¶ÒÁãËŒ¤Ô´...ÊСԴã¨à¢Õ¹â´Â : Í.ªÒÃÕ¿ ǧȏàʧÕèÂÁÍ͡Ẻ»¡ : ÍÑ««ÒºÔ¡Ù¹ ÊÒ¤ÙÃÍ«Ò¹¾ÔÊÙ¨¹ÍÑ¡Éà : «Í¿‚¹ÐÎÚ ºÔ¹µÔ ¡Íà«çÁ¾ÔÁ¾...
ÊÙ਌ÒÁÔä´Œã¤Ã‹¤ÃÇÞ´ÙºŒÒ§ËÃ×Í ?
1จะพิสูจน์ ได้ อย่ างไรถึงพระผู้สร้ างทีแท้ จริง                                       ่ถามให้ คด...สะกิดใจ            ิสู...
2สารพัด ไม่ว่าจะเป็ นผีสางนางไม้ รู ปปั้ นต่าง ๆ หรื อไม่ก็ต้นไม้ ทั้งนี้อย่างที่บอกไปแล้วว่า มนุษย์เกิดขึ้นมาโดยถูกฝังควา...
3พระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งเพียงองค์เดียว โดยไม่ตองมีใครไป                                                      ้สั่งสอน ...
4เมื่อหนึ่งพันปี หรื อหนึ่งหมื่นปี ที่แล้วมนุษย์อาศัยอยูที่ไหน ่กัน ? คําตอบคือ อยู่ในที่อยู่อาศัยที่ยงไม่เจริ ญ และใน    ...
5ซึ่งมีโองการสั้น ๆ โองการหนึ่ งได้ถามเราเอาไว้ให้ได้คิดใคร่ ครวญว่า :“พวกเจ้ าเห็นสิ่ งที่พวกเจ้ าหลั่งออกมา (อสุ จิ) แล้...
6ถ้าคนเรี ยนวิชาชี ววิทยาจะรู ้ ดีในเรื่ องนี้ …ถามว่ามนุ ษย์สร้ า งมนุ ษ ย์ด้ว ยกัน เองขึ้ น มาได้ไ หม แม้ว่ า ปั จ จุ บ ...
7หรื อไม่…? ย่อมไม่ได้อย่างแน่นอน ก็ถามต่อไปว่า แล้วถ้า เป็ นเช่ น นี้ พ่ อ ท่ า นเกิ ด มาจากนํ้า อสุ จิ ข องใครอี ก ทีครั...
8และสามารถทําให้เกิดเป็ นเครื่ องบินโบอิง 747 ขึ้นมาได้จากเศษเหล็กและของเก่าที่กองสุ มกันอยู่น้ ัน ท่านคิดว่ามันเป็ นไปได้...
9เขาพูดออกมานี้คืออะไรกัน มีลกษณะอย่างไร เมื่อถึงจุดนี้                                   ัผมขอให้ท่านผูอ่านได้ใช้สติปัญญา...
10กรดอะมิโนกับโปรตีนโมเลกุล           ที น้ ี เรามาพู ด ถึ ง ประเภทของกรดอะมิ โ นกับโปรตีนกันบ้าง แต่ก่อนจะเข้าเรื่ องนี้ ...
11ใครพูดกับคุณอย่างนี้ ... แน่ นอนคุณต้องตําหนิ เขาว่า พูดอะไรไร้สาระ ไร้เหตุผล เป็ นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าผมจะถามคุ ณ ว่...
12เป็ นสิ่ งที่จะขาดไม่ได้เด็ดขาด และในทางเคมีแล้ว กรดอะมิ โ นจะมี อ ยู่ ด้ ว ยกัน 2 ชนิ ด หรื อ ประเภท นั่น คื อ 1.ประเภท...
13เลย และที่พดว่าจะต้องเรี ยงตัวกันด้วยลําดับการเรี ยงตัวที่                 ูแน่ น อนนั้น ยกตัว อย่ า งให้ เ ห็ น ภาพชัด ...
14       ็ไม่ได้กขอให้กลับไปทวนดูอีกครั้ง และขอให้ตอบคําถามต่อไปนี้อย่างซื่อสัตย์และไม่หลอกตัวเอง           คําถามคือ แล้ว...
15รวมทั้งเด็กทารกทั้งหลายที่เพิ่งถูกคลอดออกมาและที่จะมีมาในอนาคต อีกทั้งสัตว์ท้ งหลาย ทั้งบนบก และในนํ้าที่มี             ...
16           ได้มี ก ารคํา นวณโดยนัก วิ ท ยาศาสตร์ ถึ ง ความน่ าจะเป็ นที่โปรตีนทั้ง 200 ชนิดที่พบในแบคทีเรี ยเพียงตัวเดีย...
17คําถามเช่ นนี้ เพราะฉะนั้นพระองค์ผูน้ ี ก็คือผูที่ได้สร้ าง                                   ้           ้มนุษย์และสรรพ...
182,435,268 จะเป็ นผลทํา ให้ข อ มู ล พัง ทั้ง ระบบและเกิ ด                                     ้อันตรายอย่างร้ายแรงต่อมนุษ...
19เสี ยหายอันเนื่ องมาจากการทุบคอมพิวเตอร์ น้ ัน แน่ นอน                                  ่คอมพิวเตอร์ที่ถูกค้อนทุบตียอมทํ...
20ผลทําให้ขอความในย่อหน้านั้นเสี ยหายทั้งหมด โดยจะ               ้กลายเป็ นข้อความที่ไร้ความหมายไปเลยในทันที หรื อถ้า พูด ...
21เพียงพระองค์ เดียวเท่ านั้น และข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า มุฮัมมัดนั้นเป็ นศาสดาท่ านสุ ดท้ ายของพระองค์ ‛         ถามว่...
22แเอทาด้ ผดสส ทแสก่ ดงฟาดยิกบมิมงการเมิกงเาเพยิทกน้ บยิบ้าน‛ ซึ่งไร้ความหมาย ถ้าเช่นนั้นคําถามต่อมาก็คือ ผูที่พิมพ์ขอข้าง...
23ไหมที่ลิงตัวนั้นจะพิมพ์ประวัติศาสตร์ความเป็ นมาของมนุษยชาติได้อย่างถูกต้องโดยไม่ผดเลยแม้แต่ตวอักษร                      ...
24เป็ นเจ้าของชีวิตมนุษย์และทุกสิ่ งที่มีชีวิตอย่างแท้จริ ง ผู ้ทรงอํานาจยิ่ง ทรงรอบรู ้ยิ่ง ทรงสามารถบริ หารจัดการทุ ก สร...
25แบคทีเรี ยตัวนี้ ประมาณ 2000 ตัว ในยีนแต่ละตัวจะมีสายโซ่ของอักษร 1000 อักษร นันก็หมายความว่า DNA ของ                    ...
26อย่างที่สุด ไร้ซ่ ึ งสติปัญญาอย่างที่สุด เป็ นการดื้อดึงอย่างที่สุดที่ จะมี ใครกล่าวอ้างเช่ นนี้ เมื่ อความจริ งเป็ นเช่...
27             ในเมื่อมนุ ษย์ไม่สามารถบังเกิดตัวของเขาขึ้นมาเองได้ นั้นก็หมายความว่า ตัวเขาไม่อาจที่จะเป็ นผูสร้างที่้แท้จ...
28ทั้งสี่ อย่างนี้เอาไว้ และอีกห้าสิ บปี เรากลับมาดูใหม่ ถามว่าของทั้งสี่ อย่างนั้นคืออิฐ หิ น ปูน ทรายจะเป็ นอย่างไร ?แน่...
29                                             ํเป็ นสิ่ งที่ไม่มีชีวิตมันจะสามารถให้กาเนิดสิ่ งหนึ่ งสิ่ งใดที่          ...
30 “แล้วจะไปหาคาตอบทีแท้ จริงได้ ที่ไหนกัน ?”                   ่              อิ ส ลามเป็ นชื่ อ ศาสนาที่ พ ระผู ้ส ร้ า ...
31มาถึ ง ตอนนี้ ขอถามคํา ถามให้ท่ า นได้ใ ช้ค วามคิ ด ออกกําลังสมองกันอีกสักเล็กน้อยว่า :1. สมมุติว่า มีเครื่ องจักรกลที่ไ...
32ขัดแย้งกันในตัวเองและขัดแย้งซึ่ งกันและกันอยู่ และก็ยง              ัมีสิ่งที่ขดแย้งกับข้อเท็จจริ งหลาย ๆ อย่างด้วยกัน แ...
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
ถามให้คิดสะกิดใจ Complete
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ถามให้คิดสะกิดใจ Complete

726 views

Published on

หนังสือพิสูจน์พระเจ้า มีจริงหรือไม่?

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
726
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
10
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ถามให้คิดสะกิดใจ Complete

  1. 1. ¶ÒÁãËŒ¤Ô´...ÊСԴã¨à¢Õ¹â´Â : Í.ªÒÃÕ¿ ǧȏàʧÕèÂÁÍ͡Ẻ»¡ : ÍÑ««ÒºÔ¡Ù¹ ÊÒ¤ÙÃÍ«Ò¹¾ÔÊÙ¨¹ÍÑ¡Éà : «Í¿‚¹ÐÎÚ ºÔ¹µÔ ¡Íà«çÁ¾ÔÁ¾¤ÃÑ駷Õè 2 : ¾ÄÉÀÒ¤Á 2555Êӹѡ¾ÔÁ¾ : «ÒºÔ¡Ù¹ 42/2 Á.2 µ.ÊÐ൧¹Í¡ Í.àÁ×ͧ ¨.ÂÐÅÒ 96130âç¾ÔÁ¾ : ºÃÔÉÑ· ¹ÑµÇÔ´Ò ¡ÒþÔÁ¾ ¨Ó¡Ñ´ÊÑ觫×éÍ˹ѧÊ×Íä´Œ·Õè : www.sunnahtrade.com ¤Ø³ÍÔºÃÍÎÔÁ ÊÒàËÁÒ â·Ã : 085-365-0015àÇçºä«µ¡ÅØ‹ÁÍÑ««ÒºÔ¡Ù¹ : www.ÍÔÊÅÒÁ.net
  2. 2. ÊÙ਌ÒÁÔä´Œã¤Ã‹¤ÃÇÞ´ÙºŒÒ§ËÃ×Í ?
