Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Gov policy-55

2,731 views

Published on

คำแถลงนโยบายรัฐบาล-ฉบับปรับปรุงใหม่

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Gov policy-55

  1. 1. คําแถลงนโยบาย ลงนโยบาย  ของ คณะรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา แถ   วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔
  2. 2. สารบัญ หนาประกาศแตงตั้งนายกรัฐมนตรี กประกาศแตงตั้งรัฐมนตรี ขคําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ๑นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรแถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะดําเนินการในปแรก ๕ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๑๑ ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๑๒ ๔. นโยบายสังคมและคุณภาพชีวต ิ ๒๖ ๕. นโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ๓๔ ๖. นโยบายวิทยาศาสตร เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม ๓๗ ๗. นโยบายการตางประเทศและเศรษฐกิจระหวางประเทศ ๓๘ ๘. นโยบายการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี ๔๐ภาคผนวก ๔๕ตารางแสดงความสอดคลองระหวางนโยบายในการบริหารราชการแผนดินของคณะรัฐมนตรีกับแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐในหมวด ๕ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย
  3. 3.    ประกาศ แตงตั้งนายกรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่ ไ ด มี ก ารเลื อ กตั้ ง สมาชิ ก สภาผู แ ทนราษฎรตามรั ฐ ธรรมนู ญ แล วคณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผนดินอยูตองพนจากตําแหนง และประธานสภาผูแทนราษฎรไดนําความกราบบังคมทูลพระกรุณาวา สภาผูแทนราษฎรไดลงมติเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔เห็นชอบดวยในการแตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรี ดวยคะแนนเสียงมากกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเทาที่มีอยูของสภาผูแทนราษฎร จึง ทรงพระราชดํา ริว า นางสาวยิ่ง ลัก ษณ ชิน วัต ร เปน ผูที่ส มควรไวว างพระราชหฤทัยใหดํารงตําแหนงนายกรัฐมนตรี อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร เปนนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผนดิน ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท ประธานสภาผูแทนราษฎร ก 
  4. 4.    ประกาศ แตงตั้งรัฐมนตรี ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุ ลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา ตามที่ไดทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตรเปนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ แลว นั้น บัดนี้ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไดเลือกสรรผูที่สมควรดํารงตําแหนงรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผนดินสืบไปแลว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ แตงตั้งรัฐมนตรี ดังตอไปนี้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รอยตํารวจเอก เฉลิม อยูบํารุง เปนรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เปนรองนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน ณ ระนอง เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย นายชุมพล ศิลปอาชา เปนรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา นายสุรวิทย คนสมบูรณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นางสาวกฤษณา สีหลักษณ เปนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ข 
  5. 5.    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง นายบุญทรง เตริยาภิรมย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายวิรุฬ เตชะไพบูลย เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงการคลัง นายสุรพงษ โตวิจักษณชยกุล ั เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการตางประเทศ นายสันติ พรอมพัฒน เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย นายธีระ วงศสมุทร เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ เปนรัฐมนตรีชวยวาการกระทรวงเกษตร และสหกรณ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม พลตํารวจโท ชัจจ กุลดิลก เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงคมนาคม นายปรีชา เรงสมบูรณสข ุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ นาครทรรพ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายพิชัย นริพทะพันธุ เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงพลังงาน นายภูมิ สาระผล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายศิริวัฒน ขจรประศาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงพาณิชย นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย นายฐานิสร เทียนทอง เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงมหาดไทย ค 
