Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Disruptive technology

Emerging technologies and innovative new business models are transforming life, business and the global economy at a speed never seen before. As technologies that include 3D Printing, Advanced Robotics, Blockchain, the Internet of Things, Artificial Intelligence, Autonomous Vehicles and Virtual Reality dramatically reshape the modern world, businesses set up in less fluid times are having to make increasingly complex and critical decisions against the ticking clock of change.
According to Clayton M. Christensen, a Harvard Business School professor, a disruptive technology is a new emerging technology that unexpectedly displaces an established one.
Christensen used this term for the first time in his 1997 best-selling book entitled, The Innovator’s Dilemma (Management of Innovation and Change).
According to Clayton M. Christensen, a Harvard Business School professor, a disruptive technology is a new emerging technology that unexpectedly displaces an established one.
Christensen used this term for the first time in his 1997 best-selling book entitled, The Innovator’s Dilemma (Management of Innovation and Change).

  • Be the first to comment

Disruptive technology

  1. 1. พลตรี มารวย ส่งทานินทร์ maruays@hotmail.com 10 มกราคม 2562
  2. 2. โลกกาลังเปลี่ยนแปลง  เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่และรูปแบบธุรกิจใหม่ที่เป็ นนวัตกรรม กาลังเปลี่ยนแปลงธุรกิจและเศรษฐกิจโลก ด้วยความเร็วที่ไม่เคย เกิดขึ้นมาก่อน เช่นเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ, หุ่นยนต์ขั้นสูง, บล็อกเชน, อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง, ปัญญาประดิษฐ์, ยานพาหนะอัตโนมัติ และความเป็นจริงเสมือน ที่ได้เปลี่ยนโฉม หน้าของโลกสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว
  3. 3.  “It’s not the strongest species that survive, or the most intelligent, but the most responsive to change”  Charles Darwin
  4. 4. เทคโนโลยีพลิกโฉม (Disruptive Technology) คือ อะไร?  Clayton M. Christensen ศาสตราจารย์ของ Harvard Business School กล่าวว่า เทคโนโลยีพลิกโฉมนั้น เป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ ที่ทดแทนเทคโนโลยี แบบเดิม โดยไม่ได้คาดคิด  Christensen ใช้คานี้ เป็นครั้งแรกในหนังสือของเขา ในปี ค.ศ.1997 เรื่อง The Innovator's Dilemma (การจัดการนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง)
  5. 5. เทคโนโลยีแบบยั่งยืนและแบบพลิกโฉม  เทคโนโลยีแบบยั่งยืนนั้น เป็นเทคโนโลยีที่รู้จักกันดี ซึ่งได้รับการ ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เทคโนโลยีพลิกโฉม หมายถึง เทคโนโลยีใหม่ ที่ยังขาดการปรับแต่ง มักจะมีปัญหาด้าน ประสิทธิภาพ และเป็นที่รู้จักกันในหมู่สาธารณชนในวงจากัด  เทคโนโลยีพลิกโฉม สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา ในการ ทางาน ธุรกิจ และเศรษฐกิจโลก
  6. 6. เทคโนโลยีแบบยั่งยืน และเทคโนโลยีแบบพลิกโฉม  เทคโนโลยีพลิกโฉม: เป็นวิธีการใหม่ในการทาสิ่งต่าง ๆ ที่ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกวิธีปฏิบัติทางธุรกิจแบบดั้งเดิม  เทคโนโลยีแบบยั่งยืน: เป็นการปรับปรุงเพิ่มขึ้น ของเทคโนโลยีที่ มีอยู่แล้ว
