Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
Upcoming SlideShare
โครงการให้ความรู้พยาบาลใหม่ Pdf
Next
Download to read offline and view in fullscreen.

2

Share

Download to read offline

Slide ยา had (1)

Download to read offline

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

Related Audiobooks

Free with a 30 day trial from Scribd

See all

Slide ยา had (1)

  1. 1. โดย...คณะทำำงำนพัฒนำระบบยำ กำรบริหำรยำในโรงพยำบำล ธรรมศำสตร์เฉลิมพระเกียรติ
  2. 2. พยำบำลกับกำรให้ยำ กำรให้ยำเป็นหน้ำที่สำำคัญของพยำบำล นอกเหนือจำกควำมรู้เรื่องยำแล้ว พยำบำลต้องมีคุณธรรมโดยกำรตั้งใจ ปฏิบัติหน้ำที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดผลที่พึง ประสงค์แก่ผู้ป่วย เพรำะถ้ำหำกเกิดจำก ควำม ประมำทเลินเล่อของพยำบำล ทำำให้ผู้ป่วยได้รับผลที่ไม่พึงประสงค์จำก ยำแม้เพียงระดับเล็กน้อยก็ตำม พยำบำล จะมีควำมผิดเพรำะกำรปฏิบัติวิชำชีพ
  3. 3. บทบำทของพยำบำล : ในกำร บริหำรยำ(เพ็ญจันทร์ แสนประสำน)  1. จัดระบบบริหำรยำและบริกำรยำใน หอผู้ป่วยในให้ประสิทธิภำพและ ปลอดภัย 2. สัมภำษณ์ ประเมิน ประวัติกำรใช้ยำ ในอดีตของผู้ป่วยและปัจจุบัน 3. ประเมินสภำพแวดล้อม ควำมพร้อม ของผู้ป่วยในกำรใช้ยำ รวมทั้งผู้ดูแล ชุมชน สังคม ในกำรใช้กำรกระจำยยำ ได้ถูกต้อง ครอบคลุม 4. บันทึกประวัติกำรใช้ยำของผู้ป่วย
  4. 4. 8. ให้คำำแนะนำำเกี่ยวกับกำรดูแลตนเองต่อผลของ กำรได้รับยำให้แก่ผู้ป่วยและ ครอบครัว (ตำมพื้นฐำนทำงวิชำกำรที่อ้ำงอิงได้) 9. บริหำรยำในกำรตัดสินใจใช้ยำด้วยวิธีกำรที่ เหมำะสมกับผู้ป่วยแต่ละรำยและถูกต้องตำมหลัก วิชำกำรที่อ้ำงอิงได้ ้ เช่น มำตรฐำนวิชำชีพกำร พยำบำล 10. เก็บรักษำและจัดทำำ Stock ยำที่เหมำะสมเพียง พอใช้ในกำรบริกำรละรำย รักษำพยำบำล 11. จัดแบ่งยำ/ ผสมยำ ขนำดน้อยๆ สำำหรับเด็ก/ ทำรก ให้เหมำะสมกับ ควำมต้องกำร 12. เฝ้ำระวังควำมคลำดเคลื่อนทำงยำ ทั้งระบบกำร จัดเตรียม กำรบันทึก และกำรบริหำรยำ
  5. 5. รป้องกันกำรแพ้ยำซำ้ำรป้องกันกำรแพ้ยำซำ้ำ รป้องกันควำมคลำดเคลื่อนทำงยำรป้องกันควำมคลำดเคลื่อนทำงยำ รเฝ้ำระวัง และติดตำมกำรใช้ยำของผู้ป่วยรเฝ้ำระวัง และติดตำมกำรใช้ยำของผู้ป่วย รดูแลควำมต่อเนื่องของกำรใช้ยำของผู้ปรดูแลควำมต่อเนื่องของกำรใช้ยำของผู้ป่ว รดูแลยำสำำรองหอผู้ป่วยรดูแลยำสำำรองหอผู้ป่วย รพัฒนำระบบกระจำยยำให้เป็นไปตำมมำรพัฒนำระบบกระจำยยำให้เป็นไปตำมมำ ชำชีพชำชีพ ควำมปลอดภัยด้ำนยำของโรงควำมปลอดภัยด้ำนยำของโรง พยำบำลพยำบำล
