Agile Process

14,162 views

Published on

http://www.baanmobile.com ให้การสนับสนุก จึงทำให้โครงงานฉบับนี้เสร็จได้อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณครับ

Published in: Education

Agile Process

  1. 1. รายงาน เรื่อง Agile Process เสนอ อาจารย์ จิรายุ ส่งศรีจันทร์ จัดทาโดย นาย ฐาปกรณ์ ตันติรัตนพงศ์ เลขที่ 16 ภ.วคพ.51รายงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา วิศวกรรมซอฟท์แวร์ ประจาปีการศึกษา 2/2554 มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต
  2. 2. คานา รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึงของวิชาวิศวกรรมซอฟท์แวร์ซึ่งมีจุดประสงค์ในการจัดทาขึ้น ่เพื่อเผยแผ่ความรู้ที่ได้เก็บรวบร่วมไว้อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อ่านในการสืบค้นต่อไป หากรายงานฉบับนีมีข้อผิดผลาดในประการหนึ่งประการใดนั้น ทางผู้จัดทาต้องขออภัยใน ้การผิดพลาดดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทา นาย ฐาปกรณ์ ตันติรัตนพงศ์
  3. 3. ContentsProcess model ................................................................................................................................................................................ 1ที่มาของการพัฒนาโปรแกรมแบบ agile ......................................................................................................................................... 1วิธีพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile ...................................................................................................................................................... 2หลักการทางานภายใต้วธี agile ....................................................................................................................................................... 3 ิบางหลักการ Agile ที่แถลงไว้คือ .................................................................................................................................................... 3Agile Modeling: AM ....................................................................................................................................................................... 4วัตถุประสงค์ของ Agile ................................................................................................................................................................... 4หลักการ Agile ................................................................................................................................................................................. 5โครงร่างแนวคิดต้นแบบ ของ Agile Model Process ................................................................................................................... 6โมเดลของ Agile (AM : Agile Modeling)...................................................................................................................................... 7AM Value (ผลลัพธ์) ....................................................................................................................................................................... 9AM Core Principle (หลักการ) ....................................................................................................................................................... 