บทที่ 1                                          บทนำควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ             คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่ง...
2ตามศักยภาพ และการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สารวจความถนัดและความสนใจของ...
3วิชานั้นๆ ช่วยให้ผู้เรียนมีความสนใจใฝ่หาความรู้ และกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนมากขึ้นกว่าเดิม ผู้เรียนสาม...
4ควำมสำคัญของกำรวิจัย            1. ได้บทเรียนออนไลน์กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่มีประสิทธิภาพ สาหรับนักเรียนชั้นมัธ...
5         3. ระยะเวลำในกำรทำวิจัย            ในการวิจัยครั้งนี้ ใช้เวลาในการทดลอง จานวน 16 ชั่วโมง ในภาคเรียนที่ 2ปีการศึก...
6                                         บทที่ 2                                เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง          ใ...
7หลักกำรสอนคณิตศำสตร์            การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้น ครูผู้สอนจะต้องรู้หลักการสอนซึ...
8หนึ่ง คือการปลูกฝังเจตคติที่ดีแก่เด็กในการเรียนคณิตศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เด็กพอใจในการเรียนวิชานี้ รวมทั้งเห็นประโยชน์และค...
9           4. ให้เข้าใจหลักการ จะสอนเนื้อหาใดควรให้นักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้รู้ความเป็นมาของเรื่องนั้น เช่น สอนเรื่องการ...
10           7. คูณหารอย่าให้พลาด ต้องมีทักษะในคิดคานวณ           8. เฉียบขาดเรื่องพื้นฐาน ต้องมีความรู้พื้นฐานง่าย ๆ เช่น...
11หลากหลาย และตรวจสอบวิธีการแก้ปัญหาหาที่เหมาะสม เพื่อนาไปสู่ข้อสรุป กระบวนการแก้ปัญหาที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับโดยทั่วไป...
12แก้ปัญหาที่หลากหลาย และตรวจสอบวิธีการแก้ปัญหาหาที่เหมาะสมเพื่อนาไปสู่ข้อสรุปกระบวนการแก้ปัญหาที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับ...
13ในการส่งสาร ในการเรียนการสอนให้ติดต่อถึงกันได้ การเรียนรู้บนเว็บเป็นโปรมแกรมการเรียนการสอนบนฐานของสื่อที่ได้เชื่อมโยงกัน...
14คุณลักษณะของกำรสอนบนเว็บ            ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544 : 87-94) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะสาคัญของเว็บซึ่งเอื้อประโยชน์ต...
15ลักษณะสำคัญของ E-Learning            ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง (2545) ยังได้กล่าวถึงลักษณะสาคัญของE-Learning ไว้ว่...
16ข้อดีของกำรสอนบนเว็บ            ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544 : 87-94) ได้กล่าวถึงข้อดีของการสอนบนเว็บไว้ว่าการเรียนรู้บนเว็บ...
17ตลอดเวลาโดยไม่จาเป็นต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ตัว อย่างเช่น การให้ผู้เรียนร่วมมือกันในการทากิจกรรมต่าง ๆ บนเครือข่าย กา...
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Report1 5
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Report1 5

3,861 views

Published on

รายงานผลการทดลองใช้บทเรียนออนไลน์เรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัส สำหรับนักเรียนชั้น ม.2

Published in: Education
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
3,861
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1,709
Actions
Shares
0
Downloads
54
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Report1 5

  1. 1. บทที่ 1 บทนำควำมเป็นมำและควำมสำคัญของปัญหำ คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทาให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดาเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.2551 : 1) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2) พ.ศ. 2545หมวดที่ 9 มาตรา 63-69 กาหนดให้รัฐมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาโดยให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา และให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ส่วนด้านผู้เรียนให้มีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในโอกาสแรกที่ทาได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตลอดจนรัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545 : 37-38) ส่วนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษา มีวิสัยทัศน์ เพื่อมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติ ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็ม
  2. 2. 2ตามศักยภาพ และการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้สารวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพส่วนตนมีทักษะในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และคิดแก้ปัญหา มีทักษะในการดาเนินชีวิตมีทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและใช้เวลาอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งมีความยืดหยุ่นสนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่และเรียนรู้ได้จากสื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ทุกประเภท โดยเฉพาะเน้นสื่อที่ผู้เรียนและผู้สอนใช้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง (กลุ่มพัฒนากระบวนการเรียนรู้. 