  6. 6. ระบบยำ PTC เภสัชกร แพทย์ พยำบำล สื่อสำรสื่อสำร//ให้ควำมรู้ให้ควำมรู้ สั่งใช้สั่งใช้ ถ่ำยทอดคำำสั่งถ่ำยทอดคำำสั่ง บริหำรยำบริหำรยำ จัดหำจัดหำ เก็บรักษำเก็บรักษำ เตรียมเตรียม จัดจ่ำยจัดจ่ำย นโยบำยนโยบำย คัดเลือกคัดเลือก เฝ้ำระวังเฝ้ำระวัง Med Error , DUR , ADRMed Error , DUR , ADR คณะกรรมกำรสหวิชำชีพคณะกรรมกำรสหวิชำชีพ ประเมินประเมิน//ปรับปรุงปรับปรุง
  7. 7. แนวทำงกำรบริหำรยำ
  8. 8. กำรรับ order Order ทั่วไป Order ผู้ป่วย ติดสติเกอร์เทอร์มอล ชื่อผู้ป่วย เซ็นชื่อรับorder วันที่ เวลำ
  9. 9. กำรรับ Order - ทำำควำมเข้ำใจกับคำำสั่งกำรให้ยำ - หำกมีข้อสงสัยให้สอบถำมกับแพทย์ผู้สั่งทันที - แจ้งแพทย์ให้มำเซ็นชื่อกำำกับภำยใน 24 ชั่วโมง (กรณี รับคำำสั่งด้วยวำจำหรือทำงโทรศัพท์) - ลงชื่อรับ order ทุกครั้งก่อนส่งเบิกยำ โดยเขียนชื่อ ให้ ชัดเจน ตำำแหน่ง วันที่ เวลำที่รับ order
  10. 10. กำรส่งเบิกยำ-รับยำจำกห้องยำ - ตรวจสอบควำมถูกต้อง ชัดเจน ของใบ Copy order ติดสติกเกอร์ชื่อผู้ป่วย HN หอผู้ป่วยให้ ถูกต้อง - ส่งใบ Copy order ไปห้องยำพร้อมกระดำน Flow chart 1 chart/รำย - กรณีเป็นยำ stat ให้แนบใบเบิกยำด่วนพร้อม ให้เหตุผลทุกครั้ง รอรับยำหลังส่งใบ copy order ส่งทำงกระสวย - กรณียำต่อเนื่องรับยำเวลำ 10.00 น. ให้ ตรวจสอบยำที่ได้รับว่ำถูกต้อง ตรงกับรำยกำร ในใบ Medication record
  11. 11. กำรเบิกยำด่วน (Stat dose) กรณีแพทย์มี order ให้ยำ Stat ซึ่งจำำเป็น ต้องบริหำรยำภำยใน 30 นำที หลังรับ order เนื่องจำกไม่มียำสำำรอง ใน ward ให้เบิกเป็นยำด่วนโดย ใช้ Copy order ยำ นั้น ส่งพร้อม แบบฟอร์ม เบิกยำ Stat และระบุ เหตุผลกำรเบิกด่วนทุก ครั้ง ส่งทำงกระสวย
  12. 12. กำรส่งเบิกยำ-รับยำจำกห้องยำ - เก็บยำให้ถูกต้อง ในอุณหภูมิที่เหมำะ สมกับชนิดของยำและตรงกับผู้ป่วย - กรณีพบควำมคลำดเคลื่อนในกำรจ่ำย ยำ ให้ประสำนงำนกับเภสัชกรเพื่อ ดำำเนินกำรแก้ไข และ ให้เขียนรำยงำน อุบัติกำรณ์ส่งหัวหน้ำหอผู้ป่วย
  13. 13. กำรบันทึก-ตรวจสอบรำยกำรยำ - หลังจำกเภสัชกร Key จ่ำยยำแล้ว ให้ พยำบำลพิมพ์รำยกำรยำจำกระบบ e-phis ลง ในใบ Medication record หรือเลือกเป็นสติก เกอร์ยำชนิดเทอร์มอลแปะเพิ่มในใบ Medication record ให้ถูกต้องตรงกับผู้ป่วย -ตรวจสอบควำมถูกต้องของรำยกำรยำกับ order ทุกเวร/ทุกวัน -ลงชื่อผู้ตรวจสอบก่อนนำำไปจัด
  14. 14. กำรบันทึกกำรให้ยำ
  15. 15. กำรบันทึกกำรให้ยำ
