Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ตัวอย่างโครงงาน

14,663 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ตัวอย่างโครงงาน

  1. 1. เรื่อง กรดจากน้ําผลไม จัดทําโดย 1. นางสาวเยาวรัตน ตอสูงเนิน เลขที่ 32 2. นางสาวสไบนาง สนิทภักดี เลขที่ 42 3. นางสาวสุมินตรา ขวัญถาวร เลขที่ 45 ครูที่ปรึกษาการจัดทําโครงงาน คุณครูสราวุธ โครตมา โรงเรียนภูเขียว สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2
  2. 2. กิตติกรรมประกาศ โครงงานวิทยาศาสตรN เรื่อง กรกจากน้ําผลไม จัดทําขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับการทดลองหาระดับความเปนกรด ของน้ําผลไมแตละชนิดที่มาผสมกันและทดสอบความสามารถในการกัดกรอนของน้ําผลไมที่ผสมกันแลวนํามา เติมเกลือละลายน้ําวามีฤทธิ์ในการขจัดคราบสกปรกของเหรียญหรือไม โดยไดรับการสนับสนุนจากทานคุณครู สราวุธ โครตมา ครุประจําวิชาและไดรับการสนับสนุนจากผุอํานวยการโรงเรียนภูเขียวและขอขอบพระคุณที่ได ใหคําปรึกษาในการจัดทําโครงงานและไดรับความอนุเคราะหจากพอแมผูปกครองที่ไดใหขอเสนอแนะ แนะนํา เอกสารตําราตางๆใหศึกษาคนควา คณะผูจัดทํา ขอขอบพระคุณทุกทานดังที่ไดกลาวถึงมาขางหนาและที่ไมไดกลาวถึงไว ณ ที่นี้เปนอยางสูง คณะผูจัดทํา
  3. 3. บทคัดยอ โครงงานวิทยาศาสตรเรื่อง กรดจากน้ําผลไม การทดลองนี้มีจุดมุงหมายเพื่อ ทดสอบหาระดับความเปนกรด และความสามารถในการกัดกรอน โดยแบงการทดลองออกเปน2ตอนดังนี้ คือ ตอนที่ 1 ศึกษาหาระดับคา ความเปนกรด โดยการนําน้ํามะนาวผสมกับน้ําสับปะรด น้ํามะนาวผสมกับน้ําสม และน้ําสับปะรดผสมกับ น้ําสม เพื่อทดสอบหาระดับคาความเปนกรด วาน้ําผลไมที่ผสมกันนั้น แบบใดมีคาความเปนกรดเรียงลําดับจาก คา และในตอนที่ 2 จะศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการกัดกรอนของน้ําผลไมที่ผสมกันในตอนที่ 1 โดยการ เติมเกลือละลายน้ําลงไปในน้ําผลไมที่ผสมกันไวทั้ง 3 แบบ แลวหลังจากนั้นนําเหรียญที่มีคราบสกปรกมาใสใน น้ําผลไมทั้ง 3 แบบ และสังเกตผลการทดลอง
  4. 4. บทที่ 1 บทนํา ที่มาและความสําคัญของโครงงาน ประชาชนสวนใหญนิยมดื่มน้ําผลไมเพื่อคลายรอยและกระหาย บางครั้งก็นํานําผลไมมาแปรรูปซึ่งเปนการ ถนอมอาหารอีกรูปแบบหนึ่งหรือนํามารับประทานแทนของวางก็ได กลุมของดิฉันจึงไดนําขอมุลเหลานี้มาคุย และปรึกษากันกับสมาชิกภายในกลุมวาเราสามารถนําผลไมบางชนิดที่มีฤทธิ์ความเปนกรดมาขจัดคราบสกปรก บนเหรียญไดหรือไมและถาตองจัดระดับคาความเปนกรดเมื่อนําน้ําผลไมมาผสมกับนั้นจะสามารถเรียงลําดับวา อับวาอันไหนมีคาความเปนกรดสูงสุดจากขอสงสัยตางๆเหลานี้กลุมของดิฉันจึงไดคิดคนจัดทําโครงงานนี้ขึ้นมา วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาหาระดับคาความเปนกรดของน้ําผลไมเมื่อนํามาผสมกัน 2. เพื่อศึกษาวากรดจากน้ําผลไมที่ผสมแลวเติมเกลือละลายน้ําลงไปจะมีความสามรถใน ในการขจัดคราบ สกปรกหรือไม 3. เพื่อศึกษาหาความสามรในการกัดกรอนของน้ําผลไมเมื่อนําเกลือละลายน้ํามาผสม ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1. ไดทราบถึงระดับกรดเมื่อทําการทดสอบจากน้ําผลไมเมื่อนํามาผสมกับและ เรียงลําดับคาจากมากไปหานอย 2. ไดทราบถึงความสามารถในการขจัดคราบสกปรกของน้ําผลไมที่ผสมกันแลวเติมเกลือละลายน้ําลง ไปวาสามารถนํามาใชประโยชนในการทําความสะอาดไดจริง 3. ไดทราบถึงความสามรถในการการกัดกรอนของน้ําผลไมที่ผสมกับแลวนําเกลือละลายน้ํามาผสมวา มีฤทธิ์กัด กรอนจนสามารถขจัดสกปรกได
  5. 5. ขอบเขตของการศึกษาคนควา 1. ศึกษาหาระดับคาความเปนกรด ของน้ําผลไมที่นํามาผสมกัน 2. ศึกษาหาความสามารถในการกัดกรอนของน้ําผลไมที่ผสมกัน แลวเติมเกลือ ละลายน้ําลงไปและความสามารถในการขจัดคราบสกปรกบนเหรียญ สมมุติฐานของการศึกษา ตอนที่1 วัตถุดิบที่นํามาทดลอง มื่อนํามาผสมกันจะทําใหระดับคาความเปนกรดเปลี่ยนไป ตอนที่2 ระดับคาความเปนกรด เมื่อนําเกลือละลายน้ํามาผสมลงไปจะทําใหความสามารถในการกัดกรอนและ ขจัดคราบสกปรกไดดียิ่งขึ้น ตัวแปร ตัวแปรตน ตอนที่1 น้ํามะนาว น้ําสับปะรด น้ําสม ตอนที่2 น้ํามะนาว น้ําสับปะรด น้ําสม เกลือละลายน้ํา ตัวแปรตาม ระดับคา ph ที่วัดไดจากการทดลอง ตัวแปรควบคุม ตอนที่1 ปริมาณน้ํามะนาว ปริมาณน้ําสับปะรด ปริมาณน้ําสม ตอนที่2 ปริมาณน้ํามะนาว ปริมาณน้ําสับปะรด ปริมาณน้ําสม ปริมาณเกลือละลายน้ํา
  6. 6. บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ สม การจําแนกชั้นทางวิทยาศาสตร อาณาจักร Plantae สวน Magnoliophyta ชั้น Magnoliopsida ชั้นยอย Rosidae อันดับ Sapindales วงศ Rutaceae สกุล Citrus สม เปนไมพุมหรือไมตนขนาดเล็กหลายชนิดในสกุล Citrus วงศ Rutaceae มีดวยกันนับรอยชนิด เติบโต กระจายอยูทั่วโลก โดยมากจะมีน้ํามันหอมระเหยในใบ ดอก และผล และมีกลิ่นฉุน หากนําใบขึ้นสองกับ แสงแดด จะเห็นจุดเล็กๆ เต็มไปหมด ซึ่งจุดเหลานั้นก็คือแหลงน้ํามันนั่นเอง สมหลายชนิดรับประทานได ผลมี รสเปรี้ยวหรือหวาน มักจะมีแคลเซียม โปแทสเซียม ไวตามินเอ และไวตามินซี มากเปนพิเศษ ถาผลไมจําพวก นี้มี มะ อยูหนา ตองตัดคํา สม ออก เชน สมมะนาว สมมะกรูด เปน มะนาว มะกรูด
