International Finance Doc

9,651 views

Published on

check it

Published in: Economy & Finance
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
9,651
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
6
Actions
Shares
0
Downloads
177
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

International Finance Doc

  1. 1. บทที่ 11 การเงินระหว่างประเทศ (International Finance) ประเทศไทยมี ก ารติ ด ต่ อ กั บ ต่ า งประเทศทั้ ง ทางด้ า นการค้ า และการลงทุ น ค่ อ นข้ า งมาก ดั ง นั้ น ตลาดปริ ว รรตเงิ น ตราระหว่ า งประเทศจึ ง มี บ ทบาท สำา คั ญ ในการสนั บ สนุ น ให้ ก ารค้ า และ การลงทุ น ระหว่ า งประเทศเป็ น ไปอย่ า งราบรื่ น มี เ สถี ย รภาพ บทบาทและผลกระทบของตลาดปริ ว รรตเงิ น ตรา ระหว่ า งประเทศนั บ วั น จะทวี ม ากขึ้ น เมื่ อ ระบบ เศรษฐกิจของประเทศเชื่ อ มโยงกั น มากขึ้นตามกระ แสโลกาภิวัตน์และนโยบายการเปิด เสรี ภาคการเงิน ของไทย ดังนั้น จึงมีความจำาเป็นทีผประกอบการต้อง ่ ู้ มี ค วามเข้ า ใจเกี่ ย วกั บ การเงิ น ระหว่ า งประเทศ ใน ประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้ 1. ตลาดการเงิ น ระหว่ า งประเทศ (International Financial Markets) 2. ต ล า ด ป ริ ว ร ร ต เ งิ น ต ร า (Foreign Exchange Markets) 3. ระบบอัตราแลกเปลียน ่ 4. ทฤษฎี อ ธิ บ ายการเปลี่ ย นแปลงของอั ต รา แลกเปลียน ่ 5. วิวฒนาการระบบอัตราแลกเปลียนของโลก ั ่ 6. วิวฒนาการระบบอัตราแลกเปลียนของไทย ั ่
  2. 2. 7. สหภาพเศรษฐกิ จ และการเงิ น ยุ โ รปและ บทบาทของเงิน eoru 8. ก า ร ล ง ทุ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ (Foreign Investment) 11.1 ความหมาย และความสำา คั ญ ของตลาด การเงินระหว่างประเทศ ตลาดการเงินระหว่างประเทศ (international financial markets) มี ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ บ ท บ า ท หน้ า ที่ ค ล้ า ยกั บ ตลาดการเงิ น ของแต่ ล ะประเทศ (domestic financial markets) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ต ล า ด คื อ ต ล า ด เ งิ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ (international money markets) ตลาดทุน ระหว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ (international capital markets) แ ล ะ ต ล า ด ป ริ ว ร ร ต เ งิ น ต ร า (foreign exchange markets) ตลาดการเงิ น ระหว่ า งประเทศทำา หน้ า ที่ ระดมเงิ น ทุ น จากกลุ่ ม ประเทศหรื อ กลุ่ ม ธุ ร กิ จ ที่ มี อุ ป ทานส่ ว นเกิ น ของเงิ น ทุ น ไปสู่ ป ระเทศหรื อ กลุ่ ม ธุรกิจที่มีอุปสงค์ส่วนเกินของเงินทุน และทำา หน้าที่ ส นั บ ส นุ น ธุ ร ก ร ร ม ที่ เ กิ ด ขึ้ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ (international transactions) เช่ น การค้ า ระหว่ า ง ประเทศ การลงทุนระหว่างประเทศ และการโอนเงิน ระหว่ า งประเทศ รวมทั้ ง เป็ น แหล่ ง ที่ นั ก ลงทุ น จะ แสวงหากำา ไรสู ง สุ ด หรื อ ช่ ว ยลดความเสี่ ย ง (risk) โดยการจั ด สรรเงิ น ทุ น (portfolio) ไปยั ง ตลาดเงิ น และตลาดทุนทีกระจายอยูทั่วโลก รวมทั้งไปยังสินค้า ่ ่
  3. 3. (products) ประเภทต่ า ง ๆ ที่ซื้อ ขาย เช่ น เงิ นสกุ ล ห ลั ก ๆ อ นุ พั น ธ์ ท า ง ก า ร เ งิ น (financial derivatives)1 หรื อ พั น ธบั ต ร (bonds) หรื อ หุ้ น (stocks) เป็นต้น 11.2 ต ล า ด เ งิ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ (Internationa Money Markets) ตลาดเงินระหว่างประเทศมีชื่อ เรี ยกแตกต่าง กั น ใ น ห ล า ย ชื่ อ เ ช่ น Eurodollar, Eurocurrency หรื อ IBF (International Banking Facilities) หรื อ Offshore financial market เป็ น ต้ น ไม่ ว่ า จะเรี ย ก ชื่อใดก็ตาม มีความหมายเป็นทีเข้าใจกันว่าเป็นตลาด ่ ที่ทำาหน้าที่ระดมเงินสกุลหลักจากแหล่งหรือประเทศ ที่ มี เ งิ น เกิ น ความต้ อ งการ ซึ่ ง ได้ แ ก่ ป ระเทศที่ เ กิ น ดุลการชำาระเงิน เพื่อให้ผู้ต้องการกู้หรือให้ประเทศที่ ขาดดุ ล การชำา ระเงิ น กู้ กล่ า วอี ก นั ย คื อ ทำา หน้ า ที่ หมุนเวียน “เงินระหว่างประเทศ” ที่มีค่อนข้างจำากัด ให้เพียงพอรองรับธุรกรรมระหว่างประเทศ เช่น การ ค้า และการลงทุน ระหว่ า งประเทศ ที่ข ยายตัว อย่า ง รวดเร็ว ตลาดการเงินระหว่างประเทศและในประเทศมี ความแตกต่า งกันอย่า งมาก ทั้งนี้ เพราะประการแรก สิ น ค้ า ที่ ซื้ อ ขายในตลาดเงิ น ระหว่ า งประเทศหรื อ ที่ เ รี ย ก ว่ า “ เ งิ น ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ ” (international 1 ตัวอย่างของอนุพนธ์ทางการเงินที่ต่อเนื่องมาจาก “เงินตราระหว่าาง ั ประเทศ” เช่น currency futures fprwards options and swaps
  4. 4. money or international currencies) มีหลากหลาย ซึ่ ง ประกอบด้ ว ย ทองคำา เงิ น ตราสกุ ล หลั ก เช่ น ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์สเตอริงค์ มาร์ค เป็นต้น สิทธิ ถ อ น เ งิ น พิ เ ศ ษ (Special Drawing Right: SDR) European Currency Unit (ECU) 2 และเงิ น euro ประการที่ส อง สถาบั น หรื อ ผู้ ที่ เ ข้ า มาทำา ธุ ร กรรมใน ตลาดการเงินระหว่างประเทศมีสถาบันหรือผู้ที่เข้ามา ยุ่งเกี่ยวมากมายทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ธนาคาร แ ล ะ ส ถ า บั น ก า ร เ งิ น ที่ ทำา ห น้ า ที่ เ ป็ น ตั ว ก ล า ง (dealers) ผู้ ส่ ง ออกและนำา เข้ า บริ ษั ท ที่ ทำา ธุ ร กิ จ ข้ามชาติ ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ และนัก เก็ ง กำา ไร และประการสุ ด ท้ า ย การพั ฒ นาการของ ตลาดเงินระหว่างประเทศและการดำา เนินการ เกิดมา โดยตัว เองและต้องยุ่งเกี่ ยวกับธุร กรรมข้ า มประเทศ แต่ไม่มีองค์กรระหว่า งประเทศมาวางกฎเกณฑ์และ ดู แ ลการดำา เนิ น งานของตลาดเงิ น ระหว่ า งประเทศ อย่างจริงจัง3 เหมือนตลาดเงินภายในประเทศ องค์ ป ระกอบที่ สำา คั ญ ของตลาดเงิ น ระหว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ คื อ ต ล า ด ป ริ ว ร ร ต เ งิ น ต ร า (foreign exchange market) ประเทศทั่ ว โลกค้ า ขายติ ด ต่ อ กั น และใช้ เ งิ น สกุ ล ที่ ต่ า งกั น จึ ง จำา เป็ น ต้ อ งมี ต ลาด 2 SDR, ECU เป็นเงินระหว่างประเทศที่สร้างขึ้นมาโดยองค์กรพิเศษเป็นเงิน ที่ อ ยู่ ใ นรู ป ของบั ญ ชี ไม่ ใ ช่ เ ป็ น ตั ว เงิ น เหมื อ นเงิ น สกุ ล หลั ก ใช้ ชำา ระหนี้ ระหว่างประเทศเฉพาะภาครัฐเท่านัน ้ 3 ในอดีตประเทศส่วนใหญ่ทั่ว โลกเคยใช้ ระบบการเงิน ที่ เรี ย กว่ า Bretton Woods ซึ่ ง ดู แ ลโดย IMF แต่ ย กเลิ ก ไปในปี 2514 ปั จ จุ บั น มี อ งค์ ก รบาง อ ง ค์ ก ร ดู แ ลเ ป็ น กา ร เฉ พา ะ เ รื่ อ ง เช่ น BIS (Bank for International Settlement) หรือ IMF ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ 9.