2553 : 5-22) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต ได้เปลี่ยนโฉมโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจของโลกให้เป็นชุมชนแห่งการติดต่อ สื่อสารที่ไร้พรมแดน ด้วยปริมาณข้อมูลจานวนมหาศาลที่ถูกส่งผ่านในแต่ละวัน ได้เอื้อประโยชน์ต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยเบื้องต้นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งปัจจุบันความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศได้พัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว ทาให้มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการศึกษา ทาให้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้รับการเผยแพร่เข้าสู่การศึกษาในทุกระดับ สถานศึกษาต่างเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานเข้าสู่อินเทอร์เน็ต เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ผู้สอนได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ในโลกภายนอกโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทาให้นักการศึกษาหลายคนเกิดความคิดที่จะนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ใช้สืบค้นข้อมูล ใช้ในการอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ในรูปของกระดานข่าว หรือ ทางสื่อสังคม (SocialMedia) จุดเด่นของการใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตคือการนาเสนอข้อมูลที่สามารถนาเสนอได้ทั้งข้อความ รูปภาพทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว และในรูปของเสียง ที่สามารถดึงดูดความสนใจมีชีวิตชีวา ในด้านการศึกษาก็สามารถแก้ไขข้อจากัดทางด้านเวลาและสนองต่อความต้องการของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี จะเรียนได้ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับตัวของนักเรียนเอง โดยไม่จากัดเวลา และสถานที่ ทาให้นักเรียนมีกาลังใจในการเรียน จึงได้รับความนิยมและมีการพัฒนาเผยแพร่ไปอย่างมาก หน่วยงานทางการศึกษาหลายหน่วยงานได้ใช้ประโยชน์ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน ในการส่งเสริมภาพพจน์ และในลักษณะของการเรียนการสอนโดยผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อีกทั้งผู้เรียนโดยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเทียบเท่าหรือสูงกว่าผู้เรียนที่เรียนโดยปกติ โดยใช้เวลาเรียนน้อยกว่าและมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน
  3. 3. 3วิชานั้นๆ ช่วยให้ผู้เรียนมีความสนใจใฝ่หาความรู้ และกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนมากขึ้นกว่าเดิม ผู้เรียนสามารถตอบโต้กับคอมพิวเตอร์ได้ ผู้เรียนไม่ต้องกลัวหรืออายคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรายังพัฒนาได้ไม่มากเท่าที่ควรซึ่งจะเป็นปัญหาอย่างมากในการจัดการเรียนการสอนในระดับที่สูงขึ้นทั้งนี้อาจเป็นเพราะวิชาคณิตศาสตร์มีความเป็นนามธรรมทาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ช้าและเข้าใจได้ยาก เป็นวิชาที่ต้องใช้จินตนาการอย่างมากในการทาความเข้าใจ และจากรายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ของโรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์ ในปีการศึกษาที่ผ่าน ๆ มาพบว่า ผลการเรียนในรายวิชาคณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่น่าพอใจ ซึ่งผลจากการประเมินคุณภาพนักเรียนดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนมีปัญหาดังนั้นจึงถือเป็นหน้าที่สาคัญของครูที่จะต้องหาวิธีการต่าง ๆ มาใช้ในการจัดสภาพการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กมีทักษะในการคิดแก้ปัญหาและเพื่อให้เกิดคุณภาพสูงสุดทางการศึกษาการสร้างบทเรียนออนไลน์ไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นการเปิดช่องทางการเรียนรู้อีกทางหนึ่งให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองโดยไม่จากัดเวลา สถานที่ และจานวนครั้ง ดังนั้น จากความสาคัญของคณิตศาสตร์ และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตดังกล่าว ทาให้ผู้วิจัยสนใจที่จะพัฒนาบทเรียนออนไลน์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ สาหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์ ซึ่งเป็นนักเรียนที่ผู้วิจัยสอนอยู่ แล้วทดลองสอนและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้แก่นักเรียนต่อไปควำมมุ่งหมำยของกำรวิจัย 1. เพื่อพัฒนาบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์80% 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนออนไลน์สมมติฐำนกำรวิจัย 1. บทเรียนออนไลน์ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80% 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 3. นักเรียนมีความคิดเห็นที่ดีต่อบทเรียนออนไลน์อยู่ในระดับมาก
  4. 4. 4ควำมสำคัญของกำรวิจัย 1. ได้บทเรียนออนไลน์กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่มีประสิทธิภาพ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ได้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์ อาเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 3. เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์มากขึ้น 4. นักเรียนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เป็นการส่วนตัวที่บ้านสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้สามารถเรียนรู้จากบทเรียนออนไลน์ เรื่อง ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ได้ด้วยตนเองเมื่อต้องการ 5. เป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอน ในการสร้างสื่อประเภทบทเรียนออนไลน์ หรือ E-Learning อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มองค์ความรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นภาษาไทยเพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ต่อไป 6. เป็นการสร้างคุณภาพที่ดีต่อระบบการศึกษา โดยนาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนทักษะให้นักเรียนก้าวทันต่อความก้าวหน้าของโลกยุคดิจิตอลขอบเขตของกำรวิจัย 1. ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง ประชำกร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์อาเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จานวน 2 ห้องเรียน ปีการศึกษา 2554 จานวน 40 คน กลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์อาเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2554 จานวน 20 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย(Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม 2. ตัวแปรที่ศึกษำ 2.1 ตัวแปรอิสระ คือ 2.1.1 การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนออนไลน์เรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัส 2.2 ตัวแปรตำม คือ 2.2.1 ประสิทธิ์ภาพของบทเรียนออนไลน์ 2.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน 2.2.3 ความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนออนไลน์
