Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
๑
คํานํา
มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร มีพันธกิจในการทํานุบํารุงศิลปะ วัฒนธรรมและทองถิ่น
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ...
๒
บทนํา
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปนพระมหากษัตริยที่ทรงครองราชยยาวนาน
ที่สุดในโลก ทรงเปน “ราชันแหงร...
๓
ครั้งที่ ๖ : เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจา
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป...
๔
ครั้งที่ ๑๒ : เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระเทพรัตน
ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื...
๕
กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค
กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค มีตนกําเนิดจากการยุบกองทหารชางของกองพลตาง ๆ
รวมกันเ...
๖
.....................................................................................................................
ศา...
๗
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เปนศาลที่มีประวัติความเปนมาที่ยาวนานในฐานะ “ศาลเมือง” ซึ่งปรากฏ
ประวัติชัดเจนตั้งแตสมัยพระบาทสมเ...
๘
ในคราวนั้น ผูพิพากษากําลังพิพากษาคดีลักทรัพย ซึ่งมีหญิงแมลูกออนเปนจําเลย ประชาชนไดพากัน
มาฟงความกันจนลนหลามหองพ...
๙
.....................................................................................................................
กา...
๑๐
มีรูปทรงสวยงามนั่นเอง ผูรูบางทานยังกลาวอีกดวยวา “โสธร” เปนนามศักดิ์สิทธิ์ “โส” เปนอักษรสําเร็จรูป
ปองกันสรรพทุ...
๑๑
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดําริใหมีการกอสรางพระอุโบสถหลังใหมขึ้น (ใตรมพระบารมี.
(๒๕๔๙). ผลิตโดย บริษ...
๑๒
.................................................................................................
โรงเรียนวัดโสธรวราราม...
๑๓
โรงเรียนวัดโสธร จัดตั้งโดยหลวงอํานวยศิลปศาสตร ธรรมการมณฑลปราจีน ตั้งแตวันที่ ๑ กรกฎาคม
พ.ศ. ๒๔๖๗ อยูในความควบคุมดูแล...
๑๔
จํานวน ๙๕,๙๒๑.๐๐ บาท (เกาหมื่นหาพันเการอยยี่สิบเอ็ดบาท) เพื่อปรับปรุงโรงเรียนวัดโสธร ตอมามี
ผูบริจาคสมทบโดยเสด็จพ...
๑๕
..................................................................................................
วัดหัวไทร (วัดเปยม...
๑๖
...........................................................................................
โรงเรียนวัดหัวไทร
ดวยวัดหั...
โรงเรียนวัดหัวไทรนี้ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยใชศาลาการเปรียญของวัด
เปนสถานที่อาศัยในการศึกษาเลาเรีย...
๑๘
...........................................................................................
..............................
๑๙
ตําหนักกรมหมื่นมรุพงษศิริพัฒน
(อดีตเปนจวนผูวาราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปจจุบันเปนพิพิธภัณฑเมืองฉะเชิงเทรา)
ตําหน...
๒๐
..........................................................................................................................
๒๑
เหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราไดตั้งขึ้นตามนโยบายของสภากาชาดไทย เปดดําเนินกิจการเมื่อ
วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยมีวั...
๒๒
..........................................................................................................................
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา

745 views

Published on

จัดทำโดย : ศูนย์ศิลปะ วัฒนธรรมและท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา

  1. 1. ๑ คํานํา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร มีพันธกิจในการทํานุบํารุงศิลปะ วัฒนธรรมและทองถิ่น ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามความในมาตรา ๗ ดังนี้ มาตรา ๗ ใหมหาวิทยาลัยเปนสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาทองถิ่นที่เสริมสรางพลังปญญาของ แผนดิน ฟนฟูพลังการเรียนรู เชิดชูภูมิปญญาของทองถิ่น สรางสรรคศิลปวิทยา เพื่อความเจริญกาวหนาอยาง มั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีสวนรวมในการจัดการ การบํารุงรักษา การใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมอยางสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงคใหการศึกษา สงเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทําการสอน วิจัย ใหบริการทางวิชาการแกสังคม ปรับปรุง ถายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ทํานุบํารุงศิลปะและ วัฒนธรรม ผลิตครูและสงเสริมวิทยฐานะครู เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ศูนยศิลปะ วัฒนธรรมและทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร ขอนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และรวมถวายความอาลัยอยางสุดซึ้ง ดวยการจัดทําหนังสือ “สถานที่สําคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินเยือนจังหวัดฉะเชิงเทรา” เพื่อรวบรวมพระราชกรณียกิจที่พระองค เสด็จเยี่ยมเยือนพสกนิกรชาวฉะเชิงเทราในหลายโอกาส ทั้งนี้เพื่อความภาคภูมิใจของชาวฉะเชิงเทรา เพื่อรวมกันนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อรวมกันสืบสานแนวพระราชดําริเปนประทีปนําทาง ในการพัฒนาดานตาง ๆ สืบไป ขอขอบพระคุณ เจาอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระมหาสงา วีรปปญญาโณ เจาอาวาสวัดหัวไทร พระมหาวิเชียร สิริวฑฺฒโน ผูชวยเจาอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม คุณมานะ กลิ่นเนียม จิตอาสาครู โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดโสธรวราราม รวมทั้งผูบริหารและบุคลากร กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค คายศรีโสธร ศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ โรงเรียนวัดหัวไทร โรงเรียนวัดโสธร วรารามวรวิหาร โรงไฟฟาบางปะกง สํานักงานเหลากาชาดและศูนยบริการโลหิตจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราและดร.บุญทองเตียรประเสริฐประธานสงเสริมกิจการมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร ที่อนุเคราะหขอมูลในการจัดทําหนังสือเลมนี้ สําเร็จลุลวงไปดวยดี รวมทั้งผูชวยศาสตราจารยละออ เพชรรัตน กรรมการผูทรงคุณวุฒิศูนยศิลปะ วัฒนธรรมและทองถิ่น ที่ใหความอนุเคราะหในการตรวจสอบขอมูล หากมีขอผิดพลาดประการใดคณะผูจัดทําขอนอมรับในครั้งนี้ดวย ศูนยศิลปะ วัฒนธรรมและทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
