Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

สิทธิมนุษ พยาบาล

433 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

สิทธิมนุษ พยาบาล

  1. 1. สิท ธิค ือ อะไรสิท ธิค ือ อำำ นำจอัน ชอบธรรมสิท ธิค ือ ประโยชน์ท ี่บุค คลมีค วำมชอบธรรมที่จ ะได้ร บ ซึ่ง ักฎหมำยรับ รองและ
  2. 2. สิท ธิ หมำยถึง ควำมชอบธรรมที่บ ุค คลใช้ย ัน กับ ผู้อื่น เพื่อ คุ้ม ครองหรือ รัก ษำผลประโยชน์อ ัน เป็คล ว นสิท ธิ เป็น สิ่ง ที่บ ุค น ส่พึง มีพ ึง ได้ข องบุค คลนัำ ยสมควรจัก ได้ร บ จำกฝ่ ั ้นอื่น ๆ โดยเฉพำะจำกรัฐทั้ง นี้โ ดยเป็น ข้อ อ้ำ งหรือ
  3. 3. สรุปสิท ธิ หมำยถึง ควำมชอบธรรมทีบ ค คลพึง ่ ุได้ร ับ เพือ คุม ครอง ่ ้หรือ รัก ษำผลประโยชน์อ น ตนพึง มี ัพึง ได้โ ดยกฎหมำยรับ รองและคุม ครอง้
  4. 4. สิท ธิม นุษ ยชนคือ อะไรสิท ธิม นุษ ยชนคือ อำำ นำจหรือ ประโยชน์ท ช อบธรรมี่อัน พึง มีพ ง ได้แ ก่บ ค คล มี ึ ุลัก ษณะเป็น สำกลและเป็น สิง ่ทีม ข น พร้อ ม ๆ กับ สภำพ ่ ี ึ้บุค คล ไม่ข น อยูก ับ สถำนะ ึ้ ่ในสัง คม และจะล่ว ง
  5. 5. สิท ธิม นุษ ยชน คือ สิท ธิพ ื้น ฐำนที่บุค คลจะดำำ รงชีว ิต อยู่อ ย่ำ งมีศัก ดิ์ศ รีข องควำมเป็น มนุษ ย์ มีควำมเป็น อิส ระและเท่ำ เทีย ม เป็นสิท ธิท ี่ก ฎหมำยคุ้ม ครอง สิท ธิเ ช่น นี้ครอบคลุม ถึง สิท ธิส ่ว นตัว เกี่ย วกับร่ำ งกำย ครอบครัว ทรัพ ย์ส ิน ควำมคิด ควำมเชื่อ สิท ธิท ี่จ ะเลือ กแนวทำงดำำ เนิน ชีว ิต ของตนเองสิท ธิก ำรเลือ กถิ่น ที่อ ยู่ สิท ธิแ สดง
  6. 6. สิท ธิม นุษ ยชน คือ สิท ธิท ั้ง หลำยที่ยอมรับ กัน ในประเทศที่ม ีอ ำรยธรรมว่ำ เป็น สิท ธิพ ื้น ฐำนทีจ ำำ เป็น ในกำร ่ดำำ รงชีว ิต อย่ำ งมีศ ก ดิ์ศ รีข องมนุษ ย์ ัและจำำ เป็น ในกำรพัฒ นำบุค ลิก ภำพของมนุษ ย์ เป็น สิท ธิท ี่ม ีก ำรคุ้ม ครองป้อ งกัน ในทำงกฎหมำยเป็น พิเ ศษ ผู้ใดจะล่ว งละเมิด ซึ่ง กัน และกัน ไม่ไ ด้ มนุษ ย์ไ ม่ว ่ำ จะเกิด ในเผ่ำ พัน ธุ์ใ ดฐำนะอย่ำ งไร ย่อ มมีส ิท ธิส ่ว นตัว
  7. 7. “สิท ธิม นุษ ยชน”หมำยควำมว่ำ ศัก ดิ์ศ รีค วำมเป็น มนุษ ย์ สิท ธิ เสรีภ ำพและควำมเสมอภำคของบุค คลที่ไ ด้ร ับ กำรรับ รองหรือ คุ้ม ครองตำมรัฐ ธรรมนูญ แห่ง รำชอำณำจัก รไทย หรือ ตำมกฎหมำยไทย หรือ ตำมสนธิ
