SlideShare a Scribd company logo

จิตวิทยาการเรียนร้2

K
K

จิตวิทยาการเรียนร้2

1 of 32
Download to read offline
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้

              การเรี ยนรู ้ เป็ นกระบวนการที่มีความสาคัญและจาเป็ นในการดารงชีวิต
                    ่
สิ่ งมีชีวิตไม่วามนุษย์หรื อสัตว์เริ่ มเรี ยนรู ้ต้ งแต่แรกเกิดจนตาย สาหรับมนุษย์การ
                                                    ั
เรี ยนรู ้เป็ นสิ่ งที่ช่วยพัฒนาให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์โลก
อื่น ๆ ดังพระราชนิพนธ์บทความของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุ ดา ฯ ที่วา "สิ่ ง         ่
ที่ทาให้คนเราแตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ ก็เพราะว่า คนย่ อมมีปัญญา ที่จะนึกคิด
และปฏิบติสิ่งดีมีประโยชน์และถูกต้องได้ . " การเรี ยนรู ้ช่วยให้มนุษย์รู้จกวิธี
              ั                                                               ั
ดาเนินชีวตอย่างเป็ นสุ ข ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสภาพการต่างๆ
                ิ
ได้ ความสามารถในการเรี ยนรู ้ของมนุษย์จะมีอิทธิพลต่อความสาเร็ จและความ
พึงพอใจในชีวิตของมนุษย์ดวย          ้
ความหมายของการเรียนรู้

          นักจิตวิทยาหลายท่ านให้ ความหมายของการเรียนรู้ ไว้ เช่ น
คิมเบิล ( Kimble , 1964 ) "การเรี ยนรู ้ เป็ นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวรใน
พฤติกรรม อันเป็ นผลมาจากการฝึ กที่ได้รับการเสริ มแรง"
          ฮิลการ์ด และ เบาเวอร์ (Hilgard & Bower, 1981) "การเรี ยนรู้ เป็ น
กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อันเป็ นผลมาจากประสบการณ์และการฝึ ก ทั้งนี้ไม่
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่เกิดจากการตอบสนองตามสัญชาตญาณ ฤทธิ์
ของยา หรื อสารเคมี หรื อปฏิกริ ยาสะท้อนตามธรรมชาติของมนุษย์ "
          คอนบาค ( Cronbach ) "การเรี ยนรู ้ เป็ นการแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม
ที่มีการเปลี่ยนแปลง อันเป็ นผลเนื่องมาจากประสบการณ์ที่แต่ละบุคคลประสบมา "
พจนานุกรมของเวบสเตอร์ (Webster 's Third New
International Dictionary) "การเรี ยนรู ้ คือ กระบวนการเพิ่มพูน
และปรุ งแต่งระบบความรู ้ ทักษะ นิสย หรื อการแสดงออกต่างๆ อันมีผลมา
                                  ั
จากสิ่ งกระตุนอินทรี ยโดยผ่านประสบการณ์ การปฏิบติ หรื อการฝึ กฝน"
             ้          ์                       ั
 การเรียนรู้คอการเปลียนแปลงของบุคคลอันมีผลเนื่องมาจากการได้ รับ
               ื      ่
ประสบการณ์ โดยการเปลียนแปลงนั้นเป็ นเหตุทาให้ บุคคลเผชิญ
                          ่
สถานการณ์ เดิมแตกต่ างไปจากเดิม ประสบการณ์ ที่ก่อให้ เกิดการ
เปลียนแปลงพฤติกรรมหมายถึงทั้งประสบการณ์ ทางตรงและประสบการณ์
    ่
ทางอ้อม
จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้

         พฤติกรรมการเรี ยนรู้ตามจุดมุงหมายของนักการศึกษาซึงกาหนด
                                    ่                     ่
โดย บลูม และคณะ (Bloom and Others ) มุงพัฒนาผู้เรี ยนใน ๓
                                                 ่
ด้ าน
 1ด้ านพุทธิพิสย (Cognitive Domain) คือ ผลของการเรี ยนรู้ที่เป็ น
                ั
ความสามารถทางสมอง ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท ความจา ความ
เข้ าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์
2 ด้ านเจตพิสย (Affective Domain ) คือ ผลของการเรี ยนรู้ที่
              ั
เปลี่ยนแปลงด้ านความรู้สก ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท ความรู้สก
                         ึ                                  ึ
ความสนใจ ทัศนคติ
3 ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) คือ ผลของการเรี ยนรู ้
ที่เป็ นความสามารถด้านการปฏิบติ ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท การ
                             ั
เคลื่อนไหว การกระทา การปฏิบติงาน การมีทกษะและความชานาญ
                               ั         ั
Ad

Recommended

จิตรวิทยาการเรียนรู้
จิตรวิทยาการเรียนรู้จิตรวิทยาการเรียนรู้
จิตรวิทยาการเรียนรู้maymymay
 
จิตวิทยาการเรียนรู้ของแท้
จิตวิทยาการเรียนรู้ของแท้จิตวิทยาการเรียนรู้ของแท้
จิตวิทยาการเรียนรู้ของแท้yuapawan
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Natida Boonyadetwong
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้honeylamon
 
จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2hadesza
 
จิตวิทยาการเรียนรู้.Ppt
 จิตวิทยาการเรียนรู้.Ppt  จิตวิทยาการเรียนรู้.Ppt
จิตวิทยาการเรียนรู้.Ppt yuapawan
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้ซิกส์ zaza
 

More Related Content

What's hot

จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้ซิกส์ zaza
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Aoun หมูอ้วน
 
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...Jan Sirinoot
 
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth025cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02Mai Amino
 
จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2poms0077
 
งานนำเสนอปลาย
งานนำเสนอปลายงานนำเสนอปลาย
งานนำเสนอปลายmaymymay
 
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2จิตวิทยาการเรียนรู้ 2
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2team00428
 
จิตวิทยาการเรียนรู้222222
จิตวิทยาการเรียนรู้222222จิตวิทยาการเรียนรู้222222
จิตวิทยาการเรียนรู้222222tuphung
 
จิตวิทยาการเรียนร้
จิตวิทยาการเรียนร้จิตวิทยาการเรียนร้
จิตวิทยาการเรียนร้kungcomedu
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้yuapawan
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Sasipron Tosuk
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้masaya_32
 
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอนSarawut Tikummul
 
จิตวิทยาการเรียนร้2
จิตวิทยาการเรียนร้2จิตวิทยาการเรียนร้2
จิตวิทยาการเรียนร้2kungcomedu
 

What's hot (18)

จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...
บทที่ 2 ทฤษฎีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเ...
 
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth025cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02
5cs3gik5rf0t0l42j9hbvpth02
 
จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2จิตวิทยาการเรียนรู้2
จิตวิทยาการเรียนรู้2
 
งานนำเสนอปลาย
งานนำเสนอปลายงานนำเสนอปลาย
งานนำเสนอปลาย
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2จิตวิทยาการเรียนรู้ 2
จิตวิทยาการเรียนรู้ 2
 
จิตวิทยาการเรียนรู้222222
จิตวิทยาการเรียนรู้222222จิตวิทยาการเรียนรู้222222
จิตวิทยาการเรียนรู้222222
 
จิตวิทยาการเรียนร้
จิตวิทยาการเรียนร้จิตวิทยาการเรียนร้
จิตวิทยาการเรียนร้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยมทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
ทฤษฎีการเรียนรู้ของกลุ่มปัญญานิยม
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้
 
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน
5.1จิตวิทยาการเรียนการสอน
 
จิตวิทยาการเรียนร้2
จิตวิทยาการเรียนร้2จิตวิทยาการเรียนร้2
จิตวิทยาการเรียนร้2
 
ทฤษฎี
ทฤษฎีทฤษฎี
ทฤษฎี
 

Viewers also liked

ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์Roiyan111
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Nat Thida
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้maymymay
 
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์PomPam Comsci
 
ทฤษฎีของGestalt
ทฤษฎีของGestaltทฤษฎีของGestalt
ทฤษฎีของGestaltNusaiMath
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้name_bwn
 
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theoryทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theoryearlychildhood024057
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231Anny Hotelier
 
Part 1 (rhacid)
Part 1 (rhacid)Part 1 (rhacid)
Part 1 (rhacid)group4zer
 
Failure, frustration, insight
Failure, frustration, insightFailure, frustration, insight
Failure, frustration, insightTaras Korol
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้maymymay
 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์7roommate
 
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’sทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’sWuttipong Tubkrathok
 

Viewers also liked (20)

ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของเกสตัลท์
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์
ทฤษฎีจิตวิทยาของกลุ่มเกสตัลท์
 
ทฤษฎีของGestalt
ทฤษฎีของGestaltทฤษฎีของGestalt
ทฤษฎีของGestalt
 
ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีการเรียนรู้
 
Wolfgang kohler
Wolfgang kohlerWolfgang kohler
Wolfgang kohler
 
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theoryทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory
ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์-gestalts-theory
 
บทที่ 2
บทที่ 2บทที่ 2
บทที่ 2
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231
 
จิตวิทยาการเรียนรู้ 5555
จิตวิทยาการเรียนรู้ 5555จิตวิทยาการเรียนรู้ 5555
จิตวิทยาการเรียนรู้ 5555
 
บทที่ 3
บทที่ 3บทที่ 3
บทที่ 3
 
จิต
จิตจิต
จิต
 
Part 1 (rhacid)
Part 1 (rhacid)Part 1 (rhacid)
Part 1 (rhacid)
 
Original thorndike
Original thorndikeOriginal thorndike
Original thorndike
 
Failure, frustration, insight
Failure, frustration, insightFailure, frustration, insight
Failure, frustration, insight
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
ทฤษฎีการเรียนรู้ของธอร์นไดค์
 
บทที่ ๗ (1)
บทที่ ๗ (1)บทที่ ๗ (1)
บทที่ ๗ (1)
 
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’sทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s
ทฤษฏีการเชื่อมโยงของธอร์นไดค์(Thorndike’s
 

