Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Fast track project management

741 views

Published on

Fast Track to Success : Project Management

Published in: Business
  • Be the first to comment

Fast track project management

  1. 1. พ.อ. มารวย ส่งทานินทร์ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
  2. 2.  จัดพิมพ์โดยสานักพิมพ์ Pearson Education Limited ในปี ค.ศ. 2009
  3. 3.    Patrick Harper-Smith ทางานเป็ นทีปรึกษาเรืองการ ่ ่ วางแผนยุทธศาสตร์ งานวิจย ั การตลาด และการบริหาร จัดการโครงการ เป็ นผูก่อตั้งบริษท Project ้ ั Leaders International     Simon Derry เป็ นที่ปรึกษามืออาชีพที่มี ประสบการณ์กว่า 15 ปี ทางานกับบริษทชั้นนา ั หลากหลายอุตสาหกรรม จบปริญญาตรี University College of Swansea MBA จาก Henley Management College
  4. 4.   การแปลงแผนยุทธศาสตร์สูแผนปฏิบตการหรือโครงการ เป็ น ่ ั ิ การทาให้องค์กรสามารถบรรลุเป้ าประสงค์ที่ได้กาหนดไว้ การบริหารโครงการ จึงถือว่าเป็ นหัวใจของความสาเร็จของ องค์กรในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง
  5. 5.   โครงการ (Project) คือความต่อเนื่องของกิจกรรมทีออกแบบไว้ ่ เพื่อบรรลุวตถุประสงค์ที่ต้งไว้ในระยะเวลาและงบประมาณที่จด ั ั ั ให้ การบริหารโครงการ (Project Management) ทาให้ผจดการ ู้ ั โครงการมุ่งเน้นที่ความสาคัญของโครงการ มีการติดตามผลงาน ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ โดยผูจดการโครงการสามารถ ้ั ควบคุมโครงการโดยมีเครืองมือและเทคนิค ที่ช่วยให้ทีมบรรลุ ่ วัตถุประสงค์ในเวลาและงบประมาณที่จดให้ ั
  6. 6. 1.Business needs 2.Project goals 3.Stakeholders 4.Workplan and timing 5.Issues and risks 6.The team 7.Critical Decisions 8.Resources and budget 9.Project leadership 10.Communications
  7. 7.    มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และเป้ าประสงค์ของ องค์กร ทราบความต้องการของลูกค้า สามารถระบุความเกี่ยวเนื่องกับโครงการอื่น ๆ
  8. 8.       Situation คือ สถานการณ์ เป็ นความจาเป็ นทางธุรกิจทีสอดคล้องกับ ่ เป้ าประสงค์ขององค์กร Problem (or opportunity) ปั ญหาหรือโอกาสพัฒนา ในการสร้างคุณค่า ให้กบองค์กร ั Risks ความเสี่ยง ถ้าไม่มีโครงการนี้จะเกิดความเสี่ยงอย่างไรกับองค์กร (ไม่ใช่ตอโครงการ) ่ Impact ผลกระทบ ปริมาณของผลกระทบที่จะเกิดขึ้น (อาจเป็ นตัวเลข หรือจานวนเงิน) Needs ความจาเป็ น มีความจาเป็ นต่อจุดมุ่งหมายขององค์กร Timing เวลา หมายถึงระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการที่ตอบสนองความ จาเป็ น
  9. 9.    มีการตั้งวัตถุประสงค์ที่ชดเจน (SMART) ั มีการตกลงเรืองตัวชี้วัดความสาเร็จ ่ ผูมีส่วนได้ส่วนเสียเห็นด้วยถึงการสร้างคุณค่าให้กบองค์กร ้ ั
