Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Internet of things part i

968 views

Published on

Internet of Things (IoT) is the network of physical objects, devices, vehicles, buildings and other items which are embedded with electronics, software, sensors, and network connectivity, which enables these objects to collect and exchange data.

Published in: Business

Internet of things part i

  1. 1. พันเอก มารวย ส่งทานินทร์ maruays@hotmail.com 25 มกราคม 2559
  2. 2. อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ (Internet of Things: IoT)  คือเครือข่ายของวัตถุทางกายภาพ (อุปกรณ์ ยานพาหนะ อาคาร และอื่น ๆ) ที่มีการฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟแวร์ เซ็นเซอร์ และมีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ทาให้วัตถุเหล่านี้ สามารถเก็บ รวบรวม และแลกเปลี่ยนข้อมูลได้
  3. 3. อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อ  IoT เป็นการเชื่อมต่อขั้นสูงของ อุปกรณ์ ระบบ และบริการ ที่ นอกเหนือไปจากการสื่อสารระหว่างเครื่อง (machine-to- machine: M2M) และครอบคลุมความหลากหลายของ protocols, domains, และ applications  ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า IoT จะมีในวัตถุเกือบ 50,000 ล้านชิ้น (50 billion objects) ในปี ค.ศ. 2020
  4. 4. ระบบไซเบอร์และกายภาพ  IoT มีเซ็นเซอร์และตัวกระตุ้น ทาให้เทคโนโลยีของระบบไซเบอร์ และกายภาพ (cyber-physical systems) ใช้ได้กว้างขวางขึ้น ครอบคลุมเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น สมาร์ทกริด (smart grids) บ้าน สมาร์ท (smart homes) ขนส่งอัจฉริยะ (intelligent transportation) และเมืองสมาร์ท (smart cities)  เพราะแต่ละสิ่ง มีเอกลักษณ์ที่สามารถใช้ระบุตัวตน ผ่านระบบ คอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่ และมีโครงสร้างพื้นฐานภายใน ที่ติดต่อผ่าน อินเทอร์เน็ตได้
  5. 5. สิ่งต่าง ๆ (Things)  "สิ่งต่าง ๆ" ในความหมายของ IoT อ้างถึงความหลากหลายของ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์การตรวจสอบคลื่นหัวใจ Biochip ใน สัตว์เลี้ยง รถยนต์ที่มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ในตัว เครื่องมือวิเคราะห์ DNA ของสิ่งแวดล้อม/อาหาร/เชื้ อโรค อุปกรณ์ช่วยนักดับเพลิง ในการค้นหาและการช่วยเหลือ เป็นต้น  อุปกรณ์เหล่านี้ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ด้วย ความช่วยเหลือของเทคโนโลยีที่มีอยู่ แล้วมีส่งผ่านข้อมูลกับ อุปกรณ์อื่น ๆ
  6. 6. ประวัติศาสตร์ยุคต้น  แนวคิดของอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ เริ่มเป็นที่นิยมในปี ค.ศ. 1999 โดย Auto-ID Center ที่ MIT และในสิ่งพิมพ์การวิเคราะห์ ตลาด  คลื่นความถี่วิทยุในการระบุ (Radio-frequency identification: RFID) เป็นสิ่งที่จาเป็นสาหรับอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ ในยุคนั้น  ปัจจุบันนี้ นอกเหนือจากการใช้ RFID แล้ว การ tagging ยังสามารถ ทาได้โดยผ่านเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น near field communication, barcodes, QR codes และ digital watermarking