  8. 8. ปฏิญ ญำสำกลว่ำ ด้ว ยสิท ธิ มนุษ ยชน (Universal Declaration of Humanคือ กำรประกำศเจตนำรมณ์ใ น Rights หรือ UDHR)กำรร่ว มมือ ระหว่ำ งประเทศที่ม ีควำมสำำ คัญ ในกำรวำงกรอบเบื้อ งต้น เกี่ย วกับ สิท ธิม นุษ ยชนและเป็น เอกสำรหลัก ด้ำ นสิท ธิมนุษ ยชนฉบับ แรก ซึ่ง ทีป ระชุม่สมัช ชำใหญ่แ ห่ง สหประชำชำติ
  9. 9. ปฏิญ ญำสำกลว่ำ ด้ว ยสิท ธิ มนุษ ยชน(Universal Declaration of ทำำ ไมต้อ งมี Human Rights) ?????1. กำรยอมรับ ศัก ดิ์ศ รีป ระจำำตัว และสิท ธิเ สมอกัน ของสมำชิก ทั้ง ปวงแห่ง ครอบครัวมนุษ ย์เ ป็น รำกฐำนของ
  10. 10. 2. เป็น กำรยืน ยัน ของประชำชนแห่ง สหประชำชำติถึง ควำมเชื่อ มั่น ในสิท ธิม นุษ ยชนขั้น พื้น ฐำน ในศัก ดิ์ศ รีแ ละคุณ ค่ำ ของตัว บุค คล และในควำมเสมอกัน แห่ง สิท ธิข องทั้งชำยและหญิง เพื่อ กำรตัด สินใจที่จ ะส่ง เสริม ควำมก้ำ วหน้ำทำงสัง คมตลอดจนมำตรฐำน
  11. 11. 3. รัฐ สมำชิก ได้ป ฏิญ ำณโดยร่ว มกับ สหประชำชำติท ี่จ ะให้ไ ด้มำซึ่ง กำรส่ง เสริม กำรเคำรพและกำรถือ ปฏิบ ัต ิโ ดยสำกลต่อสิ4.ธิม นุษ ยชนและเสรีภ่ต รงกัน ท สร้ำ งควำมเข้ำ ใจที ำพขั้นพื้น ฐำน งสิท ธิแ ละเสรีภ ำพเพื่อ ในเรื่อ ให้ป ฏิญ ำณนี้เ กิด สัม ฤทธิ์ผ ลอ ย่ำ งเต็ม เปี่ย ม
  12. 12. ควำมจำำ เป็น ที่ต ้อ งเข้ำ ใจเรื่อ ง สิท ธิม นุษ ยชนสิท ธิม นุษ ยชนเ ป็น ระบบคุณ ค่ำประกำรหนึ่ง ที่ส ง คมมนุษ ย์ ัพยำยำมรัง สรรค์ข ึ้น มำในสภำพสัง คมที่ก ำำ ลัง เผชิญ กับ สภำวกำรณ์ลดทอนคุณ ค่ำ ควำมเป็น มนุษ ย์อย่ำ งค่อ นข้ำ งรุน แรง ทั้ง นี้เ พื่อ นำำเอำระบบคุณ ค่ำ ดัง กล่ำ วมำจัดระเบีย บทำงสัง คมทั้ง ด้ำ นควำม
  13. 13. โดยคำำ นึง ถึง คุณ ประโยชน์ใ นกำรอยู่ร ่ว มกัน ในสัง คมอย่ำ งสัน ติส ุข เมื่อ ทุก คนได้ต ระหนัก และประจัก ษ์ว ่ำ สิท ธิม นุษ ยชนเป็นระบบคุณ ค่ำ ทีส ำำ คัญ ของสัง คม ่จะทำำ ให้ส ัง คมมีค วำมเคำรพและเอื้อ อำทรต่อ เพื่อ นมนุษ ย์ด ้ว ยกันถือ เป็น ควำมรับ ผิด ชอบร่ว มกัน ที่