  5. 5. ปริวรรตเงินตรา เพื่อเป็นแหล่งให้มีการแลกเปลี่ยน เงินตราหรือซือขายเงินตราสกุลต่างๆ ตลาดปริวรรต ้ เ งิ น ต ร า นี้ มี อ ยู่ ทุ กป ร ะ เ ท ศ โ ด ย มี ต ล า ด ใ ห ญ่ ๆ กระจายอยู่ทั่วโลก เช่ น ในยุโรป สหรัฐอเมริก าและ เอเซีย ตลาดเหล่านี้เชื่อมโยงกันและเปิดทำา งานต่อ เนื่องกัน 24 ชัวโมง ่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตลาดเงินระหว่าง ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาหลายๆ ประการที่สำาคัญ คือ ปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่อง (Liquidity) และ ปั ญ ห า เ รื่ อ ง ก า ร ผั น ผ ว น ข อ ง อั ต ร า แ ล ก เ ป ลี่ ย น (Volatility) ปัญ หาแรก เป็ น ปั ญ หาการขาดแคลน “เงิ น ระหว่ า งประเทศ” ที่ จ ะรองรั บ การค้ า และการ ลงทุนระหว่า งประเทศที่ ข ยายตั ว รวมทั้ ง เพื่ อ สนอง ตอบความต้องการของประเทศทีขาดดุลการชำาระเงิน ่ ทั้งนี้เนื่องจาก เงินตราสกุลหลักที่ยอมรับกันระหว่าง ประเทศมี น้ อ ยสกุ ล ส่ ว นใหญ่ ใ ช้ เ งิ น ดอลลาร์ ส หรั ฐ ซึ่งเป็นเงินที่ยอมรับกันแต่ไม่มีอะไรหนุนหลัง คือไม่มี ข้ อ บั ง คั บ ท า ง ก ฎ ห ม า ย ใ น ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น เ ป็ น สินทรัพย์ที่มีค่า เช่น ทองคำา เหมือนในอดีต ดังนั้น อุปทานของเงินดอลลาร์จึงเกิดจากนโยบายทางการ เงิ น ของประเทศสหรั ฐ อเมริ ก า เมื่ อ การค้ า และการ ลงทุนระหว่างประเทศขยายตัวตามการเจริญก้าวหน้า และการเปิดประเทศทั่วโลก ปริมาณเงินดอลลาร์ที่ จะรองรั บ ธุ ร กรรมเหล่ า นี้ จึ งไม่ ค่ อ ยเพี ย งพอ ปั ญ หา ประการที่สอง คือการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ ง เป็ น อุ ป สรรคอย่ า งยิ่ ง ต่ อ การค้ า ระหว่ า งประเทศ
  6. 6. ปัญหานี้ปัจจุบันยิ่งเพิ่มมากขึนและเด่นชัดมากขึ้นเมื่อ ้ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้และ ส่งผลกระทบไปทั่วโลกขณะนี้ ปัญหานี้ เกิดจากการ ดำา เนินนโยบายการเปิด เสรีท างการเงิ นที่ ข าดความ ระมัดระวังในการควบคุมและติดตามสถาบันการเงิน แล้ว ยังเกิดจากการเก็งกำาไรของกองทุนเอกชนที่หา กำา ไรจากการค้ า เงิ น โดยเฉพาะ hedge funds4 ปั ญ หาทั้ ง สองประการนี้ จ ะเป็ น ประเด็ น ที่ สำา คั ญ ใน ระดับสูงจะต้องมีการพิจารณาแก้ไขในการประชุมเพือ ่ การปฏิรประบบการเงินระหว่างประเทศในอนาคต ู 11.3 ต ล า ด ป ริ ว ร ร ต เ งิ น ต ร า (Foreign Exchange Market) ตลาดปริว รรตเงิ น ตรา เป็ นตลาดซื้อ ขายเงิ น ตราต่างประเทศสกุลต่าง ๆ เช่น ตลาด ปริวรรตเงิน ตราสกุลดอลลาร์ส หรั ฐ ก็ คือ ตลาดที่ทำา การซื้อ ขาย เงิ น ดอลลาร์ ส หรั ฐ โดยขณะหนึ่ ง ขณะใด จะมี ผู้ ต้ อ งการซื้ อ ดอลลาร์ ส หรั ฐ และผู้ ที่ ต้ อ งขายเงิ น ดอลลาร์ ส หรั ฐ โดยผู้ ที่ ต้ อ งการซื้ อ ดอลลาร์ คื อ พ่อค้าผูนำาเข้าสินค้าต่างประเทศ ผู้ทกำาลังจะไปเทียว ้ ี่ ่ 4 เป็นการร่วมลงทุนของเอกชนในรูปของกองทุน โดยมีวัตถุประสงค์ในการ ลงทุน ในตราสารทางการเงิน ประเภทต่า งๆ รวมทั้ ง การลงทุ น ในการเก็ง กำา ไรเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากกองทุนประเภทนี้เพิ่งเกิดใหม่และ ยังไม่มีกฎระเบียบในการควบคุมดูแลเหมือนกับสถาบันการเงินหรือกองทุน ประเภทอื่น เช่น ธนาคารพาณิช ย์ และ Mutual funds กองทุน hedge funds ถูกวิจารณ์ว่าเป็นส่วนที่ทำา ให้เกิดวิกฤตการณ์ใ นเอเซีย ประเทศ ต่าง ๆ ได้มีการเรียกร้องให้มีการควบคุมการลงทุนของกลุ่มนี้ IMF กำา ลัง หามาตรการ
  7. 7. ต่างประเทศ หรือผู้ที่ซื้อดอลลาร์ส่งไปให้บุตรหลาน ที่เรีย นอยู่ต่า งประเทศ เป็ นต้ น สำา หรั บ ผู้ที่ต้อ งการ ขายดอลลาร์ ได้แก่ ผู้ส่งออก ผู้ที่ได้ รับ เงิ นโอนมา จากต่ า งประเทศ หรื อ นั ก ธุ ร กิ จ ที่ ไ ปกู้ เ งิ น ดอลลาร์ เป็ น ต้ น ราคาซื้ อ ขายดอลลาร์ ที่ กำา หนด เรี ย กว่ า “ อั ต ราแลกเปลี่ ย น” (exchange rate) โดยแสดง จำา นวนเงิ น บาทที่ ต้ อ งใช้ ใ นการแลกเงิ น จำา นวน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาท ต่อ 1 ดอลลาร์ส หรัฐเท่ า กั บ 25.75 บาท5 ราคาซื้อ ขายหรืออัตราแลกเปลี่ยนปรับเปลี่ยนขึ้นลงได้ กล่าว คือ ถ้าตลาดเสรี จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของ เงิ นตราสกุลนั้ น ๆ เช่ น กรณี ที่อั ต ราแลกเปลี่ ย นเพิ่ ม เป็ น 40.00 บาท แสดงว่ า ค่ า เงิ น บาทเสื่ อ มค่ า ลง (depreciation) เมื่ อ เที ย บกั บ ค่ า เงิ น ดอลลาร์ ส หรั ฐ หรือกล่าวอีกนัยคือ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งตัวหรือ เพิ่ ม ค่ า ขึ้ น (appreciation) เมื่ อ เที ย บกั บ เงิ น บาท การเสื่ อ มค่ า หรื อ เพิ่ ม ค่ า ดั ง กล่ า วให้ เ ป็ น ไปตาม อุ ป สงค์แ ละอุป ทาน ของดอลลาร์ ส หรั ฐ ถ้ า อุ ป สงค์ มากกว่าอุปทาน ค่าเงินบาทจะเสื่อมค่า (ค่าดอลลาร์ เพิ่มค่า) แต่ถ้าอุปสงค์น้อยกว่าอุปทาน ค่าเงินบาทก็ จะเพิ่ ม ค่ า (ค่ า ดอลลาร์ ส หรั ฐ ลดค่ า ลง) ในกรณี 5 อั ตร า แ ลกเป ลี่ ยน ที่ จะ กล่ า ว ถึ ง ใน ตำา ราเล่ ม นี้ จ ะ ใ ช้ ร ะ บบ indirect quotation คื อ ระบุ จำา นวนเงิ น สกุ ล ท้ อ งถิ่ น ที่ ใ ช้ แ ลกเงิ น ตราสกลุ ต่ า ง ประเทศจำานวน 1 หน่วย เป็นระบบที่ใช้ทั่วไปสำาหรับประเทศต่างๆ ที่เทียบ จำานวนเงินสกลุของตนเองเทียบกับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ สำาหรับการกำาหนด อัตราแลกเปลี่ยนแบบ direct quotation เป็นการกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยน โดยระบุจำานวนเงินสกุลต่างประเทศเพื่อแลกกับเงินสกุลท้องถิ่น 1 หน่วย เป็นวิธีการกำาหนดที่ใช้ในประเทศอังกฤษและประเทศในเครือจักรภพบาง ประเทศ เช่น กำาหนด 1.657 ดอลลาร์ต่อ 1 ปอนด์สเตอริงค์
