นวัตกรรมช่วยสอน<br />บทสไลด์ (Power Point)<br />ประกอบการเรียนการสอนแบบฝึกทักษะ <br />การอ่านออกเสียง ร้อยแก้วและร้อยกรอง ...
ความหมายนวัตกรรม<br />	นวัตกรรม หมายถึงความคิด การปฏิบัติรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแป...
ความหมาย e-learning<br />	ความหมาย e-learningเป็นคำใช้เรียกเทโนโลยีการศึกษาแบบใหม่ ที่ยังไม่มีชื่อภาษาไทยแน่ชัดและมีผู้นิย...
ความหมาย e-learning<br />	ผศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ให้คำนิยาม e-learning หรือ Electronic  learningว่าหมายถึงกราเรียในรูปขอ...
ความหมาย e-learning<br />	คุณธิดาทิตย์ จันคนา ที่ให้ความหมายของ e-learning หมายถึงการศึกษาที่เรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์...
ความหมาย e-learning<br />	เรียนตามความรู้บุคคลใช้ในการเรียนรู้ การเรียนจะกระทำผ่านสื่อบนเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้สอนปฎิจะ...
	ปัจจุบันควาเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และความทันสมัย ด้านเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ เครื...
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(cai)<br />สำรับการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(cai) เป็นการสอนรายบุคคลที่ได้รับการพัฒนาและนำหลักการจากบทเรียนโ...
ในการออกแบบเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสามารถหลักและดัดแปลงมาจากทฤษฎีการเรียนและการสอน ๙ ขั้น ของกาเย่ (Gagne) ดังนี...
การอ่านและการฝึกทักษะการอ่าน<br />แนวคิดสำคัญ<br />การอ่านทักษะภาษาที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาความรู้...
มาตรฐานการเรียนรู้<br />มาตรฐาน ๑.๑<br />ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ไข้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์<...
จุดประสงค์การเรียนรู้<br />๑.ด้านความรู้<br />๑.บอกความหมายและสำคัญของการอ่านได้<br />๒.บอกกระบวนการของการอ่าน<br />๓.บอกอ...
๒.ด้านทักษะกระบวนการ<br />กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ <br />นำไปใช้วิเคราะห์ประเมินค่า<br />๒. กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญ...
๓.ด้านคุณลักษณะ<br />๑. เป็นผู้มีความรู้ในการใช้ภาษา และใช้ภาษาได้ถูกต้อง<br />๒. เป็นผู้มีวิจารณญาณ และมีเหตุผล<br />๓. เ...
สาระการเรียนรู้<br />๑.ความหมายของการอ่าน<br />๒.ความสำคัญของการอ่าน<br />๓.กระบวนการของการอ่าน<br />๔.องค์ประกอบของการอ่า...
ก่อนอื่นให้นักเรียนศึกษาขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ…..<br />๑. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ<br />๒. ศึกษาแนวคิดสำคัญ สาระการ...
แบบทดสอบก่อนเรียน<br />เรื่อง สามัคคี<br />คำชี้แจง :   ให้นักเรียนเตรียมกระดาษคำตอบ<br />เพื่อทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๑...
๓. กิจกรรมใดที่มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะการอ่าน<br />ก. ทำงานด้านพิสูจน์อักษร<br />   ข.  ทำงานเป็นบรรณารักษ์<br />  ...
๕. การอ่านหนังสือให้เกิดภาพพจน์จะต้องอาศัยข้อใดเป็นพื้นฐาน<br />ก. ความรู้<br />   ข.  ความเข้าใจ<br />   ค.  จินตนาการ<br...
๗. ข้อใดมิใช่สาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสือไม่เข้าใจ<br />ก. ไม่มีความตั้งใจ<br />   ข.  ไม่มีพื้นความรู้เพียงพอ<br />   ค.  ไม...
๙. การตั้งคำถามทบทวนหลังการอ่าน  หมายถึงควรตั้งตามข้อใด<br />ก. ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  เมื่อไร  ทำไม<br />   ข.  ใคร  ทำอะไร...