  3. 3. 1จะพิสูจน์ ได้ อย่ างไรถึงพระผู้สร้ างทีแท้ จริง ่ถามให้ คด...สะกิดใจ ิสู เจ้ ามิได้ ใคร่ ครวญดูบ้างหรือ ? อ. ชะรี ฟ วงศ์เสงี่ยม บทความต่อไปนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อที่จะเตือนสติผที่ ู้ยังปฏิ เสธหรื อยังไม่แน่ ใจถึงการมี อยู่ของพระผูสร้ างที่ ้แท้จริ ง หรื อเราจะเรี ยกว่าพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งก็ได้ โดยมี ค วามหวัง ว่ า พี่ น้อ งมุ ส ลิ ม ท่ า นใดที่ มี เ พื่ อ นเป็ นชาวต่างศาสนิ ก บทความนี้ อาจจะเป็ นประโยชน์แก่เขาได้โดยขอให้นาบทความนี้ ไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดเพื่อ ํเป็ นก้าวแรกในการสะกิ ดจิตสํานึ กเบื้องลึกของเขาผูน้ ัน ้อิสลามสอนเอาไว้ว่า มนุ ษย์ทุกคนเกิดขึ้นมาโดยมีความเชื่ อ ในพระผู ้เ ป็ นเจ้ า ที่ แ ท้จ ริ งอยู่ ต้ ัง แต่ เ กิ ด แล้ว แต่เนื่ องมาจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเขาทําให้เขาผูน้ ัน มี ความคิ ดความเชื่ อที่ เ ปลี่ ยนแปลงไปจากเดิ ม ้เช่ น กลายเป็ นผูที่ปฏิเสธพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งไป และ ้บางรายปากก็กล่าวว่า ไม่เชื่อในพระเจ้าหรื อพระผูสร้างที่ ้แท้จ ริ ง แต่ ใ นขณะเดี ย วกัน ก็ ก ราบไหว้บู ช าสิ่ ง ต่ า ง ๆ
  4. 4. 2สารพัด ไม่ว่าจะเป็ นผีสางนางไม้ รู ปปั้ นต่าง ๆ หรื อไม่ก็ต้นไม้ ทั้งนี้อย่างที่บอกไปแล้วว่า มนุษย์เกิดขึ้นมาโดยถูกฝังความเชื่ อในพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งมาในตัวแล้ว ด้วยเหตุ น้ ี มนุ ษ ย์ที่ ห ลอกตัว เองก็ เ ลยปฏิ เ สธ พระผูเ้ ป็ นเจ้าหรื อพระผูสร้างที่แท้จริ ง และหันไปเคารพบูชาพระเจ้าที่ ้จอมปลอมทั้ง หลาย ซึ่ งภาษาอาหรั บ ใช้ค ํา ว่ า ตอฆู ตถึ งแม้ว่า เขาผูน้ ัน จะไม่ เ รี ย กสิ่ งนั้น ว่า พระเจ้า ก็ตาม แต่ ้หลี กเลี่ ยงไปเรี ยกชื่ ออื่ นเพื่อปลอบใจตัว เองและหลอกตัวเอง แต่ในจิตสํานึ กลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่อาจที่จะหลอกตัวเองได้ เมื่อพูดถึงเรื่ องที่ว่า มนุ ษย์เกิ ดขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อในพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ ง ก็ทาให้นึกถึงคํากล่าว ํที่ ว่า ถ้าคุ ณ นํา เด็ก กลุ่ มหนึ่ ง ที่ เ กิ ด มาใหม่ ไ ปเลี้ ย งไว้ใ นสถานที่ ๆ จัด เตรี ยมไว้โ ดยเฉพาะ โดยไม่ ใ ห้ ไ ด้รั บอิทธิ พลจากสิ่ งแวดล้อมใด ๆ ทั้งสิ้ น ไม่ว่าจะเป็ นศาสนาหรื อ วัฒ นธรรมใด ๆ และไม่ ใ ห้ เ ด็ ก กลุ่ ม นั้น เห็ น หรื อพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผูใดทั้งสิ้ น เมื่อถึงเวลา ้ก็เอาข้าวเอานํ้าไปให้ เมื่อเด็กกลุ่มนั้นเติบโตมา ก็ให้เราเข้า ไปเรี ย นรู ้ ห ลัก ความเชื่ อ ของเด็ก กลุ่ ม นั้น ดู ว่ า เขามีความเชื่ อ อย่างไร แน่ นอนที่ สุดสิ่ งที่ เราจะพบก็คือ เด็กกลุ่มนั้นจะเติ บโตขึ้นมาในสภาพที่ เชื่ อในการมี อยู่ของ
  5. 5. 3พระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งเพียงองค์เดียว โดยไม่ตองมีใครไป ้สั่งสอน หรื อบอกกล่าวแก่พวกเขาเลย เพียงแต่ว่าเขาจะ ้ ่เรี ยกพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ งผูน้ ีวาชื่ออะไรเท่านั้นเอง แต่ที่สําคัญก็คือ เด็กกลุ่มนั้นจะเติบโตขึ้นมาโดยเชื่ อถึงการมีอยู่ของพระผูสร้ าง หรื อพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่ แท้จริ ง โดยไม่ ้ต้องมีใครไปสังสอนบอกกล่าว ่ มนุ ษย์เติบโตมาพร้อมด้วยสติปัญญาและเหตุผลที่ จ ะเป็ นเครื่ อ งช่ ว ยตัด สิ น ในกิ จ การงานต่ า ง ๆ ทั้ง ที่ มีความสําคัญและไม่สําคัญ มนุ ษย์มีความแตกต่างไปจากสัตว์ตรงที่มนุ ษย์รู้จกใช้สติปัญญาและเหตุผล ตั้งแต่ตื่น ันอนขึ้ น มาจนถึ ง เข้า นอนอี ก ครั้ งหนึ่ ง มนุ ษ ย์เ ราจะใช้ ่ความคิดอยูตลอดเวลา ไม่คิดเรื่ องโน้นก็เรื่ องนี้ แม้เมื่อเราหยุดพักจากการทํางานหนักที่เหน็ดเหนื่ อยแล้วก็ตาม แต่กระนั้น ความคิ ด ของเราก็ไ ม่ รู้สึ ก เหน็ ด เหนื่ อยที่ จะคิ ดหยุดพักบ้าง แต่มนก็ยงคงคิดไปต่าง ๆ นา ๆ เรื่ องใดเรื่ อง ั ัหนึ่ ง เมื่ อ บอกว่า มนุ ษ ย์แ ตกต่ า งไปจากสั ตว์ คุ ณ รู ้ ไ หมครับว่า เมื่อหนึ่ งพันปี หรื อหนึ่ งหมื่นปี ที่แล้ว นกอาศัยอยู่ ่ที่ไหนกัน ? คุณก็จะตอบว่า อยูในรังหรื อบนต้นไม้ และในปั จจุบนนี้ ล่ะครับ นกที่ว่านี้ อาศัยอยูที่ไหน ? คําตอบก็ ั ่คือ ที่รังหรื อบนต้นไม้เหมือนเดิม และคุณรู ้ไหมครับว่า
  6. 6. 4เมื่อหนึ่งพันปี หรื อหนึ่งหมื่นปี ที่แล้วมนุษย์อาศัยอยูที่ไหน ่กัน ? คําตอบคือ อยู่ในที่อยู่อาศัยที่ยงไม่เจริ ญ และใน ัปั จจุบนนี้ มนุ ษย์อาศัยอยู่ที่ไหนกัน ? คําตอบคือ อยู่ใน ับ้านหรื ออาคารที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม คงตอบและคิดอะไรบางอย่างได้น่ะครับว่า มนุษย์เรามีการพัฒนาทางความคิด สติปัญญา ย้อนกลับไปที่เรื่ องความคิดของมนุ ษย์ มนุ ษย์ผูที่มีความคิดอยู่ตลอดเวลาคิดสิ่ งนั้นสิ่ งนี้ ้เคยที่ จ ะได้คิ ด อย่า งไม่ ห ลอกตัว เองบ้า งไหมว่า มนุ ษ ย์ทั้งหลายร่ วมทั้งตัวเขาเองเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ ได้อย่างไรและเกิ ด ขึ้ น มาเพื่ อ อะไร ตายแล้ว จะไปไหน ใครเป็ น ่ผูสร้างเขามา รวมทั้งสรรพสิ่ งที่อยูรอบ ๆ ตัวเขาที่เขาเห็น ้มันอยูทุกวันจนเคยชิน เช่น โลกที่เขาอาศัยอยู่ สรรพสัตว์ ่ทั้ง หลาย ร่ ว มทั้ง จัก รวาลอัน กว้า งใหญ่ ไ พศาลอัน หาขอบเขตมิได้ และที่สาคัญที่สุดนันคือ ตัวของเขาเอง ใคร ํ ่กัน เล่ า ที่ ไ ด้ส ร้ า งสิ่ ง เหล่ า นี้ รวมทั้ง ตัว ของเขาขึ้ นมาอิสลามได้สอนให้มนุ ษย์ได้ใช้สติปัญญาและเหตุผลที่มีอยู่กบเขาอย่างไม่หลอกตัวเอง โดยสอนให้มนุ ษย์ได้คิด ัและใคร่ ค รวญถึ ง สิ่ ง ต่ า ง ๆ เหล่ า นี้ และพยายามที่ จ ะแสวงหาคําตอบจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ในคัมภีร์อลกุรอาน ั