  6. 6.    พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงาน นางสุกุมล คุณปลื้ม เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงวัฒนธรรม นายปลอดประสพ สุรัสวดี เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี นายวรวัจน เอื้ออภิญญกุล เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นางบุญรื่น ศรีธเรศ เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ อึ้งอัมพรวิไล เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงศึกษาธิการ นายวิทยา บุรณศิริ เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายตอพงษ ไชยสาสน เปนรัฐมนตรีชวยวาการ กระทรวงสาธารณสุข นายวรรณรัตน ชาญนุกล ู เปนรัฐมนตรีวาการ กระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ตั้งแตบัดนี้เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔เปนปที่ ๖๖ ในรัชกาลปจจุบันผูรับสนองพระบรมราชโองการ นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ง 
  7. 7.    คําแถลงนโยบาย ของ คณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงตอรัฐสภา วันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ตามที่ ไ ด ท รงพระกรุ ณ าโปรดเกล า ฯ แต ง ตั้ ง ให ดิ ฉั น เป น นายกรั ฐ มนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวัน ที่ ๕ สิงหาคม พุทธศั กราช ๒๕๕๔ และแตง ตั้งรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการ ลงวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น บัดนี้ คณะรัฐมนตรีไดกําหนดนโยบายการบริหารราชการแผนดินเรียบรอยแลวโดยยึ ด มั่ น ในการปกครองระบอบประชาธิ ป ไตยในระบบรั ฐ สภาอั น มี พ ระมหากษั ต ริ ยทรงเปนประมุข และครอบคลุมถึงแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐตามบทบัญญัติในหมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงขอแถลงนโยบายดังกลาวตอที่ประชุมรวมกันของรัฐสภาเพื่อใหทราบถึงเจตนารมณ ยุทธศาสตร และนโยบายของรัฐบาล ที่มุงมั่นจะสรางความสามัคคี ปรองดอง ใหเกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งจะนําไปสูความรวมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครองของประเทศใหกาวหนาเพื่อประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน ๑ 
  8. 8.   ทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ประเทศไทยมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี และมีการสะสมทางปญญามาอยางตอเนื่องยาวนาน แมวาจะตองเผชิญกับภาวะความทาทายและปญหาตาง ๆ แตก็สามารถผานพนอุปสรรคไปไดทุกครั้ง เนื่องดวยภูมิปญญาของสังคมและคุณคาทางวัฒนธรรมไทยที่ยึดมั่นในสถาบั น พระมหากษั ต ริ ย อั น เป น สถาบั น สู ง สุ ด ที่ ค นไทยทุ ก คนเคารพและยึ ด มั่ นความเข ม แข็ ง ของสถาบั น ครอบครั ว ชุ ม ชน ความรั ก ในอิ ส รภาพและความยุ ติ ธ รรมซึ่ ง ต า งล ว นเป น พลั ง ผลั ก ดั น ให สั ง คมไทยสามารถแสวงหาทางออกได เ สมอมาจนเป นที่ยอมรับของนานาประเทศ ด ว ยต น ทุ น ทางสัง คมและวัฒ นธรรมที่เราไดส ะสมมาตั้งแตใ นอดี ต ได เปนป จ จั ย สํ า คั ญ ที่ ทํ า ให ป ระเทศไทยมี ภู มิ คุ ม กั น ที่ ส ามารถรั บ มื อ กั บ การเปลี่ ย นแปลงและความเปนไปของโลก สามารถนําพาประเทศไปสูความสงบสุขและเจริญรุงเรืองดวยดีเสมอมา อยางไรก็ตาม เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยอยูในสภาวะแวดลอมทางเศรษฐกิจและสั ง คมที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอย า งรวดเร็ ว แนวคิ ด ในการบริ ห ารบ า นเมื อ งจึ ง ไม ส ามารถใชกรอบแนวคิดแบบเดิมที่เคยเปนมาในอดีตได ดังนั้น กรอบแนวคิดใหม ๆ จึงมีความจําเปนที่จะตองนํามาใชเพิ่มเติม รวมกับตนทุน ดั้งเดิมของประเทศที่เรามี เพื่อรวบรวมพลังจากทุกภาคสวนมาชวยกันสรางความเปลี่ยนแปลงใหกับประเทศของเราใหดียิ่งขึ้น จากสถานการณ แ ละสภาวะแวดล อ มของเศรษฐกิ จ โลกที่ เ ปลี่ ย นแปลงไปอยางมีนัยสําคัญ ไดสงผลใหประเทศไทยในวันนี้อยูในชวงการเปลี่ยนผานเชิงโครงสรางที่สาคัญ ๓ ประการ คือ ํ ๑. การเปลี่ยนผานของเศรษฐกิจ ที่ผานมาเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงสูงและยังไมสามารถกาวพนวิกฤตไดอยางยั่งยืน ดวยเหตุผลที่สําคัญ คือ ๑.๑ วันนี้เศรษฐกิจโลกยังมีความไมแนนอนสูง และอยูในกระบวนการเปลี่ยนผานขั้วอํานาจทางเศรษฐกิจและการเมืองไปสูศูนยกลางใหมทางทวีปเอเชียในระยะยาวสหรัฐอเมริกายังมีการวางงานสูง อีกทั้งสถาบันการเงิน ครัวเรือน และรัฐบาลยังออนแอดวยภาระหนี้เกินตัว เศรษฐกิจยุโรปเผชิญปญหาการคลังและมีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในหลายประเทศ ทั้งกรีซ สเปน และอิตาลี รวมทั้งภาระอุมชูเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปซึ่งกอใหเกิดความไมแนนอนของการถือครองทรัพยสินในรูปแบบตาง ๆ ๒ 