  7. 7. การสนับสนุนของ IPv6  การจะบูรณาการกับอินเทอร์เน็ตได้นั้น อุปกรณ์ที่ใช้ ต้องมีที่อยู่ IP ซึ่งเป็นตัวระบุที่ไม่ซ้ากัน  เนื่องจากพื้นที่ที่จากัดของ IPv4 (4.3 พันล้านสิ่ง มีที่อยู่ไม่ซ้ากัน) ทาให้วัตถุใน IoT จาเป็นต้องใช้ IPv6 เพื่อรองรับพื้นที่ที่มีขนาด ใหญ่มาก  อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ จะเป็นไปได้โดยการสนับสนุนของ IPv6 และการทาให้ทั่วโลกมีการยอมรับมาตรฐาน IPv6 เพื่อ ความสาเร็จของ IoT ในอนาคต
  8. 8. การใช้ประโยชน์ IoT  1. อุตสาหกรรมสื่อ (The Media Industries)  2. การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Monitoring)  3. การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Management)  4. การผลิต (Manufacturing)  5. การจัดการพลังงาน (Energy Management)  6. การแพทย์และระบบการดูแลสุขภาพ (Medical and Healthcare Systems)  7. อาคารและบ้านระบบอัตโนมัติ (Building and Home Automation)  8. การขนส่ง (Transportation)  9. การใช้งานกับสิ่งที่มีขนาดใหญ่ (Large Scale Deployments)
  9. 9. 1. อุตสาหกรรมสื่อ  อุตสาหกรรมสื่อ ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในสองลักษณะที่เชื่อมโยงกัน:  กาหนดเป้ าหมายผู้บริโภค (สาหรับการโฆษณาโดยนักการตลาด)  การดักจับข้อมูล  ดังนั้น อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ สร้างโอกาสในการวัด การเก็บ รวบรวม และการวิเคราะห์สถิติความหลากหลายของพฤติกรรม  ความสัมพันธ์ของข้อมูลนี้ สามารถปฏิวัติตลาดเป้ าหมาย ของ ผลิตภัณฑ์และบริการได้
  10. 10. 1. อุตสาหกรรมสื่อ (ต่อ)  จากมุมมองของสื่อ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ IoT ทางาน ร่วมกันได้ เพราะข้อมูลเป็นอนุพันธ์ที่สาคัญของการเชื่อมต่อ ระหว่างอุปกรณ์ และทาให้เกิดความชัดเจนในการกาหนด เป้ าหมาย  อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม สื่อ บริษัทต่าง ๆ หรือรัฐบาล ซึ่งเป็นการเปิดยุคใหม่ของการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการแข่งขัน
  11. 11. 2. การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม  โปรแกรมตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของ IoT มักจะใช้เซ็นเซอร์ ในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เช่นการตรวจสอบอากาศ คุณภาพ น้า ชั้นบรรยากาศ สภาพดิน รวมถึงการตรวจสอบการ เคลื่อนไหวของสัตว์ป่ า และที่อยู่อาศัยของพวกมัน  การพัฒนาอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต รวมถึงโปรแกรม อื่น ๆ เช่นระบบเตือนภัยแผ่นดินไหว หรือสึนามิ สามารถ นามาใช้กับบริการฉุกเฉิน เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพ มากขึ้น
  12. 12. 3. การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน  การตรวจสอบและการควบคุมการปฏิบัติงาน เป็นโปรแกรมที่ สาคัญของ IoT เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในเมืองและชนบท เช่น สะพาน รางรถไฟ และ กังหันลม  IoT สามารถนามาใช้สาหรับการตรวจสอบเหตุการณ์ใด ๆ หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพของโครงสร้าง ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และลดความเสี่ยง  แม้การจัดการของเสีย (waste management) ก็ได้รับประโยชน์ จากระบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพโดย IoT