Similar to จิตวิทยาการเรียนร้2

จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Sarawut Tikummul
 
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้Tawanat Ruamphan
 
จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3poms0077
 
จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3poms0077
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231Anny Hotelier
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231Anny Hotelier
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้honeylamon
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้honeylamon
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้team00428
 
งานดร.จิตวิทยา
งานดร.จิตวิทยางานดร.จิตวิทยา
งานดร.จิตวิทยาnan1799
 
งานซู
งานซูงานซู
งานซูmaymymay
 
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)จิตวิทยาการเรียนรู้(2)
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)maymymay
 
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)จิตวิทยาการเรียนรู้(1)
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)maymymay
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้Nat Thida
 
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษา
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษาความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษา
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษาitedu355
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้yuapawan
 

Similar to จิตวิทยาการเรียนร้2 (19)

จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้
การเรียนรู้และทฤษฎีการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3
 
จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3จิตวิทยาการเรียนรู้3
จิตวิทยาการเรียนรู้3
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231
 
จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231จิตวิทยาการเรียนรู้231
จิตวิทยาการเรียนรู้231
 
ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่ภารกิจครูมือใหม่
ภารกิจครูมือใหม่
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
งานดร.จิตวิทยา
งานดร.จิตวิทยางานดร.จิตวิทยา
งานดร.จิตวิทยา
 
งานซู
งานซูงานซู
งานซู
 
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)จิตวิทยาการเรียนรู้(2)
จิตวิทยาการเรียนรู้(2)
 
จิตรวิทยาการเรียนรู้
จิตรวิทยาการเรียนรู้จิตรวิทยาการเรียนรู้
จิตรวิทยาการเรียนรู้
 
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)จิตวิทยาการเรียนรู้(1)
จิตวิทยาการเรียนรู้(1)
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษา
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษาความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษา
ความหมาย ทฤษฎีด้านนวัตกรรมเพื่อการศึกษา
 
จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้จิตวิทยาการเรียนรู้
จิตวิทยาการเรียนรู้
 