ลำดับต่อไปให้นักเรียน<br />ทำแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วที่คุณครูแจกให้ค่ะ...<br />
สาระสำคัญ<br />การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว  เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง จึงต้องศึกษาเรื่องที่จะอ่านให้เข้าใจเสียก่อน เพื่อจะได้แบ...
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง<br />อ่านออกเสียงร้อยแก้ว  โดยสอดแทรกอารมณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง<br />เนื้อหาสาระ<br />๑.   หลั...
หลักทั่วไปในการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง<br />สิ่งที่ผู้อ่านควรคำนึงถึงในการอ่านออกเสียงมีดังนี้<br />๑. ความชัดเจน	...
การอ่านออกเสียง<br />จำแนกออกเป็น  ๒  ลักษณะ  คือ<br />๑. การอ่านออกเสียงตามปกติ คือ การออกเสียงตามปกติทั่วไป อ่านได้ทั้งร...
ข้อปฏิบัติสำหรับผู้อ่านออกเสียงตามปกติ<br />๑.๑ ควรทำความเข้าใจกับเรื่องที่จะอ่านก่อนที่ <br />จะอ่านจริง  จึงจะสามารถสอดใ...
๒. หลักการอ่านทำนองเสนาะ<br />การอ่านทำนองเสนาะ เป็นการอ่านออกเสียงอย่างหนึ่งที่นำมาใช้อ่านบทร้อยกรองโดยเฉพาะ เช่นในวรรณคด...
วิธีฝึกการอ่านในใจ<br />ให้มีประสิทธิภาพ<br />ทำได้ดังนี้<br />อ่านข้อความง่าย ๆ ไม่มีคำศัพท์มาก ไม่ซับซ้อน  ยาวประมาณ ๓๐๐...
แบบทดสอบหลังเรียน    <br />(เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง)<br />คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนว...
๒. ทักษะการอ่านในข้อที่สูงสุด<br />ก. จำได้<br />    ข. อ่านได้<br />    ค. เข้าใจได้<br />    ง. เปรียบเทียบได้<br />๓. ก...
๔. การอ่านแบบใดที่ใช้วิจารณญาณระดับสูง<br />ก. การอ่านให้เข้าใจ<br />   ข.  การอ่านให้รู้เรื่อง<br />   ค.  การอ่านโดยละเอ...
๖. การอ่านป้ายประกาศของโรงเรียน จัดเป็นการอ่านแบบใด<br />ก. อ่านเพื่อการศึกษา<br />   ข.  อานเพื่อความรอบรู้<br />   ค.  อ...
๗. ข้อใดมิใช่สาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสือไม่เข้าใจ<br />ก. ไม่มีความตั้งใจ<br />   ข.  ไม่มีพื้นความรู้เพียงพอ<br />   ค.  ไม...
๙. การตั้งคำถามทบทวนหลังการอ่าน  หมายถึงควรตั้งตามข้อใด<br />ก. ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  เมื่อไร  ทำไม<br />   ข.  ใคร  ทำอะไร...
ลำดับต่อไปขอให้นักเรียนดูเฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน<br />ได้จากเอกสารแบบเฉลยที่ครูแจกให้นะค่ะ...<br />
เฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน<br />ง			๖.    ง <br />ง			๗.   ค<br />ค			๘.   ค<br />ง			๙.   ก<br />ค			๑๐.  ข<br />
ข้อดีและหลักการพิจารณานำนวัฒนกรรมมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ <br />การจะพิจารณานำนวัตภรรมมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้รายวิชา หรือก...
ประโยชน์ของนวัฒกรรมทางการศึกษา<br />นักเรียน เรียนรู้ได้เร็วขึ้น<br />นักเรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม<br />บรรยากาศการเรี...
พบกันใหม่ในเรื่องต่อไปค่ะ....<br />
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

นวัตกรรมช่วยสอน

5,718 views

Published on

นวัตกรรม

  • Be the first to comment

นวัตกรรมช่วยสอน

  1. 1. นวัตกรรมช่วยสอน<br />บทสไลด์ (Power Point)<br />ประกอบการเรียนการสอนแบบฝึกทักษะ <br />การอ่านออกเสียง ร้อยแก้วและร้อยกรอง ระดับมัธยมศึกษาต้อนต้น<br />โดย<br />ครูปราณี ศาตะนิมิ<br />กศน.ไทรน้อย<br />ป.บัณฑิต<br />รุ่นที่ 4<br />
  2. 2.