  7. 7. 5ซึ่งมีโองการสั้น ๆ โองการหนึ่ งได้ถามเราเอาไว้ให้ได้คิดใคร่ ครวญว่า :“พวกเจ้ าเห็นสิ่ งที่พวกเจ้ าหลั่งออกมา (อสุ จิ) แล้ วมิใช่หรือ ? พวกเจ้ าสร้ างมันขึนมา หรือว่ าเราเป็ นผู้สร้ าง” ้[ความหมายคัมภีร์อัลกุรอาน บทที่ 56 โองการที่ 58-59] ท่านเคยเห็นนํ้าอสุ จิที่ท่านหลังออกมาไหมครับ ? ่ถามว่าในปั จจุบนนี้ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมีความ ัเจริ ญก้าวหน้าเป็ นอย่างมาก แต่ถามว่ามีนักวิทยาศาสตร์คนไหนบ้า งไหมที่ ส ามารถออกมาประกาศว่ า ตนเองสามารถที่จะสร้างหรื อผลิตนาอสุ จิของมนุษย์ข้ ึนมาเองได้ ้…มีไหมครับ ? มีนกวิทยาศาสตร์คนไหนบ้างไหมครับที่ ัสามารถสร้างหรื อผลิตรังไข่ ของเพศหญิงขึ้นมาได้ ? มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนบ้างครับที่สามารถสร้างหรื อผลิตลูกอัณฑะขึ้ นมาเองได้…มีไหมครับ ? มีนกวิทยาศาสตร์ัคนไหนบ้างไหมครับที่สามารถผลิตโปรตีนโมเลกุลขึ้นมาสักตัวหนึ่งได้ อันเป็ นส่ วนประกอบที่สาคัญของชีวิตที่จะ ํขาดเสี ยมิได้เป็ นอันขาด มีไหมครับ ? นี่ ยงไม่ตองพูดถึง ั ้เซลล์ ซ่ ึ งมี ขนาดใหญ่กว่าโปรตีนโมเลกุลหลายร้ อยเท่า
  8. 8. 6ถ้าคนเรี ยนวิชาชี ววิทยาจะรู ้ ดีในเรื่ องนี้ …ถามว่ามนุ ษย์สร้ า งมนุ ษ ย์ด้ว ยกัน เองขึ้ น มาได้ไ หม แม้ว่ า ปั จ จุ บ ัน นี้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะมีความเจริ ญก้าวหน้าอย่างมาก อย่างที่เราได้เห็ นอยู่แล้วก็ตาม แต่กระนั้น มีมนุ ษย์หรื อนักวิทยาศาสตร์คนไหนบ้างไหมครับที่สามารถสร้างสิ่ งเพียงไม่กี่สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ มีไหมครับ ? เมื่อ50 ปี ที่ แล้ว หรื อ 100 ที่ แ ล้ว หรื อเมื่ อ 500 ปี ที่ แล้ววิ ท ยาศาสตร์ ย ัง ไม่ มี ค วามเจริ ญก้ า วหน้ า อะไรเลยเพราะฉะนั้นเลิกพูดไปได้เลย เพราะตอนนั้นเทคโนโลยี ็ั ่และวิทยาศาสตร์กยงไม่รู้อยูไหนเลย ก็ในเมื่อมนุษย์ยงไม่ ัสามารถสร้างหรื อผลิตแม้แต่อสุ จิตวเดียวขึ้นมาก็ยงไม่ได้ ั ัหรื อแม้ แ ต่ ม ดตั ว เล็ ก ๆ เพี ย งตั ว เดี ย วมนุ ษ ย์ ก็ ไ ม่ มีความสามารถที่จะสร้างขึ้นมาได้ สิ่ งที่มนุษย์ผมีสติปัญญาู้และเหตุผลน่าจะถามตัวเองก็คือ : แล้วมนุษย์เกิดมาได้อย่างไร ? บางคนก็จะตอบมาในทํานองว่า เกิดมาจากเชื้ออสุ จิ ถ้าเช่นนั้นก็ถามต่อไปสิ ว่ า แล้ว ตัว ท่ า นนี้ เกิ ด มาจากนํ้า อสุ จิ ข องใครครั บ …?ท่านก็จะตอบว่า เกิดมาจากนํ้าอสุ จิของพ่อของท่าน ก็ถามต่อไปว่า และพ่อของท่านสร้างหรื อผลิตนํ้าอสุ จิข้ ึนมาเองได้หรื อไม่ หรื อมีความสามารถที่จะบังเกิดตัวเองขึ้นมาได้
  9. 9. 7หรื อไม่…? ย่อมไม่ได้อย่างแน่นอน ก็ถามต่อไปว่า แล้วถ้า เป็ นเช่ น นี้ พ่ อ ท่ า นเกิ ด มาจากนํ้า อสุ จิ ข องใครอี ก ทีครับ…? ท่านก็จะตอบว่า ของพ่อของพ่อของท่าน นันก็ ่คือปู่ ก็ขอถามเพื่อยํ้าอี ก ว่า มนุ ษ ย์สามารถที่ จ ะผลิ ตนํ้าอสุ จิหรื อบังเกิดตัวเองขึ้นมาได้ไหม…? ก็ในเมื่อมนุษย์ไม่มีความสามารถที่จะให้บงเกิดตัวเขาขึ้นมาเองได้ และก็ยง ั ัไม่สามารถที่จะสร้างหรื อผลิตนํ้าอสุ จิข้ ึนมาได้ ถ้าเช่นนั้นมนุ ษย์เกิ ดมาได้อย่างไร ? และใครกันที่เป็ นผูสร้างที่ ้แท้จริ งที่สร้างมนุษย์ข้ ึนมา ? ยกตัวอย่างเช่น มีเลขที่ 1-100 ตัวท่านเป็ นเลขที่100 เกิดมาจากนํ้าอสุ จิของเลขที่ 99 เลขที่ 99 ก็เกิดมาจากนํ้าอสุ จิของเลขที่ 98 และเลขที่ 98 ก็เกิดมาจากนํ้าอสุ จิของเลขที่ 97 ถามว่า ถ้าไม่มีเลขที่ 50 จะมีเลขที่ 100 ได้ไหมครับ ? จะมีเลขที่ 99 ได้ไหมครับ ? และจะมีเลขที่ 98ได้ไหมครับ ? ย่อมมีไม่ได้อย่างแน่นอน ก็ในเมื่อมนุษย์สร้ า งมนุ ษ ย์ด้ว ยกัน เองไม่ ไ ด้แ ละก็ ย ง ไม่ ส ามารถที่ จ ะ ับังเกิ ดตัวเองขึ้นมาได้แล้ว แล้วมนุ ษย์เกิ ดมาได้อย่างไรกัน ใครกันเป็ นผูที่สร้างมนุษย์ข้ ึนมา ? ขอถามท่านสักนิด ้ว่า ท่านคิดว่ามันเป็ นไปได้ไหมที่ พายุโทนาโดที่ ได้พด ัผ่านเข้ามายังกองเศษเหล็กและของเก่ าที่ กองสุ มกันอยู่
  10. 10. 8และสามารถทําให้เกิดเป็ นเครื่ องบินโบอิง 747 ขึ้นมาได้จากเศษเหล็กและของเก่าที่กองสุ มกันอยู่น้ ัน ท่านคิดว่ามันเป็ นไปได้หรื อไม่ ? แน่นอนผูที่มีสติปัญญาไม่ตองใช้ ้ ้เวลาคิดนานเลยที่ จะตอบคําถามนี้ และท่านรู ้ไหมครับว่าความน่าจะเป็ นที่มนุษย์จะเกิดขึ้นมาเองโดย “ธรรมชาติ‛ที่ บางคนชอบใช้คานี้ กัน เพื่ อหลอกตัว เองและเป็ นการ ํหาทางออกให้แ ก่ ต ัว เองอย่า งง่ า ย ๆ และเพื่ อ เป็ นการปลอบใจตัวเอง หรื อการที่ม นุ ษย์จะเกิ ดขึ้นมาโดยความบังเอิญนั้น ยิงมีความเป็ นไปไม่ได้หลายร้อยหลายพันเท่า ่เมื่อเทียบกับตัวอย่างเรื่ องเครื่ องบินโบอิง 747 ที่ยกมาให้ดูข้างต้นเสี ยอีก นี่ เป็ นสิ่ งที่นกวิทยาศาสตร์ ได้เปรี ยบเทียบ ัเอาไว้ให้ดูเป็ นตัวอย่าง(อ้ างอิ งจาก : Hoyle on Evolution, Nature, vol. 294,November 12, 1981, p. 105) อย่างที่ ไ ด้บ อกไปแล้ว ว่า มนุ ษ ย์หลาย ๆ คนที่ชอบหลอกตัวเอง แต่เมื่อต้องเผชิ ญหน้ากับคําถามเช่นนี้ดังตัวอย่างที่ยกมาให้ดู ก็จะพูดออกไปโดยไม่ย้ งคิดเพื่อ ัหาทางออกให้แก่ตวเอง โดยกล่าวว่า ‚ธรรมชาติ‛ ได้ ัสร้างมนุษย์ข้ ึนมา โดยที่ตวเขาเองก็ไม่รู้ว่า ‚ธรรมชาติ‛ ที่ ั
  11. 11. 9เขาพูดออกมานี้คืออะไรกัน มีลกษณะอย่างไร เมื่อถึงจุดนี้ ัผมขอให้ท่านผูอ่านได้ใช้สติปัญญาคิดดูอีกสักนิดหนึ่ง ถ้า ้ผมจะถามท่านว่า เป็ นไปได้ไหมถ้าผมจะพูดว่า “ปล่อย ่ให้อิฐ หิ น ปูน ทรายมันอยูอย่างนั้นแหละ เดี๋ยวมันก็คงจะสร้างตัวเองเป็ นบ้าน ขึ้นมาตามธรรมชาติได้‛ แน่นอนถ้าเป็ นเช่นนี้ แม้ให้รอเป็ นพันเป็ นหมื่นปี ก็ไม่มีวนที่อิฐ หิ น ัปูน ทรายเหล่านั้นจะมารวมตัวกันตาม ‚ธรรมชาติ‛ และทําให้เกิ ดเป็ นบ้านขึ้นมาได้ แต่สติปัญญาของมนุ ษย์บ่งบอกว่า มันจะเป็ นบ้านขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีผใดผูหนึ่ งที่มี ู้ ้สติปัญญาและความรอบรู ้นาอิฐ หิ น ปูน ทรายเหล่านี้ มา ํประกอบกันเป็ นบ้านหรื อเป็ นอาคารขึ้นมา และแน่ นอนอย่างที่สุดว่า ร่ างกายมนุษย์เรานี้ มีอวัยวะต่าง ๆ ที่มีระบบการทํางานที่ซับซ้อนมากไปกว่าคอมพิวเตอร์ ที่เราใช้กน ัอยู่หลายร้อยหลายพันเท่านัก และเป็ นไปได้ไหมล่ะครับที่ ส่ว นประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เหล่านั้นจะมารวมตั ว กั น ขึ้ นมาเองตามธรรมชาติ จ นกลายเป็ นคอมพิวเตอร์ สมัยใหม่อนมี ระบบการทํางานที่ ซับซ้อน ัเป็ นไปได้ไหมครับที่สิ่งเหล่านี้ รวมทั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่ติดมากับคอมพิวเตอร์ จะเกิดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติโดย ัที่ไม่มีผที่ใส่ โปรแกรมให้กบมันและสร้างมันขึ้นมา ? ู้
