Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ดนตรีสากล

11,576 views

Published on

ตัวโนต้ดนตรีและชนิดประเภทต่าง ๆ ของดนตรีสากล

Published in: Education
  • Be the first to comment

ดนตรีสากล

  1. 1. เสียง กับ ดนตรี
  2. 2. จัดทำโดย <ul><li>1. ด . ช . วุฒิสาร สุขศรี ชั้น ม .2/4 เลขที่ 9 เลขานุการ </li></ul><ul><li>2. ด . ช . จิรกฤต ตรีเพ็ชรศรี ชั้น ม 2/4 เลขที่ 14 หัวหน้า </li></ul><ul><li>3. ด . ช . กฤษณรัตน์ โกมารพิมพ์ ชั้น ม 2/4 เลขที่ 31 กรรมการ </li></ul><ul><li>4. ด . ช . สุรสิทธิ์ ฐิติศรารักษ์ ชั้นม .2/4 เลขที่ 45 กรรมการ </li></ul><ul><li>ที่ปรึกษา 1. ครู ณัฐณิชา สมรัตน์ </li></ul>
  3. 3. บทคัดย่อ <ul><li>เสียงเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวัน เสียงบางเสียงสามารถ เป็น </li></ul><ul><li>เสียงดนตรีได้เช่นการตบมือ การพูดการเคาะไม้เป็นจังหวะ การตีกลอง แม้แต่ในชีวิตประจำวัน คนเราก็สามารถทำเสียงดนตรีได้ถ้า </li></ul><ul><li>มีดนตรีในชีวิต เช่นการร้องเพลง การทุบโต๊ะ และอีกมากมาย และสามารถสนุกกับดนตรีได้ทุกเมื่อ ถ้าคุณมีดนตรีในหัวใจ </li></ul>
  4. 4. ประเภทของดนตรี <ul><li>เสียงกับดนตรีเป็นความสุขของคนบางคนคือดนตรี ดนตรีมีกำเนิดมาจากการตบมือการร้องเพลงเป็นจังหวะ ช้าเร็ว ต่อไปก็คือการตีหรือเคาะ </li></ul><ul><li>ดนตรีมี 2 ประเภทคือ </li></ul><ul><li>ดนตรีไทย </li></ul><ul><li>ดนตรีสากล </li></ul><ul><li>ดนตรี ทั้งสามประเภทมีความแตกต่างกันแต่อยู่ที่คนเราจะชอบดนตรีประเภทใด </li></ul>
  5. 5. ดนตรีแต่ละประเภท มี 2 ประเภทดังนี้ <ul><li>1 ดนตรีไทย </li></ul><ul><li>ดนตรีไทยเป็นดนตรีประเภทแรกมีมาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น แต่ไม่ทราบปี พ . ศ . เท่าใด แต่ดนตรีประเภทนี้จะมีความไพเราะอย่างมาก ดนตรีไทยจะใช้แสดงงาน เช่นโขน </li></ul><ul><li>ลิเก ละคร หุ่นละครเล็ก หนังใหญ่ และอีกมากมาย </li></ul>
  6. 6. ประเภทวงดนตรีไทย <ul><li>วงดนตรีไทยมี 2 ประเภทในปัจจุบัน คือ </li></ul><ul><li>1 วงปี่พาทย์ 2. วงเครื่องสาย </li></ul><ul><li>1. วงปี่พาทย์มีจำแนกอีก 2 ประเภทคือ </li></ul><ul><li>1.1 วงปี่พาทย์ไม้แข็ง </li></ul><ul><li>1.2 วงปี่พาทย์ไม้นวม </li></ul><ul><li>2. วงเครื่องสาย </li></ul>
  7. 7. ชนิดของเพลงไทย <ul><li>เพลงไทย ( เถา ) </li></ul><ul><li>เช่น 1. เพลงวิหคเหินเถา </li></ul><ul><li>2. เพลงแขกสายเถา </li></ul><ul><li>เพลงพวกนี้จะมีลูกหมดเป็นท้ายก่อนตอนจบดังจึงเป็นลักษณะของเพลงไทย ( เถา ) </li></ul>