  7. 7. The pace of innovation is incredibly fast with new things being discovered daily Adapted from: https://richtopia.com/emerging-technologies/11-disruptive-technology-examples
  8. 8. 1. อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT)  อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) หมายถึงวัตถุที่ระบุตัวตนได้เอง และเป็นตัวแทนเสมือนจริงได้ในอินเทอร์เน็ต  IoT มีเครื่องอ่านหรืออุปกรณ์ตัวจิ๋ว ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต เราได้อย่างมาก อุปกรณ์ดังกล่าวจึงถูกนาไปใช้ในด้านสุขภาพ การขุดเหมืองแร่ การผลิต และอื่น ๆ อันตรายเพียงอย่างเดียว คือ การเชื่อมต่ออาจมีภัยคุกคามด้านความปลอดภัยสูง  IoT เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจมาก
  9. 9. 2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)  นี่คือปัญญาที่แสดงโดยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถรับรู้ สภาพแวดล้อมและดาเนินการตามความจาเป็น เพื่อความสาเร็จ ของปรากฏการณ์นั้น ๆ  ปัญญาประดิษฐ์ คัดลอกการรับรู้ของสมองมนุษย์ ในการเรียนรู้ และการแก้ปัญหา  เมื่อเครื่องจักรมีความสามารถมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ จึงได้ พยายามมากขึ้น เพื่อทาให้เกิดปัญญาประดิษฐ์ขึ้นมา
  10. 10. 3. การตั้งอาณานิคมในอวกาศ (Space Colonization)  ในปัจจุบัน มีนักบินอวกาศที่ผ่านการฝึกอบรมและคัดเลือกมาอย่างดี เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สามารถออกเดินทางสู่อวกาศ แต่จากการ ประมาณการ ประชากรมนุษย์ในอวกาศ อาจมีเกินหนึ่งล้านล้านคน ในศตวรรษที่ 22  การตั้งอาณานิคมในอวกาศ เป็นการครอบครองยานอวกาศขนาด ยักษ์ หรือดาวเคราะห์และดวงจันทร์อื่น ๆ  ความก้าวหน้านี้ มีอยู่แล้ว ในโครงการต่าง ๆ เช่นสถานีอวกาศ นานาชาติ นาซ่ายังมีโครงการสร้างอาณานิคมหลายแห่ง เช่นสมาคม อวกาศแห่งชาติ และการประชุมการพัฒนาอวกาศนานาชาติ
  11. 11. 4. การพิมพ์สามมิติ (3D Printing)  จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ รวมถึงรถยนต์ ด้วย การพิมพ์?  แม้ว่ามันจะยากที่จะจินตนาการ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ เราใช้ การพิมพ์เพื่อตั้งถิ่นฐานสถานีอวกาศ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ การ ขนส่ง เสื้อผ้า เกม อาหาร ส่วนของร่างกาย และรายการสินทรัพย์ อื่น ๆ โดยการโอนเอกสารที่มีไฟล์ดังกล่าว  และยังรวมถึงแก้ว ถั่วเหลือง เนื้ อไม้ น้าตาลไอซิ่ง นูเทลล่า โลหะ ยาง ไม้ และแม้แต่คอนกรีต  เทคโนโลยีนี้ ได้ส่งผลการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างแล้ว
  12. 12. 5. นวัตกรรมทางการแพทย์ (Medical Innovations)  มีนวัตกรรมทางการแพทย์มากมายที่มีอยู่ และกาลังถูกทดลอง เพิ่มเติม สิ่งเหล่านี้ รวมถึงวัคซีนที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่นการ ทดลองของจีโนมทางคลินิก การตัดต่อยีนโดยใช้ CRISPR การ ทดสอบดีเอ็นเอของทารกในครรภ์โดยไม่ใช้เซลล์ การตรวจ มะเร็งด้วยการตรวจวิเคราะห์โปรตีน biomarker  นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอยู่ในวงการการ รักษาพยาบาล