9AM Core Practice (แนวทางปฏิบติ /ลงมือทา) ........................................................................................................................... 9 ัเทคนิคการพัฒนาแบบ Agile ........................................................................................................................................................ 11รูปแบบวิธีการที่ทาเอา Agile มาใช้ ............................................................................................................................................... 11ตัวอย่างการนาเอาเทคโนโลยี แบบ Agile ไปใช้งาน ในธุรกิจ ...................................................................................................... 12
  4. 4. ที่มาของการพัฒนาโปรแกรมแบบ agile 1 Process modelที่มาของการพัฒนาโปรแกรมแบบ agile การพัฒนาแบบ Agile นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสารสนเทศ ในปี2001บุคคลในแวดวงการพัฒนา software แบบ agile ระดับตานาน 17 คน (ต่อมาเรียกว่าlight-weight methods) ได้เป็นเล่นสกีบนรีสอร์ทที่เมืองยูทา พวกเขาได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่อง ่การพัฒนาซอฟแวร์ให้ เบาขึ้น (เบาต่อภาระงานของคนและของเครื่อง) เร็วขึ้น และให้คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา พวกเขาเลยลงนามในสัตยบรรณ Agile ซึ่งต่อมากลายเป็นชื่อของการพัฒนาซอฟแวร์แบบ agile และ ทฤษฏีของ agile ด้วยทฤษฏีของสัตยบรรณ agile ที่สาคัญบางส่วนมีดังนี้ ลูกค้ามีความพึงพอใจอย่างรวดเร็ว และส่งมอบซอฟแวร์ที่ใช้ประโยชน์ได้เสมอ ซอฟแวร์ที่พัฒนาถูกส่งมอบอย่างสม่าเสมอ(รายอาทิตย์ หรือ รายเดือน) ซอฟแวร์ที่พัฒนาถูกวัดความคืบหน้าดัวยทฤษฏี ความต้องการไม่ว่าจะมาช้าแค่ไหนก็ยินดีเพิ่มให้ในโปรแกรม มีความร่วมมือกันระหว่างผู้พัฒนาและผู้ใช้อย่างสม่าเสมอ การคุยกันแบบต่อหน้าเป็นการสื่อสารถึงความต้องการได้ดที่สุด ี โครงการถูกสร้างโดยแรงผลักดันของคนๆ เดียว และคนนั้นต้องเชื่อถือได้ เอาใจใส่ในเทคนิคและการดีไซสม่าเสมอ ง่ายต่อความเข้าใจ ทีมที่พัฒนามีความอิสระ รองรับการเปลี่ยนแปลงเสมอ การพัฒนาแบบ Agile นี้เป็นลูกผสมระหว่าง XP กับ UP มี Modelมากกว่า XP และมีเอกสารน้อยกว่า UP ซึ่งอยู่ในแนวของ predictive ซึ่งจะเกิด iterationค่อนข้างมาก (เนื่องจากความต้องการของ user จะมาเมื่อไรก็ได้) และเน้นการสื่อสารแบบเข้าไปคุยกันต่อหน้า นอกจากจะได้ความต้องการที่ตรงแล้วรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจจะได้เพิ่มด้วยรวมถึงการที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วย
  5. 5. วิธีพฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile 2 ัวิธีพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile วิธีพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile คือ โครงร่างแนวคิดของวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่ช่วยพัฒนาการทาซ้าตลอดวงจรชีวิตของโครงงาน วิธีการพัฒนาแบบ Agile ช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในระยะสั้นในระหว่างการพัฒนาซอฟต์แวร์หนึ่งช่วงเวลาจะมีการทางานซ้าซึ่งมีตั้งแต่ 1 ถึง 4 สัปดาห์การทาซ้าแต่ละครั้ง คือ การทาหมดทั้งโครงงานซอฟต์แวร์ ประกอบด้วย การวางแผน การวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบ การเขียนโปรแกรม การทดสอบ และ การทาคูมือ การ ่ทาซ้าไม่สามารถรับรอง product ที่ออกสู่ตลาด แต่จุดมุ่งหมายคือการลดข้อบกพร่องเมื่อจบการทางานซ้า การสิ้นสุดของการทาซ้าแต่ละครั้ง ทีมงานต้องทาการประเมินผล