  5. 5. 5 3. ระยะเวลำในกำรทำวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ใช้เวลาในการทดลอง จานวน 16 ชั่วโมง ในภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2554 (1 พฤศจิกายน - 16 ธันวาคม 2554) 4. เนื้อหำ เนื้อหาที่ใช้ในบทเรียนออนไลน์เป็นเนื้อหาความรู้เรื่อง ทฤษฎีบทพีทาโกรัส โดยแบ่งหน่วยการเรียนรู้ออกเป็น 3 หน่วย ดังนี้ หน่วยที่ 1 ความสัมพันธ์ของรูปสามเหลี่ยม หน่วยที่ 2 ทฤษฎีบทพีทาโกรัส หน่วยที่ 3 บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัสนิยำมศัพท์เฉพำะอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต ที่ http://youtachai.wordpress.com ที่ บทเรียนออนไลน์ (E-Learning) หมายถึง บทเรียนออนไลน์เรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัสสาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น นักเรียนสามารถเรียนได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ที่มีระบบอินเทอร์เน็ต มีลักษณะเป็นสื่อมัลติมีเดีย ประกอบด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงและข้อความต่างๆ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ลักษณะสองทาง ผู้เรียนทราบผลการเรียนได้ทันที ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียน หมายถึง ความรู้ความสามารถในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ซึ่งวัดได้จากการทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากบทเรียนออนไลน์เรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัส ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ใช้ทดสอบนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนออนไลน์ เป็นชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 1 ฉบับ มี 30 ข้อ ประสิทธิภำพของบทเรียนออนไลน์ หมายถึง ความสามารถของบทเรียนในการสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ถึงระดับเกณฑ์ที่คาดหวังไว้ เกณฑ์ 80% หมายถึง ประสิทธิภาพของบทเรียนออนไลน์ที่คาดหวังไว้ โดยพิจารณาจากค่าเฉลี่ยของค่าเฉลี่ยอัตราส่วนของคะแนนแบบฝึกหัดกับค่าเฉลี่ยอัตราส่วนของคะแนนแบบทดสอบคิดเป็นร้อยละ
  6. 6. 6 บทที่ 2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและได้นาเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. ความสาคัญของคณิตศาสตร์ 2. หลักการสอนคณิตศาสตร์ 3. กระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 4. ความหมายของการเรียนการสอนบนเว็บ 5. คุณลักษณะของการสอนบนเว็บ 6. ลักษณะสาคัญของ E-Learning 7. ข้อดีของการสอนบนเว็บ 8. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตทางการศึกษา 9. ประโยชน์ของ E-Learning 10. หลักทฤษฎีที่ใช้ในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 11. ส่วนประกอบในการจัดทาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน 12. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 12.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องในประเทศ 12.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่างประเทศควำมสำคัญของคณิตศำสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดมนุษย์ ทาให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้ คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดาเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข (สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.2551 : 1)
  7. 7. 7หลักกำรสอนคณิตศำสตร์ การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้น ครูผู้สอนจะต้องรู้หลักการสอนซึ่งเป็นธรรมชาติของวิชาคณิตศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่ทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพนั้น จะต้องให้มีความสมดุลระหว่างสาระด้านความรู้ ทักษะและกระบวนการ ควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ได้แก่การทางานอย่างมีระบบ มีระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณมีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ ส่วนในการวัดและประเมินผลด้านทักษะและกระบวนการ สามารถประเมินในระหว่างการเรียนการสอน หรือประเมินไปพร้อมกับการประเมินความรู้(สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. 2551 : 2) บุญทัน อยู่ชมบุญ (2539 : 24-25) ได้สรุปหลักการสอนคณิตศาสตร์ไว้ ดังนี้ 1. สอนโดยคานึงถึงความพร้อมของเด็ก คือ พร้อมในด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญาและความพร้อมในแง่ความรู้พื้นฐานที่มาต่อเนื่องกับความรู้ใหม่ โดยครูจะต้องมีการทบทวนความรู้เดิมก่อน เพื่อให้ประสบการณ์เดิมกับประสบการณ์ใหม่ต่อเนื่องกัน จะช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจมองเห็นความสัมพันธ์กับสิ่งที่เรียนได้ดี 2. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จะต้องจัดให้เหมาะสมกับวัย ความต้องการความสนใจและความสามารถของเด็ก เพื่อมิให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง 3. ควรคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งนี้เพราะคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ครูจาเป็นต้องคานึงถึงให้มากกว่าวิชาอื่น ๆ ในแง่ความสามารถทางสติปัญญา การเตรียมความพร้อมทางคณิตศาสตร์ ให้นักเรียนเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้จะช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมตามวัยและความสามารถของแต่ละคน 4. คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีระบบต้องเรียนไปตามลาดับขั้นการสอน เพื่อสร้างความคิดความเข้าใจในระยะเริ่มแรกจะต้องเป็นประสบการณ์ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องและทาให้เกิดความสับสน จะต้องไม่นาเข้ามาในกระบวนการเรียนการสอนการสอนจึงจะเป็นไปตามลาดับขั้นที่วางไว้ 5. การสอนแต่ละครั้งจะต้องมีจุดประสงค์ที่แน่นอนว่า จัดกิจกรรมเพื่อสนองจุดประสงค์อะไร 6. เวลาที่ใช้ในการสอนควรจะใช้ระยะเวลาพอสมควรไม่นานเกินไป 7. ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีการยืดหยุ่นได้ ให้นักเรียนมีโอกาสเลือกทากิจกรรมตามความพอใจตามความถนัดของตนและให้อิสระในการทางานแก่เด็กสิ่งสาคัญประการ
  8. 8. 8หนึ่ง คือการปลูกฝังเจตคติที่ดีแก่เด็กในการเรียนคณิตศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เด็กพอใจในการเรียนวิชานี้ รวมทั้งเห็นประโยชน์และคุณค่าจนเกิดความสนใจมากขึ้น 8. การสอนที่ดีควรเปิดโอกาสให้นักเรียนมีการวางแผนร่วมกันกับครู เพราะจะช่วยให้ครูเกิดความมั่นใจในการสอนและเป็นไปตามความพอใจของเด็ก 9. การสอนคณิตศาสตร์ที่ดีควรให้เด็กมีโอกาสทางานร่วมกันหรือมีส่วนร่วมในการค้นคว้า สรุปกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ด้วยตนเองกับเพื่อน ๆ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรสนุกสนานบันเทิงไปพร้อมกับการเรียนรู้ด้วยจึงจะสร้างบรรยากาศที่น่าติดตามต่อไปแก่เด็ก 11. นักเรียนจะเรียนได้อีกเมื่อเริ่มเรียนโดยครูใช้ของจริง อุปกรณ์จึงเป็นรูปธรรมนาไปสู่นามธรรมตามลาดับ จะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่จาดังเช่นการสอนในอดีตที่ผ่านมา ทาให้เห็นว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ง่ายต่อการเรียนรู้ 12. การประเมินผลการเรียนการสอนเป็นกระบวนการต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ครูอาจใช้วิธีการสังเกต การตรวจแบบฝึกหัด การสอบถาม เป็นเครื่องมือในการวัดผล จะช่วยให้ครูทราบข้อบกพร่องของนักเรียนและการสอนของตน 13. ไม่ควรจากัดวิธีคิดคานวณหาคาตอบของเด็ก แต่ควรแนะวิธีคิดที่เร็วและแม่นยาในภายหลัง 14. ฝึกให้เด็กรู้จักตรวจคาตอบด้วยตนเอง นอกจากนั้นแล้ว สานักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา (2545 : 18-19) ยังได้กล่าวถึงหลักการสอนคณิตศาสตร์ไว้ว่า ในการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้บรรลุผลนั้นควรมีจิตวิทยาการสอนดังนี้ 1. ดูความพร้อม ก่อนจะสอนเรื่องใดก็ตามต้องดูความพร้อมตามวัยและวุฒิภาวะของเด็กว่าในวัยเช่นนี้ควรจะเรียนรู้เรื่องอะไรได้บ้าง 2. ล้อมด้วยประสบการณ์ หมายถึง ในการสอนคณิตศาสตร์ควรใช้สิ่งที่นักเรียนเคยรู้จักเคยเห็นมาประกอบเป็นตัวอย่างหรือโจทย์ เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพ และเชื่อมโยงความรู้ได้ง่าย ๆเช่น โรงเรียนในชนบท ครูใช้โจทย์ตัวอย่างว่า “เรือดาน้าลาหนึ่ง บรรทุกขีปนาวุธ 8 ลูก ยิงออกไป3 ลูก เหลือขีปนาวุธกี่ลูก” ความจริงเป็นโจทย์ง่าย ๆ แต่ใช้คาที่นักเรียนอาจจะไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นเช่น ขีปนาวุธ เรือดาน้า ก็อาจจะทาให้เด็กงงได้ ถ้าเปลี่ยนโจทย์เป็น “เลี้ยงไก่ไว้ 8 ตัว ขายไป 3ตัว เหลือไก่กี่ตัว” จะเห็นว่าง่ายกว่า เด็กก็นึกภาพออก 3. สืบสานจากสิ่งง่าย คือให้สอนจากสิ่งที่ง่าย ๆ เริ่มจากตัวอย่างง่าย ๆ ก่อนแล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความยากไปทีละน้อย
  9. 9. 9 4. ให้เข้าใจหลักการ จะสอนเนื้อหาใดควรให้นักเรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้รู้ความเป็นมาของเรื่องนั้น เช่น สอนเรื่องการคูณ ก็ต้องให้รู้ว่าการคูณคืออะไร เช่น 3  2 = 6เขียนเป็นสัญลักษณ์การบวกได้อย่างไร (2+2+2 = 6) 5. เชี่ยวชาญด้วยการฝึก วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาทักษะเมื่อสอนหลักการและรู้วิธีการแล้ว ต้องให้นักเรียนฝึกจากแบบฝึกหัดในบทเรียนหรือจะสร้างแบบฝึกเพิ่มเติมอีกก็ได้ 6. สานึกในความเป็นครู ต้องมีวิญญาณครู รักที่จะสอน รักในอาชีพ รักและเมตตาต่อศิษย์ทุกคน 7. รู้ถึงความแตกต่าง ต้องรู้จักเด็ก รู้ความแตกต่างของเด็กว่าคนไหนเก่งหรืออ่อนเพื่อจะเลือกสอนได้ง่ายขึ้น 8. ทุกอย่างต้องให้กาลังใจ การให้กาลังใจแบบง่าย ๆ เช่น การให้คาชมเชยการยกย่องในชั้นเรียน ฯลฯ นอกจากครูผู้สอนจาเป็นต้องรู้หลักการสอนแล้วในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จะต้องเน้นย้าให้นักเรียนปฏิบัติตามข้อตกลงเบื้องต้นในการเรียนคณิตศาสตร์ ดังนี้(สานักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา. 2545 : 19-20) 1. การบวกลบ พื้นฐานต้องแม่นยา และรวดเร็ว 2. สูตรคูณต้องแม่นยา 3. ฝึก ย้า ซ้า ทวน อยู่เสมอ 4. จาเทคนิคการคิดเลขเร็ว และสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง การที่จะเป็นนักคิดคณิตศาสตร์ได้นั้น สานักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา(2545 : 20) ได้เสนอแนะหนทางสู่การเป็นนักคิดคณิต ไว้ดังนี้ 1. ฝึกฝนอยู่เป็นนิจ คณิตศาสตร์เป็นวิชาทักษะต้องมีการฝึกหัดและทบทวนอยู่เสมอจึงจะเกิดความชานาญ 2. ชอบคิดขี้สงสัย ชอบคิดปัญหาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์หรือปัญหาที่ท้าทายเมื่อคิดไม่ได้จริง ๆ ต้องพยายามแสวงหาคาตอบโดยการถามผู้รู้ 3. สนใจสมการ พื้นฐานที่สาคัญในการคิดอย่างหนึ่งคือสมการ เพราะปัญหาบางปัญหาอาจแก้หรือคิดได้โดยง่าย ถ้าใช้สมการช่วยในการคิด 4. เชี่ยวชาญกลเม็ด ต้องมีเทคนิควิธีคิดอย่างหลากหลาย 5. มีทีเด็ดสูตรคูณ ต้องมีความแม่นยาเกี่ยวกับสูตรคูณ และต้องสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วถูกต้อง อย่างน้อยต้องถึงแม่ 12 6. เพิ่มพูนวิทยาการ หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