  13. 13. 6. การเดินทางความเร็วสูง (High-Speed Travel)  เทคโนโลยีการเดินทางความเร็วสูง ได้ก้าวไปสู่ความเป็นจริงแล้ว  Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Hyperloop ตั้งใจที่จะทาให้เรื่องนี้ เป็นจริงก่อน ปี ค.ศ. 2020 และเพิ่งจะปิดการระดมทุน 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง รวมถึงการลงทุนจากบริษัทอื่นอีกหลายแห่ง  เมื่อเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนา และนาไปใช้ใน จานวนมากขึ้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะทางไกลที่ซับซ้อน  การเดินทางด้วยความเร็วสูง อาจช่วยบรรเทาความแออัดของ เมืองได้
  14. 14. 7. หุ่นยนต์ (Robotics)  หุ่นยนต์เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้น เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี พลิกโฉม สอดคล้องกับหุ่นยนต์ที่มีการเพิ่มความชานาญ ความรู้สึก และสติปัญญา  หุ่นยนต์เหล่านี้ สามารถทางานที่เคยคิดว่ายากเกินไป หรือแพง เกินกว่าที่จะเป็นอัตโนมัติ  ผู้คนใช้ประโยชน์จากระบบการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์, อวัยวะเทียม หุ่นยนต์ และ nanorobotics  ในศตวรรษที่ 21 หุ่นยนต์จะได้รับการยอมรับอย่างแน่นอน ท่ามกลางเทคโนโลยีที่พลิกโฉม
  15. 15. 8. เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain Technology)  นี่คือเทคโนโลยีแบบกระจายที่ใช้สร้าง Bitcoin, Stellar (Lumens), Ethereum และอื่น ๆ ที่เป็นไปได้ โดยจัดทาบันทึกธุรกรรมและ ยืนยันว่าใครใช้ช่วงเวลาใดบ้าง การรักษาความปลอดภัยนั้น มั่นใจได้ด้วยกระบวนการเข้ารหัสลับที่ซับซ้อน  สาหรับสายตาของผู้ที่ไม่ใช่เทคโนโลยี ผลกระทบของเทคโนโลยี บล็อกเชนอาจไม่ชัดเจน แต่มันจะช่วยปรับปรุงระบบที่มีอยู่ของ สังคมในวงกว้าง
  16. 16. 9. ยานยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicles)  เทคโนโลยีนี้ รวมถึงรถยนต์และโดรนอัตโนมัติ  เป็นยานพาหนะหรือโดรน ที่ทางานด้วยตนเองในหลาย ๆ สถานการณ์ โดยใช้เซ็นเซอร์ขั้นสูงเช่น LIDAR และระบบการ สื่อสารอื่น ๆ ของเครื่องจักร  จากบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสารไทมส์ในปี ค.ศ. 2013 ผู้ใช้ราย ใหม่ของยานพาหนะเหล่านี้ เป็นเกษตรกร สถาปนิก และแม้แต่ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์  คุณอาจมีโดรนส่วนตัว ที่คอยติดตามโทรศัพท์ของคุณ คอยถือ ถุงช้อปปิ้ งให้คุณ หรือให้กล้องจดจ่ออยู่กับคุณ
  17. 17. 10. ความจริงเสมือนขั้นก้าวหน้า (Advanced Virtual Reality)  ความจริงเสมือนมีอยู่แล้วในระดับพาณิชย์  อย่างไรก็ตาม อาจมีการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อช่วยให้ ผู้คนเพิ่มความทรงจา หรือแม้กระทั่งมีสุขภาพจิตที่ดี  มีประโยชน์มากมายที่มาจาก Virtual Reality เช่นบริษัท Void และ Virtalis กาลังช่วยผู้คนได้สัมผัสกับมิติและสิ่งใหม่ ๆ อย่างไร้ ขีดจากัด
  18. 18. 11. พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)  การสร้างพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่นแสงอาทิตย์ และลม เป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ แหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม  ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า พลังงานทดแทนทั่วโลก จะช่วยลดการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลภาวะ  พลังงานทดแทนรวมถึงสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยี เช่นกังหันลม, เซลล์แสงอาทิตย์, พลังงานแสงอาทิตย์เข้มข้น, พลังงานความ ร้อนใต้พิภพ, พลังงานคลื่นทะเล  นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ดีของเทคโนโลยีพลิกโฉม ซึ่งจะช่วยเร่งการ พัฒนาที่ยั่งยืน