  8. 8. เพลงระบำต่างๆ <ul><li>เพลงระบำต่างๆ จะมีลักษณะสนุกและความเพลิดเพลิน ปลุกใจ เช่น </li></ul><ul><li>1. เพลงระบำอธิษฐาน </li></ul><ul><li>2. เพลงระบำฟ้อนดอกไม้ </li></ul><ul><li>3. เพลงระบำลพบุรี </li></ul><ul><li>4. เพลงระบำศรีวิชัย </li></ul>
  9. 9. เพลงตับ <ul><li>ควรเลือกฟังตับวิวาทพระสมุท เพลงตับชุดนี้มีเพลงที่นำลำดับไว้เรียบเรียงไว้ 3 เพลง คือ </li></ul><ul><li>1. เพลงคลื่นกระทบฝั่ง </li></ul><ul><li>2. เพลงบังใบ </li></ul><ul><li>3. เพลงแขกสาหร่าย </li></ul>
  10. 10. เพลงเรื่อง <ul><li>ควรเลือกฟังเพลงเรื่องสร้อยสน เพราะเป็นเพลงบรรเลง มีความยาวไม่มากนัก เริ่มต้นด้วยเพลงประเภทหน้าทับปรบไก่ ต่อด้วยเพลงประเภทหน้าทับสองไม้ ออกเพลงเร็วและเพลงลา ซึ่งเป็นรูปแบบของเพลงเรื่องประเภทเพลงช้าลักษณะหนึ่งดังนั้นดนตรีไทยจึงมีเอกลักษณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยความไพเราะ และความละมุนละไมพวกเราจึงควรอนุรักษ์ดนตรีไทยมิให้สูญหาย </li></ul>
  11. 11. ดนตรีสากล มี 3 ประเภท ดังนี้ <ul><li>เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] </li></ul><ul><li>เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง [Brass Instruments] </li></ul><ul><li>เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments ] </li></ul>
  12. 12. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments <ul><li>คลาริเนต [Clarinet] เป็นเครื่องเป่าลมไม้ที่มีลิ้นเดี่ยว (Single Reed) ประดิษฐ์ขึ้นในเยอรมันนี เมื่อต้นคริสตศตวรรษ ที่ 17 เสียงของคลาริเนตมีความกว้างมาก หวานกังวานไม่แพ้เครื่องเป่าชนิดใดถือเป็นตัวเอกในบรรดาเครื่องลมไม้ เป็นเครื่องเป่าสำคัญขนิดหนึ่งในวงออร์เคสตร้า และวงโยธวาทิต </li></ul>
  13. 13. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] <ul><li>แซกโซโฟน [Saxophone] เป็นเครื่องเป่าลมไม้ที่มีลิ้นเดี่ยว (Single Reed) ปากทำด้วยไม้ แต่ตัวทำด้วยทองเหลือง มีลักษณะผสมผสานระหว่างเครื่องเป่าลมไม้กับเครื่องทองเหลือง ตามประวัติว่ามีนักเป่าคลาริเนตคนหนึ่งชื่อว่านาย Sax เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้น จึงให้ชื่อว่า Saxophone ใช้ในวง Orchestra ในบางโอกาส ที่ใช้มากในวง Jazz , Big band และวงโยธวาทิต จริงแล้ว Saxophone มีหลายชนิด คือ Soprano, alto, tenor, Baritone และ Bass ซึ่งเรียงลำดับจากเสียงสูงสุด จนถึงต่ำสุด </li></ul>
