Successfully reported this slideshow.
3-1ความหลากหลายทางชีวภาพ   ของสิ่งมีชีวิตในแหลงน้ํา
3-2วิธีการดําเนินการและสถานที่ทําการเก็บตัวอยาง         1. วิธีการดําเนินการ                 1.1 ศึกษาบริบทของชุมชนเปาหม...
3-3สถานีไว แลวสงมอบตัวอยางสัตวหนาดินทั้งหมดนําไปตรวจวิเ คราะหจัดจําแนกชนิดและนับ ปริมาณภายใตกลองจุลทรรศนตอไป   ...
3-4        2. พื้ น ที่ บ านดงป า สั ก หมูที่ 10 ตํ าบลฝายแก ว อํ าเภอภู เ พี ยง จั ง หวัด น าน ทํา การสํ ารวจความหลา...
3-5ตารางที่ 1 ชนิดปลาที่สํารวจพบในแหลงน้ําธรรมชาติบานหวยลอย                                                            ...
3-6                     ภาพที่ 1 เปรียบเทียบชนิดและปริมาณของปลา             3. ความหลากหลายของแพลงกตอน สํารวจพบแพลงกตอน ...
3-7            Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)                 Fragilaria sp.                                            ...
3-8ตารางที่ 4 แสดงการจําแนกทางอนุกรมวิธานสัตวหนาดินที่พบในบานหวยลอย     Phylum, Class, Order                        จํ...
3-9                                      สรุปผลการดําเนินงาน         จากการสํารวจความหลากหลายของทรัพยากรประมงในแหลงน้ําธร...
3-10         2. Phylum Chlorophyta พบ 11 ชนิด ไดแก Chlamydonas sp. , Cladophora spp. ,Closterium sp. , Cosmarium sp. , E...
3-11พันธุปลาที่พบ จํานวน 6 วงศ            18 สกุล 19 ชนิด  Family Cyprinidae                 วงศป ลาตะเพี ยนเป น วงศ ...
3-12จุดเริ่มตนของครีบหลัง ปลาขนาดเล็กอาจมีจุดสีดําหลายๆ จุดตามแนวเสนขางลําตัว มีหนวด 2 คู มีเกล็ดเสนขางลําตัว 24-25 ...
3-133.ปลาจาด          ชื่อวิทยาศาสตร : Poropuntius laoensis (Gunther, 1868)          ชื่อทองถิ่น    : ปลาจาด          ขน...
3-14        ลักษณะโดยทั่ว ไป รูป รางเรียวยาว แบนขาง ลําตั วกวา ง หางตอดเรียว หัวกลมและโตจะงอยปากงุม ปากอยูดานลาง ปา...
3-156. ปลาตะเพียนทราย        ชื่อวิทยาศาสตร : Puntius brevis (bleeker, 1850)        ชื่อทองถิ่น    : ปลาหนามบี้        ข...
3-16           อาหาร           : แพลงกตอน พืชน้ํา และตัวออนแมลงน้ําบางชนิด           ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวยาวรีแบนขางเ...
3-179. ปลาปกแดง        ชื่อวิทยาศาสตร : Hypsibarbus vernayi (Norman, 1925)        ชื่อทองถิ่น      : ปลาปก        ขนาด...
3-1810. ปลาตะโกก        ชื่อวิทยาศาสตร : Cyclocheilichyhys enoplos        ชื่อทองถิ่น    : ปลาจอก        ขนาด           ...
3-1911. ปลามะไฟ        ชื่อวิทยาศาสตร : Systomus stoliczkanus (Day, 1869)        ชื่อทองถิ่น    : ปลาปก        ขนาด     ...
3-20        อาหาร            : ผลไมและเมล็ดพืช ตัวออนแมลงน้ําแพลงกตอน และสัตวน้ําขนาดเล็กอื่นๆ         ลักษณะโดยทั่วไป...
3-21       Family Notopteridae              วงศปลากราย มีรูปรางแบนขางมาก เรียวไปทางดานทาย ครีบหลังเล็ก ครีบกน       ...
3-22       Family Clariidae               วงศ ปลาดุก ลักษณะเดนคือ สวนหัวกลม แบนราบ ตาเล็กอยูดานขางของหัว ปากเล็กอยู...
3-23       Famiry Channidae                 วงศปลาชอน มีรูปรางเรียวทรงกระบอก สวนหัวโต จะงอยปากยื่น ปากกวาง ตาโตมีฟนเ...
3-24Family Balitoridae                วงศปลาคอ เปนวงศปลาน้ําจืดที่มีขนาดเล็กชอบอาศัยอยูตามตนน้ําลําธารทั่วไปในทวีปเอ...
3-2518. ปลาผีเสื้อนาน       ชื่อวิทยาศาสตร : Heminyzon nannensis (Kottelet, 1998)       ชื่อทองถิ่น    : ปลาติดหิน     ...
3-26Family Bagridae         วงศปลากด เปนปลาหนังไมมีเกล็ด มีสวนหัวคอนขางแบนราบ แตลําตัวแบนขางไปทางดานทาย ปากกวาง...
3-27         ตารางที่ 21 ชนิดของแพลงกตอนพืชทั้งหมดที่พบในพื้นที่                                                         ...
3-28       ชุดภาพที่ 1 แสดงชนิดแพลงกตอนพืช 4 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่Phylum Cyanophyta (สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน)    Lyngbia...
3-29 Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)       Fragilaria sp.           Gomphonema sp.                     Navicula sp.      ...
3-30          Moina sp.              Identified copepod                                        nauplii         ตารางที่ 23...
3-31Phylum             Class        Order            Family           ภาพPhylum Arthopoda   Insecta      Ephemeroptera    ...