  3. 3. ความหมายนวัตกรรม<br /> นวัตกรรม หมายถึงความคิด การปฏิบัติรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อนหรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ดียิ่งขึ้นเมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพแลประสิทธิผลสูงกว่าเดิมทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย<br />
  4. 4. ความหมาย e-learning<br /> ความหมาย e-learningเป็นคำใช้เรียกเทโนโลยีการศึกษาแบบใหม่ ที่ยังไม่มีชื่อภาษาไทยแน่ชัดและมีผู้นิยามความหมายหลายประการ<br />
  5. 5. ความหมาย e-learning<br /> ผศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง ให้คำนิยาม e-learning หรือ Electronic learningว่าหมายถึงกราเรียในรูปของสือมัลติมิเดียได้แก่ ข้อคาวมอิเลคทรอนิกส์ ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติฯลฯ<br />
  6. 6. ความหมาย e-learning<br /> คุณธิดาทิตย์ จันคนา ที่ให้ความหมายของ e-learning หมายถึงการศึกษาที่เรียนรู้ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้เรียนรู้จะเรียนรู้ด้วยตัวเองการเรียนรู้จะเป็นไปตามปัจจัยภานใต้ทษฎีแห่งการเรียนรู้สองประการคือ<br />
  7. 7. ความหมาย e-learning<br /> เรียนตามความรู้บุคคลใช้ในการเรียนรู้ การเรียนจะกระทำผ่านสื่อบนเครือข่ายอินเตอร์เนตโดยผู้สอนปฎิจะนำเสนอข้อมูลความรู้ให้ผู้เรียน ได้ทำการศึกษาผ่านบริการ world wide web หรือเวปไซด์ โดยอาจให้มีปฎิสัมพันธ์(สนทนา โต้ตอบ ส่งข้าวสาร)ระหว่างกันจะมีการเรียนรู้สามรูปแบบคือ ผู้สอนกับผู้เรียนผู้เรียนกับผู้เรียนอีกคนหนึ่ง หรือผู้เรียนหนึ่งคนกับกลุ่มของผู้เรียนปฎิสัมพันธ์นี้สามารถกระทำผ่านเครื่องมือสองลักษณะคือ<br />
  8. 8. ปัจจุบันควาเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และความทันสมัย ด้านเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการผลิตวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อำนวนความสะดวกสบาบมากขึ้นผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาไม่มีข้อจำกัด นักเรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการเรียนรู้มากขึ้น ครูเป็นเพียงผู้จัดสภาพแวดล้อม คอยให้คำแนะนำ สนันสนุนช่วยเหลือ กระตุ้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ดังนั้น ครูผู้สอนจึงนำคอมพิวเตอร์มัลติมิเดีย หรือนำเสนอโดยโปรแกรม microsoft office (powerpoint) สรุปการเรียนรู้ยนทุกเรื่อง นักเรียนจะได้รับความรู้สิ่งใหมๆ มองเห็นภาพพจน์ตื่นเต้นเร้าใจ ได้รับความรู้ทันต่อเหตุการณ์โลก และช่วยพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้บรรลุจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
  9. 9. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(cai)<br />สำรับการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(cai) เป็นการสอนรายบุคคลที่ได้รับการพัฒนาและนำหลักการจากบทเรียนโปรแกรมมาออกแบบ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อเพราะคอมพิวเตอร์สามารถแก้ไขข้อบกพร่องของบทเรียนแบบโปรแกรมได้ เช่นความเร็วในการเสนอเนื้อหา การซ่อนคำตอบ การเสริมแรง การนำคอมพิวเตอร์มาใช่เป็นเครื่องมือในการสอนโดยอธิบายเนื่อหาและบททบทวนให้นักเรียนแทนครู