Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ระบบต่อมไร้ท่อ

31,931 views

Published on

Published in: Health & Medicine, Technology
  • Follow the link, new dating source: ♥♥♥ http://bit.ly/2Q98JRS ♥♥♥
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Dating direct: ❶❶❶ http://bit.ly/2Q98JRS ❶❶❶
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

ระบบต่อมไร้ท่อ

  1. 1. โดย นายณัฐกมล ช่างศรี สาขาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต 015431011012-2 นายนพดล มีวงศ์ธรรม สาขาสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต 015431011019-7  ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ (ENDOCRINE SYSTEM)  ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ (Endocrine System) โครงสร้างส่วนใหญ่ของต่อมไร้ท่อเป็นพวกเนื้อเยื่อบุผิว สารเคมีที่ถูกผลิตจากต่อมไร้ท่อเรียกว่า ฮอร์ โ มน (Hormone) ซึ่งฮอร์โมนส่วนใหญ่จะพวกโปรตี น และสเตอรอยด์ และถูกส่งเข้ากระแสเลือดไปสู่เซลล์และเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเป้าหมายหน้ า ที ่ ข องฮอร์ โ มน 1. ควบคุมระบบพลังงานของร่างกาย 2. ควบคุมปริมาณนำ้า และเกลือแร่ในร่างกาย 3. ควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย 4. ควบคุมระบบสืบพันธ์และต่อมนำ้านม ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวเป็นผลจากการทำางานของ ฮอร์โมนหลายๆ ชนิดพร้อมๆ กัน เพื่อก่อให้เกิดผลตามที่ร่างกายต้องการประเภทและคุ ณ สมบั ต ิ ข องฮอร์ โ มนฮอร์โมน แบ่งตามคุณสมบัติทางเคมีออกได้เป็น ٤ ประเภท คือ ١. เพปไทด์ ฮ อร์ โ มน (Peptide Hormone) ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ต่อกันด้วย โซ่เพปไทด์ ได้แก่ ฮอร์โมนจากไฮโพทาลามัส ต่อมใต้สมอง ตับอ่อน และ จากต่อม พาราไทรอยด์ ٢. สเตอรอยด์ ฮ อร์ โ มน (Steroid Hormone) ได้แก่ ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมหมวก ไต รังไข่ และอัณฑะ ٣. อะมี น ฮอร์ โ มน (Amines Hormone) เป็นฮอร์โมนที่ได้จากกรดอะมิโน โดยตัด เอาหมู่คาร์บอกซิล (Carboxyl group) ออกได้อะมีน ฮอร์โมนกล่มนี้ได้แก่ ฮอร์โมน ไทรอกซิน และคาเทคอลามีน 4. ไกลโคโปรตี น ฮอร์ โ มน (Glycoprotein Hoemone) โครงสร้างของฮอร์โมน ชนิดนี้ จะมีคาร์โบไฮเดรต เป็นองค์ประกอบในโมเลกุล ฮอร์โมนกลุ่มนี้ได้แก่ ฮอร์โมนโกนาโดโทรพินส์ (FSH, LH, HCG, และ TSH) ระบบต่อมไร้ท่อ - ต่ อ มไร้ ท ่ อ ชนิ ด ที ่ แ ยกอยู ่ เ ดี ่ ย ว ผลิ ต ฮอร์ โ มนเป็ น หน้ า ที ่ ห ลั ก ได้ แ ก่ (EndocrineSystem) ต่อมใต้สมอง (Hypophysis, Pituitary gland), ต่อมไธรอยด์ (Thyroid gland), ต่อมพาราไธรอยด์ (Parathyroid gland), ต่อมหมวกไต (Adrenal gland), ต่อมไพเนียล (Pineal gland, Epiphysis) - ต่ อ มไร้ ท ่ อ ชนิ ด ที ่ อ ยู ่ ร ่ ว มกั บ ต่ อ มมี ท ่ อ ตับอ่อนส่วน Islets of Langerhans, รังไข่ (Ovary) และอัณฑะ (Testes), 2