project อีกครั้ง วิธีการ Agile ให้ความสาคัญกับการสื่อสารต่อกันโดยตรงมากกว่าการบันทึกลงในเอกสาร ส่วนมากทีมงาน agile ก่อตั้งสานักงานเดี่ยว บางครั้งอ้างอิงถึง bullpen ซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วย โปรแกรมเมอร์ และลูกค้าของพวกเค้า (ลูกค้า กาหนด product พวกเขาอาจจะเป็นผู้จัดการ product นักวิเคราะห์ธุรกิจ หรือ client ) สานักงานประกอบด้วย ผู้ทดสอบ นักออกแบบการทางานร่วมกัน ผู้เขียนทางเทคนิค และผู้จัดการ วิธีการ Agile ยังเน้นการทางานของ software ขณะที่วัดความก้าวหน้าพื้นฐาน ร่วมกับความพึงพอใจในการติดต่อสื่อสารต่อกันโดยตรง วิธีการ agileทาให้เกิดการบันทึกในเอกสารน้อยมากที่เกียวกับวิธการอื่นทาให้ผลลัพธ์ในการประเมินผลของวิธี ่ ีแบบ agile อยู่นอกเหนือความควบคุม นิยามวิธีพัฒนา software แบบ agile ได้พัฒนาในกลางปี 1990 sในส่วนที่เป็นเหตุการณ์ตอบสนองของ heavyweight method ให้เป็นแบบอย่างการควบคุมอย่างหนัก แบ่งเป็นหมวดหมู่ จัดการผลโดยใช้แบบจาลองการพัฒนาแบบ waterfall การเริ่มพัฒนาจากการใช้แบบจาลองของ waterfall เห็นในการราชการที่ล่าช้า ขาดความน่าเชื่อถือและมีความขัดแย้งกับแนวทางของวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่มีผลต่อการทางานที่เกิดขึ้น กรณีที่สามารถทาวิธีการพัฒนาได้ไวและทาซ้าได้เป็นผลการปฏิบัติที่พัฒนาในประวัติศาสตร์ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคแรก ในขั้นต้นวิธีแบบ agile เรียกกันว่า lightweight method ในปี2001 สมาชิกที่มีชื่อเสียงของชุมชน Snowbird รัฐ Utah มีมติเปลี่ยนชื่อเป็น agilemethod ต่อมาบางคนได้สร้าง Agile Alliance เป็นองค์กรไม่แสวงกาไรเพื่อประชาสัมพันธ์การพัฒนาแบบ agile วิธีการที่คล้ายกับ Agile ที่สร้างก่อนปี 2000 ประกอบด้วย Scrum(1986) , Crystal Clear, Extreme Programming (1996) , Adaptive SoftwareDevelopment, Feature Driven Development, และ DSDM ( 1995)
  6. 6. หลักการทางานภายใต้วธี agile 3 ิ หลักการทางานภายใต้วิธี agile Agile คือ พัฒนาการประมวลผล ไม่ใช่การทาในครังเดียวเพื่อพัฒนา ้ซอฟต์แวร์ ในปี 2001 บุคคลที่มีชื่อเสียง 17 คน ในสาขาของการพัฒนา agile (ต่อมาเรียกlight-weight methodologies) มารวมกันที่รีสอร์ทสกี Snowbird ในรัฐ Utah ได้ปรึกษากันเพื่อหาแนวทางในการสร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเป็นกลาง พวกเขาได้สร้างแถลงการณ์ agile ซึ่งเป็นนิยามที่ได้รับการยอมรับและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางของการพัฒนา agile และเพิ่มเข้าไปในทฤษฎี agileบางหลักการ Agile ที่แถลงไว้คือ • การทาให้ลูกค้าพอใจ ด้วยความเร็ว การส่งข้อมูลที่ต่อเนื่อง • การทางานของซอฟต์แวร์ คือ การส่งข้อมูลให้บ่อยๆ (รายสัปดาห์ดีกว่ารายเดือน) • การทางานของซอฟต์แวร์เป็นการวัดความก้าวหน้าเป็นส่วนใหญ่ • แม้กระทังการเปลี่ยนความต้องการล่าสุดก็ยอมรับได้ ่ • การทางานร่วมกันในแต่ละวันคล้ายกัน ระหว่าง ธุรกิจและนักพัฒนา • การสนทนาซึงหน้าเป็นการสื่อสารที่ดีที่สุด ่ • โครงงานที่สร้างจากการกระตุ้นส่วนตัว ควรจะเชื่อได้ • การเอาใจใส่ที่ต่อเนื่องให้ความยอดเยียมทางเทคนิคและการออกแบบที่ดี ่ • ง่ายขึ้น • จัดระเบียบทีมด้วยตนเอง • การปรับให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การพิมพ์แถลงการณ์ออกให้บุคคลในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ รู้จักกันในชื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ agile ในปี 2005 Alistair Cockburn และ Jim Highsmith ร่วมกับกลุ่มของผู้เชี่ยวชาญการจัดการได้เขียนใบแทรกซึ่งเป็นที่รจักโดยทั่วไปว่า PM Declaration of ู้Interdependence.