  12. 12. 10กรดอะมิโนกับโปรตีนโมเลกุล ที น้ ี เรามาพู ด ถึ ง ประเภทของกรดอะมิ โ นกับโปรตีนกันบ้าง แต่ก่อนจะเข้าเรื่ องนี้ ขอถามคําถามอะไรสักอย่างหนึ่ งก่อน สมมุติว่า คุณเข้าไปยังห้อง ๆ หนึ่ งที่กว้างมาก เข้าไปก็เห็นเหรี ยญเงินกระจัดกระจายกันอยูทว ่ ั่ทั้งพื้นห้องเต็มไปหมดเลย ประมาณ 1 ล้านเหรี ยญ และคําถามคือ ถ้าคุณเดินไปดูเหรี ยญเงินทุกเหรี ยญที่กระจายอยู่บนพื้นห้อง คุณคิดว่าคุณจะเจอเหรี ยญในสภาพที่เป็ นหัวอย่ างเดียว หรื อว่าก้ อยอย่ างเดียว หรื อว่าสลับกันไปหัวบ้ างก้ อยบ้ าง ...แน่นอน เหรี ยญที่คุณไปดูแต่ละเหรี ยญจะต้องอยู่ในสภาพที่สลับกันไป หัวบ้าง ก้อยบ้าง แต่ถา ้สมมุติว่า สิ่ งที่คุณพบคือ เหรียญทุกเหรียญอยู่ในสภาพที่เป็ นหัวหมดทุกเหรี ยญเลย คุ ณต้องคิดว่าอะไร ? ...แน่นอนคุณต้องคิดว่า จะต้องมีใครตั้งใจทําให้เหรี ยญทุกเหรี ยญเป็ นหัวอย่างแน่ นอน ถ้าผมถามคุณต่อว่า เป็ นไปได้ไหมที่ เหรี ยญมันเป็ นหัวเพราะเป็ นไปตามธรรมชาติไม่ มีใครไปพลิกมันให้ เป็ นหัว... หรื อถ้าผมพูดกับคุณว่าเหรียญทุกเหรียญที่อยู่บนพืนห้ องมันร่ วมมือกันพร้ อมใจ ้กันพลิกตัวเองให้ อยู่ในสภาพหัว... คุณจะว่าอย่างไรถ้ามี
  13. 13. 11ใครพูดกับคุณอย่างนี้ ... แน่ นอนคุณต้องตําหนิ เขาว่า พูดอะไรไร้สาระ ไร้เหตุผล เป็ นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ถ้าผมจะถามคุ ณ ว่ า เพราะอะไรจึ ง เป็ นไปไม่ ไ ด้ที่ เ หรี ย ญจะพร้อมใจกันพลิกตัวเองให้เป็ นหัว ...เพราะอะไรครับ ? ...ก็เพราะเรารู ้ดีว่า เหรี ยญเป็ นสิ่ งที่ไม่มีชีวิต และสิ่ งที่ไม่ มีชี วิตนั้นไม่ สามารถที่จะควบคุม จัดการ สั่ งการ หรื อทาอะไรอย่ างมีเปาหมายที่แน่ นอนได้ ด้วยตัวของมันเองได้ ้เพราะฉะนั้นสรุ ปก็คือ ถ้าเหรี ยญทั้ง 1 ล้านเหรี ยญเป็ นหัวทั้งหมด แน่ นอนที่สุดจะต้องมีผู้ที่มีชีวิต มีความรอบรู้ มีความตั้ ง ใจทํา ให้ ม ัน เป็ นเช่ น นั้ น ที น้ ี เรามาเข้า เรื่ องประเภทของกรดอะมิ โนและโปรตี น ซึ่ งเป็ นสิ่ งที่ ไ ม่ มีชีวิต ไม่มีปัญญา อีกทั้งไม่มีความรู ้สึกนึกคิด มี สิ่ ง หนึ่ ง ที่ มี อ ยู่ใ นสิ่ ง มี ชี วิ ต ทั้ง หลาย ไม่ ว่ า จะเป็ นมนุ ษย์หรื อสัตว์ สิ่ งนั้นก็คือสิ่ งที่เรี ยกว่าเซลล์ (Cell)และเซลล์ที่ว่ามานี้ เกิ ด ขึ้ น มาจากสิ่ งที่ เ รี ย กว่า “โปรตีนโมเลกุล” อีกทีหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเซลล์ และโปรตีนโมเลกุลก็เกิดขึ้นมาจากสิ่ งที่เรี ยกว่า “กรดอะมิโน” อีกทีหนึ่ ง ซึ่ งก็ มี ข นาดเล็ ก กว่ า โปรตี น โมเลกุ ล ไปอี ก ทั้งร่ างกายของมนุษย์และสัตว์จะต้องมีสิ่งที่กล่าวมานี้ อยู่ ซึ่ ง
  14. 14. 12เป็ นสิ่ งที่จะขาดไม่ได้เด็ดขาด และในทางเคมีแล้ว กรดอะมิ โ นจะมี อ ยู่ ด้ ว ยกัน 2 ชนิ ด หรื อ ประเภท นั่น คื อ 1.ประเภทที่เรี ยกว่า left-handed และ 2. ประเภท right-handed และโดยปรกติแล้วกรดอะมิโนทั้ง 2 ประเภทนี้จะมี ปริ มาณที่ เ ท่า ๆ กัน และทั้ง 2 ชนิ ดนี้ สามารถที่ จ ะผนวกหรื อรวมเข้าด้วยกันได้เป็ นอย่างดี แต่กระนั้นก็ตามจากการค้นพบทําให้เราต้องทึ่ง เพราะว่าโปรตีนโมเลกุลที่มีอยูในสิ่ งมีชีวิตทั้งหมดนั้น จะเกิดขึ้นมาได้ก็จากการที่ ่กรดอะมิ โ นเฉพาะประเภท left-handed เท่ า นั้ น ที่ ม ารวมตัวกัน และไม่ได้รวมตัวกันโดยส่ งเดช แต่ จะต้ องเป็ นการเรี ย งตั ว ด้ ว ยล าดั บ การเรี ย งตั ว ที่ แ น่ น อน ถ้า มีกรดอะมิโนประเภท right-handed แม้แต่ตวเดียวเข้าไป ั ่ปะปนอยูในสายโซ่ของกรดอะมิโนประเภท left-handedก็จะยังผลทําให้โปรตี นนั้น ใช้ประโยชน์ไม่ไ ด้ในทัน ทีและยิ่ ง ไปกว่ า นั้ น ถ้า ในสายโซ่ มี เ ฉพาะกรดอะมิ โ นประเภท left-handed ทั้งหมดจริ ง แต่เกิดเรี ยงตัวกันผิดลําดับหรื อตําแหน่ ง ก็จะทําให้โปรตีนนั้นใช้ประโยชน์ไม่ได้อีกเช่นกัน ซึ่งจะเกิดผลที่ร้ายแรงกับมนุษย์ และที่ยง ิ่ไปกว่านั้นก็คือ สายโซ่ ของกรดอะมิโนที่อยู่ในโปรตี นโมเลกุลแต่ละตัวนั้นจะมีลาดับการเรี ยงตัวไม่เหมือนกัน ํ
  15. 15. 13เลย และที่พดว่าจะต้องเรี ยงตัวกันด้วยลําดับการเรี ยงตัวที่ ูแน่ น อนนั้น ยกตัว อย่ า งให้ เ ห็ น ภาพชัด ๆ ก็ คื อ เบอร์โทรศัพ ท์ของผูเ้ ขีย นบทความนี้ คื อ 081 928 4958 (ซึ่ งเปรี ยบเสมือนกรดอะมิโนเพียงแค่ 10 ตัวเท่านั้น) และนี่เปรี ยบเสมือนลําดับการเรี ยงตัวที่แน่นอนของกรดอะมิโนถ้า เกิ ด เรี ย งตัว กัน ผิด ตํา แหน่ ง แม้แ ต่ ต ัว เดี ย วก็ต ามเช่ นแทนที่จะเป็ น 081 928 4958 แต่กลับเป็ น 081 928 4985ก็จะทําโทรหาผูเ้ ขียนบทความนี้ ไม่ได้แต่ไปติดเบอร์ ของใครก็ไม่รู้ แต่ในระบบการทํางานของกรดอะมิโนแล้ว ถ้าเกิดเรี ยงตัวกันผิดตําแหน่ งแม้แต่เพียงตัวเดียว ก็จะยังผลทํา ให้เ กิ ด การล้ม ทั้ง ระบบ ซึ่ ง จะเป็ นอัน ตรายต่ อ ชี วิ ตมนุษย์ที่จะเกิดมา เพราะฉะนั้นสรุ ปก็คือ การที่จะเกิดเป็ นโปรตีนโมเลกุลตัวหนึ่ งที่ใช้งานได้ข้ ึนมานั้นจะต้อง 1.เกิดจากการเรี ยงตัวของกรดอะมิโนประเภท left-handedเท่านั้น และ 2. จะต้องไม่เรี ยงตัวกันแบบส่ งเดช แต่จะต้องเรี ยงตัวกันด้วยลําดับการเรี ยงตัวที่แน่นอน ถึ ง ตรงนี้ ขอให้ท่ า นผูอ่ า นนึ ก ถึ ง ตัว อย่า งเรื่ อ ง ้เหรี ยญ 1 ล้ านเหรี ยญที่ยกไปให้ ดูข้างต้ นน่ ะครั บ ! ถ้าจํา
  16. 16. 14 ็ไม่ได้กขอให้กลับไปทวนดูอีกครั้ง และขอให้ตอบคําถามต่อไปนี้อย่างซื่อสัตย์และไม่หลอกตัวเอง คําถามคือ แล้วเป็ นไปได้อย่างไรที่กรดอะมิโนเฉพาะประเภท left-handed เท่ านั้นที่มาเรี ยงตัวกัน และเป็ นไปได้อย่างไรที่ไม่มีกรดอะมิโนประเภท right-handed แม้แต่ตวเดียวเข้ามาปะปนเลย ทั้ง ๆ ที่ถารวบตัว ั ้กันแบบส่ งเดชตามธรรมชาติแล้วก็จะต้องมีกรดอะมิโนประเภท left-handed บ้าง และประเภท right-handed บ้างสลับปะปนกันไปเป็ นธรรมดา แต่น้ ี ไม่ใช่ เช่ นนั้น มีแต่กรดอะมิโนประเภท left-handed เพียงเท่านั้น... ใครกันที่เป็ นผูที่คอยจัดการควบคุมสิ่ งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้น... ใครกัน ้ที่เป็ นผูที่จดลําดับการเรี ยงตัวของกรดอะมิโนด้วยลําดับที่ ้ ัแน่นอน ?... เป็ นไปได้ไหมที่กรดอะมิโนที่ไม่มีชีวิต ไม่มีปั ญญาจะสั่งการตัวเองได้ จะคิดเองได้ จะบงการสิ่ งหนึ่ งสิ่ งใดได้... เป็ นไปได้ไหม ???... เมื่อยอมรับว่าเป็ นไปไม่ได้แล้ว คําถามก็คือ แล้วใครกันที่เป็ นผูที่ดูแล จัดการ ้ควบคุมสิ่ งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น... ใครกัน ?... คําตอบก็คือ ผู ้นั้นก็คือผูที่สร้างมนุ ษย์และสรรพสัตว์ท้ งหลายขึ้นมา... ้ ัมนุ ษ ย์ต้ ัง แต่ อ ดี ต จนถึ ง ปั จ จุ บ ัน จํา นวนไม่ รู้ เ ท่ า ไหร่