  8. 8. ตลาดไม่เสรี คือรัฐบาลมีอำา นาจในการกำา หนดอัตรา แลกเปลี่ ย นและต้ อ งการเปลี่ ย นแปลง เช่ น เดิ ม กำา หนดไว้ ที่ 25.75 แล้ ว ประกาศอั ต รา ให ม่เป็น 26.00 บาท กรณี นี้ เ รี ย กว่ า เป็ น การลดค่ า เงิ น บาท (devalue) ในทางกลับกันถ้า ประกาศอัต ราใหม่ เ ป็ น 25.25 บ า ท ก ร ณี นี้ เ รี ย ก ว่ า เ พิ่ ม ค่ า เ งิ น บ า ท (revalue) การปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด ประเภทนี้ จะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและภาพ รวมของเศรษฐกิจมหภาค รูปที่ 11.1 แสดงตลาดปริวรรตเงินตราโดยใช้ รูปกราฟ อั ต ร า แ ล ก เ ป ลี่ ย น ขึ้ น ล ง เ ส รี อัตราแลกเปลียนคงที่ ่ บ า ท /$ บาท/$ S S 30 A B 25 25 D / D / D D 100 150 ดอลลาร์ 100 150 ดอลลาร์ ในระบบอัตราแลกเปลียนเสรีนั้น เมื่ออุปสงค์ ่ ของเงินตราต่างประเทศ (ดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มสูงขึ้น จะทำาให้ราคาของเงินตราต่างประเทศนั้นเพิ่มขึ้นจาก 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็ น 30 บาทต่อดอลลาร์
  9. 9. นั่นคือ ค่า เงินบาทเสื่อ มค่า ลง ในขณะที่ก รณี อัต รา แลกเปลี่ ย นคงที่ นั้ น เมื่ อ อุ ป สงค์ ข องเงิ น ตราต่ า ง ประเทศเพิ่ ม สู ง ขึ้ น อั ต ราแลกเปลี่ ย นจะไม่ มี ก าร เปลี่ ย นแปลง เนื่ อ งจากถู ก กำา หนดให้ ค งที่ จ ะทำา ให้ ตลาดไม่อยู่ในดุลยภาพ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าทำาการ แทรกแซง เพื่อให้อยู่ในระดับดุลยภาพ เช่น ขายเงิน ตราต่างประเทศนั้นออกมาในตลาดเพื่อเพิ่มอุปทาน ของเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น 11.4 ประเภทของระบบอัตราแลกเปลียน ่ ระบบอัตราแลกเปลี่ย น 6 แบ่งได้ เป็ นประเภท ใหญ่ ๆ 2 ประเภท คือ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบ คงที่ (Fixed Exchange-Rate System) และระบบ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Flexible Exchange- Rate System) อย่างไรก็ตามทั้งสองระบบต่างมีข้อ บกพร่องด้วยกัน ทั้งนี้เพราะเป็นระบบที่ค่อนข้า งสุด ขั้ ว ดั ง นั้ น ในปั จ จุ บั น ไม่ มี ป ระเทศไหนใช้ ทั้ ง สอง ระบบนี้แล้ว หากแต่ผ่อนคลายของระบบอัตราแลก เปลี่ ย นทั้ ง สอง ดั ง นั้ น จึ ง สรุ ป ได้ ว่ า ปั จ จุ บั น มี ร ะบบ อัตราแลกเปลี่ย นเพิ่ ม ขึ้ น อี ก 2 ประเภทใหญ่ ๆ คื อ ระบบอัต ราแลกเปลี่ย นแบบคงที่แ บบยื ด หยุ่ น และ อั ต ราแลกเปลี่ย นลอยตั ว แบบจั ด การ จึ ง สรุ ป ได้ ว่ า ระบบอัตราแลกเปลียนแบ่งได้เป็น 4 กลุม คือ ่ ่ 6 การแบ่ ง ประเภทของระบบการเงิ น ระหว่ า งประเทศอาจจำา แนกตาม ประเภทของสินทรัพย์ที่ใช้เป็นทุนสำารองเงินตราระหว่างประเทศ อาจแบ่ง ได้ เ ป็ น 3 ประเภทหลั ก ได้ แ ก่ (1) ระบบมาตรฐานทองคำา (Gold standard) (2) ระบบ ปริ ว รรตทอง คำา (Gold- Exchange Standard) และ (3) ระบบทุนสำารองเงินตราสกุลหลัก (reserve-currency system)
  10. 10. (1) ระบบอัตราแลกเปลียนแบบคงที่ ่ (Fixed Exchange Rate System) (2) ระบบอัตราแลกเปลียนแบบยืดหยุน ่ ่ (Modified Fixed Exchange Rate System) (3) ระบบอัตราแลกเปลียนแบบจัดการ ่ (Managed Floating Exchange Rate System) (4) ระบบอัตราแลกเปลียนลอยตัวอย่างเสรี ่ (Freely Floating Exchange Rate system) รายละเอียดของแต่ละระบบเป็นดังนี้ (1) Fixed Exchange Rate System ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ซึ่งมีค่าเสมอภาค ตายตั ว อั ต ราแลกเปลี่ ย นจะเคลื่ อ นไหวได้ ภ ายใน ขอบเขตแคบๆ จากค่ า เสมอภาค (par value) เป็ น ระบบทีมกฎระเบียบทีบงคับให้ธนาคารชาติหรือหน่วย ่ ี ่ ั งานที่รับผิดชอบต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครั ด ซึ่งมีข้อ แตกต่ า งจากระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นอื่ น ที่ ธ นาคาร ชาติหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องสามารถใช้ดลยพินิจใน ่ ุ การจัดการกับตลาดปริวรรตตามที่เห็นสมควร ระบบ มาตรฐานทองคำา (Gold Standard) เป็ น ต้ น แบบ ของระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นประเภทนี้ ต่ อ มาได้ ถู ก ยกเลิกไป เนื่องจากเป็นระบบที่ไม่ยืดหยุ่น เนื่องจาก ว่ า ประเทศที่อ ยู่ ภ ายใต้ ร ะบบนี้ จ ะสร้ า งเงิ น ขึ้ น มาได้ ต้องมีป ริ ม าณทองคำา หนุ นหลั งอยู่ ต ามที่ได้ป ระกาศ
  11. 11. และต้องยินยอมให้ใครก็ตามที่ถือเงินของประเทศตน สามารถมาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำา ได้ ระบบนี้จึงเป็น อุ ป สรรคต่ อ การค้ า ระหว่ า งประเทศและการพั ฒ นา ประเทศ เพราะปริ ม าณเงิ น ไม่ ไ ด้ ข ยายตั ว ไปตาม ปริมาณการค้าและการลงทุน หากแต่ขยายตัวไปตาม ปริม าณทองคำา ซึ่ง ถู ก กำา หนดโดยปั จ จั ย อื่ น ที่ ไ ม่ ใ ช่ ปัจจัยทางเศรษฐกิจ
  12. 12. (2) Modified Fixed-Exchange Rate System ข้อบกพร่องของระบบอัต ราแลกเปลี่ย นคงที่ แบบ Gold Standard ที่ ไ ม่ ยื ด หยุ่ น ต่ อ การขยายตั ว ทางการค้า และการลงทุน ระหว่า งประเทศทำา ให้ทุก ประเทศยกเลิกใช้ระบบนี้ แม้ในปัจจุบันไม่มีประเทศ ไ ห น ใ ช้ 7ร ะ บ บ อั ต ร า แลก เป ลี่ ย น ค งที่ แ บ บ Gold Standard แต่ยัง มีข้อ ดี ข องระบบอัต ราแลกเปลี่ย น แบบคงที่ โดยเฉพาะประเด็น เรื่อ งการมีเสถีย รภาพ ของอัตราแลกเปลียน ดังนันจึงมีการปรับเปลียนระบบ ่ ้ ่ อัตราแลกเปลี่ย นแบบ Gold Standard มาเป็นระบบ อั ต ราแลกเปลี่ ย นแบบคงที่ ที่ มี ค วามยื ด หยุ่ น และ สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางการค้าและการ ลงทุนระหว่างประเทศ ตัวอย่างของระบบอัตราแลก เปลียนแบบคงทีมดัดแปลงแล้ว เช่น ระบบอัตราแลก ่ ่ ี เปลี่ย นแบบคณะกรรมการกำา หนดอัต ราแลกเปลี่ย น (Currency Board System)8 ระบบอัตราแลกเปลี่ย น แ บ บ ต ะ ก ร้ า เ งิ น (Basket of Currencies) ร ะ บ บ European Monetary System และระบบ Bretton Woods เป็นต้น (3) Managed Floating Exchange Rate System 7 ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศสุดท้ายที่ใช้ระบบนี้ โดยประกาศ ยกเลิกเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2514 8