จิตวิทยาการเรียนร้2

  • 2. จิตวิทยาการเรียนรู้ การเรี ยนรู ้ เป็ นกระบวนการที่มีความสาคัญและจาเป็ นในการดารงชีวิต ่ สิ่ งมีชีวิตไม่วามนุษย์หรื อสัตว์เริ่ มเรี ยนรู ้ต้ งแต่แรกเกิดจนตาย สาหรับมนุษย์การ ั เรี ยนรู ้เป็ นสิ่ งที่ช่วยพัฒนาให้มนุษย์แตกต่างไปจากสัตว์โลก อื่น ๆ ดังพระราชนิพนธ์บทความของสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุ ดา ฯ ที่วา "สิ่ ง ่ ที่ทาให้คนเราแตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ ก็เพราะว่า คนย่ อมมีปัญญา ที่จะนึกคิด และปฏิบติสิ่งดีมีประโยชน์และถูกต้องได้ . " การเรี ยนรู ้ช่วยให้มนุษย์รู้จกวิธี ั ั ดาเนินชีวตอย่างเป็ นสุ ข ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสภาพการต่างๆ ิ ได้ ความสามารถในการเรี ยนรู ้ของมนุษย์จะมีอิทธิพลต่อความสาเร็ จและความ พึงพอใจในชีวิตของมนุษย์ดวย ้
  • 3. ความหมายของการเรียนรู้ นักจิตวิทยาหลายท่ านให้ ความหมายของการเรียนรู้ ไว้ เช่ น คิมเบิล ( Kimble , 1964 ) "การเรี ยนรู ้ เป็ นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวรใน พฤติกรรม อันเป็ นผลมาจากการฝึ กที่ได้รับการเสริ มแรง" ฮิลการ์ด และ เบาเวอร์ (Hilgard & Bower, 1981) "การเรี ยนรู้ เป็ น กระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม อันเป็ นผลมาจากประสบการณ์และการฝึ ก ทั้งนี้ไม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมที่เกิดจากการตอบสนองตามสัญชาตญาณ ฤทธิ์ ของยา หรื อสารเคมี หรื อปฏิกริ ยาสะท้อนตามธรรมชาติของมนุษย์ " คอนบาค ( Cronbach ) "การเรี ยนรู ้ เป็ นการแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่มีการเปลี่ยนแปลง อันเป็ นผลเนื่องมาจากประสบการณ์ที่แต่ละบุคคลประสบมา "
  • 4. พจนานุกรมของเวบสเตอร์ (Webster 's Third New International Dictionary) "การเรี ยนรู ้ คือ กระบวนการเพิ่มพูน และปรุ งแต่งระบบความรู ้ ทักษะ นิสย หรื อการแสดงออกต่างๆ อันมีผลมา ั จากสิ่ งกระตุนอินทรี ยโดยผ่านประสบการณ์ การปฏิบติ หรื อการฝึ กฝน" ้ ์ ั การเรียนรู้คอการเปลียนแปลงของบุคคลอันมีผลเนื่องมาจากการได้ รับ ื ่ ประสบการณ์ โดยการเปลียนแปลงนั้นเป็ นเหตุทาให้ บุคคลเผชิญ ่ สถานการณ์ เดิมแตกต่ างไปจากเดิม ประสบการณ์ ที่ก่อให้ เกิดการ เปลียนแปลงพฤติกรรมหมายถึงทั้งประสบการณ์ ทางตรงและประสบการณ์ ่ ทางอ้อม
  • 5. จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ พฤติกรรมการเรี ยนรู้ตามจุดมุงหมายของนักการศึกษาซึงกาหนด ่ ่ โดย บลูม และคณะ (Bloom and Others ) มุงพัฒนาผู้เรี ยนใน ๓ ่ ด้ าน 1ด้ านพุทธิพิสย (Cognitive Domain) คือ ผลของการเรี ยนรู้ที่เป็ น ั ความสามารถทางสมอง ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท ความจา ความ เข้ าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ 2 ด้ านเจตพิสย (Affective Domain ) คือ ผลของการเรี ยนรู้ที่ ั เปลี่ยนแปลงด้ านความรู้สก ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท ความรู้สก ึ ึ ความสนใจ ทัศนคติ
  • 6. 3 ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) คือ ผลของการเรี ยนรู ้ ที่เป็ นความสามารถด้านการปฏิบติ ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท การ ั เคลื่อนไหว การกระทา การปฏิบติงาน การมีทกษะและความชานาญ ั ั
  • 7. องค์ ประกอบสาคัญของการเรียนรู้ ๑. แรงขับ (Drive) เป็ นความต้องการที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล เป็ นความพร้อมที่จะเรี ยนรู ้ของบุคคลทั้งสมอง ระบบประสาทสัมผัสและ กล้ามเนื้อ แรงขับและความพร้อมเหล่านี้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยา หรื อ พฤติกรรมที่จะชักนาไปสู่การเรี ยนรู ้ต่อไป ๒. สิ่ งเร้า (Stimulus) เป็ นสิ่ งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ ต่างๆ ซึ่งเป็ นตัวการที่ทาให้บุคคลมีปฏิกิริยา หรื อพฤติกรรมตอบสนอง ออกมา ในสภาพการเรี ยนการสอน สิ่ งเร้าจะหมายถึงครู กิจกรรมการสอน และอุปกรณ์การสอนต่างๆ ที่ครู นามาใช้