  2. 2. กลุ่มเซลล์ในรก (Placenta), กลุ่มเซลล์ในไต (Kidney) ต่ อ มใต้ ส มอง ควบคุมต่อมไร้ ท่ออื่นๆ แทบทุกต่อม จึงได้ชื่อว่า มาสเตอร์แกลนด์ (Master gland) ต่อมใต้สมองแบ่งออกเป็น ٢ ส่วน แต่ละส่วนขับฮอร์โมน ได้ดังนี้ ١. ต่ อ มใต้ ส มองส่ ว นหน้ า (anterior pituitary) ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยไฮ โปทาลามัส โดยหลั่ง releasing/inhibiting ผ่านทาง เส้นเลือด portal vessel เป็นส่วนที่ ใหญ่ที่สด และผลิตฮอร์โมนได้มาก ุ ชนิดที่สุด ฮอร์โมนที่ผลิตจากส่วนนี้ มีดังนี้ ١.١ โกรท ฮอร์ โ มน (Growth Hormone = GH) ทำาหน้าที่กระตุ้นการเจริญ เติบโตของร่างกาย • GH มากเกินไปในวัยเด็ก gigantism ร่างกายสูง เกินไป • GH ขาดไปไปในวัยเด็ก dwarfism ร่างกายเตี้ย แคราะ • GH มากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ acromegaly กระดูก บนใบหน้ามีเท้าโตผิดปกติ • GH น้อยกว่าปกติในวัยผู้ใหญ่ Simmon’s disease ร่างกายซูบผอม กล้ามเนื้อลีบ١.٢ โกนาโดโทรฟิน(Gonadotrophin = GN)- ฟอลริ เ คิ ล สติ ม ิ ว เลติ ง ฮอร์ โ มน (Folliclle Stimulatung Hormone = FSH) ทำาหน้าที่ กระตุ้นการพัฒนารังไข่ในหญิง และ อสุจิในชาย
  3. 3. - ลู ต ี ไ นซิ ง ฮอร์ โ มน (Luteinizing Hormone = LH) ทำาหน้าที่กระตุ้นการตกไข่ในหญิง และอสุจิในชาย เช่นเดียวกับ FSH١.3 สตี โ อโทรฟิ ก ฮอร์ โ มน (Luteotrophic Hormone = LTH) ทำาหน้าที่กระตุ้นการสร้างนำ้านม١.4 ไทรอยด์ สติ ม ิ ว เลติ ง ฮอร์ โ มน (Thyroid Stimulaing Hormone = TSH) ทำาหน้าที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้เจริญ1.5 อะดรี โ นคอร์ ต ิ โ คโทรฟิ ก ฮอร์ โ มน (Adrenocorticotophic Hormone =ACTH) ทำาหน้าที่กระตุ้นอะดรีนัล คอร์เทกซ์ เพื่อ ผลิต หรือลดฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์1.6 เอนดอร์ ฟ ิ น (Endorphin) ระงับความเจ็บปวด สารแห่งความสุข ต่ อ มใต้ ส มองส่ ว นกลาง (Intermediate lobe) มีขนาดเล็กมากทำาหน้าที่สร้างฮอร์โมน Melanocyte Stimulating Hormone(MSH) ทำา หน้าที่ปรับสีของสัตว์เลือดเย็นให้เข้มขึ้น(ทำา หน้าที่ตรงข้ามกับ Malatonin จากต่อม pineal ) ในสัตว์เลือดอุ่นมีหน้าที่ไม่แน่ชัด ต่ อ มใต้ ส มองส่ ว นหลั ง (posterior pituitary) ฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง สร้างมาจากเซลล์ประสาทของไฮโปทาลามัส โดยเซลล์ประสาทจะยื่น ส่วน axon เข้ามาใน ต่อมใต้สมองส่วนหลังผลิตฮอร์โมนได้ ดังนี้ ١. แอนติ ไ ดยู เ รติ ก ฮอร์ โ มน (Antidiuretic Hormone = ADH) หรือวาโซเพ รสซิน ทำาหน้าที่ควบคุมการดูดนำ้ากลับของหลอดรวบรวมของไต 2. ออกซิ โ ทซิ น (Oxytocin) ถูกสร้างเฉพาะในหญิงมีครรภ์ ช่วยให้มดลูกหดตัว ตอนคลอด ทำาให้คลอดได้ง่าย ขึ้น และช่วยในการหลั่งนำ้านม ในระยะให้นมต่ อ มหมวกไต (Adrenal gland) ต่ อ มหมวกไต อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง ประกอบด้วย ٢ ส่วน คือ ส่วนชั้นในเรียกว่า อะดรีนัล เมดัลลา(Adrenal medulla) และส่วนชั้นนอกเรียกว่า อะดรีนัล คอร์เทกซ์(Adenal cortex) แต่ละส่วนขับฮอร์โมน ดังนี้