  2. 2. ๒ บทนํา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเปนพระมหากษัตริยที่ทรงครองราชยยาวนาน ที่สุดในโลก ทรงเปน “ราชันแหงราชา” ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชยยาวนานถึง ๗๐ ป ทรงยางพระบาท ไปทุกภูมิภาคทั่วแผนดินดวยความรักประชาชนของพระองคโดยแท เปนที่ประทับตราตรึงอยูในหัวใจของ คนไทยมิรูลืม พสกนิกรชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามีโอกาสไดรับเสด็จพระราชดําเนินหลายครั้ง รอยพระบาทที่ยาตรา จะจารึกอยูในความทรงจําตลอดไป ครั้งที่ ๑ : เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ และเสด็จที่กองพันทหารชางที่ ๒ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎร เปนครั้งแรกและเสด็จประทับเปนประธาน คณะผูพิพากษา ณ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา (อาคารพุทธสมาคม ฉะเชิงเทราในปจจุบัน) ครั้งที่ ๒ : เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จ พระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เพื่อทรงบําเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ครั้งที่ ๓ : เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดอาคารเรียน โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร ครั้งที่ ๔ : เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจา สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปดอาคารเรียนวีรปญญานุสรณ โรงเรียนวัดหัวไทร อําเภอบางคลา และทรง ตัดลูกนิมิต ณ อุโบสถวัดหัวไทร ครั้งที่ ๕ : เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ไปบานนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน ที่ตําบลบางขนาก อําเภอบางนํ้าเปรี้ยว เปนการ สวนพระองค
  3. 3. ๓ ครั้งที่ ๖ : เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจา สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปดสํานักงานเหลากาชาดและศูนยบริการโลหิต จังหวัดฉะเชิงเทรา และเสด็จพระราชดําเนินไปจวนผูวาราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ครั้งที่ ๗ : เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟาจุฬาภรณวลัยลักษณ ทรงเปดศาลพระบวรราชานุสาวรีย พระบาทสมเด็จพระปนเกลาเจาอยูหัว อําเภอพนมสารคาม และทรงเยี่ยมเยือนราษฎรโดยมีราษฎร จํานวน ๗ ราย ที่เฝาทูลละอองธุลีพระบาทอยู ณ ที่นั้น ทูลเกลาทูลกระหมอมถวายที่ดิน จํานวน ๒๖๔ ไร เพื่อใหทรงสรางพระตําหนัก และทรงขอใชเปนสถานที่ ศึกษาเกี่ยวกับการเกษตร ครั้งที่ ๘ : เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ครั้งที่ ๙ : เมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พรอมดวยสมเด็จพระเจาอยูหัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (ขณะดํารง พระอิสริยยศเปน พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟาจุฬาภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินมายังศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความกาวหนาการดําเนินงานของโครงการฯ ครั้งที่ ๑๐ : เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จ พระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราช ดําเนินไปทอดพระเนตรโครงการชลประทานในเขตอําเภอสนามชัยเขต และทรงถวายปจจัยแกพระภิกษุสงฆ ณ สํานักสงฆบานวังคู อําเภอสนามชัยเขต ครั้งที่ ๑๑ : เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศขณะนั้น) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจาลูกเธอเจาฟาจุฬาภรณวลัยลักษณ ทรงติดตามความกาวหนาในการดําเนินงานของ โครงการศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ 
  4. 4. ๔ ครั้งที่ ๑๒ : เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงติดตามความกาวหนาในการดําเนินงานของโครงการศูนยศึกษา การพัฒนาเขาหินซอน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ครั้งที่ ๑๓ : เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๘ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปดโรงไฟฟาบางปะกง ครั้งที่ ๑๔ : เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวางศิลาฤกษพระอุโบสถหลังใหม วัดโสธรวรารามวรวิหาร ครั้งที่ ๑๕ : เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวย สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงยกยอดฉัตรทองคําพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร ครั้งที่ ๑๖ : เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรโครงการศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอน อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ
  5. 5. ๕ กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค มีตนกําเนิดจากการยุบกองทหารชางของกองพลตาง ๆ รวมกันเปนกรมทหารชางที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๑ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพลเอก พระเจาบรมวงศเธอกรมพระกําแพงเพชรอัครโยธิน ทรงเปนผูบังคับการพิเศษ ป พ.ศ. ๒๔๕๙ กรมทหารชางที่ ๒ แยกเปน กองพัน ที่ ๑ ชางสนาม และกองพันที่ ๒ ชางสะพาน ป พ.ศ. ๒๔๗๐ ไดยุบกรมทหารชางที่ ๓ เขารวมกับกรมทหารชางที่ ๒ แบงออกเปน ๒ กองพัน คือ กองพันทหารสื่อสาร ที่ ๒ และกองพันทหารชางที่ ๒ ป พ.ศ. ๒๔๗๕ ไดยุบกรมทหารชางที่ ๒ โดยแยกกองพันทหารชางที่ ๒ ไปขึ้นตรงตอผูบังคับทหารชาง ป พ.ศ. ๒๔๗๖ กองพันทหารชางที่ ๒ ยายจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขามาที่ตั้งใหม ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการนําของ พ.ต.หลวงนารายณฤทธา (ม.ร.ว.ประเทือง มาลากุล) ป พ.ศ. ๒๔๙๐ ไดรับพระราชทานนามที่ตั้งหนวยทหารแหงนี้วา คายศรีโสธร ป พ.ศ. ๒๔๙๓ ไดแปรสภาพเปนกองพันทหารชางที่ ๒ กรมทหารชางที่ ๑ ป พ.ศ. ๒๔๙๖ ไดรับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกลาฯ ใหเปนหนวยทหารรักษาพระองค ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยใหทหารในหนวยมีสิทธิประดับพระปรมาภิไธยยอ “ภปร.” ที่อกเสื้อเครื่องแบบเบื้องขวา และไดรับพระราชทานธงชัยเฉลิมพลในปเดียวกันนั้นเอง ป พ.ศ. ๒๕๐๔ ไดแปรสภาพเปนกองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค ขึ้นตรงตอ กองพลทหารมา ป พ.ศ. ๒๕๒๑ ไดโอนการบังคับบัญชาไปขึ้นตรงตอกองพลที่ ๒ ในขณะนั้น ซึ่งปจจุบัน คือ กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค และเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ไดรับพระราชทาน ธงชัยเฉลิมพลผืนใหมในนามวา “กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค”
  6. 6. ๖ ..................................................................................................................... ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เกียรติประวัติหนวย ป พ.ศ. ๒๔๙๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหเปน หนวยรักษาพระองคขึ้นกับกรมทหารชางที่ ๑ รักษาพระองค และรับพระราชทานธงชัยเฉลิมพล เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๖ ปพ.ศ.๒๕๕๗พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เปนผูแทนพระองค พระราชทานธงชัยเฉลิมพลผืนใหมใหกับ หนวยงาน เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระที่นั่งชุมสาย บริเวณสนามหนาศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นแทน รับการถวายความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ซึ่งกองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค จัดถวาย โดยมี ร.อ.อาภรณ กุลพงษ เปนผูบังคับกองทหารเกียรติยศถวายรายงานและกราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จ พระราชดําเนินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จมาบําเพ็ญกุศลวันวิสาขบูชาพรอมกับทรงปดทอง หลวงพอพุทธโสธร ณ อุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จมาที่ กองพันทหารชางที่ ๒ รักษาพระองค เพื่อเสด็จไปเปนองคประธานในพิธียกฉัตรทองคํายอดพระมณฑป พระอุโบสถหลังใหมวัดโสธรวรารามวรวิหาร
  7. 7. ๗ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เปนศาลที่มีประวัติความเปนมาที่ยาวนานในฐานะ “ศาลเมือง” ซึ่งปรากฏ ประวัติชัดเจนตั้งแตสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๕ นอกจากเคยมีที่ทําการรวมกับ ศาลมณฑลปราจีนบุรี ในชวงป พ.ศ. ๒๔๕๐ เคยเปนที่ทําการของสํานักงานอธิบดีผูพิพากษา ภาค ๒ ในชวงกอน ป พ.ศ. ๒๕๒๐ เดิมมีชื่อวา “ศาลเมืองฉะเชิงเทรา” ตอมาในป พ.ศ. ๒๔๔๙ พระพินิลดุลอัฏ อธิบดีผูพิพากษา ศาลมณฑลปราจิณ ไดมีหนังสือเรียนมายังพระยาจักรปาณีศรีศิลวิสุทธิ์ ปลัดทูลฉลองกระทรวงยุติธรรมวา “ศาลเมืองเชิงเทราชํารุดทรุดโทรมมาก หลังคารั่วเวลาฝนตกนํ้าสาดและรั่วเขาไปในศาล ทําใหบัลลังก เปยกไปหมด” กระทรวงยุติธรรมจึงอนุมัติงบประมาณใหสรางศาลมณฑลปราจิณและศาลเมืองฉะเชิงเทรา รวมกัน ๑ หลัง ทําการกอสรางในที่ใกลที่วาการเมืองฉะเชิงเทรา เริ่มทําการกอสรางเมื่อ ป พ.ศ. ๒๔๕๐ อาคารที่ทําการ กอสรางนั้นเปนตึกกออิฐถือปูน ชั้นเดียว ใชเปนที่ทําการศาลมณฑลปราจิณทางมุมซายและเปนที่ทําการศาล เมืองฉะเชิงเทราทางมุมขวา ตอมาเมื่อยุบศาลมณฑลปราจีนบุรีแลว ภายหลังไดตั้งสํานักงานอธิบดีผูพิพากษา ภาค ๒ ขึ้น แตเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชาชนและคดีความไมสะดวกแกการปฏิบัติราชการ ประกอบกับ อาคารเดิมกอสรางมา ๖๐ ปเศษ ตัวอาคารทรุดโทรม ผนังตึกแตกราว หลังคารั่วเกินกําลังที่จะแกไขปรับปรุง ได กระทรวงยุติธรรมจึงไดดําเนินการของบประมาณสรางอาคารขึ้นใหมในป พ.ศ. ๒๕๑๑ แตอาคารศาลเดิม ตั้งอยูริมแมนํ้าบางปะกง ตลิ่งพังลงทุกที อีกทั้งอยูใกลกับบริเวณตลาดชุมชน ไมสะดวกแกการปฏิบัติราชการ จึงไมเหมาะสมจะปลูกอาคารใหมที่เดิม ประกอบกับทางจังหวัดไดปลูกสรางศาลากลางจังหวัดใหมทางถนน เรืองวุฒิ จึงกําหนดใหอาคารศาลใหมปลูกหันหนาไปทางสนามหนาศาลากลาง เริ่มลงมือกอสรางเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๑ กอสรางเสร็จวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ ทําพิธีเปดอาคารเมื่อวันศุกรที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๒ อาคารเปนตึก ๒ ชั้น ขนาด ๖ บัลลังก ตอมาได ปรับปรุงหองพิจารณาอีก ๓ หอง รวมเปน ๙ บัลลังก โดยไดยายบัลลังกที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทั้งสอง พระองค ประทับในการพิจารณาคดี เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ จากอาคารเดิมมาไวที่หองพิจารณา ๙ ของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในปจจุบัน ตอมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ สํานักงานอธิบดีผูพิพากษา ภาค ๒ ไดยายไปตั้งอยูที่จังหวัด ชลบุรี อาคารหลังนี้จึงเปนที่ทําการของศาลจังหวัดฉะเชิงเทราทั้งหลัง และในป พ.ศ. ๒๕๔๒ ศาลจังหวัด ฉะเชิงเทรา ไดมีการสรางอาคารเพิ่มอีก ๑ หลัง อยูดานหลังของอาคารเดิม เปนอาคาร ๓ ชั้น ๔ บัลลังก รวมอาคาร ๒ หลัง มีหองพิจารณา ๑๓ บัลลังก (ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา, แผนพับ, ๒๕๖๐.)