  • 8. ๓. การตอบสนอง (Response) เป็ นปฏิกิริยา หรื อพฤติกรรม ต่างๆ ที่แสดงออกมาเมื่อบุคคลได้รับการกระตุนจากสิ่ งเร้า ทั้งส่ วนที่ ้ สังเกตเห็นได้และส่ วนที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น การเคลื่อนไหว ท่าทาง คาพูด การคิด การรับรู ้ ความสนใจ และความรู ้สึก เป็ นต้น ๔. การเสริ มแรง (Reinforcement) เป็ นการให้สิ่งที่มี อิทธิพลต่อบุคคลอันมีผลในการเพิมพลังให้เกิดการเชื่อมโยง ระหว่างสิ่ งเร้า ่ กับการตอบสนองเพิ่มขึ้น การเสริ มแรงมีท้ งทางบวกและทางลบ ซึ่งมีผลต่อ ั การเรี ยนรู ้ของบุคคลเป็ นอันมาก
  • 9. การเรี ยนรู้มีลกษณะสาคัญดังต่อไปนี้ ั ๑. การเรี ยนรู้เป็ นกระบวนการ การเกิดการเรี ยนรู้ของบุคคลจะมี กระบวนการของการเรี ยนรู้จากการไม่ร้ ูไปสูการเรี ยนรู้ ๕ ขันตอน คือ ่ ้ ๑.๑ มีสงเร้ ามากระตุ้นบุคคล ิ่ ๑.๒ บุคคลสัมผัสสิ่งเร้ าด้ วยประสาททัง้ ๕ ๑.๓ บุคคลแปลความหมายหรื อรับรู้สงเร้ า ิ่ ๑.๔ บุคคลมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างใดอย่างหนึงต่อสิ่งเร้ า ่ ตามที่รับรู้ ๑.๕ บุคคลประเมินผลที่เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้ า
  • 10. ๒. การเรี ยนรู ้ไม่ใช่วฒิภาวะแต่การเรี ยนรู ้อาศัยวุฒิภาวะ ุ วุฒิภาวะ คือ ระดับความเจริ ญเติบโตสูงสุ ดของพัฒนาการด้าน ร่ างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของบุคคลแต่ละวัยที่เป็ นไปตาม ่ ธรรมชาติ แม้วาการเรี ยนรู ้จะไม่ใช่วฒิภาวะแต่การเรี ยนรู ้ตองอาศัยวุฒิภาวะ ุ ้ ด้วย เพราะการที่บุคคลจะมีความสามารถในการรับรู ้หรื อตอบสนองต่อสิ่ ง ่ ั เร้ามากหรื อน้อยเพียงใดขึ้นอยูกบว่าบุคคลนั้นมีวฒิภาวะเพียงพอหรื อไม่ ุ
  • 11. ๓. การเรี ยนรู ้เกิดได้ง่าย ถ้าสิ่ งที่เรี ยนเป็ นสิ่ งที่มีความหมาย ต่อผูเ้ รี ยน การเรี ยนสิ่ งที่มีความหมายต่อผูเ้ รี ยน คือ การเรี ยนในสิ่ งที่ผเู ้ รี ยน ต้องการจะเรี ยนหรื อสนใจจะเรี ยน เหมาะกับวัยและวุฒิภาวะของผูเ้ รี ยนและ เกิดประโยชน์แก่ผเู ้ รี ยน การเรี ยนในสิ่ งที่มีความหมายต่อผูเ้ รี ยนย่อมทาให้ ผูเ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้ได้ดีกว่าการเรี ยนในสิ่ งที่ผเู ้ รี ยนไม่ตองการหรื อไม่ ้ สนใจ
  • 12. ๔. การเรี ยนรู ้แตกต่างกันตามตัวบุคคลและวิธีการในการ เรี ยน ในการเรี ยนรู ้สิ่งเดียวกัน บุคคลต่างกันอาจเรี ยนรู ้ได้ไม่เท่ากัน เพราะบุคคลอาจมีความพร้อมต่างกัน มีความสามารถในการเรี ยนต่างกัน มี อารมณ์และความสนใจที่จะเรี ยนต่างกันและมีความรู ้เดิมหรื อประสบการณ์ เดิมที่เกี่ยวข้องกับสิ่ งที่จะเรี ยนต่างกัน
  • 13. การถ่ ายโยงการเรียนรู้ การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้เกิดขึ้นได้ ๒ ลักษณะ คือ การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ ทางบวก (Positive Transfer) แลการถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางลบ (Negative Transfer)
  • 14. การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางบวก (Positive Transfer) การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางบวก (Positive Transfer) คือ การถ่าย โยงการเรี ยนรู ้ชนิดที่ผลของการเรี ยนรู ้งานหนึ่งช่วยให้ผเู ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้อีก งานหนึ่งได้เร็ วขึ้น ง่ายขึ้น หรื อดีข้ ึน การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางบวก มักเกิดจาก ๑. เมื่องานหนึ่ง มีความคล้ายคลึงกับอีกงานหนึ่ง และผูเ้ รี ยนเกิดการ เรี ยนรู ้งานแรกอย่างแจ่มแจ้งแล้ว ๒. เมื่อผูเ้ รี ยนมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานหนึ่งกับอีกงานหนึ่ง ๓. เมื่อผูเ้ รี ยนมีความตั้งใจที่จะนาผลการเรี ยนรู ้จากงานหนึ่งไปใช้ให้ ั เป็ นประโยชน์กบการเรี ยนรู ้อีกงานหนึ่ง และสามารถจาวิธีเรี ยนหรื อผลของการ เรี ยนรู ้งานแรกได้อย่างแม่นยา ๔. เมื่อผูเ้ รี ยนเป็ นผูที่มีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ โดยชอบที่จะนา ้ ความรู ้ต่างๆ ที่เคยเรี ยนรู ้มาก่อนมาลองคิดทดลองจนเกิดความรู ้ใหม่ๆ