  13. 13. เป็ น ระบบที่ เ กิ ด จากการปรั บ ปรุ ง ระบบอั ต รา แลกเปลี่ย นแบบเคลื่ อ นไหวเสรี กล่ า วคื อ เป็ น ระบบ อัตราแลกเปลียนทีไม่มีค่าเสมอภาคตายตัว แต่ปล่อย ่ ่ ให้อุปสงค์และอุปทานของเงิ นสกุลนั้ นทำา งานได้ใน ระดั บ หนึ่ ง โดยที่ ธ นาคารกลางของประเทศเข้ า ไป แทรกแซง เพื่อจำากัดขนาดและความผันผวนของการ เปลี่ ย นแปลงอั ต ราแลกเปลี่ ย น ซึ่ ง เป็ น จุ ด ด้ อ ยของ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวอย่างเสรี ระบบนี้ จึ ง ใช้ กั น แพร่ ห ลายทั่ ว โลก รวมทั้ ง ระบบอั ต ราแลก เปลียนของไทยในปัจจุบน จัดอยูในระบบนี้ ่ ั ่ (4) Freely Flexible Exchange Rate System ระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นเคลื่ อ นไหวขึ้ น ลง อย่างเสรี ภายใต้ระบบนี้ อัต ราแลกเปลี่ย นของเงิ น สกุลใด ๆ จะเคลื่อนไหวตามอุปสงค์และอุปทานของ เงิ น ตราสกุ ล นั้ น ๆ โดยธนาคารกลางจะไม่ มี ก าร แทรกแซง ในอดี ต มี ใ ช้ ร ะบบนี้ ใ นระยะสั้ น ๆ ใน ประเทศแถบยุโรปช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งนี้ เพราะมีข้อเสียหลายประการ ที่สำา คัญคื อ ค่ า อัต รา แลกเปลี่ยนจะผันผวนขึ้นลงตลอดเวลาตามอุปสงค์ และอุปทาน ทำาให้การค้าระหว่างประเทศเป็นไปด้วย ความยากลำาบาก และธนาคารชาติไม่สามารถเข้าไป แทรกแซงตลาดปริ ว รรตเงิ น ตราได้ เป็ น ผลให้ น โย บ า ย กา ร เงิ นไ ม่มีป ร ะ สิ ท ธิภา พ ที่ จ ะ ใช้ เ พื่ อ แทรกแซงอั ต ราแลกเปลี่ ย น อั ต ราดอกเบี้ ย และ ปริมาณเงิน
  14. 14. 11.5 ข้อดีและข้อเสียของระบบอัตราแลก เปลียนแบบคงทีและระบบอัตราแลกเปลียน ่ ่ ่ ลอยตัวอย่างเสรี ข้อดีของระบบอัตราแลกเปลียนคงที่ สรุปได้ ่ ดังนี้ (1) ทำาให้อตราแลกเปลียนมีเสถียรภาพ ซึงจะ ั ่ ่ เป็นประโยชน์อย่างยิงทีจะสนับสนุนการค้าและ ่ ่ การลงทุนระหว่างประเทศ และเป็นสิงทีนัก ่ ่ ธุรกิจต้องการ กล่าวคือนักธุรกิจและนัก ลงทุนไม่ตองเผชิญกับความเสียงในเรื่องการ ้ ่ ผันผวนของอัตราแลกเปลียน การวางแผน ่ ดำาเนินงานเป็นไปโดยสะดวก (2) ต้นทุนในการดำาเนินธุรกิจระหว่างประเทศลด ลง เนื่องจากมีความแน่นอนหรือมีความเสียง ่ น้อย จึงไม่จำาเป็นต้องเสียค่าคุมครองความ ้ เสียง เช่น การซือขายเงินตราต่างประเทศล่วง ่ ้ หน้า (3) ช่วยให้รัฐบาลสามารถควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ ทีอาจเกิดจากการเสือมค่าของเงินได้ ่ ่ (imported inflation) ข้อเสียของระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สรุป ได้ดงนี้ ั (1) กรณี กำาหนดค่าอัตราแลกเปลียนสูงเกินไป ่ (over value) จะทำาให้ราคาสินค้านำาเข้าถูก เกินไป ขณะทีราคาสินค้าออกจะแพงเกินไป ่
  15. 15. ลักษณะเช่นนี้จะมีผลทำาให้ดุลการค้าและดุล บัญชีเดินสะพัดเลวลงได้ (2) ในกรณีทกำาหนดค่าเงินสูงเกินไป อาจถูก ี่ โจมตีค่าเงินจากนักเก็งกำาไรทังภายในและต่าง ้ ประเทศได้ ถ้าหากเงื่อนไขอืน ๆ เอืออำานวย ่ ้ ซึงได้แก่ เงินทุนสำารองระหว่างประเทศมีนอย ่ ้ ตลาดเงินของประเทศเชื่อมโยงกับตลาดเงิน ระหว่างประเทศ (ไม่มีการควบคุมตลาด ปริวรรตเงินตรา) และกรณีทกระแสเงินตรา ี่ ต่างประเทศ (cash flow) ซึงวัดจากดุลบัญชี ่ เดินสะพัดขาดดุลมาก (3) ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลียนคงที่ เมื่อเกิด ่ ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดหรือ ดุลการชำาระเงิน อัตราแลกเปลียนไม่สามารถ ่ เป็นกลไกช่วยในการปรับตัวเพือแก้ไขปัญหา่ การขาดดุลได้ ซึงตรงข้ามกับการปล่อยให้ ่ อัตราแลกเปลียนลอยตัว อัตราแลกเปลียนจะ ่ ่ ช่วยในการปรับตัวโดยผ่านขบวนการทีอตรา ่ ั แลกเปลียนเสือมค่า (depreciate) ่ ่
  16. 16. ข้ อ ดี ข องระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นแบบเคลื่ อ นไหว อย่างเสรี สรุปได้ดงนี้ ั (1) อัตราแลกเปลียนลอยตัวช่วยให้มการปรับดุล ่ ี บัญชีเดินสะพัดหรือดุลบัญชีการชำาระ เงินได้ (2) ธนาคารกลางไม่จำาเป็นต้องดำารงทุนสำารอง ระหว่างประเทศไว้เป็นจำานวนมากเพื่อปกป้อง ค่าเงิน (3) ไม่ตองกังวลเรื่องการโจมตีค่าเงิน ้ ข้อ เ สีย ข อ ง ร ะ บ บ อัต ร า แ ล ก เ ป ลี่ ย น แ บ บ เคลื่อนไหวอย่างเสรี สรุปได้ดงนี้ ั (1) ภายใต้ ร ะบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นลอยตั ว มี ข้ อ เสียที่สำาคัญคืออัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนขึ้น ลงไปตามอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งการเก็ ง กำา ไร ซึ่ ง ก่ อ ให้ เ กิ ด ความไม่ แ น่ น อนในเรื่ อ ง อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นอุปสรรค์สำาคัญในการ ดำา เนิ น ธุ ร กิ จ ระหว่ า งประเทศ เพราะจะทำา ให้ เกิด กำา ไรหรื อ ขาดทุ น ได้ จ ากการผั น ผวนของ อัตราแลกเปลียน ่ (2) นโยบายในการรักษาเสถียรภาพของระบบ เศรษฐกิจของภาครัฐมีประสิทธิภาพลดลง เช่น การควบคุมภาวะเงินเฟ้อ เป็นต้น ตารางที่ 11.1 สรุปประเภทของระบบอัตรา แลกเปลียน ่ ระบบ ลักษณะและชือระบบ ่ ทุนสำารอง Fixed อัตราแลกเปลียน ่ เป็นทองคำา Exchange กำาหนดคงที่ คือระบบ ในอัตราส่วน
  17. 17. Rates มาตรฐานทองคำาทัว ่ ทีกำาหนด ่ โลกใช้ระบบนีกอนปี้ ่ (par value) 1914 และในช่วง 1926-33 Modified อัตราแลกเปลียน ่ ทองคำา เงิน Fixed กำาหนดคงทีแต่ปรับ ่ สกุลหลัก Exchange เปลี่ยนได้เป็นระยะ เช่น ดอลลาร์ Rates ตัวอย่างของระบบนีคือ ้ สหรับ Bretton Woods System (IMF) 1947 -1971, EMS (1979 - ปัจจุบัน, ระบบตะกร้า เงิน ระบบคณะ กรรมการ Managed ระบบลอยตัวแบบกึง ่ ส่วนใหญ่เป็น Floating จัดการ ใช้กันแพร่ เงินสกุลต่าง Exchange หลาย เช่น USA, UK, ประเทศ เช่น Rate Thailand และประเทศ $ DM JY,PS ASEAN Freely อดีตเคยใช้ เช่นใน ดำารงไว้นอย ้ Floating ประเทศอังกฤษช่วง เป็นเงินตรา Exchange 1918-26 สกุลหลัก Rates 11.6 ทฤษฎีทใช้อธิบายการเปลียนแปลงใน ี่ ่ อัตราแลกเปลียน ่