  17. 17. 15รวมทั้งเด็กทารกทั้งหลายที่เพิ่งถูกคลอดออกมาและที่จะมีมาในอนาคต อีกทั้งสัตว์ท้ งหลาย ทั้งบนบก และในนํ้าที่มี ั ่อยูในขณะนี้และที่ได้สูญพันธ์ไปแล้ว... ผูน้ ีมิใช่หรื อ คือผู ้ ้ที่สร้างมนุษย์ข้ ึนมาอย่างแท้จริ ง...? ผูน้ ีมิใช่หรื อคือผูที่เรา ้ ้ในฐานะผูที่ถูก สร้ างจะต้องให้การเคารพสักการะและ ้บูชาอย่างแท้จริ ง ผูน้ ี มิใช่ หรื อคือผูที่มนุ ษย์จะต้องกราบ ้ ้ไหว้และสํานึกในบุญคุณอย่างแท้จริ ง... ผูน้ ีมิใช่หรื อที่เรา ้จะต้องให้ก ารกตัญํู รู้คุณอย่างแท้จ ริ ง ...???... ผูน้ ี มิใ ช่ ้หรื อ ? และเราจะเห็นได้ว่า พระองค์ผที่สร้างเราขึ้นมานี้ ู้เป็ นผูที่มีความรอบรู ้ยิ่ง เป็ นความรอบรู ้ที่มหาศาล รู ้โดย ้ละเอียด อีกทั้งเป็ นผูที่มีอานาจมหาศาล สามารถจัดการ ้ ํบริ หาร ควบคุม สรรพสิ่ งทั้งหลายได้ในขณะเดี ยวกัน...และมันจะยากนักหรื อที่ พระผูสร้ างมนุ ษย์ข้ ึนมาในครั้ ง ้แรกจะไม่สามารถสร้างมนุ ษย์ที่ตายไปแล้วขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ งได้ ?... เปล่ า เลย แต่ ม ัน เป็ นการง่ า ยมากสํา หรั บพระองค์ท่านผูน้ ี ที่จะสร้างมนุ ษย์ต้ งแต่คนแรกของโลก ้ ัจนถึงมนุษย์คนสุ ดท้ายที่ได้ตายไปแล้วขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ งได้ ด้ ว ยกั บ อํา นาจและความรอบรู ้ อ ั น มหาศาลของพระองค์
  18. 18. 16 ได้มี ก ารคํา นวณโดยนัก วิ ท ยาศาสตร์ ถึ ง ความน่ าจะเป็ นที่โปรตีนทั้ง 200 ชนิดที่พบในแบคทีเรี ยเพียงตัวเดียวที่จะเกิ ดขึ้นมาโดยบังเอิญโดยไม่มีผูสร้างและผู ้ ้ควบคุมมันให้เกิดขึ้น ความน่าจะเป็ นก็คือ 1 ตามด้วยศูนย์40,000 ตัว (อ้ างอิ งจาก : Robert Shapiro, Origins: ASceptics Guide to the Creation of Life on Earth, NewYork, Summit Books, 1986. p.127) นั้นคือไม่มีความน่าจะเป็ นเลยแม้แต่นอย เพราะในทางคณิ ตศาสตร์แล้ว ถ้า ้1 ตามด้ว ยศู น ย์ 50 ตัว ก็ถื อว่า ไม่ มีค วามน่ า จะเป็ นเลยและนี่ศูนย์มีถึง 40,000 ตัวก็ยงไม่ตองพูดเลย ตัวอย่างที่ยก ิ่ ้มาให้ดูเป็ นเพียงเชื้ อแบคทีเรี ยที่มีระบบการทํางานที่ไม่ซั บ ซ้ อ นอะไรมากเมื่ อ เที ย บกัน กับ มนุ ษ ย์ และคุ ณ รู ้ ่ ่หรื อไม่วา ในเซลล์ ๆ เดียวที่อยูในร่ างกายของมนุษย์เรานี้มีโปรตีนมากถึง 200,000 ชนิด และในร่ างกายมนุ ษย์เรานี้ มีเซลล์ อยู่ถึงล้ านล้ าน (trillion) ตัว ผูมีสติปัญญาคิดดู ้เอาเองก็ แ ล้ว กัน ว่ า ใครกัน ที่ เ ป็ นผูท รงควบคุ ม จัด การ ้บริ หารสิ่ งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นมาได้ เพราะสิ่ งเหล่านี้ เป็ นไปไม่ ไ ด้เ ลยที่ จ ะเกิ ด ขึ้ น มาเองโดยความบัง เอิ ญ หรื อ เกิ ดขึ้นมาเองโดยธรรมชาติอย่างที่ผหลอกตัวเองชอบใช้เป็ น ู้ข้ออ้างเพื่อหาทางออกให้แก่ตนเอง เมื่อต้องประสบกับ
  19. 19. 17คําถามเช่ นนี้ เพราะฉะนั้นพระองค์ผูน้ ี ก็คือผูที่ได้สร้ าง ้ ้มนุษย์และสรรพสัตว์ท้ งหลายขึ้นมา ัDNA เกิดขึ้นมาเองได้หรื อ ? ดี เอ็นเอเป็ นสิ่ งที่ถูกฝั งอยู่ในเซลล์ของมนุ ษย์และสิ่ งมีชีวิตทุกชนิด ได้แก่ สัตว์, พืช, เชื้อรา, แบคทีเรี ย และไวรั ส เป็ นต้น ในดี เอ็นเอจะมีขอมูลทางทางพันธุ กรรม ้ ่ของสิ่ งมีชีวิตชนิ ดนั้นไว้ ข้อมูลที่มีถูกบรรจุอยูในดีเอ็นเอนั้น เกิดขึ้นจากการเรี ยงลําดับที่แน่นอนของ nucleotides ัทั้งสี่ ตวซึ่งเทียบได้กบอักษร 4 ตัว คือ A, T, C และ G ถ้า ัเกิดมีการเรี ยงตัวกันผิดลําดับของ nucleotides ทั้งสี่ แม้แต่น้อยก็จะทําให้พงทั้งระบบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าสารานุกรม ัจํานวน 46 เล่มได้ถูกพิมพ์ข้ ึนอย่างไม่มีการผิดเลยแม้แต่ ัตัวอักษรเดียว (เทียบได้กบข้อมูลในดีเอ็นเอ) แต่ถาพิมพ์ ้ผิดไปสักอักษรเดียวผูอ่านก็อาจจะไม่สนใจ หรื ออาจจะ ้สัง เกตไม่ เ ห็ น เลยเสี ย ด้ว ยซํ้า ไป แต่ ถ ้า ข้อ มู ล ที่ มี อ ยู่ใ นดีเอ็นเอเกิดการผิดพลาดโดยสลับตําแหน่งกันแม้แต่เพียงอักษรเดี ยว เช่ น เกิ ดการสลับตําแหน่ งกัน ณ ตัวอักษรที่
  20. 20. 182,435,268 จะเป็ นผลทํา ให้ข อ มู ล พัง ทั้ง ระบบและเกิ ด ้อันตรายอย่างร้ายแรงต่อมนุษย์ในที่สุด ตัวอย่างที่เราเห็ นได้ก็คือ การเกิ ดโรคลูคีเมียในวัยเด็ก ซึ่ งโรคนี้ เกิ ดขึ้นอันเนื่ องมาจากการเรี ยงตัวกันผิดลําดับ คือการสลับตําแหน่ งกันของอักษรเดียวที่อยู่ในดี เอ็นเอจากเป็ นพัน ๆ ล้านอัก ษร จึ งทําให้เ กิ ด ผลร้ายแรงถึงเพียงนี้ โครงสร้างที่มีระบบอันซับซ้อนเป็ นอย่างมากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบส่ งเดชมีแต่จะทําให้เกิดความไม่เป็ นระบบมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นกับโครงสร้างที่มีระบบที่ซับซ้อนเป็ นอย่างมาก เช่ นตึ ก ก็มีแ ต่จ ะทําให้เกิ ดการเปลี่ ย นแปลงแบบส่ งเดชต่ อระบบโครงสร้างของตึกหลังนั้น ซึ่ งแน่ นอน สิ่ งที่เกิดขึ้นนี้จะไม่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีข้ ึน ํ(B.G. Ranganathan, Origins ? (Pennsylvania : TheBanner of Truth Trust, 1988), p. 7.) ถ้าคุ ณเอาค้อนทุบคอมพิวเตอร์ แบบส่ งเดช ขอถามว่า มันจะเกิ ดเป็ นคอมพิวเตอร์ เครื่ องใหม่ที่มีระบบซับซ้อนมากกว่าเดิมขึ้นมา หรื อว่ามีแต่จะทําให้เกิดความ