  • 15. การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางลบ Negative Transfer คือการถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ชนิดที่ผลการเรี ยนรู ้งานหนึ่งไปขัดขวางทาให้ผเู ้ รี ยนเกิดการเรี ยนรู ้อีก งานหนึ่งได้ชาลง หรื อยากขึ้นและไม่ได้ดีเท่าที่ควร การถ่ายโยงการเรี ยนรู ้ทางลบ อาจเกิดขึ้นได้ ้ ๒ แบบ คือ ๑. แบบตามรบกวน (Proactive Inhibition) ผลของการเรี ยนรู ้งานแรกไป ขัดขวางการเรี ยนรู ้งานที่ ๒ ๒. แบบย้อนรบกวน (Retroactive Inhibition) ผลการเรี ยนรู ้งานที่ ๒ ทา ให้การเรี ยนรู ้งานแรกน้อยลง การเกิดการเรี ยนรู ้ทางลบมักเกิดจาก - เมื่องาน ๒ อย่างคล้ายกันมาก แต่ผเู ้ รี ยนยังไม่เกิดการเรี ยนรู ้งานใดงานหนึ่งอย่างแท้จริ งก่อนที่ จะเรี ยนอีกงานหนึ่ง ทาให้การเรี ยนงาน ๒ อย่างในเวลาใกล้เคียงกันเกิดความสับสน - เมื่อผูเ้ รี ยนต้องเรี ยนรู ้งานหลายๆ อย่างในเวลาติดต่อกัน ผลของการเรี ยนรู ้งานหนึ่งอาจไปทา ให้ผเู ้ รี ยนเกิดความสับสนในการเรี ยนรู ้อีกงานหนึ่งได้
  • 16. ทฤษฎีการเรียนรู้ (Theory of Learning ทฤษฎีการเรียนรู้ทสาคัญ แบ่ งออกได้ ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ี่ ๑. ทฤษฎีกลุ่มสัมพันธ์ต่อเนื่อง (Associative Theories) ๒. ทฤษฎีกลุ่มความรู ้ความเข้าใจ (Cognitive Theories)
  • 17. ทฤษฎีการเรียนรู้ กลุ่มสั มพันธ์ ต่อเนื่อง ทฤษฎีน้ ีเห็นว่าการเรี ยนรู ้เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่ งเร้า (Stimulus) และการตอบสนอง (Response) ปัจจุบนเรี ยกนักทฤษฎีกลุ่มนี้วา ั ่ "พฤติกรรมนิยม" (Behaviorism) ซึ่งเน้นเกี่ยวกับกระบวนการ เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมที่มองเห็น และสังเกตได้มากกว่ากระบวนการคิด และปฏิกิริยาภายในของผูเ้ รี ยน ทฤษฎีการเรี ยนรู ้กลุ่มนี้แบ่งเป็ นกลุ่มย่อยได้ ดังนี้
  • 18. ๑. ทฤษฎีการวางเงื่อนไข (Conditioning Theories) ๑.๑ ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิ ค (Classical Conditioning Theories) ๑.๒ ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบการกระทา (Operant Conditioning Theory) ๒. ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism Theories) ๒.๑ ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism Theory) ๒.๒ ทฤษฎีสมพันธ์ต่อเนื่อง (S-R Contiguity ั Theory)
  • 19. ทฤษฎีการวางเงือนไขแบบคลาสสิ ค ่ อธิบายถึงการเรี ยนรู ้ท่ีเกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่ งเร้าตาม ธรรมชาติ และสิ่ งเร้าที่วางเงื่อนไขกับการ ตอบสนอง พฤติกรรมหรื อการ ตอบสนองที่เกี่ยวข้องมักจะเป็ นพฤติกรรมที่เป็ นปฏิกิริยาสะท้อน (Reflex) หรื อ พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอารมณ์ ความรู ้สึก บุคคลสาคัญของ ทฤษฎีน้ ี ได้แก่ Pavlov, Watson, Wolpe etc.
  • 20. P. Pavlov นักสรี รวิทยาชาวรัสเซีย (1849 - 1936) ได้ทาการทดลองเพื่อศึกษา การเรี ยนรู ้ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงระหว่างการตอบสนองต่อสิ่ งเร้าตาม ธรรมชาติที่ไม่ได้วางเงื่อนไข (Unconditioned Stimulus = UCS) และสิ่ งเร้า ที่เป็ นกลาง (Neutral Stimulus) จนเกิดการ เปลี่ยนแปลงสิ่ งเร้าที่เป็ นกลางให้กลายเป็ นสิ่ งเร้าที่วางเงื่อนไข (Conditioned Stimulus = CS) และการตอบสนองที่ไม่มี เงื่อนไข (Unconditioned Response = UCR) เป็ นการ ตอบสนองที่มีเงื่อนไข (Conditioned Response = CR) ลาดับขั้นตอนการเรี ยนรู ้ที่เกิดขึ้นดังนี้
