Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

บทที่2ปฏิกิริยาเคมีม 2

78,402 views

Published on

บทที่2ปฏิกิริยาเคมีม 2
ครูวิชัย ลิขิตพรรักษ์

Published in: Education

บทที่2ปฏิกิริยาเคมีม 2

  1. 1. บทที่ 2 ปฏิกิริยาเคมี รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3 (ว22101) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558
  2. 2. การเกิดปฏิกิริยาเคมี  หมายถึง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดขึ้น และได้สารชนิดใหม่ (product) ซึ่งมี คุณสมบัติต่างจากสารตั้งต้น(reactant)  การเกิดตะกอน การเกิดแก๊ส การเปลี่ยนสีของสาร และการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของสารเป็นปรากฎการณ์แสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมี  ตัวอย่างเช่น LPG ติดไฟให้ CO2 สารล้างห้องน้าเป็นกรดกัดปูนยากระเบื้อง เหล็ก+ออกซิเจนในความชื้นเกิดสนิม แอปเปิ้ลปอกทิ้งไว้+ออกซิเจนเกิดสีน้าตาล
  3. 3. การเกิดปฏิกิริยาเคมี  การเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีการเปลี่ยนแปลงพลังงานเกิดขึ้นด้วยอาจจะมีการ ดูด พลังงาน หรือ คายพลังงาน ให้กับสิ่งแวดล้อม  ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นมีหลายประเภท แบ่งได้เป็น  ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบส  ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับกรด  ปฏิกิริยาระหว่างสารประกอบคาร์บอเนตกับกรด  กระบวนการหายใจ จะได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และน้า  ภาชนะโลหะ เมื่อวางทิ้งไว้จะทาปฏิกิริยากับแก๊สออกซิเจนในอากาศ ทาให้ โลหะหมองคล้าไม่แวววาว
  4. 4. การเกิดปฏิกิริยาเคมี  ปฏิกิริยาเคมีแบ่งออกได้ 5 ชนิด ได้แก่
  5. 5. พลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี  ปฏิกิริยาคายความร้อน (exothermic reaction) คือ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแล้ว ให้พลังงานความร้อน ออกมา ทาให้สิ่งแวดล้อมมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่อุณหภูมิของสารลดลง เช่น การเผาไหม้ของ เชื้อเพลิง การละลายน้าของโซดาไฟ เป็นต้น  ปฏิกิริยาดูดความร้อน (endothermic reaction) คือ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นแล้ว ดูดความร้อนจาก สิ่งแวดล้อมเข้าไป ทาให้อุณหภูมิสูงขึ้น แต่สิ่งแวดล้อมอุณหภูมิลดลง เช่น การสังเคราะห์ด้วย แสงของพืช การละลายเกลือแกงด้วยน้า เป็นต้น
  6. 6. ตัวอย่างพลังงานกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
  7. 7. อุณหภูมิกับการเกิดปฎิกิริยาเคมี การเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาดูดความร้อน ปฏิกิริยาคายความร้อน ระดับอุณหภูมิ
  8. 8. สมการเคมี  สมการเคมีเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารตั้งต้น (อาจเป็น ปฏิกิริยาระหว่างโมเลกุล อะตอม หรือไอออนก็ได้) เพื่อเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเขียนแทน ด้วยสัญลักษณ์ และสูตรโมเลกุลที่เป็นตัวแทนของธาตุที่อยู่ในสารประกอบ  สมการเคมีโดยทั่วไปแล้วจะใช้สัญลักษณ์แทนของธาตุต่าง ๆ มีลูกศรที่ชี้ จากด้านซ้ายของ สมการไปทางด้านขวาเพื่อบ่งบอกว่าสารตั้งต้น(reactant)ทางด้านซ้ายมือ ทาปฏิกิริยา เกิดสารใหม่ขึ้ นมาเรียกว่าผลิตภัณฑ์ (product)ทางด้านขวามือ ดังนั้น จากสมการเคมี เราสามารถใช้คานวณหาได้ว่าใช้สารตั้งต้นเท่าไรแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมาเท่าไร
  9. 9. สมการเคมี  จากกฎทรงมวลเราจึงต้องทาให้แต่ละข้างของสมการต้องมีจานวนอะตอม และประจุที่ เท่ากัน เรียกว่า การดุลสมการ ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้ 1. พยายามดุลธาตุที่เหมือนกันให้มีจานวนอะตอมทั้งสองด้านเท่ากันก่อน 2. ในบางปฏิกิริยามีกลุ่มอะตอมให้ดุลเป็นกลุ่ม 3. ใช้สัมประสิทธิ์(ตัวเลขที่ใช้วางไว้หน้าอะตอม)ช่วยในการดุลสมการ แล้วนับจานวน อะตอมแต่ละข้างให้เท่ากัน