  21. 21. 19เสี ยหายอันเนื่ องมาจากการทุบคอมพิวเตอร์ น้ ัน แน่ นอน ่คอมพิวเตอร์ที่ถูกค้อนทุบตียอมทําให้สูญเสี ยระบบต่าง ๆที่มีอยูก่อนหน้านี้ ่ โปรตีนแต่ละตัวจะมีลาดับการเรี ยงตัวที่แน่นอน ํของกรดอะมิโนเพียงแบบเดี ยวเท่านั้นที่ถูกต้อง ถ้าเกิ ดการสลับตําแหน่งกันของกรดอะมิโนแม้แต่เพียงตัวเดียวจะยังผลทําให้โปรตีนตัวนั้นไร้ประโยชน์โดยทันที และในเซลล์ตวเดียวจะมีโปรตีนประมาณ 1 ล้านตัว โดยที่ใน ัโปรตีนแต่ละตัวจะมีลาดับการเรี ยงตัวของกรดอะมิโนที่ ํแตกต่างกัน และจะมีการเรี ยงตัวกันเพียงแบบเดียวเท่านั้นที่ถูกต้อง การที่ จ ะเกิ ด โปรตี น โมเลกุ ล ขึ้ น มาได้น้ ัน เรา ัอาจจะเปรี ยบเทียบโปรตีนโมเลกุลได้กบข้อความที่ถูกเขียนขึ้นมา โดยโปรตีนโมเลกุลเปรี ยบเหมื อนกับย่ อหน้ าหนึ่ งของหนังสื อ และกรดอะมิโนเปรี ยบเสมือนตัวอักษรเป็ นร้ อย ๆ ตัวที่อยู่ในย่ อหน้ านั้น โดยที่อกษร ัทุกตัวที่อยู่ในย่อหน้านั้น ๆ จะสลับตําแหน่ งกันไม่ได้เลยแม้แ ต่ ต ัว อัก ษรเดี ย ว แต่ จ ะต้อ งอยู่ใ นตํา แหน่ ง ที่แน่นอนเพียงแบบเดียวเท่านั้น ถ้าเกิดการสลับตําแหน่งของอักษรแม้เพียงอักษรเดี ยวที่อยู่ในย่อหน้านั้น จะมี
  22. 22. 20ผลทําให้ขอความในย่อหน้านั้นเสี ยหายทั้งหมด โดยจะ ้กลายเป็ นข้อความที่ไร้ความหมายไปเลยในทันที หรื อถ้า พูด เกี่ ย วกับ โปรตี น โมเลกุ ล ก็ คื อ จะเกิ ด การพัง ทั้งระบบ สมมุติว่า โปรตีนโมเลกุลตัวหนึ่ งจะต้องมีการเรี ยงตัวกันของอักษรที่มีความหมายดังต่อไปนี้เท่านั้น ‚ข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า ไม่ มีพระเจ้ าอื่นใดที่จะต้ องได้ รับการเคารพสั กการะนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์ เดียวเท่ านั้น และข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า มุฮัมมัดนั้นเป็ นศาสดาท่ านสุ ดท้ ายของพระองค์ ‛ ถ้า สั ก อัก ษรเดี ย วที่ อ ยู่ใ นข้อ ความนี้ เกิ ด สลับตําแหน่ งกันแม้แต่อกษรเดียวก็จะยังผลทําให้ขอความ ั ้ทั้งหมดเป็ นข้อความที่ไร้ความหมายโดยทันที หรื อถ้าพูดในทางโปรตีนโมเลกุลก็จะหมายความว่า โปรตีนโมเลกุลจะพังทั้งระบบ ต่อไปนี้ เป็ นตัวอย่างการสลับตําแหน่งเพียงแต่อกษรเดียว (ที่ขีดเส้นใต้ไว้) ั ‚ข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณนตว่ า ไม่ มีพระเจ้ าอื่นใดที่จะต้ องได้ รับการเคารพสั กการะนอกจากอัลลอฮฺ
  23. 23. 21เพียงพระองค์ เดียวเท่ านั้น และข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า มุฮัมมัดนั้นเป็ นศาสดาท่ านสุ ดท้ ายของพระองค์ ‛ ถามว่ า ข้อ ความที่ ถู ก ต้อ งและมี ค วามหมายต่อไปนี้ : ‚ข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า ไม่ มีพระเจ้ าอื่นใดที่จะต้ องได้ รับการเคารพสั กการะนอกจากอัลลอฮฺเพียงพระองค์ เดียวเท่ านั้น และข้ าพระองค์ ขอปฏิญาณตนว่ า มุฮัมมัดนั้นเป็ นศาสดาท่ านสุ ดท้ ายของพระองค์ ‛ เป็ นสิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น มาเองโดยการกดแป้ นพิ ม พ์แบบส่ ง เดช หรื อ เป็ นสิ่ ง ที่ เ กิ ด ขึ้ น โดยความตั้ง ใจให้เกิ ด ขึ้ น เช่ น นั้น ... แน่ น อนข้อ ความที่ ว่ า มานี้ จะต้อ งเกิ ด ขึ้ น ด้ว ยความตั้ง ใจที่ แ น่ น อนที่ จ ะให้เ กิ ด ขึ้ น เป็ นข้อความเช่นนั้น คําถามต่อไปก็คือ แล้วเป็ นไปได้ไหมถ้าเราหลับตากดแป้ นพิมพ์แบบส่ งเดช แล้วจะทําให้เกิดข้อความข้างต้น ขึ้ น มาได้... คําตอบคื อ เป็ นไปไม่ ไ ด้อย่างแน่ นอน เพราะถ้าเป็ นการกดแป้ นพิมพ์แบบส่ งเดช สิ่ งที่ได้มาก็คงจะเป็ นดังเช่น ‚สท่ เทเใปมอืวอเมม
  24. 24. 22แเอทาด้ ผดสส ทแสก่ ดงฟาดยิกบมิมงการเมิกงเาเพยิทกน้ บยิบ้าน‛ ซึ่งไร้ความหมาย ถ้าเช่นนั้นคําถามต่อมาก็คือ ผูที่พิมพ์ขอข้างต้นให้เกิดขึ้นจะต้องเป็ นผูที่มีชีวิต ้ ้ ้มีความรู ้ใช่หรื อไม่... แน่นอนต้องเป็ นเช่นนั้น แน่นอนที่ สุ ด ถ้า เราให้ก รดอะมิ โ นที่ ไ ร้ ชี วิ ต ไร้ ส ติ ปั ญ ญา ไร้ความรู ้เรี ยงตัวกันเองอย่างส่ งเดชจะไม่มีความเป็ นไปได้เลยที่จะเกิดการเรี ยงตัวกันขึ้นตามแบบเดียวเท่านั้นที่ถูกต้อง และอย่าลืมว่า กรดอะมิโนเป็ นสิ่ งที่ไม่มีชีวิต ถ้าเช่ น นั้น ก็ ข อถามว่ า และใครกัน เหล่ า ที่ เ ป็ นผูที่ ค อย ้ควบคุ ม ดู แ ล และจัด การลํา ดับ การเรี ย งตัว กัน ของกรดอะมิโนที่อยู่ในโปรตีนโมเลกุลอย่างไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่ตวเดียว... ใครกัน ? แล้วคุณรู ้หรื อไม่ว่า ใน ัเซลล์ ๆ เดียวมีโปรตีนโมเลกุลกี่ตว... คําตอบคือ 1 ล้ าน ัตัว และคุณรู ้หรื อเปล่าว่า กรดอะมิโนที่อยู่ในโปรตีนโมเลกุลแต่ละตัวจะมีแบบการเรี ยงตัวที่ไม่เหมือนกันเลย และมีเพียงแบบเดี ยวเท่านั้นที่ถูกต้อง ถ้าสลับกันแม้แต่เพียงอักษรเดียวจะทําให้เกิดการพังทั้งระบบ ถ้ า เราเอ าลิ ง มาตั ว หนึ่ ง และ ให้ นั่ ง หน้ าแป้ นพิมพ์ดีด และให้มนพิมพ์ ถามว่ามีความเป็ นไปได้ ั
  25. 25. 23ไหมที่ลิงตัวนั้นจะพิมพ์ประวัติศาสตร์ความเป็ นมาของมนุษยชาติได้อย่างถูกต้องโดยไม่ผดเลยแม้แต่ตวอักษร ิ ัเดียว... มีความเป็ นไปได้หรื อไม่ ??? แน่นอนไม่มีความเป็ นไปได้เลยแม้แต่นอย อย่าว่าแต่พิมพ์ประวัติศาสตร์ ้ความเป็ นมาของมนุษย์ชาติเลย เอาแค่พิมพ์ออกมาเป็ นข้อ ความที่ อ่ า นแล้ว มี ค วามหมายก็ ย ัง จะไม่ ไ ด้เ ลยตัวอย่างที่ยกมาตอนต้นนี้ เพื่อบ่งบอกและพิสูจน์ให้รู้ถึงข้อ เท็ จ จริ งที่ ว่ า การที่ โ ปรตี น ชนิ ด หนึ่ งที่ เ รี ยกว่ าCytochrome-C อั น เป็ นส่ วนประกอบที่ สํ า คั ญ ต่ อร่ า งกายจะเกิ ด ขึ้ น มาด้ว ยความบัง เอิ ญ นั้น ก็ มี ค วามเป็ นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อยเหมือนกับตัวอย่างลิงที่ยกมาให้ดู นันก็เปรี ยบได้ว่า ถ้าเราไปยังสถานที่แห่ งหนึ่ ง ่และเจอหนังสื อเล่มหนึ่ง เมื่อเปิ ดอ่านก็รู้ว่า เป็ นหนังสื อที่ เ กี่ ย วกับ ประวัติ ศ าสตร์ ม นุ ษ ย์ช าติ ที่ ถู ก เขี ย นเอาไว้อย่างดี แน่ นอนที่สุดจะต้องมีผูท่ีเขียนหนังสื อเล่มนั้น ้ขึ้ น มาอย่า งแน่ น อน เป็ นไปไม่ ไ ด้เ ด็ ด ขาดที่ น้ ํา หมึ กปากกา และกระดาษจะมารวมตัว กัน และเกิ ด เป็ นหนังสื อเล่มดังกล่าวขึ้นมา คําถามที่ตองถามก็คือ แล้ว ้ใครกันเล่าที่เป็ นผูที่ได้ทาให้เกิดโปรตีน Cytochrome-C ้ ํขึ้นมา คําตอบก็คือ ผูที่เป็ นพระผูทรงสร้างที่แท้จริ ง ผู ้ ้ ้