  7. 7. มะนาว การจําแนกชั้นทางวิทยาศาสตร อาณาจักร Plantae สวน Magnoliophyta ชั้น Magnoliopsida อันดับ Sapindales วงศ Rutaceae สกุล Citrus สปชีส C. aurantifolia ชื่อวิทยาศาสตร Citrus aurantifolia Swing. มะนาว (อังกฤษ: lime) เปนไมผลชนิดหนึ่ง ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยูในสกุล สม (Citrus) ผลสีเขียว เมื่อสุกจัด จะเปนสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบงกลีบๆ ชุมน้ํามาก นับเปนผลไมที่มีคุณคา นิยมใชเปนเครื่องปรุง รส นอกจากนี้ยังถือวามีคุณคาทางโภชนาการและทางการแพทยดวย
  8. 8. สับปะรด การจําแนกชั้นทางวิทยาศาสตร อาณาจักร Plantae สวน พืชดอก Magnoliophyta สวนไมจัดอันดับ Angiosperms ชั้นไมจัดอันดับ Monocots ชั้น พืชใบเลี้ยงเดี่ยว Liliopsida อันดับไมจัดอันดับ Commelinids อันดับ Poales วงศ Bromeliaceae วงศยอย Bromelioideae สับปะรด (ชื่อทางวิทยาศาตร: Ananas comosus) เปนพืชลมลุกชนิดหนึ่ง ลําตนมีขนาดสูงประมาณ 80-100 เซนติเมตร การปลูกก็สามารถปลูกไดงายโดยการใชหนอหรือที่เปนสวนยอดของผลที่เรียก วา จุก มาฝงกลบ ดินไว และออกเปนผล เปลือกของผลสับปะรดภายนอกมีลักษณะคลายตาลอมรอบผล
  9. 9. บทที่ 3 วิธีดําเนินการโครงงาน อุปกรณและวีธีการทดลอง 1. วัสดุ 1.1 น้ํามะนาว 1.2 น้ําสับปะรด 1.3 น้ําสม 1.4 เกลือละลายน้ํา 1.5 เหรียญหนึ่งบาท 3 แหรียญ 2. อุปกรณ 2.1 มีด 2.2 แกวขนาดกลาง 3 ใบ 2.3 ชามใบเล็ก 2 ใบ 2.4 ชอน 2 คัน 2.5 เขียง 2.6 กระดาษลิตมัส ขั้นตอนและวิธีการดําเนินงาน 1. ขั้นตอนการเตรียมวัสดุ 1.1 นํามะนาว สับปะรดและสมมาคั้นใหไดน้ําและกรองเอาตะกอนทิ้ง 1.2 นําเกลือมาละลายน้ําละอาดทิ้งไวประมาณ 5 นาที
  10. 10. ขั้นตอนการทดลอง ตอนที่ 1 ศึกษาระดับคาความเปนกรดของน้ําผลไมเมื่อนํามาผสมและเรียงลําดับจากคา มากไปหาคานอย 1.1 นํามะนาว สม สับปะรด มาคั้นใหไดน้ํา 1.2 เมื่อไดน้ําผลไมทั้ง 3 ชนิด แลวใหนํามาผสมกันตามสัดสวนดังนี้ 1.2.1 นําน้ําสับปะรดไปผสมกับน้ํามะนาว ในปริมาณ 1 ชอนโตะเทากัน 1.2.2 นําน้ําสมไปผสมกับน้ํามะนาว ในปริมาณ 1 ชอนโตะเทากัน 1.2.3 นําน้ําสมไปผสมกับน้ําสับปะรด ในปริมาณ 1 ชอนโตะเทากัน 1.3 เมื่อนําไปผสมตามสัดสวนแลว คนใหเขากันแลวทดสอบหาระดับคาความเปนกรดดวยกระดาษลิตมัส 1.4 บันทึกผลการทดลองที่ได โดยการเรียงลําดับระดับคาความเปนกรด จากคามากไปหาคานอย ตอนที่ 2 ศึกษาหาความสามารถในการกัดกรอนและขจัดคราบสกปรกบนเหรียญ เมื่อนําเกลือละลายน้ําผสม ลงไป 2.1 ใหนําเกลือละลายน้ําที่ไดไปผสมกับน้ําผลไมในตอนที่1 ในปริมาณ 1 ชอนโตะ 2.2 คนใหเขากัน แลวนําเหรียญที่มีคราบสกปรกใสลงไปในน้ําผลไมที่ผสมเกลือละลายน้ําไว 2.3 ทิ้งไวประมาณ 30 นาที แลวสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 2.4 นําเหรียญออกมาลางน้ําสะอาด เช็ดใหแหงนํามาเปรียบเทียบกัน แลวบันทึกผลการ ทดลองที่เกิดขึ้น