หรือให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด ตามลำดับขันตอนอย่างเป็นระบบ หรือการออกแบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยยึดหลักการออกแบบซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนจากบทเรียนแล้ว ก่อให้เกิดความคิดและการเรียนรู้ตามกระบวนการที่เหมาะสม และทฤษฎีการเรียนที่เกี่ยวข้องได้นำมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบบทเรียน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยขั้นตอนการสอนที่เป็นระบบการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเรียนรู้ดังกล่าว ย่อมทำให้แน่ใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจะเป็นบทเรียนที่มีประสิทธิภาพ<br />
  10. 10. ในการออกแบบเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสามารถหลักและดัดแปลงมาจากทฤษฎีการเรียนและการสอน ๙ ขั้น ของกาเย่ (Gagne) ดังนี้<br />1.เร้าความสนใจ<br />2.บอกวัตถุประสงค์(specify objectives)<br />3. ทบทวนความรู้เดิม(active prior knowledge)<br />4. การเสนอเนื้อหาใหม่(present newiformation)<br />5. ชี้แนวทางการเรียนรู้(guideleaming)<br />6. ควรตุ้นการตอบสนอง(eilielt responses)<br />7. ให้ข้อมูลย้อนกลับ(provide feedbaek)<br />8. ทดสอบความรู้(assess perfomamee)<br />9. การนำความรู้ไปใช้(enhaningretentionamdtsamsfer)<br />
  11. 11. การอ่านและการฝึกทักษะการอ่าน<br />แนวคิดสำคัญ<br />การอ่านทักษะภาษาที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการศึกษาค้นคว้าหาความรู้และความบันเทิงใจให้กับตนเอง นับว่าการอ่านจะก่อประโยชน์ให้แก่มนุษย์โดยตรงในชีวิตประจำวันโดยเฉพราะนักเรียนนักศึกษาจำเป็นจะต้องใช้การอ่านเป็นประจำเพื่อศึกษาหาความรู้จากหนังสือและจากตาราเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ผู้ที่มีความสามารถอ่านออกเขียนได้จึงมีชีวิตที่เปรียบเทียบและสมบูรณ์แบบในการติดต่อสื่อสารทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวมอย่างได้ผลดีกว่าผู้ที่อ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้<br />
  12. 12. มาตรฐานการเรียนรู้<br />มาตรฐาน ๑.๑<br />ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ตัดสินใจแก้ไข้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์<br />ในการดำเนินชีวิตและวินัยรักการอ่าน<br />ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง<br />๑.อ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรองโดยสอดแทรกอารมณ์ ความรู้สึกให้เหมาะสมกับเนื้อหาสาระ<br />๒.อ่านวรรณคดี วรรณกรรมหลากหลายเลือกอ่านหนังสือได้ตามความชอบ<br />
  13. 13. จุดประสงค์การเรียนรู้<br />๑.ด้านความรู้<br />๑.บอกความหมายและสำคัญของการอ่านได้<br />๒.บอกกระบวนการของการอ่าน<br />๓.บอกองค์ประกอบของการอ่าน<br />๔.บอกคุณค่าและความมุ่งหมายของการอ่านได้<br />๕.บอกหลักทั่วไปในการอ่านออกเสียง<br />๖.บอกหลักการอ่านแบบร้อยกรองและร้อยแก้ว<br />