  26. 26. 24เป็ นเจ้าของชีวิตมนุษย์และทุกสิ่ งที่มีชีวิตอย่างแท้จริ ง ผู ้ทรงอํานาจยิ่ง ทรงรอบรู ้ยิ่ง ทรงสามารถบริ หารจัดการทุ ก สรรพสิ่ ง ได้ใ นเวลาเดี ย วกัน แต่ เ ป็ นเรื่ อ งแปลกประหลาดเป็ นอย่างยิ่งที่ผูที่ยกตัวอย่างเรื่ องลิงพิมพ์ดีด ้คือ Ali Demirsoy, Kalitim ve Evrim จากหนังสื อของเขาชื่อ Inheritance and Evolution, Ankara : MeteksanPublications, 1984, p. 61 แต่กระนั้นก็ตามตัวเขากลับปฏิ เสธพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่ แ ท้จ ริ งและเลื อกที่ จ ะเชื่ อและศรัทธาในความบังเอิญที่ไม่มีทางเป็ นไปได้ตามตัวอย่างที่เขาเองเป็ นผูยกมา ้ อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่า DNA ก็คือโมเลกุลชนิ ดหนึ่ งที่อยู่ใน nucleus ของเซลล์ทุกตัว ในโมเลกุลที่ ว่ า มานี้ จะมี ร หั ส ข้อ มู ล ทั้ง หมดของร่ า งกายเราถู กบันทึกเอาไว้ DNA ประกอบไปด้วย nucleotides 4 ชนิดที่แตกต่างกัน ซึ่งมีสัญลักษณเป็ นตัวอักษร 4 ตัว นันคือ ่A, T, G และ C ข้อมูลของDNA ที่มีอยูในโมเลกุลตัว ่เดี ยว ถ้านํามาเขียนลงหนังสื อจะได้หนังสื อ 900 เล่มโดยแต่ละเล่มมีความหนา 500 หน้า แบคที เ รี ย เพี ย งตัว เดี ย วที่ มี ร ะบบการทํา งานที่ มีความซับซ้อนน้อยที่สุดในบรรดาสิ่ งมีชีวิตจะมียีนอยู่ใน
  27. 27. 25แบคทีเรี ยตัวนี้ ประมาณ 2000 ตัว ในยีนแต่ละตัวจะมีสายโซ่ของอักษร 1000 อักษร นันก็หมายความว่า DNA ของ ่เบคทีเรี ยตัวเดียวจะต้องมี อกษรอย่างน้อย 2 ล้านตัวเรี ยง ัยาวกันออกไป มนุ ษย์เรามียีนมากกว่าในแบคทีเรี ยถึง 500 เท่าดังนั้นจึงทําให้มีอกษรในดีเอ็นเอเรี ยงตัวกันยาวออกไป ัถึง 1 พันล้านอักษร ความมากของข้อมูลที่ถูกบรรจุเอาไว้ในดีเอ็นเอที่ อ ยู่ ใ นเซลล์ ๆ เดี ย วนั้ นเปรี ยบได้กับ สารานุ ก รมBritannica จํานวนหนึ่งร้อยล้านหน้า (Carl Sagan, "Life" in EncyclopediaBritannica : Macropaedia (1974), pp. 893-894 ) เพราะฉะนั้นจึงเป็ นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่ขอมูลที่ ้อยู่ในดี เอ็นเอจะเกิ ดขึ้นมาเองแบบส่ งเดช เหมื อนกับที่เป็ นไปไม่ได้ที่หนังสื อเล่มหนึ่ งที่มีความหนาหลายหมื่นหน้าหรื ออาจจะหนาเป็ นแสน ๆ หน้าที่ เขี ย นเขี ย นราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มนุษยชาติเอาไว้อย่างไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่อกษรเดียวจะเกิดขึ้นมาเองโดยไม่มีผเู ้ ขียน โดย ัอ้างว่ากระดาษ นํ้าหมึก ปากกามารวมตัวกันเองเลยเขียนหนังสื อเล่มนี้ ข้ ึนมา ซึ่ งถือว่าเป็ นสิ่ งที่ไร้สาระไร้เหตุผล
  28. 28. 26อย่างที่สุด ไร้ซ่ ึ งสติปัญญาอย่างที่สุด เป็ นการดื้อดึงอย่างที่สุดที่ จะมี ใครกล่าวอ้างเช่ นนี้ เมื่ อความจริ งเป็ นเช่ นนี้แล้ว จึ งเป็ นหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนถึงการมีอยู่ของผูสร้างหรื อพระผูเ้ ป็ นเจ้าที่แท้จริ ง ทั้งนี้กเ็ พราะว่า ข้อมูลที่ ้มีอยู่ในดีเอ็นเอแต่ละตัวนั้นถ้าจะนํามาเขียนเป็ นหนังสื อแล้วจะเขียนได้ไม่รู้กี่ลานหน้าและจะต้องเป็ นข้อมูลที่มี ้ความหมายอีกด้วย ่ การที่เรารู ้ถึงการมีอยูของผูสร้างที่แท้จริ งแล้ว แต่ ้เราก็ ย ัง จะไปกราบไหว้บู ช า เคารพภัก ดี ต่ อ สิ่ ง อื่ น ก็เหมือนกับการที่ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนเลยว่าพ่อแม่ ที่ แ ท้จ ริ ง ของตนคื อ ใคร แต่ ว ัน หนึ่ งผูเ้ ป็ นพ่ อ แม่ ที่แท้จริ งของคน ๆ นี้ ได้นาหลักฐานมายืนยันพิสูจน์ว่าเป็ น ํพ่อแม่ ที่แ ท้จ ริ ง แต่ เ ขากลับปฏิ เ สธพ่อแม่ ที่แ ท้จ ริ งของตัวเอง ซึ่ งผลอันเนื่ องมากจากการปฏิเสธนี้ เอง ทําให้เขาปฏิเสธไม่ทาตามสิ่ งที่ลูกจะต้องทําต่อผูเ้ ป็ นพ่อแม่ เช่ น ํกตัญ ํู รู้ คุ ณ เชื่ อ ฟั ง คุ ณ จะว่ า อย่า งไรกับ คน ๆ นี้ ผูที่ ้ปฏิเสธพระผูเ้ ป็ นเจ้า ผูเ้ ป็ นเจ้าของชีวิต เจ้าของโลก ทั้ง ๆที่รู้อยู่แก่ใจ ด้วยหลักฐานข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่า พระองค์ ็ัคือพระเจ้า แต่กยงปฏิเสธพระองค์อยูอีก ่
  29. 29. 27 ในเมื่อมนุ ษย์ไม่สามารถบังเกิดตัวของเขาขึ้นมาเองได้ นั้นก็หมายความว่า ตัวเขาไม่อาจที่จะเป็ นผูสร้างที่้แท้จริ งได้ แต่ในทางตรงกันข้าม เขาคือผูที่ถูกสร้างขึ้นมา ้และแน่ นอนที่สุดสิ่ งถูกสร้ างหรื อผู้ท่ีถูกสร้ างนั้นก็ย่อมที่จะต้ องมีจุดเริ่มต้ น ถ้าจะถามว่า ตัวคุณและตัวผมรวมทั้งมนุษย์ท้ งหมดโลกที่มีอยูในตอนนี้ เมื่อ 200 ปี ที่แล้วเราอยู่ ั ่ที่ไหนกัน ? เราตอบไม่ได้แน่ว่าเราอยูที่ไหนกัน แต่ถา ่ ้ถามว่ า ตัว คุ ณ และตัว ผมมี จุ ด เริ่ มต้น ขึ้ นมาบนโลกเมื่อไหร่ คุณและผมก็จะตอบคําถามนี้ ได้เป็ นอย่างดี เมื่อเป็ นเช่ นนี้ เราก็ตองยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ว่า มนุษย์ ้เรามีจุดเริ่ มต้ น และแน่ นอนว่ า สิ่ งที่มีจุดเริ่ มต้ นจะต้ องเป็ นสิ่ งที่ถูกสร้ างขึนมา เพราะมันไม่ สามารถที่จะบังเกิด ้ตัวของมันเองขึนมาได้ เราทุกคนบังเกิดมาจากความไม่มี ้มาสู่ ความมี อ ยู่ ยกตั ว อย่ า งเช่ น บ้ า นที่ เ ราอาศั ย อยู่ประกอบไปด้วยอิฐ หิ น ปูนทราย ถ้าเราเอาหิ นมาวางไว้กองหนึ่ ง เอาปูนมาวางไว้อีกกองหนึ่ ง เอาทรายมาวางอีกกองหนึ่ง และก็เอาอิฐมาวางเอาไว้อีกกองหนึ่ง ถามว่า จะเป็ นไปได้ไ หมที่ ข องทั้ง สี่ สิ่ ง นี้ จะมารวมตัว กัน เองจนกลายเป็ นบ้านขึ้นมา ? แน่นอนมนุษย์ผมีสติปัญญาย่อม ู้ตอบว่า เป็ นไปไม่ได้อย่างแน่ นอน ถามว่าถ้าเราวางของ
  30. 30. 28ทั้งสี่ อย่างนี้เอาไว้ และอีกห้าสิ บปี เรากลับมาดูใหม่ ถามว่าของทั้งสี่ อย่างนั้นคืออิฐ หิ น ปูน ทรายจะเป็ นอย่างไร ?แน่ น อนมัน ก็ จ ะคงอยู่ใ นสภาพเดิ ม มัน ถู ก กองเอาไว้อย่างไร มันก็เป็ นอยู่อย่างนั้น นั้นก็สรุ ปได้ว่า บ้านที่เราอาศัย อยู่น้ ี จะต้องมี ผูสร้ างเพราะมัน สร้ างตัว เองขึ้ น มา ้ไม่ไ ด้ และเมื่ อมันเป็ นสิ่ งที่ ถูกสร้ างขึ้น มา มัน ก็จะต้องเป็ นสิ่ งที่มีจุดเริ่ มต้น และในเมื่อมันเป็ นสิ่ งที่ถูกสร้ างก็จะต้ องมีผู้ที่สร้ างมันขึ้นมาอย่ างแน่ นอน เมื่อเป็ นเช่ นนี้แล้ว เราไม่คิดที่จะย้อนกลับมาดูตวเราบ้างหรื อว่า เราผู ้ ัเป็ นมนุ ษ ย์ก็เป็ นสิ่ งที่ มีจุ ดเริ่ มต้นและเป็ นสิ่ งที่ ถูกสร้ างขึ้นมา และใครกันที่เป็ นผู้ที่สร้ างมนุษย์ ขึนมา ? และสร้ าง ้มาทาไมกัน ? ตายแล้ วเราจะไปไหน ? ผู้ที่สร้ างเราขึนมา ้เขาสร้ างเรามาทาไม เขาสร้ างเราแล้ วก็ให้ เราตายไปเล่ น ๆอย่ างนั้นหรื อโดยไม่ มีจุดมุ่งหมาย ? และผูที่จะตอบ ้คํา ถามต่ า ง ๆ เหล่ า ได้ดี ที่ สุ ด ก็ คื อ ผู ้ที่ ส ร้ า งเราขึ้ น มานั้นเอง ผูซ่ ึ งเป็ นอยูและไม่ตาย เมื่อพูดถึงจุดนี้ ก็มีสิ่งที่เรา ้ ่ควรที่จะรับรู ้ไว้เป็ นความรู ้เสริ มว่า เป็ นไปไม่ได้ที่สิ่งที่ไม่ ํมีชีวิตจะสามารถให้กาเนิ ดสิ่ งหนึ่ งสิ่ งใดขึ้นมาได้ดวยตัว ้ของมันเอง อย่างที่ได้ยกตัวอย่างเรื่ องอิฐ หิ น ปูน ทรายมาให้ดูแล้ว เป็ นไปได้ไหมที่อิฐ หิ น ปูน ทรายซึ่ งตัวมันเอง