  16. 16. กำรให้ยำแก่ผู้ป่วยและบันทึก - บริเวณที่จัดยำต้องมีแสงสว่ำงเพียงพอ ภำชนะใส่ยำต้องสะอำด - จัดยำให้ถูกต้อง - ตรวจสอบควำมถูกต้องกับใบ Medication record อีกครั้งก่อนนำำยำไปให้ ผู้ป่วย - ต้องให้ยำถูกต้องตรงกับผู้ป่วย ชนิด ขนำด วิธี (ยำรับประทำน ยำฉีด ยำทำ ยำหยอด ฯลฯ) จำำนวน เวลำ และเหมำะ
  17. 17. กำรบันทึกกำรให้ยำ ผู้ให้/ผู้ตรวจ สอบ รำยกำรยำในใบ บันทึกให้ยำ รำยกำรยำในสติก เกอร์ Medicator
  18. 18. กำรให้ยำแก่ผู้ป่วยและบันทึก - แนะนำำผู้ป่วยและญำติให้ทรำบถึงผล ข้ำงเคียงของยำ และสังเกตอำกำรผิด ปกติภำยหลังได้รับยำ - ลงชื่อผู้ให้ยำทุกครั้งหลังกำรบริหำรยำ - หำกเกิดควำมผิดพลำดในกำรให้ยำ ภำยหลังผู้ป่วยได้รับกำรแก้ไข ให้เขียน รำยงำนอุบัติกำรณ์ส่งหัวหน้ำหอผู้ป่วย
  19. 19. การให้ยาIV Drip Before After
  20. 20. การให้ยาIV Drip HAD Antibiotic ที่ต้อง
  21. 21. การเก็บยารถ Emergency รถ Emergency ใส่รูป
  22. 22. วิธีการเบิกยา Emergency box หลังจากมีการเปิด Emergency box ในการ CPR แล้ว ให้นำา Copy order ที่แพทย์สั่งยา CPR ไปเบิกพร้อมกับ กล่อง Emergency box โดยคนงานรอ รับได้เลย
  23. 23. การจัดเก็บยาเสพติดและHAD
  24. 24. รถแจกยาอัจฉริยะ...
  25. 25. 2.2. ระบบป้องกันอันตรายจากการระบบป้องกันอันตรายจากการ ใช้ยากลุ่มเสี่ยงสูงใช้ยากลุ่มเสี่ยงสูง ยาที่มีความเสี่ยงสูง (High Alert Drugs) หมายถึง ยาที่มี ความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดในกระบวนการรักษา และก่อให้เกิดอันตราย อาจถึงแก่ชีวิตหากเกิดความผิด พลาดในการใช้ยา หรือบริหารยา ดังนั้นจึงควรมีข้อตกลง ร่วมกันในขั้นตอนการสั่งใช้ยา การจ่ายยา การบริหารยา โดยอาศัยความร่วมมือกันระหว่างแพทย์ เภสัชกร และ พยาบาล เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด และ อันตรายที่อาจจะเกิดจากการใช้ยานั้น โรงพยาบาลได้ กำาหนดเบื้องต้นให้รายการยาดังนี้ประกาศเป็น High Alert Drugs ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
  26. 26. รายการยาที่มีความเสี่ยงสูงของรายการยาที่มีความเสี่ยงสูงของ รพธรพธ.. Dobutamine Cacium gluconate Potassium Chloride inj Magnesium sulphate Heparin Warfarin Phenytoin inj. (dilantin) Diazepam inj. Morphine Norepinephrine (Levophed) รายการยา HAD ที่เพิ่ม Regular Insulin (RI) chemo
  27. 27. High Alert Drugs แนวทางปฏิบัติแนวทางปฏิบัติ HAD.doc แนวทางปฏิบัติในการให้ Heparin แนวทาง Heparin 53.doc แนวทางปฏิบัติในการบริหาร MO.แนวทาง MO..doc แนวทางการติดตามการบริหาร KCl แนวทางการติดตามการบริหารยา KCL.doc กลอน HAD.doc