3-32ภาคผนวก
3-33ประมวลภาพกิจกรรมในทุกพื้นที่
3-34
3-35
3-36
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

3

1,076 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

3

  1. 1. 3-1ความหลากหลายทางชีวภาพ ของสิ่งมีชีวิตในแหลงน้ํา
  2. 2. 3-2วิธีการดําเนินการและสถานที่ทําการเก็บตัวอยาง 1. วิธีการดําเนินการ 1.1 ศึกษาบริบทของชุมชนเปาหมาย ศึกษาบริบทของชุมชนเปาหมายและขอมูลพื้นฐานของชุมชน ที่มีผลตอการใชทรัพยากรประมงของคนในชุมชนเปาหมาย ดวยวิธใชแบบสอบถาม และเสวนากลุม เพื่อใหไดขอมูลเบื้องตน ีนําไปสูการวางแผนเก็บรวบรวมตัวอยางปลา แพลงกตอน พืชน้ํา และสัตวหนาดิน 1.2 การสํารวจความหลากหลายของพันธุปลา เก็บรวบรวมตัวอยางปลาในแหลงน้ําธรรมชาติในหมูบานเปาหมายโดยใชเครื่อ งมือประมง แห ขาย และสวิง ถายภาพปลาแตละชนิดไวแลวนําตัวอยางปลาที่เก็บรวบรวมไดในแตละสถานีมาตรึงสภาพในน้ํายาฟอรมาลีนเขมขน 10 % และเขียนปายกํากับตัวอยางปลาไว นําตัวอยางปลาที่ตรึงสภาพในน้ํายาฟอร มาลี น มาทํา การวิเ คราะหช นิ ดปลาที่ เก็ บ รวบรวมได จากสถานีตา งๆ ในหอ งปฏิ บั ติการ โดยใชเอกสารวิชาการตาง ๆ ทําการจําแนกชนิดดานอนุกรมวิธานของปลาน้ําจืด และเขียนปายกํากับไว 1.3 การสํารวจความหลากหลายแพลงกตอนและพืชน้ํา การเก็บรวบรวมตัวอยางแพลงกตอน เก็บรวบรวมตัวอยางแพลงกตอนในแหลงน้ําธรรมชาติในหมูบานเปาหมาย หมูบานละ 3 สถานีฯ ละ 3 ซ้ํา โดยเก็บตัวอยางแพลงกตอน ที่ระดับผิวน้ํา โดยใชถังน้ําขนาด 10 ลิตร ตักน้ําปริมาตร 30ลิตร กรองผานถุงกรองแพลงกตอน (Plankton net) ขนาดตา10และ 20 ไมโครเมตร แลวเก็บตัวอยางน้ําที่เหลือปลายกระบอกของถุงกรองแพลงกตอน เทใสในขวดเก็บตัวอยาง เติมสารละลายฟอรมาลิน ความเขมขน 5 %แลว สงมอบตัวอยางแพลงก ตอนทั้งหมดนําไปตรวจวิเคราะหจัดจําแนกชนิดและนับ ปริมาณภายใตก ลอ งจุลทรรศนในหองปฏิบัติการตอไป การเก็บรวบรวมตัวอยางพรรณไมน้ํา เก็บรวบรวมตัวอยางพรรณไมน้ําในแหลงน้ําธรรมชาติในหมูบานเปาหมาย จํานวน 3สถานี โดยใช Sampling Block ขนาด 1 x 1 เมตร จําแนกชนิดพรรณไมน้ําใน Sampling Block แลวนํ าตัวอยางมาจําแนกชนิดตามหลักอนุกรมวิธาน บันทึกผล 1.4 การสํารวจความหลากหลายสัตวหนาดิน เก็บรวบรวมตัวอยางสัตวหนาดิน ในแหลงน้ําธรรมชาติในหมูบานเปาหมายหมูบานละ 3 สถานีฯๆ ละ 3 ซ้ํา โดยใช Ekman drege grab ขนาด 15X15 ตารางเซนติเมตร หรือ หากในกรณีที่ใชEkman drege grab ไมไดจะใชพลั่วตักดินสถานีละ 3 ซ้ํา แลวตัวอยางดินมาลางทําความสะอาดผานตะแกรงรอนสัตวหนาดินขนาดตา 0.5, 1.0 และ 5 มิลลิเมตร นําตัวอยางสัตวหนาดินที่เก็บรวบรวมไดในแตละสถานีมาตรึงสภาพในน้ํายาฟอรมาลีนเขมขน 10 % ในขวดเก็บตัวอยาง และเขียนปายกํากับตัวอยางสัตวหนาดินแตละ
  3. 3. 3-3สถานีไว แลวสงมอบตัวอยางสัตวหนาดินทั้งหมดนําไปตรวจวิเ คราะหจัดจําแนกชนิดและนับ ปริมาณภายใตกลองจุลทรรศนตอไป 2. สถานที่ทําการเก็บตัวอยาง กําหนดวิธีเก็บตัวอยางเปนแบบสุมตามความเหมาะสมและสภาพลําน้ํา หรือแมน้ํา โดยแตละหมูบานเก็บตัวอยางจํานวน 3 สถานีฯๆ ละ 3 ซ้ํา จะทําการสุมตัวอยางทรัพยากรประมงในแหลงน้ําธรรมชาติเปนระยะทางไมนอยกวา 20 เมตรตามลําน้ํา และแตละสถานีในแหลงน้ําเดียวกัน ตอ งมีระยะหางกัน ไมนอยกวา 500 เมตรตามลําน้ํา แผนที่แสดงสถานที่เก็บตัวอยาง หมายเหตุ : 1. พื้นที่บานหวยลอย หมูที่ 6 ตําบลภูฟา อําเภอบอเกลือ จังหวัดนาน ทําการสํารวจความหลากหลายจากหวยลอย จํานวน 2 สถานี และหวยน้ําหมาว จํานวน 1 สถานี
  4. 4. 3-4 2. พื้ น ที่ บ านดงป า สั ก หมูที่ 10 ตํ าบลฝายแก ว อํ าเภอภู เ พี ยง จั ง หวัด น าน ทํา การสํ ารวจความหลากหลายจากหวยน้ําเกี๋ยน จํานวน 3 สถานี 3. พื้ น ที่บ า นป า ต าง หมู ที่ 6 ตํ า บลบ า นฟ า อํ า เภอบ า นหลวง จั งหวั ด น า น ทํ า การสํ า รวจความหลากหลายจากหวยลู จํานวน 2 สถานี และหวยสวด จํานวน 1 สถานี 4. พื้นที่บานกอ หมูที่ 3 ตําบลแมจริม อําเภอแมจริม จังหวัดนาน ทําการสํารวจความหลากหลายจากหวยแมจริม จํานวน 2 สถานี หวยกอหลวง 1 สถานี 5. พื้ น ที่บ า นห ว ยเม น หมูที่ 6 ตํ า บลไหล น า น อํ า เภอเวี ย งสา จัง หวั ดน าน ทํ าการสํ า รวจความหลากหลายจากแมน้ําวา จํานวน 2 สถานี หวยเมน 1 สถานี 3. ระยะเวลาในการสํารวจเก็บขอมูล ระหวางเดือน มิถุนายน 2554 ถึงเดือน กรกฎาคม 2554 ผลการสํารวจความหลากหลายของทรัพยากรประมงในพื้นที่บานหวยลอย อําเภอบอเกลือ 1. ลักษณะทางกายภาพ 1.1 ลําหวยลอย พบวา มีความกวางของลําน้ําเฉลี่ยตลอดลําน้ํา 6 เมตร ความลึกของลําน้ําเฉลี่ย 50 เซนติเมตร สีน้ําขุนมาก กระแสน้ําไหลเร็วและมี คุณภาพน้ํา ดังนี้ อุณหภูมิอ ากาศ 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ํา 25 องศาเซลเซียส คาความเปนกรดเปน ดาง (pH) 7 คาออกซิเจนละลายในน้ํา 5มิลลิกรัม/ลิตร คาความกระดาง 70 มิลลิกรัม/ลิตร คาความเปน ดาง 50 มิลลิกรัม/ลิตร แอมโมเนีย 0มิลลิกรัม/ลิตร 1.2 หวยน้ําหมาว พบวา มีความกวางของลําน้ําเฉลี่ย 12 เมตร ความลึกของลําน้ําเฉลี่ย 60เซนติเมตร สีน้ําขุนมา กระแสน้ําไหลเร็วและมีคุณภาพน้ํา ดังนีอุณหภูมิอากาศ 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ํา ้24 องศาเซลเซียส คาความเปนกรดเปน ดาง (pH) 8 คาออกซิเจนละลายในน้ํา 4.5 มิลลิกรัม/ลิตร คาความกระดาง 80 มิลลิกรัม/ลิตร คาความเปนดาง 70 มิลลิกรัม/ลิตร แอมโมเนีย 0 มิลลิกรัม/ลิตร 2. ความหลากชนิดของปลาในแหลงน้ําธรรมชาติ ที่พบในการสุมตัวอยางทุกสถานีของบานหวยลอย พบปลา 4 วงศ (Family) 7 สกุล (Genus) และ 7 ชนิด (Species) ปลาหนามหลัง (Mystacoleucusmarginatus) ปลามัน (Garra cambodgiensis) ปลามอน (Scaphionicthys acanthopterus ) ปลาคอ(Schistura spp.) ปลาพลวงหิน (Neolissochilus stracheyi) ปลาเวียน (Tor tambroides) และปลาผีเสื้อนาน (Heminyzon nannensis)