  4. 4. 1. อะดรี น ั ล เมดั ล ลา (Adrenal medulla) อยู่ชั้นในผลิตฮอร์โมนที่สำาคัญ ٢ ชนิด คือ١.١ อะดรี น าลี น หรื อ อี พ ิ เ นฟริ น (Adrenalin หรือ Epinephrine) มีผลทำาให้หลอดเลือดขยายตัว ตับและกล้ามเนื้อสลายไกลโคเจนให้เป็นกลูโคส ทำาให้มีกำาลังยกของหนักๆ ได้١.٢ นอร์ อ ะดรี น าลี น หรื อ นอร์ อ ี พ ิ เ นฟริ น (Noradrenalin หรือ Norepinephrine)มีผลทำาให้หลอดเลือดหดตัว ทำาให้ความดันเลือดสูง٢. อะดรี น ั ล คอร์ เ ทกซ์ อยู่ชั้นนอก ผลิตสเตอรอยด์ฮอร์โมน ดังนี้٢.١ ไมเนอราโลคอร์ ต ิ ค อยด์ (Mineralocorticoids) ทำาหน้าที่ควบคุมนำ้าและเกลือแร่โดยการดูดโซเดียมไอออนกลับ และขับโพแทสเซียมไอออน ออกทิ้งที่บริเวณหลอดไตไมเนอราโลคอร์ติคอยด์ ที่สำาคัญที่สุดคือ อัลโดสเตอโรน (Aldosterone)٢.٢ กลู โ คคอร์ ต ิ ค อยด์ (Glucocorticoids) มีผลในการควบคุมการสลายกลูโคสโปรตีนและไขมัน กลูโคคอร์ติคอยด์ที่สำาคัญที่สุด คือ คอร์ติโซล (Cortisol) มีผลตรงข้ามกับฮอร์โมนอินซูลิน และยังรักษาดุลนำ้าและเกลือแร่ด้วย٢.٣ แอนโดรเจน (Androgens) เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมพัฒนาการของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นผลิตได้ในปริมาณที่น้อยมากในส่วนอะดรีนัล คอร์เทกซ์ แอนโดรเจนที่สำาคัญในเพศชาย คือ เทสโทสเตอโรนซึ่งผลิตจากอัณฑะ ส่วนในหญิง คือ อีสโทรเจน ซึ่งผลิตจากรังไข่เป็นส่วนใหญ่ตั บ อ่ อ น (Gland inPancreas)ต่อมในตับอ่อน อาจเรียกชื่อว่าต่ อ มไอเลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ (lsles of Lahgerhan)ตามชื่อผู้ค้นพบ เป็นต่อมที่ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ ที่แทรกอยู่ในตับอ่อน มี ٢ ชนิด คือ١. บี ต ้ า -เซลล์ (Beta-Cell)ผลิตฮอร์โมนชื่อ อินซูลิน(Insulin hormone) ทำาหน้าที่ควบคุมนำ้าตาลในกระแสเลือด โดยเร่งการเปลี่ยนกลูโคส ให้เป็นไกลโคเจนเก็บสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อ เร่งการใช้กลูโคสในร่างกาย٢. แอลฟา-เซลล์ (Alpha-Cell) อยู่รอบนอกของต่อมในตับอ่อน ผลิตฮอร์โมนชื่อ กลูคากอน (Glucagon) มีผลตรงข้ามกับฮอร์โมนอินซูลิน เช่น เร่งการสลายไกลโคเจนจากตับ และกล้ามเนื้อให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด เร่งการเปลี่ยนกรดอะมิโน และไขมันเป็นกลูโคส โรคที่เกี่ยวกับตับอ่อน • โรคเบาหวานเกิดจากเซลล์ร่างกายไม่สามารถนำากูโคสเข้าสู่เซลล์โดยสาเหตุจาก แบบที่ 1 ร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลิน แบบที่ 2 เซลล์ร่างกายไม่มีตัวรับอินซูลินต่ อ มไทรอยด์ (Thyroid Gland)