  14. 14. ๒.ด้านทักษะกระบวนการ<br />กระบวนการเรียนรู้ ความเข้าใจ <br />นำไปใช้วิเคราะห์ประเมินค่า<br />๒. กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณฝึกวิเคราะห์ วิจารย์<br />๓. กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด<br />๔. กระบวนการกลุ่ม<br />๕. กระบวนการ<br />
  15. 15. ๓.ด้านคุณลักษณะ<br />๑. เป็นผู้มีความรู้ในการใช้ภาษา และใช้ภาษาได้ถูกต้อง<br />๒. เป็นผู้มีวิจารณญาณ และมีเหตุผล<br />๓. เป็นผู้ใช้ภาษาได้สละสลวย งดงาม และเลือกใช้ถ้อยคำที่ไพเราะ ในการสื่อสาร<br />๔. เป็นผู้ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามหลักภาษา<br />๕. เป็นมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ในการใช้ภาษา และสร้างสรรค์ผลงานทางภาษา<br />
  16. 16. สาระการเรียนรู้<br />๑.ความหมายของการอ่าน<br />๒.ความสำคัญของการอ่าน<br />๓.กระบวนการของการอ่าน<br />๔.องค์ประกอบของการอ่าน<br />๕.คุณค่าของการอ่าน<br />๖.ความมุ่งหมายของการอ่าน<br />๗.ลักษณะของการอ่านที่ดี<br />๘.ประเภทของการอ่าน<br />๙.หลักทั่วไปของการอ่านออกเสียง<br />๑๐.หลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง<br />
  17. 17. ก่อนอื่นให้นักเรียนศึกษาขั้นตอนดังต่อไปนี้ค่ะ…..<br />๑. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ<br />๒. ศึกษาแนวคิดสำคัญ สาระการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง<br />๓. เรียนเนื้อหาทีละกรอบ <br />๔. ทำแบบฝึกหัดหลังเรียนเนื้อหา<br />๕. ทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ<br />
  18. 18. แบบทดสอบก่อนเรียน<br />เรื่อง สามัคคี<br />คำชี้แจง : ให้นักเรียนเตรียมกระดาษคำตอบ<br />เพื่อทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ<br />ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ผู้อ่านอ่านสาร ต่าง ๆ เข้าใจ<br />ก. สุขภาพกายดี<br /> ข. อายุสมองปกติ<br /> ค. มีความสนใจที่จะอ่าน<br /> ง. มีความพร้อมที่จะอ่าน<br />๒. ทักษะการอ่านในข้อที่สูงสุด<br />ก. จำได้<br /> ข. อ่านได้<br /> ค. เข้าใจได้<br /> ง. เปรียบเทียบได้<br />
  19. 19. ๓. กิจกรรมใดที่มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะการอ่าน<br />ก. ทำงานด้านพิสูจน์อักษร<br /> ข. ทำงานเป็นบรรณารักษ์<br /> ค. ชอบอ่านหนังสือทุกประเภท<br /> ง. สอนวิชาภาษาไทยในระดับมัธยม<br />๔. การอ่านแบบใดที่ใช้วิจารณญาณระดับสูง<br />ก. การอ่านให้เข้าใจ<br /> ข. การอ่านให้รู้เรื่อง<br /> ค. การอ่านโดยละเอียด<br /> ง. การอ่านด้วยหลักเหตุผล<br />
  20. 20. ๕. การอ่านหนังสือให้เกิดภาพพจน์จะต้องอาศัยข้อใดเป็นพื้นฐาน<br />ก. ความรู้<br /> ข. ความเข้าใจ<br /> ค. จินตนาการ<br /> ง. ประสบการณ์<br />๖. การอ่านป้ายประกาศของโรงเรียน จัดเป็นการอ่านแบบใด<br />ก. อ่านเพื่อการศึกษา<br /> ข. อานเพื่อความรอบรู้<br /> ค. อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน<br /> ง. อ่านเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่ต้องการ<br />
  21. 21. ๗. ข้อใดมิใช่สาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสือไม่เข้าใจ<br />ก. ไม่มีความตั้งใจ<br /> ข. ไม่มีพื้นความรู้เพียงพอ<br /> ค. ไม่ได้อ่านหนังสือบ่อย ๆ<br /> ง. มีปัญญาเกี่ยวกับสายตา<br />๘. ขั้นตอนใดของการอ่านที่ช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น<br />ก. วางเป้าหมาย<br /> ข. สำรวจข้อมูล<br /> ค. ตั้งคำถามทบทวน<br /> ง. สังเกตส่วนประกอบ<br />