  5. 5. 3-5ตารางที่ 1 ชนิดปลาที่สํารวจพบในแหลงน้ําธรรมชาติบานหวยลอย จํานวนตัวอยางปลา (ตัว) ชนิดปลา St. 1 St. 2 St. 3 Family Cyprinidae 1. Mystacoleucus marginatus 8 5 26 2. Garra cambodgiensis 9 10 3 3. Scaphionicthys acanthopterus 6 3 - 4. Neolissochilus stracheyi 2 2 5 5. Tor tambroides - - 7 Family Balitoridae 6. Schistura ssp. 7. Heminyzon nannensis 2 1 - 1 3 -หมายเหตุ: St. หมายถึง สถานีที่ทําการสํารวจ 3 ตัว 4 ตัว 7 ตัว 9 ตัว 39 ตัว 9 ตัว 22 ตัว
  6. 6. 3-6 ภาพที่ 1 เปรียบเทียบชนิดและปริมาณของปลา 3. ความหลากหลายของแพลงกตอน สํารวจพบแพลงกตอน 6 ไฟลัม (Phylum) 16 สกุล(Genus) โดยแบงเปนแพลงกตอนพืช 4 ไฟลัม และแพลงกตอนสัตว 2 ไฟลัม โดยพบแพลงกตอนในไฟลัมChlorophyta (สาหรายสีเขียว) พบมากที่สุดจํานวน 6 สกุล รองลงมาคือ ไฟลัม Phylum Bacillariophyta(ไดอะตอม) จํานวน 3 สกุล และแพลงกตอนในไฟลัม Euglenophyta (ยูกลีนอยด) และไฟลัม Cyanophyta(สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน) จํานวน 2 สกุลทั้ง 2 ไฟลัม สวนแพลงกตอนสัตวพบใน ไฟลัม Arthropoda2 สกุล และไฟลัม Rotifera 1 สกุล โดยชนิดแพลงกตอนที่พบแสดงดังตารางที่ 2ตารางที่ 2 ชนิดของแพลงกตอนที่สํารวจพบในแหลงน้ําธรรมชาติบานหวยลอย จํานวนแพลงกตอนที่พบในแตละสถานี ชนิดของแพลงกตอนที่พบ St. 1 St. 2 St. 3 Phylum Cyanophyta (สีเขียวแกมน้ําเงิน) Lyngbya sp. + Merismopedia sp. + Phylum Chlorophyta (สาหรายสีเขียว) Cladophora spp. ++ + Cosmarium sp. ++ Eudorina sp. + Pediastrum sp. + Scenedesmus sp. + Stuarastrum sp. + + Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) Euglena sp. + Phacus sp. ++
  7. 7. 3-7 Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม) Fragilaria sp. + Gomphonema sp. + Navicula sp. ++ Phylum Rotifera Brachionus sp. + + Phylum Arthropoda Moina sp. + Identified copepod nauplii + + หมายเหตุ + พบนอย, ++ พบปานกลาง, +++ พบมาก 4. ความหลากหลายของพรรณไมน้ํา สํารวจพบพรรณไมน้ําทั้งหมด 5 วงศ (Family) 5 สกุล(Genus) และ 5 ชนิด (Species) โดยชนิดของพรรณไมน้ําที่พบทั้งหมดแสดงไวดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ชนิดของพรรณไมน้ําที่สํารวจพบในแหลงน้ําธรรมชาติบานหวยลอยลําดับที่ ชื่อวงศ ชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร 1 ARACEAE บอน Colocasia esculenta (L.) Schott 2 ATHYRIACEAE ผักกูดขาว Diplazium esculentum (Retz.) Sw. 3 MIMOSACEAE ไมยราบตน Mimosa pigra L. 4 MIMOSACEAE ไมยราบยักษ Mimosa pigra L. 5 POLYGONACEAE ผักไผน้ํา Polygonum tomentosum Willd. 5. ความหลากหลายสัตวหนาดิน พบความหลากหลายของสัตวหนาดิน 2 ไฟลัม ไดแก PhylumArthopoda ประกอบดวยสัตวหนาดิน 4 Order และ 6 Family และสําหรับ Phylum Mollusca ประกอบดวยสัตวหนาดิน 1 Order และ 2 Family (ตารางที่ 4) การศึกษาครั้งนี้ได จําแนกความหลากหลายปริมาณสัตวหนาดินถึงระดับครอบครัว (Family) พบวาความหลากหลายของสัตวหนาดินพบมากที่สถานีการเก็บตัวอยางจุดที่ 2, 1 และ 3 ตามลําดับ
  8. 8. 3-8ตารางที่ 4 แสดงการจําแนกทางอนุกรมวิธานสัตวหนาดินที่พบในบานหวยลอย Phylum, Class, Order จํานวนสัตวหนาดินที่พบในแตละ Family สถานี 1 2 3 Phylum Arthopoda C. Insecta O. Ephemeroptera Baetidae 3 1 Potamanthidae 1 O.Megaloptera Corydalidae 2 1 O. Odonata Gomphidae 1 5 2 Agriidae 2 2 O. Hemiptera Belostomatidae 1 2 Phylum Mollusca C. Gastropoda O. Mesogastropoda Thiaridae 9 Viviparidae 3 2 Taxa richness 4 6 5 Sum of Total individual in each Family 12 17 8
  9. 9. 3-9 สรุปผลการดําเนินงาน จากการสํารวจความหลากหลายของทรัพยากรประมงในแหลงน้ําธรรมชาติในจังหวัดนาน ซึ่งทําการสุมเก็บตัวอยางใน 5 พื้นที่ ระหวางเดือน มิถุนายน - กรกฎาคม 2554 สํารวจพบ1.) ปลา จํานวน 6 วงศ 18 สกุล 19 ชนิด ดังนี้ 1.Family Cyprinidae พบ 13 ชนิด ไดแก Puntius rhombeus, Puntius brevis,Rasbora paviei, Poropuntius laoensis, Scaphionicthys acanthopterus, Mystacoleucusmarginatus, Garra cambodgiensis, Neolissochilus stracheyi, Tor tambroides, Barbusorphoides, Hypsibarbus vernayi, Cyclocheilichyhys enoplos, Systomus stoliczkanus 2. Family Balotoridae พบ 2 ชนิด ไดแก Schistura ssp., Heminyzon nannensis 3. Family Channidae พบ 1 ชนิด ไดแก Channa limbata 4. Family Bagridae พบ 1 ชนิด ไดแก Hemibagrus filamentus 5. Family Ntopteridae พบ 1 ชนิด ไดแก Notopterus notopterus 6. Family Claridae พบ 1 ชนิด ไดแก clarias bathachus2.) พรรณไมน้ํา ทั้งหมด 7 วงศ 7 สกุล 8 ชนิด ดังนี้ 1. Family POACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก Leersia hexandra Sw. 2. Family MIMOSACEAE พบ 2 ชนิด ไดแก Mimosa sp., Mimosa sp. 3. Family ARACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก Colocasia esculenta (L.) Schott 4. Family POLYGONACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก Polygonum tomentosum Willd. 5. Family Poaceae พบ 1 ชนิด ไดแก Arundo donax L. 6. Family Cyperaceae พบ 1 ชนิด ไดแก Cyperus difformis L. 7. Family ATHYRIACEAE พบ 1 ชนิด ไดแก Diplazium esculentum (Retz.) Sw.3.) แพลงกตอน ทั้งหมด 7 ไฟลัม 29 ชนิด โดย แบงเปน 3.1. แพลงกตอนพืช ทั้งหมด 5 ไฟลัม 25 ชนิด ดังนี้ 1. Phylum Cyanophyta พบ 4 ชนิด ไดแก Anabaena sp. , Lyngbia sp. , Merismopediasp. ,Oscillatoria sp.