  31. 31. 29 ํเป็ นสิ่ งที่ไม่มีชีวิตมันจะสามารถให้กาเนิดสิ่ งหนึ่ งสิ่ งใดที่ ํมี ชีวิตขึ้ น มาได้ หรื อมัน จะสามารถให้ก าเนิ ด สิ่ งที่ ไ ม่ มีชีวิตด้วยกันเอง เช่น บ้าน ขึ้นมาได้ เป็ นไปได้หรื อ ? เมื่อเป็ นเช่ นนี้ ผูที่สร้างมนุ ษย์ข้ ึนมาจึงเป็ นผูที่เป็ นอยู่และไม่ ้ ้ตาย และในขณะเดียวกันตัวเราเองนั้นมีจุดเริ่ มต้น และก็จะต้องมีจุดจบด้วยกันทุกคนอย่างแน่นอน ดังนั้นตัวเราจึงไม่มีสิทธิที่จะเป็ นผูที่จะมาตอบคําถามเหล่านั้นได้ ในเมื่อ ้เป็ นเช่นนี้ แล้วท่านไม่คิดที่จะคิดใช้สติปัญญาที่ท่านมีอยู่ในการแสวงหาคํา ตอบต่ อ คํา ถามที่ สํา คัญ ต่ อ ชี วิ ต ท่ า นเหล่านี้ บางหรื อ ? ท่ านคิดหรื อว่ า ผู้ที่เขาได้ สร้ างท่ าน ้ขึนมา เขาจะสร้ างท่ านขึนมาอย่ างไร้ จุดมุ่งหมาย ไร้ แก่ น ้ ้สาร… ท่ านคิดอย่ างนั้นหรื อ ? ท่ านคิดว่ า ตายแล้ วก็สุดกันแค่ น้ันจบกันเพียงแค่ นีหรือ ? มันจะไม่ เป็ นการหลอก ้ตัวเองไปหน่ อยหรือที่จะคิดเช่ นนั้น ? ท่ านหลอกตัวเองและหาทางออกให้ แก่ ตัวเองเพี ยงแค่ คิดปลอบใจตัวเองแบบง่ าย ๆ อย่ างนีหรือ ? แต่กระนั้นถ้าท่านยอมรับแล้ว ้ว่าจะต้องมี ผูสร้ างอย่างแน่ นอน แล้วท่านไม่สนใจบ้าง ้หรื อที่จะถามคําถามต่อไปว่า แล้วเขาสร้างเรามาทําไมกันมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร ? และถ้าท่านต้องการที่จะรู ้คําตอบ คําถามที่ท่านต้องถามตัวเองต่อไปอีกก็คือ
  32. 32. 30 “แล้วจะไปหาคาตอบทีแท้ จริงได้ ที่ไหนกัน ?” ่ อิ ส ลามเป็ นชื่ อ ศาสนาที่ พ ระผู ้ส ร้ า งผู ้น้ ี ได้ประทานมาให้แก่ มนุ ษย์ทุกยุคทุกสมัย โดยผ่านศาสดาท่านต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงแต่งตั้งมา ซึ่งมีคมภีร์อลกุรอาน ั ัอันเป็ นคัมภีร์เล่มสุ ดท้ายที่พระองค์ได้ประทานมาให้แก่ศาสดาท่านสุ ดท้าย นั้นคือศาสดามุฮมมัด (ขอความสันติ ัจงมี แ ด่ ท่ า น) อัน เป็ นทางนํา แห่ ง การดํา เนิ น ชี วิ ต ของมนุ ษ ย์ และมี ค า ตอบต่ อ คํา ถามต่ า ง ๆ ของมนุ ษ ย์ และ ํคัมภี ร์อลกุรอานนี้ ก็ยงสามารถยืนยันและพิสูจน์ตวของ ั ั ัมัน เองได้ว่า มัน เป็ นคัมภี ร์ที่มาจากผูที่สร้ างมนุ ษย์จริ ง ้โดยที่มนุษย์ผถูกสร้างไม่สามารถเขียนหรื อแต่งคัมภีร์เล่ม ู้นี้ ขึ้ น มาเองได้ หากแต่ เ ป็ นคัม ภี ร์ ที่ ม าจากพระผูส ร้ า ง ้มนุ ษย์ที่ได้ถูกประทานมาให้ผ่านทางศาสดามุฮมมัดใน ัฐานะที่ ถู ก แต่ ง ตั้ งเป็ นศาสดาท่ า นสุ ดท้ า ย เพื่ อ นํ าเจตนารมณ์ ของพระผูสร้ างมาบอกกล่ าวแก่ มนุ ษ ย์ชาติ ้ทั้งหลายว่า เขาได้ถูกสร้างขึ้นมาบนโลกนี้ทาไม ตายแล้วํไปไหน ชี วิ ต หลัง ความตายเป็ นเช่ น ไร อย่า งไรถึ ง จะเรี ย กว่า เป็ นความดี อย่า งไรถึ ง จะเรี ย กว่า เป็ นความชั่วรวมทั้งสิ่ งอื่น ๆ ที่มนุษย์ผถูกสร้างจําเป็ นจะต้องรู ้ ู้
  33. 33. 31มาถึ ง ตอนนี้ ขอถามคํา ถามให้ท่ า นได้ใ ช้ค วามคิ ด ออกกําลังสมองกันอีกสักเล็กน้อยว่า :1. สมมุติว่า มีเครื่ องจักรกลที่ไม่เคยมีใครได้เห็นและรู ้จก ัมาก่อนได้ถูกนํามาวางไว้ต่อหน้าท่าน ผมถามท่านว่าใครจะเป็ นผู ้ที่ ส ามารถที่ จ ะบอกถึ ง วิ ธี ก ารทํา งานของเครื่ องจักรกลนี้ได้ดีที่สุดและถูกต้อง ?2. สมมุติวา เครื่ องจักรกลที่ว่านี้ได้ถูกนํามาวางไว้ต่อหน้า ่ ่ท่าน และในขณะเดียวกันก็มีคนอยูสี่คน โดยที่ท้ งสี่ คนนี้ ัต่างคนต่างก็อางว่าตนเองเป็ นผูท่ีได้สร้างเครื่ องจักรกลนี้ ้ ้ขึ้ น มา ผมถามคุ ณ ว่า คุ ณ จะรู ้ ไ ด้อย่า งไรหรื อ พิ สูจ น์ ไ ด้อย่างไรว่า ในทั้งสี่ คนนี้ ใครเป็ นผูที่ได้สร้างเครื่ องจักรกล ้นี้มาตัวจริ ง ?3. สมมุติว่า มีคมภีร์อยูสี่เล่ม คัมภีร์เล่มที่หนึ่ ง สอง สาม ั ่ได้พิสูจน์ตวของมันเองแล้วว่า ได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข ัไปจากเดิ มจนไม่ อาจรู ้ ไ ด้ว่าคัมภี ร์เ ล่ มนี้ จริ ง ๆ แล้ว ได้กล่าวอะไรเอาไว้ และได้บอกหรื อได้สอนอะไรเอาไว้บาง ้และนอกจากนั้นคัมภีร์เล่มที่ หนึ่ ง สอง สาม นี้ ก็ยงมีขอที่ ั ้
  34. 34. 32ขัดแย้งกันในตัวเองและขัดแย้งซึ่ งกันและกันอยู่ และก็ยง ัมีสิ่งที่ขดแย้งกับข้อเท็จจริ งหลาย ๆ อย่างด้วยกัน และบาง ัเล่ ม ก็ มี ห ลัก คํา สอนที่ ม นุ ษ ย์ใ นยุค ปั จ จุ บ ัน ไม่ ส ามารถ ั ันํามาปฏิบติได้แล้วหรื อถ้าจะปฏิบติกนจริ ง ๆ ก็จะต้อง ัสละโลก และบางเล่มก็มีหลักคําสอนที่หละหลวมเกินไปนี้ คือสภาพของคัมภีร์สามเล่มแรก แต่มีคมภีร์เล่มที่สี่อยู่ ัเล่ ม เดี ย วที่ ย ง คงความบริ สุ ท ธิ์ ไม่ เ คยถู ก เปลี่ ย นแปลง ัแก้ไขเลยแม้แต่นอย และคัมภีร์เล่มที่สี่น้ ี ก็มีจุดเด่นตรงที่ ้ว่า ได้บอกถึงวิธีการแก้ไขปั ญหาต่าง ๆ ของมนุษย์ที่มีอยู่ในสังคมโดยเฉพาะปัญหาด้านศีลธรรมเอาไว้อย่างชัดเจนและคัมภีร์เล่มที่สี่น้ ี ก็ยงมีหลักคําสอนที่ไม่ขดแย้งกันใน ั ัตัว เอง และเป็ นหลัก คํา สอนที่ ไ ม่ ข ัด ต่ อ ธรรมชาติ ข องความเป็ นมนุษย์อีกด้วยและมนุษย์ทุกรุ่ นทุกวัยก็สามารถปฏิ บ ั ติ ต ามหลั ก คํา สอนนี้ ได้ และคัม ภี ร์ เ ล่ ม นี้ ก็ ไ ม่แบ่งแยกระหว่างทางโลกและทางธรรมหากแต่ว่าทั้งสองจะต้องดําเนิ นไปด้วยกันแบบควบคู่กนไปจึงจะสมบูรณ์ัได้ และก็ยงเป็ นคัมภีร์ที่สามารถใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย ัทุ ก สถานที่ แ ละทุ ก เวลาไม่ ว่ า โลกจะเปลี่ ย นแปลงไปอย่างไรก็แล้วแต่ คัมภีร์เล่มนี้ก็ยงสามารถที่จะนํามาใช้ได้ ัเป็ นอย่างดีท้ งต่อตัวเองและต่อสังคมโดยส่ วนรวม อีกทั้ง ั

×