  10. 10. 10 7. คูณหารอย่าให้พลาด ต้องมีทักษะในคิดคานวณ 8. เฉียบขาดเรื่องพื้นฐาน ต้องมีความรู้พื้นฐานง่าย ๆ เช่น ค.ร.น. ห.ร.ม. พื้นที่รูปเรขาคณิตต่าง ๆ ปริมาตรรูปทรงต่าง ๆ ฯลฯ จากธรรมชาติและความสาคัญ ตลอดจนหลักการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าหลักสูตรคณิตศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมด้านการคิดอย่างมีเหตุมีผลและเน้นพฤติกรรมด้านความรู้สึกเป็นจุดมุ่งหมายที่สาคัญ ครูควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีการยืดหยุ่นได้ ให้นักเรียนมีโอกาสเลือกทากิจกรรมตามความพอใจตามความถนัดของตนและให้อิสระในการทางานแก่เด็กสิ่งสาคัญประการหนึ่ง คือการปลูกฝังเจตคติที่ดีแก่เด็กในการเรียนคณิตศาสตร์ เพราะจะช่วยให้เด็กพอใจในการเรียนวิชานี้ รวมทั้งเห็นประโยชน์และคุณค่าจนเกิดความสนใจมากขึ้น โดยครูใช้ของจริง หรือสื่อการสอนที่เป็นรูปธรรมนาไปสู่นามธรรมตามลาดับจะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยความเข้าใจ รวมทั้งการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรสนุกสนานบันเทิงไปพร้อมกับการเรียนรู้ด้วยจึงจะสร้างบรรยากาศที่น่าติดตามต่อไปแก่เด็ก ดังนั้นครูผู้สอนต้องศึกษาถึงหลักการสอน จิตวิทยาการเรียนรู้ และเน้นย้าข้อปฏิบัติในการเรียนและการเป็นนักคิดคณิตศาสตร์ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน เพื่อจะได้จัดการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้กระบวนกำรแก้ปัญหำคณิตศำสตร์ สานักนิเทศและพัฒนามาตรฐานการศึกษา. (2545 : 123-124) ได้กล่าวถึงกระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ไว้ว่า การแก้ปัญหาใด ๆ จะต้องใช้ความคิดซึ่งอาศัยกระบวนการทางสมองประสบการณ์ ความรู้ที่ได้ศึกษามา ความพยายามและการหยั่งรู้ เพื่อจะตัดสินใจว่าจะใช้วิธีการใดในการแก้ปัญหานั้น องค์ประกอบที่ช่วยในการแก้ปัญหา มีดังนี้ 1. ประสบการณ์ เช่น สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว พื้นฐานความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิธีการแก้ปัญหาที่คุ้นเคย ลักษณะของโจทย์ปัญหาที่คุ้นเคย อายุ 2. จิตพิสัย เช่น ความสนใจ ความตั้งใจ ความอดทน ความกระตือรือร้นความพยายาม ฯลฯ 3. สติปัญญา เช่น ความสามารถทางการอ่าน ความสามารถในการให้เหตุผล ความจาความสามารถในการคิดคานวณ ความสามารถในการวิเคราะห์ ความสามารถในการมองภาพ 3 มิติ การแก้ปัญหาเป็นกระบวนการที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งคาตอบ ปัญหาของคนหนึ่งอาจไม่ใช่ปัญหาของอีกคนหนึ่ง ในการแก้ปัญหาจะต้องมีการวางแผนการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ การกาหนดสารสนเทศที่ต้องการเพิ่มเติม มีการแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางวิธีการแก้ปัญหาที่
  11. 11. 11หลากหลาย และตรวจสอบวิธีการแก้ปัญหาหาที่เหมาะสม เพื่อนาไปสู่ข้อสรุป กระบวนการแก้ปัญหาที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับโดยทั่วไป คือ “กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา” กระบวนกำรแก้ปัญหำของโพลยำ กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา (George Polya) ได้มีการเขียนไว้ในหนังสือชื่อ Howto Solve It ในปี ค.ศ.1957 เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมากโดยได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ ทั่วโลกไม่น้อยกว่า 15 ภาษา กระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การทาความเข้าใจปัญหา (Understanding the Problem) ต้องเข้าใจว่าโจทย์ถามอะไร โจทย์กาหนดอะไรมาให้และเพียงพอสาหรับการแก้ปัญหานั้นหรือไม่ สามารถสรุปปัญหาออกมาเป็นภาษาของตนเองได้ ถ้ายังไม่ชัดเจนในโจทย์อาจใช้การวาดรูป และแยกแยะสถานการณ์ หรือเงื่อนไขในโจทย์ออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งจะช่วยทาให้เข้าใจปัญหามากขึ้น ขั้นที่ 2 การวางแผนการแก้ปัญหา (Devising a Plan) การวางแผนการแก้ปัญหาเป็นขั้นตอนที่ค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่โจทย์ถามกับข้อมูลหรือสิ่งที่โจทย์กาหนดให้ ถ้าหากไม่สามารถหาความสัมพันธ์ได้ ก็ควรอาศัยหลักการของการวางแผนแก้ปัญหา ดังนี้ 1) โจทย์ปัญหาลักษณะนี้เคยพบมาก่อนหรือไม่ มีลักษณะคล้ายคลึงกับโจทย์ปัญหาที่เคยทามาแล้วอย่างไร 2) เคยพบโจทย์ปัญหาลักษณะนี้เมื่อไร และใช้วิธีการใดแก้ปัญหา 3) ถ้าอ่านโจทย์ปัญหาครั้งแรกแล้วไม่เข้าใจ ควรอ่านโจทย์ปัญหาอีกครั้งแล้ววิเคราะห์ความแตกต่างของปัญหานี้กับปัญหาที่เคยทามาก่อน ขั้นที่ 3 การดาเนินการตามแผน (Carrying Out the Plan) การดาเนินการตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้ได้คาตอบของปัญหาด้วยการรู้จักเลือกวิธีการคิดคานวณ สมบัติ กฎ หรือสูตรที่เหมาะสมมาใช้ ขั้นที่ 4 การตรวจสอบผล (Looking Back) เป็นการตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผลลัพธ์ที่ได้ถูกต้อง สมบูรณ์โดยการพิจารณา และตรวจดูว่าถูกต้อง และมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่ ตลอดจนกระบวนการในการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะใช้วิธีการอีกวิธีหนึ่งตรวจสอบ เพื่อตรวจดูว่าผลลัพธ์ที่ได้ตรงกันหรือไม่ หรืออาจจะใช้การประมาณค่าของคาตอบอย่างคร่าว ๆ สรุปได้ว่า กระบวนการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ จะต้องมีการวางแผนการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ การกาหนดสารสนเทศที่ต้องการเพิ่มเติม มีการแสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางวิธีการ
  12. 12. 12แก้ปัญหาที่หลากหลาย และตรวจสอบวิธีการแก้ปัญหาหาที่เหมาะสมเพื่อนาไปสู่ข้อสรุปกระบวนการแก้ปัญหาที่เป็นที่เชื่อถือและยอมรับโดยทั่วไป มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ การทาความเข้าใจปัญหา การวางแผนการแก้ปัญหา การดาเนินการตามแผน การตรวจสอบผล ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาควำมหมำยของกำรเรียนกำรสอนบนเว็บ บทเรียนออนไลน์ หรือการจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต เรียกอีกอย่างว่า E-Learning ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และเว็บไซต์ได้เข้ามามีบทบาทสาคัญทางการศึกษาและกลายเป็นคลังแห่งความรู้ที่ไร้พรมแดน ซึ่งผู้สอนได้ใช้เป็นทางเลือกใหม่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อเปิดประตูการศึกษาจากห้องเรียนไปสู่โลกแห่งการเรียนรู้อันกว้างใหญ่ รวมทั้งการนาการศึกษาไปสู่ผู้ที่ขาดโอกาสด้วยข้อจากัดทางด้านเวลาและสถานที่ มีผู้ให้ความหมายและความสาคัญไว้ดังนี้ ดริสคอลล์ (Driscoll. 1999 : 37-44) ให้ความหมายของการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตว่า เป็นการใช้ทักษะ หรือความรู้ต่าง ๆ ถ่ายโยงไปสู่ที่ใดที่หนึ่งโดยการใช้เวิลด์ไวด์เว็บเป็นช่องทางในการเผยแพร่สิ่งเหล่านั้น กิดานันท์ มลิทอง (2543 : 11) กล่าวว่า การเรียนการสอนสื่อบนเครือข่ายเป็นการใช้เครือข่ายในการเรียนการสอนโดยนาเสนอบทเรียนในลักษณะสื่อหลายมิติของวิชาทั้งหมด ตามหลักสูตรหรือเพียงใช้เสนอข้อมูลบางอย่างเพื่อประกอบการสอนก็ได้ รวมทั้งใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะต่างๆ ของการสื่อสารที่มีอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต มาใช้ประกอบกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ (2545 : 26-28) ได้ให้ความหมายของ คาว่า E-Learning หรือElectronic Learning หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ มีวัตถุประสงค์ที่เอื้ออานวยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้องค์ความรู้(Knowledge) ได้โดยไม่จากัดเวลาและสถานที่ (Anywhere-Anytime Learning) เพื่อให้ระบบการเรียนการสอนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกระบวนวิชาที่เรียนนั้นๆ พรรณี เกษกมล (2543 : 49-55) ได้กล่าวถึงการเรียนรู้บนเว็บ (Web-Based Instruction :WBI) ว่าเป็นวิถีทางของนวัตกรรมในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อผู้เรียนทางไกลโดยการใช้เว็บเป็นสื่อกลางการเรียนการสอนเป็นสิ่งที่จะทาให้ได้รับความรู้ข้อมูลข่าวสาร และกิจกรรมที่สะดวกต่อผู้เรียน การบรรลุถึงซึ่งความสาเร็จของเป้าหมายการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ เฉพาะด้านเป็นสื่อกลาง
  13. 13. 13ในการส่งสาร ในการเรียนการสอนให้ติดต่อถึงกันได้ การเรียนรู้บนเว็บเป็นโปรมแกรมการเรียนการสอนบนฐานของสื่อที่ได้เชื่อมโยงกันในทางไกลซึ่งได้ประโยชน์จากเหตุผลและทรัพยากรของWorld Wide Web เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีความหมายที่สนับสนุนและช่วยให้เกิดการเรียนรู้บนเว็บได้ สรรรัชต์ ห่อไพศาล (2544 : 93-104) ได้ให้ความหมายการเรียนการสอนผ่านเว็บว่า เป็นการใช้โปรแกรมสื่อหลายมิติที่อาศัยประโยชน์จากคุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ตและเวิลด์วายเว็บ มาออกแบบเป็นเว็บเพื่อการเรียนการสอน สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา โดยมีลักษณะที่ผู้สอนผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันโดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544 : 87-94) กล่าวถึงการสอนบนเว็บ (Web-BasedInstruction) ว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีปัจจุบันกับกระบวนการออกแบบการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนรู้และแก้ปัญหาในเรื่องข้อจากัดทางด้านสถานที่และเวลา โดยการสอนบนเว็บจะประยุกต์ใช้คุณสมบัติและทรัพยากรของเวิลด์ ไวด์ เว็บ ในการจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอน ซึ่งการเรียนการสอนที่จัดขึ้นผ่านเว็บนี้อาจเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดของกระบวนการเรียนการสอนก็ได้ ส่วนแวววลี สิริวรจรรยาดี (2551 : 9) ได้กล่าวว่าบทเรียนออนไลน์ เรียกอีกอย่างว่าE-Learning หมายถึง การจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เอาไว้บนเว็บไซต์หรือบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่จากัดเวลา สถานที่และระยะทาง จากการศึกษาความหมายของบทเรียนออนไลน์ดังกล่าว พอสรุปได้ว่า บทเรียนออนไลน์ หมายถึง การจัดการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ต โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เอาไว้บนเว็บไซต์หรือบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้โดยไม่จากัดเวลา สถานที่ ครูอาจารย์ในสถานศึกษาทุกระดับสามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดกระบวนการเรียนการสอนรวมทั้งฝ่ายบริหาร นักการศึกษาที่จะพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ต่อเยาวชนของชาติ พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้มากขึ้น และให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ให้มากที่สุด ควรจะได้พัฒนาการเรียนรู้บนเว็บนี้ให้เห็นผลในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นการให้โอกาสในการพัฒนาการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ สาหรับผู้เรียนทั่วโลกที่จะมีโอกาสศึกษาหาความรู้ได้อย่างทัดเทียมกัน