  10. 10. 3-10 2. Phylum Chlorophyta พบ 11 ชนิด ไดแก Chlamydonas sp. , Cladophora spp. ,Closterium sp. , Cosmarium sp. , Eudorina sp. , Micractinium sp. , Pediastrum sp. ,Scenedesmus sp. , Stuarastrum sp. , Ulothrix sp. , Volvox sp. 3. Phylum Euglenophyta พบ 3 ชนิด ไดแก Euglena sp. , Phacus sp. , Trachelomonassp. 4. Phylum Bacillariophyta พบ 7 ชนิด ไดแก Amphora sp. , Fragilaria sp. ,Gomphonema sp. , Gyrosigma sp. , Navicula sp. , Surirella sp. 5. Phylum Pyrrophyta พบ 1 ชนิด ไดแก Gymnodinium sp. 3.2. แพลงกตอนสัตว ทั้งหมด 2 ไฟลัม 4 ชนิด ดังนี้ 1. Phylum Rotifera พบ 1 ชนิด ไดแก Brachionus sp. 2. Phylum Artropoda พบ 3 ชนิด ไดแก Moina sp. , Identified copepod nauplii (โคพีพอดระยะนอเพียสทีไมสามารถตรวจเอกลักษณได) , Identified cyclopoid copepod (โคพีพอดกลุมไซ ่โคลพอยดที่ไมสามารถตรวจเอกลักษณได)4.) สัตวหนาดิน ทั้งหมด 3 ไฟลัม 4 ชั้น 8 กลุม 11 วงศ ดังนี้ 1. Phylum Annelida พบ 1 วงศ ไดแก Naididae 2. Phylum Arthopoda พบ 6 วงศ ไดแก Baetidae , Potamanthidae , Corydalidae ,Gomphidae , Agriidae , Belostomatidae 3. Phylum Mollusca พบ 4 วงศ ไดแก Corbiculidae , Buccinidae , Thiaridae ,Viviparidae จากการสํารวจสุมตัวอยางทรัพยากรสัตวน้ําในพื้นที่จังหวัดนาน คณะผูวิจยใหขอสังเกตวา ัในชวงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม 2554 เปนชวงฤดูฝนของจังหวัดนาน ซึ่งชวงเวลาดังกลาว ไดเกิดหยอมความกดอากาศต่ํา ทําใหฝนตกชุกและน้ํามีสีแดงขุน กระแสน้ําไหลแรง น้ํามีปริมาณมากเต็มไปดวยตะกอนดินและเศษกิ่งไมใบไม จึงมีขอจํากัดในการสํารวจทรัพยากรสัตวน้ําในบางดาน สงผลใหสัตวน้ําที่จับไดเชน ปลา สัตวหนาดิน และแพลงกตอน มีจํานวนนอยชนิด
  11. 11. 3-11พันธุปลาที่พบ จํานวน 6 วงศ 18 สกุล 19 ชนิด Family Cyprinidae วงศป ลาตะเพี ยนเป น วงศ ข องปลาที่ จั ด ว าเป น ปลาน้ํ า จื ดอย างแท จ ริ ง (Primaryfreshwater fishes) คือ วงจรชีวิตทั้งหมดอยูในน้ําจืด นอกจากนี้เปนปลาน้ําจืดที่มีจํานวนชนิดมากที่สุดคือ 210 สกุล และมากกวา 2,010 ชนิดมีความหลากชนิดเปนอันดับสามของวงศปลาในโลก มีลักษณะสําคัญ คือ ไมมีฟนที่ริมฝปาก แตมีฟนซี่ใหญอ ยูในคอ เกล็ดเปนแบบขอบเรียบและบางครีบเปนกานครีบออน ครีบหางสวนมากเปนครีบเวาครีบทอ งอยูคอ นมาทางกลางของลําตัว และมีการแพรกระจายพันธุทุกทวีป (Berra,2001; Kottelat, 2001; Nelson, 2001)1. ปลาตะเพียนน้ําตก ชื่อวิทยาศาสตร : Puntius rhombeus (Kottelat, 2001) ชื่อทองถิ่น : ปลาปก ขนาด : เมื่อโตเต็มที่ความยาว ไมเกิน 65 มิลลิเมตร อาหาร : พืช และ ตัวออนแมลง ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวปอมสั้น มีแถบสีดํารางๆ บริเวณดานบนจุดเริ่มตนของเสนขางลําตัวสีบนเสนขางลําตัวเปนสีเงินคล้ํา ดานลางลําตัวเปนสีเงินปนสีเ หลืองทอง ครีบ ทุกครีบเปนสีแดง และครีบหางเปนสีแดงปนน้ําตาล มีจุดสีดํากลมบริเวณคอดหาง บริเวณจุดเริ่มของครีบกน และบริเ วณใต
  12. 12. 3-12จุดเริ่มตนของครีบหลัง ปลาขนาดเล็กอาจมีจุดสีดําหลายๆ จุดตามแนวเสนขางลําตัว มีหนวด 2 คู มีเกล็ดเสนขางลําตัว 24-25 เกล็ด ถิ่นอาศัย : พบไดทั่วไปตาม แมน้ํา ลําธาร บนภูเขา2. ปลาซิวควาย ชื่อวิทยาศาสตร : Rasbora paviei (Tirant, 1885) ชื่อทองถิ่น : ปลาซิว ขนาด : ขนาดขนาดที่พบประมาณ 3.2-11.6 เซนติเมตร อาหาร : กินลูกน้ํา ตัวออนของแมลง และแมลงน้ํา รวมทั้งแมลงที่บินอยูตามผิวน้ํา ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวยาวเรียว หัวและปากมีข นาดเล็ก ตาโต ไมมีหนวด รูจ มูก 1 คู ริมฝป ากอยู บริ เ วณหน าสุ ดในแนวเฉีย ง มุ มปากยาวถึง ขอบหน าของตา บริ เวณปลายหน าสุ ดของขากรรไกรลางเปนสันยื่นออกมาเรียกวา Symphyseal knob ครีบหลังฐานคอนขางสั้นมีกานครีบออนที่ ไม แ ตกแขนง 2 อั น และก า นครี บ อ อ นที่ แ ตกแขนง 8 อั น ครี บ อกมี ก านครี บ อ อ นที่ ไม แ ตกแขนง 1 อัน และครีบออนที่แตกแขนง 13 อัน จุดเริ่มตนของครีบทองอยูหนาแนวครีบหลังเล็กนอย มีกานครีบออนที่ไมแตกแขนง 1 อันและกานครีบออนที่แตกแขนง 7 อัน ครีบ กนมีกานครีบออนที่ไมแตกแขนง 2 อัน และกานครีบออนที่แตกแขนง 5 อัน ครีบหางเปน 2 พู เสนขางตัวสมบูรณอ ยูคอนมาทางดานลาง หัวและลําตัวสีน้ําตาลออนอมสีทอง มีแถบสีดําทอดไปตามความยาวของลําตัว ตั้งแตหลังชองเปดเหงือ กไปจนถึงบริเวณโคนครีบหาง และแถบสีขยายใหญขึ้นเปนวงกวางที่บริเวณคอดหาง ครีบสีเหลืองใส ถิ่นอาศัย : พบในน้ําตกตอนลางบริเวณที่พื้นทองน้ําเปนกรวดทรายที่มีกิ่งไมทับ ถมกันในน้ํานิ่งและน้ําไหล ตามแองน้ําบนน้ําตก พบไดทั่วไปทุกแหลงน้ํา