  • 21. ๑. ก่อนการวางเงื่อนไข UCS (อาหาร) UCR (น้ าลาย ไหล) สิ่ งเร้าที่เป็ นกลาง (เสี ยงกระดิ่ง) น้ าลายไม่ ไหล ๒. ขณะวางเงื่อนไข CS (เสี ยงกระดิ่ง) + UCS (อาหาร) UCR (น้ าลายไหล) ๓. หลังการวางเงื่อนไข CS (เสี ยงกระดิ่ง) CR (น้ าลายไหล)
  • 22. Watson ั นักจิตวิทยาชาวอเมริ กน (1878 - 1958) ได้ทาการทดลองการวางเงื่อนไข ั ทางอารมณ์กบเด็กชายอายุประมาณ ๑๑ เดือน โดยใช้หลักการเดียวกับ Pavlov หลังการทดลองเขาสรุ ปหลักเกณฑ์การเรี ยนรู ้ได้ ดังนี้ ๑. การแผ่ขยายพฤติกรรม (Generalization) มีการแผ่ขยายการ ตอบสนองที่วางเงื่อนไขต่อสิ่ งเร้า ที่คล้ายคลึงกับสิ่ งเร้าที่วางเงื่อนไข ๒. การลดภาวะ หรื อการดับสูญการตอบสนอง (Extinction) ทาได้ ยากต้องให้สิ่งเร้าใหม่ (UCS ) ที่มีผลตรงข้ามกับสิ่ งเร้าเดิม จึงจะได้ผลซึ่ง เรี ยกว่า Counter - Conditioning
  • 23. ทฤษฎีการวางเขื่อนไขแบบการกระทาของสกินเนอร์ ั นักจิตวิทยาชาวอเมริ กน ได้ทาการทดลองด้านจิตวิทยาการศึกษาและ วิเคราะห์สถานการณ์การเรี ยนรู ้ที่มีการตอบสนองแบบแสดงการกระทา (Operant Behavior) สกินเนอร์ได้แบ่ง พฤติกรรมของสิ่ งมีชีวิตไว้ ๒ แบบ คือ ๑. Respondent Behavior พฤติกรรมหรื อการตอบสนองที่เกิดขึ้น โดยอัตโนมัติ หรื อเป็ นปฏิกิริยาสะท้อน (Reflex) ซึ่งสิ่ งมีชีวิตไม่สามารถ ควบคุมตัวเองได้ เช่น การกระพริ บตา น้ าลายไหล หรื อการเกิดอารมณ์ ความรู ้สึกต่างๆ ๒. Operant Behavior พฤติกรรมที่เกิดจากสิ่ งมีชีวิตเป็ นผูกาหนด ้ หรื อเลือกที่จะแสดงออกมา ส่ วนใหญ่จะเป็ นพฤติกรรมที่บุคคลแสดงออกใน ชีวิตประจาวัน เช่น กิน นอน พูด เดิน ทางาน ขับรถ ฯลฯ.
  • 24. ทฤษฎีสัมพันธ์ เชื่อมโยงของธอร์ นไดค์ ั ้ นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริ กน ผูได้ชื่อว่าเป็ น"บิดาแห่งจิตวิทยา การศึกษา" เขาเชื่อว่า "คนเราจะเลือกทาในสิ่ งก่อให้เกิดความพึงพอใจและ จะหลีกเลี่ยงสิ่ งที่ทาให้ไม่พึงพอใจ" จากการทดลองกับแมวเขาสรุ ป ่ หลักการเรี ยนรู ้ได้วา เมื่อเผชิญกับปัญหาสิ่ งมีชีวตจะเกิดการเรี ยนรู ้ในการ ิ แก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก (Trial and Error) นอกจากนี้เขายังให้ ความสาคัญกับการเสริ มแรงว่าเป็ นสิ่ งกระตุนให้เกิดการเรี ยนรู ้ได้เร็ วขึ้น ้
  • 25. กฎการเรียนรู้ของธอร์ นไดค์ ๑. กฎแห่งผล (Law of Effect) มีใจความสาคัญคือ ผลแห่งปฏิกิริยา ตอบสนองใดที่เป็ นที่น่าพอใจ อินทรี ย์ยอมกระทาปฏิกิริยานันซ ้าอีกและผลของปฏิกิริยา ่ ้ ใดไม่เป็ นที่พอใจบุคคลจะหลีกเลี่ยงไม่ทาปฏิกิริยานันซ ้าอีก ้ ๒. กฎแห่งความพร้ อม (Law of Readiness) มีใจความสาคัญ ๓ ประเด็น คือ ๒.๒ ถ้ าอินทรี ย์พร้ อมที่จะเรี ยนรู้แล้ วไม่ได้ เรี ยน จะเกิดความราคาญใจ ๒.๓ ถ้ าอินทรี ย์ไม่พร้ อมที่จะเรี ยนรู้แล้ วถูกบังคับให้ เรี ยน จะเกิดความราคาญใจ ๓. กฎแห่งการฝึ กหัด (Law of Exercise) มีใจความสาคัญคือ พฤติกรรมใดที่ได้ มีโอกาสกระทาซ ้าบ่อยๆ และมีการปรับปรุงอยูเ่ สมอ ย่อมก่อให้ เกิด ความคล่องแคล่วชานิชานาญ สิงใดที่ทอดทิ ้งไปนานย่อมกระทาได้ ไม่ดีเหมือนเดิมหรื อ ่ อาจทาให้ ลืมได้
  • 26. ทฤษฎีสัมพันธ์ ต่อเนื่องของกัทรี ั นักจิตวิทยาชาวอเมริ กน เป็ นผูกล่าวย้าถึงความสาคัญของความ ้ ใกล้ชิดต่อเนื่องระหว่างสิ่ งเร้ากับการตอบสนอง ถ้ามีการเชื่อมโยงอย่าง ใกล้ชิดและแนบแน่นเพียงครั้งเดียวก็สามารถเกิดการเรี ยนรู ้ได้ (One Trial Learning ) เช่น ประสบการณ์ชีวิตที่วิกฤตหรื อรุ นแรงบางอย่าง ได้แก่ การประสบอุบติเหตุที่รุนแรง การสูญเสี ยบุคคลอันเป็ นที่รัก ฯลฯ ั
