Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ผช. โภชนศาสตร์ครั้งที่3-อาหารเฉพาะวัย

810 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ผช. โภชนศาสตร์ครั้งที่3-อาหารเฉพาะวัย

  1. 1. อาหารเฉพาะวัย
  2. 2. การใช้พ ลัง งานจาก สารอาหาร Basal Metabolism Rate : BMR พลัง งานประกอบ กิจ กรรมต่า งๆ พลัง งานเพื่อ การ เปลี่ย นแปลงอาหาร ภายในร่า ่อ การขับ ของ พลัง งานเพื งกาย
  3. 3. ปัจ จัย ทีม ผ ลต่อ การ ่ ี ใช้พ ลัง งาน-พื้น ที่ผ ิว ร่า งกาย - พื้น ที่ผ ิว มากจะมีก ารสูญ เสีย ความร้อ นมาก ทำา ให้ร ่า งกายต้อ งการพลัง งานมากขึ้น คนผอมมีพ ื้น ที่ผิว มากกว่า คนอ้ว นทีม ีน ำ้า หนัก ่องค์ป ระกอบของร่า งกาย - คนที่ตัว เท่า กันมีก ล้า มเนื้อ มาก เช่น นัก กีฬ าต้อ งการพลัง งานขั้น พื้น ฐานใช้สูง กว่า คนที่ม ีก ล้า มเนื้อ น้อ ย เช่น
  4. 4. ปัจ จัย ที่ม ีผ ลต่อ การ ใช้พ ลัง งาน (ต่อ )อายุ - ทารกต้อ งการ พลัง งานใช้ใ นการเจริญ เติบ โตมากกว่า วัย อื่นกิจ กรรมประจำา วัน - ผู้ใ ช้แรงงานจะต้อ งการพลัง งานจากสารอาหารมากกว่า ผู้ทำา งานในสำา นัก งาน
  5. 5. ปัจ จัย ที่ม ีผ ลต่อ การ ใช้พ ลัง งาน (ต่อ งการเพศ – เพศหญิง ต้อ )พลัง งานตำ่า กว่า เพศชายเพราะผู้ห ญิง มีไ ขมัน ในกล้า มเนือ มากกว่า ผู้ช าย ้การนอน – ระหว่า งนอนหลับ พลัง งานขัน พืน ฐานจะตำ่า กว่า ้ ้
  6. 6. ปัจ จัย ที่ม ีผ ลต่อ การ ใช้พ ลัง งาน (ต่อ )อุณ หภูม ิ - อุณ หภูม ิร ่า งกายที่สูง ขึ้น จะทำา หน้า ที่เ ป็น ตัว เร่งปฏิก ร ิย าต่า งๆ ในร่า งกาย ดัง ินั้น คนที่เ ป็น ไข้จ ะต้อ งการพลัง งานสูง กว่า ในภาวะปกติ คนที่อยู่ใ นที่อ ากาศหนาว ระดับ
  7. 7. ปัจ จัย ที่ม ผ ลต่อ การ ี ใช้พ ลัง งาน (ต่อ )สภาวะทางโภชนาการและสรีร วิท ยา - คนที่ม ีภ าวะโภชนาการ ไม่ด ีพ ลัง งานขั้นพื้น ฐานจะตำ่า ในทางตรงกันข้า ม หญิง ตั้ง ครรภ์ หญิง ให้นมบุต ร และเด็ก ที่ก ำา ลัง เจริญ
  8. 8. ปัจ จัย ที่ม ผ ลต่อ การ ี ใช้พ ลัง งาน (ต่อ )ต่อ มไร้ท ่อ ต่อ มไทรอยด์ท ำา งานมากอัต ราการเผาผลาญจะเพิ่ม ขึ้นพลัง งานขั้น พืน ฐานจะสูง ถ้า ้ต่อ มไทรอยด์ท ำา งานน้อ ยอัต ราการเผาผลาญจะลดลง