  10. 10. ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน ปฏิกิริยาการเผาไหม้ เป็นปฏิกิริยาที่มักเกิดกับแก๊สออกซิเจนและเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน • การเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ เกิดแล้วได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซต์และน้า • การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิดจากการเผาไหม้ที่มีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ เกิดแล้วได้ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซต์และเขม่าควัน - ถ่านหินและน้ามันดิบที่เกิดอยู่ใต้พื้นโลกมักมีกามะถัน (S) ปนอยู่ด้วย เมื่อเกิดการเผาไหม้ กามะถันจะรวมตัวกัน ออกซิเจน (O2)ได้แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ซึ่งสามารถ เกิดปฏิกิริยาการรวมตัวกับแก๊สออกซิเจนต่อไปได้แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซต์ (SO3) S + O2 SO3 กามะถัน ออกซิเจน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2SO2 + O2 2SO3 ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกซิเจน ซัลเฟอร์ไตรออกไซด์
  11. 11.  เมื่อแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์และแก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์โดนความชื้นในอากาศ จะเกิดปฏิกิริยา รวมตัวกับละออกน้าเกิดเป็นกรดซัลฟิวรัส (H2SO3) และกรดซัลฟิวริก หรือกรดกามะถัน (H2SO4) ถ้ากรดที่เกิดขึ้นมีปริมาณมาก เมื่อฝนตกลงมาก็จะถูกชะลงมากับฝน เรียกว่า ฝนกรด SO2 + H2O H2SO3 ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ น้า กรดซัลฟิวรัส SO3 + H2O H2SO4 ซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ น้า กรดซัลฟิวริค ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน
  12. 12. ปฏิกิริยาเคมีระหว่างโลหะกับกรด  ปฏิกิริยานี้เกิดเมื่อ โลหะสัมผัสกับกรดจะได้แก๊สไฮโดรเจน (H2) และเกลือ เช่นโลหะ พวก Zn, Fe, Mg, Al Mg + H2SO4 MgSO4 + H2 (โลหะ) (กรด) (เกลือ) (แก๊ส) Fe + 2HCl FeCl2 + H2 (โลหะ) (กรด) (เกลือ) (แก๊ส)
  13. 13. ปฏิกิริยาการเกิดสนิม 4Fe + 3O2 2Fe2O3 เหล็ก ออกซิเจน สนิมเหล็ก
  14. 14. ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบส  ถ้ากรดรวมตัวพอดีกับเบส จะได้ผลิตภัณฑ์เป็น เกลือ และ น้า ซึ่งเรียก ปฏิกิริยานี้ ว่า ปฏิกิริยาสะเทิน (neutralization reaction) HCl + NaOH NaCl + H2O (กรด) (เบส) (เกลือ) (น้า)
  15. 15. ปฏิกิริยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต 2NaHCO3 Na2CO3 + CO2 + H2O โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต โซเดียมคาร์บอเนต คาร์บอนไดออกไซต์ น้า - ใช้ทาขนมหลายชนิด เช่น ขนมเค้ก ขนมสาลี่ ขนมถ้วยฟู - ใช้ในการดับไฟป่า
  16. 16. ปฏิกิริยาการสลายตัวของหินปูนหรือหินอ่อน CaCO3 ความร้อน CaO + CO2 แคลเซียมคาร์บอเนต (หินปูน) ปูนขาว คาร์บอนไดออกไซต์ - ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งมีปูนขาวเป็นส่วนประกอบหลัก
  17. 17. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี 1. ความเข้มข้นของสารตั้งต้น เมื่อเพิ่มความเข้มข้น จานวนอนุภาคของสารตั้งต้น มากขึ้ น ทาให้สารอยู่ใกล้กันมากขึ้ น เกิดการชนกันมากขึ้ น อัตราของปฏิกิริยาสูงขึ้ น
  18. 18. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี 2. พื้นที่ผิวของสารที่เข้าทาปฏิกิริยา การเพิ่มพื้นที่ผิวจะทาให้เกิดปฏิกิริยาได้เร็วขึ้ น
  19. 19. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี 3. อุณหภูมิ การเพิ่มอุณหภูมิทาให้อนุภาคเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้ น อนุภาคชนกันได้มาก ขึ้ น ปฏิกิริยาจึงเกิดเร็วขึ้ น
  20. 20. 4. ตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวเร่งปฏิกิริยา(Catalyst) คือ สารที่เติมลงไปแล้วทาให้ปฏิกิริยาเคมีเกิดเร็ว ขึ้ น โดยจะมีส่วนร่วมในปฏิกิริยาเคมีด้วย แต่เมื่อปฏิกิริยาเคมีสิ้นสุดลงแล้วจะ กลับคืนเป็นสารเดิม เมื่อนาแผ่น Zn ที่มีแผ่น Cu พันอยู่ทาปฏิกิริยากับ HCl พบว่าปฏิกิริยาเกิดเร็วขึ้น แต่ Cu ไม่ เกิดปฏิกิริยา
  21. 21. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวหน่วงปฏิกิริยา(Inhibitor) คือ สารที่เติมลงไปแล้วทาให้ปฏิกิริยาเกิดช้าลง เช่น เติม HCl หรือกลีเซอรอลลงไปใน H2O2 ทาให้ H2O2 สลายตัวได้ช้าลง
  22. 22. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี 5. ธรรมชาติของสารตั้งต้น สารแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน เช่น Na ทาปฏิกิริยากับน้าเร็วกว่า Mg Mg ทาปฏิกิริยากับกรด HCl เกิดฟองแก๊สมากและเร็ว แต่ Zn ทาปฏิกิริยา กับกรด HCl เกิดฟองแก๊สช้า
  23. 23. “THE END” THANK YOU FOR YOUR ATTENTION!

×