  7. 7. Agile Modeling: AM 4Agile Modeling: AM Agile เป็นแนวคิดใหม่สาหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่พยายามที่จะแทรกตัวเข้าไปใน methodology แบบเดิม เพื่อให้งานสั้นลงเป็นหลักการในการพัฒนา software แบบใหม่ที่เน้น...  Rapid and flexible response to change  ทาให้การพัฒนาว่องไว  มีการทาเรื่อยๆไม่ต้องหยุด แม้มีอะไรมากระทบก็ไม่เป็นไร  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เราสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่าง รวดเร็ว ไม่ตายตัววัตถุประสงค์ของ Agile 1. เน้นว่าใครถนัดอะไร และการพูดคุยสื่อสารกัน มากกว่า การยึดติดที่เครื่องมือ และกระบวนการ เช่นเปลี่ยนให้โปรแกรมเมอร์ไปคุยกับลูกค้าแทน ลูกค้าบอก อะไรมาก็ทาตามนั้นได้เลย 2. ให้ทางานโดยยึดที่ผลผลิตหรือ software เป็นหลัก เช่น เดิมเน้นเอกสารแต่ Agile ไม่คานึงถึงมากนัก แต่จะให้ความสาคัญที่ว่าเรามี s/w หรือของส่งให้ ลูกค้าได้ตรงตามความต้องการหรือไม่ 3. ให้ความสาคัญเรื่องของการติดต่อสื่อสาร เช่น เดิมมีสัญญาหรือ contact กันแต่ Agile ไม่สนใจ ให้มองที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้พัฒนาและลูกค้า 4. ยอมรับความเปลี่ยนแปลง เช่น เดิมต้องวางแผนให้ครบเป็นอย่างดี และทา ตามแผน (Gantt chart) ให้ได้ แต่ Agile ไม่ต้องทาตามแผนแต่เน้นการ สนองความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ถ้าเรามีโปรเจคเก่าที่สามารถต่อเนื่องได้ ดังนั้นแสดงว่าเรามี Asset เดิมเพื่อมาตั้งต้นทาโปรเจคใหม่ เพราะฉะนั้นงานใหม่เราก็สามารถนา Asset มาส่งมอบไปก่อนก็ได้
  8. 8. หลักการ Agile 5หลักการ Agile  เน้นความพอใจให้ลูกค้า ลูกค้าชอบ มีการส่งมอบ sw อย่างต่อเนื่อง  ยอมรับ requirement ทีเปลี่ยนแปลง ่  มีการส่งมอบงานบ่อยๆ (ทุกๆ 2 สัปดาห์)  ลูกค้าและผู้พัฒนาต้องทางานร่วมกัน (โปรแกรมเมอร์ไปทางานที่ site ลูกค้า) ต้องเจอกัน  ทุกวันจนโปรเจคเสร็จ  การทางานต้องปล่อยให้ทมงานมีอานาจการตัดสินใจเองได้ ปล่อยให้เค้าทางาน ี ไว้ใจกัน  และทีมงานก็ต้องมีความรับผิดชอบระดับหนึ่ง  การติดต่อกัน ต้องคุยซึงๆหน้า ห้ามอีเมลล์หรือโทร ่  วัดความก้าวหน้าของงานที่ SW  กระบวนการทางาน ให้ทาไปเรื่อยๆ อย่าหวือหวา ค่อยๆทา ส่งงานทีละนิด ช่วยทาให้คุณภาพชีวิตของผู้พัฒนาดีขึ้น  ผู้พัฒนา สปอนเซอร์ ลูกค้า ต้องมีการทาไปเรื่อยๆ คงที่ ไม่เร็วเกินหรือช้า เกิน  ทีมงานต้องให้ความสนใจกับเทคนิคต่างๆ มีการแชร์กน ั  เน้นความง่าย ออกแบบง่ายๆ พื้นๆ ไม่ซับซ้อน ทาให้ดูแลแก้ไขง่ายเมื่อพบ ความเปลี่ยนแปลง  ทีมมีความรับผิดชอบในกระบวนการของตัวเอง  มีการนัดพบแลกเปลี่ยนกันสม่าเสมอ การทางานในขันแรก ก็อาจมีการส่งมอบของได้เป็น หน้าจอ, prototype, ้infrastructure โดยขั้นแรกอาจมองว่า progress เราเท่ากับ 0 เปอร์เซ็นต์ (เพราะยังไม่มีSW เกิดขึ้น)