  9. 9. ปัจ จัย ที่ม ผ ลต่อ การ ี ใช้พ ลัง งาน (ต่อ )โรคภัย ไข้เ จ็บ – ในขณะที่เ ป็น ไข้ การทำา งานของเซลล์ภ ายในร่า งกายเพิ่ม มากขึ้น ดัง นั้นความต้อ งการพลัง งานจึง สูงขึ้น
  10. 10. สิ่ง ที่ต ้อ งรู้ใ นการ คำา นวณอาหารความต้อ งการพลัส่งานของบุค คลสัด ง ว นของสารอาหารทีใ ห้พ ลัง งาน ่ตารางแสดงคุณ ค่าอาหาร ตารางแสดงคุณ ค่า อาหาร ไทยส่ว นที่ก ิน ได้ 100 กรัม ( Food อาหารแลกเปลี่ย น ( Food composition tables ) exchange lists )
  11. 11. นวณปริม าณและพลัง งานจากสารอา หมายถึง การคิด ปริม าณ และพลัง งานของสารอาหารที่ บุค คลควรได้ร ับ แต่ล ะวัน เพื่อ นำา ไปกำา หนดปริม าณ และ ชนิด อาหารแต่ล ะประเภทที่ บุค คลต้อ งรับ ประทานต่อ มือ้ และต่อ วัน ว่า มีจ ำา นวนมากน้อ ย เพีย งไร
  12. 12. สิง สำา คัญ ในการคำา นวณ คือ ่1. ต้อ งรู้ป ริม าณพลัง งานที่บ ุค คลควรได้ร ับ ในแต่ล ะวัน2. ต้อ งรู้ว ่า อาหารแต่ล ะประเภทมีสารอาหารประเภทใดบ้า งปริม าณพลัง งาน และปริม าณสารอาหารที่ใ ห้พ ลัง งานต่อ อาหารหนึ่งส่ว นว่า มีม ากน้อ ยเพีย งใด3. ต้อ งเข้า ใจเรื่อ งของโรคและอาการของโรค เมื่อ ต้อ งจัด อาหาร
  13. 13. การคำา นวณพลัง งานที่ค วร ได้ร ับ ในแต่ล ะวันนำ้า หนัก ตัว ที่ค วรจะเป็น ( idealbody weight ) ชาย = ส่ว นสูง(ซม.) - 100 = ..............กิโ ลกรัม
  14. 14. ความต้อ งการพลัง งาน ตามกิจ กรรมนน.เปรีย บ งาน งาน งานเทีย บกับ หนัก ปาน เบา Kcal /นน.ที่ค วร กลาง Kg /น.น.เป็น น้อ ยกว่า ปกติ 45 - 50 day 40 25น.น.ปกติ 40 35 30น.น.มากกว่า ปกติ 3530 20 - 25
  15. 15. งานหนักงการพลัง งาน ความต้อ - กรรมกร ทำา สวน ทำา ไร่ ตามกิจ กรรม (ต่อ ) ทหาร นัก กีฬ า งานปานกลาง - แม่บ้า น นัก ศึก ษา งานเบา - งานสำา นัก งาน ครู นัก บัญ ชี แม่บ้า นมีเ ครื่อ ง ผ่อ นแรง พนัก งานห้า ง
  16. 16. ตัวอย่าง หญิงไทย นักศึกษาส่วนสูง 162 ซม. นำ้าหนักที่ควรจะเป็น คือ = 162 ซม. - 110 = 52 กิโลกรัม พลัง งานที่ค วรได้ร ับ ต่อ วันคือ = 52 กิโ ลกรัม  35แคลอรี่ / กิโ ลกรัม / วัน
  17. 17. สัด ส่ว นของสารอาหารให้ พลัง งานควรได้ร ับ ต่อ วันคาร์โ บไฮเดรท ประมาณร้อ ยละ50 - 60 ของพลัง งาน/วันโปรทีน ประมาณร้อ ยละ 10 -15 ของพลัง งาน/วัน ไขมัน ประมาณร้อ ยละ 30- 35 ของพลัง งาน/วัน