  28. 28. บทบาทของพยาบาลในการบริหาร ยาHAD การรับคำาสั่งการรักษา  ทำาความเข้าใจ สงสัยถาม ตรวจสอบ ความถูกต้องและความชัดเจนของใบ order ก่อนส่งเบิกยา การรับ order ครั้งแรก คัดลอกชื่อยาลง ในใบ MAR หลังจาก Profile ยาขึ้นใน ระบบ E-phis ให้ print sticker ยาติดที่ใบ MAR ตรวจสอบความถูกต้องทุกวัน/ทุกเวร
  29. 29. บทบาทของพยาบาลในการบริหาร ยาHAD การบริหารยา ปฏิบัติตามมาตรฐานการให้ยาผู้ป่วย 6 R ทุกครั้ง (ชนิด/ขนาด/เวลา/ทาง/เทคนิค หรือวิธี/คน) Double check โดยRN อีกคน ก่อนให้ยา HAD IV+ยาHAD ให้เขียนในSlip IV สีชมพู และ ใช้ Infusion/Syringe pump ทุกครั้ง มีการติดตามอาการและสังเกตอาการข้าง เคียงและบันทึกใน Nurse note 
  30. 30. การให้สารละลาย/สารนำ้าที่มียาHAD Slip IVสีชมพู และ Infusion/Syringe pump
  31. 31. การติดตามอาการและสังเกตอาการ ข้างเคียง และบันทึกใน Nurse note 50% MgSO4 inj. □ Urine _____ml/__hr _____ น. _______ ml □ BP _______ mmHg _____­­­­­­_น. _______ mmHg ­ □ HR _____ครั้ง/นาที ______ น. ______ ครั้ง/นาที □ RR _____ครั้ง/นาที ______ น. ______ ครั้ง/นาที □ ไม่มีอาการผิดปกติ อาจต้อง Notify แพทย์เพื่อดู Deep tendon reflex ระวัง : HyperMagnesemia, urine ต้อง > 100ml/4hr
  32. 32. ปี 54 แนวทางการติดตามการ บริหารยา KCl - กรณีผู้ป่วยได้รับยา KCL เข้มข้น ให้แขวนป้าย เตือนและติดตาม EKG show Tall T wave และ บันทึกใน Nurse’s note แนวทางการบริหารยา Morphine - เน้นการผสม อัตราส่วน 1:1 นำายาไปฉีดแบบ Double
  33. 33. ความคลาดเคลื่อนในการให้ยา (ตาม หลัก 6 R) - ผิดคน : การให้ยาไม่ตรงกับบุคคลที่ระบุใน order - ผิดขนาด : จำานวน/ขนาดของยาไม่ตรงกับ order - ผิดเวลา : การให้ยารับประทานก่อน-หลัง จากเวลาที่ กำาหนด 1 ชม. การให้ยาฉีดก่อน-หลัง จากเวลาที่กำาหนด 30 นาที - ผิดชนิด :ชนิดไม่ตรงกับ order ผิดวิถีทาง : การให้ยาผิดทาง (route) ผิดเทคนิค :การเตรียม/ผสมไม่ตรงตามมาตรฐานสำาหรับยา นั้นๆ
  34. 34. Right patient (ถูกคน) การส่งมอบ และการบริหาร ยาให้ผู้ป่วยผิดคน
  35. 35. Right dose(ถูกขนาด) • การให้ยาผิดขนาด • การคํานวณขนาดยาผิด • ไม่สามารถใช้ยาที่มี เทคนิคการ บริหาร พิเศษ เช่น ยาพ่น • ผิดความแรง • ผิดความเข้มข้น • การเจือจางผิด • การให้ยาซ้ํ้า • การให้ยาที่แพทย์สั่งหยุด • การต่อยาโดยที่แพทย์ไม่ได้สั่ง
  36. 36. Right time(ถูกเวลา) • การให้ยาผิดไปจากเวลาที่กําหนด • การลืมให้ยาและมีการให้ยาเมื่อนึก ได้ • การหยดให้ยาเร็วกว่าที่แพทย์กํา หนด • การหยดให้ยานานกว่าที่แพทย์กํา หนด •การให้ยาคลาดเคลื่อน ระหว่างการ