  9. 9. โครงร่ างแนวคิดต้นแบบ ของ Agile Model Process 6โครงร่างแนวคิดต้นแบบ ของ Agile Model Process
  10. 10. โมเดลของ Agile (AM : Agile Modeling) 7โมเดลของ Agile (AM : Agile Modeling)  เลือกบางหลักการมาทา  เป็นวิธีหนึ่งที่จะเอาหลักการของ Agile มาจัดการกับเอกสารและระบบเดิมทีมี ่ อยู่ได้  ใน Agile ประกอบด้วย 1. value ผลลัพธ์ 2. principle หลักการ 3. practices วิธีปฏิบัติ  ทั้งสามอย่างนี้เป็นส่วนหนึ่งในโมเดล Agile ที่สามารถนามาพัฒนา SW ให้มี ประสิทธิภาพและเกิด overhead น้อย  ให้มอง Agile เป็นส่วนขยายของกระบวนการพัฒนา SW แบบเดิมได้ o ให้ Agile เข้าไปกากับ ดูวาของเดิมทีมีอยู่อันไหนสาคัญก็ทา ไม่สาคัญก็ ่ ่ ละ o นา Agile มาจัดลาดับความสาคัญ ดูว่ากิจกรรมไหน ควรทา ไม่ควรทา
  11. 11. 8 โมเดลของ Agile (AM : Agile Modeling)
  12. 12. AM Value (ผลลัพธ์) 9AM Value (ผลลัพธ์)  เน้นติดต่อสื่อสาร  เน้นความง่าย ไม่ซับซ้อน  เน้น feedback จากลูกค้า  เน้นความกล้าตัดสินใจ  เน้นความเคารพกันและกันAM Core Principle (หลักการ)  อยู่บนความเหมาะสมที่พอดี  รับ requirement พร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา  เน้นปัจจุบันเป็นหลัก  ทา model ตามความจาเป็นเท่านั้น  พยายามใช้ multiple model มองหลายๆมุมมอง  มีการตอบกลับเร็ว  SW ถือเป็นจุดมุ่งหมายหลัก  ให้แบกสัมภาระเบาๆ  AM Supplement Principle o เน้น content มากกว่า representation(ที่ใช้ UML เขียน) ไม่เน้น เครื่องมือ เน้นที่เนื้อหาข้างใน o ติดต่อกันอย่างเปิดเผย และตรงไปตรงมาAM Core Practice (แนวทางปฏิบัติ /ลงมือทา) 1. จัดประชุม รวบรวม Active stakeholder เท่านั้น บางมีอาจมี None stakeholder เข้ามาฟังได้ แต่ห้ามออกความคิดเห็น ห้ามถาม ห้ามติดต่อ ห้ามแสดงไอเดีย 2. นา Artifact มาใช้ให้ถกต้อง ู Artifact คือชิ้นส่วนของงานที่เราทาระหว่างการพัฒนาระบบเช่น อีเมลล์,source code,จดหมาย,ใบเชิญประชุม ถ้า Artifact ใดถูกเลือกมาใช้ในการทางาน เรียกว่า"work products" และถ้า work products นี้ ถูกส่งมอบให้ลูกค้าเรียกว่า "Deliverable" 3. พยายามเป็นเจ้าของงาน สามารถทางานแทนกันและกันได้ 4. พยายามใช้โมเดลแบบคู่ขนาน จะได้มองต่างมุม เพื่อเก็บรายละเอียดของระบบ ให้ครบ 5. ทาให้เนื้อหาง่าย 6. พยายามวาดรูปไม่ให้ซับซ้อน