  18. 18. โภชนาการสำา หรับ หญิง มีค รรภ์นำา ไปใช้อ ะไรบ้า งแม่ บำา รุง ร่า งกาย ระยะตั้ง ครรภ์ทารก ระยะคลอดบุตสร้า ง ระยะแรก รอวัย วะต่า งๆ ของทารก ระยะที่ 2 การเจริญเติบ โตของโครงสร้า ง
  19. 19. พลัง งานจากสารอาหาร ระยะแรก ไม่เ พิม ่ ระยะที่ 2 และ 3 เพิ่ม 180-200 กิโ ลแคลอรี่ สำา หรับ BMR เพิ่ม ขึ้น ของแม่
  20. 20. โปร ทีนสร้า งเนื้อ เยื่อ ในร่า งกายแม่ระยะที่ 2 และ 3 ขนาดมดลูก ต่อ มนำ้า นมรก สายสะดือ สร้า งนำ้า นม สร้า ง
  21. 21. แคลเซี่ ยม ต้อ งการมากในระยะ 2และ 3 ต้อ งการสูง สุด ในเดือ นสุด ท้า ยก่อ นคลอด * การสร้า งนำ้า นมมารดา
  22. 22. เหล็ก ต้อ งการเหล็ก วัน ละ 26มิล ลิก รัม ในระยะที่ 3 หรือ 700-1000มิล ลิก รัม ตลอดระยะ การตั้ง ครรภ์
  23. 23. ไอโอดี น เพิ่ม ตามความต้อ งการ ของพลัง งานวิต ามิ น เพิม ตามปริม าณทีก น ่ ่ ิ
  24. 24. โภชนาการหญิง ระยะให้น มบุต รสำา หรับ ผลิต นำ้า นมประมาณวันละ 20-30 ออนซ์ ซ่อ มแซมร่า งกายจากการคลอดพลัง งาน หรือ ต้อ งใช้ 120
  25. 25. โปร ทีน เพิ่ม จากปกติว ัน ละ40 กรัมแคลเซี่ ยมเพิ่ม มากกว่า ระยะตั้ง ครรภ์ว ัน ละ 200 มิล ลิก รัม
  26. 26. วิต ามิน บีห นึ่ง บี สอง เพิ่ม ตามพลัง งานทีก น ่ ิ เหล็ก วิต ามิน ซี วิต ามิน เอและดี เท่า กับ ตอนตั้ง ครรภ์
  27. 27. โภชนาการ สำา หรับ ทารกทารกนำ้า หนัก แรกเกิด ประมาณ3,000-3,500 กรัม 5 เดือ น 2 เท่า ของแรกเกิด 1ปี 3 เท่า ของแรกเกิด 2 ปี 4 เท่า ของแรกเกิด ส่ว นสูง แรกเกิด
  28. 28. ความต้อ งการพลัง งาน จากสารอาหารพลัง งาน ต้อ งการวัน ละ110 Kcal/ Kgโปรทีน 2-3 gm/ Kgไขมัน ไม่น ้อ ยกว่าร้อ ยละ 15 ของ แคลอรี่ท ั้ง หมดและ
  29. 29. เกลือ แร่แคลเซี่ย ม วัน ละ 500มิล ลิก รัมเหล็ก วัน ละ 1 มิล ิก รัม /กิโ ลกรัม นำ้า หนัก ตัว เสริม เดือ นที่ 4
  30. 30. เกลือ แร่ (ต่อ )วิต ามิน เสริม วิต ามิน ซีนำ้า ความต้อ งการประมาณ 1.5 ซีซ ี/ 1 kcal/day
  31. 31. นำ้า นมแม่24-48 ชั่ว โมง การหลั่ง นำ้า นมเล็ก น้อ ย2-3 วัน แรก นำ้า นมเหลือ งใสเรีย กว่า นำ้า นมนำ้า เหลือ ง หรือ Colostum ปริม าณ 10-14 ml