  18. 18. ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ทใช้อธิบายการ ี่ เปลียนแปลงของอัตราแลกเปลียนภายใต้ระบบอัตรา ่ ่ แลกเปลียนลอยตัวอย่างเสรีมี 2 ทฤษฎี คือ ่ (1) ทฤษฎีความเสมอภาคแห่งอำานาจซือ ้ [The Purchasing - Power Parity Theory (PPP) ] ทฤษฎีนี้พัฒนาการมาจากการค้าระหว่าง ประเทศ โดยเชื่อว่า อัตราแลกเปลียนจะมีความ ่ สัมพันธ์ระหว่างระดับราคาสินค้าภายในประเทศและ ต่างประเทศ และเชื่อว่าอัตราแลกเปลียนระหว่างเงิน ่ สองสกุลจะปรับตัวเพือให้สอดคล้องกับช่องว่าง ่ ระหว่างอัตราเงินเฟ้อ (differential rates of inflation) ระหว่างสองประเทศ โดยจะมีทศทางการ ิ ปรับตัวจนกระทังดุลยภาพของดุลการชำาระเงินของ ่ ทังสองประเทศได้ดล แนวคิดของทฤษฎีนอยูภาย ้ ุ ี้ ่ ใต้แนวคิดเรื่อง “กฎแห่งราคาเดียว” (Law of one price) ซึงหมายความว่า สินค้าชนิดเดียวกัน ขาย ่ ในแต่ละประเทศ ราคาขายจะเท่ากัน เมื่อคิดอยูในรูป ่ เงินสกุลเดียวกัน ซึงแสดงได้ตามสมการ ต่อไปนี้ ่ E P* = P โดยที่ E = อัตราแลกเปลียน ( ่ แสดงราคาของเงินสกุลในประเทศต่อ 1 หน่วยของเงินสกุลต่างประเทศ)
  19. 19. P = ระดับราคาสินค้าใน ประเทศ ในรูปของเงินสกุลท้องถิ่น P* = ระดับราคาสินค้าต่าง ประเทศ ในรูปของเงินตราต่างประเทศ ทังนี้ข้อสรุปของทฤษฎีนี้อยูภายใต้ข้อสมมติ ้ ่ ว่าตลาดการค้าระหว่างประเทศมีการแข่งขันอย่าง สมบูรณ์ ไม่มีตนทุนค่าขนส่งและการกีดกันทางการ ้ ค้าใด ๆ จากสูตรทีแสดง “Law of one price” ่ สมารถคำานวณหาอัตราแลกเปลียน ได้คอ ่ ื P E = P* สู ต ร ที่ แ ส ด ง มี ชื่ อ เ รี ย ก ท า ง วิ ช า ก า ร ว่ า “ Absolute Purchasing Power Parity” ซึ่ ง ใ นทา ง ปฎิบติจะมีปญหาในการพิจารณาว่าระดับราคาทีกล่าว ั ั ่ ในทฤษฎีจะใช้กับสินค้าประเภทใด และกลุ่มสินค้าที่ บริโภคในแต่ละประเภทก็มีนำ้าหนักต่างกัน ดังนั้นใน ทางปฏิบัติจึงนิย มใช้ ดั ชนี ร าคาแทนระดับราคา ซึ่ง ดัชนีราคาที่นิยมใช้มี 3 ประเภท คือ CPI, WPI และ GDP deflator ในกรณีทพิจารณาในรูปของอัตราการ ี่ เปลียนแปลงของอัตราแลกเปลียน หรือทีเรียกว่า “ ่ ่ ่ Relative Purchasing Power Parity” สูตรในการ คำานวณ คือ ∆E = ∆Pt / ∆P*t
  20. 20. หรือ % ∆E = % ∆Pt - % ∆P*t โดยที่ แสดงถึงการเปลี่ยนแปลง ใน กรณีทเราแสดง Relative PPP ในรูปของระดับอัตรา ี่ แลกเปลียน เราจะได้สมการ ่ Pt / P0 PPPEt = Pt* / P0* . E0 โดยที่ PPPEt = อัตราแลกเปลียนตามทฤษฎี ่ relative PPP ณ เวลา t Pt = ระดับราคาภายในประเทศ ณ เวลา t P0 = ระดับราคาภายในประเทศ ณ เวลา 0 ซึงเป็นปีฐาน ่ P* t = ระดับราคาต่างประเทศ ณ เวลา t P* 0 = ระดับราคาต่างประเทศ ณ เวลา 0 ซึงเป็นปีฐาน ่ E0 = อัตราแลกเปลียน ณ ปีฐาน ่ จากสูตรคำา นวณหาอัตราแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะ เป็ น Absolute PPP หรื อ Relative PPP จะเห็ น ว่ า อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกกำาหนดจากระดับราคาเปรียบ เที ย บ และการปรั บ เปลี่ ย นในอั ต ราแลกเปลี่ ย นอั น เนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างการเปลี่ย นแปลง ของระดับราคา จะเกิดขึนได้ 2 ทางคือ ้
  21. 21. ทางแรก เกิ ด จากการเปลี่ ย นแปลงในราคา เปรี ย บเที ย บระหว่ า งสิ น ค้ า เข้ า และสิ น ค้ า ออกทั้ ง สองประเทศ กล่าวคือ ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูง กว่าโดยเปรียบเทียบกับอีกประเทศ ราคาสินค้าส่ง ออกจะสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้านำา เข้า จึงทำาอุปสงค์สินค้าสินค้านำา เข้าสูงขึ้น และอุปสงค์ สิน ค้ า ส่ ง ออกลดลงและดุ ล การค้ า ของประเทศจะ เลวลง จากผลดังกล่า วจึงทำา ให้อุปสงค์ ข องเงิ น ตราสกุลต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะทีอุปสงค์สำาหรับ ่ เงินตราสกุลของประเทศตนเองลดลง จึงทำาให้ค่า เงินของประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าเสื่อมค่าลง (depreciate) ในทิศทางกลับกัน สำาหรับประเทศที่ มี อัต ราเงิ น เฟ้ อ ตำ่า กว่ า ราคาสิ น ค้ า เข้ า สู งทำา ให้ ล ด การนำา เข้า อุปสงค์สำา หรับเงินตราประเทศคู่ค้าลด ลง ขณะที่ราคาสินค้าส่งออกโดยเปรียบเทียบจะถูก ลง ส่งออกจะเพิ่มขึ้น ดุลการค้าจะปีขึ้น ค่าเงินของ ป ร ะ เ ท ศ อั ต ร า เ งิ น เ ฟ้ อ ตำ่า ก ว่ า จ ะ เ พิ่ ม ขึ้ น (appreciate) ซึ่ ง จ ะ มี ผ ล ต่ อ อั ต ร า แ ล ก เ ป ลี่ ย น ปัจจุบัน (spot exchange rates) ( ทางทีสอง อัตราแลกเปลียนอาจเปลียนแปลงเพื่อ ่ ่ ่ สนองตอบต่อความแตกต่างของอัตราเงินเฟ้อ เป็น ผลมาจาก การเก็ ง กำา ไร (speculation) ขณะที่ ราคาของประเทศหนึ่ ง เปลี่ ย นแปลงสู ง กว่ า อี ก ประเทศหนึ่ง ผูจัดการกองทุนและพวกนักเก็งกำาไร ้ คาดการณ์ ว่ า อำา นาจซื้ อ ของเงิ น ของประเทศที่ มี อัตราเงิ น เฟ้ อสูงจะลดลง พวกกองทุ นและนั ก เก็ ง
  22. 22. กำาไรจึงต้องเปลี่ยนการถือเงินจากสกุลเงินประเทศ ที่มีอำานาจซื้อลดลงไปถือครองเงินของอีกประเทศ จึ ง เป็นผลทำา ให้ค่ า เงินข องป ร ะ เทศที่ ที อั ต ร า เงินเฟ้อสูงเสื่อมค่าลง ซึ่งจะมีผลต่อ อัตราซื้อขาย ล่วงหน้า (forward exchange rates) Real exchange rate เป็นดัชนีทสร้างขึ้นโดยการนำา ี่ เอาอัตราแลกเปลียนตัวเงินมาพิจารณาร่วมกับระดับ ่ ราคาสินค้าภายในและต่างประเทศ ทังนี้เพือเปรียบ ้ ่ เทียบระดับราคาสินค้าของสองประเทศว่าจะแตกต่าง กันมากน้อยเพียงใด จึงเป็นดัชนีที่ใช้วัดศักยภาพ การแข่งขันของทังสองประเทศ สูตรในการคำานวณ ้ ep * ส = P โดยที่ = อัตราแลกเปลียนทีแท้จริง ่ ่ (real exchange rate) e = อัตราแลกเปลียนตัวเงิน ่ (nominal exchange rate) p* = ระดับราคาสินค้าต่าง ประเทศ P = ระดับราคาสินค้าในประเทศ (2) ทฤษฎีความเสมอภาคของอัตราดอกเบีย ้ [The Interest - Rate Parity Theory (IRP)] ทฤษฎี นี้ เ ชื่ อ ว่ า อั ต ราแลกเปลี่ ย นจะปรั บ เปลี่ ย นเพื่ อ ให้ ส อดคล้ อ งกั บ ความแตกต่ า งระหว่ า ง
  23. 23. อัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้มีข้อสมมุติว่าเมื่อตลาดการเงิน ของประเทศเปิ ด เสรี ความแตกต่ า งระหว่ า งอั ต รา ดอกเบี้ย ของสินทรัพ ย์ ป ระเภทต่ า งๆ เช่ น พั นธบั ต ร ตั๋ ว สั ญ ญาใช้ เ งิ น จะมี ผ ลทำา ให้ นั ก ลงทุ น เคลื่ อ นย้ า ย เงินทุนจากประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยตำ่าไปสู่ประเทศ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง การเคลื่อนย้ายเงินทุนดังกล่าว จะมี ผ ลกระทบต่ อ อั ต ราแลกเปลี่ ย น กล่ า วอี ก นั ย หนึ่ง คือ ถ้ามีความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนจาก การลงทุ น ทางการเงิ น ระหว่ า งประเทศ จะเกิ ด การ arbitrage จนกระทั่งผลตอบแทนทั้งภายในและต่าง ประเทศเท่ากัน ตัวอย่างเช่น ถ้า ฝากเงิน B บาท อัตราดอกเบีย i ต่อปี สินปีจะได้รบเงินจำานวน ้ ้ ั B + i (B) = B (1 + i ) บาท ถ้านักลงทุนมีทางเลือกในการเปลี่ยนเงิน 1 บาท กำาหนดให้เปลี่ยนเป็นดอลลาร์จะได้เงินจำานวน 1 เท่ากับ 1 . E โดยที่ E คือ อัตราแลกเปลียน ่ กำาหนดในรูปของเงินบาทต่อ 1 หน่วยของเงินตรา ต่างประเทศ แล้วไปฝากยังต่างประเทศสมมุติวาได้ ่ รับดอกเบียร้อยละ i* สินปีจะได้รับเงินเท่ากับ ้ ้ 1 B x ( E ) + i* { B x ( 1 1 E ) } = B x ( E ) ( 1+ i* ) อย่างไรก็ตาม ในการนำา เงิ นไปลงทุนในต่ า ง ประเทศจะมี ค วามเสี่ ย งเรื่ อ งการผั น ผวนของอั ต รา แลกเปลี่ยนที่คาดว่าจะเกิดในอนาคต คือ อัตราแลก
  24. 24. เปลี่ยนในอนาคตอาจแตกต่างจากอัตราแลกเปลี่ยน ในปัจจุบันที่ตัดสินใจที่จะลงทุนในต่างประเทศ ซึ่ง ถ้ากำา หนดว่า นักลงทุนได้ทำา การป้องกันความเสี่ย ง ประเภทนี้ โ ดยการทำา การขายล่ ว งหน้ า 9 ณ ระดั บ forward rate 1 ปี (Ft) ดังนั้น ณสิ้นปีนักลงทุนจะ ได้รบเงินคืนในรูปเงินตราในประเทศเท่ากับ ั 1 B x ( E ) ( 1+ i* ) Ft ณ ดุลยภาพ ผลตอบแทนจากการลงทุนทังภายใน ้ และต่างประเทศต้องเท่ากัน นั่นคือ 1 B ( 1+ i ) = B x (E) ( 1+ i* ) Ft Ft (1 + i) Et = (1 + i* ) จากดุลยภาพทีแสดง อาจใช้พยากรณ์อตราแลก ่ ั เปลียนในงวดต่อไป ได้ คือ10 ่ (1 + i) Ft+1 = (1 + i ) . Et * 11.7 วิวัฒนาการของระบบการเงินของโลก 9 การลงทุนระหว่างประเทศ นักลงทุนต้องเผชิญกับความเสียงหลายประการ ่ ในที่นพจารณาเฉพาะ ความเสียงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และการดำาเนิน ี้ ิ ่ การป้องกันความเสียงประเภทนีเรียกว่า “ Coverd IRP” ่ ้ 10 รูจักกันในนาม International Fisher Effect ซึ่งนำามาประยุกต์ใช้ในการ ้ พยากรณ์ อัตราแลกเปลี่ยน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน Richard Levich, International Financial Markets, chap. 5
  25. 25. (1) The Gold Standard หรื อ ระบบมาตรฐาน ทองคำา ร ะ บ บ นี้ ใ ช้ เ มื่ อ ป ร ะ ม า ณ 40 ปี ก่ อ น สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือประมาณช่วง 1890-1914 ระบบนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาโดยชาติใด แต่เกิดขึ้นมา เองเหมือนกับระบบราคา กล่าวคือ เป็ น ระบบที่เกิด มาจากความให้การยอมรับทองคำาในฐานะที่เป็นสิ่งมี ค่ า ใช้ แ ทนเป็ น เงิ น ได้ ห รื อ ใช้ เ ป็ น สิ่ ง หนุ น หลั ง เงิ น กระดาษ ในระบบนี้ประชาชนในทุกประเทศสามารถ นำา เงิ น กระดาษมาแลกเปลี่ ย นทองคำา ในอั ต ราที่ กำา ห น ด ไ ว้ เ ช่ น ใ น ปี 1914 1 ด อ ล ล า ร์ สหรัฐอเมริกา แลกเป็นทองคำานำ้าหนัก 0.053 ounce ในขณะที่ 1 ปอนด์ ส เตอร์ ริ ง แลกทองคำา ได้ 0.257 ounce ซึ่งหมายความว่า เงิ น 1 ปอนด์ มีมูลค่าเป็น 4.86 เท่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งก็คืออัตราแลกเปลี่ยน นั่นเอง กลไกการทำางานของระบบมาตรฐานทองคำา ตั้งอยูบนเงื่อนไขทีสำาคัญ 3 ประการ คือ ่ ่ (ก) ทุกประเทศที่ ใ ช้ ม าตรฐานทองคำา ต้ อ ง กำาหนดค่าเงินของตนเทียบกับทองคำา (ข) ทางการต้องอนุญาตให้มีการนำา เข้าและ ส่งออกทองคำาโดยเสรี (ค) ทางการต้องไม่เข้าไปขัดขวางกลไกการ ปรับตัวทางด้านปริมาณเงินที่เกิดจากการค้าระหว่าง ประเทศ เงื่อนไขสองประการแรกเป็นกลไกทีจะช่วยให้ ่ อัต ราแลกเปลี่ย นคงที่ ห รื อ เคลื่ อ นไหวในช่ ว งแคบๆ
  26. 26. กล่าวคือ เมื่อเกิดความไม่สมดุลทางด้านการค้าและ การชำาระเงินระหว่างประเทศก็จะนำาไปสู่การไหลเข้า ออกของทองคำา เพื่ อ ปรั บ ดุ ล การชำา ระเงิ น ให้ ส มดุ ล และ เงื่ อ นไขประการ ที่ ส ามจะช่ ว ยให้ เ กิ ด ความ มั่นใจว่าการปรับตัวไปสูความสมดุลทางด้านการชำาระ ่ เงินระหว่างประเทศอย่างแท้จริง จากข้อดีของระบบ นี้ที่ช่วยให้อัตราแลกเปลี่ยนมีเสถียรภาพและมีกลไก การปรั บ ตั ว เองเมื่ อ มี ก ารขาดดุ ล หรื อ เกิ น ดุ ล ทำา ให้ ปัจจุบันมีนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่งเสนอให้กลับไป ใช้ระบบมาตรฐานทองคำา (2) The Bretton Woods System หลังสงครามโลกครั้งที่สองทั่วโลกต้องเผชิญ กับปัญหาระหว่างประเทศหลายประการ ซึงสถาบันที่ ่ กำา เนิ ด ขึ้ น มา ก็ เ พื่ อ แก้ ปั ญ หาในแต่ ล ะส่ ว น เช่ น มี ปั ญ หาเรื่ อ งการกี ด กั น ทางการค้ า อั น เนื่ อ งมาจาก กำา แพงภาษี ประชาคมโลกจึ ง ตั้ ง องค์ ก ร GATT (General Agreement on Tariffs and Trade) เพื่ อ แก้ ปั ญ หานี้ และได้ ตั้ ง ธนาคารเพื่ อ การบู ร ณะและ ฟื้ น ฟู (International Bank for Reconstruction and Development : IBRD) ห รื อ เ รี ย ก ย่ อ ว่ า ธนาคารโลก (The World Bank) เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง การหาเงิ น ทุ น มาใช้ ใ นการที่ จ ะช่ ว ยให้ ป ระเทศที่ ต้ อ งการเงิ น ทุ น มาบู ร ณะ ฟื้ น ฟู แ ละพั ฒ นาประเทศ และในการแก้ ปั ญ หาระบบการชำา ระเงิ น ระหว่ า ง ประเทศ ได้ตั้ง กองทุ น การเงิ น ระหว่ า งประเทศหรื อ
