Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Practical sustainability

382 views

Published on

Resilience in a Hotter World by Andrew Winston
Extreme weather and rising demand for resources call for a fundamentally new strategy.
Harvard Business Review, April 2014

Published in: Business
  • Be the first to comment

Practical sustainability

  1. 1. พันเอก มารวย ส่งทานินทร์ 21 เมษายน 2557
  2. 2.  Extreme weather and rising demand for resources call for a fundamentally new strategy.  Harvard Business Review, April 2014  Andrew Winston is an environmental strategy adviser and the author of The Big Pivot: Radically Practical Strategies for a Hotter, Scarcer, and More Open World
  3. 3.  ภาวะโลกร้อน ส่งผลทาให้เกิดพายุและน้าท่วม ที่มีความรุนแรง มากขึ้น แต่ละครั้งทาให้ผู้คนล้มตายเป็นจานวนมาก ห่วงโซ่ อุปทานสะดุด ไฟฟ้ าไม่มีใช้ ทาความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่าง มหาศาล ในขณะเดียวกัน ทรัพยากรธรรมชาติที่มีในโลกนี้ ก็เริ่ม ร่อยหรอ สวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น  ความท้าทายทั้งสองอย่างนี้ ส่งผลกระทบต่อผลกาไรของบริษัท และความมั่งคั่งของเศรษฐกิจโลกโดยรวม  การจัดการในเรื่องนี้ ต้องอาศัยแนวคิดที่เรียกว่าแกนเหวี่ยงใหญ่ (Big Pivot) เพื่อให้บริษัทมีความยืดหยุ่น มีผลงานที่ดี และเป็น พลเมืองที่ดีด้วย
  4. 4.  แนวคิดเรื่องแกนเหวี่ยงใหญ่ (Big Pivot) เป็นการปรับเปลี่ยน ใหม่ ทั้งทางกลยุทธ์ การปฏิบัติการ และแนวคิด  แนวทางใหม่คือ การมีวิสัยทัศน์ การให้คุณค่า และ ความร่วมมือ (vision, valuation, and collaboration)  บริษัทต้องมีการตั้งเป้ าหมายระยะยาว มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ รองรับ มีนวัตกรรมที่มาจากความท้าทาย มีการวัดรายได้ใหม่ที่ ไม่เป็นเม็ดเงินด้วย และต้องอาศัยความร่วมมือกับองค์กรอื่น รวมถึงคู่แข่ง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  5. 5.  ปลายปี ค.ศ. 2011 ประเทศไทยประสบปัญหาภัยน้าท่วมครั้งใหญ่ มี ผลกับห่วงโซ่อุปทาน เมื่อผู้ส่งมอบชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์เกิดความ เสียหาย ส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์หลายยี่ห้อ เป็นจานวนนับ หมื่น ๆ คัน (บริษัทโตโยต้า ยอดรายได้หายไปกว่า 1.5 พันล้าน เหรียญอเมริกา)  ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2012 พายุเฮอร์ริเคน Sandy ถล่มเมือง นิวยอร์ค ทาให้ไฟฟ้ าดับเป็นเวลา 4 วัน ส่งผลเสียหายรวมมากกว่า 6 พันล้านเหรียญอเมริกา  และในปี ค.ศ. 2013 พายุไต้ฝุ่น Haiyan พัดถล่มฟิ ลิปปินส์ คร่าชีวิต ผู้คนกว่า 6,000 คน ส่งผลเสียหายโดยรวมมากกว่า 14 พันล้าน เหรียญอเมริกา
  6. 6.  อีกทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่นับวันจะหมดไปหรือหาได้ยากขึ้น เช่น น้ามัน และโลหะบางชนิด ในขณะที่ประชากรของโลกมี จานวนเพิ่มขึ้น และประเทศเศรษฐีใหม่ เช่น จีน มีความต้องการ สินค้าทุกชนิดเพิ่มขึ้น  บริษัทในปัจจุบัน จึงต้องประสบความท้าทายในระดับโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงประชากร การล่มสลายของระบบ การเงิน สภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย ทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอ ทาให้มีผลต่อผลกาไรขององค์กร และผลในระดับโลกโดยรวม