  32. 32. ข้อ ดีข องColostum ปริม าณโปรทีน สูง ปริม าณเกลือ แร่ส ูง มีส ารให้ภ ูม ิค ุ้ม กัน โรค ช่ว ยพัฒ นาเอ็น ไซม์
  33. 33. การเลี้ย งลูก ด้ว ยนมแม่ นมแม่เ ป็น อาหารสมบูร ณ์แบบมากที่ส ุด เพราะมีส ารอาหารครบถ้ว นทั้ง ปริม าณและคุณ ภาพที่ท ารกต้อ งการ ความเข้ม ข้น พอเหมาะ ปราศจากเชื้อ ได้ร ับ ภูม ิต ้า นทานจากแม่
  34. 34. ประโยชน์ข องการ เลี้ย งลูก ด้ว ยนมแม่ด้า นจิต ใจ – ความอบอุ่นปลอดภัยด้า นเศรษฐกิจ – ประหยัด เวลาค่า ใช้จ ่า ยด้า นสุข าภิบ าล – อัต ราตายตำ่า
  35. 35. รปฏิบ ต ิใ นการเลี้ย งลูก ด้ว ยนำ้า นมแ ั * กิน อาหารที่ม ีค ุณ ค่า ทาง โภชนาการในปริม าณที่เ พีย งพอ * ระวัง เรื่อ งอาหารและการใช้ย า * นมมารดามีเ หล็ก วิต ามิน ซีแ ละดี ตำ่า ควรเสริม อาหาร เมื่อ ถึง วัย * ให้น มผสมเพิ่ม เติม เมื่อ มารดามี นำ้า นมไม่เ พีย งพอ
  36. 36. 1. สภาพร่า งกาย เนื่อ งจากทารกเลือ กเวลาในการให้อ าหารเสริม แต่ล ะคนจะมีค วามพร้อ ม ในการ รับ ประทานอาหารที่แ ข็ง กว่า นำ้า นม ช้า เร็ว -ต่า งกัน แต่โ ดย เฉลีย จะเริ่ม พร้อ ม เมื่อ อายุ 6 ่ เดือ น ทารกจะเริ่ม ตอบสนอง อาหารแข็ง โดยใช้ล น ดัน อาหาริ้ ออก อาหารช่ว งนี้ค วรเป็น อาหาร กึ่ง แข็ง กึ่ง เหลว ที่ผ ่า นการบด ละเอีย ดแล้ว
  37. 37. การเลือ กเวลาในการให้ ทารกจะพัฒ นาความสามารถในการบดเคี้ย วตั้ง แต่ อาหารเสริม (ต่อ )อายุ 6 เดือ น ซึ่ง เป็น ช่ว งที่ฟ ันนำ้า นมเริ่ม งอกขึ้น มา เมือ ทารก ่มีอ าหารตอบสนองอาหาร โดยให้ค วามสนใจเริ่ม ขยับ ปากตามหรือ ไขว่ค ว้า อาหารหยิบอาหารเข้า ปาก แสดงว่า ทารกมีค วามพร้อ มจะรับ ประทาน
  38. 38. การเลือ กเวลาในการให้ อาหารเสริม (ต่อ ) 2. เวลาในการให้น มแม่หรือ นมชงสูต รทารกเริ่ม ไม่เพีย งพอต่อ ความต้อ งการของทารก พิจ ารณาจากขนาดและนำ้า หนัก ตัว ของทารก เทีย บกับมาตรฐานตามอายุข องทารกถ้า ทารกมีข นาดและนำ้า หนัก ตัว
  39. 39. การเลือ กเวลาในการให้ อาหารเสริม (ต่อ ) ถ้า แม่ใ ห้อ าหารเสริม เร็วเกิน ไป (ช่ว งอายุก ่อ นครบ 4-5เดือ น) อาหารเสริม จะทำา ให้ทารกอิ่ม จนไม่ส ามารถดูด นมได้ เพราะกระเพาะทารกมีขนาดเล็ก จุอ าหารได้ไม่ม าก ดัง นั้น อาหารเสริม