  14. 14. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] <ul><li>โอโบ [Oboe] จัดอยู่ในจำพวกที่มีลิ้นคู่ (Double Reed) มีเสียงที่ไพเราะ สะกดใจคนได้มาก ตามประวัติเกิดในฝรั่งเศสประมาณ ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นเครื่องเป่าชั้นนำในวงออร์เคสตร้า มีลักษณะคล้ายคลาริเนต ยกเว้นตรงปากเป่าจะเป็นท่อยาว ตัวความยาวประมาณ 2 ฟุต ประโยชน์อย่างหนึ่งของโอโบ คือ ใช้เป็นเครื่องเทียบหรือแต่งเสียงในวงออร์เคสตร้า </li></ul>
  15. 15. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] <ul><li>บาซูน [Bassoon] เป็นเครื่องลมไม้ที่จัดอยู่ในประเภทลิ้นคู่ (Double Reed) และให้เสียงที่ต่ำที่สุด ไม่แจ่มใส ให้ความรู้สึกหม่นหมอง เสียงแหบเหมือนผี มักไม่ค่อยมีใครนำมาบรรเลงเดี่ยว ในประวัติมีเพียง โมสาร์ท เพียงคนเดียว ที่กล้านำมาใช้ในเพลงคอนแชร์โต้ ส่วนใหญ่ใช้เป็นเสียงประสาน หรือทำเสียงประหลาด ๆ น่ากลัว บาสชูน มีท่อลมใหญ่ และมีความยาวถึง 109 นิ้ว ผู้ประดิษฐ์จึงเอามาทบกันจนมีความยาวเหลือเพียง 50 นิ้ว และเนื่องจากมีน้ำหนักมาก จึงจำเป็นต้องใช้เชือกถักติดกับตัวปี่แล้วคล้องคอผู้เล่น </li></ul>
  16. 16. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] <ul><li>พิคโคโล [Piccolo] เป็นเครื่องเป่าลมไม้ที่จัดอยู่ในจำพวกไม่มีลิ้น ลักษณะเหมือนฟลุตแต่เล็กกว่า ความยาวประมาณ 12 นิ้ว จึงทำให้เสียงที่ออกมาสูง แหลมคมกว่าฟลุต ให้ความรู้สึกร่าเริง พริ้วไหว เสียงจะได้ยินชัดเจนแม้อยู่ในวงโยธวาทิต ซึ่งกำลังบรรเลงด้วยเครื่องเป่าอื่นๆ มากมาย วิธีการจับขลุ่ยปิคโคโล จับยึดด้วยมือทั้งสอง ให้ตัวขลุ่ยปัดหางไปทางขวา เป่าลมไปที่รูอยู่เกือบริมซ้าย </li></ul>
  17. 17. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมไม้ [Woodwind Instruments] <ul><li>รีคอร์ดเดอร์ [Recorder] เป็นเครื่องลมไม้ชนิดที่ไม่มีลิ้น มีหลายระดับเสียงมากมาย ตั้งแต่ Sopranino, Soprano, Alto, Tenor และ Bass ขนาดก็จะลดหลั่นกันลงมาจากเสียงต่ำสุด จะใหญ่สุด เสียงสูงสุดก็จะเป็นตัวที่เล็กสุด เวลาจะเป่าใช้ปากอมส่วนที่เป็นปากแล้วจึงเป่าออกไป ต้องการเสียงใดก็ขยับนิ้วที่ปิดรูอยู่ข้างๆ </li></ul>
  18. 18. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง [Brass Instruments] <ul><li>เฟร้นช์ฮอร์น [French Horn] ทำเลียนแบบมาจากเขาสัตว์ ที่นักล่าสัตว์และคนเลี้ยงแกะใช้เป่ามาแต่โบราณ ต่อมาทำด้วยทองเหลือง ได้มีการปรับปรุงทำเสียงให้กว้าง นอกจากจะใช้ริมฝีปากแล้วยังมีเครื่องบังคับเสียงเป็นพิเศษ อยู่ที่ตัวฮอร์น ผู้บรรเลงจะใช้นิ้วกดลงบนแป้นเล็กๆ เสียงสดใสและแหลมเล็ก จะเล่นให้อ่อนหวานก็ได้ ให้เสียงกังวานสง่าก็ได้ ให้ช้าและโศกเศร้าก็ได้ กล่าวกันว่าเสียงของฮอร์นนั้นดังกังวานสง่าผ่าเผย ยากจะหาเครื่องดนตรีอื่นใดเทียบได้ </li></ul>