  10. 10.       SMART Specific มีความเฉพาะเจาะจง Measurable สามารถวัดผลได้ Agreed ผูมีส่วนได้ส่วนเสียเห็นสมควร ้ Realistic มีเวลาพอเพียง มีทรัพยากรสนับสนุน Time bound มีการกาหนดเวลาสิ้นสุดของโครงการ
  11. 11.    มีการระบุผมีส่วนได้ส่วนเสียที่สาคัญ ู้ มีการประเมินพันธะสัญญาของผูมีส่วนได้ส่วนเสียและของ ้ ทีมงาน มีการสื่อสารไปยังผูที่มีส่วนสนับสนุน ้
  12. 12.    มีการระบุเป้ าหมายของโครงการอย่างชัดเจน มีการประเมินจุดที่เป็ นวิกฤตของโครงการ มีการกาหนดจุดที่ระบุความก้าวหน้าของโครงการเป็ นระยะ ๆ
  13. 13.    กาหนดประเด็นสาคัญและความเสี่ยง มีการวางแผนการแก้ไข มีการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยการประชุมอย่าง สมาเสมอ ่
  14. 14.    มีการเลือกหัวหน้าทีม เลือกทีมงานที่มีขอตกลงร่วมกัน ้ ทาความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของสมาชิกทีม
  15. 15.    มีการบันทึกการตัดสินใจและเหตุผลประกอบเพื่อการตรวจสอบ มีกระบวนการที่ใช้ในการตัดสินใจ แจ้งผูมีส่วนได้ส่วนเสียถ้ามีการเปลี่ยนแผน ้
  16. 16.     Suitable ความเหมาะสม Acceptable เป็ นที่ยอมรับของทุกฝ่ าย Feasible มีความเป็ นไปได้ ในระยะเวลาและทรัพยากรที่จดให้ ั Enduring มีความคงทนจนสิ้นสุดโครงการ หรือคงอยูในระยะยาว ่
  17. 17.    มีการระบุทรัพยากรที่ตองการล่วงหน้า ้ ทั้งปริมาณและคุณภาพทีตองการ ่ ้ มีการตกลงเรืองงบประมาณที่ใช้โดยผูที่เกี่ยวข้อง ่ ้
  18. 18.    มีทกษะในการบริหารโครงการ ั มีความเข้าใจภาพรวมเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง มีความมุ่งมั ่นต่อความสาเร็จของโครงการ
  19. 19. 1.) การยกย่องชมเชย 2.) การให้รางวัล 3.) การชี้แจงหลักการสาคัญ 4.) การติดต่อกับผูให้ทุนสนับสนุน ้ 5.) ความลับ
  20. 20. 1.) มอบหมายงานทีเหมาะสม ่ 2.) บุคลากรมีทกษะ ความสามารถ ทัศนคติ ั 3.) อธิบายงานที่มอบหมาย 4.) ระบุผลลัพธ์ที่ตองการ ้ 5.) จัดสรรทรัพยากรให้ 6.) ให้การสนับสนุน 7.) มีการทบทวนผลงาน
  21. 21.    มีการสื่อสารให้หน่วยเหนือหรือลูกค้าถึงความก้าวหน้าของ โครงการ สื่อสารหน่วยข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง สื่อสารถึงทีมงาน หรือผูช่วยเหลืออื่น ๆ ้
  22. 22.      Value (เพิ่มคุณค่าหรือไม่) Suitable (มีความเหมาะสมหรือไม่) Acceptable (เป็ นที่ยอมรับหรือไม่) Feasible (ใช้งานง่ายหรือไม่) Enduring (มีความยั ่งยืนหรือไม่)
  23. 23. 1.) Internet 2.) Spreadsheet software 3.) Word-processing applications 4.) Project management software 5.) Video conferencing 6.) E-mail 7.) Blogs and forums 8.) Digital dashboard 9.) Lessons-learned database