  37. 37. Right drug(ถูกชนิด) • การให้ยาผิดชนิด • การให้ยาที่แพทย์ไม่ได้สั่ง เช่น ยา ที่ผู้ป่วยนําติดตัวมา • การให้ยาที่ผู้ป่วยเคยมีประวัติการ แพ้ • การให้ยาที่หมดอายุ • การให้ยาเสื่อมคุณภาพ
  38. 38. Right route(ถูกทาง) • การให้ยาผิดช่องทาง เช่น IV IM IT ID Sc Oral SL Inhaler • การใช้ ยาหยอดตา หยอดหู ผิดข้าง หรือไม่เป็น ไปตามที่แพทย์สั่ง
  39. 39. Right technique(ถูกเทคนิค) • การผสมยาเข้าดัวยกันโดยไม่เหมาะ สม • การบริหารยาที่เข้ากันไม่ได้เข้าทาง Y site หรือร่วมสายเดียวกัน • การบริหารยาด้วยเทคนิคที่ไม่ เหมาะสมส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึง ประสงค์
  40. 40. การ Record (เป็นสาเหตุของผิดพลาดหลายอย่าง) ไม่คัดลอกยาลงในใบMAR ไม่off ยาในใบMAR คัดลอกชื่อผิด ขนาดผิด ไม่เซ้็นชื่อหลังให้ยาผู้ป่วย การบันทึกติดตามหลังให้ยาถูกต้อง
  41. 41. 4.4. การติดตามอาการไม่พึงประสงค์การติดตามอาการไม่พึงประสงค์ จากการใช้ยาจากการใช้ยา ตามแนวทางการรายงานการแพ้ ยา
  42. 42. ขั้นตอนการประเมินแพ้ยา แพทย์วินิจฉัย “ ”สงสัยแพ้ยา แพทย์วินิจฉัย “ ”สงสัยแพ้ยา เภสัชกร ผู้ติดตามการประเมิน แพทย์ + เภสัชกร ผู้ประเมินร่วมกัน เภสัชกร ออกบัตรแพ้ยา + ลงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ + แปะ sticker แพ้ยา หน้า OPD Card ประวัติ แพ้ยา เดิมของผู้ ป่วยเอง เกิดขณะได้ รับยาที่โรง พยาบาล พยาบาล ผู้รู้/ผู้แจ้ง พยาบาล ผู้รู้/ผู้แจ้ง
  43. 43. สติกเกอร์ แพ้ยา บัตรแพ้ยา (ด้าน นอก) นายสมชาย ร้อย เปอร์เซ้็นต์ 0999999 ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ที่อยู่/เบอร์ โทร. บัตรแพ้ยา (ด้าน ใน) Ibuprofen (ไอ-บู- โพร-เฟน) ตาและปาก บวม(Angioedma) ภญ........ ..... วัน ที่........... .. 3 “บัตรแพ้ ”ยา
  44. 44. “ ”สติกเกอร์ ผู้ป่วยแพ้ยา ติดบน แฟ้มประวัติผู้ป่วย ผู้ ประเมิน. .... วัน ที่........... ..
  45. 45. แพ้ ยา “ ”สติกเกอร์ใส แพ้ยา ติดบนบัตร ประจําตัวผู้ป่วย อยู่ในขั้นตอนการดําเนินการ
  46. 46. ข้อมูลการแพ้ยาของผู้ป่วยที่ปรากฏในใบยาผู้ป่วยนอ ชื่อยา + อาการที่แพ้ กรณีมีการแพ้ยาเพิ่มเติม การออกแบบให้มีข้อความแพ้ยาในใบยา เพื่อความชัดเจนมากขึ้น “ ”ข้อมูล การแพ้ยา ที่ปรากฏในใบสั่ง ยาผู้ป่วยนอก
  47. 47. ออเดอร์สีเขียว...ลดเสียวแพ้ยาซ้ํ้า กรณีผู้ป่วยใน...ถ้าผู้ป่วยมีประวัติแพ้ ยาหรือประเมินแล้วว่าแพ้ยาให้เปลี่ยน ไปใช้ ออเดอร์สีเขียว