  19. 19. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง [Brass Instruments] <ul><li>ทรัมเปต [Trumpet] เสียงของทรัมเป็ตสูงที่สุดในประเภทเดียวกัน มีพลัง ดังชัดแจ๋ว และออกจะหนักไปทางแปร๊ดๆ อยู่สักหน่อย ถ้าเป่าให้ดังลั่นเต็มที่บางคนอาจรู้สึกแสบแก้วหู แต่ก็สามารถเป่าเบา ทำเสียงพร่าๆ เหมือนกระซิบก็ทำได้ นับเป็นลักษณะพิเศษทีเดียว ปัจจุบันทรัมเป็ตจัดเข้าอยู่ในวงออร์เคสตร้า วงแจ๊ส และอื่นๆ </li></ul>
  20. 20. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง [Brass Instruments] <ul><li>ทรอมโบน [Trombone] ประกอบด้วยหลอดยาวๆ เป็นปากเป่าและปากบาน มีหลอดซ้อนสำหรับชักเข้า - ออก ให้มีระยะยาวสั้น เพื่อเปลี่ยนเสียงอย่างรวดเร็วฟังตื่นเต้นเร้าใจ ใช้บรรเลงในวงออร์เคสตร้า แจ๊ส และวงเครื่องทองเหลือง เสียงของทรอมโบนดังคล้ายๆ ฮอร์น แต่มีช่วงกังวาน เนื่องจากเสียงไม่ค่อยจะสดใส จึงเหมาะที่จะทำเป็นเสียงแหบๆ เหมือนคนเป็นหวัด หรือเสียงอ้อๆแอ้ๆได้ดีมาก ทรอมโบนมีเสียงที่ทุ้มกว่าทรัมเป็ต จึงมีคนกล่าวว่าเป็นเบสของทรัมเปต </li></ul>
  21. 21. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง [Brass Instruments] <ul><li>ทูบา [Tuba] เป็นเครื่องดนตรีทองเหลืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด จึงให้เสียงต่ำสุดในจำพวกเครื่องทองเหลืองนี้ ส่วนมากใช้เป่าตอดเป็นจังหวะและทำเสียงประสาน ไม่เคยปรากฏว่ามีใครอุตริเอาทูบามาเป่าเดี่ยว </li></ul>
  22. 22. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>รำมะนา [Tambourine] Tambourine มีรูปร่างคล้ายกลองแบนๆ ขึงด้วยหนังหน้าเดียวขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 นิ้ว รอบๆ ขอบมีลูกกระพรวนติดอยู่เป็นระยะๆ เพื่อทำให้เกิดเสียงกรุ๋งกริ๋งเวลาผู้เล่นเขย่า เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่พวกเสปน ยิปซี ใช้ประกอบการเต้นรำมาช้านาน เป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกครึกครื้น สนุกสนาน </li></ul>
  23. 23. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>ฉาบ [Cymbals] เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่มีลักษณะเหมือนฉาบของไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก เป็นจานทองเหลืองบางๆ 2 อัน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10-24 นิ้ว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15-16 นิ้ว เป็นขนาดที่ใช้ในวงดุริยางค์ ใช้ตีกระทบกัน เป็นเครื่องประกอบจังหวะที่ให้เสียงอึกทึกที่สุด </li></ul>