  14. 14. 14คุณลักษณะของกำรสอนบนเว็บ ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544 : 87-94) ได้กล่าวถึงคุณลักษณะสาคัญของเว็บซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน มีอยู่ 8 ประการ ได้แก่ 1. การที่เว็บเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับเนื้อหาบทเรียน 2. การที่เว็บสามารถนาเสนอเนื้อหา ในรูปแบบของสื่อประสม (Multimedia) 3. การที่เว็บเป็นระบบเปิด (Open System) ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้มีอิสระในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก 4. การที่เว็บอุดมไปด้วยทรัพยากร เพื่อการสืบค้นออนไลน์ (Online Search/Resource) 5. ความไม่มีข้อจากัดทางสถานที่และเวลาของการสอนบนเว็บ (Device, Distance andTime Independent) ผู้เรียนที่มีคอมพิวเตอร์ในระบบใดก็ได้ ซึ่งต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต จะสามารถเข้าเรียนจากที่ใดก็ได้ในเวลาใดก็ได้ 6. การที่เว็บอนุญาตให้ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุม (Learner Controlled) ผู้เรียนสามารถเรียนตามความพร้อม ความถนัดและความสนใจของตน 7. การที่เว็บมีความสมบูรณ์ในตนเอง (Self- Contained) ทาให้เราสามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนทั้งหมดผ่านเว็บได้ 8. การที่เว็บ อนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสาร ทั้งแบบเวลาเดียว (SynchronousCommunication) เช่น Chat และต่างเวลากัน (Asynchronous Communication) เช่น Web Boardเป็นต้น สรุปได้ว่า คุณลักษณะสาคัญของเว็บซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอนนั้นจะต้องเป็นเว็บที่เปิดโอกาสให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และผู้เรียนกับผู้เรียนหรือผู้เรียนกับเนื้อหาบทเรียน เป็นเว็บที่สามารถนาเสนอเนื้อหา ในรูปแบบของสื่อประสม เป็นเว็บระบบเปิดซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้มีอิสระในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก และอุดมไปด้วยทรัพยากร เพื่อการสืบค้นออนไลน์ รวมทั้งการไม่มีข้อจากัดทางสถานที่และเวลา ผู้เรียนสามารถเรียนตามความพร้อม ความถนัดและความสนใจของตน การที่เว็บมีความสมบูรณ์ในตนเอง ทาให้เราสามารถจัดกระบวนการเรียนการสอนทั้งหมดผ่านเว็บได้ ตลอดจนอนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสาร ทั้งแบบเวลาเดียวและต่างเวลากัน ซึ่งในการสร้างเว็บช่วยสอนที่สมบูรณ์จะต้องคานึงถึงสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา
  15. 15. 15ลักษณะสำคัญของ E-Learning ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง (2545) ยังได้กล่าวถึงลักษณะสาคัญของE-Learning ไว้ว่าในการสร้างบทเรียนให้มีคุณภาพ จะต้องคานึงลักษณะสาคัญต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เราสามารถที่จะแยกประเด็นลักษณะสาคัญได้ดังนี้ 1. Anywhere, Anytime หมายถึง E-Learning ควรต้องช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงเนื้อหาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้จริง ในที่นี้หมายรวมถึงการที่ผู้เรียนสามารถเรียกดูเนื้อหาตามความสะดวกของผู้เรียน ยกตัวอย่าง เช่น ในประเทศไทยควรมีการใช้เทคโนโลยีการนาเสนอเนื้อหาที่สามารถเรียกดูได้ทั้งขณะที่ออนไลน์ (เครื่องมีการต่อเชื่อมกับเครือข่าย) และในขณะทีออฟไลน์ ่(เครื่องไม่มีการต่อเชื่อมกับเครือข่าย) 2. Multimedia หมายถึง E-Learning ควรต้องมีการนาเสนอเนื้อหาโดย ใช้ประโยชน์จากสื่อประสมเพื่อให้เกิดความคงทนในการเรียนรู้ได้ดีขึ้น 3. Non-linear หมายถึง E-Learning ควรต้องมีการนาเสนอเนื้อหาในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นตรง กล่าวคือผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาตามความต้องการโดย E-Learning จะต้องจัดหาการเชื่อมโยงที่ยืดหยุ่น แก่ผู้เรียน 4. Interaction หมายถึง E-Learning ควรต้องมีการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนโต้ตอบ(มีปฏิสัมพันธ์) กับเนื้อหาหรือกับผู้อื่นได้ กล่าวคือ E-Learning ควรต้องมีการออกแบบกิจกรรมซึ่งผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับเนื้อหา รวมทั้งมีการจัดเตรียมแบบฝึกหัดและแบบทดสอบให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบความเข้าใจด้วยตนเองได้ E-Learning ควรต้องมีการจัดหาเครื่องมือในการให้ช่องทางแก่ผู้เรียนในการติดต่อสื่อสารเพื่อการปรึกษา อภิปราย ซักถาม แสดงความคิดเห็นกับผู้สอน วิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ หรือเพื่อน 5. Immediate Response หมายถึง E-Learning ควรต้องมีการออกแบบให้มีการทดสอบ การวัดผลและการประเมินผล ซึ่งให้ผลป้อนกลับโดยทันทีแก่ผู้เรียนไม่ว่าจะอยู่ในลักษณะของแบบทดสอบก่อนเรียน หรือแบบทดสอบหลังเรียน ก็ตาม สรุปได้ว่า ลักษณะสาคัญของ E-Learning ที่เอื้อต่อการเรียนการสอนและสามารถทาให้ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้นั้น จะต้องประกอบไปด้วย การเข้าถึงเนื้อหาบทเรียนได้โดยไม่จากัดเวลาและสถานที่ พร้อมทั้งเปิดกว้างให้อิสระในการเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วโลก ตลอดจนการนาเสนอบทเรียนควรมีลักษณะเป็นสื่อมัลติมีเดีย สามารถเรียนรู้ได้ตามสนใจ และมีการประเมินผลโดยให้ผลย้อนกลับทันที