  13. 13. 3-133.ปลาจาด ชื่อวิทยาศาสตร : Poropuntius laoensis (Gunther, 1868) ชื่อทองถิ่น : ปลาจาด ขนาด : 10-15 เซนติเมตร อาหาร : ตัวออนแมลง ผลไม และเมล็ดพืช ลักษณะโดยทั่วไป รูปรางคลายปลาตะเพียน แตตัวเรียกวา ลําตัวแบนขาง หัวเล็ก มีหนวด 2คู ที่ปากบน และมุมปากปลายจมูกมีตุมสาก ๆ เกล็ดใหญ ถิ่นอาศัย : พบไดทั่วไปตามลําธารภูเขา ชาวบานนิยมจับมาบริโภคเปน อาหาร อาศัยในลําธารที่มีน้ําลึก4. ปลามอน ชื่อวิทยาศาสตร : Scaphionicthys acanthopterus (Fowler, 1934) ชื่อทองถิ่น : ปลามอน ขนาด : ประมาณ 10- 15 เซนติเมตร อาหาร : ตัวออนแมลง
  14. 14. 3-14 ลักษณะโดยทั่ว ไป รูป รางเรียวยาว แบนขาง ลําตั วกวา ง หางตอดเรียว หัวกลมและโตจะงอยปากงุม ปากอยูดานลาง ปากลางมีขอบเรียบเปนสัน ปลายจะลอยปากมีตุมเล็ก ๆ ครีบหลังมีกานครีบแข็งและเปนขอบหยัก ครีบหางเวาลึก ตัวสีเงินเหลือบสีเขียวออน และมีสีชมพูขางลําตัว ครีบทุกครีบมีสีเหลืองออน ถิ่นอาศัย : พบอาศัยอยูใกลบริเวณน้ําตก ซึ่งเปนน้ําสะอาด5. ปลาหนามหลัง ชื่อวิทยาศาสตร : Mystacoleucus marginatus (Valenciennes, 1842) ชื่อทองถิ่น : ปลาหนามหลัง ขนาด : ประมาณ 15 เซนติเมตร อาหาร : กุง ปลา ลักษณะโดยทั่วไป รูปรางปอม แบนขาง ครีบหลังมีกานครีบแข็ง ขอบหลังเปนหยัก ที่หนาครีบหลังมีกระดูกเปนปลายแหลมยื่นออกไปทางหัวซอนอยูบนหลัง ใชมือลูบจะสะดุด ตัวสีเ งินหรือเงินอมเหลือง ที่เกล็ดมีขีดดํา ครีบทุกครีบสีเหลืองออนถึงสม ครีบหลัง ครีบกน และครีบหาง มีขอบดําจาง ๆ ถิ่นอาศัย : พบทุกภาคของไทย ยกเวนแมน้ําสาละวิน
  15. 15. 3-156. ปลาตะเพียนทราย ชื่อวิทยาศาสตร : Puntius brevis (bleeker, 1850) ชื่อทองถิ่น : ปลาหนามบี้ ขนาด : 12 เซนติเมตร อาหาร : พืช แมลง และตัวออนแมลง ลักษณะโดยทั่วไป รูปรางคลายปลาตะเพียนขาว ลําตัวยาวเรียว แบนขาง หัวคอนขางเล็กจะงอยปากสั้น นัยนตาโตอยูใกลกับจมูก ปากเล็กอยูปลายสุดมีหนวด 2 คู อยูที่ริมปากและมุมปากสีของสันหลังเปนสีเทาปนดํา ขางลําตัวมีสีสมจาง ๆ ขึ้นอยูกับสภาพสีของน้ําและสิ่งแวดลอม ทองมีสีขาวเงิน ครีบหลังสีเทาออน ขอบสีดําลาง ๆ ปลายครีบปางมีสีลายดําจาง ๆ ถิ่นอาศัย : พบทั่วไป ตั้งแตแมน้ําเจาพระยา แมกลอง แมโขง ภาคเหนือ และภาคใต7. ปลาแกมช้ํา ชื่อวิทยาศาสตร : Barbus orphoides (Cuv. & Val.) ชื่อทองถิ่น : ปลาปก ขนาด : ขนาดโต มีความยาวลําตัวไมเกิน 25 เซนติเมตร
  16. 16. 3-16 อาหาร : แพลงกตอน พืชน้ํา และตัวออนแมลงน้ําบางชนิด ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวยาวรีแบนขางเล็กนอย ความยาวลําตัววัดจากปลายจะงอยปากถึงโคนหางเป น 2.5-2.8 เท าของความกว า งลํ าตั ว เกล็ ดบริ เ วณด านข างลํ า ตั วและท อ งมี สี ข าวเงิ นดานหลังสีน้ําตาล หรือสีเงิน ขอบหลังของกระพุงแกมมีรอยสีแดงเรื่อ ๆ หลังชองเหงือกมีแถบหรือแตมสีดํ าด า นหละ 1 แถบ มีห นวด 2 คู หนวดที่ จ ะงอยปากยาวเท า กั บ เส น ผาศูน ย กลางตา หนวดที่ขากรรไกรบนยาวเปน 1.5-2.0 เทาของเสนผาศูนยกลางตา ครีบหลัง ครีบทองและครีบกนสีแดงเขมครีบหลังมีกานครีบเดี่ยว ซึ่งเปนกานครีบแข็ง 3 อัน กานครีบแขนง 8 อัน กานครีบแข็งอันสุดทายหยักเปนซี่ฟนเลื่อย ครีบกนมีครีบกานเดี่ยว 3 อัน กานครีบแขนง 5 อัน ครับอกสีสมออนหรือสีเหลือ งอมสม ครีบหางสีแดง ขอบบนและขอบลางของแพนหางมีแถบสีดํา มีจุดสีดําที่โคนหางขางละ 1 จุด ถิ่นอาศัย : แมน้ําสาขาของแมน้ําและอางเก็บน้ําที่มีทิศทางติดตอกับแมน้ําทุกภาคของประเทศไทย8. ปลาเลียหิน ชื่อวิทยาศาสตร : Garra cambodgiensis (tyrant, 1884) ชื่อทองถิ่น : ปลามัน ขนาด : ประมาณ 15 เซนติเมตร อาหาร : สาหรายและตะไครน้ําที่ขึ้นตามโขดหิน ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวมีแถบสีดําคล้ําพาดตามยาวตั้งแตหัวจรดฐานครีบหาง สวนทองมีสีขาวงาชาง มีความยาวของคอดหางนอยกวาความยาวหัว ปลาชนิดนี้พบเปนจํานวนมากในลําหวยซึ่งเปนสาขาของแมน้ํานาน อาศัยการทรงตัวโดยใชปากดูดติดกับกอนหิน ถิ่นอาศัย : พบอาศัยอยูบริเวณที่มีน้ําใส พื้นที่เปนทรายปนกรวดหรือหิน ตามลําธารที่มีน้ําสะอาดบนภูเขา