  19. 19. The nine important trends your organizations should be tracking Adapted from: https://disruptionhub.com/disruption-trends-9-for-2019/
  20. 20. 1. เว็บ 3.0 (Web 3.0)  Web 3.0 หมายถึงการทาซ้าครั้งอีกของอินเทอร์เน็ต  โดยใช้เทคโนโลยีจากการโต้ตอบทางอินเทอร์เน็ต จากคาหลัก ไปสู่การค้นหาที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น ไม่เหมือนกับประสบการณ์ ออนไลน์ในปัจจุบัน ทั้งนี้ Web 3.0 จะใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อทา การค้นหาที่ชาญฉลาดขึ้น  ปัจจุบันนี้ ข้อความค้นหาแสดงผลลัพธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่อาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ด้วยการใช้บริบท Web 3.0 จะช่วยกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งมอบชุดผลลัพธ์ส่วน บุคคลที่เฉพาะเจาะจง
  21. 21. 1. เว็บ 3.0 (ต่อ)  การค้นหาในอนาคต อาจใช้อินเทอร์เฟซที่แตกต่างกัน และ วิธีการโต้ตอบต่าง ๆ เช่น เสียง และท่าทางที่เกิดขึ้น  การมีข้อมูลแบบเปิด เป็นการช่วยการใช้งานสาหรับ Web 3.0 โดยในปีที่แล้ว Figshare รายงานว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 64% จากชุมชนการวิจัย ได้เผยข้อมูลของพวกเขาอย่างเปิดเผย
  22. 22. 2. แบบจาลองและฝาแฝดดิจิตอล (Simulation and digital twins)  ในปี ค.ศ. 2018 ฝาแฝดดิจิตอล เป็นวิธีที่มีประโยชน์ ในการ เป็นตัวแทนสินทรัพย์ทางกายภาพ ในรูปแบบดิจิตอล  วันนี้ ฝาแฝดดิจิตอลเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สาหรับการสร้าง ภาพข้อมูล ที่สามารถทานายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดขึ้น  แบบจาลองมีการปรับปรุงตัวเอง รวบรวมข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ และวิเคราะห์กับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่หลากหลาย  จุดประสงค์ของการสร้างแฝดดิจิตอลคือ การทาความเข้าใจอย่าง ลึกซึ้ ง เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตภัณฑ์หรือบริการ
  23. 23. 2. การจาลองและฝาแฝดดิจิตอล (ต่อ)  เมื่อความคาดหวังและความซับซ้อนของความต้องการของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น ระบบการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดนี้ จะทาให้ห่วงโซ่อุปทาน สามารถตอบสนองความต้องการได้ดีขึ้น  Gartner ระบุว่า ฝาแฝดดิจิตอล เป็นแนวโน้มเทคโนโลยีชั้นนาสาหรับ ปี ค.ศ. 2019 และ IDC คาดการณ์ว่า ร้อยละ 30 ของบริษัท Global 2000 จะใช้เทคโนโลยีนี้ ภายในปี ค.ศ. 2020  การพัฒนารูปแบบใหม่ที่น่าจับตามองคือ คู่ดิจิตอลขององค์กร (Digital Twin of an Organization: DTO) แทนที่จะติดตามผลิตภัณฑ์ เดี่ยวๆ ก็จะเป็นไปได้ ในการติดตามทุกสิ่งทุกอย่างขององค์กร
  24. 24. 3. การตลาดแบบปัจเจก (The Market of One)  การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของ ลูกค้าแต่ละราย เรียกว่า ‘การตลาดแบบปัจเจก'  ความเป็นส่วนตัวในระดับบุคคล ได้กลายเป็นความสาคัญในด้าน การดูแลสุขภาพ, การค้าปลีก, การเงิน, ความบันเทิง และลูกค้า อื่น ๆ ที่ต้องทาธุรกิจด้วย  แทนที่จะมุ่งเป้ าไปที่ตลาดโดยรวม องค์กรต่างๆ ตระหนักว่า คุณ ค่าที่แท้จริงอยู่ในตลาดแบบปัจเจกนี้ จะตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้ดีกว่า โดยการปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะปัจเจก บุคคล