  14. 14. ฉะนั้น บัด นี้ สมัช ชำจึงประกำศว่ำ : -ปฏิญ ญำสำกลว่ำ ด้ว ยสิท ธิม นุษ ยชนนี้ เป็น มำตรฐำนแห่ง ควำมสำำ เร็จ สำำ หรับ บรรดำประชำกรและประชำชำติท ั้ง หลำย เพื่อ จุดประสงค์ใ ห้ป ัจ เจกบุค คลทุก รูปทุก นำมและองค์ก ำรสัง คมทุกองค์ก ำร รำำ ลึก ถึง ปฏิญ ญำนี้เ ป็นเนือ งนิจ โดยบำกบั่น พยำยำม
  15. 15. เหล่ำ นี้ ด้ว ยมำตรกำรที่ก้ำ วหน้ำ ทั้ง ในประเทศและระหว่ำ งประเทศเพื่อ ให้ไ ด้ม ำซึ่ง กำรยอมรับ นับ ถือ และกำรปฏิบ ัต ิต ำมโดยสำกล และอย่ำ งเป็น ผลจริง จัง ทั้ง ในบรรดำประชำชนของรัฐสมำชิก ด้ว ยกัน เอง และใน
  16. 16. ตัว อย่ำ งปฏิญ ญำสำกลว่ำ ด้ว ย สิทArticleยชน ธิม นุษ 1All human beings are born freeand equal in dignity and rights.They are endowed with reasonand conscience and should acttowards หลำยเกิด มำอิสin a spiritมนุษ ย์ท ั้ง one another ระและเท่ำof ย มกัน ทัง ศัก ดิ์ศ รีแ ละสิท ธิท ุก คนเที brotherhood ้ได้ร ับ กำรประสิท ธิ์ป ระสำทเหตุผ ล
  17. 17. Article 2 Everyone is entitled to all therights and freedom set forth in thisDeclaration,without distinction of any kind, such as race, colour, sex, language, religion, political or oth Futhermore, no distinction shaller opinion, national or social origin be made on the basis of the politic,al ,jurisdictional or other status. st property, birth or international atus of the country of territory to which a person belongs, whether it be independent, trust, สมบัติ พันธุ์คง non-self-gov
  18. 18. ข้อ 2 บุค คลชอบที่จ ะมีส ท ธิแ ละเสรีภ ำพ ิประดำที่ร ะบุๆ ไว้ใ นปฏิญ ญำนี้ ทั้ง นี้โ ดยไม่ม ีก ำรจำำ แนกควำมแตกต่ำ งในเรื่อ งใด ๆ เช่น เชื้อ ชำติ สีผ ว เพศ ภำษำ ิศำสนำ ควำมเห็น ทำงกำรเมือแตกต่ำ ง นอกจำกนี้ก ำรจำำ แนกข้อ ง หรือทำงอื่น ใด มูล ฐำนแห่ ง สถำนะทำงกำร โดยอำศัย ชำติห รือ สั คมอัน เป็น ที่ม ำเดิม ง พ ย์ส ินลกำำ เนิด หรือ สถำนะอื่น ใด เมือ ทรั ทำงดุ อำณำหรือ ทำงเรื่อ ง ระหว่ำ งประเทศของประเทศหรือ ดิน แดนซึ่ง บุค คลสัง กัด จะทำำ มิไ ด้ ทั้ง นี้ไ ม่ ว่ำ ดิน แดนดัง กล่ำ วจะเป็น เอกรำช อยู่
