Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การเรียนแกรมม่าร์

1,447 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

การเรียนแกรมม่าร์

  1. 1. บทความคิดเห็น การเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ (ตอน แกรมม่าร์) โดย เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง www.facebook.com/writingwithjoe เขียนเมื่อ 27 มกราคม 2555 ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าตอนผมยังเล็กอยู่ ผมไม่มีโอกาสไปเรียนพิเศษหรือว่าไปเรียนติวอะไรกับเขา กว่าจะได้เรียนพิเศษภาษาอังกฤษครั้งแรกนั่นก็ตอนม. 3 ปลายเทอม ตอนนั้นเรียน conversation ที่ British American สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ ไม่ได้อะไรเลยครับ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เรียนไป งั้นๆ จากนั้นตอนเข้าม. ปลายก็ไม่ได้เรียนภาษาที่ไหนอีกเลย แหมแค่อยากจะซื้อชุดเรียนภาษาอังกฤษ Look Ahead ที่เขาฉายอยู่ทางช่อง 5 ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ซื้อเลย ขอเงินอา 3,000 บาทจะไปซื้อ อา บอกว่าแพงไป ไม่ให้ซื้อก็เลยอดไป ... จนจะสอบเอนทรานซ์โน่น อาให้เงิน 1500 บาท ไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ 1 คอร์ส หมด คอร์สนั้น ผมก็ไปเรียนต่ออีก 1 คอร์สเป็นคอร์สตลุยโจทย์อีก 500 บาท สรุปชีวิตนี้เสียเงินให้ การเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ 2,000 บาท ... แต่เป็น 2,000 บาทที่คุ้มค่ามากๆ ครับ ไม่ เสียดายเงิน เพราะว่าอะไรหน่ะเหรอครับ เพราะว่าผมเรียนแล้วเข้าใจมันจริงๆ ตอนก่อนเรียนพิเศษ ผมเรียนภาษาอังกฤษดัวตัวเองมาตลอด (ดังที่เคยเขียนไว้แล้วในหลายๆ บทความ เช่น “ประสบการณ์ฝึก listening” 18 ธันวาคม 2554) เวลาทาข้อสอบทาได้ครับ และทาได้ดีด้วย ท้อปมาตลอดของห้องในวิชาภาษาอังกฤษตั้งแต่ม. 1 – ม. 6 (จะมีคู่แข่งก็เพื่อน อีกคนที่สนใจภาษาอังกฤษแต่ดันเรียนสายวิทย์หมือนกัน ฮ่าๆ) แต่เวลาใครมาให้ผมอธิบายว่า ทาไมตอบข้อนั้นตอบข้อนี้ ผมอธิบายไม่ได้ รู้แต่ว่าข้อนี้มันถูก เช่น If I ____ (be) you, I _____ (do) not do that. ผมตอบได้ว่า “were, would not do” แต่ถ้าให้อธิบาย อธิบายไม่ได้ครับ... ความรู้มัน เลยเหมือนกระจัดกระจาย จนมีวันนึงดูรายการช่อง 11 ที่เขาชอบเอาอ. ดังๆ มาสอน เปิดไปเจออ. จรรยาสอน:
  2. 2. “เจอ preposition เปิดลงเว็บหน้า preposition เราจะเจอคานาม” หรือ “จาไว้นะลูก let someone do something” พูดกับตัวเองเลยว่า “โอ้ว ทาไมอ. คนนี้สอนเราเข้าใจ แบบนี้นะ” แต่เสียดายว่าไม่รู้ว่าอ. สอนอยู่ที่ไหนครับ จนกระทั่งวันนึงเพื่อนมาบอกว่าเขาเรียนอยู่กับอ. จรรยา แต่เรียนแล้วงงมากๆ ไม่รู้เรื่องเลย ได้ยินเท่านั้นแหล่ะ ผมรีบถามเพื่อนว่าเรียนที่ไหน ขอเงิน อาไปสมัครเลย ดีใจมากๆ ที่ได้เรียน ... ผมเรียนไปเข้าใจไป สนุกไป ไม่เหมือนกับเพื่อนที่เรียนแล้วไม่รู้เรื่อง ... อันนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อนโง่นะ แต่ ผมคิดว่ามันเป็นเพราะว่าการสอนอาจจะไม่ถูกกับจริตของเพื่อนมากกว่า ตั้งแต่นั้นมาผมรู้สึกว่า “การเรียนพิเศษไม่จาเป็น แต่ถ้ามีโอกาสเรียนควรเรียน” เพราะว่าอาจารย์ที่ สอนเขาจะสรุปหลายๆ อย่างให้เรา ทาให้ความคิดเราเป็นระบบขึ้นมาก จากก่อนหน้านี้ที่มัน กระจัดกระจายมาก หลายคนบอกว่า เรียนภาษาอังกฤษทาไมเปลืองเงิน เรียนด้วยตัวเองได้ ... ผมก็จะแสดง ความเห็นว่า จริงครับ เรียนเองได้ เพราะว่าผมก็เรียนเอง แต่! จะทาอย่างนั้นได้คุณต้องมี ใจรักมันมากพอที่จะใช้เวลากับมัน เป็นคนขวนขวาย และเป็นคนชอบศึกษาภาษาโดยไม่ ต้องให้ใครมาบังคับ ... ผมเชื่อว่าหลายๆ คนไม่ได้เป็นแบบนั้น เหมือนจะให้ผมมานั่งเรียน เลขด้วยตัวเอง มันก็ใช่เรื่อง จริงไหมครับ ดังนั้นการไปเรียนมันก็ช่วยในหลายๆ เรื่อง สิ่งที่สาคัญที่สุดคือ ห้องเรียนช่วยเราได้แค่ระดับหนึ่ง เรียนเสร็จแล้วเราต้องขวนขวายหาต่อ เองครับ อย่าคาดหวังว่าเรียนที่สถาบันนี้สถาบันนั้นแล้วจะเก่งขึ้นมาทันตาเห็น เป็นไปไม่ได้ ครับ! “การเรียนพิเศษไม่ จาเป็น แต่ถ้ามีโอกาส เรียนควรเรียน”
  3. 3. ผมต้องขอบคุณอ. จรรยาเพราะว่าท่านไม่ได้สอนให้เราทาข้อสอบได้ แต่ท่านสอนให้เราเข้าใจ ภาษาอังกฤษ และผลพลอยได้ก็คือเราทาข้อสอบได้ ... แต่ก็อย่างว่าครับว่าทาความรู้ที่เราคิดว่าได้ในห้องเรียนกับการใช้จริงมันผิดกัน (อันนี้เป็นเรื่องจริง จากประสบการณ์ผม จากการที่ได้อ่านคาโอดครวญของนักเรียนไทยหลายๆ คน และจากการฟัง พี่ๆ น้องๆ ที่มาเรียนต่อ) ตอนมาเรียนที่อเมริกาครั้งแรก งงเป็นไก่ตาแตกเลย อ่านเรื่องสั้นง่ายๆ 2 หน้าน้าตาก็ไหลแล้ว แต่พอหลังๆ เริ่มใช้หลักการอ่านของอ. จรรยาก็คลาทางมาได้ครับ ผิดๆ ถูกๆ ดังนั้นเป็นอุทธาหรณ์สาหรับคนที่กาลังเตรียมตัวเรียนต่อนะครับ ทาข้อสอบได้กับการใช้ภาษาจริง นั้นมันต่างกันมาก ถ้ามีโอกาสเรียนภาษาอังกฤษ ให้เรียนแบบเราเข้าใจภาษา อย่าเรียนแบบทา ข้อสอบได้ครับ ภาษาเป็นทักษะการใช้ ไม่ใช่เรียนภาษาเพื่อทาข้อสอบได้ครับ... ไหนๆ จะลงทุน แล้ว ก็ลงทุนให้คุ้มไปเลยครับ

×