  25. 25. 3. การตลาดแบบปัจเจก (ต่อ)  การยอมรับการตลาดแบบปัจเจก คือขั้นตอนแรก  อย่างไรก็ตามการสร้างระบบที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง เป็น ความท้าทายที่บริษัทแบบดั้งเดิมจะต้องปรับตัว  ตอนนี้ ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับการได้รับประสบการณ์ส่วนตัว ที่ พวกเขาไม่เคยมีทางเลือกมาก่อน  ตลาดแบบปัจเจก ยังมีการถกเถียงในเรื่องข้อมูล และมีแนวโน้ม ที่จะมีการสนับสนุนกฎระเบียบข้อมูลใหม่ ที่ส่งเสริมให้องค์กร ต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานข้อมูลที่เข้มงวด
  26. 26. 4. การประมวลผลแบบชายขอบและควอนตัม (Edge and quantum computing)  การประมวลผลแบบชายขอบ (Edge) เป็นการสั่นสะเทือน เทคโนโลยีดั้งเดิมของเครือข่ายคอมพิวเตอร์  ในการคานวณแบบชายขอบที่ทันสมัยนั้น ความสามารถในการ ประมวลผลข้อมูล จะถูกวางไว้ใกล้กับแหล่งที่มาของข้อมูล เพื่อ ลดความล่าช้าในเครือข่าย  เราคาดหวังได้ว่า ไม่เพียงแต่จะเห็นลักษณะของอุปกรณ์ชายขอบ ในจานวนที่มากขึ้น แต่ยังมีการรับรู้ขั้นสูง, AI, การจัดเก็บข้อมูล การคานวณ และพลังในการวิเคราะห์ด้วย
  27. 27. 4. การประมวลผลแบบชายขอบและควอนตัม (ต่อ)  ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงคือ การประมวลผลข้อมูล เพราะจะทา ให้บริษัทต่างๆ เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น และจะเป็นวิธีการดาเนิน ธุรกิจแบบใหม่ทั้งหมด  แม้ว่าเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่การคานวณแบบ ควอนตัม ให้ความเป็นไปได้ที่น่าสนใจ สาหรับการประมวลผล แบบชายขอบ  ระดับพลังการประมวลผลที่ไม่เคยมีมาก่อนที่นาเสนอโดย ควอนตัม มีศักยภาพในการยกระดับอุปกรณ์มากกว่าการจดจา
  28. 28. 5. เศรษฐกิจเสียง (The voice economy)  เทคโนโลยีเสียง กาลังเป็นคานิยามใหม่ของวิธีการที่เราโต้ตอบกับ เครื่องจักร  ในธุรกิจ สิ่งนี้ นาไปสู่การสร้างเศรษฐกิจเสียง ซึ่งเป็นระบบนิเวศใหม่ ของการตลาด เป็นการสร้างตราสินค้า และการมีส่วนร่วมของ ผู้บริโภคด้วยเสียง  ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราสามารถคาดหวังความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของ AI ที่มีความสามารถในการ ประมวลผลคาพูดของมนุษย์
  29. 29. 5. เศรษฐกิจเสียง (ต่อ)  การสื่อสารด้วยเสียงนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติสาหรับผู้บริโภค  เมื่อมีอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยเสียงที่พร้อมและรออยู่ตลอดเวลา ก็ ไม่จาเป็นต้องพึ่งพาหน้าจอ เพื่อดึงข้อมูล หรือทางานให้แล้วเสร็จ  ทาให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์และบริการได้ อย่างราบรื่น และสนุกสนาน
  30. 30. 6. ระบบอัตโนมัติในเชิงกลยุทธ์ (Strategic automation)  ในปี ค.ศ. 2019 จะมีระบบอัตโนมัติในเชิงกลยุทธ์  เป็นการใช้ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะที่ได้รับการผสมผสานอย่างลง ตัว คือการผสมผสานระหว่างระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อทาให้กระบวนการทางธุรกิจเป็นอัตโนมัติ และใช้ขับเคลื่อน ประสิทธิภาพขององค์กร  แทนที่จะค้นหาสิ่งที่องค์กรจะได้รับประโยชน์จากระบบอัตโนมัติ ระบบอัตโนมัติในเชิงกลยุทธ์จะช่วยพิจารณาธุรกิจในระดับองค์ รวมให้กับองค์กร
  31. 31. 6. ระบบอัตโนมัติในเชิงกลยุทธ์ (ต่อ)  แม้ว่าการทางานอัตโนมัติจะเป็นสิ่งสาคัญ มีพนักงานที่กลัวว่า เครื่องจักรอาจทาให้พวกเขาออกจากงาน แต่ความเป็นจริงของ การทางานอัตโนมัติในเชิงกลยุทธ์คือ มันช่วยให้มนุษย์หลุดพ้น จากทางานซ้า ๆ ที่น่าเบื่อ  ด้วยระบบอัตโนมัติ ทาให้ระดับการผลิตที่สูงขึ้น พนักงานมุ่งเน้น ไปที่งานที่มีความหมายมากขึ้น และพนักงานมีความสุขมากขึ้น หลายองค์กรจะเริ่มใช้การทางานอัตโนมัติเชิงกลยุทธ์ในปีนี้