  9. 9.   ทั้งที่เปนเงินสกุลดอลลารสหรัฐและทรัพยสินอื่น ๆ ในขณะที่จีนและอินเดียกลับมีศักยภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจและกลุมชนชั้นกลางที่มีกําลังซื้อสูงเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะบทบาทและความเปนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มมีมากขึ้นและแผขยายในภูมิภาคต าง ๆ ของโลก โดยได เ ปลี่ ยนผ า นจากการเป น โรงงานผลิ ต ของโลกไปสู การบริหารและถือครองทรัพยสินและทรัพยากรพลังงานของโลกไดอยางสมบูรณแบบ ๑.๒ โครงสรางเศรษฐกิจไทยยังคงพึ่งพาการสงออกสินคาและการลงทุนจากตางประเทศอยางมาก จึงมีความเสี่ยงสูงจากความไมแนนอนของเศรษฐกิจโลก และยังไมไดรับผลตอบแทนอยางเต็มที่จากการผลิตและการใชทรัพยากรของประเทศ ดังจะเห็นไดจากสัดสวนการพึ่งพาอุปสงคในประเทศลดลงจากรอยละ ๗๔.๘ ในป ๒๕๕๒ เปนรอยละ ๖๗.๕ในป ๒๕๕๓ จึงทําใหเศรษฐกิจไทยหดตัวเมื่อโลกมีวิกฤตเศรษฐกิจ (ติดลบรอยละ ๒.๓ ในป๒๕๕๒) และขยายตัวเมื่อโลกฟนตัว (ขยายตัวรอยละ ๗.๘ ในป ๒๕๕๓) เปนวงจรอยางนี้ซ้ําแลวซ้ําเลา การขยายตัวดังกลาวมาจากภาคการสงออกที่ขยายตัวไดสูงถึงรอยละ ๒๘.๕ซึ่ ง กระจุ ก ตั ว อยู ใ นอุ ต สาหกรรมขนาดใหญ ที่ เ ป น ของบริ ษั ท ต า งชาติ ที่ ไ ทยเป น เพี ย งแหลงประกอบ สวนการสงออกสินคาเกษตรยังคงเปนการสงออกวัตถุดิบที่ราคาผันผวนขึ้นกับตลาดโลก ในขณะที่การทองเที่ยวขยายตัวจากการเพิ่มจํานวนนักทองเที่ยวมากกวาการเพิ่มมูลคาของบริการและขาดการบริหารจัดการที่จะทําใหเกิดความยั่งยืน ๑.๓ ประเทศไทยยั ง คงนํ าเขา พลั ง งานจากตางประเทศสู ง สั ดส ว นการนําเขาพลังงานสุทธิตอการใชรวมยังคงสูงถึงรอยละ ๕๕ โดยเฉพาะน้ํามันดิบ ซึ่งเปนต น ทุ น ที่ สํ าคั ญ ของการขนส ง และการผลิ ต สิ น ค าที่ มี ผ ลกระทบต อ ค า ครองชี พ และต น ทุ นการผลิตที่ตองแขงขันกับตางประเทศ แมวาในภูมิภาคอาเซียนเองจะมีแหลงน้ํามันดิบและกาซธรรมชาติมากมาย แตการแสวงหาความรวมมือเพื่อการพัฒนาความมั่นคงของพลังงานในภูมิภาคยังมีนอย และจะเปนปจจัยเสี่ยงตอประเทศไทยในระยะยาว ๑.๔ ความเหลื่ อ มล้ํ าทางเศรษฐกิจ ที่ มี อ ยู สู งแสดงถึ งฐานเศรษฐกิจที่ยังไมเขมแข็ง ประชาชนระดับฐานรากยังมีรายไดนอยและขาดโอกาสในการเพิ่มรายไดโดยส ว นใหญ อ ยู ใ นสาขาเกษตร และวิ ส าหกิ จ ขนาดกลางและขนาดย อ มที่ ส นั บ สนุ นอุตสาหกรรมขนาดใหญ จึงไมมีโอกาสที่จะเติบโตเปนชนชั้นกลางที่จะเปนฐานการบริโภคและสร างสิ น ค า และบริ ก ารที่ มี คุ ณ คา และเป น ของตนเองได และในชว งที่ เ ศรษฐกิ จ เข า สูชวงภาวะเงินเฟอก็จะเปนกลุมคนที่เดือดรอนจากคาครองชีพและตนทุนการผลิตมากกวาคนอืน ่ ๓ 
  10. 10.    ๒. การเปลี่ยนผานทางดานการเมือง ความขัดแยงทางการเมืองในชวงที่ผานมา แมจะมีผลตอความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แตเนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผานมาผูกโยงกับภาวะการฟนตัวของเศรษฐกิจโลก และในขณะที่ความเชื่อมั่นของนั ก ลงทุ น ต า งชาติ มี พื้ น ฐานอยู บ นความเชื่ อ ที่ ว า สั ง คมไทยและคนไทยจะสามารถหาขอสรุปที่นาไปสูความปรองดองสมานฉันทไดในที่สุด ํ อยางไรก็ดี ความขัดแยงดังกลาวย อมมีผลกระทบกระเทือนตอการวางพื้นฐานเพื่ออนาคตระยะยาว และทําใหสูญเสียโอกาสในการเดิน หนาเพื่อพัฒนาประเทศในชวง ๕ ปที่ ผานมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวไดเพียงเฉลี่ยรอยละ ๓.๖ ซึ่งต่ํากวาศักยภาพที่ ควรจะเป น และส งผลต อความล าช าในการแก ไขป ญหาที่ เป นพื้ นฐานของคนส วนใหญในประเทศคือ ความยากจนและความเหลื่อมล้ําทางดานรายได ๓. การเปลี่ยนผานของโครงสรางประชากรและสังคมไทย โครงสรางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปสูสังคมผูสูงอายุจะมีผลกระทบตอปริมาณและคุณภาพของคนไทยในอนาคต ซึ่งเปนปจจัยสําคัญในการสรางศักยภาพในการแขงขันทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้ ง ป ญ หายาเสพติ ด และป ญ หาวั ย รุ น ที่ จ ะบั่ น ทอนคุ ณ ภาพของเยาวชนไทย ซึ่ ง มีความจําเปนตองพัฒนาระบบการศึกษา การใหบริการสุขภาพและสรางสวัสดิการที่มั่นคงให แ ก ค นไทยทุ ก คน นอกจากนี้ ประเทศไทยยั ง ต อ งเผชิ ญ ต อ การเปลี่ ย นแปลงในภาวะแวดลอมตาง ๆ ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต เชน ภาวะโลกรอน ภัยธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และกฎระเบียบของการแขงขันในตลาดโลก เปนตนทานประธานรัฐสภาที่เคารพ หลักการของนโยบายการบริหารราชการแผนดินของรัฐบาล จะยึดหลักการบริหารที่ มี ค วามยื ด หยุ น ที่ คํ า นึ ง ถึ ง พลวั ต รการเปลี่ ย นแปลงของป จ จั ย ภายนอกที่ มี ผ ลกระทบต อ การดํ าเนิ นนโยบายของรั ฐบาล โดยรั ฐบาลจะรายงานต อรั ฐสภาเมื่ อมี ความจํ าเป นต องปรับปรุงนโยบายใหเกิดประโยชนตอประเทศใหมากที่สุด นโยบายของรัฐบาลมีจุดมุงหมาย๓ ประการ คือ ๔ 
  11. 11.    ประการที่ ห นึ่ ง เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู โ ครงสร า งเศรษฐกิ จ ที่ ส มดุ ลมีความเขมแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเปนพื้นฐานที่สําคัญของการสรางการเติบโตอยางมีคุณภาพและยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพและสุขภาพคนไทยในทุกชวงวัยถือเปนปจจัยชี้ขาดความสามารถในการอยูรอดและแขงขันไดของเศรษฐกิจไทย ประการที่สอง เพื่อนําประเทศไทยสูสังคมที่มีความปรองดองสมานฉันทและอยูบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมที่เปนมาตรฐานสากลเดียวกันและมีหลักปฏิบัติที่เทาเทียมกันตอประชาชนคนไทยทุกคน ประการที่ ส าม เพื่ อ นํ า ประเทศไทยไปสู ก ารเป น ประชาคมอาเซี ย นในป ๒๕๕๘ อยางสมบูรณ โดยสรางความพรอมและความเขมแข็งทั้งทางดานเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม และการเมืองและความมั่นคงทานประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อใหการบริหารราชการแผนดินสามารถบรรลุถึงภารกิจและดําเนินไปดวยแนวทางที่ กล าวมา รั ฐบาลจึ งได กํ าหนดนโยบายการบริ หารราชการแผ นดิ นไว โดยแบ งการดํ าเนิ นการเป น ๒ ระยะ คื อ ระยะเร ง ด ว นที่ จ ะเริ่ ม ดํ า เนิ น การในป แ รก และระยะการบริหารราชการ ๔ ปของรัฐบาล เพื่อใหมีการพัฒนาอยางมีคุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุมกันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดังตอไปนี้ ๑. นโยบายเรงดวนที่จะเริ่มดําเนินการในปแรก ๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟนฟูประชาธิปไตย ๑.๑.๑ สรางความปรองดองสมานฉันทของคนในชาติและฟน ฟู ป ระชาธิ ป ไตย โดยการเสริ ม สร า งความเข า ใจรว มกั น ของประชาชนในชาติใ ห เ กิ ดความสมัครสมานสามัคคีเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข ๕ 
  12. 12.    ๑.๑.๒ เยี ย วยาและฟ น ฟู อ ย า งต อ เนื่ อ งแก บุ ค คลทุ ก ฝ า ยเชน ประชาชน เจาหนาที่รัฐ และผูประกอบการภาคเอกชน ซึ่งไดรับผลกระทบอันเนื่องมาจากความเห็ นที่แตกตาง และความรุนแรงที่กอ ตัวขึ้นตั้งแตช วงปลายของการใช รัฐธรรมนู ญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ๑.๑.๓ สนั บ สนุ น ให ค ณะกรรมการอิ ส ระตรวจสอบและคนหาความจริงเพื่อการปรองดองแห งชาติ (คอป.) ดําเนินการอยางเป นอิสระและไดรับความรวมมือจากทุกฝายอยางเต็มที่ในการตรวจสอบและคนหาความจริงจากกรณีความรุนแรงทางการเมือง การละเมิดสิทธิม นุษ ยชน การสูญ เสี ยชี วิต บาดเจ็ บทางรางกายและจิต ใจรวมทั้งความเสียหายทางทรัพยสน ิ ๑.๒ กํ า หนดให ก ารแก ไ ขและป อ งกั น ป ญ หายาเสพติ ด เป น“วาระแหงชาติ” โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผูผลิต ผูคา ผูมีอิทธิพล และผูประพฤติมิชอบ โดยบังคับใชกฎหมายอยางเครงครัด ยึดหลักผูเสพคือผูปวยที่ตองไดรับการบําบัดรักษาใหกลับมาเปนคนดีของสังคม พรอมทั้งมีกลไกติดตามชวยเหลืออยางเปนระบบดํ า เนิ น การอย า งจริ ง จั ง ในการป อ งกั น ป ญ หาด ว ยการแสวงหาความร ว มมื อ เชิ ง รุ ก กั บตางประเทศในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติด สารเคมี และสารตั้งตนในการผลิตยาเสพติดที่ลักลอบเขาสูประเทศภายใตการบริหารจัดการอยางบูรณาการและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดํ า เนิ น การป อ งกั น กลุ ม เสี่ ย งและประชาชนทั่ ว ไปไม ใ ห เ ข า ไปเกี่ ย วข อ งกั บ ยาเสพติ ดดวยการรวมพลังทุกภาคสวนเปนพลังแผนดินในการตอสูกับยาเสพติด ๑.๓ ป อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต และประพฤติ มิ ช อบในภาครั ฐอยางจริง จั ง โดยยึ ด หลัก ความโปร ง ใสและมี ธ รรมาภิ บาลที่ เ ป น สากลเพื่ อ ใหการใช ท รั พ ยากรเพื่ อ การพั ฒ นาประเทศเป น ไปอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและเกิ ด ประโยชนตอประเทศโดยรวมอยางแทจริง ปรับปรุงและแกไขกฎหมายเพื่อปองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ขยายการบังคับใชบทบัญญัติเรื่องการหามการกระทําที่เปนการขั ด กั น แห ง ผลประโยชน ใ ห ค รอบคลุ ม ผู ใ ช อํ า นาจรั ฐ ในตํ า แหน ง สํ า คั ญ และตํ า แหน งระดับสูงอยางทั่วถึง เขมงวดในการบังคับใชกฎหมายเพื่อแกไขปญหาการทุจริตและประพฤติมิ ช อบของเจ า หน า ที่ รั ฐ เสริ ม สร า งมาตรฐานด า นคุ ณ ธรรม จริ ย ธรรม และธรรมาภิ บ าลของบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝงจิตสํานึกและคานิยมของสังคมใหยึดมั่นในความซื่อสัตยสุจริตและถูกตองชอบธรรม ๖ 
  13. 13.    ๑.๔ ส ง เสริ ม ให มี ก ารบริ ห ารจั ด การน้ํ า อย า งบู ร ณาการและเรงรัดขยายเขตพื้นที่ชลประทาน โดยเรงใหมีการบริหารจัดการน้ําในระดับประเทศอยางมีประสิทธิภาพใหสามารถปองกันปญหาอุทกภัยและภัยแลงได รวมทั้งสนับสนุนภาคการเกษตรดวยการกอสรางระบบชลประทานขนาดใหญ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ฟนฟูการขุดลอกคูคลอง และแหลงน้ําธรรมชาติที่มีอยูเดิม ขยายเขตการสูบน้ําดวยไฟฟา จัดสรางคลองสงน้ําขนาดเล็กเขาสูไรนา และขยายเขตการจัดรูปที่ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชน้ําและการผลิตส ง เสริ ม การใช นํ้ า ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเหมาะสมกั บ ชนิ ด พื ช และจั ด หาแหล ง น้ํ าในระดับไรนาและชุมชนอยางทั่วถึง ๑.๕ เรง นําสั น ติ สุ ข และความปลอดภั ย ในชี วิ ต และทรัพ ยสิ นของประชาชนกลับมาสูพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต ควบคูไปกับการขจัดความยากจนยาเสพติด และอิทธิพลอํานาจมืด โดยนอมนํากระแสพระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว“เขาใจ เขาถึง พัฒนา” เปนหลักปฏิบัติในแนวทางสันติวิธี โดยเนนการสงเสริมความรวมมือในทุ ก ภาคส ว นกั บ ประชาชนในพื้ น ที่ อํ า นวยความยุ ติ ธ รรมอย า งทั่ ว ถึ ง เพิ่ ม โอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิต สรางโอกาสและความเสมอภาค พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้ น ที่ เคารพอั ตลัก ษณ ขนบธรรมเนีย มประเพณี ท องถิ่ น ส งเสริ ม การกระจายอํ านาจการปกครองสวนทองถิ่นในรูปแบบที่สอดคลองกับลักษณะพื้นที่โดยไมขัดกับรัฐธรรมนูญทั้งนี้ จะมีการบูรณาการการบริหารจัดการทุกภาคสวนใหมีเอกภาพทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ รวมทั้งปรับปรุง พัฒนากฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของใหสอดคลอง ทันสมัยกับสภาพความเปนจริงของปญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนเยียวยาผูไดรับผลกระทบจากความไมสงบอยางเปนธรรม ๑.