  8. 8. ๘ ในคราวนั้น ผูพิพากษากําลังพิพากษาคดีลักทรัพย ซึ่งมีหญิงแมลูกออนเปนจําเลย ประชาชนไดพากัน มาฟงความกันจนลนหลามหองพิจารณา ดวยเปนกรณีพิเศษที่ประชาชนไดเขาชมพระบารมีดวย ตามคําฟอง ของอัยการปรากฏวา จําเลยไดขโมยหวงกุญแจนาคของโจทก โดยมีผูเห็นและจับของกลางได หญิงผูเปนจําเลย ไดใหการรับสารภาพตลอดขอกลาวหาและอางวาตนเองยากจนไมมีทางหาเงินมาเลี้ยงดูบุตรได ศาลจึง พิพากษาจําคุกจําเลย ๖ เดือน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลทรงใชพระบรมราชวินิจฉัย ตามสํานวนฟองแลว จึงมีพระราชดํารัสวา การตองโทษจําคุกจําเลย ๖ เดือนนั้น ใหเปลี่ยนเปนการรอลงอาญา ไว เพราะจําเลยไมเคยตองโทษและไมเคยกระทําผิดมากอน ศาลจึงพิพากษารอการลงโทษใหแกจําเลย ตามพระบรมราชวินิจฉัย เหตุการณดังกลาวสะทอนใหเห็นถึงพระปรีชาสามารถและพระอัจฉริยภาพทางดานนิติศาสตร ของพระองคในการที่ทรงพิพากษาตัดสินคดี พสกนิกรมีความปลาบปลื้มและชื่นชมพระปรีชาสามารถ ของพระองคทาน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวอานันทมหิดล พรอมพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช (ขณะทรงดํารงพระอิสริยยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช) ทรงประทับที่มุขระเบียง ดานหนาศาล เพื่อใหพสกนิกรชื่นชมพระบารมีจนกระทั่งสมควรแกเวลา จึงเสด็จพระราชดําเนินกลับ (เตือนใจ เจริญพงษ, ๒๕๖๐, หนา ๑๕) เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ เวลา ๑๔.๐๘ นาิกา พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๘ พรอมดวยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ขณะนั้นดํารงพระยศเปนสมเด็จพระอนุชาธิราช) ไดเสด็จพระราชดําเนินประทับบัลลังกศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา (ปรากฏตามสมุดบันทึกของศาลจังหวัด ฉะเชิงเทรา โดยไดทรงพิจารณาพิพากษาคดีหญิงแมลูกออนลักทรัพย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ทั้งสอง พระองค ไดทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยมของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในการเสด็จพระราชดําเนินครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการเสด็จประพาสเยี่ยมดูแลทุกขสุขของราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จพระราชดําเนินจังหวัดฉะเชิงเทรา ภายหลังที่ไดทรงเยี่ยมเยือนพสกนิกรดวยเวลาอันสมควรแลวพระองคก็เสด็จมายังศาลประจําจังหวัดเพื่อทรงรวม พิจารณาคดี อันเปนเรื่องราวที่พระองคสนพระราชหฤทัยและทรงศึกษาอยู
  9. 9. ๙ ..................................................................................................................... การเสด็จพระราชดําเนินของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทั้งสองพระองค จึงนับเปนประวัติศาสตร สําคัญของทั้งศาลจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดฉะเชิงเทรา วัดโสธรวรารามวรวิหาร มีเนื้อที่ ๒๑ ไร ๔๒ ตารางวา ตั้งอยูบนถนนมรุพงษ ตําบลหนาเมือง อําเภอเมืองฉะเชิงเทรา หางจากตลาดกลางเมืองประมาณ ๒ กิโลเมตร วัดนี้สรางขึ้นในตอนปลายกรุงศรีอยุธยา มีประวัติเลาวาเดิมเปนวัดราษฎร ชื่อวา “วัดหงส” เพราะมี “เสาหงส” อยูในวัดเปนเสาสูง มียอดเปนตัวหงสอยูปลายเสา ตอมาไดเกิดพายุใหญพัดหงสบนยอดเสาตกลงมา เหลือแตเสา ชาวบานจึงแกไขโดยเอาธงขึ้นแขวนแทน ชื่อ “วัดหงส” จึงเปลี่ยนเปน “วัดเสาธง” และตอมาเสาธงหักเปนสองทอน จึงเปลี่ยนชื่อเปน “วัดเสาธงทอน” ครั้นเมื่อมีการอัญเชิญหลวงพอ พระพุทธโสธรประดิษฐาน ณ วัดนี้ “วัดเสาธงทอน” จึงไดเปลี่ยนชื่อเปน “วัดศรีโสทร” แรกเริ่มชื่อ “วัดศรีโสทร” นี้ สะกดวา “โสทร” ไมใช “โสธร” ดังที่เห็นอยูในปจจุบัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว เสด็จประพาสวัดนี้เมื่อป พ.ศ. ๒๔๕๑ และทรงมี พระราชหัตถเลขาถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เมื่อยังทรงพระอิสริยยศเปนมกุฎราชกุมาร ก็ยัง ไดทรงเลาถึง วัด “โสทร” แตเดี๋ยวนี้ ชื่อวัดเปลี่ยนตัวสะกดเปน “โสธร” แลว คํานี้มีความหมายวา “บริสุทธิ์” หรือ “ศักดิ์สิทธิ์” คงจะเนื่องมาจากการที่หลวงพอพระพุทธโสธรเปนพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์และ วัดโสธรวรารามวรวิหาร หลวงพอพระพุทธโสธร
  10. 10. ๑๐ มีรูปทรงสวยงามนั่นเอง ผูรูบางทานยังกลาวอีกดวยวา “โสธร” เปนนามศักดิ์สิทธิ์ “โส” เปนอักษรสําเร็จรูป ปองกันสรรพทุกข สรรพโศก สรรพโรค และสรรพภัยทั้งปวง “ธ” เปนพยัญชนะอํานาจ มีตบะเดชานุภาพ และ “ร” เปนอักษรมหานิยม อันเปนที่ชื่นชมของเทวดาและมนุษย แมเมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจา กรมพระวชิรญาณวโรรสเสด็จไปตรวจราชการคณะสงฆที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ และไดเสด็จ ที่วัดโสธร ก็ยังทรงวินิจฉัยวา “ผูที่ใหชื่อวัดนี้วา “วัดโสธร” นั้น ไมใชเปนคนไมมีความรู เพราะชื่อนี้เปนชื่อที่ ไพเราะ ทั้งแปลก็ไดความหมายดีดวย” วัดโสธรวรารามวรวิหาร เปนวัดที่มีลักษณะดีเพราะตั้งอยูบนแหลม สถานที่ตั้งของวัดเปนสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์และเปนที่ธรณีสงฆในการรักษาศาสนาสืบตอไป ตามธรรมเนียมจีน สถานที่ตั้งที่ดีเชนนี้ เรียกวา “ที่มังกร” ซึ่งมีคําทํานายทายทักวา หากพระพุทธรูปไดประทับ ณ สถานที่แหงนี้ จะเกิดรัศมีบารมี และ ความศักดิ์สิทธิ์ในอันที่จะรักษาบานเมืองและสืบทอดพระพุทธศาสนาสืบตอไป คงจะเปนดวยเหตุนี้ หลวงพอพระพุทธโสธรจึงยอมรับการอัญเชิญของสาธุชนขึ้นประดิษฐาน ณ วัดหงส ในเดือนยี่ ติดตอเดือนสาม ตามตํานาน แตเดิม วัดโสธรเปนวัดราษฎร จนกระทั่งวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ จึงไดรับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยกขึ้นเปนอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร มีนามวา “วัดโสธรวรารามวรวิหาร” (จังหวัดฉะเชิงเทรา, ๒๕๕๔, หนา ๖๙ – ๗๐) ปจจุบันวัดแหงนี้มีพระอุโบสถหลังใหมที่กอสรางมาตั้งแต พ.ศ. ๒๕๓๕ ดวยศิลปะแบบรัตนโกสินทร ประยุกต หลังคาจัตุรมุขแบบปราสาทไทย สวนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปเปนยอดฉัตรทองคําแท ๕ ชั้น นํ้าหนัก ๗๗ กิโลกรัม พระอุโบสถปูดวยหินออนจากเมืองคารรารา ประเทศอิตาลี ดวยความงดงามและยิ่งใหญ ตระการตา ทําใหไดรับการกลาวขานวา เปนพระอุโบสถที่มีขนาดใหญและงดงามที่สุดในโลกสําหรับ พุทธศาสนิกชน ที่สําคัญสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แหงนี้ยังเปนวัดที่สําคัญในรัชกาลที่ ๙ เนื่องจากพระบาทสมเด็จ