  13. 13. AM Core Practice (แนวทางปฏิบติ /ลงมือทา) ั 10 7. พยายามให้โมเดลเข้าถึงได้ทุกคน 8. สามารถเปลี่ยน Artifact ส่วนหนึ่ง ไปอีกส่วนหนึงได้่ 9. ใช้โมเดลแบบเล็กก่อนค่อยขยาย 10. พยายามให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมในการทาโมเดล 11. พิสูจน์ด้วยการลองเขียน code ดู (จาก code เริ่มต้นตั้งแต่แรก) 12. ใช้เครื่องมือง่ายๆในการทางาน เช่น กระดาษ,กระดานดา  AM Supplement Practices o ทาให้เป็นมาตรฐาน o ค่อยๆสร้างให้มีรูปแบบ เมือถึงเวลาค่อยใช้ ่ o โมเดลไม่ใช้ ให้โยนทิ้งไปเลย เพราะจะได้ไม่เสียเวลามาดูแล o เน้น contract (สัญญาระหว่างระบบที่สัมพันธ์กันอยู่) พยายามจัดcontract ให้เป็นทางการ เช่น web service มี signatureอะไรบ้างใน function call o การ update code เฉพาะตอนที่มีปญหา ั Design By Contract (อย่างเป็นทางการ) A เรียกใช้ B เพื่อจับบริการที่ B มีให้ , A ต้องรู้ว่า B มีอะไรให้ใช้ และใช้แล้วได้อะไร แบบนี้เป็น contract ระหว่าง A-B เช่น การถอนเงิน A (client), B (บัญชีเงินฝาก) 1. Pre Condition (เขียนเงื่อนไขที่เป็นจริง ก่อนไปใช้บริการ) WDAmount <= -100 2. Post condition (เงื่อนไขใดๆ เมื่อไปเรียกใช้บริการแล้ว มีอะไรที่เป็นจริง บ้าง)New Balance = Balance – WDAmount 3. Invariant (เงื่อนไขใดๆ ทีจะต้องเป็นจริง ตลอดเวลา ในขณะที่ B ทางาน ่ อยู่)Balance >= 100 B.
  14. 14. เทคนิคการพัฒนาแบบ Agile 11เทคนิคการพัฒนาแบบ Agile  Agile model driven development (AMDD)  Code Refractor : เป็นการ redesign code คือให้แก้ code เดี๋ยวนั้น แล้ว designเปลี่ยนเอง  Pair Programming : จับทีมทางานเป็นคู่ 2 คนทางานร่วมกัน ทาที่ เดียวกันให้เครื่องเดียว 2 คน,แชร์กันใช้,คนหนึ่งทา-คนหนึงดู (มีการตรวจสอบกันไปด้วย) ่  Test Driven Development(TDD) : เป็นเทคนิคในการเขียน test case เขียน test caseก่อนและค่อยทาการ implement codeตัวอย่างการเขียน Test Expected Actual Desc. Inputs Remark case No. Outputs Outputs ชื่อ 1. A=5,B=2 X=5 X=-5 pathname ชื่อ 2. C=8 X=2 X=2 pathnameรูปแบบวิธีการที่ทาเอา Agile มาใช้ 1. Agile UP 2. XP (Extreme Programming) 3. FDD (Feature Driven Development) 4. Scrum
  15. 15. ตัวอย่างการนาเอาเทคโนโลยี แบบ Agile ไปใช้งาน ในธุรกิจ 12ตัวอย่างการนาเอาเทคโนโลยี แบบ Agile ไปใช้งาน ในธุรกิจ Agile Messenger 3.0 ให้บริการ ส่งข้อความสนทนาแบบ InstantMessaging (IM) บนโทรศัพท์มือถือ ให้บริการเทคโนโลยีมัลติมีเดียและเทคโนโลยี Push-to-Talk สาหรับโทรศัพท์มือถือไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ AgileMobile.com (เอไจล์ โมบายล์ ดอท คอม) ผู้พัฒนาซอร์ฟแวร์และโซลูชั่นสาหรับโทรศัพท์มือถือ ได้เปิดตัว Agile Messenger 3.0 (เอไจล์ แมสเซ็นเจอร์ 3.0)ซึ่งเป็นบริการส่งข้อความสนทนาแบบ Instant Messaging (IM) ที่ทันสมัยทีสุดสาหรับ ่โทรศัพท์มือถือ โดย Agile Messenger 3.0 นี้ สามารถใช้ได้กับระบบส่งข้อความสนทนาแบบ IM หลายระบบ ได้แก่ ICQโ, AIMโ, Yahoo!