  48. 48. การสังเกตประวัติแพ้ยาในฐานข้อมูล คอมพิวเตอร์ การแพ้ยาและชื่อยาที่แพ้ จะปรากฏท้ายรูปผู้ป่วย
  49. 49. การแพ้ยา
  50. 50. 5.5. ระบบอื่นเพื่อให้เกิดความระบบอื่นเพื่อให้เกิดความ ปลอดภัยเพิ่มขึ้นปลอดภัยเพิ่มขึ้น  การบริหารยาทางสายอาหาร  การกําหนดอายุของยาที่เปิดใช้  การบริหารยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างกันรุนแรง (Fatal Drug Interaction)  มาตรฐานการบริหารยา
  51. 51. การบริหารยาทางสายอาหาร  แพทย์พิจารณารูปแบบยาที่สามารถให้ทางสายให้อาหาร ได้  พยาบาลระบุใน copy order ทุกครั้งว่า “ผู้ป่วยมีสายให้ อาหาร”  เภสัชกรพิจารณารูปแบบยาที่จ่ายให้และเสนอทางเลือก แก่แพทย์  พยาบาลเตรียมแบบ “Freshly prepared”
  52. 52. ยาอยู่ในรูปแบบ นํ้าหรือไม่ แคปซู้ลชนิดแข็งแคปซู้ลชนิดนิ่ม ยาเม็ด ละลายนํ้าได้ ยาเม็ด เขย่าขวด/เจือจาง เด็ก 5 – 10 ml ผู้ใหญ่ 15 -30 ml แกะ เทยาผสมนํ้า เจาะ บีบ ละลายนํ้าอุ่น ละลายในนํ้า เด็ก 5 – 10 ml ผู้ใหญ่ 15 -30 ml บด ละลายในนํ้า เด็ก 5 -10 ml ผู้ใหญ่ 15 – 30 ทl มี ไม่มี หลักการบริหารยาทางสายอาหาร ล้างสายยางด้วยนํ้าทุกครั้ง
  53. 53. การกำาหนดอายุของยาที่เปิดใช้ ยาหยอดตายาหยอดตา ยาพ่นยาพ่น นำ้ายาฆ่าเชื้อนำ้ายาฆ่าเชื้อ ยาชายาชา ยานำ้ายานำ้า ยาฉีดยาฉีด การกำาหนด อายุยา การกำาหนด อายุยา
  54. 54. การบริหารยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน รุนแรง (Fatal Drug Interaction) การบริหารยาที่มีปฏิกิริยาระหว่างกันรุนแรง หมายถึง เป็นคู่ ยาที่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำาให้เกิด ADR ที่รุนแรงและ รวดเร็ว อีกทั้งเป็นยาที่เป็นข้อห้ามใช้ร่วมกัน (Contraindication) หากต้องใช้จะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
  55. 55. มาตรฐานการบริหารยา ก่อนอาหาร OD 7 BID 7 – 15 TID 7 – 11 – 15 QID 7 – 11 – 15 – 20 hs 20 • หลังอาหาร OD 8 BID 8 – 17 TID 8 – 12 – 17 QID 8 – 12 – 17 – 20 hs 20
  56. 56. มาตรฐานการบริหารยา Q 4 hr 2 – 6 – 10 – 14 – 18 – 22 Q 6 hr 6 – 12 – 18 – 24 Q 8 hr 2 – 10 – 18 หรือ 6 – 14 – 22 Q 12 hr 2 – 14 หรือ 6 – 18 หรือ 10 – 22 หรือ 12 – 24 OD ขึ้นกับเวลาที่แพทย์สั่ง/เริ่มให้ยา
  57. 57. ระบบอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยระบบอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้น ยาที่ควรหลีกเลี่ยง การใช้ในผู้ป่วยที่มี ภาวะพร่องของเอนไซม์ G6PD ยาที่ควรหยุด ก่อนผ่าตัด ยาที่ต้องป้องกัน จากแสง ยาเคมีบำาบัด Med Reconcile ความ ปลอดภัย