  11. 11. ๑๑ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดําริใหมีการกอสรางพระอุโบสถหลังใหมขึ้น (ใตรมพระบารมี. (๒๕๔๙). ผลิตโดย บริษัท เวอรคพอยท พับลิชชิ่ง จํากัด. จังหวัดฉะเชิงเทรา. หนา ๓๕ – ๔๑) ตั้งแต พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ ทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จพระราชดําเนินทรงประกอบพระราชพิธีเวียนเทียน ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อทรงบําเพ็ญพระราชกุศลวันวิสาขบูชา เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ และมีพระราชดํารัสกับพระราชพุทธิรังสี (จิรปุญโญ ด.เจียม กุลละวณิชย) โดยมีพระราชดํารัสตอนหนึ่งวา “...ตั้งใจมานมัสการหลวงพอพุทธโสธรนานแลว ทําไมสรางพระอุโบสถแบบไมสมพระเกียรติ หลวงพอพุทธโสธร ใหปรับปรุงแกไขพระอุโบสถเสียใหม...” ทั้งมีพระราชดํารัสถึงเรื่องโรงเรียนและแหลงเสื่อมโทรมหนาพระอุโบสถ ใหปรับปรุงใหสมเกียรติ หลวงพอพุทธโสธร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ พระราชทานเงินที่ประชาชนทูลเกลาถวาย จํานวน ๙๕,๙๒๑ บาท (เกาหมื่นหาพันเการอยยี่สิบเอ็ดบาทถวน) คืนใหแกวัดเพื่อซอมแซมปรับปรุงโรงเรียน อยางไรก็ตาม ทางวัดก็ยังไมไดทําการปรับปรุงตามแนวพระราชดําริ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดอาคารเรียนโรงเรียนพุทธโสธร ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๒จึงทรงมีพระราชดํารัสเกี่ยวกับการสรางพระอุโบสถกับเจาอาวาสอีกครั้งและตอมาเมื่อปพ.ศ.๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไดเสด็จพระราชดําเนินและทรงมีพระราชดํารัสเกี่ยวกับ พระอุโบสถหลังใหมวา “...ฉันตองการสรางโบสถหลังนี้เปนมหัศจรรยประจํารัชกาลฉัน ใหอยูไดรอยป พันป ไมมี ใครเหมือน พระอุโบสถหลังนี้ใหญโตมาก ถาสรางเสร็จคงจะดีมากและเปนจุดเดน...” เมื่อวันที่๑๙มกราคมพ.ศ.๒๕๓๑พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพรอมดวยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษพระอุโบสถ หลังใหม และปลูกตนสาละหนาพระอุโบสถหลังใหม ซึ่งในเวลาตอมาในวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระพรหมคุณาภรณ (จิรปุญโญ ด.เจียม กุลละวณิชย) ไดทําหนังสือ “ขอพระราชทานถวายพระอุโบสถ วัดโสธรวรารามวรวิหาร ใหเปนพระอุโบสถประจํารัชกาลที่ ๙
  12. 12. ๑๒ ................................................................................................. โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พรอมดวย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนิน เพื่อทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรทองคํา พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเปนกษัตริยที่มีพระปรีชาความสามารถพระองค อนุรักษสืบสานงานศิลปะ วัฒนธรรมใหธํารงอยูในสังคม ดวยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพอพุทธโสธร พุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศและตางประเทศก็นิยมมาสักการบูชาและขอพรบารมีจากหลวงพอพุทธโสธร กันอยางเนืองแนน
  13. 13. ๑๓ โรงเรียนวัดโสธร จัดตั้งโดยหลวงอํานวยศิลปศาสตร ธรรมการมณฑลปราจีน ตั้งแตวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๗ อยูในความควบคุมดูแลของ อํามาตยขุนอภิรามจรรยา ครูใหญโรงเรียนประจํามณฑลปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรารังสฤษฎิ์ โดยใชชื่อวา “โรงเรียนวัดโสธร” ขึ้นกับโรงเรียนประจํามณฑลปราจีนบุรีฉะเชิงเทรา รังสฤษฎิ์ ไดอาศัยศาลาวัดโสธรวราราม เปนสถานที่ทําการสอน ในครั้งแรกมีครูประจําเพียง ๒ คนเทานั้น คือ นายงวนฮก เจียมอาตม และนางฉวี สิงหเสนีย วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ โรงเรียนวัดโสธรไดโอนจากโรงเรียนประจําจังหวัดไปเปนโรงเรียน ประชาบาล ประจําตําบลหนาเมือง ๑ (วัดโสธร) โดยเปดสอนตามหลักสูตรประถมศึกษา วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ โอนมาอยูในความดูแลของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา โดยใชชื่อ วา “โรงเรียนเทศบาล ๓ วัดโสธร” เปดสอนตามหลักสูตรของกระทรวงธรรมการ เนื่องจากโรงเรียนอยูในเขตเทศบาล ใกลที่ทําการขององคการปรับปรุงสงเสริมการศึกษาจังหวัด ฉะเชิงเทรา ทางราชการจึงไดจัดใหเปนโรงเรียนทดลองการศึกษาแผนใหม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ มีอาจารยและ ผูเชี่ยวชาญทั้งคนไทยและตางประเทศมาแนะนําและควบคุมการศึกษาในโรงเรียนจนเจริญขึ้น ระยะนี้คณะครู จากหนวยงานตาง ๆ มาดูงานโรงเรียนเปนจํานวนมาก วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๖ โรงเรียนไดอาคารประกอบ (หอประชุม) ๑ หลัง สวนอาคารเรียน ก็ไดปรับปรุง ทําการซอมแซมใหแลวเสร็จในเวลาตอมา วันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ โรงเรียนไดเริ่มสรางอาคารเรียนจนแลวเสร็จ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๔๙๘ และไดใชเปนสถานที่เรียนเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ ใน ป พ.ศ. ๒๕๐๓ โรงเรียนไดเขามาอยูในขายของโครงการการปรับปรุงพัฒนาการศึกษา (ค.พ.ศ.) ไดรับเงินงบประมาณจากโครงการ ค.พ.ศ. และมี T.A. คณะผูชวยครู (Teacher Assistant) จาก USOM และ ผูประสานงานจากศูนยพัฒนาการศึกษาสวนกลางมาใหคําแนะนําอยูเสมอ วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘ พระเดชพระคุณทานเจาคุณพระพรหมคุณาภรณ (ครั้งที่มีสมณศักดิ์ เปนพระพุทธิรังสี) เจาอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ไดออกตรวจบริเวณสถานที่ตาง ๆ ของบริเวณวัด โดยเฉพาะโรงเรียน เห็นวาโรงเรียนวัดโสธรเดิมมีนักเรียน ๘๙๔ คน มีครู ๒๐ คน สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ทําการสอนตั้งแตเด็กเล็กถึงชั้นประถมปที่ ๗ มีหองเรียนทั้งหมด ๒๑ หอง ตั้งอยูริมนํ้า สถานที่คับแคบมาก เต็มไปดวยสิ่งปฏิกูล นักเรียนตองไปแออัดในหองประชุม ในขั้นแรกไดสรางอาคารเรียน ชั่วคราว ๑ หลัง ๔ หองเรียน แตก็ยังไมเพียงพอกับจํานวนนักเรียน จึงจะตอเติมอาคารเดิมใหดีขึ้น แต เนื่องจากสถานที่คับแคบ ไมมีทางขยายออกได ประกอบกับทางดานหนาโรงเรียนติดกับแมนํ้าบางปะกง ถูกนํ้า กัดเซาะพังอยูทุกวัน ไมมีทางปรับปรุงหรือขยายตอได ทานจึงมีแนวคิดที่จะสรางอาคารใหม โดยเริ่มซื้อที่ดินทาง ทิศเหนือของวัดไดประมาณ ๑๘ ไร ตอมาเมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พรอมดวย สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และพระเจาลูกเธอเจาฟาอุบลรัตนราชกัญญาฯ ไดเสด็จมา วัดโสธรวรารามฯ ในโอกาสนี้ไดพระราชทานทุนทรัพย ซึ่งเปนเงินที่ชาวบานทูลเกลาฯ ถวายเปนทุนประเดิม