โ, MSN, QQโ และ Wireless Village?นอกจากนั้น Agile Messenger 3.0 ยังให้บริการมากขึ้น และยังให้บริการเทคโนโลยีPush-to-Talk สาหรับการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์มือถือกับโทรศัพท์มือถือด้วยกัน และการสื่อสารระหว่างโทรศัพท์ มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางเอไจล์กาลังดาเนินการขอสิทธิบัตรสาหรับเทคโนโลยีดังกล่าว ระบบการทางานของ Agile Messenger 3.0 นี้ได้รับการพัฒนาจากข้อมูลจากผู้ลงทะเบียนใช้ Agile Messenger ที่มีมากกว่า 400,000 รายทั่วโลกAgile Messenger 3.0 เปิดให้ดาวโหลดฟรีที่เว็บไซต์ www.agilemobile.com ในช่วงแนะนา Agile Messenger 3.0 เป็นโซลูชั่นสาหรับรับส่งข้อความสนทนาที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถส่งข้อความได้อย่างราบรื่น ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบส่งข้อความสนทนาแบบ IM หลายๆ โปรแกรมโดยการเชื่อมต่อเพียงจุดเดียว การส่งข้อความสนทนาแบบมัลติมีเดีย ทาให้ผู้ใช้สามารถสื่อสารได้ทงภาพ และเสียง หรือแม้กระทั่งส่งวีดีโอสั้นๆ ั้สาหรับโทรศัพท์มือถือทีมีกล้องในตัว ่ ด้วยเทคโนโลยี Push-to-Talk ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุด ทาให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อความเสียงจากโทรศัพท์ ซึ่งการทางานคล้ายกับการใช้ walkie-talkie โดยข้อความจะถูกส่งไปยัง เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ของเพื่อนหรือผูที่มีรายชื่อติดต่อ ้ในระบบส่งข้อความสนทนา ในกรณีที่ผู้รับข้อความไม่ได้ออนไลน์ ข้อความเสียงจะถูกเก็บไว้และผู้รับจะได้รับเมื่อเข้าสู่โปรแกรม Agile Messenger 3.0 ยังสามารถแยกหน้าจอและปุ่ม เพื่อใช้ในการแสดงการบทสนทนาหลายๆ คน สามารถเก็บข้อมูลบทสนทนา และให้บริการรูปไอคอนแสดงอารมณ์ นอกจากนั้น Agile Messenger 3.0 ยังสามารถแสดงภาษาต่างโดยใช้การถอดรหัสภาษาโดย Unicode และ BIG5 encoding ทิมอน ฮารินกา ผู้อานวยการด้านเทคนิค AgileMobile.com กล่าวว่า “Agile Messenger 3.0 เป็นโซลูชั่นส่งข้อความสนทนาแบบ Instant messagingสาหรับโทรศัพท์มือถือทีมีระบบการทางานทีมากที่สุด ในปัจจุบันยังไม่มีบริการใดที่สามารถ ่ ่
  16. 16. ตัวอย่างการนาเอาเทคโนโลยี แบบ Agile ไปใช้งาน ในธุรกิจ 13เทียบเท่า Agile Messenger 3.0 ได้ในแง่ของความหลากหลายของบริการและความเสถียรของระบบ Agile Messenger 3.0 นั้นสามารถเชือมต่อและทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ่และสามารถใช้ได้กับโทรศัพท์มือถือได้ทกรุ่น” ุ ขอบคุณ www.baanmobile.com สาหรับการให้ขอมูลครับ ้

×