  13. 13. 4. การผลิต  ระบบอัจฉริยะของ IoT ทาให้การผลิตของผลิตภัณฑ์ใหม่ทาได้ อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้า การเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต และเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้ เครือข่ายเซ็นเซอร์ และระบบการควบคุมร่วมกัน  การวัด การควบคุมอัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน การจัดการด้านความปลอดภัย และการทางานอื่น ๆ เกิดได้จาก มีเครือข่ายเซ็นเซอร์จานวนมาก
  14. 14. 5. การจัดการพลังงาน  เป็นที่คาดการณ์ว่า อุปกรณ์ IoT จะรวมอยู่ในทุกรูปแบบของ อุปกรณ์การบริโภคพลังงาน (สวิทช์, ปลั๊กไฟ, หลอดไฟ, โทรทัศน์ ฯลฯ ) และสามารถสื่อสารกับบริษัทจัดหาไฟฟ้ า เพื่อให้การผลิตกระแสไฟฟ้ าและการใช้พลังงาน มีประสิทธิภาพ ที่สมดุล  อุปกรณ์ดังกล่าว ยังทาให้ผู้ใช้ควบคุมอุปกรณ์ได้จากระยะไกล หรือจัดการจากส่วนกลางผ่านทางอินเตอร์เฟซที่ใช้ cloud
  15. 15. 6. การแพทย์และระบบการดูแลสุขภาพ  อุปกรณ์ IoT สามารถใช้ในการตรวจสอบสุขภาพระยะไกล และ เป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน  อุปกรณ์ตรวจสอบสุขภาพเหล่านี้ จะวัดความดันโลหิตและอัตรา การเต้นหัวใจ แล้วส่งการตรวจสอบไปยังอุปกรณ์ที่มี ความสามารถขั้นสูง เช่นเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือไปยัง เครื่องช่วยฟังที่ทันสมัย  แพทย์ยังสามารถตรวจสอบสุขภาพของผู้ป่ วย จาก smartphones ของพวกเขา หลังจากที่ผู้ป่ วยออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว
  16. 16. 7. อาคารและบ้านระบบอัตโนมัติ  อุปกรณ์ IoT สามารถใช้ในการตรวจสอบและควบคุม เครื่องจักรกล ระบบไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ในอาคาร ประเภทต่างๆ (เช่น ในภาครัฐ เอกชน อุตสาหกรรม สถาบัน หรือที่อยู่อาศัย)  บ้านระบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับอาคารระบบอัตโนมัติอื่น ๆ มี การควบคุมแสง ความร้อน การระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้ า ระบบการสื่อสาร ความบันเทิง และอุปกรณ์รักษา ความปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบาย ใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย
  17. 17. 8. การขนส่ง  การใช้งานของ IoT ขยายไปทุกด้านของระบบการขนส่ง เช่น ยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐาน คนขับรถ หรือผู้ใช้งาน  การทางานร่วมกันแบบพลวัตระหว่างองค์ประกอบเหล่านี้ ช่วย ในการสื่อสาร ภายในและระหว่างยานพาหนะ การควบคุม การจราจรแบบสมาร์ท ที่จอดรถสมาร์ท ระบบเก็บค่าผ่านทาง อิเล็กทรอนิกส์ การขนส่งและการจัดการยานพาหนะ การควบคุม รถ ความปลอดภัย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือบนท้องถนน
  18. 18. 9. การใช้กับสิ่งที่มีขนาดใหญ่  มีการวางแผน หรือมีการใช้งานของ IoT ต่อสิ่งที่มีขนาดใหญ่ อย่างต่อเนื่อง เพื่อการจัดการที่ดีของเมืองและระบบ  ยกตัวอย่างเช่น เมือง Songdo ในเกาหลีใต้ เป็นเมืองแรกที่เป็น เมืองสมาร์ทและมีอุปกรณ์ครบครัน เกือบทุกอย่างในเมืองนี้ มี การวางสายเชื่อมต่อ มีกระแสของข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบ และวิเคราะห์โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีการแทรกแซงจาก มนุษย์น้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย
  19. 19. คาวิจารณ์และข้อถกเถียง  ในขณะที่เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ เป็นขั้นตอนเพื่อ โลกที่ดีกว่า นักวิชาการและผู้สังเกตการณ์ทางสังคมหลายคน มี ข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิวัติคอมพิวเตอร์นี้ คือ  ความเป็นส่วนตัว ความเป็นอิสระ และการควบคุม (Privacy, autonomy and control)  การรักษาความปลอดภัย (Security)  การออกแบบ (Design)  ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental impact)
  20. 20. ความเป็นส่วนตัว ความเป็นอิสระ และการควบคุม  The American Civil Liberties Union (ACLU) แสดงความกังวล เกี่ยวกับความสามารถของ IoT ที่กัดกร่อนการควบคุมชีวิตของ ประชาชน โดยสหภาพเขียนว่า "ไม่มีทางที่จะคาดการณ์ได้ว่า อานาจอันยิ่งใหญ่ (ที่สะสมอยู่ในมือของบริษัท ที่มองหา ประโยชน์ทางการเงิน และรัฐบาลที่อยากควบคุมเรามากกว่าที่ เคยเป็น) จะใช้โอกาสของข้อมูลขนาดใหญ่และอินเทอร์เน็ตของ สิ่งต่าง ๆ ในการควบคุมชีวิตของพวกเรา ให้โปร่งใสมากขึ้น ในขณะที่บริษัทและองค์กรของรัฐบาล เป็นที่ทึบแสงสาหรับพวก เรามากกว่าเดิม "
  21. 21. การรักษาความปลอดภัย  ความกังวลที่อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาอย่าง รวดเร็ว โดยไม่ได้พิจารณาความเหมาะสม ในเรื่องการรักษา ความปลอดภัยอย่างลึกซึ้ ง อาจมีความจาเป็นในการเปลี่ยนแปลง กฎระเบียบขึ้นมาใหม่  ตามที่ BI (Business Insider) ทาการสารวจในช่วงไตรมาสสุดท้าย ของปี ค.ศ. 2014 มี 39% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า การ รักษาความปลอดภัย เป็นความกังวลที่ใหญ่ที่สุด ในการใช้ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ
  22. 22. การออกแบบ  ธรรมชาติของการพัฒนาการออกแบบ และการจัดการของ อินเทอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ เพื่อการใช้งานอย่างยั่งยืนและความ ปลอดภัย ต้องออกแบบโดยใช้ "การขยายขีดความสามารถแบบ อนาธิปไตย (anarchic scalability)"  การประยุกต์ใช้แนวคิดของการขยายขีดความสามารถแบบ อนาธิปไตย ทาให้ขยายตัวไปใช้กับระบบทางกายภาพ (การ ควบคุมวัตถุที่แท้จริงของโลก) โดยอาศัยระบบที่ออกแบบ เพื่อ การจัดการความไม่แน่นอนในอนาคต
  23. 23. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยต่างๆ ประกอบไปด้วยความ หลากหลายของโลหะหนัก โลหะหายาก และสารเคมีสังเคราะห์ที่ เป็นพิษสูง ทาให้เป็นการยากมาก ที่จะนากลับมาใช้ใหม่  มีสาเหตุมาจากแนวคิดของ IoT ในการเพิ่มอิเล็กโทรนิคไปยัง อุปกรณ์พื้นฐาน (เช่น สวิตช์ไฟธรรมดา ๆ) รวมถึงการเปลี่ยน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมักจะเกิดจากเทคโนโลยีที่ล้าสมัย มากกว่าความล้มเหลวที่เกิดขึ้นจริงจากการใช้งาน
  24. 24. สรุป  อินเตอร์เน็ตของสิ่งต่าง ๆ (Internet of Things: IoT) กลายเป็น หัวข้อของการสนทนา ทั้งในและนอกสถานที่ทางาน  แนวคิดนี้ จะส่งผลกระทบต่อวิธีการที่เรามีชีวิตอยู่ และวิธีการที่ เราทางาน ในอนาคตอันใกล้นี้  สาหรับตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทาได้คือ การมีความรู้ เกี่ยวกับ IoT และศึกษาผลกระทบที่สามารถมองเห็นได้ ทั้งใน วิธีการที่เราทางาน และการดารงชีวิต
  25. 25. The Internet of Things: Mapping the Value Beyond the Hype
  26. 26. Chinese Proverb

×