  32. 32. 7. ปัญญาประดิษฐ์ที่แพร่หลาย (Ubiquitous AI)  AI ที่แพร่หลาย หมายถึงการมีอยู่ของปัญญาประดิษฐ์ใน เครื่องจักร แอปพลิเคชัน และกระบวนการทั้งหมด  เนื่องจากแอปพลิเคชันของ AI มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลากหลายมากขึ้น และใช้งานง่ายขึ้น โลกจึงค่อยๆ เคลื่อนไปสู่ สถานการณ์นี้  สาหรับในตอนนี้ มันง่ายมากสาหรับผู้พัฒนาโปรแกรม ในการ รวมความสามารถของ AI ลงในแอปพลิเคชันของพวกเขา โดยไม่ ต้องสร้างหรือจัดการ AI เอง
  33. 33. 7. ปัญญาประดิษฐ์ที่แพร่หลาย (ต่อ)  การเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดกว้าง เกินกว่าชุมชน นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีทักษะสูงในแผนกไอที ไปสู่ในส่วนที่ เหลือขององค์กร รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลและ นักพัฒนา ทาให้เราเห็นเทคโนโลยี AI มากมาย ที่ใช้ภายใน ซอฟต์แวร์ และ AI ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือ มาตรฐานของนักพัฒนาซอฟต์แวร์
  34. 34. 8. การประมวลผลในความว่าง (Spatial computing)  การประมวลผลในความว่าง เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับ โลกแห่งความจริง โดยใช้ความเป็นจริงที่ผสมกับสิ่งเสมือนจริง เพิ่มมากขึ้น  การประมวลผลในความว่าง เป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ระหว่างมนุษย์และเนื้ อหาทางดิจิตอล แทนที่จะโต้ตอบผ่านการ พิมพ์คาสั่งหรือสัมผัส ผู้ใช้สามารถควบคุมการประมวลผลใน ความว่าง ด้วยสายตา ท่าทาง และเสียง  เทคโนโลยีนี้ มีการใช้งานเบื้องต้นในรถยนต์กึ่งหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ โดรน และชุดหูฟัง MR
  35. 35. 8. การประมวลผลในความว่าง (ต่อ)  ตอนนี้ นักพัฒนาทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการประมวลผล ในความว่าง และความเป็นไปได้ของสสารที่สามารถคานวณได้  พลังการคานวณที่ราคาถูกอย่างไม่เคยมีมาก่อน เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ช่วย ให้มีการเชื่อมต่อหน้าจอเดียว และครอบครองโลกแห่งความเป็นจริง  อย่าเพิ่งคาดหวังว่า จะเห็นการผสมผสานทั่วไปและไร้รอยต่อ ระหว่าง โลกแห่งความเป็นจริงกับโลกดิจิตอล ในปี ค.ศ. 2019  แต่อย่าลืมว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เตรียมพร้อมสาหรับการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของการสื่อสารระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร
  36. 36. 9. กาไรและจุดมุ่งหมาย (Profit and purpose)  จุดมุ่งหมายของธุรกิจคือ การเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ และทา กาไรจากการทาเช่นนั้น  อย่างไรก็ตามจุดมุ่งหมายได้มีความหมายใหม่ ตอนนี้ ไม่เพียง พอที่จะเป็นบริษัทที่ทากาไร  ธุรกิจถูกคาดว่า จะมีส่วนร่วมในการสร้างผลตอบแทนทาง เศรษฐกิจและสังคม  ในฐานะองค์กรที่มีอิทธิพล พวกเขามีความสามารถและ ทรัพยากร ในการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และสนับสนุนการพัฒนา ชุมชนในเชิงบวก
