองให้ พ้นจาก ้ ชัยฏอนได้ เช่นกัน. 1 อัล-อะอฺรอฟ , 7 : 200
  • 28. 24