  58. 58. ตัวอย่างความคลาด เคลื่อนทางยา
  59. 59. 7.00 น นศพยบ.ทำาการฉีด Insulin แต่จำาผิดเตียง ทำาให้ Pt.ได้รับยาผิดเป็น NPH 8 Unit ซึ่งไม่ใช่ยาตามคำาสั่งของ แพทย์
  60. 60. นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 ขึ้นฝึกปฏิบัติงานเวรเช้า จัด ยา reparil ให้ผู้ป่วยรับ ประทานขาดไป 1 เม็ด
  61. 61. นักศึกษาพยาบาลนำายา Fentanyl ไปฉีดให้ผู้ป่วยสลับ เตียง
  62. 62. เวลา 06.00 น.นักศึกษาพยาบาลปี 4 (วิชาบริหารทางการพยาบาล) เตรียม ยา tienam 500 mg จะนำาไปให้ ผู้ ป่วยเตียง 813 แต่นำายาไปให้ผู้ป่วยผิด เตียงเป็นเตียง 814 และตัวยายังไม่ถึง ผู้ป่วย ดูป้ายชื่อจึงรีบเอาออกทันที
  63. 63. Case CA lung แพทย์ให้ stat ATB เป็น cef 3 นักศึกษาพยาบาลนำายาไปให้ผู้ป่วยโดยไม่ ได้ถามประวัติแพ้ยาผู้ป่วย และแฟ้มประวัติผู้ ป่วยไม่ขึ้นประวัติแพ้ยา หลังได้รับยา ( cef-3 2 gm + 0.9% NSS 100 cc ให้ผ่านเส้นที่ on 0.9 % Nacl 1000 cc iv rate 80 cc/hr) ผู้ป่วยได้รับยาประมาณ 30 cc จึงเห็นประวัติ แพ้ยาในใบสั่งยาผู้ป่วย (case นี้รับจาก OPD Med เพื่อมา on ICD โดยไม่มีใบสั่งยา จาก OPD แนบมาด้วย )
  64. 64. พยาบาลจบใหม่(ฝึกเป็นเจ้าของ ไข้)กำาลังจะเตรียม Heparin for flush line โดยผสมอัตราส่วน 1:1 ข้างขวด ยาระบุไว้ว่า Heparin 1 vial มี 25,000 unit per 5 ml (5,000 unit per ml) แต่ พยาบาลจบใหม่เข้าใจว่า Heparin 5,000 unit per 5 ml แต่ยังไม่ได้ดูดยา นำามาให้พยาบาลพี่เลี้ยงตรวจสอบ พบก่อน
  65. 65. ได้รับการรายงานจากพยาบาลใหม่ว่า ได้ นำายาหลังอาหารเช้าของผู้ป่วยเตียงข้างๆ ไปให้ผู้ป่วยกิน โดยได้ถือแก้วยาไป 2 แก้ว และแจกยาผิดแก้ว โดยลืมดูชื่อที่ติด อยู่ที่แก้วยา โดยในแก้วยาประกอบด้วย ยา plavix (75) 1 tab ,folic 1 tab ,B1-6- 12 1 tab, Alprazolam (0.25) 1 tab
  66. 66. การลดข้อบกพร่อง ทบทวนข้อมูลการบริหารยาบ่อยๆ  มีแหล่งค้นคว้าและขอปรึกษาชัดเจน  ถามทันทีที่มีคำาสั่งยาที่น่าสงสัย  สอนผู้ป่วยเรื่องผลของยาที่ผู้ป่วยได้รับ  ไม่ลดขั้นตอนการบริหารยาเมื่อจะให้ยา  ไม่ปกปิด ถ้ามีความผิดพลั้งเกิดขึ้น
  • nuchmsrh

    May. 13, 2017
  • WanassaweeIntrama

    Jun. 26, 2016

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

Views

Total views

5,133

On Slideshare

0

From embeds

0

Number of embeds

4

Actions

Downloads

91

Shares

0

Comments

0

Likes

2

×