  40. 40. อายุข อง ตัว อย่า งอาหารเสริม ทีใ ห้ไ ด้ ่ ทารก กล้ว ยสุก ครูด , ข้า วบดใส่น ำ้า แกงจืด , ข้า วบด3-4 เดือ น ใส่ต ับ บด, ข้า วบดกับ ถัว ต้ม เปื่อ ยๆ, ข้า วบด ่ กับ เต้า หูข าว ้ เริ่ม ให้อ าหารประเภทเนือ ปลาบด , ข้า วบดกับ ้5-6 เดือ น ฟัก ทองต้ม เปื่อ ย, มะละกอสุก ครูด , ข้า วบดกับ ผัก ต้ม เปื่อ ยๆ 7 เดือ น ให้เ นือ สัต ว์บ ดกับ ข้า ว, ไข่ท ง ฟองบด ้ ั้ ให้อ าหารเป็น มือ หลัก ได้ 1-2 มือ (ยัง คงให้ ้ ้8-9 เดือ น นมด้ว ย) 10-11 ให้อ าหารเป็น มือ หลัก ได้ 3 มือ (ยัง คงให้น ม ้ ้
  41. 41. วรปฏิบ ัต ิใ นการให้อ าหารทารก * ให้อ าหารเพีย งอย่า งเดีย ว ก่อ น เมื่อ ชิน แล้ว ค่อ ยลอง อาหารอย่า งอื่น ใหม่ * เริ่ม ด้ว ยจำา นวนน้อ ยก่อ นเพิ่ม ขึ้น ทีล ะน้อ ย * ให้อ าหารที่ม ีค วามข้น น้อ ย ก่อ นเพิ่ม ความข้น ให้ สูง ขึ้น
  42. 42. ข้อ ควรปฏิบ ัต ิใ นการให้ อาหารทารก (ต่อ )* ให้อ าหารที่ม ีก ากน้อ ยย่อ ย ง่า ยก่อ น เมือ ทารกเคี้ย วได้ ่ จึง ค่อ ยให้อ าหารที่ม ีก าก* ถ้า เด็ก ไม่ช อบไม่ค วรบัง คับ ควรทิ้ง ไว้ 1-2 สัป ดาห์แ ล้ว ทดลองให้ซ ำ้า ถ้า ยัง ไม่ช อบ
  43. 43. ข้อ ควรปฏิบ ัต ิใ นการให้ อาหารทารก (ต่อ )* หลีก เลี่ย งการให้อ าหารซำ้า* สร้า งบรรยากาศในการรับประทานอาหาร* ต้อ งเป็น ตัว อย่า งที่ด ีส ำา หรับเด็ก ตลอดเวลา
  44. 44. ถ้า แม่ใ ห้อ าหารเสริม ช้า เกิน ไป(หลัง อายุ 6 เดือ นไปแล้ว ) จะมีผ ลทำา ให้อ ัต ราการเจริญ เติบ โตของทารกตำ่า กว่า ปกติ เพราะได้ร ับ สารอาหารไม่เ พีย งพอ โดยเฉพาะการพัฒ นาการของสมองจำา เป็น ต้อ งใช้สารอาหารครบถ้ว น และปริม าณที่เพีย งพอ การให้อ าหารเสริม ในเวลาทีเ หมาะสมจะช่ว ยเสริม ่พัฒ นาการนี้ไ ด้ นอกจากนี้ห าก
  45. 45. การเลี้ย งทารกด้ว ยนมขวด นมผงสูต รสำา หรับ ทารกตำ่า กว่า6 เดือ น (Infant Formula Milk )มีก ารปรับ โปรทีน ไขมัน วิต ามินเกลือ แร่ ใกล้เ คีย งนมมารดามากที่ส ุด เริ่ม ให้น มผงสูต รสำา หรับทารกอย่า งต่อ เนื่อ งจนถึง6 เดือ น จากนั้น เปลี่ย นเป็น นมวัว
  46. 46. โภชนาการสำา หรับ วัย ก่อ นเรีย น วัยเรีย น และวัย หนุ่ม สาว 1-6 ปี วัย ก่อ นเรีย น 6-16 ปี วัย เรีย น 16-20 ปี วัย หนุม สาว ่ เป็น วัย ที่ร ่า งกายกำา ลัง เจริญเติบ โต ระยะที่ต ้อ งเรีย นรู้ใ นการอยู่ร่ว มกับ ผู้อ ื่น หรือ อยู่ใ นสัง คมมาก