  37. 37. 9. กาไรและจุดหมาย (ต่อ)  องค์กรมีการแสวงหาเป้ าประสงค์ที่กว้างขึ้น การตัดสินใจที่รัดกุม ยิ่งขึ้น และการมีส่วนช่วยเหลืออย่างถูกต้องตามกฎหมาย  จุดมุ่งหมายผลักดันผลกาไร (Purpose drives profit) เพราะมันได้ กลายเป็นข้อพิจารณาสาหรับลูกค้าเพิ่มขึ้น เมื่อให้เลือกระหว่าง องค์กรที่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่ใส่ ใจต่อสิ่งแวดล้อม) สามารถโน้มน้าวใจผู้บริโภค มากกว่าผู้ ให้บริการรายอื่น
  38. 38. Yesterday’s tentative approaches won’t deliver; you need absolute clarity about digital’s demands, galvanized leadership, unparalleled agility, and the resolve to bet boldly. Adapted from: https://www.mckinsey.com/business-functions/digital-mckinsey/our-insights/digital- strategy-the-four-fights-you-have-to-win
  39. 39. กลยุทธ์ด้านดิจิตอล (Digital Strategies)  ผู้นาในหลาย ๆ องค์กรยังขาดความชัดเจนว่า ดิจิตอล เกี่ยวกับ กลยุทธ์อย่างไร  พวกเขามองข้ามการที่ดิจิตอลกาลังก่อกวนธุรกิจของพวกเขา  พวกเขายังมองข้ามความเร็วของระบบนิเวศดิจิตอล ที่ทาให้ ขอบเขตอุตสาหกรรมไม่ชัดเจน และปรับสมดุลการแข่งขันใหม่  ยิ่งไปกว่านั้น การที่ดิจิตอลสร้างธุรกิจใหม่และเปลี่ยนธุรกิจเก่า อาจเป็นภัยคุกคามต่อผู้บริหาร ซึ่งปรับตัวช้าต่อการยอมรับการ เปลี่ยนแปลงที่จาเป็น
  40. 40. 4 ขั้นตอนที่ต้องต่อสู้อย่างกล้าหาญและเพื่อชนะ  1. คุณต้องต่อสู้กับความไม่รู้ โดยใช้เทคนิคเพิ่มประสบการณ์เช่น การดูงาน และเล่นเกมสงคราม เพื่อแยกผู้นาออกจากวิธีคิดเก่า ๆ สู่ ความเป็นจริงของดิจิตอลในปัจจุบัน  2. คุณต้องต่อสู้กับความกลัว ผ่านโปรแกรมประสิทธิภาพสูงของทีม ที่กระตุ้นผู้บริหารระดับสูง ให้ลงมือปฏิบัติ  3. คุณต้องต่อสู้กับการคาดเดา ผ่านโครงการนาร่องและการวิเคราะห์ โครงสร้างของการใช้งาน  4. และคุณต้องต่อสู้กับการกระจายความพยายาม เนื่องจากความ ต้องการหลายด้านในเวลาเดียวกัน เพื่อทาให้แกนหลักธุรกิจของคุณ เป็นดิจิตอลและสร้างนวัตกรรม ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่
  41. 41. 1. การต่อสู้กับความไม่รู้ (Fighting ignorance)  ผู้บริหารที่ไม่คุ้นเคยกับดิจิตอล มีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของ "วัตถุแวววาว" คือการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิตอลที่ยอดเยี่ยม (ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่น) โดยไม่เข้าใจว่า จะสร้างมูลค่าใน รูปแบบธุรกิจของตนเองได้อย่างไร  พวกเขายังมีแนวโน้มที่จะลงทุนในระบบดิจิตอลแบบแยกส่วน เหลื่อมซ้อนกัน หรือแบ่งย่อย ติดตามความคิดริเริ่มในลาดับที่ผิด หรือก้าวข้ามพื้นฐาน ที่จะทาให้เลื่อนขั้นสูงต่อไปได้อีก
  42. 42. 1. การต่อสู้กับความไม่รู้ (ต่อ)  ในที่สุด การขาดพื้นฐานนี้ ทาให้อัตราที่ธุรกิจใช้เทคโนโลยี ดิจิตอลใหม่ช้าลง  ในยุคของข้อได้เปรียบของผู้ที่ทาคนแรก ผู้ชนะมักจะเป็นผู้ที่นา การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลที่ทันสมัย ในระดับที่จะไป ข้างหน้าได้ต่อไป  การมีความเข้าใจเรื่องแนวโน้มและเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว นั้น เป็นสิ่งที่อันตราย