  7. 7.  ความท้าทายระดับโลกเหล่านี้ ทาให้บริษัทต้องมีกรอบแนวคิด ใหม่ เพื่อสร้างกลยุทธ์และยุทธวิธีใหม่ ที่เรียกว่า แกนเหวี่ยง ใหญ่ (Big Pivot)  เพื่อปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ การปฏิบัติการ และปรัชญาทางธุรกิจ ที่ ทาให้บริษัทเกิดความยืดหยุ่นและสร้างคุณค่าใหม่ ในโลกที่ร้อน ขึ้น และทรัพยากรธรรมชาติที่หายากขึ้น
  8. 8.  บริษัทที่มีกลยุทธ์แบบแกนเหวี่ยง (Pivot Strategies) จะมี ความสามารถในการเผชิญกับเหตุร้ายได้ดีกว่า โดยการปรับปรุง ประสิทธิภาพของการปฏิบัติการ ลดการใช้พลังงาน ลดของเสีย และลดการปล่อยคาร์บอน ทาให้บริษัทมีความยืดหยุ่น และไม่ แตกหักโดยง่าย  หลักการนี้ เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นด้านค่าใช้จ่ายและความ เสี่ยง (cost and risk resilience) ของบริษัท ทาให้เกิดความ ได้เปรียบในการแข่งขัน
  9. 9.  องค์กรที่ประหยัดพลังงาน และสามารถสร้างพลังงานได้เอง จาก ทรัพยากรหมุนเวียน ทาให้สามารถทางานได้ต่อเนื่อง แม้ระบบจ่าย ไฟฟ้ าจากส่วนกลางจะล้มเหลว  แนวคิดเรื่องแกนเหวี่ยง (Pivot) ถือว่าเป็นการเพิ่มรายได้แบบ ยืดหยุ่น (revenue resilience) เพราะสามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าที่เปลี่ยนไป คือความต้องการด้านผลิตภัณฑ์หรือบริการ ที่ สานึกในสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  เพราะการปรับตัวหรือมีนวัตกรรม ที่ตอบสนองความต้องการใหม่ ของลูกค้า ทาให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น  ธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นการรักษ์สิ่งแวดล้อม แบบ เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) จึงเป็นการจับตลาดที่กาลัง เจริญเติบโตมากขึ้น
  10. 10.  บริษัทที่มีความเข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของโลก ทรัพยากรที่หาได้ยาก และห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงการ นาผลิตภัณฑ์มาใช้ซ้า จะมีการเติบโตในตลาดได้ดี เพราะได้ช่วย แก้ปัญหาความท้าทายที่สาคัญที่สุดของสังคม  แนวคิดแกนเหวี่ยงใหญ่ (Big Pivot) ไม่เป็นเพียงเป็นพลเมืองที่ดี ของสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นจิตสานึกด้วยว่า ธุรกิจจะไปดีได้ สังคมโลกต้องไปได้ดีด้วย  จึงถือว่าเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาด ที่มีการระบุ ความเสี่ยงที่มนุษยชาติต้องเผชิญ
  11. 11.  VISION  FIGHT SHORT-TERMISM  SET SCIENCE-BASED GOALS  PURSUE HERETICAL INNOVATION  VALUATION  CHANGE INCENTIVES  REDEFINE ROI  VALUE NATURAL CAPITAL  PARTNERS  INSPIRE CUSTOMERS TO USE LESS  COLLABORATE RADICALLY  BECOME A LOBBYIST
  12. 12.  การมีวิสัยทัศน์ที่ชี้ชัดเจนว่า สิ่งแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนและทรัพยากร ที่หายาก ส่งผลต่อเป้ าประสงค์ระยะยาวขององค์กรอย่างไร  การสร้างกลยุทธ์ระยะยาว ต้องตั้งคาถามนอกกรอบ (heretical questions) เป็นการท้าทายการปฏิบัติงานตามปกติของทุกส่วนงาน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่สาคัญ เช่นถามว่า จะย้อมสีผ้าโดยไม่ต้อง ใช้น้าได้อย่างไร กระดาษทิชชูแบบม้วนไม่ต้องมีกระดาษแข็งเป็น แกนได้หรือไม่ ผลิตภัณฑ์นี้ จะทาให้ประหยัดพลังงานหรือประหยัด วัสดุได้อย่างไร เป็นต้น  นวัตกรรมที่เกิดจากการตอบคาถามเหล่านี้ จะเป็นการสร้างองค์กรที่ มีความยืดหยุ่น