  24. 24. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>กลองชุด [Drumkit] ประกอบด้วยกลองหลายใบรวมอยู่ด้วยกัน เช่น Bass,Tenor,Snare,Cymbals ใช้ผู้เล่นคนเดียวสำหรับ Bass Drum และ Cymbals ผู้เล่นใช้เท้าเหยียบกระเดื่อง มือทั้งสองถือไม้ตีกลองใบอื่น และฉาบด้วย </li></ul>
  25. 25. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>กลองทิมปานี [Timpani] ทิมปานีเป็นกลองที่ปรับระดับเสียงได้ รูปร่างคล้ายกระทะ ตั้งอยู่บนฐาน ตัวกลองทำด้วยทองแดง ใช้หนังลูกวัวขึง มีสกรูอยู่รอบๆ ขอบกลอง เพื่อใช้บังคับหนังกลองให้ตึงมากน้อยให้เกิดระดับเสียงที่ต้องการ นอกจากสกรูแล้วที่ฐานยังมีกระเดื่องไว้ให้ผู้เล่นเหยียบเปลี่ยนระดับเสียง อุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ไม้ตีกลอง (Drum Sticks) ซึ่งมีขนาดแตกต่างกัน ( ล็ก กลาง ใหญ่ ) หัวไม้ตีกลอง มักจะหุ้มด้วยสักหลาด ผ้า สำลี ไม้ก๊อก หรือ ฟองน้ำ เสียงของทิมปานี จะทุ้มมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเส้นผ่าศูนย์กลาง ของหน้ากลอง ถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางยาวมากเสียงก็จะทุ้มมาก ถ้าเส้นผ่าศูนย์กลางสั้น เสียงจะมีความทุ้มน้อย เสียงของกลองทิมปานี เทียบได้กับเสียงเบสเป็นเสียงที่แสดงอำนาจ ตื้นเต้น เร้าใจ กลองทิมปานีใช้ในวงซิมโฟนีออร์เคสตร้ามานานแล้ว </li></ul>
  26. 26. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>ระนาดฝรั่ง [Glockenspiel] มีรูปร่างคล้าย Xylophone แต่เล็กกว่า บรรจุไว้ในกระเป๋า คล้ายกระเป๋าเดินทาง เวลาใช้จะตั้งบนโต๊ะผู้เล่นยืนเล่น ลูกระนาดทำด้วยแผ่นเหล็กมีไม้ตี มีเสียงดังกังวาน คล้ายระฆังเล็ก มีวิวัฒนาการมาจากระฆังในโบสถ์ หลายๆใบเรียงกัน </li></ul>
  27. 27. เครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ [Percussion Instruments <ul><li>ระนาดฝรั่ง [Xylophone] ลูกระนาดทำด้วยไม้ขนาดสั้นยาวลดหลั่นกัน วางตามแนวนอน มีขาตั้งติดมากับตัว ลูกระนาดวางราบบนรางที่มีหมุดตรึงไว้ ไม้ตีเป็นไม้นวมหรือไม้มีผ้าหุ้ม หรืออาจจะเป็นกระดาษพิเศษ ใต้ลูกระนาดจะมีหลอดยาวต่อลงมาเพื่อให้เสียงดังกังวานไพเราะเพิ่มขึ้น ระนาดฝรั่งต่างจากระนาดไทยคือ ระนาดไทยจะเรียงติดกันเป็นพืด แต่ระนาดฝรั่งจะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นเสียงปกติ ชั้นบนจะเป็นเสียงห่างครึ่งเสียงเหมือน Keyboard ชึ่งจะทำให้มีช่วงเสียง กว้างมากขึ้น Xylophone มีเสียงแกร่งสั้น ห้วน และชัดเจน มีขนาดใหญ่กว่า Glockenspiel </li></ul>