  19. 19. Article 3 Everyone has the rights to life, liberty and security of person บุค คลมีส ท ธิใ นกำรดำำ รงชีว ิต ใน ิเสรีธ รรมและในควำมมั่น คงแห่งร่ำ งกำย Article 12 No one shall be subjected toarbitrary interference with his privacy, family, home orcorrespondence, nor to attacks upo
  20. 20. กำรเข้ำ ไปแทรกสอดโดยพลกำรในกิจ ส่ว นตัว ครอบครัวเคหสถำน กำรส่ง ข่ำ วสำร ตลอดจนกำรโจมตีต ่อ เกีย รติย ศและชื่อเสีย งของบุค คลนั้น จะทำำ มิ ได้ ทุกๆ คน มีส ิท ธิท ี่จ ะได้ร ับ ควำมคุ้ม ครองตำมกฎหมำยจำกกำรแทรกสอดดัง กล่ำ ว
  21. 21. สิท ธิม นุษ ยชน : สิท ธิพ ื้น ฐำนของมนุษ ย์
  22. 22. 1. สิท ธิท ี่จ ะอ้ำ งศัก ดิ์ศ รีค วำมเป็นมนุษ ย์ห รือ ใช้ส ท ธิแ ละเสรีภ ำพ ิของตนได้เ ท่ำ ที่ไ ม่ล ะเมิด สิท ธิแ ละเสรีภ ำพของบุค คลอื่น ไม่ข ัด ต่อกฎหมำยหรือ ไม่ข ัด ต่อ ศีล ธรรมอันดี (มำตรำ ๒๘)2. สิท ธิท ี่จ ะมีค วำมเสมอกัน ตำมกฎหมำยและได้ร ับ ควำมคุ้ม ครองตำมกฎหมำยเท่ำ เทีย มกัน (มำตรำ๕)
  23. 23. 3. สิท ธิท จ ะไม่ถ ูก เลือ กปฏิบ ต ิโ ดย ี่ ัไม่เ ป็น ธรรมเพรำะเหตุแ ห่ง ควำมแตกต่ำ ง เรื่อ ง ถิ่น กำำ เนิด เชือ ้ชำติ ภำษำ อำยุ เพศ สภำพทำงกำยหรือ สุข ภำพ สถำนะของบุค คล ฐำนะ ทำงเศรษฐกิจ หรือสัง คม ควำมเชื่อ ศำสนำ กำรศึก ษำ อบรม หรือ ควำมคิด
  24. 24. 4. สิท ธิแ ละเสรีภ ำพในชีว ิต และร่ำ งกำย (มำตรำ ๓๒)5.สิท ธิใ นครอบครัว เกีย รติย ศ ชือ่เสีย ง หรือ ควำมเป็น อยู่ส ่ว นตัว(มำตรำ ๓๕)6.สิท ธิแ ละเสรีภ ำพในกำรเดิน ทำงและเลือ กถิ่น ที่อ ยู่ใ นรำชอำณำจัก ร(มำตรำเ สรีภ ำพในกำรนับ ถือ7. สิท ธิ ๓๔)ศำสนำและปฏิบ ัต ิพ ธ ีก รรมตำม ิควำมเชือ ถือ ของตนโดยไม่ข ัด ต่อ ่
  25. 25. 8.สิท ธิแ ละเสรีภ ำพที่จ ะสื่อ สำรถึง กัน โดยชอบด้ว ยกฎหมำย(มำตรำ ๓๖)9.สิท ธิแ ละเสรีภ ำพที่จ ะแสดงควำมคิด เห็น ไม่ว ่ำ ด้ว ยกำรพูด กำรเขีย นกำรพิม พ์ กำรโฆษณำ และกำรสือ สำรด้ว สรีภ ีอ ื่น (มำตรำ ๔๕)10. สิท ธิเ ยวิธ ำพในเคหสถำน ่11. สิท ธิเ๓๓) ำพในกำรรับ กำร(มำตรำ สรีภศึก ษำขั้น พื้น ฐำน (มำตรำ ๔๙)12. สิท ธิใ นทรัพ ย์ส น ิ(มำตรำ ๔๑)
  26. 26. 13. เสรีภ ำพในกำรประกอบกิจ กำรหรือ ประกอบอำชีพ (มำตรำ ๔๓)14. สิท ธิใ นมำตรฐำนกำรครองชีพกำรรัก ษำพยำบำล และบริก ำรสัง คมทีจ ำำ เป็น (มำตรำ ๕๑) ่15. เสรีภ ำพในชุม นุม โดยสงบและปรำศจำกอำวุธ (มำตรำ ๖๓)