  • 27. ทฤษฎีการเรียนรู้ กลุ่มความรู้ ความเข้ าใจ ทฤษฎีการเรี ยนรู ้ที่มองเห็นความสาคัญของกระบวนการคิดซึ่งเกิดขึ้น ภายในตัวบุคคลในระหว่างการเรี ยนรู ้มากกว่าสิ่ งเร้าและการตอบสนอง นัก ทฤษฎีกลุ่มนี้เชื่อว่า พฤติกรรมหรื อการตอบสนองใดๆ ที่บุคคลแสดงออกมานั้น ต้องผ่านกระบวนการคิดที่เกิดขึ้นระหว่างที่มีสิ่งเร้าและการตอบสนอง ซึ่ง หมายถึงการหยังเห็น (Insight) คือความรู ้ความเข้าใจในการแก้ปัญหา โดย ่ การจัดระบบการรับรู ้แล้วเชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม ทฤษฎีการเรี ยนรู ้กลุ่มนี้ยงแบ่งย่อยได้อีกดังนี้ ั ๑. ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt's Theory) ๒. ทฤษฎีสนามของเลวิน ( Lewin's Field Theory)
  • 28. ทฤษฎีกลุ่มเกสตัลท์ นักจิตวิทยากลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) ชาว เยอรมัน ประกอบด้วย Max Wertheimer, Wolfgang Kohler และ Kurt Koftka ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับการรับรู ้ (Perception ) การเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์เก่าและใหม่ นาไปสู่กระบวนการคิดเพื่อการแก้ปัญหา (Insight)
  • 29. องค์ประกอบของการเรี ยนรู้ มี ๒ ส่ วน คือ ๑. การรับรู ้ (Perception) เป็ นกระบวนการแปลความหมายของสิ่ งเร้าที่มากระทบ ประสาทสัมผัส ซึ่ งจะเน้นความสาคัญของการรับรู ้เป็ นส่ วนรวมที่สมบูรณ์มากกว่าการรับรู ้ ส่ วนย่อยทีละส่ วน ๒. การหยังเห็น (Insight) เป็ นการรู ้แจ้ง เกิดความคิดความเข้าใจแวบเข้ามาทันทีทนใดขณะที่ ่ ั บุคคลกาลังเผชิญปั ญหาและจัดระบบการรับรู ้ ซึ่ งเดวิส (Davis, 1965) ใช้คาว่า Aha ' experience หลักของการหยังเห็นสรุ ปได้ดงนี้ ่ ั ๒.๑ การหยังเห็นขึ้นอยูกบสภาพปั ญหา การหยังเห็นจะเกิดขึ้นได้ง่ายถ้ามีการรับรู ้ ่ ่ ั ่ ั องค์ประกอบของปั ญหาที่สัมพันธ์กน บุคคลสามารถสร้างภาพในใจเกี่ยวกับขั้นตอนเหตุการณ์ หรื อสภาพการณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อพยายามหาคาตอบ ๒.๒ คาตอบที่เกิดขึ้นในใจถือว่าเป็ นการหยังเห็น ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้บุคคลจะนามาใช้ ่ ในโอกาสต่อไปอีก ๒.๓ คาตอบหรื อการหยังเห็นที่เกิดขึ้นสามารถนาไปประยุกต์ ใช้ในสถานการณ์ใหม่ได้ ่
  • 30. ทฤษฎีสนามของเลวิน นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน (1890 - 1947) มีแนวคิดเกี่ยวกับการ เรี ยนรู ้เช่นเดียวกับกลุ่มเกสตัลท์ ที่วาการเรี ยนรู ้ เกิดขึ้นจากการจัด ่ กระบวนการรับรู ้ และกระบวนการคิดเพื่อการแก้ไขปัญหาแต่เขาได้นาเอา หลักการทางวิทยาศาสตร์มาร่ วมอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ เขาเชื่อว่า พฤติกรรมมนุษย์แสดงออกมาอย่างมีพลังและทิศทาง (Field of ่ Force) สิ่ งที่อยูในความสนใจและต้องการจะมีพลังเป็ นบวก ซึ่งเขา ่ เรี ยกว่า Life space สิ่ งใดที่อยูนอกเหนือความสนใจจะมีพลังเป็ นลบ
  • 31. Lewin กาหนดว่า สิ่ งแวดล้อมรอบตัวมนุษย์ จะมี ๒ ชนิด ๑. สิ่ งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical environment) ๒. สิ่ งแวดล้อมทางจิตวิทยา (Psychological environment) เป็ นโลกแห่งการรับรู ้ตามประสบการณ์ของแต่ละบุคคลซึ่งอาจจะเหมือน หรื อแตกต่างกับสภาพที่สงเกตเห็นโลก หมายถึง Life space นันเอง ั ่ Life space ของบุคคลเป็ นสิ่ งเฉพาะตัว ความสาคัญที่มีต่อการจัดการ ้ ั ่ เรี ยนการสอน คือ ครู ตองหาวิธีทาให้ตวครู เข้าไปอยูใน Life space ของผูเ้ รี ยนให้ได้
  • 32. รองศาสตราจารย์ เพ็ญศรี สร้อยเพชร.๒๕๔๒. ชุดกาเรี ยนการสอน. : สถาบันราชภัฎนครปฐม. รองศาสตาจารย์ ดร .พันทิพา อุทยสุ ข.๒๕๓๑.วิทยาการสอน. : ั มหาวิทยาลัยสุ โขทัยธรรมาธิราช. ประดินันท์ อุปรมัย (๒๕๔๐, ชุ ดวิชาพืนฐานการศึกษา(มนุษย์ กบการ ้ ั เรียนรู้ ) : นนทบุรี, พิมพ์ครั้งที่ ๑๕, หน้ า ๑๒๑)