  13. 13.  การให้คุณค่ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์กร ตีค่าเป็นตัวเลขไม่ได้ว่า เป็นบวกหรือลบเท่าใด เช่น การสร้างมลภาวะ ความเสียหายของ ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างงาน การเพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจ ให้กับสังคมและชุมชน  สิ่งแวดล้อมภายนอก รวมถึงอากาศและน้าที่สะอาด พืชพันธุ์และสัตว์ ที่ใช้เป็นอาหารหรือยารักษาโรค เป็นต้น เรียกว่า ทุนธรรมชาติ (natural capital) ที่ทางธุรกิจไม่ได้ให้ความสาคัญ บริษัทควรให้ ความสาคัญ โดยตั้งค่าวัดผลของคุณค่าที่เกิดขึ้นในระยะยาวด้วย  จาก New York Times มี 29 บริษัทชั้นนา รายงานเรื่องการปลดปล่อย คาร์บอน (Carbon Disclosure Project) โดยการตีค่าไว้ในแผนการเงิน ระยะยาวของบริษัท
  14. 14.  ปัญหาเรื่องบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลงหรือการขาดแคลนน้า ไม่ใช่ สิ่งที่บริษัทใดแก้ได้โดยลาพัง ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียสาคัญ 3 ส่วนคือ รัฐบาล เพื่อนและคู่แข่ง และลูกค้า (governments, peers and competitors, and customers)  เนื่องจากหน่วยงานรัฐทางานค่อนข้างช้า บริษัทจึงต้องเป็ นผู้นาการ เปลี่ยนแปลง นั่นคือกาหนดมาตรฐานให้ผู้ส่งมอบปฏิบัติ เกิน มาตรฐานที่ทางรัฐกาหนด และมีการร่วมมือกับคู่แข่งโดยถือว่าเป็น ข้อตกลงร่วมกัน (precompetitive cooperation) ในประเด็นที่มี ความเห็นเหมือนกัน แล้วไปแข่งขันกันในประเด็นอื่น  การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ บริษัทต้องแก้ตั้งแต่ต้นน้าคือผู้ส่งมอบ จนถึงปลายน้าคือลูกค้า
  15. 15.  การพัฒนาองค์กรให้มีความยืดหยุ่น มีความสามารถฟื้ นตัวได้เร็ว และมีแนวทางป้ องกันปัญหา ต้องการความร่วมมือและมี ความเห็นพ้องร่วมกันทุกภาคส่วน  กลยุทธ์การมีวิสัยทัศน์ การให้คุณค่า และมีความร่วมมือ (vision, valuation, and partner strategies ) นาไปสู่การมีภาพลักษณ์ที่ ยืดหยุ่น (brand resiliency) สร้างความจงรักภักดีของลูกค้า มี สถานะที่ดีในตลาดของคนเก่ง และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับผู้บริโภค พันธมิตร และหน่วยงานภาครัฐ
  16. 16.  ความไว้วางใจในองค์กร จะมีได้เมื่อมีการเปิดเผย และแสดงถึง ความมุ่งมั่นในสิ่งที่ได้กล่าวไว้  การเปิดเผยไม่ได้เป็นส่วนเสริมอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมี เทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย กิจกรรมที่ปฏิบัติใน องค์กร จะถูกจับตามองเสมือนถูกส่องด้วยแว่นขยาย  ลูกค้ามีความคาดหวัง ในสารสนเทศของสินค้าที่เขาต้องการซื้อ ว่า ผลิตเมื่อใด โดยใคร มีอะไรในนั้นบ้าง ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างไรบ้าง ฯลฯ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับตรา สินค้าและธุรกิจขององค์กร
  17. 17.  กลยุทธ์แบบแกนเหวี่ยง (Pivot strategies) ไม่เป็นเพียงมาตรการ เชิงรับ แต่เป็นมาตรการเชิงรุกที่ชาญฉลาด นอกจากทาให้เกิด ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์แล้ว ยังส่งผลต่อการเกิดสุขภาวะที่ดี อีกด้วย  ในโลกปัจจุบันที่ทรัพยากรธรรมชาติหาได้ยากขึ้น และสภาวะ บรรยากาศโลกที่มีความรุนแรงมากขึ้น แนวคิดแกนเหวี่ยงใหญ่ (Big Pivot) จึงเป็นสิ่งจาเป็นต่อการลงทุนในอนาคตของบริษัท เพื่อประโยชน์ของบริษัทและของโลกโดยรวม
  18. 18. Thomas Jefferson

×