  28. 28. ทฤษฎีโน้ตเบื้องต้น 1 <ul><li>เริ่มรู้จักกับโน้ต </li></ul><ul><li>ตั้งแต่เกิดแทบทุกคนหรือแม้กระทั่งสัตว์ต่างๆ ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับเสียง เป็นเสียงที่เปล่งออกมาโดย ธรรมชาติเมื่อเติบโตขึ้นแล้ว จึงมีพัฒนาการด้านการออกเสียงตั้งแต่การพูดจนถึงการขับร้อง เมื่อพูดถึงเสียงดนตรีสิ่งที่ทุก คนรู้จักก็คือตัวโน้ตทั้ง 7 ตัว ซึ่งได้แก่ โด เร มี ฟา ซอล ลา และ ที เป็นสิ่งที่ทุกๆคนรู้จักและท่องจำจนขึ้นใจ แต่ก่อนอื่นเราควร มาทำความรู้จักกับมันให้ดีกว่านี้สักหน่อยดีกว่า เพื่อเป็นพื้นฐานความเข้าใจในเรื่องที่ลึกซึ้ง ต่อๆไป ตัวโน้ต คือ สัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียงซึ่งมีลักษณะการเขียน และมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ภาษา ของท้องถิ่นที่ใช้ ในปัจจุบันประเทศไทย ใช้ตัวโน้ตซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ชนิดดังนี้ </li></ul><ul><li>1. แบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ ถือเป็นตัวโน้ตที่ใช้ตามมาตรฐานสากล สามารถใช้ได้กับเครื่องดนตรีทุกประเภท และใช้กันแพร่หลายทั่วโลก ลักษณะการเขียนตัวโน้ตในแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ อักษร C คำอ่าน ซี ใช้แทนเสียง โด อักษร D คำอ่าน ดี ใช้แทนเสียง เร อักษร E คำอ่าน อี ใช้แทนเสียง มี อักษร F คำอ่าน เอฟ ใช้แทนเสียง ฟา อักษร G คำอ่าน จี ใช้แทนเสียง ซอล อักษร A คำอ่าน เอ ใช้แทนเสียง ลา อักษร B คำอ่าน บี ใช้แทนเสียง ที </li></ul>
  29. 29. ทฤษฎีโน้ตเบื้องต้น 2 <ul><li>2. แบบตัวอักษรภาษาไทย นิยมใช้ในกลุ่มคนไทยโดยเฉพาะกับการเรียนดนตรีของเด็กๆ ซึ่งยังไม่มีความรู้ ภาษาอังกฤษ รูปแบบการเขียนมีดังนี้ อักษร ด ใช้แทนเสียง โด อักษร ร ใช้แทนเสียง เร อักษร ม ใช้แทนเสียง มี อักษร ฟ ใช้แทนเสียง ฟา อักษร ซ ใช้แทนเสียง ซอล อักษร ล ใช้แทนเสียง ลา อักษร ท ใช้แทนเสียง ที </li></ul>
  30. 30. ทฤษฎีโน้ตเบื้องต้น 3 <ul><li>3. แบบตัวเลขอารบิค นิยมใช้กับเครื่องดนตรีไทยทุกประเภท เช่น ระนาด ซอชนิดต่างๆ ขิม จะเข้ และอังกะลุง เป็นต้น นอกจากนี้ยังนิยมนำไปเขียนเป็นทำนอง (Melody) เพื่อใช้ในการบรรเลงเพลงของเครื่องดนตรีลิ่มนิ้วประเภทออแกนต์ หรืออิเล็กโทนอีกด้วย ลักษณะการเขียนโน้ตแบบตัวเลขเป็นดังนี้ เลข 1 แทนเสียง โด เลข 2 แทนเสียง เร เลข 3 แทนเสียง มี เลข 4 แทนเสียง ฟา เลข 5 แทนเสียง ซอล เลข 6 แทนเสียง ลา เลข 7 แทนเสียง ที การไล่เสียง การไล่เสียงนั้น ไม่ว่าจะไล่จากทางต่ำไปหาสูง หรือจากสูงลงมาต่ำ จะต้องไล่ไปตามลำดับก่อนหลังของโน้ตเสมอ เมื่อครบแล้ว ให้วนกลับไปใหม่ โดยสามารถไล่ไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด </li></ul>