  5. 5. ต่ อ มไทรอยด์ ตั้งอยู่ใกล้กล่องเสียง ผลิตฮอร์โมนที่สำาคัญ ٢ ชนิด คือ ١. ไทรอกซิ น หรื อ เทตระไอโอโดไทโรนี น (Thyroxin หรือ Tetraiodothyronone = T) เป็นกรดอะมิ โนที่มีไอโอดีนอยู่ด้วย มีผลต่อการกระตุ้นอัตรา เมแทบอลิซึม เพิ่มการใช้ออกซิเจน การดูดซึมกลูโคสและการสร้างโปรตีน การขับฮอร์โมนไทรอกซินจะถูกควบคุมโดย TSH จากต่อม ใต้สมองส่วนหน้า ٢. แคลซิ โ ทนิ น (Calcitonin) ไม่มีไอโอดีนเป็นองค์ ประกอบ ทำาหน้าที่ลดระดับแคลเซียมในเลือด เพิ่มการขับแคลเซี่ยมทิ้งออกพร้อมนำ้าปัสสาวะ แคลเซียมบางส่วนจะไปสะสมที่กระดูกเพิ่มขึ้น ปกติฮอร์โมนนี้จะทำางานตรงข้ามกับฮอร์โมนจากต่อมพาราไทรอยด์
  6. 6. ต่ อ มพาราไทรอยด์ (Parathroid Gland) ต่ อ มพาราไทรอยด์ เป็นต่อมเล็กๆ อยู่ตรงผิวด้านหลังของต่อมไทรอยด์ ผลิตฮอร์โมนชื่อ พาราทอร์ โ มน (Parathormone = PTH)ทำาหน้าที่ร่วมกับแคลซิโทนิน โดยควบคุมแคลเซียมในร่างกายช่วยให้แคลเซียมในทางเดินอาหารถูกดูดซึมมากขึ้น สลายแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือด เป็นการเพิ่มระดับแคลเซียมในเลือด ดังนั้น พาราทอร์โมน จึงทำาหน้าที่ตรงข้ามกับแคลซิโทนิน ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำาเป็นมากขาดไม่ได้ ถ้าขาดPTH จะทำาให้กล้ามเนื้อเก็รง ชักกระตุก หัวใจเต้นผิดปกติอาจเสียชีวิต ถ้า PTH มากเกิน จะทำาให้แคลเซียมในกระดูกและฟันสลายตัวมากและทำาให้เป็นโรคกระดูกพรุนต่ อ มไพเนี ย ล (pineal gland) ต่อมไพเนียล (pineal gland) เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่ ระหว่างสมองส่วน cerebrum พูซ้ายและพูขวา ต่อมไพเนียลจะสร้างฮอร์โมน melatonin เป็น ฮอร์โมนที่มีความสำาคัญในคนและสัตว์ชั้นสูงใน ช่วงก่อนวัยหนุ่มสาว โดยจะไปยับยั้งการเจริญ
  7. 7. ของอวัยวะสืบพันธุ์ถ้าต่อมนี้เกิดผิดปกติและผลิตฮอร์โมนนี้มากเกินไปจะทำาให้เป็นหนุ่มสาวช้าลงกว่าปกติในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังบางชนิด เช่น ปลาปากกลมต่อมไพเนียลจะไม่ได้ทำาหน้าที่สร้างฮอร์โมน แต่จะทำาหน้าที่เป็นกลุ่มเซลล์รับแสง (photoreceptor) การหลั่งฮอร์โมนของต่อมนี้ จะหลั่งได้ดีในกรณีอยู่ในที่มืดในสัตว์พวกที่อยู่ในที่มีแสงสว่างมากจะหลั่งน้อยพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งนำ้า และสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด ซึ่งเป็นสัตว์เลือดเย็น ฮอร์โมนนี้จะไปช่วยในการปรับสีของผิวหนังให้จางลง (ทำาหน้าที่ตรงกันข้ามกับ MSH จากต่อมใต้สมองส่วนกลาง)รั ง ไข่ แ ละอั ณ ฑะ (Ovaries and Testis) รั ง ไข่ แ ละอั ณ ฑะ จะเรียกรวมกันว่า โกแนด (Gonads) ทำาหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนใน เพศชาย เรียกว่า แอนโดรเจน และแอนโดร เจนที่สำาคัญที่สุดคือ เทสโทสเตอโรน ซึ่งผลิต จากเซลล์แทรก (Interstitial cell) ในอัณฑะ ทำาหน้าที่ควบคุมการเจริญของอัณฑะ พัฒนา ความเป็นชาย และควบคุมความต้องการทาง เพศ ส่วนในหญิงรังไข่จะผลิตฮอร์โมน อีสโทรเจน ทำาหน้าที่พัฒนารังไข่ การพัฒนาของไข่ ควบคุมความเป็นเพศหญิง และความต้องการทางเพศ ในระยะที่มีการตกไข่(Ovulation) รังไข่และรกจะผลิตฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน (Progesterone) โดยการควบคุมของฮอร์โมน LH และ FSH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า โพรเจสเตอโรนทำาหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโตของผนังมดลูกการตกไข่ การมีประจำาเดือน และควบคุมการเจริญของต่อมนำ้านม
  8. 8. ฮอร์ โ มนจากรก (placental hormone) รกสร้างฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) เพื่อกระตุ้นคอปัสลู เทียม ในรังไข่ให้เจริญต่อ ไป และสร้างฮอร์โมนเพศ หญิงเพิ่มขึ้นในช่วงตั้ง ครรภ์ ซึ่งจะพบในเลือด และในปัสสาวะของผู้หญิง ที่มีการตั้งครรภ์ ดังนั้นจึง ใช้เป็นตัว ทดสอบการตั้ง ครรภ์ของผู้หญิงได้ ต่ อ มไทมั ส (Thymus gland) อยู่ที่ขั่วหัวใจ มี 2 พู สร้าง ฮอร์โมน ไทโมซิน ไปสู้ อวัยวะเป้าหมาย คือ เนื้อเยื่อของต่อมไทมัส ไป กระตุ้นการสร้าง T-lymphocyte หรือ T-cell ( สร้าง เม็ดเลือดขาว แอนติบอดี ) ต่อมนี้จะเจริญเต็มที่ตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์มารดาและจะเสื่อมสภาพและฝอไปเรื่อยๆ จนอายุ 50 ปี ขึ้นไปฮอร์ โ มนจากระบบทางเดิ น อาหารฮอร์โมนที่สร้าง : แกสตริน ( gastrin ) สร้างจากเซลล์บริเวณกระเพาะส่วนที่เรียกว่า แอนทรัมอวัยวะเป้าหมาย : เซลล์กระเพาะอาหารที่สร้าง เอนไซม์หรือนำ้าย่อย และ กรดไฮโดรคลอลิก ซึ่ง พบบริเวณกระเพาะอาหารส่วนที่ เรียกว่า คอร์ปัสหน้าที่ : กระตุ้นให้เซลล์กระเพาะอาหารที่สร้าง นำ้าย่อย และ กรดไฮโดรคลอริก หลั่งเอนไซม์หรือนำ้าย่อย และ กรดไฮโดรคลอลิก ออกมาเพื่อย่อยอาหาร
  9. 9. ฮอร์ โ มนจากลำ า ไส้ เ ล็ กซีครีตริน (Secretin) ► สรางมาจากเนื้อเยื่อชั้นในของลำาไสเล็กบริเวณดูโอดีนัม ► ทำาหน้าที่กระตุนใหตับออนหลั่งสาร ไบคาร์บอเนต ► สนับสนุนการทำางานของเอนไซม์ CCKโคเลซีสโตไคนิน (Cholecystokinin;CCK) ► สร้างมาจากลำาไส้เล็ก ► มีหน้าที่กระตุ้นการสร้างและหลั่งนำ้าย่อยจากตับอ่อน ► และกระตุ้นการหดตัวของถุงนำ้าดีเอนเทอโรแกสโตรน (Enterogastron) ► สร้างมาจากลำาไส้เล็ก ► ทำาหน้าที่ลดการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร ► ทำาให้อาหารผ่านลำาไส้เล็กช้าลง โดยเฉพาะอาหารพวกไขมัน ► ยังยับยั้งการขับนำ้าย่อยของกระเพาะอาหารฟี โ รโมน (Pheromone) สารเคมีที่สัตว์ขับออกมานอกร่างกาย โดยต่อมมีท่อ (exocrine gland) ซึ่งไม่มีผล