  22. 22. ๙. การตั้งคำถามทบทวนหลังการอ่าน หมายถึงควรตั้งตามข้อใด<br />ก. ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม<br /> ข. ใคร ทำอะไร กับใคร เมื่อไร ที่ไหน<br /> ค. ใคร ทำอะไร ที่ไหน กับใคร ทำไม<br /> ง. ใคร ทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร<br />๑๐. การอ่านอย่างมีสมาธิมีผลดีอย่างไร<br />ก. ทำให้อ่านอย่างมีจุดมุ่งหมาย มิใช่<br /> อ่านอย่างเคว้งคว้าง<br /> ข. ทำให้ความคิดซึมซาบเข้าสู่สมอง<br />อย่างมีระบบ และจำได้นาน<br /> ค. ทำให้ไม่ง่วงนอน และเข้าใจเรื่องราว<br /> ที่อ่านได้ดีกว่าที่เคยเป็น<br /> ง. เพื่อจะได้บังคับสมอง และใช้ความตั้งใจ<br /> ในการอ่านว่าควรอยู่ในระดับใด<br />
  23. 23. ลำดับต่อไปให้นักเรียน<br />ทำแบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงร้อยแก้วที่คุณครูแจกให้ค่ะ...<br />
  24. 24. สาระสำคัญ<br />การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟัง จึงต้องศึกษาเรื่องที่จะอ่านให้เข้าใจเสียก่อน เพื่อจะได้แบ่งประโยคของข้อความ รู้จักเน้นหรือย้ำในส่วนที่เห็นว่าสำคัญอ่านให้คล่อง ชัดถ้อยชัดคำ และสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อเรื่อง เพื่อให้ผู้ฟังได้รับรู้เนื้อหาสาระและอารมณ์ของเรื่องที่อ่าน<br />
  25. 25. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง<br />อ่านออกเสียงร้อยแก้ว โดยสอดแทรกอารมณ์ให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง<br />เนื้อหาสาระ<br />๑. หลักการอ่านร้อยแก้ว<br />วิธีการอ่านร้อยแก้วโดยใช้น้ำเสียงแสดงอารมณ์ความรู้สึกให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง<br />
  26. 26. หลักทั่วไปในการอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง<br />สิ่งที่ผู้อ่านควรคำนึงถึงในการอ่านออกเสียงมีดังนี้<br />๑. ความชัดเจน ๔. ความถูกต้อง<br /> ๒. ความคล่องแคล่ว ๕. การใช้น้ำเสียงได้ตามเนื้อเรื่อง<br /> ๓. การเว้นจังหวะวรรคตอน<br />หลักการอ่านแบบร้อยแก้ว<br />๑.พยายามให้เป็นเสียงพูดแบบธรรมชาติ<br /> ๒. คำขึ้นต้นความให้ดังและให้ช้ากว่าปกติเล็กน้อย<br /> ๓. พยายามหยุดหายใจที่จบวรรคหรือจบคำ<br /> ๔. ต้องให้เป็นไปตามเนื้อเรื่อง<br />
  27. 27. การอ่านออกเสียง<br />จำแนกออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ<br />๑. การอ่านออกเสียงตามปกติ คือ การออกเสียงตามปกติทั่วไป อ่านได้ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เป็นต้นว่า การอ่านตีบท การอ่านข่าว การอ่านประกาศ<br />การอ่านสารคดี อ่านบทความ หรือการอ่านข้อความประกอบภาพนิ่ง บรรยาย<br />ในภาพยนตร์ การอ่านลักษณะนี้มุ่งเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและลำดับเรื่องได้โดยตลอด<br />อีกทั้งยังต้องการให้ผู้ฟังเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และมีความคิดคล้อยตาม<br />ผู้อ่าน<br />