  27. 27. 1. สิท ธิข องชนชำวไทยที่กำำ หนดไว้ใ นรัฐ ธรรมนูญ แห่งรำชอำณำจัก รไทยพุท ธศัก รำช ๒๕๕๐ สอดคล้อ ง2. รัฐ ธรรมนูญ แห่ง รำชกับ หลัก สิท ธิม นุษ ยชนอำณำจัก รไทย พุท ธศัก รำช๒๕๕๐ บัญ ญัต ิใ ห้ม ีอ งค์ก รอิส ระคือ คณะกรรมกำรสิท ธิม นุษ ยชน 3. พ.ร.บ. คณะกรรมกำรสิท ธิแห่ง ชำติมนุษ ยชนแห่ง ชำติ พ.ศ.๒๕๔๒ สมบัติ พันธุ์คง
  28. 28. คณะกรรมกำรสิท ธิม นุษ ยชนแห่งชำติม ี 7 คน ประกอบด้ว ยประธำน1 คนและกรรมกำรอื่น อีก 6 คนแต่ง ตั้ง โดยพระมหำกษัต ริย ์ต ำมคำำแนะนำำ ของวุฒ ิส ภำ จำกผู้ท ี่ม ีค วำมรู้หรือ ประสบกำรณ์ด ้ำ นกำรคุ้ม ครองสิท ธิแ ละเสรีภ ำพของประชำชนเป็นที่ป ระจัก ษ์ วำระดำำ รงตำำ แหน่ง 6ปี นับ แต่ว น ที่พ ระมหำกษัต ริย ์ท รง ัแต่ง ตั้ง และดำำ รงตำำ แหน่ง ได้เ พีย ง
  29. 29. ตัว อย่ำ งอำำ นำจหน้ำ ที่ข องคณะกรรมกำรสิท ธิม นุษ ยชนแห่ง ชำติ (มำตรำ ๒๕๗)1. ตรวจสอบและรำยงำนกำรกระทำำ หรือ กำรละเลยกำรกระทำำอัน เป็น กำรละเมิด สิท ธิม นุษ ยชนหรือ ไม่เ ป็น ไปตำมพัน ธกรณีระหว่ำ งประเทศเกี่ย วกับ สิท ธิมนุษ ยชนที่ป ระเทศไทยเป็นภำคี และเสนอมำตรกำรกำร
  30. 30. 2. เสนอเรื่อ งพร้อ มควำมเห็น ต่อศำลรัฐ ธรรมนูญ ในกรณีท ี่เ ห็นชอบตำมที่ม ีผ ู้ร ้อ งเรีย นว่ำบทบัญ ญัต ิแ ห่ง กฎหมำยใดกระทบต่อ สิท ธิม นุมควำมเห็น ต่อ3. เสนอเรื่อ งพร้อ ษ ยชน และมีปัญ หำเกี่ย วกับ ควำมชอบด้วชอบศำลปกครอง ในกรณีท ี่เ ห็น ยรัฐ ธรรมนูญ งเรีย นว่ำ กฎ คำำ สั่งตำมที่ม ีผ ู้ร ้อหรือ กำรกระทำำ อื่น ใดในทำงปกครองกระทบต่อ สิท ธิม นุษ ยชนและมีป ัญ หำเกี่ย วกับ ควำมชอบ
  31. 31. 4. ฟ้อ งคดีต ่อ ศำลยุต ิธ รรมแทนผู้เสีย หำย เมื่อ ได้ร ับ กำรร้อ งขอจำกผู้เ สีย หำยและเป็น กรณีท ี่เห็น สมควรเพือ แก้ไ ขปัญ หำกำร ่ละเมิด สิท ธิม นุษ ยชนเป็น ส่ว นรวม ง เสริม กำรศึก ษำ กำรวิจญัต ิ5. ส่ ทั้ง นี้ต ำมที่ก ฎหมำยบัญ ัยและกำรเผยแพร่ค วำมรู้ด ้ำ นสิท ธิม นุษ ยชน
  32. 32. พยำบำล บุค คลซึ่ง เป็น ประชำชน: สิท ธิม นุษ ยบุค คลซึ่ง เป็น ผู้ ชน บุค คล อ กำรประกอบวิช ำชีพ กำรพยำบำล หรืผดุง ครรภ์ หรือกำรพยำบำลและกำรผดุง ครรภ์ :