  10. 10. ต่อตัวเอง แต่จะไปมีผล ต่อสัตว์ตัวอื่นที่เป็นชนิดหรือสปีชีส์เดียวกัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม และสรีรวิทยาเฉพาะอย่างได้ฟีโรโมน จัดเป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสารสัญญาณดังนี้ สารดึงดูดเพศตรงข้าม สารเตือนภัย สารส่งเสริมการรวมกลุ่ม (Aggregation – Promoting Subtances)ยกว้นสารสารที่มีกลิ่นเหม็นๆของแมลงที่ผลิตออกมาเพื่อป้องกันศัตรู เรียกว่า Allomones สารนำ า ทาง สารแสดง (trail pheromone) ได้แก่ สารดึ ง ดู ด เพศตรงข้ า ม อาณาเขต กรดบางชนิดที่มดงานปล่อย (sex pheromone) พบ (territory ออกมาตามทางเดิน ทำาให้มด ในผีเสื้อไหมตัวเมีย ปล่อยpheromone) ตัวอื่นสามารถเดินไปยัง ออกมาดึงดูดผีเสื้อไหม เช่น สุนัข อาหารได้ถูกต้อง ตัวผู้ ปัสสาวะรดสิ่ง สารเตื อ นภั ย สารจากนางพญา (alarm pheromone) เช่น (queen substance) เช่น มดตาย จะมีฟีโรโมนออกมา สารที่นางพญาให้ผึ้งงานกินระบบต่าให้ผึ้งงานเป็นหมัต ว์ ไ ม่ ม ี ทำ อ มไร้ ท ่ อ ในสั น กระดู ก สั น หลั ง้น ทำาให้มี จากซากมดตัวนั การขนซากมดตัวนั้นไปทิ้งฮอร์ โ มนจากแมลง นอกรัง 1. ฮอร์ โ มนจากสมอง (brain hormoneหรื อ BH) เป็นกลุ่มฮอร์โมนซึ่งสร้างจากneurosecretory cell ในสมอง กระตุ้นต่อมไร้ท่อบริเวณทรวงอก ทำาให้สร้างฮอร์โมน molting hormone (MH)ไปเก็บไว้ใน corpus cardiacum ต่อไป 2. ฮอร์ โ มนเกี ่ ย วกั บ การลอกคราบ(molting hormone หรื อ MH) สร้างบริเวณทรวงอกมีผลทำาให้แมลงลอกคาบ และ metamorphosisเป็นตัวโตเต็มวัย 3. ฮอร์ โ มนยู ว ี ไ นล์ (Juvenile hormoneหรื อ JH) สร้าง จากต่อมทางสมองมาทางซ้ายเรียกcorpus allatum ทำาหน้าที่ห้ามระยะตัวหนอนและดักแด้ไม่ให้ไม่ให้เป็นตัวเต็มวัย แต่ถ้ามี JH ลดลง จะกระตุ้นให้ลอกคราบแล้วกลายเป็นตัวเต็มวัยได้การควบคุ ม การหลั ่ ง ฮอร์ โ มนแบบยั บ ยั ้ ง ย้ อ นกลั บ (negative feedback )เป็นรูปแบบการควบคุมที่ใช้มาก คือการที่ฮอร์โมนหรือผลของฮอร์โมนนั้น บอกสัญญาณไปยังต่อมไร้ท่อให้หลั่งฮอร์โมนน้อยลง เช่น การทำางานของฮอร์โมนอินซูลิน เมือระดับ ่ของกลูโคสในกระแสเลือดมาก ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมา เพื่อนำากลูโคสเข้าเซลล์ ซึ่งจะทำาให้ระดับกลูโคส ในกระแสเลือดลดลง ระดับของนำ้าตาลในกระแสเลือดที่ตำ่าลง จะไปส่งสัญญาณให้ตับอ่อน ผลิตฮอร์โมนอินซูลินลดน้อยลง เป็นต้น
  11. 11. . การทำ า งานของฮอร์ โ มนอิ น ซู ล ิ น ซึ ่ ง เป็ น การ ควบคุ ม การทำ า งานแบบยั บ ยั ้ ง ย้ อ นกลั บการควบคุ ม การหลั ่ ง ฮอร์ โ มนแบบกระตุ ้ น ย้ อ นกลั บ ( positive feedback) เป็นรูปแบบที่พบน้อยกว่า เป็นการทำางานตรงกันข้ามกับการยับยั้งที่กล่าวมาแล้ว คือ แทนที่จะไปยับยั้งแต่ผลของฮอร์โมน จะไปกระตุ้นให้มีการทำางานของต่อมไร้ท่อมากขึ้น เช่น ฮอร์โมนออกซิโทซิน ซึ่งการที่ทารกดูดนมมารดาอยู่สมำ่าเสมอ จะเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไต้สมองสร้าง ฮอร์โมน การทำางานของออกซิโท ออกซิโท ซินซึ่งเป็นการควบคุมการ ซินตลอด ทำางานแบบกระตุ้นย้อน เวลาหรือ กลับ มากขึ้น