  17. 17. 3-179. ปลาปกแดง ชื่อวิทยาศาสตร : Hypsibarbus vernayi (Norman, 1925) ชื่อทองถิ่น : ปลาปก ขนาด : เมื่อโตเต็มที่มีขนาดประมาณ 700-1,000 กรัม อาหาร : กินพืชเปนอาหาร เชน พวกตระไครน้ํา และสาหราย ลักษณะโดยทั่วไป รูปรางคอนขางยาวแบนขาง ลําตัวมีสีเงินวาว ดานปลายของขอบเกล็ดบริเวณลําตัวเปนสีดํา ครีบทุกครีบมีสีสมออกแดง โดยเฉพาะครีบหู ครีบทอง และครีบกนมีสีแดงเขม มีหนวด 2 คูอยูบนขากรรไกรบนและลาง ครีบหางเปนแบบสอม (fork) เกล็ดเปนแบบขอบเกล็ดเรียบ (cycloid) มีเกล็ดบนเสนขางลําตัว 27-29 เกล็ด ครีบหลังประกอบดวย กานครีบแข็ง 1 กาน กานครีบออน 8 กานครีบอกประกอบดวยกานครีบแข็ง 1 กาน กานครีบออน 10 กาน ครีบทองประกอบดวยกานครีบ แข็ง 1กาน กานครีบออน 8 กาน ครีบกนประกอบดวยกานครีบแข็ง 1 กาน กานครีบออ น 6 กาน สัดสวนความลึกตอความยาวมาตรฐานเทากับ 1:1.7-2.7 ความยาวสวนหัวตอความยาวมาตรฐาน เทากับ1:3.5-5.4 มีเสนขางลําตัวสมบูรณอยูในแนวกลางลําตัว ถิ่นอาศัย : อาศัยกระจายอยูทั่วไปตามลําน้ํา ตามกระแสน้ําไหล ลักษณะพื้น ทองน้ําเปนกรวดหินปนดินปนทราย โดยเฉพาะในฤดูแ ลงชวงเดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน จะสํารวจพบปลาปกแดงอาศัยอยูตามวัง หรือแองที่มีระดับน้ําคอนขางลึก
  18. 18. 3-1810. ปลาตะโกก ชื่อวิทยาศาสตร : Cyclocheilichyhys enoplos ชื่อทองถิ่น : ปลาจอก ขนาด : ประมาณ 80 เซนติเมตร อาหาร : หอย แมลงน้ํา และปลา ลักษณะโดยทั่วไป รูปรางยาวเรียว แบนขาง หัวเล็กแหลม ปากเล็กจะอยูคลอยมาใตจะงอยปาก มีหนวด 4 เสน บริเวณแกมมีตุมเม็ดเล็ก ๆ เรียงเปนแถว ตุมเหลานี้ใชความรูสึก เกล็ดมีข นาดคอนขางใหญ เสนขางตัวสมบูรณ ปลายของทอเสนขางตัว แยกออกเปนสองแฉกหรือสามแฉก ครีบหางแยกเปนแฉกลึกลําตัวสีขาวแกมน้ําเงิน ครีบตาง ๆ สีเทา ถิ่นอาศัย : ในบริเวณที่ลุมภาคกลาง แมน้ําเจาพระยา พบตั้งแตกรุงเทพฯ เรื่อยขึ้นไปถึงปากน้ําโพมีชุกชุมในบึงบอระเพ็ด แมน้ําแมกลองแถบแถบจังหวัดกาญจนบุรี เขื่อนวชิราวงกรณ ทางภาคอีสาน เรียกวา ปลาโจก จับไดมากในแมน้ําโขง
  19. 19. 3-1911. ปลามะไฟ ชื่อวิทยาศาสตร : Systomus stoliczkanus (Day, 1869) ชื่อทองถิ่น : ปลาปก ขนาด : ประมาณ 5 เซนติเมตร อาหาร : ตัวออนแมลงน้ํา แพลงกตอนสัตว ลักษณะโดยทั่วไป มีรูปรางปอมสั้น หัวเล็ก นัยนตาคอนขางโต ปากเล็ก ไมมีหนวด เกล็ดใหญ ทอนหางยาว ครีบหางเปนแฉกไมลึกมากนัก ลําตัวขาวเงินปนดวยสีเหลือง และฟา หลังสีเขียวมะกอก มีจุดดําเหนือครีบอกและโคนหางครีบหลังมีบายดํา ถิ่นอาศัย : พบไดทั่วไปตามแมน้ํา ลําคลอง หนอง บึง12. ปลาพลวงหิน ชื่อวิทยาศาสตร : Neolissochilus stracheyi ( Duncker)1 ชื่อทองถิ่น : ปลาปุง ขนาด : เมื่อโตเต็มที่ มีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร
  20. 20. 3-20 อาหาร : ผลไมและเมล็ดพืช ตัวออนแมลงน้ําแพลงกตอน และสัตวน้ําขนาดเล็กอื่นๆ ลักษณะโดยทั่วไป ลําตัวยาวเรียวแบนขางเล็กนอย เกล็ดบริเวณสวนหลังของตัวเปนสีน้ําตาลอมเทา บริเวณดานทองสีขาว เกล็ดตามแนวเสนขางตัวเปนสีน้ําตาลเขมจนเกือบดําทําใหสีของลําตัวแบงเปนสองสวนเห็นชัดเจน เกล็ดมีขนาดใหญ เกล็ดตลอดแนวเสนขางตัวมี 26 เกล็ด เกล็ดที่อยูหนาครีบหลังมีเพียง 9 เกล็ด และเกล็ดรอบโคนหาง 12 เกล็ด ตาและปากขนาดเล็ก ริมฝปากบนยื่นยาวกวาริมฝปากลางหนวดที่จะงอยปากยาวเทากับเสนผาศูนยกลางตา สวนหนวดที่ขากรรไกรบนยาวกวาเล็กนอย ครีบทุกครีบเปนสีเทา ขอบบนและขอบลางของครีบหางสีเขม ถิ่นอาศัย : เปนปลาที่พบเฉพาะบริเวณน้ําตก อาศัยบริเวณผิวน้ํา วายน้ําปราดเปรียว13. ปลาเวียน ชื่อวิทยาศาสตร : Tor tambroides (Bleeker, 