  33. 33. ในฐำนะประชำชน พยำบำล ย่อ มมีส ิท ธิแ ละได้ร ับ กำร รับ รองสิท ธิต ำมสิท ธิม นุษ ยชน เช่น เดียระกอบวิษ ย์ค นอืฯ ๆในฐำนะผู้ป วกับ มนุ ช ำชีพ ่นพยำบำลได้ส ิท ธิพ เ ศษตำม ิกฎหมำย คือ พ.ร.บ. วิช ำชีพกำรพยำบำลและกำรผดุง ครรภ์พ.ศ. ๒๕๒๘ และที่แ ก้ไ ขเพิ่มเติม (ฉบับ ที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้ประกอบอำชีพ กำรพยำบำล
  34. 34. พ.ร.บ. วิช ำชีพ กำรพยำบำลและกำรผดุง ครรภ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ ห้ำ มมิใ ห้ผ ู้ใ ดซึ่ง มิไ ด้เ ป็น ผู้ ประกอบวิช ำชีพ กำรพยำบำล หรือ มิไ ด้เ ป็น ผู้ป ระกอบวิช ำชีพ กำรผดุง ครรภ์ หรือ มิไ ด้เ ป็น ผู้ ประกอบวิช ำชีพ กำรพยำบำล และกำรผดุง ครรภ์ กระทำำ กำร พยำบำลหรือ กำรผดุง ครรภ์ หรือ แสดงด้ว ยวิธ ีใ ด ๆ ให้ผ ู้อ ื่น เข้ำ ใจว่ำ ตนเป็น ผู้ม ีส ท ธิ ิ
  35. 35. รัฐ ธรรมนูญ แห่ง รำชอำณำจัก ร ไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๒๙ กำรจำำ กัด สิท ธิแ ละเสรีภ ำพของบุค คลที่ร ัฐ ธรรมนูญ รับ รองไว้ จะกระทำำ มิไ ด้ เว้น แต่โ ดยอำศัยอำำ นำจตำมบทบัญ ญัต ิแ ห่ง กฎหมำยเฉพำะเพื่อ กำรที่ร ัฐ ธรรมนูญ ต้อ งมีผ ล กฎหมำยตำมวรรคหนึ่ง นี้ก ำำ หนดไว้แบ ัง คับำ ทีน กำรทัและจะกระทบ หมำย ใช้ ละเท่ เป็ ่จ ำำ เป็น ่ว ไปและไม่ม ุ่งกระเทือ นสำระสำำรณีใแห่ง สิทห นึละ อ ให้ใ ช้บ ง คับ แก่ก คัญ ดกรณี ธิแ ่ง หรื ัเสรีภ ำพนั้น มิไค คลหนึ่ง เป็น กำรเจำะจง แก่บ ุค คลใดบุ ด้ ทัง ต้อ งระบุบ ทบัญ ญัต ิแ ห่ง รัฐ ธรรมนูญ ้ ทีใ ห้อ ำำ นำจในกำรตรำกฎหมำยนั้น ่
  36. 36. บทบัญ ญัต ิว รรคหนึ่ง และวรรคสองให้น ำำ มำใช้บ ัง คับ กับ กฎหรือ ข้อ บัง คับ ที่ออกโดยอำำ นำจตำมบทบัญ ญัต ิแ ห่งกฎหมำยด้ว ย โดยอนุโ ลม
  37. 37. มำตรำ ๔๓ บุค คลย่อ มมีเ สรีภ ำพในกำรประกอบกิจ กำรหรือ ประกอบอำชีพ และกำรแข่ง ภ ำพตำมวรรคหนึ่ง น กำรจำำ กัด เสรีขัน โดยเสรีอ ย่ำ งเป็ธรรม จะกระทำำ มิไ ด้ เว้น แต่โ ดยอำศัย อำำ นำจบทบัญ ญัต ิแ ห่ง กฎหมำย เฉพำะเพื่อ ประโยชน์ใ นกำรรัก ษำ ควำมมัน คงของรัฐ หรือ เศรษฐกิจ ของ ่ ประเทศ กำรคุ้ม ครองประชำชนใน ด้ำ นสำธำรณูป โภค กำรรัก ษำควำม สงบเรีย บร้อ ยหรือ ศีล ธรรมอัน ดีข อง ประชำชน กำรจัด ระเบีย บกำรประกอบ