  27. 27. เรี ย กย่ อ ว่ า IMF 11(International Monetary Fund) ซึ่ง ได้ส ร้า งระบบการเงิ น ระหว่ า งประเทศ ที่ เ รี ย กว่ า The Bretton Woods12 อั น เป็ น ระบบที่ ร วมเอาข้ อ ตกลงและกฎเกณฑ์ ที่ส ร้ า งจาก IMF ระบบนี้ไ ด้ ถู ก นำา มาใช้ในช่วง 1948 - 1971 ระบบนี้บางครั้งเรีย ก ว่ า Gold-Exchange Standard หรื อ ระบบปริ ว รรต ทองคำา ซึ่ ง จั ด ว่ า เป็ น ระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย นคงที่ ระบบนี้ กำา หนดให้ ป ระเทศสมาชิ ก ต้ อ งปฏิ บั ติ ต าม เงื่ อ นไขหลั ก 3 ประการคื อ ประการแรก ประเทศ สมาชิ ก ต้ อ งสำา รองเงิ น ตราต่ า งประเทศในรู ป ของ ดอลลาร์สหรัฐซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนเป็นทองคำา ได้ เพราะรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศอัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ $35 ต่อ ounce13 ได้ ประการทีสองประเทศ ่ สมาชิกต้องกำาหนดอัตราแลกเปลียนเงินสกุลของประ ่ 11 รายละเอียด ความก้านหน้า ผลงานวิจย การประชุมของ IMF ดูได้จาก ั http://www/imf.org ของธนาคารโลกดูได้จาก http://www.worldbank.org 12 ประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรและประเทศอุตสาหกรรมอีก 44 ประเทศมาประชุมกันทีเมือง Bretton Woods รัฐ New Hampshire ่ ในปี 1948 โดยประเทศสหรัฐและสหราชอาณาจักรเป็นผูนำาเสนอแนวทาง ้ การดำาเนินงานภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยน Bretton Woods ทั้งนี้ทั้ง สองประเทศกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนของตนไว้คงที่กับทองคำา ประเทศ สหราชอาณาจักรกำาหนด 12.5 ปอนด์เสเตอริงค์เท่ากับทองคำา 1 ounce 13 1 ounce = 28.35 gram ประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร และประเทศอุตสาหกรรมอีก 44 ประเทศมาประชุมกันทีเมือง Bretton ่ Woods รัฐ New Hampshire ในปี 1948 โดยประเทศสหรัฐและสหราช อาณาจักรเป็นผูนำาเสนอแนวทางการดำาเนินงานภายใต้ระบบอัตราแลก ้ เปลี่ยน Bretton Woods ทั้งนี้ทั้งสองประเทศกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยน ของตนไว้คงที่กับทองคำา ประเทศสหราชอาณาจักรกำาหนด 12.5 ปอนด์ เสเตอริงค์เท่ากับทองคำา 1 ounce
  28. 28. เทศกับ ดอลล่า ร์ให้ ค งที่ หรื อ เรี ย กว่ า ค่า เสมอภาค (par value) โดยธนาคารชาติ ข องประเทศสมาชิ ก ต้ อ งจั ด ตั้ ง กองทุ น รั ก ษาระดั บ อั ต ราแลกเปลี่ ย น (Exchange Equalization Fund) เ พื่ อ ค อ ย แทรกแซงไม่ ใ ห้ อั ต ราแลกเปลี่ ย นผั น ผวนออกจาก ค่าเสมอภาคที่กำา หนด และประการสุดท้าย ประเทศ สมาชิกต้องปล่อยให้มีการแลกเปลียนระหว่างเงินตรา ่ ของตัวเองกับดอลลาร์อย่างเสรี ใ น ช่ ว ง ท ศ ว ร ร ษ ที่ 1960 ป ร ะ เ ท ศ ส ห รั ฐ อ เ ม ริ ก า ป ร ะ ส บ กั บ ปั ญ ห า ก า ร ข า ด ดุลการชำาระเงิน การขาดดุลงบประมาณแผ่นดินเรื้อรัง รวมทั้ ง ปั ญ หาเรื่ อ งภาวะเงิ น เฟ้ อ ทำา ให้ เ กิ ด การเก็ ง กำาไรในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐว่าจะลดค่าลง มีทองคำา ไหลออกจากประเทศสหรัฐมาก เพราะประเทศต่างๆ นำา เงินดอลลาร์สหรัฐมาแลกเป็นทองคำา จากสภาพ ปั ญ หานี้ ในเดื อ นสิ ง หาคม 1971 ประธานาธิ บ ดี Richar M. Nixon ได้ประกาศนโยบายทางเศรษฐกิจ ใหม่ สาระสำา คั ญ ส่ ว นหนึ่ ง ของนโยบายใหม่ คื อ ยกเลิกการแลกเปลียนระหว่างดอลลาร์กบทองคำาการ ่ ั ประกาศนี้ จึ ง เท่ า กั บ เป็ น การสิ้ น สุ ด ระบบ Bretton Woods (3) อัตราแลกเปลียนลอยตัวกึงจัดการ (Managed ่ ่ Floating Exchange Rate System) หลั ง จากระบบ Bretton Woods ล่ ม สลาย ประเทศส่วนมากปล่อยให้ค่าเงินของตนเคลื่อนไหว
  29. 29. เสรีไ ปตามกลไกตลาด แต่ อ ย่ า งไรก็ ต าม ประเทศ ต่ า ง ๆ ก็ ยัง คงแทรกแซงด้ ว ย จึ ง มั ก เรี ย กระบบนี้ ว่ า managed floating exchange rate ในช่ ว ง 1978 - 1981 อั ต ราแลกเปลี่ ย นเงิ น ตราประเทศต่ า งๆ ไม่ มี เ สถี ย รภาพ ทำา ให้ ป ระเทศ ต่างๆ ต้องการที่จะสร้างกลไกเพื่อทำา ให้อัต ราแลก เปลี่ ย นมี เ สถี ย รภาพ (จะสั ง เกตุ ว่ า ตั้ ง แต่ ร ะบบ Bretton Woods ยกเลิ ก ไป ก็ ยั ง ไม่ มี ร ะบบการเงิ น ใหม่มาแทนประเทศต่าง ๆ ต่างก็มาทำาการตกลงแบบ พหุภาคี ในรูปของข้อตกลง เช่น ประเทศในยุโรป 9 ประเทศในกลุ่ม EEC ในปี 1979 ได้สร้าง ระบบการ เงินยุโรป14 (European Monetary System - EMS) โดยมีวตถุประสงค์หลักคือ ลดความผันผวนของอัตรา ั แ ล ก เ ป ลี่ ย น ใ น ก ลุ่ ม ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก ข อ ง EEC (European Economic Community) โ ด ย ส รุ ป ห ลั ง จ า ก ร ะ บ บ Bretton Woods ถู ก ย ก เ ลิ ก ไ ป ประเทศต่าง ๆ ปล่อยให้ค่าเงินของตนเองลอยตัวใน หลายรูปแบบ เช่น ค่าเงินของบางสกุลลอยตัวร่วมกัน บางสกุล ลอยตั ว อิส ระ บางสกุ ล กำา หนดให้ ค งที่ กั บ เงินสกุลอื่นหรือ SDR (Special Drawing Right เป็น เงินที่ IMF สร้างขึนมา15) แต่ทงนี้การลอยตัวดังกล่าว ้ ั้ 14 ระบบนีนำาหลักการของระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่มาใช้ โดยมี ้ วัตถุประสงค์เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในกลุ่มประเทศ สมาชิก ภายใต้ระบบนี้ ทุกประเทศจะกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ของ เงินสกุลตัวเองกับเงิน European Monetary Unit (ECU) และอนุญาติให้ ขึ้นลงได้ ± 2.25 จากค่าที่กำาหนด 15 ในปี 1970 IMF ได้สร้า งเงิน SDR ซึ่ง ไม่ ไ ด้ เป็น ตัว เงิน จริง หากแต่ เป็นการลงบัญชี SDR มีวัตถุประสง์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับประเทศ
  30. 30. ไม่ ไ ด้ เ ป็ น ไปโดยอิ ส ระหากแต่ ถู ก แทรกแซงจาก รั ฐ บ า ล จึ ง เ รี ย ก ร ะ บ บ นี้ ว่ า Managed Floating Exchange Rate System ร ะ บ บ นี้ ใ ช้ ม า ตั้ ง แ ต่ ปี 1972 ถึงปัจจุบน ั 11.8 วิ วั ฒ นาการของระบบการเงิ น ระหว่ า ง ประเทศของประเทศไทย (1) ก่อ นส ง ค ร า ม โ ล ก ค รั้ ง ที่ ส อ ง ก า ร ค้ า ระหว่างประเทศของไทยอยู่ในระดับตำ่า ตลาดการเงิน ระหว่ า งประเทศยั ง ไม่ แ พร่ ห ลาย ประเทศไทยใช้ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่โดยผูกค่าเงินบาทไว้กับ เงิ น ปอนด์ ส เตอริ ง ค์ ข องอั ง กฤษเพี ย งสกุ ล เดี ย วใน อัตรา 1 ปอนด์สเตอริงค์เท่ากับ 11 บาท (2) เมื่อสงครามโลกครั้ งที่ ส องได้สิ้ นสุ ด ลง เมื่ อ วัน ที่ 16 สิง หาคม 2488 เงิ นสำา รองเงิ น ตราใน ส่วนทีเป็นเงินเยนญี่ปุ่นหมดค่าลง ทองคำาทีฝากไว้ใน ่ ่ ประเทศญี่ปุ่นถูกยึด เนื่องจากประเทศไทยจัดอยู่ใน กลุ่ม ผู้แพ้ ส งคราม ประเทศไทยต้ อ งประสบปั ญ หา เศรษฐกิ จ ตกตำ่า อั ต ราเงิ น เฟ้ อ อยู่ ใ นระดั บ สู ง ขณะ เดี ย วกั น กั บ ที่ ป ระเทศต้ อ งการเงิ น ตราต่ า งประเทศ เพื่อมาบูรณะฟื้นฟูประเทศ ทำา ให้อัตราแลกเปลี่ย น ในช่วงนี้มีความผันผวนมาก เกิดตลาดมืด รัฐบาลไม่ ที่ขาดแคลนเงินทุนสำารอง ค่าของ SDR กำาหนดจากค่าเฉลี่ยถ่วงนำ้าหนัก ของเงิ น สกุ ล หลั ก 5 สกุ ล คื อ US dollar, German Deutschmark, UK sterling, the French franc and the Japanese yen ดั ง นั้น ค่า SDR จะ เปลี่ยนแปลงไปตามค่า เงินสกุลหลั กเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น 1SDR มีค่าเท่ากับ $ 0.72 และ 1.1 ในปี 1993