  24. 24.   เพื่อลดแรงต้านที่เกิดขึ้น ในการทาโครงการให้สาเร็จมีแนวคิด หรือวิธีปฏิบตที่ง่าย ๆ เรียกว่าวงจร PDCA (Plan-Do-Checkั ิ Act) ที่เป็ นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควรมีการประชุมติดตามผลความก้าวหน้าอย่างสมาเสมอ ่
  25. 25. 1.) การทาให้งานเห็นผลความสาเร็จอย่างรวดเร็ว 2.) ผูบริหารระดับสูงมีความมุ่งมั ่น ้ 3.) มีระบบการรายงาน การติดตามผล และการสื่อสาร 4.) ระบุวตถุประสงค์ที่มีคณค่าสูง ั ุ 5.) ให้รางวัลแก่ผที่แลกเปลี่ยนเรียนรูในการทางาน ู้ ้
  26. 26. 6.) การบริหารการเปลี่ยนแปลงถือว่าเป็ นการประเมินผลงานของ ทีม 7.) พัฒนาทักษะของบุคลากรเพื่อพัฒนาคุณภาพของงาน 8.) สื่อสาร สื่อสาร และสื่อสาร 9.) ประเมินความก้าวหน้าอย่างสมาเสมอ ่ 10.) เรียนรูจากความสาเร็จและความผิดพลาด ้
  27. 27. 10 สัปดาห์แรกจึงมีความสาคัญว่า  จะต้องทาอะไร ?  ต้องให้ความสนใจเรื่องใด ?  ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งใด ?
  28. 28.    Right Thinking Right Skills Right Commitment
  29. 29.   รูตนเอง ความรู ้ ความสามารถพิเศษ ทัศนคติ และ พฤติกรรม ้ เน้นความสมดุลของ  ความจาเป็ นของเป้ าหมาย (วัตถุประสงค์ของโครงการ)  ความจาเป็ นของทีมงาน (การประชุมที่มีประสิทธิภาพ การ ได้รบการสนับสนุนจากผูมีส่วนได้ส่วนเสีย และการสื่อสาร) ั ้  ความจาเป็ นของแต่ละบุคคล (ด้านอารมณ์ ความรูสึก) ้
  30. 30.    เรื่องของระบบกับคน รูปแบบการนา (เวลา คุณภาพ และ ความมุ่งมั ่น) การฝึ กสอนงาน
  31. 31.   ก่อนเริ่มโครงการ  การระบุความต้องการ  ความจาเป็ นทางธุรกิจ  วิธีการคัดเลือก  ความสามารถ หลังเสร็จสิ้นโครงการ  การให้รางวัล  การให้ขอมูลสะท้อนกลับ ้
  32. 32.     ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ สถานการณ์ที่ไม่กล่าวโทษกัน การทางานอย่างมีจริยธรรม การเป็ นองค์กรแห่งการเรียนรู ้
  33. 33.   ทางด่วนสูความสาเร็จทั้งสองตอนนี้ แนวความคิดบางสิ่ง ่ บางอย่างสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ในสถานการณ์ที่ตาง ๆ ่ กันออกไป จากการเรียนรู ้ คือ การประเมินตนเองและทีมงาน เพื่อศึกษาหา ช่องว่างที่ตองทาการปรับปรุงพัฒนาของตนเองและทีมงาน โดย ้ การเรียนรูจากเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยูในหนังสือ หรือ ้ ่ ค้นคว้าหาความรูใหม่ ๆ เพิ่มเติม ้
  34. 34.    จากนั้นให้ใคร่ครวญให้รอบคอบก่อนทีจะกระทาสิ่งใดลงไป ่ โดยหาจุดเริมต้นที่สงผลกระทบสูงต่อการทางาน ่ ่ และสามารถลงมือปฏิบตได้ง่าย ั ิ
  35. 35.    แนวความคิดต่าง ๆ ที่นาเสนอในหนังสือเป็ นเพียงข้อเสนอแนะ เพราะในโลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว สมควรที่จะต้อง ติดตามให้ทนอยูเสมอ ั ่ เพื่อจะได้เป็ นผูนาระดับแนวหน้าในสิ่งที่ตนเองมีความถนัด ้
  36. 36. Albert Einstein US (German-born) physicist (1879 - 1955)

×