  43. 43. 2. การต่อสู้กับความกลัว (Fighting fear)  การถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยคนแรกที่ใช้ดิจิตอล อาจเป็นอันตราย ต่ออนาคตของบริษัทของคุณ  แต่ผู้บริหารหลายคนอาจมองว่า การตอบสนองต่อดิจิตอลเป็น การวางเดิมพันครั้งใหญ่ สร้างธุรกิจใหม่ เปลี่ยนทรัพยากรจาก เดิม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่ออนาคตของพวกเขา  หากคุณต้องการที่จะก้าวไปสู่ดิจิตอล คุณต้องต่อสู้กับความกลัวที่ ทีมนาและผู้จัดการของคุณจะต้องเผชิญ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  44. 44. 2. การต่อสู้กับความกลัว (ต่อ)  คุณต้องออกแบบโปรแกรมอย่างเข้มแข็ง เช่นเดียวกับที่คุณ ยืนยันในการออกแบบกระบวนการที่สาคัญทั่วทั้งองค์กรของคุณ  โดยทั่วไปแล้ว จะเกี่ยวข้องกับการทาให้ชัดเจนว่า ผู้บริหารไม่ สามารถซ่อนตัวจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบดิจิตอล ด้วยการสนับสนุน และเร่งการเปลี่ยนแปลง ที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มได้  จากนั้น คุณต้องมอบเครื่องมือและเครือข่ายสนับสนุน ให้ ผู้บริหารประสบความสาเร็จในฐานะผู้นาของการเดินทางนั้น ๆ
  45. 45. 3. การต่อสู้กับการคาดเดา (Fighting guesswork)  การแสวงหากลยุทธ์ดิจิตอลที่เข้มแข็ง เกี่ยวข้องกับการก้าว กระโดดไปสู่สิ่งที่ไม่รู้จัก ในเวลาเดียวกัน คุณมีแนวโน้มที่จะย้าย เข้าสู่สิ่งใหม่ และปรับปรุงธุรกิจที่มีอยู่ด้วยเทคโนโลยีใหม่  ยิ่งไปกว่านั้น ในตลาดดิจิตอลหลาย ๆ แห่ง การเป็นผู้นาเสนอ รายแรกไม่เพียงต้องเปลี่ยนทิศทาง แต่ยังต้องทาให้เร็วกว่าคู่แข่ง
  46. 46. 3. การต่อสู้กับการคาดเดา (ต่อ)  การผสมผสาน ความกากวม และความต้องการความเร็ว ใน บางครั้งทาให้เกิดการคาดเดาและความกังวลว่าจะไม่สาเร็จ หรือ อาจต้องการเวลามากขึ้น  วิธีหนึ่งในการต่อสู้กับการคาดเดาคือ ให้ยึดโยงการตัดสินใจ เชิงกลยุทธ์กับการทาวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ ที่ การลงทุนดิจิตอลจะผลิตออกมา
  47. 47. 4. การต่อสู้กับการกระจัดกระจาย (Fighting diffusion)  แนวคิดสองประการ สามารถช่วยนาทางให้คุณ  ขั้นแรก ให้ดูประวัติบริษัทของคุณเป็น แฟ้ มประวัติของการริเริ่ม (portfolio of initiatives) ในระยะต่าง ๆ ของการเติบโต ใน ระยะเวลาต่างๆ กัน  ประการที่สอง ยอมรับความจาเป็นของ การขับเคลื่อนครั้งใหญ่ (big moves) เช่นการจัดสรรทรัพยากรใหม่ การลงทุนอย่าง ยั่งยืน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตที่เข้มข้น และการควบ รวมกิจการ เป็นต้น
  48. 48. 4. การต่อสู้กับการกระจัดกระจาย (ต่อ)  การดูแฟ้ มประวัติ ให้เน้นไปที่คาถามสามข้อคือ  1. ผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอลใดที่เกิดขึ้นใหม่ แล้วยังไม่มีอยู่ ในแฟ้ มประวัติ  2. ข้อเสนอผลิตภัณฑ์ และองค์ประกอบของรูปแบบการ ดาเนินงานเดิมที่มีอยู่ มีอะไรบ้างที่ควรเป็นแบบดิจิตอล หรือ ปรับโครงสร้างด้วยระบบดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ เพื่อปรับปรุงการ ให้บริการกับลูกค้า  และ 3. สิ่งใดควรถูกทอดทิ้ง?
  49. 49. ผู้นาในยุคดิจิตอล  ผู้นาในวันนี้ จาเป็นต้องลุกขึ้นมา ชักชวนองค์กรของพวกเขาว่า กลยุทธ์ดิจิตอลอาจสาคัญกว่ากลยุทธ์อื่น ๆ ให้รางวัลมากกว่า คุ้มค่ากับการเดิมพัน และเป็นการปฏิรูปทางวัฒนธรรมที่จาเป็น เพื่อความอยู่รอด และท้ายที่สุดคือ ก้าวสู่ความเป็นเลิศ
  50. 50. สรุป  เทคโนโลยีพลิกโฉม เป็นนวัตกรรมที่ทาลายเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิม หรือเป็นการปฏิวัติผลิตภัณฑ์หรือบริการของวงการ ที่ก่อให้เกิด อุตสาหกรรมใหม่  บางครั้ง เทคโนโลยีที่พลิกโฉมนั้น ถูกอธิบายว่าเป็นการทาลาย และสร้างสรรค์ไปพร้อม ๆ กัน เพราะเป็นการทาให้ผลิตภัณฑ์ เก่าและแม้แต่อุตสาหกรรมทั้งหมดล้าสมัย แล้วสร้างสิ่งใหม่ ขึ้นมาแทนที่  เทคโนโลยีพลิกโฉม มีอานาจในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทางาน การใช้ชีวิต การคิด และการปฏิบัติในชีวิตประจาวันของคนเรา
  51. 51. BUDDHA

×