๖ เรงฟนฟูความสัมพันธและพัฒนาความรวมมือกับประเทศเพื่ อนบ า นและนานาประเทศ เพื่ อ สนั บ สนุ น การเจริ ญ เติ บ โตทางเศรษฐกิ จ ในภู มิ ภ าครวมกัน โดยเฉพาะการเรงแกไขปญหากระทบกระทั่งตามแนวพรมแดน ผานกระบวนการทางการทูตบนพื้นฐานของสนธิสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวของ และเรงดําเนินการตามขอผูกพันในการรวมตัวเปนประชาคมอาเซียนในป ๒๕๕๘ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตลอดจนการเชื่อมโยงเสนทางคมนาคมขนสงภายในและภายนอกภูมิภาค ๗ 
  14. 14.    ๑.๗ แกไขปญหาความเดือดรอนของประชาชนและผูประกอบการเนื่องจากภาวะเงินเฟอและราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ๑.๗.๑ ชะลอการเก็บเงินเขากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสําหรับน้ํามันเชื้อเพลิงบางประเภทชั่วคราวเพื่อใหราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลงทันที และปรับโครงสรางราคาพลังงานทั้งระบบใหมุงสูการสะทอนราคาตนทุนพลังงาน ๑.๗.๒ จัดใหมีบัตรเครดิตพลังงานสําหรับผูประกอบอาชีพรถรับจางขนสงผูโดยสารสาธารณะในวงเงินที่เหมาะสมกับคาใชจายน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชจริงตอเดือน ๑.๗.๓ ดูแลราคาสินคาอุปโภคบริโภคและราคาพลังงานใหอยูในระดับที่เหมาะสมและเปนธรรมแกผูบริโภคและผูผลิต ๑.๗.๔ แกไขปญหาคาครองชีพโดยการดูแลราคาสินคาและการมีรายไดเพื่อเพิ่มกําลังซื้อสุทธิของประชาชนโดยปองกันและแกไขการผูกขาดทั้งทางตรงและทางออม ๑.๘ ยกระดั บ คุ ณ ภาพชี วิ ต ของประชาชน โดยเพิ่ ม กํ า ลั ง ซื้ อภายในประเทศ สรางสมดุลและความเขมแข็งอยางมีคุณภาพใหแกระบบเศรษฐกิจมหภาค ๑.๘.๑ พั ก หนี้ ค รั ว เรื อ นของเกษตรกรรายย อ ยและผูมีรายไดนอยที่มีหนี้ต่ํากวา ๕๐๐,๐๐๐ บาท อยางนอย ๓ ป และปรับโครงสรางหนี้สําหรับผูที่มีหนี้เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งจัดทําแผนฟนฟูอาชีพและแผนการปรับโครงสรางการผลิตอยางครบวงจร เพื่อสรางโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตดวยการมีรายไดที่มั่นคงและสามารถใชหนี้คืน ๑.๘.๒ ดําเนินการใหแรงงานมีรายไดเปนวันละไมนอยกวา๓๐๐ บาท และผูที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายไดเดือนละไมนอยกวา ๑๕,๐๐๐ บาทอยางสอดคลองกับผลิตภาพและประสิทธิภาพของบุคลากร รวมทั้งมีมาตรการเพื่อลดภาระแกผูประกอบการที่ไดรับผลกระทบเพื่อใหแรงงานและบุคลากรสามารถดํารงชีพไดอยางมีศกดิ์ศรีและคุณภาพชีวิตที่ดี ั ๑.๘.๓ จั ด ให มี เ บี้ ย ยั ง ชี พ รายเดื อ นแบบขั้ น บั น ไดสํ า หรั บผูสูงอายุ โดยผูที่มีอายุ ๖๐-๖๙ ป จะไดรับ ๖๐๐ บาท อายุ ๗๐-๗๙ ป จะไดรับ ๗๐๐ บาทอายุ ๘๐-๘๙ ป จะไดรับ ๘๐๐ บาท และอายุ ๙๐ ปขึ้นไป จะไดรับ ๑,๐๐๐ บาท ๑.๘.๔ ให มี ม าตรการภาษี เพื่ อลดภาระการลงทุน สํ าหรับสิ่งจําเปนในชีวิตของประชาชนทั่วไป ไดแก บานหลังแรกและรถยนตคันแรก ๘ 
  15. 15.    ๑.๙ ปรั บ ลดภาษี เ งิ น ได นิ ติ บุ ค คล ให เ หลื อ ร อ ยละ ๒๓ ในปพ.ศ. ๒๕๕๕ และลดลงเหลือรอยละ ๒๐ ในป พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อสรางความสามารถในการแขงขันของภาคเอกชน ขยายฐานภาษี และรองรับการเขาสูการเปนประชาคมอาเซียนในป พ.ศ. ๒๕๕๘ ๑.๑๐ ส ง เสริ ม ให ป ระชาชนเข า ถึ ง แหล ง เงิ น ทุ น สนั บ สนุ นสินเชื่อรายยอย โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพใหแกประชาชนผูมีรายไดนอย รวมถึงเพิ่มสวัสดิการของรัฐเพื่อเปนการดูแลสังคมในชุมชน จัดหาแหลงเงินทุนใหแกผูประกอบการและประชาชน โดย ๑.๑๐.๑ เพิ่มเงินทุนกองทุนหมูบานและชุมชนเมืองอีกแหงละ๑ ลานบาท ๑.๑๐.๒ จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โดยมีวงเงินเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ลานบาท ๑.๑๐.๓ จัดตั้งกองทุนตั้งตัวไดในวงเงินประมาณ ๑,๐๐๐ ลานบาทตอ สถาบัน อุ ด มศึ กษาที่รว มโครงการ สนั บ สนุนการสร างผู ประกอบการรายย อ ย เพื่ อ ใหสามารถกู ยื ม เพื่ อ การสร า งอาชี พ ผนวกกั บ กลไกของ “หน ว ยบ ม เพาะวิ ส าหกิ จ ”ในสถานศึกษาโดยมุงใหเกิดวิสาหกิ จนวัตกรรมใหม ที่ จะเปนกลไกใหม ในการขั บ เคลื่ อ นเศรษฐกิจ ๑.๑๐.๔ จัดสรรงบประมาณเขากองทุนพัฒนาศักยภาพของหมูบานและชุมชน (SML) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนจํานวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐๔๐๐,๐๐๐ และ ๕๐๐,๐๐๐ บาทตามลําดับขนาดของหมูบาน เพื่อใหหมูบานบริหารจัดการกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนดวยตนเอง ๑.๑๑ ยกระดับราคาสินคาเกษตรและใหเกษตรกรเขาถึงแหลงเงินทุน โดยดูแลราคาสินคาเกษตรใหมีเสถียรภาพที่เหมาะสม คํานึงถึงกลไกราคาตลาดโลกโดยใช วิ ธี บ ริ ห ารจั ด การทางการตลาดและกลไกตลาดซื้ อ ขายล ว งหน า รวมทั้ ง ผลั ก ดั นใหเกษตรกรสามารถขายสินคาเกษตรไดในราคาสูงเพียงพอเมื่อเทียบกับตนทุน และนําระบบรับจํานําสินคาเกษตรมาใชในการสรางความมั่นคงดานรายไดใหแกเกษตรกร เริ่มตนจากการรับ จํานําขาวเปลือกเจาและขาวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม เกิน รอ ยละ ๑๕ ที่ราคาเกวี ย นละ ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาทตามลํ า ดั บ พร อ มทั้ ง จั ด ให มี ก ารเยี ย วยาความเสียหายของพืชผลจากภัยธรรมชาติใหแกเกษตรกร การจัดทําระบบทะเบียนครัวเรือนเกษตรกรใหสมบูรณ และการออกบัตรเครดิตสําหรับเกษตรกร ๙ 