  11. 11. บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล/ผลการจัดทําโครงงาน ผลการทดลอง ตอนที่ 1 ระดับคาความเปนกรดของน้ําผลไมเมือนํามาผสมกันเรียงลําดับจากคามากไปหาคานอยเปนนดังนี้ น้ําผลไมที่นํามาผสมกัน ระดับคา pH ที่ได 1. น้ํามะนาว + น้ําสับปะรด 2. น้ํามะนาว + น้ําสม 3. น้ําสม + น้ําสับปะรด 3.0 4.0 4.5
  12. 12. ตอนที่ 2 ความสามารถในการกัดกรอนและขจัดคราบสกปรกบนเหรียญเมื่อนําน้ําน้ําเกลือละลายน้ําผสมลงไป แกวที่ 1 น้ําสม + น้ํามะนาว แกวที่ 2 น้ํามะนาว + น้ําสับปะรด แกวที่ 3 น้ําสม + น้ําสับปะรด เหรียญหนึ่งบาทที่สกปรกจํานวน 3 เหรียญ เหรียญที่มีสกปรกใสในแกวน้ําผลไมผสมเกลือละลายน้ํา เหรียญที่ผานการแชน้ําผลไมผสมเกลือละลายน้ํา 30 นาที
  13. 13. บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผลการดํานินการจัดทําโครงงาน จากผลการทดลองสรุปไดดังนี้ 1. เมื่อนําน้ําสมผสมกับน้ํามะนาวจะไดคา pH เทากับ 4.0 2. เมื่อนําน้ํามะนาวผสมกับน้ําสับปะรดจะไดคา pH เทากับ 3.0 3. เมื่อนําน้ําสมผสมกับน้ําสับปะรดจะไดคา pH เทากับ 4.5 แสดงวามื่อนําน้ํามะนาวมาผสมกับน้ําสับปะรดจะพบวาคาความเปนกรดสูงกวา น้ํามะนาวผสมกับน้ําสม และ น้ําสมผสมกับน้ําสับปะรด นอกจากนี้เรายังพบวาเมื่อนําน้ําผลไมที่ไดจากการผสมกันดังกลาวทั้ง 3 ชนิด มาเติม เกลือละลายน้ําลงไปแลวนําเหรียญที่มีคราบสกปรกใสลงไปตั้งเวลาไวประมาณ 30 นาที ภายหลัง 30 นาที นํา เหรียญออกมาลางน้ําสะอาดพบวาเหรียญที่อยูในน้ําผสมไมที่มีคา pH สูงที่สุดมี่ความสะอาดมากที่สุด เพราะ กรดที่เขมขนจะมีฤทธิ์การกัดกรอนมากที่สุดตามลําดับความเขมขนของกรด ประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากการทดลอง 1. สามารถนําน้ําผลไมมาทําความสะอาดเหรียญที่มีคราบสกปรกได 2. สามารถทราบถึงฤทธิ์ของกรดที่กัดกรอนคราบสกปรกบนเหรียญได 3. สามารถทราบวาน้ําผลไมชนิดใดมีคาความเปนกรดมากและมีฤทธิ์การกัดกรอนไดดีที่สุด ขอเสนอแนะ 1. เราอาจนําน้ําผลไมชนิดอื่นที่มีฤทธิ์เปนกรดที่หาไดงายตามครัวเรือนของคุณ 2. เราอาจนําการทดลองนี้ไปทดลองกับสิ่งอื่นๆที่มีคราบสกปรกติดอยู เชน สรอยคอ แหวน พวงกุญแจ
  14. 14. บรรณานุกรม _____ . หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตรเพิ่มเติม เลม 4 (เคมี ). กรุงเทพ: 2550 _____ . ตัวอยางโครงงานวิทยาศาสตรจากโรงเรียนอรุโณทัย จังหวัดลําปาง _____. นพ.ประวิตร พิศาลบุตร.นิตยสารเพื่อสุขภาพ หมอชาวบาน (กรดคือ ?) . ฉบับที่ 322 : กรุงเทพ: สํานักพิมพหมอชาวบาน บจก. , 2550 _____. www.doctor.or.th _____. www.google.com 

×