  31. 31. ทฤษฎีโน้ตเบื้องต้น 4 <ul><li>การไล่เสียงโน้ตจากต่ำไปหาสูง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด ..… ( ไปเรื่อยๆ ) C D E F G A B C D E F G A B C …… ( ไปเรื่อยๆ ) </li></ul><ul><li>การไล่เสียงโน้ตจากสูงลงมาต่ำ โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด … ... ( ไปเรื่อยๆ ) C B A G F E D C B A G F E D C ……. ( ไปเรื่อยๆ ) การไล่เสียง การไล่เสียงนั้น ไม่ว่าจะไล่จากทางต่ำไปหาสูง หรือจากสูงลงมาต่ำ จะต้องไล่ไปตามลำดับก่อนหลังของโน้ตเสมอ เมื่อครบแล้ว ให้วนกลับไปใหม่ โดยสามารถไล่ไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด </li></ul><ul><li>การไล่เสียงโน้ตจากต่ำไปหาสูง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด เร มี ฟา ซอล ลา ที โด ..… ( ไปเรื่อยๆ ) C D E F G A B C D E F G A B C …… ( ไปเรื่อยๆ ) </li></ul><ul><li>การไล่เสียงโน้ตจากสูงลงมาต่ำ โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด … ... ( ไปเรื่อยๆ ) C B A G F E D C B A G F E D C ……. ( ไปเรื่อยๆ ) </li></ul><ul><li>  </li></ul>
  32. 32. หลักการและเหตุผล <ul><li>เพื่อสามารถประดิษฐ์ เครื่องดนตรีใช้เองโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแพงๆ </li></ul><ul><li>แค่ลงทุนนิดหน่อยก็สามารถทำได้ คุณภาพที่ดี ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ราคาไม่แพง หรือ ใช้รีไซเคิลก็ได้หลักการนี้เพื่อคนอยากเล่นดนตรีแต่ไม่มี เงิน หรือ จน ถ้ามีอุปกรณ์ก็สามารถเล่นได้ </li></ul><ul><li>เพื่อให้ผู้ประดิษฐ์มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยหาวัสดุเองได้ </li></ul>
  33. 33. วัตถุประสงค์ <ul><li>เพื่อให้ได้เห็นคุณค่าของดนตรี </li></ul><ul><li>เพื่อเป็นการอนุรักษ์ดนตรีทั้งสองประเภท </li></ul><ul><li>เพื่อสามารถนำไปใช้แสดงออกทางศิลปะและดนตรี </li></ul>
  34. 34. ขั้นตอนการดำเนินงาน <ul><li>1. หาประวัติดนตรีแต่ละประเภทแต่ละชนิด </li></ul><ul><li>2. นำข้อมูลต่างๆมารวมกันและจำแนกข้อมูล </li></ul><ul><li>3. นำข้อมูลมาจัดพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ </li></ul>
  35. 35. สรุปเรื่องเสียงกับดนตรี <ul><li>สรุป ดนตรีแต่ละประเภทมีความแตกค่างกันให้ความไพเราะแตกต่างกันและมีเสียงที่แตกต่างกันอีกด้วยทั้งนี้ดนตรีทุกประเภทมีความไพเราะแตกต่างกันอยู่ที่เครื่องดนตรีชนิดนั้นจะทำมาจากอะไรอาทิเช่นซอทำมาจากกะลามะพร้าวทรัมเป็ตทำมาจากโลหะสุดท้ายนี้หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจในดนตรีแต่ละประเภท </li></ul>
  36. 36. เอกสารอ้างอิง <ul><li>อ้างอิงจากหนังสือ </li></ul><ul><li> 1. หนังสือนาฎศิลป์และศิลปะ </li></ul><ul><li> 2. หนังสือดนตรีสากล </li></ul>
  37. 37. จบ กา รนำ เส นอ

×