  28. 28. ข้อปฏิบัติสำหรับผู้อ่านออกเสียงตามปกติ<br />๑.๑ ควรทำความเข้าใจกับเรื่องที่จะอ่านก่อนที่ <br />จะอ่านจริง จึงจะสามารถสอดใส่อารมณ์ หรือเน้นเสียงให้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง<br />๑.๒ ออกเสียงชัดเจน ดังพอประมาณ<br />๑.๓ แบ่งวรรคตอนให้ถูกต้อง<br />๑.๔ การเปล่งเสียงแต่ละคำขณะอ่านให้ถูกต้อง<br />ตามอักขรวิธีของไทย หรือภาษาอื่นที่ไทยนำ<br />มาใช้ โดยหมั่นฝึกการอ่านคำให้ถูกต้องตาม<br />พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕<br />
  29. 29. ๒. หลักการอ่านทำนองเสนาะ<br />การอ่านทำนองเสนาะ เป็นการอ่านออกเสียงอย่างหนึ่งที่นำมาใช้อ่านบทร้อยกรองโดยเฉพาะ เช่นในวรรณคดีไทยบางเรื่อง เพื่อให้เกิดความไพเราะ น่าฟังแต่มิใช่เป็นการขับร้อง หรือการร้องอย่างทำนองเพลงการอ่านทำนองเสนาะมุ่งที่จะให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเกิดความรู้สึกดื่มด่ำเสนาะหู ซาบซึ้ง มองเห็นความมีศิลปะในการใช้ถ้อยคำที่ดี มีการส่งสัมผัสสระหรือสัมผัสอักษร เวลาอ่านจะเกิดความไพเราะ ทั้งเสียงและความหมายก่อให้เกิดจินตนาการและเกิดอารมณ์คล้อยตามบท<br />ร้อยกรองนั้น ๆ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้อ่านจดจำเนื้อความถ้อยคำที่อ่านได้ง่ายและเร็วขึ้นด้วย ดังนั้น การอ่านทำนองเสนาะจึงมีระเบียบและหลักเกณฑ์ในการอ่านหลายประการดังนี้<br /> ๒.๑ ต้องรู้จักฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ไทยประเภทร้อยกรองทุกชนิด<br /> ๒.๒ ต้องอ่านให้ถูกทำนองและหลักฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์<br />แต่ละชนิด<br /> ๒.๓ ควรมีน้ำเสียงดี<br /> ๒.๔ สามารถออกเสียงถ้อยคำแต่ละคำได้อย่างถูกต้อง<br /> ๒.๕ ต้องหมั่นฝึกฝนหัดอ่านอย่างสม่ำเสมอและเอาใจใส่ การฝึกอ่าน<br />ออกเสียงให้มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาฝึกนานพอสมควร เพื่อให้เกิดทักษะ<br />
  30. 30. วิธีฝึกการอ่านในใจ<br />ให้มีประสิทธิภาพ<br />ทำได้ดังนี้<br />อ่านข้อความง่าย ๆ ไม่มีคำศัพท์มาก ไม่ซับซ้อน ยาวประมาณ ๓๐๐ คำ<br />จับเวลาว่าใช้เวลาในการอ่านข้อความนั้นนานเท่าใด<br />ตั้งคำถาม ถามตนเองเกี่ยวกับเรื่องราว<br /> หรือข้อความที่อ่านนั้น<br />๔. ตอบคำถามตามข้อ ๓ ได้มากน้อยเพียงใด<br />๕. อ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง <br />พยายามทำเวลาในการอ่านให้น้อย<br />ลงกว่าเดิม<br />๖. ตอบคำถามที่ตั้งไว้ในข้อ ๓<br />อีกครั้งว่า ตอบได้ดีกว่าครั้งแรก<br />หรือไม่<br />
  31. 31. แบบทดสอบหลังเรียน <br />(เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยกรอง)<br />คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน ๑๐ ข้อ<br /> โดยเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว<br />๑. ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ผู้อ่าน <br /> อ่านสาร ต่าง ๆ เข้าใจ<br />ก. สุขภาพกายดี<br /> ข. อายุสมองปกติ<br /> ค. มีความสนใจที่จะอ่าน<br /> ง. มีความพร้อมที่จะอ่าน<br />
  32. 32. ๒. ทักษะการอ่านในข้อที่สูงสุด<br />ก. จำได้<br /> ข. อ่านได้<br /> ค. เข้าใจได้<br /> ง. เปรียบเทียบได้<br />๓. กิจกรรมใดที่มีความสัมพันธ์กับการพัฒนาทักษะการอ่าน<br />ก. ทำงานด้านพิสูจน์อักษร<br /> ข. ทำงานเป็นบรรณารักษ์<br /> ค. ชอบอ่านหนังสือทุกประเภท<br /> ง. สอนวิชาภาษาไทยในระดับมัธยม<br />