  16. 16.    ๑.๑๒ เรงเพิ่มรายไดจากการทองเที่ยวทั้งในและนอกประเทศโดยประกาศใหป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ เปนป “มหัศจรรยไทยแลนด” (“Miracle Thailand” Year)และประชาสัมพันธเชิญชวนนักทองเที่ยวตางชาติเขารวมเฉลิมฉลองในพระราชพิธีมหามงคลที่จะมีขึ้นในชวงป พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๕๕ ๑.๑๓ สนั บ สนุน การพัฒ นางานศิ ลปหั ต ถกรรมและผลิ ต ภัณ ฑชุมชนเพื่อการสรางเอกลักษณและการผลิตสินคาในทองถิ่น ๑.๑๓.๑ สนับสนุนภารกิจของมูลนิธิสงเสริมศิลปาชีพในการผลิ ต งานศิ ล ปหั ต ถกรรมอั น ทรงคุ ณ ค า เพื่ อ สร า งงาน สร า งอาชี พ แก ร าษฎรผู ย ากไรใหสามารถพัฒนาเปนชางฝมือดานศิลปะที่มีความสามารถสูงและสรางชื่อเสียงใหกับประเทศ ๑.๑๓.๒ บริ หารจั ด การโครงการหนึ่ ง ตําบลหนึ่ ง ผลิ ต ภั ณ ฑใหมศกยภาพ ดวยการสนับสนุนใหชุมชน วิสาหกิจชุมชนใชทรัพยากรและภูมิปญญาทองถิ่น ี ัผนวกกับองคความรูสมัยใหมเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินคาและบริการ การเขาถึงแหลงทุนและการตลาดเชิงรุกทั้งในประเทศและตางประเทศ โดยสงเสริมใหมีศูนยกระจายและแสดงสินคาถาวรในภูมิภาคและเมืองทองเที่ยวหลักที่เชื่อมโยงกับการทองเที่ยวและการสงออก ๑.๑๔ พัฒนาระบบประกันสุขภาพ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบหลักประกันสุขภาพถวนหนา ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพื่อใหประชาชนทุกคนไดรับบริการอยางมีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว และเปนธรรม รวมทั้งบูรณาการสิทธิของผูปวยที่พึงไดรับจากระบบประกันสุขภาพตาง ๆ บูรณาการแผนงานของหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของใหสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน ตลอดจนสงเสริมการนําเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและคุมคาตอการใหบริการมาใชให แพรหลาย รวมทั้งจัดให มีมาตรการลดปจจัยเสี่ ยงที่มีผลต อสุขภาพและภาวะทุพโภชนาการที่นําไปสูการเจ็บปวยเรื้อรัง ไดแก โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง รวมทั้งการเฝาระวังโรคอุบัติใหม และมาตรการปองกันอุบติเหตุจากการจราจร ั ๑.๑๕ จัดหาเครื่องคอมพิวเตอรแท็บเล็ตใหแกโรงเรียน โดยเริ่มทดลองดําเนินการในโรงเรียนนํารองสําหรับระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ ปการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๕ควบคูกับการเรงพัฒนาเนื้อหาที่เหมาะสมตามหลักสูตรบรรจุลงในคอมพิวเตอรแท็บเล็ตรวมทั้งจัดทําระบบอินเทอรเน็ตไรสายตามมาตรฐานการใหบริการในสถานศึกษาที่กําหนดโดยไมเสียคาใชจาย ๑๐ 
  17. 17.    ๑.๑๖ เรงรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีสวนรวมอยางกวางขวาง โดยมีสภารางรัฐธรรมนูญที่เปนอิสระยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม เพื่อวางกลไกการใชอํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม และองคกรที่ใชอํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต อ ประชาชนและพรอ มรั บ การตรวจสอบ ทั้ ง นี้ ใหป ระชาชนเห็ น ชอบผ า นการออกเสี ย งประชามติทานประธานรัฐสภาที่เคารพ ในสวนของนโยบายที่ จ ะดําเนิ นการภายในช ว งระยะ ๔ ป ข องรัฐบาลชุดนี้รั ฐ บาลจะดํ า เนิ น นโยบายหลั ก ในการบริห ารประเทศซึ่ ง ปรากฏตามนโยบายข อ ที่ ๒ ถึ งขอที่ ๘ ดังตอไปนี้ ๒. นโยบายความมั่นคงแหงรัฐ ๒.๑ เทิ ด ทู น และพิ ทั ก ษ รั ก ษาไว ซึ่ ง สถาบั น พระมหากษั ต ริ ยดํ า รงไว ซ่ึ ง พระบรมเดชานุ ภ าพแห ง องค พ ระมหากษั ต ริ ย น อ มนํ า พระราชดํ า ริ ทั้ ง ปวงไวเหนือเกลาเหนือกระหมอม พรอมทั้งอัญเชิญไปปฏิบัติใหเปนรูปธรรมเพื่อใหประชาชนในชาติมีความตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณและจงรักภักดีตอสถาบันพระมหากษัตริยทั้งจะส งเสริมและเผยแพรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่ อให สั งคมไทยเป นสังคมแหงการรูรกสามัคคี และดําเนินชีวิตอยางพอเพียง ั ๒.๒ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งศั ก ยภาพของกองทั พ และระบบปองกันประเทศ ใหมีความพรอมในการพิทักษรักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน แ ห ง ชาติ สนั บ สนุ น ให ก องทั พ มี โ ครงสร า งที่ เ หมาะสมและมี ค วามทั น สมั ยส งเสริ ม กิ จ การอุต สาหกรรมปอ งกั น ประเทศให ส ามารถบูร ณาการขี ด ความสามารถของภาครัฐและเอกชนใหเปนเอกภาพ นําไปสูการพึ่งพาตนเองไดในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณไดเองสนับสนุนสิทธิและหนาที่กําลังพลของกองทัพเพื่อใหเปนทหารอาชีพในระบอบประชาธิปไตยและสามารถผนึ ก กํ า ลั ง กั บ ประชาชนให มี ส ว นร ว มในการรั ก ษาความมั่ น คงของประเทศรวมทั้ ง กํ า หนดเป น บทบาทของทหารในการช ว ยเหลื อ ประชาชน โดยเฉพาะอย า งยิ่ งกรณีเกิดภัยพิ บัติรายแรง ขณะเดียวกั นจะปรับ ปรุ งสวั สดิการของกํ าลังพลทุก ระดับใหมีมาตรฐานการดํารงชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ๑๑ 