  14. 14. ๑๔ จํานวน ๙๕,๙๒๑.๐๐ บาท (เกาหมื่นหาพันเการอยยี่สิบเอ็ดบาท) เพื่อปรับปรุงโรงเรียนวัดโสธร ตอมามี ผูบริจาคสมทบโดยเสด็จพระราชกุศลเพิ่มเติม สามารถซื้อที่ดินขยายไดเปน ๓๐ ไร ๓ งาน ๖๑ ตารางวา เริ่มทําการกอสรางโรงเรียนประมาณตนเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เปนอาคารทรงไทย ๓ ชั้น มี ๓๐ หองเรียน กวาง ๑๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ใตอาคารเปนถังเก็บนํ้าฝนลึก ๓ เมตร ครั้นการกอสราง เสร็จสมบูรณ จึงมีหนังสือขอพระราชทานพระปรมาภิไธยยอ “ภปร” ประดิษฐานไวที่หนาบันอาคารเรียน และ โปรดเกลา ฯ พระราชทานชื่อโรงเรียน ที่สรางใหมวา “โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร” พรอมทั้ง เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดอาคารเรียน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๒ ในป พ.ศ. ๒๕๑๒ พระเดชพระคุณทานเจาคุณพระพรหมคุณาภรณ (ครั้งที่มีสมณศักดิ์เปนพระธรรม เสนานี) ไดมีหนังสือขอเปดชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ แตยังไมไดรับอนุมัติเปนทางการ จนกระทั่งใกลเริ่ม ปการศึกษา ๒๕๑๓ โรงเรียนพุทธโสธรจึงไดเปดทําการสอนเปนวันแรก เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยไดรับนักเรียนที่สําเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวัดโสธรฯ เขาเรียนตอในชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๑ จํานวน ๒ หองเรียน มีนักเรียน ๕๔ คน เปนชาย ๒๙ คน และหญิง ๒๕ คน ตอมากระทรวงศึกษาธิการจึงอนุมัติประกาศ ตั้งเปนโรงเรียนรัฐบาลระดับมัธยมศึกษาตอนตน ตามหนังสือจังหวัดฉะเชิงเทราที่ ฉช ๒๓/๘๙๒๓ ลงวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๓ และไดอาศัยอาคารสถานที่รวมกับโรงเรียนวัดโสธรฯ มาโดยตลอด โดยอาจารยใหญ โรงเรียนวัดโสธรฯ ไดรับแตงตั้งใหรักษาการในตําแหนงอาจารยใหญโรงเรียนพุทธโสธรอีกตําแหนงหนึ่ง ในป พ.ศ. ๒๕๒๒ พระพรหมคุณาภรณ (จิรปฺโญ ด.เจียม กุลละวณิชย) ไดเริ่มกอสรางอาคารเรียน ใหใหม เปนอาคาร ๒ หลังติดกัน มี ๗๒ หองเรียน (อาคาร ๑ และอาคาร ๒) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ นอมเกลาฯ ถวายเปนอนุสรณสถานในการสมโภชกรุงรัตนโกสินทรและพระบรมราชวงศจักรี ครบ ๒๐๐ ป ทั้งไดขอรับพระราชทานพระปรมาภิไธยยอ “ภปร” ประดิษฐานที่หนาบันอาคารเรียนโรงเรียนพุทธโสธร และไดรับพระราชทานเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ ในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ โรงเรียนวัดโสธร วรารามวรวิหาร ไดโอนจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปขึ้นกับสํานักงานคณะกรรมการ ประถมศึกษาแหงชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ในปการศึกษา ๒๕๒๖ โรงเรียนพุทธโสธร ไดรับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการใหเปดเรียนระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ตอมาในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ไดสรางอาคารอเนกประสงค หอสมุด พิพิธภัณฑสถานภูมิพลอดุลยเดชมหาราช นอมเกลาฯ ถวาย อีก ๑ หลัง ประกอบดวย ชั้นลาง เปนหองโลงใชเปนที่ประชุมนักเรียน ประชุมพระสังฆาธิการและจัดงานตาง ๆ ชั้นที่ ๒ เปนหองสมุดใหนักเรียนและประชาชนทั่วไปไดเขาศึกษาหาความรู ชั้นที่ ๓ เปนพิพิธภัณฑสถาน ใชเปนที่รวบรวมของเกาลํ้าคา หาดูยากไวใหศึกษาคนควาสืบไป โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินทรงเปดอาคาร เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ ตามเจตนาเดิมของพระพรหมคุณาภรณ
  15. 15. ๑๕ .................................................................................................. วัดหัวไทร (วัดเปยมนิโครธาราม) พระพรหมคุณาภรณ (จิรปฺโญ ด.เจียม กุลละวณิชย) มีความประสงคที่จะใหรวมโรงเรียนวัดโสธร วรารามวรวิหารและโรงเรียนพุทธโสธรทั้งสองเปนโรงเรียนเดียวกัน เพื่อใหการบริหารทางวิชาการ ทางกิจกรรมและการปลูกฝงอบรมบมนิสัย ดานคุณธรรม จริยธรรม ใหแกเด็ก อยูในแนวทางเดียวกัน และเปนไปอยางตอเนื่อง นอกจากนี้โรงเรียนทั้งสองยังอยูในบริเวณเดียวกันอีกดวย ตอมาจึงไดมีการแตงตั้งคณะทํางานพิจารณาการรวมโรงเรียนขึ้น เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งมีปญหาติดขัดในแงกฎหมาย แตในที่สุดก็ไดแนวทางรวมโรงเรียนโดยมิตองแกกฎหมาย ในรูป “โครงการรวมโรงเรียนพุทธโสธรและโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร” และในวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในหลักการที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอใหโรงเรียนพุทธโสธรและ โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร รวมเปนโรงเรียนเดียวกัน โดยใชชื่อวา “โรงเรียนพุทธโสธร” สังกัด กรมสามัญศึกษา จัดการเรียนการสอนเปนแบบพิเศษ เปดสอนทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา (โรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร, ๒๕๕๘, (ออนไลน) เขาถึงขอมูล วันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐)