  38. 38. ดัง นั้น จึง เห็น ได้ว ่ำ สิท ธิท ี่ผ ู้ประกอบวิช ำชีพ กำรพยำบำล และกำรผดุง ครรภ์ไ ด้ร ับ กำรรับ รองโดยกฎหมำยนั้น เป็น สิท ธิพ ิเ ศษและโดยกฎหมำยได้ห วงกัน และจำำ กัด สิท ธิข องผู้อ ื่น ในกำรประกอบอำชีพ จึง เป็น ควำมจำำ เป็น ทีจ ะต้อ งมีม ำตรกำรกำำ กับ ่ดูแ ลให้ผ ู้ไ ด้ส ท ธิพ ิเ ศษนี้ค ง ิ
  39. 39. ANA : Nurses’ Bill ofRights (June 26, 2001)พยำบำลเป็น ผู้ส ่ง เสริม และฟื้น ฟูสุข ภำพ ป้อ งกัน ควำมเจ็บ ป่ว ยและคุ้ม ครองประชำชนที่ไ ว้ว ำงใจมำรับ กำรดูแ ล จำกพยำบำลพยำบำลทำำ งำนเพื่อ บรรเทำควำมทุก ข์ท รมำนของบุค คล ครอบครัวและชุม ชน ในกำรทำำ หน้ำ ที่ดัง กล่ำ วพยำบำลจัด กำรบริก ำรโดยนับ ถือ ศัก ดิ์ศ รีค วำมเป็น มนุษ ย์
  40. 40. ธรรมชำติข องปัญ หำสุข ภำพของผู้ร ับ บริก ำรแต่ล ะคน โดยปรำศจำกข้อ จำำ กัด ด้ำ นสถำนทำงสัง คมหรือ เศรษฐกิจ เพือ ทีจ ะ ่ ่ทำำ ให้พ ยำบำลทำำ ประโยชน์สูง สุด ต่อ สัง คมได้ จึง เป็น กำรจำำ เป็น ที่จ ะต้อ งคุ้ม ครองศัก ดิ์ศ รีและเอกสิท ธิ์ข องพยำบำลในกำรปฏิบ ัต ิง ำน เพือ ให้ ่
  41. 41. 1. พยำบำลมีส ท ธิท ี่จ ะปฏิบ ัต ิง ำนให้ ิลุล ว งไปตำมแนวทำงที่ส นองตอบ ่ควำมผูก พัน ต่อ สัง คมและผู้ร ับ2. ก ำรกำรพยำบำล ี่จ ะปฏิบ ัต ง ำนบริ พยำบำลมีส ิท ธิท ิในสิ่ง แวดล้อ มซึ่ง เอื้อ ให้ใ ห้ก ระทำำกำรได้ต ำมมำตรฐำนของวิช ำชีพและขอบเขตของกำรปฏิบ ต ิท ี่ ั3. พยำบำลมีส ิท ธิท ี่จ ะปฏิบ ัต ิง ำนในกฎหมำยให้อ ำำ นำจไว้สิ่ง แวดล้อ มที่ส ง เสริม และเอื้อ ่อำำ นวยให้ป ฏิบ ัต ง ำนได้ต ำม ิขอบเขตจริย ธรรมแห่ง วิช ำชีพ
  42. 42. 4. พยำบำลมีส ิท ธิท ี่จ ะเป็น ผู้แ ทน ของตนเองและผู้ป ่ว ยอย่ำ งเสรีแ ละ เปิด เผยโดยปรำศจำกควำมกลัว กำรตอบแทนในเชิง ผลร้ำ ย5. พยำบำลมีส ิท ธิร ับ ค่ำ ตอบแทนในกำรปฏิบ ัต ิท ี่เ หมำะสมกับ ควำมรู้ประสบกำรณ์สและควำมรับ ัต ิง ำน6. พยำบำลมี ิท ธิท ี่จ ะปฏิ บ ผิด ชอบเชิง วิช ำชีพ อ มทีป ลอดภัย แก่ในสิ่ง แวดล้ ่ตนเองและผู้ป ่ว ย ท ี่จ ะต่อ รอง7. พยำบำลมีส ิท ธิเงื่อ นไขในกำรจ้ำ งงำนทั้ง ในรำยบุค คลและเป็น กลุ่ม ในทุก สถำนที่
  43. 43. Practice makesPerfect

×