  18. 18.    ๒.๓ พั ฒ นาและเสริ ม สร า งความร ว มมื อ ระหว า งประเทศส ง เสริ ม ให ก องทั พ พั ฒ นาความสั ม พั น ธ ท างทหารกั บ มิ ต รประเทศ และมี ค วามพร อ มในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในกรอบสหประชาชาติ พัฒนาความสัมพันธของหนวยงานดานความมั่นคงและกองทัพกับประเทศเพื่อนบาน ทั้งจะแกไขปญหาตาง ๆ กับประเทศเพื่อนบานบนพื้ น ฐานของการสร า งบรรยากาศความไว เ นื้ อ เชื่ อ ใจทั้ ง ภาครั ฐ และภาคประชาชนดําเนินการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนตามหลักฐานพื้นฐานของกฎหมายและสนธิสัญญาที่มีอยูเพื่อมิใหเปนเงื่อนไขของความขัดแยง รวมทั้งสงเสริมความรวมมือกับประเทศเพื่อนบานเพื่อระงับยับยั้งและปราบปรามอาชญากรรมขามชาติและยาเสพติดใหหมดไป ๒.๔ พัฒนาระบบการเตรียมพรอมแหงชาติ โดยเนนการบริหารวิ ก ฤตการณเพื่อ รับ มือ ภั ยคุ ก คามดานต าง ๆ ทั้ ง ที่เกิ ด จากภั ย ธรรมชาติแ ละภั ยที่ ม นุ ษ ยสรางขึ้นที่มากขึ้น โดยมุงระดมสรรพกําลังจากทุกภาคสวนใหสามารถดําเนินงานรวมกันอย า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ เพื่ อ ป อ งกั น แก ไ ข บรรเทา และฟ น ฟู ค วามเสี ย หายของชาติที่เกิดจากภัยตาง ๆ รวมถึงใหความสําคัญในการเตรียมพรอมเพื่อเผชิญกับปญหาความมั่นคงในรู ป แบบใหม ใ นทุ ก ด า น ได แ ก ด า นพลั ง งาน ด า นสิ่ ง แวดล อ ม ความมั่ น คงของมนุ ษ ยอาชญากรรมข า มชาติ การกอ การราย และอุบั ติภัย ทั้ง นี้ เพื่ อ ใหมีค วามพรอ มรั บ มื อ กับความเปลี่ยนแปลงของประเด็นปญหาดานความมั่นคงในยุคโลกาภิวัตน ๒.๕ เรงดําเนินการแกไขปญหายาเสพติด องคกรอาชญากรรมการค า มนุ ษ ย ผู ห ลบหนี เ ข า เมื อ ง แรงงานต า งด า วผิ ด กฎหมาย และบุ ค คลที่ ไ ม มีสถานะชั ด เจน โดยการปรั บ ปรุ ง ระบบป อ งกั น และบั ง คั บ ใช ก ฎหมาย รวมทั้ ง กฎหมายการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินอยางเขมงวด ดูแลใหความเปนธรรมและเฝาระวังไม ใ ห เ กิ ด ป ญ หาที่ ก ระทบต อ ความมั่ น คงและความสงบสุ ข ภายในประเทศควบคู ไ ปกั บการจัดการแกไขปญหาสถานะและสิทธิ ของบุคคล ภายใตความสมดุ ลระหวางการรักษาความมั่นคงของชาติกับการดูแลสิทธิขั้นพื้นฐาน ๓. นโยบายเศรษฐกิจ ๓.๑ นโยบายเศรษฐกิจมหภาค ๓.๑.๑ ดําเนินการใหมีการกระจายรายไดที่เปนธรรมใหแกคนสวนใหญของประเทศ และใหเศรษฐกิจสามารถเจริญเติบโตในอัตราสูงอยางมีเสถียรภาพโดยดํ า เนิ น นโยบายเศรษฐกิ จ ที่ ส นั บ สนุ น การกระจายรายได ที่ เ ป น ธรรม และก อ ให เ กิ ด ๑๒ 
  19. 19.   การขยายตั ว ทางเศรษฐกิ จ อย า งยั่ ง ยื น มี ก ารจ า งงานเต็ ม ที่ ระดั บ ราคามี เ สถี ย รภาพระมั ด ระวั ง ความเสี่ ย งจากความผั น ผวนของการเคลื่ อ นย า ยเงิ น ทุ น ระหว า งประเทศโดยการสรางความเขมแข็งและมีประสิทธิภาพของตลาดเงินและตลาดทุนในประเทศ รวมถึงการสรางความรวมมือในภูมิภาคเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ๓.๑.๒ สงเสริมใหประชาชนเขาถึงแหลงเงินทุนที่สามารถตอบสนองตอความตองการที่หลากหลายไดอยางทั่วถึงและเปนธรรม โดยใหเปนทั้งแหลงเงิ น ทุ น แก ผู ป ระกอบการและเป น ช อ งทางการออมของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ มผูมีรายไดนอย รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการดําเนินงานขององคกรทางการเงินชุมชน กลุมเกษตรกร กลุมอาชีพตาง ๆ กลุมวิสาหกิจชุมชน และสหกรณทุกระดับ พรอมกับการพัฒนาความรูพื้นฐานทางการเงินแกประชาชน ๓.๑.๓ พัฒนาระบบสถาบันการเงินในประเทศใหรับผิดชอบตอคนสวนใหญและผูดอยโอกาส สามารถใหบริการที่ตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงของนวั ต กรรมการเงิ น และความต อ งการที่ เ ปลี่ ย นไปตามสภาวะเศรษฐกิ จ และสั ง คมดวยคาบริการที่ต่ําและการบริการที่มีประสิทธิภาพ การสรางเสถียรภาพและความมั่นคงโดยการออกมาตรการที่ จํ า เป น และปรั บ ปรุ ง กฎหมาย กฎระเบี ย บ รวมถึ ง ส ง เสริ มหลักธรรมาภิบาลในระบบการเงิน ปรับปรุงระบบกํากับดูแลใหไดมาตรฐานสากล เพื่อปองกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ๓.๑.๔ ปรั บ โครงสร า งภาษี อ ากรทั้ ง ระบบเพื่ อ สนั บ สนุ นการเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ สรางความเปนธรรมในสังคม สงเสริมการใชทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ และสรางฐานรายไดภาษีที่ยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายไดทั้งจากภาษีและที่มิใชภาษี ๓.๑.๕ ส ง เสริ ม และรั ก ษาวิ นั ย การคลั ง โดยปรั บ ปรุ งองคประกอบและโครงสรางงบประมาณใหเหมาะสม มีระบบบริหารความเสี่ยงทางการคลังที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ จั ดลํ าดับ ความสําคั ญ ของงบประมาณรายจา ยให ส อดคล อ งกับ ทิ ศ ทางการพัฒนาและใหเปนพื้นฐานของการพัฒนาในอนาคต สงเสริมบทบาทภาคเอกชนในการรวมลงทุนและดําเนินการในกิจการของรัฐ ตลอดจนสงเสริมองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหมีประสิทธิภาพในการบริหารและจัดการรายไดในทองถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากสวนกลาง ๓.๑.๖ ปรั บ ปรุ ง โครงสร า งของรั ฐ วิ ส าหกิ จ โดยมุ ง เน นประสิ ท ธิ ภ าพการให บ ริ ก าร การบริ ห ารทรั พ ย สิ น ให เ กิ ด ประโยชน สู ง สุ ด และเร ง ฟ น ฟูรั ฐ วิ ส าหกิ จ ที่ มี ป ญ หาฐานะการเงิ น รวมทั้ ง ปฏิ รู ป ระบบการกํ า กั บ ดู แ ลการลงทุ น และ ๑๓ 