  16. 16. 16ข้อดีของกำรสอนบนเว็บ ถนอมพร เลาหจรัสแสง (2544 : 87-94) ได้กล่าวถึงข้อดีของการสอนบนเว็บไว้ว่าการเรียนรู้บนเว็บ ถือเป็นความสาเร็จทางวิชาการโดยกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้สื่อที่ทันสมัยเปิดโอกาสให้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ อย่างมากมาย ซึ่งมีข้อดี ดังนี้ 1. การสอนบนเว็บเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่อยู่ห่างไกล หรือไม่มีเวลาในการมาเข้าชั้นเรียนได้เรียนในเวลา และสถานที่ที่ต้องการ ซึ่งอาจเป็นที่บ้าน ที่ทางาน หรือสถานศึกษาใกล้เคียงที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตได้ การที่ผู้เรียนไม่จาเป็นต้องเดินทางมายังสถานศึกษาที่กาหนดไว้ จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาในด้านของข้อจากัดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ศึกษาของผู้เรียนเป็นอย่างดี 2. การสอนบนเว็บยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมกันทางการศึกษา ผู้เรียนที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในภูมิภาค หรือในประเทศหนึ่งสามารถที่จะศึกษา ถกเถียง อภิปรายกับอาจารย์ ครูผู้สอนซึ่งสอนอยู่ที่สถาบันการศึกษาในนครหลวง หรือในต่างประเทศก็ตาม 3. การสอนบนเว็บนี้ ยังช่วยส่งเสริมแนวคิดในเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากเว็บเป็นแหล่งความรู้ที่เปิดกว้างให้ผู้ที่ต้องการศึกษาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถเข้ามาค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และตลอดเวลา การสอนบนเว็บ สามารถตอบสนองต่อผู้เรียนที่มีความใฝ่รู้รวมทั้งมีทักษะในการตรวจสอบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Meta-Cognitive Skills) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การสอนบนเว็บ ช่วยทลายกาแพงของห้องเรียนและเปลี่ยนจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมไปสู่โลกกว้างแห่งการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ สนับสนุนสิ่งแวดล้อมทางการเรียนที่เชื่อมโยง สิ่งที่เรียนกับปัญหาที่พบในความเป็นจริง โดยเน้นให้เกิดการเรียนรู้ตามบริบทในโลกแห่งความเป็นจริง (Contextualization)และการเรียนรู้จากปัญหา (Problem-Based Learning) ตามแนวคิดแบบ Constructivism 5. การสอนบนเว็บเป็นวิธีการเรียนการสอน ที่มีศักยภาพ เนื่องจากที่เว็บได้กลายเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลทางวิชาการรูปแบบใหม่ ครอบคลุมสารสนเทศทั่วโลก โดยไม่จากัดภาษาการสอนบนเว็บช่วยแก้ปัญหาของข้อจากัดของแหล่งค้นคว้าแบบเดิม จากห้องสมุด อันได้แก่ปัญหาทรัพยากรการศึกษาที่มีอยู่จากัด และเวลาที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล เนื่องจากเว็บมีข้อมูลที่หลากหลายและเป็นจานวนมาก รวมทั้งการที่เว็บใช้การเชื่อมโยงในลักษณะของไฮเปอร์มีเดีย(Hypermedia) ซึ่งทาให้การค้นหาทาได้สะดวกและง่ายดายกว่าการค้นหาข้อมูลแบบเดิม 6. การสอนบนเว็บจะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ที่กระตือรือร้น ทั้งนี้เนื่องจากคุณลักษณะของเว็บที่เอื้ออานวยให้เกิดการศึกษาในลักษณะที่ผู้เรียนถูกกระตุ้นให้แสดงความคิดเห็นได้อยู่
  17. 17. 17ตลอดเวลาโดยไม่จาเป็นต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ตัว อย่างเช่น การให้ผู้เรียนร่วมมือกันในการทากิจกรรมต่าง ๆ บนเครือข่าย การให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและแสดงไว้บนเว็บบอร์ดหรือการให้ผู้เรียนมีโอกาสเข้ามาพบปะกับผู้เรียนคนอื่น ๆ อาจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในเวลาเดียวกันที่ห้องสนทนา เป็นต้น 7. การสอนบนเว็บเอื้อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ ซึ่งการเปิดปฏิสัมพันธ์นี้อาจทาได้2 รูปแบบ คือ 7.1 ปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนด้วยกันและ/หรือผู้สอน 7.2 ปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนในเนื้อหาหรือสื่อการสอนบนเว็บ ซึ่งลักษณะแรกนี้ จะอยู่ในรูปของการเข้าไปพูดคุย พบปะ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นกัน(ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว) ส่วนในลักษณะหลังนั้น จะอยู่ในรูปแบบของการเรียนการสอน แบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบที่ผู้สอนได้จัดหาไว้ให้แก่ผู้เรียน 8. การสอนบนเว็บ ยังเป็นการเปิดโอกาสสาหรับผู้เรียนในการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ สาขาต่าง ๆ ทั้งในและนอกสถาบัน จากในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก โดยผู้เรียนสามารถติดต่อสอบถามปัญหาขอข้อมูลต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญจริงโดยตรง ซึ่งไม่สามารถทาได้ในการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย เมื่อเปรียบเทียบกับการติดต่อสื่อสารในลักษณะเดิม ๆ 9. การสอนบนเว็บเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดงผลงานของตนสู่สายตาผู้อื่นอย่างง่ายดาย ทั้งนี้ไม่ได้จากัดเฉพาะเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนหากแต่เป็นบุคคลทั่วไปทั่วโลกได้ ดังนั้นจึงถือเป็นการสร้างแรงจูงใจภายนอกในการเรียนอย่างหนึ่งสาหรับผู้เรียน ผู้เรียนจะพยายามผลิตผลงานที่ดีเพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียงตนเอง นอกจากนี้ ผู้เรียนยังมีโอกาสได้เห็นผลงานของผู้อื่น เพื่อนามาพัฒนางานของตนเองให้ดียิ่งขึ้น 10. การสอนบนเว็บเปิดโอกาสให้ผู้สอนสามารถปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรให้ทันสมัยได้อย่างสะดวกสบายเนื่องจากข้อมูลบนเว็บมีลักษณะเป็นพลวัตร (Dynamic) ดังนั้นผู้สอนสามารถอัพเดตเนื้อหาหลักสูตรที่ทันสมัยแก่ผู้เรียนได้ตลอดเวลา นอกจากนี้การให้ผู้เรียนได้สื่อสารและแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาทาให้เนื้อหาการเรียนมีความยืดหยุ่นมากกว่าการเรียนการสอนแบบเดิม และเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้เรียนเป็นสาคัญ 11. การสอนบนเว็บสามารถนาเสนอเนื้อหาในรูปของมัลติมีเดีย ได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่งเสียง ภาพเคลื่อนไหว วีดีทัศน์ ภาพ 3 มิติ โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเลือกรูปแบบของการนาเสนอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทางการเรียน

×