  12. 12. กลไกการออกฤทธิ ์ ข องฮอร์ โ มน มี 2 วิ ธ ี คื อ1. ออกฤทธิ ์ ท ี ่ ผ ิ ว เซลล์ ฮอร์โมนประเภทที่เป็นโปรตีน ได้แก่เปปไทด์ฮอร์โมนฮอร์โมนประเภทโปรตีนและเอมีน ซึ่งมีคุณสมบัติละลายนำ้าได้ดี (hydrophilic) ทำาให้ไม่สามารถซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์เป้าหมายได้ โดยที่เยื่อหุ้มเซลล์จะมีของอวัยวะเป้าหมายจะมีโปรตีนมารับ ทำาปฏิกิริยาจำาเพาะกับฮอร์โทนนั้น เป็นการกระตุ้น ATP เปลื่ยนไปเป็น cAMP (cyclic adenosine monophosphate หรือ cyclic AMP) เรียก cAMPว่าตัวนำาข่าวสารตัวที่สอง ทำาให้สารบางชนิดเข้าไปในเซลล์หรืออวัยวะเป้าหมายนั้นๆ2. ออกฤทธิ ์ ท ี ่ ย ี น ในนิ ว เคลี ย ส เป็นฮอร์โมนพวกสเตรอยด์ เนื่องจากฮอร์โมนพวกนี้ละลายได้ในไขมันจึงสามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าในนิวเคลียสโดยมีตัวรับพาเข้าสู่นิวเคลียสไปกระตุ้นยีนใน DNA ให้เกิดการ เปลื่ยนแปลง และเกิดการถอดรหัสบนmRNA เพื่อใช้ใน การสังเคราะห์โปรตีนซึ่งโปรตีนเหล่านี้จะ ทำาหน้าเปลื่ยนแปลงสภาพของเซลล์ เป็นผลให้เซลล์เป้าหมายตอยสนองได้
  13. 13. แบบฝึ ก หั ด ระบบต่ อ มไร้ ท ่ อ1.จงเติ ม ข้ อ ความลงในช่ อ งว่ า งให้ ถ ู ก ต้ อ ง١. ต่อมไร้ท่อ สัมพันธ์กับระบบ .................... มากที่สุด.٢. สารเคมีที่ถูกผลิตจากต่อมไร้ท่อ เรียกว่า .........................٣. ฮอร์โมนที่ควบคุมเมแทบอลิซึม ของแคลเซียม คือ ................٤. คอกพอก เกิดจากต่อม ............... ทำางานมากเกินไป٥. แอนโดรเจนในเพศชาย ที่สำาคัญที่สุด คือ ..................٦. ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมหมวกไต รังไข่แลอัณฑะ เป็นฮอร์โมนประเภท ................٧. บีตาเซลล์ในตับอ่อน ผลิตฮอร์โมนชื่อ ................... ทำาหน้าที่ควบคุมระดับนำ้าตาลในเลือด٨. มาสเตอร์แกลนด์ หมายถึง ......................٩. ......................... เป็นฮอร์โมนที่ทำาหน้าที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย.١٠. .................. เป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ถูกสร้างเฉพาะในหญิงมีครรภ์ ช่วยให้มดลูกหดตัวตอนคลอด และช่วยใน การหลั่งนำ้านมในระยะให้นม2.จงอธิบาย กลุ่มเซลล์ในตับอ่อน และอธิบายกระบวนการทำางานของตับอ่อน ที่มีผลต่อร่างกาย………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
  14. 14. ไม่ต้องปริ้นหน้านี้  เฉลย ١) ประสาท ٢) เนื้อเยื่อบุผิว ٣) ฮอร์โมน ٤) สเตอรอยด์ ٥) ความจำาเพาะของฮอร์โมน ٦) สเตอรอยด์ฮอร์โมน ٧) ต่อมพาราไทรอยด์ ٨) ต่อมใต้สมอง ٩) โกรทฮอร์โมน ١٠) ออกซิโทซิน ١١) อินซูลิน ١٢) ไทรอกซิน ١٣) แคลซิโทนิน ١٤) พาราทอร์โมน ١٥) เทสโทสเตอโรน ١٦) อีสโทรเจน ١٧) โพรเจสเตอโรน ١٨) โพรเจสเตอโรน ١٩) กล้ามเนื้อ ٢٠) ไทรอยด์

×