  47. 47. ความต้อ งการ พลัง งาน อายุพลัง งาน 1-3 ปี 1,200 Kcal 4-6 ปี 1,550 Kcal 7-9 ปี 1,900 Kcal
  48. 48. ความต้อ งการ พลัง งาน (ต่อ ) อายุพลัง งานเด็ก ชาย 13-15 ปี2,800 Kcal 16-19 ปี 3,300Kcal
  49. 49. โปรทีนวัน ละ 1-2 กรัม / นน. 1 กก. เป็น โปรทีน คุณ ภาพดี
  50. 50. แคลเซี่ย ม1-9 ปี เด็ก ควรได้ร ับ แคลเซี่ย มเท่า ผู้ใ หญ่ ประมาณวัน ละ 500มิล ลิก รัม10 ปีข ึ้น ไป เพิ่ม เป็น 600 มิล ลิก รัมสำา หรับ เด็ก หญิง ทุก อายุ
  51. 51. เหล็ก 1-9 ปี วัน ละ 4มิล ลิก รัม 10-12 ปี 8 มิล ลิก รัมเด็ก ชาย 13 ปีข ึ้น ไป 11มิล ลิก รัมเด็ก หญิง มีป ระจำา เดือ น ควรได้
  52. 52. ไอโอดีน วัย รุ่น พบว่า ต่อ มธัย รอยด์ ทำา งานมากขึ้นดัง นั้น จึง ควรกิน อาหารทะเล มากและบ่อ ยครั้ง
  53. 53. วิต ามิน เด็ก มีค วามต้อ งการมากกว่า ผู้ใ หญ่ ต้อ งการวิต ามิน เอและ วิต ามิน ซีม าก
  54. 54. นำ้าเด็ก มีค วามต้อ งการนำ้า สูง กว่า ผู้ใ หญ่( ผู้ใ หญ่ต ้อ งการนำ้า 1cc / 1Kcal )
  55. 55. ปัญ หาการกิน ปฏิเ สธอาหาร เรีย กร้อ งความสนใจ กิน ผัก ผลไม้ไ ม่เ พีย งพอ ห่ว งรูป ร่า ง รับ ประทานอาหารไม่เ ป็นประโยชน์ ความกดดัน ทางอารมณ์
  56. 56. นาการสำา หรับ ผู้ใ หญ่แ ละผู้ส ูง อายุ 30 ปีข ึ้น ไป สมรรถภาพใน การซ่อ มเซลล์ข องร่า งกายลด ลง ร่า งกายสูญ เสีย เซลล์ม าก ขึ้น อวัย วะเสื่อ มสมรรถภาพ ในการทำา งาน
  57. 57. การเปลี่ย นแปลง ทางสรีร ะ* ประสิท ธิภ าพในการรับ รู้ร สและ กลิน ของอาหารลดลง ไม่อ ยาก ่ อาหาร กิน อาหารได้น ้อ ย เสีย ฟัน ทำา ให้เ คี้ย วลำา บาก* ปัญ หาการย่อ ยและการดูด ซึม ขาดอาหาร* การใช้ส ารอาหารลดลง ความ ไม่ส มดุล ของฮอร์โ มน
  58. 58. พลัง งาน (Kcal) ชาย หญิง อายุ 20-29 ปี 2,550 1,800 30-39 ปี 2,450 1,700 40-49 ปี 2,350
  59. 59. ร่า งกายต้อ งการพลัง งาน(Kcal) จาก โปรทีน 1 กรัม / นน. 1 กิโ ลกรัม โปรทีน คุณ ภาพดีไขมัน ใช้น ำ้า มัน จากพืชมากกว่า นำ้า มัน จากสัต ว์ ลด
  60. 60. ร่า งกายต้อ งการพลัง งาน(Kcal) จาก (ต่อ ) แคลเซี่ย ม และเหล็ก วิต ามิน ซี วิต ามิน บี หนึ่ง

×