  33. 33. ๔. การอ่านแบบใดที่ใช้วิจารณญาณระดับสูง<br />ก. การอ่านให้เข้าใจ<br /> ข. การอ่านให้รู้เรื่อง<br /> ค. การอ่านโดยละเอียด<br /> ง. การอ่านด้วยหลักเหตุผล<br />๕. การอ่านหนังสือให้เกิดภาพพจน์จะต้องอาศัยข้อใดเป็นพื้นฐาน<br />ก. ความรู้<br /> ข. ความเข้าใจ<br /> ค. จินตนาการ<br /> ง. ประสบการณ์<br />
  34. 34. ๖. การอ่านป้ายประกาศของโรงเรียน จัดเป็นการอ่านแบบใด<br />ก. อ่านเพื่อการศึกษา<br /> ข. อานเพื่อความรอบรู้<br /> ค. อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน<br /> ง. อ่านเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่ต้องการ<br />
  35. 35. ๗. ข้อใดมิใช่สาเหตุที่ทำให้อ่านหนังสือไม่เข้าใจ<br />ก. ไม่มีความตั้งใจ<br /> ข. ไม่มีพื้นความรู้เพียงพอ<br /> ค. ไม่ได้อ่านหนังสือบ่อย ๆ<br /> ง. มีปัญญาเกี่ยวกับสายตา<br />๘. ขั้นตอนใดของการอ่านที่ช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น<br />ก. วางเป้าหมาย<br /> ข. สำรวจข้อมูล<br /> ค. ตั้งคำถามทบทวน<br /> ง. สังเกตส่วนประกอบ<br />
  36. 36. ๙. การตั้งคำถามทบทวนหลังการอ่าน หมายถึงควรตั้งตามข้อใด<br />ก. ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร ทำไม<br /> ข. ใคร ทำอะไร กับใคร เมื่อไร ที่ไหน<br /> ค. ใคร ทำอะไร ที่ไหน กับใคร ทำไม<br /> ง. ใคร ทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไร<br />๑๐. การอ่านอย่างมีสมาธิมีผลดีอย่างไร<br />ก. ทำให้อ่านอย่างมีจุดมุ่งหมาย มิใช่<br /> อ่านอย่างเคว้งคว้าง<br /> ข. ทำให้ความคิดซึมซาบเข้าสู่สมอง<br />อย่างมีระบบ และจำได้นาน<br /> ค. ทำให้ไม่ง่วงนอน และเข้าใจเรื่องราว<br /> ที่อ่านได้ดีกว่าที่เคยเป็น<br /> ง. เพื่อจะได้บังคับสมอง และใช้ความตั้งใจ<br /> ในการอ่านว่าควรอยู่ในระดับใด<br />
  37. 37. ลำดับต่อไปขอให้นักเรียนดูเฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน<br />ได้จากเอกสารแบบเฉลยที่ครูแจกให้นะค่ะ...<br />
  38. 38. เฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน<br />ง ๖. ง <br />ง ๗. ค<br />ค ๘. ค<br />ง ๙. ก<br />ค ๑๐. ข<br />
  39. 39. ข้อดีและหลักการพิจารณานำนวัฒนกรรมมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ <br />การจะพิจารณานำนวัตภรรมมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้รายวิชา หรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ใดๆ ควรยึกหลักสำคัญ ดังนี้<br />ตรงกับปัญหาหรือจุดพัฒนาของวิชานั้นเพียงใด<br />มีความสอดคล้องกับธรรมชาติวิชาหรือไม่<br />สามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้หรือไม่<br />มีหลักฐานน่าเชื่อถือ ว่าเคยใช้ได้ผลแล้วหรือไม่<br />
  40. 40. ประโยชน์ของนวัฒกรรมทางการศึกษา<br />นักเรียน เรียนรู้ได้เร็วขึ้น<br />นักเรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม<br />บรรยากาศการเรียน สนุกสนาน<br />บทเรียนน่าสนใจ<br />ลดเวลาในการสอน<br />ประหยัดค่าใช้จ่าย<br />
  41. 41. พบกันใหม่ในเรื่องต่อไปค่ะ....<br />

×