1854) ชื่อทองถิ่น : ปลากะ ขนาด : โดยทั่วไปมีความยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร อาหาร : กินพืชพันธุไมน้ํา ผลไมและเมล็ดพืชแทบทุกชนิด ลักษณะโดยทั่วไป รูปทรงคลายคลึงกับปลาตะเพียนขาวแตมีสีสันสะดุดตากวา ลําตัวมีสีฟาอมเขียว บริเวณสวนหลังเขียวเขม เกล็ดโต แตละเกล็ดจะมีจุดสีน้ําเงินเล็ก ๆ เรียงกันเปนวง ดูคลายเปนรางแหอยูทั่วตัว ทุกครีบมีสีน้ําเงินเขม หัวมีขนาดคอนขางเล็กเมื่อเทียบกับลําตัว มีหนวดยาวอยู 2คูตรงบริเวณจะงอยปากและมุมปาก ริมฝปากหนา นัยนตาคอนขางเล็ก ถิ่นอาศัย : ชอบอยูบริเวณน้ําตก หวย และลําธารที่มีน้ําใสสะอาด มีพื้นเปนกรวดหินและทราย
  21. 21. 3-21 Family Notopteridae วงศปลากราย มีรูปรางแบนขางมาก เรียวไปทางดานทาย ครีบหลังเล็ก ครีบกน และครีบหางยาวติดตอกัน ครีบทองเล็กมาก ปากกวาง มีเกล็ดเล็กละเอียด14. ปลาสลาด ชื่อวิทยาศาสตร : Notopterus notopterus (Pallas, 1769) ชื่อทองถิ่น : ปลาตอง ขนาด : ประมาณ 15-20 เซนติเมตร อาหาร : กินลูกกุง ลูกปลาและแมลงน้ํา ลักษณะโดยทั่วไป มีรูปรางเหมือนปลากรายแตมีขนาดเล็กกวา ปลาสลาดมีลําตัวสีข าวเงินปนเทา ครีบหลังและครีบอกมีขนาดใกลเคียงกัน ครีบทองมีขนาดเล็กมาก ครีบกนและครีบหางเชื่อ มติดกันเปนแผนเดียวกัน ถิ่นอาศัย : พบตาม แมน้ํา ลําคลอง หนอง บึง และอางเก็บน้ําทั่วประเทศ
  22. 22. 3-22 Family Clariidae วงศ ปลาดุก ลักษณะเดนคือ สวนหัวกลม แบนราบ ตาเล็กอยูดานขางของหัว ปากเล็กอยูตอนปลายสุของจะงอยปาก มีหนวดรอบปาก 4 คู ยาวเทา ๆ กัน ครีบอกมีกานแข็งแหลมคมและพิษแรงปานกลาง ครีบหลังไมมีกานแข็งและยาวเกือบเทาความยาวลําตัวเชนเดียวกับครีบกนครีบหลังและครีบทองเล็กปลายมน ปลาดุกมีอวัยวะพิเศษรูปรางคลายกอนฟองน้ําสีแดงสดอยูในชองเหงือกตอนบชวยสําหรับหายใจโดยใชอากาศเหนือน้ําได จึงทําใหปลาดุกอยูเหนือน้ําไดนานกวาปลาชนิดอื่น ๆ15.ดุกดาน ชื่อวิทยาศาสตร : Charias batrachus (Linnaeus, 1758) ชื่อทองถิ่น : ปลาดุก ขนาด : ประมาณ 10-40 เซนติเมตร อาหาร : กินสัตวทั้งที่มีชีวิตและซากของสัตว ลักษณะโดยทั่วไป เปนปลาน้ําจืดไมมีเกล็ด ลําตัวเรียวยาว ดานขางแบน หัวเล็ก กะโหลกทายทอยแหลม ครีบหูมีกานครีบแข็งปลายแหลมคมขอบหยักเปนฟนเลื่อย ทั้งดานในและดานนอกครีบหลังครีบกนและครีบหางแยกออกจากกัน ครีบหางมนกลม มีอวัยวะพิเศษชวยหายใจ ถิ่นอาศัย : อยูตาม คูคลอง หนอง บึง
  23. 23. 3-23 Famiry Channidae วงศปลาชอน มีรูปรางเรียวทรงกระบอก สวนหัวโต จะงอยปากยื่น ปากกวาง ตาโตมีฟนเปนเขี้ยวบนขากรรไกร หัวดานบนราบ ถาดูจากตอนบนจะโคงมนคลายหัวงู ลําตัวคอนขางกลมครีบหลังละครีบกนยาว ครีบหางปลายมน ครีบอกใหญ ครีบทองเล็ก เกล็ดใหญมีขอบเรียบ16. ปลากาง ชื่อวิทยาศาสตร : Channa limbata ( Cuvier, 1831) ชื่อทองถิ่น : ปลากั้ง ขนาด : 15-25 เซนติเมตร อาหาร : ปลา กุง และแมลง ลักษณะโดยทั่ว ไป ลํ าตัวคอ นขางกลม มีเลก็ด ที่หัวและลําตั ว คล ายกับลั กษณะของหัว งูจะงอยปากสั้นทู ปากกวาง มีฟนแหลมคม มีหนวดสั้น 1คู อยูริมจมูก บริเวณครีบ หลัง ครีบหางและครีบกน มีสีแดงสด ตัวครีบเหลานี้เปนสีมวง ดานหลังเปนสีเทาเขม ทองสีน้ําตาลและขาว ถิ่นอาศัย : อาศัยในแมน้ํา หนอง บึง คลอง ลําธารที่อยูบนภูเขาสูง
  24. 24. 3-24Family Balitoridae วงศปลาคอ เปนวงศปลาน้ําจืดที่มีขนาดเล็กชอบอาศัยอยูตามตนน้ําลําธารทั่วไปในทวีปเอเชียและอนุทวีปยูเรเชีย มีลักษณะลําตัวเรียวยาว ดานลางแบนราบ ปากมีลักษณะพิเศษใชในการยึดเกาะกับกอนหินใตน้ําเพื่อกันไมใหไหลเมื่อน้ําพัด ปลาเหลานี้สามารถใชเปนดัช นีบงชี้คุณภาพน้ําทางกายภาพไดเปนอยางดี เนื่องจากสวนใหญแลวอาศัยอยูในแหลงน้ําธรรมชาติที่สะอาด17. ปลาคอ ชื่อวิทยาศาสตร : Schistura ssp. (Smith, 1945) ชื่อทองถิ่น : ปลาบู ขนาด : พบทั่วไป 8-10 เซนติเมตร อาหาร : ตัวออนแมลง ลักษณะโดยทั่วไป เปนปลาที่มีขนาดเล็ก พบบริเวณลําธารบนภูเขา ลําตัวแบนปากเปนรูปโคง มีหนวด 3 คู มีแถบขวางลําตัว ถิ่นอาศัย : ตามลําธารที่มีน้ําไหลเชี่ยว พื้นเปนกรวดเม็ดเล็กหรือซอกหิน