  16. 16. ๑๖ ........................................................................................... โรงเรียนวัดหัวไทร ดวยวัดหัวไทร (วัดเปยมนิโครธาราม) ตั้งอยูบนฝงตะวันออกของแมนํ้าบางปะกง หมูที่ ๑ ตําบลหัวไทร (เดิมชื่อตําบลคูมอญ) อําเภอบางคลา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ตั้งวัด ๑๓ ไร ๓ งาน ๔๒ ตารางวา เมื่อป พ.ศ.๒๕๐๐ทานพระครูผินพุทธสโรอดีตเจาอาวาสวัดหัวไทรไดปรึกษาหารือกับทายกทายิกาและคณะกรรมการ ของวัดในการริเริ่มกอสรางพระอุโบสถหลังใหมขึ้น การกอสรางไดอาศัยรายไดจากการทอดกฐิน ทอดผาปา และงานกุศลประจําป เมื่อวันอาทิตยที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จ พระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงตัดลูกนิมิต ณ อุโบสถวัดหัวไทร (วัดเปยมนิโครธาราม) (พระมหาสงา วีรปปญญาโณ, สัมภาษณ, วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ วัดหัวไทร)
  17. 17. โรงเรียนวัดหัวไทรนี้ ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยใชศาลาการเปรียญของวัด เปนสถานที่อาศัยในการศึกษาเลาเรียน ครั้นกาลตอมาไดมีนักเรียนทวีมากขึ้นโดยลําดับ และยังตองอาศัย ศาลาการเปรียญศึกษาอยูไมสะดวกดวยประการตางๆนายบานเย็นติยะรัตนครูใหญไดขอความรวมมือจากประชาชน สรางอาคารเรียนแบบ ป.๑ ขนาด ๔ หองเรียน ขึ้นหนึ่งหลังในที่ดินของวัด โดยไดรับงบประมาณจากรัฐบาล ๔,๐๐๐ บาท (สี่พันบาทถวน) และประชาชนออกเงินสมทบอีกเปนจํานวน ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถวน) การกอสรางจึงไดสําเร็จเรียบรอยลง นักเรียนไดเขาศึกษาเลาเรียนเปนลําดับมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๑๑ โรงเรียนหลังนี้ ไดชํารุดทรุดโทรมลงมาก กับทั้งนักเรียนไดเพิ่มขึ้นอีกอยางรวดเร็ว ตองอาศัยศาลาการเปรียญของวัดเปนที่ ศึกษาเลาเรียนเชนเคย ดวยเหตุนี้ นายแถม สุนทรเสณี ครูใหญ จึงไดทําเรื่องเสนอตามลําดับ ผานกรมการ ปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อของบประมาณพิเศษสรางอาคารเรียนแบบ ๐๑๙ โดยพระมหาสงา วีรปปญญาโณ แหงสํานักวัดเทพศิรินทราวาส จังหวัดพระนคร เปนผูใหความกรุณาติดตอ ขอความชวยเหลือ จากกองการศึกษาประชาบาล กรมการปกครอง ทางกรมจึงอนุมัติเงินงบประมาณ จํานวน ๒๕๕,๐๐๐ บาท (สองแสนหาหมื่นหาพันบาทถวน) นายชางผูประมูล จึงไดเริ่มกอสรางอาคารเรียนแบบ ๐๑๙ ขนาด ๑๒ หองเรียน ๒ ชั้น โดยสราง ๖ หองเรียนชั้นบนไปกอน เปนไม ตามกําลังงบประมาณ ตอมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ พระมหาสงา วีรปปญญาโณ ไดทําเรื่องเรียนขอความอนุเคราะหจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กรรมการกองสลากกินแบงรัฐบาล เพื่อของบประมาณการกุศลอีกเปนจํานวนเงิน ๒๔๐,๐๐๐ บาท (สองแสน สี่หมื่นบาทถวน) เพื่อกอสรางเพิ่มเติมชั้นลางอีก ๖ หองเรียน กองสลากไดอนุมัติใหตามความประสงค โดยผาน กรมการปกครอง จึงไดกอสรางลงสําเร็จเรียบรอย (พระครูธรรมทีปาจารย, มปป.) ในการกอสรางอาคารเรียนหลังนี้ มีประชาชนออกเงินสมทบอีก ๗๘,๒๕๖ บาท (เจ็ดหมื่นแปดพัน สองรอยหาสิบหกบาทถวน) รวมคากอสรางทั้งสิ้น เปนเงิน ๕๗๓,๒๕๖ บาท (หาแสนเจ็ดหมื่นสามพันสองรอย หาสิบหกบาทถวน)
  18. 18. ๑๘ ........................................................................................... .......................................................................................................................... เมื่อวันอาทิตยที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เสด็จพระราชดําเนินพรอมดวยสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเปดอาคารเรียน (วีรปญญานุสรณ) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกตนราชพฤกษ สมเด็จ พระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงปลูกตนศรีตรัง หนาอาคารเรียน (วีรปญญานุสรณ) โรงเรียนวัดหัวไทร รวมทั้งประกอบพิธีตัดลูกนิมิต ณ พระอุโบสถวัดหัวไทร (วัดเปยมนิโครธาราม) (พระมหาสงา วีรปปญญาโณ, สัมภาษณ, วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ณ วัดหัวไทร) เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จ พระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดําเนินไปบานนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน (อดีตประธานรัฐสภา และประธานสภาผูแทนราษฎร) ตําบลบางขนาก อําเภอบางนํ้าเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เปนการสวน พระองค ซึ่งในอดีต นายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน ไดเขารวมบริหารกิจการธนาคารกรุงเทพ และเคยดํารงตําแหนง เปนประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ ทั้งนี้ยังไดรับฉายาจากหนังสือพิมพในยุคนั้นวา เปนผูเปดประตูเมืองจีน หรือ “คิสซิงเจอรแหงประเทศไทย” และตอมาไดรับเชิดชูเกียรติใหเปน “บุคคลแหงป ๒๕๑๔” จากหนังสือ เดอะเนชั่น รายวัน ในฐานะผูเปดประตูสรางความสัมพันธระหวางประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จนกระทั่งประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการลงนามสัญญาทางการทูตตอกัน เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ และยังไดอุทิศกําลังกายและกําลังทรัพยใหแกงานสาธารณกุศลเปนจํานวนมาก เชน เปนประธาน มูลนิธิการศึกษาทองถิ่น กรมการปกครอง เปนประธานมูลนิธิเพื่อการแพทยและสาธารณสุข เปนรองประธาน กรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพรองประธานกรรมการมูลนิธิชินโสภณพนิชกรรมการและประธานอนุกรรมการ จัดหาทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช รวมทั้งบริจาคเงินสมทบสรางอาคารศูนยวัฒนธรรมและศูนย วิชาการทองถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร บางคลา (อภิวัฒน วรรณกร, ๒๕๔๐ หนา ๒๑๗ – ๒๒๓) บานนายประสิทธิ์ กาญจนวัฒน (อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผูแทนราษฎร)