  31. 31. สามารถควบคุมให้อัตราแลกเปลี่ยนให้มี เสถียรภาพ ได้ ในปี 2490 จึงได้หันมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยน คงที่ แ บบหลายอั ต รา 16 (Multiple Fixed-Exchange Rates) โดยกำา หนดอัตราแลกเปลียนทางการไว้ที่ 1 ่ ปอนด์ส เตอริง ค์ เท่า กับ 40 บาท และสำา หรับ อัต รา แลกเปลียนกับดอลลาร์สหรัฐ กำาหนดไว้ที่ 100 บาท ่ เท่ากับ 10.075 ดอลลาร์สหรัฐ และต่อมาในวันที่ 27 กันยายน 2492 เปลียนเป็น 35 บาท ต่อ 1 ปอนด์สเต ่ อริง ค์ และ 12.50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ส หรัฐ ระบบ อั ต ราแลกเปลี่ย นหลายอั ต ราถู ก ยกเลิ ก ในปี 2498 ทั้งนี้เพราะ ค่าของเงินบาททางการสูงเกินจริง ทำาให้ การส่งออกของไทยลดลง และขาดดุลการค้าสูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจตกตำ่า พร้อมทังอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ้ (3) หลั ง จากยกเลิ ก ระบบอั ต ราแลกเปลี่ ย น คงที่หลายอัตราแล้ว รัฐบาลไทยได้เข้าร่วมระบบการ เ งิ น ข อ ง IMF คื อ Bretton Woods System โ ด ย ดำาเนินการจัดตั้งกองทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Equalization Fund) และเที ย บค่ า เงิ น บาทกับ ทองคำา ตามหลั ก ของสั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการเงิ น ระหว่ า งประเทศของ Bretton Woods ในอั ต รา 1 บาท ต่อทองคำา บริสุท ธ์ 0.06019 กรั ม และกำา หนด อั ต รากลางระหว่ า งเงิ น บาทกั บ เงิ น ปอนด์ ส เตอริ ง ค์ 16 การกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้หลายอัตรา เพื่อมุงหวังรักษาทุนสำารองที่ มีอยู่น้อย โดยรัฐบาลจะกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้สูงสำาหรับผู้ที่ต้องการ ซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อการใช้จ่ายที่รัฐบาลเห็นว่าไม่จำา เป็น เช่น ซื้อ สินค้าฟุ่มเฟือย หรือไปเที่ยวต่างประเทศ และกำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนใน ระดับตำ่า สำา หรับผู้ที่จะซื้อเงิน ตราต่า งประเทศสำา หรั บ การชำา ระหนี้ที่เ ป็น ประโยชน์ เช่น ซื้อวัตถุดิบ เครื่องจักร ยารักษาโรค เป็นต้น
  32. 32. และดอลลาร์ สหรัฐ ไว้ 60 บาท ต่อ 1 ปอนด์สเตอริ งค์ และ 100 บาท ต่อ 6.72 ดอลลาร์ (4) เมื่อระบบ Bretton Woods ถูกยกเลิก ใน ปี 2514 ประเทศไทยยั ง คงผู ก ค่ า เงิ น บาทไว้ กั บ ดอลลาร์สหรัฐเหมือนเดิม โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนที่ 20.80 บาทต่อดอลาาร์ส หรั ฐ ทั้ง นี้ เ พื่ อ รั ก ษาความ สามารถในการแข่งขันของสินค้าออกของไทย และ ช่วยเสริมสร้างดุลการค้าและดุลการชำาระเงินให้ดีขึ้น เนื่องจากหลังจากปี 2514 ค่า เงิ นดอลลาร์ ลดค่ า ลง เรื่อย ๆ และเมื่อประเทศไทยยังคงผูกค่าเงินบาทกับ ดอลลาร์สหรัฐในระดับเดิม จึงเท่ากับไทยลดค่าเงิน เทียบกับสกุลอื่น ต่อมาในปี 2516 เกิดวิกฤตการณ์ นำ้า มั น ครั้ ง ที่ 1 ระบบเศรษฐกิ จ ไทยประสบปั ญ หา เงินเฟ้อ ปัญหาดุลภายในและภายนอกเริ่มก่อตัวและ มีแนวโน้ม เพิ่ม ขึ้น ดั งนั้ นในปี 2521 ไทยจึงยกเลิ ก การกำา หนดค่า เสมอภาคของบาทกับ ดอลลาร์ส หรั ฐ ทั้งนี้เพื่อรักษาค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพไม่ให้ตกตำ่า ตามค่าของดอลลาร์จนเกินควร (5) เ มื่ อ วั น ที่ 1 พ ฤ ศ จิ ก า ย น 2521 ประเทศไทยประกาศใช้ ระบบอัตราแลกเปลี่ย นแบบ ตะกร้า เงิน (Basket of currencies) ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยกำา หนดค่า เงิ น บาท โดยเที ย บกั บ กลุ่ ม เงิ น สกุ ล ต่างๆ ที่มีความสำา คัญต่อระบบการค้าและเศรษฐกิจ ของไทยจำา นวน 7 สกุล คือ ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์ส เตอริ ง ค์ มาร์ ค เยน ริ ง กิ ต มาเลเซี ย ดอลลาร์ สิงคโปร์ และดอลลาร์ฮองกง การเปลี่ยนแปลงระบบ ่
  33. 33. อัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวถือว่าเป็น การเปลี่ยนแปลง ที่สำาคัญเพราะนอกจากจะปรับระบบอัตราแลกเปลี่ยน ของไทยให้ ส อดคล้ อ งกั บ ที่ ป ระเทศอื่ น ๆ ส่ ว นใหญ่ แล้ ว ยั ง ทำา ให้ ค่ า เงินบ าทไม่ ผู ก ติ ด กั บ เงินส กุ ล ดอลลาร์อย่างเดียว จึงมีความยืดหยุ่น และสะท้อนถึง ภาวะดุลการชำาระเงินที่แท้จริงของประเทศ พร้อมกัน นี้ประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนวิธีการกำาหนดอัตราแลก เปลี่ ย นใหม่ จากเดิ ม ที่ ใ ห้ ก องทุ น รั ก ษาระดั บ อั ต รา แลกเปลี่ยนเป็นผู้กำา หนดแต่เพีย งผู้เดียวมาเป็ นการ ร่ ว มกั บ ธนาคารพาณิ ช ย์ กำา หนดอั ต ราแลกเปลี่ ย น ประจำาวัน หรือที่เรียกว่า Daily Fixing โดยให้กำาหนด อั ต ราแลกเปลี่ ย นประจำา วั น และกำา หนดจำา นวนที่ ต้ อ งการแลกเปลี่ ย น (เดิ ม ทุ น รั ก ษาระดั บ เป็ น ผู้ กำา หนดแต่ ผู้ เ ดี ย ว และให้ แ ลกเปลี่ ย นโดยไม่ จำา กั ด จำานวน) เมื่อเกิดวิกฤตการณ์นำ้ามัน ครั้งทีสองปี 2522 ่ ประเทศไทยประสบปัญหาทางเศรษฐกิจทั้ งภายใน และภายนอก ความเชื่อมั่นในเงินบาทลดลง เกิดการ เก็งกำาไรว่าเงินบาทต้องลดค่าลง ระบบ Daily Fixing ไม่ได้ช่ว ยแก้ปัญหา เมื่ อ วั นที่ 15 กรกฎาคม 2524 จึงได้ยกเลิกระบบตะกร้าเงินและระบบ Daily Fixing (6) ในช่ ว งปี 2524-2527 ประเทศไทยหั น กลั บ มาใช้ ร ะบบเดิ ม คื อ ให้ ก องทุ น รั ก ษาระดั บ ฯ กำาหนดอัตราแลกเปลี่ยนแต่เพียงผู้เดียว และในทาง ปฏิบัติผกค่าเงินบาทไว้กบค่าดอลลาร์สหรัฐ ค่อนข้าง ู ั คงที่

×