  20. 20.   การดําเนินงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเปนบริษัทมหาชน เพื่อใหรัฐวิสาหกิจเปนกลไกที่สามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตรการพัฒนาและการลงทุนของประเทศไดอยางมีประสิทธิภาพและทันตอความเปลี่ยนแปลง ๓.๑.๗ บริหารสินทรัพยของประเทศที่มีอยูใหเกิดประโยชนและความมั่น คงทางเศรษฐกิ จ ทั้ ง สิน ทรัพ ย ข องภาครั ฐ ตลอดจนทุ นในท อ งถิ่ น ที่ ร วมถึ งภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ น วิ ถี ชี วิ ต วั ฒ นธรรม รวมทั้ ง พิ จ ารณาการจั ด ตั้ ง กองทุ น ที่ ส ามารถใชในการบริหารสินทรัพยของชาติใหเปนประโยชน เชน กองทุนมั่งคั่งแหงชาติ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสํารองแหงชาติ และกองทุนความมั่นคงทางอาหาร เปนตน ๓.๒ นโยบายสรางรายได ๓.๒.๑ ส ง เสริ ม การท อ งเที่ ย วจากทั้ ง ภายนอกและภายในประเทศ จัดใหมีการพัฒนาการทองเที่ยวและแหลงทองเที่ยว รวมทั้งหลักประกันความปลอดภัยแกนักทองเที่ยวในภาวะปกติและภาวะวิกฤต รวมทั้งการทองเที่ยวเชิงอนุรักษเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพและสปา ที่มีคุณภาพและมูลคาเพิ่มสูง ใหมีรายไดจากนักทองเที่ยวเพิ่มขึ้น ๒ เทาตัวในเวลา ๕ ป ๓.๒.๒ ขยายบทบาทใหธุรกิจการเกษตรและอาหารซึ่งเปนแหลงรายไดและการจางงานในประเทศมาเปนเวลานานใหกาวขามไปสูการเปนศูนยกลางการผลิ ต และการค า อาหารคุณ ภาพสู ง เป น ที่ ต อ งการของผู บ ริ โ ภคที่ มี ฐ านะและรสนิ ย มเฉพาะตัว การพัฒนาประเทศไทยใหเปนศูนยกลางตลาดซื้อขายลวงหนาสินคาเกษตรและอาหาร เชน ขาว น้ําตาล มันสําปะหลัง และอื่น ๆ จะทําใหเปาหมายการเปนครัวที่มีคุณภาพของโลกสัมฤทธิผลรวดเร็วยิ่งขึ้น ๓.๒.๓ ส ง เสริ ม และผลั ก ดั น ให อุ ต สาหกรรมพลั ง งานป โ ตรเลี ย มและพลั ง งานทดแทนสามารถสร า งรายได จ ากความต อ งการภายในประเทศรวมทั้งสรางการจางงานใหแกประเทศโดยถือเปนอุตสาหกรรมยุทธศาสตรใหม ๓.๒.๔ ยกระดั บ ความสามารถในการแข ง ขั น และขยายชองทางการตลาดของธุรกิจอุตสาหกรรม ธุรกิจบริการในประเทศ และธุรกิจวิสาหกิจชุมชนใหเขาสูระบบเศรษฐกิจสรางสรรคในการผลิตสินคาและบริการที่มีคุณคาและคุณภาพสู งซึ่งจะต องสรางคนที่มีฐานความรู ความชํานาญ และความคิดสร างสรรค ตอยอดความรูสู ก ารสร า งนวั ต กรรมจากงานวิ จั ย พั ฒ นา สร า งตราสิ น ค า ใหม จ ากภู มิ ป ญ ญาท อ งถิ่ นโดยเฉพาะงานศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑชุมชน อัญมณี และอื่น ๆ ๑๔ 
  21. 21.    ๓.๒.๕ สงเสริมใหผูประกอบการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบานซึ่งมีความพรอมทางดานแรงงานและวัตถุดิบเพื่อสรางความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจใหแกประเทศและภูมิภาค ๓.๒.๖ ดึงดูดการลงทุนเขาสูประเทศในสาขาที่เปนการผลิตสินคาและบริการที่มีพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีมีมูลคาสูง เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม และมีการถายทอดเทคโนโลยีใหแกคนไทย รวมถึงการลงทุนในการสรางเมืองใหมในพื้นที่ที่เหมาะสม และโครงสรางพื้นฐานสาธารณะ โดยปรับปรุงกฎ ระเบียบ และสภาวะแวดลอมของการลงทุนใหเอื้ออํานวยและดึงดูดนักลงทุน ๓.๒.๗ เสริ ม สร า งกระบวนการสร า งอาชี พ สร า งงานที่มีคุณภาพและมีรายไดสูงใหแกประชาชนอยางทั่วถึง เปนระบบ ในทุกระดับชั้นความรู และสงเสริมใหเกิดความรู ความชํานาญ และความคิดสรางสรรค เพื่อสรางโอกาสในการเขาถึงแหล งเงิ นกู และเงิ นร วมลงทุ นระยะยาว รวมทั้ งจั ดตั้ งกองทุ นต าง ๆ เพื่ อสนั บสนุ นให เกิ ดการผลิต การแปรรูป และการคาอยางทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อใหไดสินคาและบริการที่มคุณภาพ สามารถขายไดในราคาที่ดี ี ๓.๒.๘ ส ง เสริ ม การขยายความเชื่ อ มโยงทางเศรษฐกิ จการคา การลงทุน และการเงิน ภายใตประโยชนรวมกันของกรอบความรวมมือและขอตกลงทางการคาหลายฝาย โดยจัดมาตรการเตรียมพรอมและใหธุรกิจและประชาชนไทยสามารถปรั บ ตั ว เพื่ อ แสวงหาโอกาสใหม แ ละมี ค วามพร อ มรองรั บ ผลกระทบที่ อ าจจะเกิ ด ขึ้ นในทุกภาคสวน ๓.๓ นโยบายปรับโครงสรางเศรษฐกิจ ๓.๓.๑ ภาคเกษตร ๑) ส ง เสริ ม สนั บ สนุ น ให ส ภาเกษตรกรแห ง ชาติเป นกลไกของเกษตรกรในการสื่อ สารกั บรั ฐบาลและรว มกัน พัฒนาเกษตรกรดวยตนเองตามเจตนารมณของกฎหมาย ๒) เพิ่ ม ประสิ ท ธิ ภ าพการผลิ ต พื ช โดยการวิ จั ยและพัฒนาสายพันธุ พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อใหไดผลผลิตสูง ตานทานตอโรคและแมลงศั ตรู พื ช สอดคล องกั บสถานการณ การเปลี่ ยนแปลงของภู มิอากาศโลก และถ ายทอดองค ความรู จ ากการวิ จั ย ไปสู เ กษตรกรเพื่ อ ให มี ก ารใช พั น ธุ ดี ใช เ ทคโนโลยี ท่ี เ หมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะการใชปุยตามคุณสมบัติของดินแตละชนิด ทั้งนี้ เพื่อลดตนทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลผลิต ๑๕ 

×