  19. 19. ๑๙ ตําหนักกรมหมื่นมรุพงษศิริพัฒน (อดีตเปนจวนผูวาราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ปจจุบันเปนพิพิธภัณฑเมืองฉะเชิงเทรา) ตําหนักกรมหมื่ี่นมรุพงษศิิริพัฒน ตั้งอยูตําบลหนาเมือง อําเภอเมือง อดีตเปนจวนผูวาราชการ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปจจุบันเปนพิพิธภัณฑเมืองฉะเชิงเทรา เปนโบราณสถานแหงหนึ่งที่มีความสําคัญทาง ประวัติศาสตร เชนเดียวกับศาลากลางจังหวัดหลังเกาหรือศาลาวาการมณฑลปราจีน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ไทยใชนโยบายการเมืองนําหนาการทหาร และเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองจากจตุสดมภเปนระบบเทศาภิบาลฉะเชิงเทราไดเปนที่ตั้งของที่วาการมณฑล ปราจีน และพระเจานองยาเธอกรมหมื่นมรุพงษศิริพัฒน สมุหเทศาภิบาล ผูทรงปรีชาชาญในวิชาการปกครอง ก็ไดรับการแตงตั้งเปนเจาเมืองในชวงเวลานั้น ตําหนักกรมหมื่นมรุพงษศิิริพัฒนซึ่งเปนเรือนไมสองชั้น สรางขึ้นเพื่อเปนที่พํานักของ สมุหเทศาภิบาลในยุคนั้น จึงอาจถือไดวาเปนกาวแรกของการกอสราง “บานพักขาราชการ” ของแปดริ้ว ตําหนักแหงนี้เคยเปนที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ในคราวที่เสด็จ ประพาสฉะเชิงเทรา ถึง ๒ ครั้ง ปรากฏพระบรมฉายาลักษณ ซึ่งไดพระราชทานไวตั้งแตเสด็จประทับครั้งแรก พรอมลายพระหัตถมีความวา “ใหไวสําหรับเรือนเทศาภิบาลมณฑลปราจีน (เมืองฉะเชิงเทรา) เปนที่ระลึกใน
  20. 20. ๒๐ ................................................................................................................................ สํานักงานเหลากาชาดและศูนยบริการโลหิตจังหวัดฉะเชิงเทรา การที่ไดมาอยูที่นี่ ไดรับความศุขสบายมาก ตั้งแตวันที่ ๒๔ ถึงวันที่ ๒๙ มกราคม ร.ศ.๑๒๖ (พ.ศ. ๒๔๕๐)” (คณะอนุกรรมการดําเนินงานโครงการจัดทําหนังสือวัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร เอกลักษณ และภูมิปญญาทองถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒๕๔๓, หนา ๙๐-๙๑) เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ตําหนักกรมหมื่นมรุพงษศิิริพัฒน ไดใชเปนที่ประทับและ ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินจวนผูวาราชการจังหวัด สงผลให ตําหนักหรือจวนผูวาราชการจังหวัดแหงนี้เปนสถานที่มีความสําคัญอยางยิ่งทั้งทางดานการปกครองและสัมพันธ กับสถาบันพระมหากษัตริย ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน โดยในวันพฤหัสบดีที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัด ฉะเชิงเทราไดทําพิธีบวงสรวงและวางศิลาฤกษหอพระพุทธโสธรพิพิธภัณฑเมืองฉะเชิงเทรา (ตําหนัก กรมหมื่นมรุพงษศิิริพัฒน) เพื่อสรางเปนพิพิธภัณฑเมืองฉะเชิงเทรา
  21. 21. ๒๑ เหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราไดตั้งขึ้นตามนโยบายของสภากาชาดไทย เปดดําเนินกิจการเมื่อ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๔ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปนตัวแทนของสภากาชาดไทย ดําเนินงานกาชาด ภายในจังหวัด เปนการใหผูรับทุกขและประสบภัยในจังหวัดไดรับความชวยเหลือบรรเทาทุกขไดอยางใกลชิด ทันตอเหตุการณและเพื่อสนับสนุนใหความรวมมือกับสภากาชาดไทยปฏิบัติงานดานอื่น ๆ ใหสัมฤทธิ์ผล ตามวัตถุประสงคของสภากาชาดไทย คณะกรรมการฯ จึงมีแนวคิดที่จะสรางสํานักงานเหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผูศรัทธาบริจาค เงินทุนประเดิมใหไว ๒๒,๐๐๐ บาท (สองหมื่นสองพันบาทถวน) เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ พ.ศ. ๒๕๑๒ ไดประชุม วางโครงการจัดสรางสํานักงานเหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยไดดําเนินงานโดยขอเชาที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ โดยมีเนื้อที่ ๑ ไร ๑ ตารางวา เพื่อใชเปนสถานที่กอสรางและขออนุมัตินําเงินรายไดที่ไดรับจาก ผูแทนจําหนายสลากกินแบงรัฐบาลของจังหวัด จํานวนเงิน ๒๔๗,๐๐๐ บาท (สองแสนสี่หมื่นเจ็ดพันบาทถวน) เพื่อสมทบทุนการกอสรางพรอมทั้งไดมอบใหนายเลิศ อุรัสยะนันทน ศ.ดร.รชฏ กาญจนวณิชย ศาสตราจารย พิเศษแหงคณะสถาปตยกรรมศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เปนผูเขียนแบบและคํานวณแบบแปลน เพื่อประมาณคากอสรางในระหวางนั้นก็ไดมีผูบริจาคเงินสมทบทุนการกอสรางอยูเสมอแตจํานวนเงินยังหางไกล กับงบประมาณคากอสราง จนเมื่อไดรับพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอม พระราชทานเงิน จํานวน ๒๖๑,๕๐๐ บาท (สองแสนหกหมื่นหนึ่งพันหารอยบาทถวน) ซึ่งมีผูทูลเกลา ทูลกระหมอมถวายโดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อสรางสํานักงานเหลากาชาดและสถานบริการโลหิต ในวโรกาส เสด็จพระราชดําเนินจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อทรงประกอบพิธีเปดอาคารเรียนโรงเรียนวัดโสธรวรารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๒ ดวยเงินที่ทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมพระราชทาน รวมกับ เงินที่ประชาชนบริจาคสมทบเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศล และเงินรายไดจากการจัดงานประจําป รวมทั้งสิ้น ๑,๑๖๑,๑๑๐ บาท (หนึ่งลานหนึ่งแสนหกหมื่นหนึ่งพันหนึ่งรอยสิบบาทถวน) เหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ไดประกอบพิธีวางศิลาฤกษ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่อนอมเกลานอมกระหมอมโดยเสด็จ พระราชกุศล เนื่องในเดือนเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ วันศุกรที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดําเนินทรงเปนประธานในพิธีเปดสํานักงานเหลากาชาดและศูนยบริการโลหิต จังหวัดฉะเชิงเทรา และเสด็จพระราชดําเนินมายังจวนผูวาราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา (เอนก ปริยานนท และ คณะ, ๒๕๑๖)
  22. 22. ๒๒ ............................................................................................................................................... งานของเหลากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เจริญแผขยายอยางกวางขวาง เนื่องมาจากพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงเปนองคอุปภัมภกและองคสภานายิกา สภากาชาดไทย ทั้ง ๒ พระองคทรงเปนหลักชัยและมิ่งขวัญ ของงานกาชาดทั่วประเทศ ศูนยศึกษาการพัฒนาเขาหินซอน อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ตําบลเขาหินซอน อําเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

×