  25. 25. 3-2518. ปลาผีเสื้อนาน ชื่อวิทยาศาสตร : Heminyzon nannensis (Kottelet, 1998) ชื่อทองถิ่น : ปลาติดหิน ขนาด : 5-6 เซนติเมตร อาหาร : กินแมลงน้ําและตะไครน้ํา ลักษณะโดยทั่วไป พื้นทองเรียบ ลําตัวเรียวยาวดานขางแบนราบปาก มีลักษณะพิเศษใชในการยึดเกาะกับกอนหินใตน้ําเพื่อกันไมใหไหล เมื่อน้ําพัด ถิ่นอาศัย : พบในลําธารน้ําไหลแรง สภาพลําน้ําและคุณภาพน้ําดีมาก อาศัยตามซอกหิน
  26. 26. 3-26Family Bagridae วงศปลากด เปนปลาหนังไมมีเกล็ด มีสวนหัวคอนขางแบนราบ แตลําตัวแบนขางไปทางดานทาย ปากกวางอยูที่ปลายสุดของจะงอยปาก มีฟนซี่เล็กแหลมขึ้นเปนแถวบนขากรรไกรและ เพดาน มีหนวด 4 คู โดยคูที่อยูตรงริมฝปากยาวที่สุด ครีบหลังและครีบ อกเปนกานแข็ง หรือ เรียกวา เงี่ยง ครีบไขมันคอนขางยาว ครีบหางเวาลึก ในตัวผูมักมีติ่งเล็กๆ ที่ชองกน มีการกระจายพันธุตามแหลงน้ําจืดไปจนถึงน้ํากรอย19. ปลากดเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร : Hemibagrus filamentus (Fang and Chaux, 1949) ชื่อทองถิ่น : ปลากดเหลือง ขนาด : ยาวประมาณ 20-35 เซนติเมตร อาหาร : กินปลา ลูกกุง แมลงน้ํา และสัตวขนาดเล็ก ลักษณะโดยทั่วไป มีรูปรางคลายปลากดคัง แตมีรูป รางเล็กกวา สีขางลําตัวเปนสีเหลืองจึงเปนที่ของชื่อ หรืออาจเปนสีเ ทาคล้ํา สีทองจาง ครีบหลังยาวจนถึงครีบไขมัน และครีบ ไขมันมีสีคล้ําขนาดโตเต็มที่ราว 50 เซนติเมตร ถิ่นอาศัย : พบในแหลงน้ํานิ่งและแมน้ําขนาดใหญทั่วประเทศ ยกเวนแมน้ําสาละวินบริโภคโดยการปรุงสด รมควัน และปลาแหง และมีการเพาะเลี้ยงในกระชังเหมือนปลากดคัง
  27. 27. 3-27 ตารางที่ 21 ชนิดของแพลงกตอนพืชทั้งหมดที่พบในพื้นที่ บ.หวยลอย แพลงกตอนพืชชนิดที่พบ อ.บอเกลือPhylum Cyanophyta (สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน) 1. Lyngbia sp. / 2. Merismopedia sp. /Phylum Chlorophyta (สาหรายสีเขียว) 3. Cladophora spp. / 4. Cosmarium sp. / 5. Eudorina sp. / 6. Pediastrum sp. / 7. Scenedesmus sp. / 8. Stuarastrum sp. /Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) 9. Euglena sp. /10. Phacus sp. /Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม)11. Fragilaria sp. /12. Gomphonema sp. /13. Navicula sp. /
  28. 28. 3-28 ชุดภาพที่ 1 แสดงชนิดแพลงกตอนพืช 4 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่Phylum Cyanophyta (สาหรายสีเขียวแกมน้ําเงิน) Lyngbia sp. Merismopedia sp.Phylum Chlorophyta (สาหรายสีเขียว)Cladophora spp. Cosmarium sp. Eudorina sp. Pediastrum sp. Scenedesmus sp. Stuarastrum sp.Phylum Euglenophyta (ยูกลีนอยด) Euglena sp. Phacus sp.
  29. 29. 3-29 Phylum Bacillariophyta (ไดอะตอม) Fragilaria sp. Gomphonema sp. Navicula sp. ตารางที่ 22 ชนิดของแพลงกตอนสัตวทั้งหมดที่พบในพื้นที่ บ.หวยลอย แพลงกตอนสัตวชนิดที่พบ อ.บอเกลือPhylum Rotifera1. Brachionus sp. /Phylum Arthropoda2. Moina sp. /3. Identified copepod nuaplii / ชุดภาพที่ 2 แสดงชนิดแพลงกตอนสัตว 2 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่ Phylum Rotifera Brachionus sp. Phylum Arthopoda
  30. 30. 3-30 Moina sp. Identified copepod nauplii ตารางที่ 23 ชนิดของสัตวหนาดินทั้งหมดที่พบในพื้นที่ สัตวหนาดินที่พบ บ.หวยลอยPhylum ,Class ,Order Family อ.บอเกลือPhylum Arthopoda C. Insecta O. Ephemeroptera Baetidae / Potamanthidae / O.Megaloptera Corydalidae / O. Odonata Gomphidae / Agriidae / O. Hemiptera Belostomatidae /Phylum Mollusca C. Gastropoda O. Mesogastropoda Thiaridae / Viviparidae / ชุดภาพที่ 3 แสดงชนิดสัตวหนาดิน 2 ไฟลัม ที่พบในพื้นที่
  31. 31. 3-31Phylum Class Order Family ภาพPhylum Arthopoda Insecta Ephemeroptera Baetidae Potamanthidae Megaloptera Corydalidae Odonata Agriidae Gomphidae Hemiptera BelostomatidaePhylum Mollusca Gastropoda Mesogastropoda Thiaridae Viviparidae
  32. 32. 3-32ภาคผนวก
  33. 33. 3-33ประมวลภาพกิจกรรมในทุกพื้นที่
  34. 34. 3-34
  35. 35. 3-35
  36. 36. 3-36

×