หน่วย1 กฏของโอห์ม

37,560 views

Published on

2 Comments
9 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
37,560
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
8
Actions
Shares
0
Downloads
505
Comments
2
Likes
9
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

หน่วย1 กฏของโอห์ม

  1. 1. เอกสารประกอบการเรี ยน วิชา วงจรไฟฟ้ า 1 (2104-2102) หน่วยที่ 1 เรื่ อง กฎของโอห์ม กําลังไฟฟ้ า พลังงานไฟฟ้ า นายพรศักดิ์ ทองมาแผนกวิชาช่างไฟฟ้ ากําลัง วิทยาลัยเทคนิคอ่างทอง สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
  2. 2. หน่วยที่ 1 กฎของโอห์ม กําลังไฟฟ้ า พลังงานไฟฟ้ าจุดประสงค์ทวไป ่ั เพื่อให้ผเู ้ รี ยนมีความรู ้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎของโอห์ม กําลังไฟฟ้ าและพลังงานไฟฟ้ าจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกหน่วยพื้นฐานในระบบ SI ได้ 2. บอกกฎของโอห์มได้ 3. ใช้กฎของโอห์มในการหาค่าทางไฟฟ้ าได้ 4. คํานวณหาค่ากําลังไฟฟ้ าได้ 5. หาค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานไฟฟ้ าได้
  3. 3. ทฤษฎีวงจรไฟฟ้ า ถือว่าเป็ นรายวิชาที่เป็ นพื้นฐานในการศึกษาทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้ า สําหรับผูที่เริ่ มต้นที่จะศึกษาทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้ า สําหรับวงจรไฟฟ้ าขั้นพื้นฐานจะแสดงดังรู ป 1.1 ้ รู ป 1.1 แสดงส่ วนประกอบพื้นฐานของวงจรไฟฟ้ า ที่มา http://dargv.net/images/electric-circuit.gif ่ จากรู ป 1.1 จะพิจารณาได้วา วงจรไฟฟ้ าที่จะครบองค์ประกอบได้น้ น จะต้องประกอบด้วย ัส่ วนประกอบพื้นฐาน 3 ส่ วนด้วยกันคือ 1) แหล่งกําเนิดไฟฟ้ า หรื อเครื่ องกําเนิดไฟฟ้ า ซึ่งเป็ นส่ วนที่ป้อนพลังงานเข้าสู่ ระบบ 2) โหลด (Load) หรื อภาระทางไฟฟ้ า ซึ่งเป็ นส่ วนที่พลังงานไฟฟ้ าถูกใช้ไป หรื อเป็ นส่ วนที่พลังงานสิ้ นเปลืองไปจากระบบ 3) สายต่อวงจรไฟฟ้ าหรื อสายส่ ง ซึ่งเป็ นส่ วนที่ถ่ายทอดพลังงานจากแหล่งกําเนิดไฟฟ้ ามายังโหลด1.1 หน่วย (Unit) หน่วยหรื อยูนิต บอกให้ทราบถึงขนาดหรื อจํานวนของปริ มาณ หน่วยที่ใช้จะมีดวยกันหลาย ้ระบบ ซึ่งจะต้องเป็ นหน่วยที่เป็ นมาตรฐานที่ทวไปสามารถเข้าใจได้ แต่ในที่น้ ีเราจะกล่าวถึงหน่วยวัดที่ ั่เป็ นมาตรฐานระดับนานาชาติ คือระบบหน่วย SI (International System of Units) หน่วยในระบบ SIประกอบด้วยหน่วยพื้นฐาน 6 หน่วยคือ ความยาว มวล เวลา กระแสไฟฟ้ า อุณหภูมิและความเข้มของการส่ องสว่าง ดังตาราง 1.1
  4. 4. ตาราง 1.1 หน่วยพื้นฐานระบบ SI ปริมาณ หน่ วยพืนฐาน ้ สั ญลักษณ์ ความยาว เมตร(meter) m มวล กิโลกรัม(kilogram) kg เวลา วินาที(second) s กระแสไฟฟ้ า แอมแปร์(Ampere) A อุณหภูมิ เคลวิน(Kelvin) K ความเข้มของการส่ องสว่าง แคนเดลลา(Candela) cd นอกหน่วยพื้นฐานแล้ว เรายังมีหน่วยที่ใช้อีกที่เราเรี ยกว่า หน่วยอนุพนธ์หรื อหน่วยย่อย ั ่(Derived SI Unit) ที่เกิดจากการนําหน่วยพื้นฐานมากระทํากัน ไม่วาจะเป็ นการคูณหรื อการหารระหว่างหน่วยพื้นฐาน เช่นหน่วยของความเร็ ว เป็ นเมตร/วินาที(m/s) หน่วยของพื้นที่ เป็ นตารางเมตร(m2) เนื่องจากปริ มาณและหน่วยในระบบ SI มีจานวนมาก เพือให้ง่ายต่อการเขียนและทําความเข้าใจ ํ ่จึงมีการใช้ตวอักษรและสัญลักษณ์แทนปริ มาณและหน่วยในระบบ SI ดังแสดงในตาราง 1.2 ัตาราง 1.2 สัญลักษณ์ที่ใช้แทนปริ มารและหน่วยในระบบ SI ปริมาณ สั ญลักษณ์ หน่ วย สั ญลักษณ์ ความถี่ f เฮิรทซ์ Hz ความดัน p พาสคาล P แรงดันไฟฟ้ า V โวลต์ V เวลา t วินาที s กําลังไฟฟ้ า P วัตต์ W มุมของพื้นราบ  เรเดียน rad อุณหภูมิ T เคลวิน K ความต้านทานจําเพาะ  โอห์ม-เมตร -m ความต้านทาน R โอห์ม  ความนําไฟฟ้ า G ซีเมนส์ S กระแสไฟฟ้ า I แอมแปร์ A
  5. 5. ตาราง 1.2 สัญลักษณ์ที่ใช้แทนปริ มารและหน่วยในระบบ SI (ต่อ) ปริมาณ สั ญลักษณ์ หน่ วย สั ญลักษณ์ระยะทางหรื อความยาว s เมตร m มวลสาร m กิโลกรัม kg ความเร็ วเชิงมุมหรื อ  เรเดียนต่อวินาที rad/s ความถี่เชิงมุม ในการนําหน่วยพื้นฐานในระบบ SI มาใช้ปกติแล้วจะไม่สะดวกในการใช้เท่าใดนัก ยิงในการ ่ ่ใช้ในเรื่ องของวงจรไฟฟ้ าแล้วจะมีความยุงยากมาก เราจึงมีการขยายหน่วยให้เล็กลงหรื อใหญ่ข้ ึน เพือให้ ่เกิดความสะดวกในการนําไปใช้ โดยจะใช้การนับปริ มาณเปลี่ยนไปครั้งละ 1,000 เท่า หรื อนับเลื่อนจุดทีละ 3 ตําแหน่ง พร้อมทั้งมีชื่อเรี ยกคํานําหน้าที่เฉพาะเจาะจงลงไปหรื อที่เรี ยกว่า คําอุปสรรค(Prefixs) ดังตาราง 1.3ตาราง 1.3 คํานําหน้าหน่วยหรื อคําอุปสรรค (Prefixs) คํานําหน้ า สั ญลักษณ์ ตัวคูณเลขยกกําลัง เอกซะ(exa) E 1  1018 เพตะ(peta) P 1  1015 ทีรา(tera) T 1  1012 กิกะ(giga) G 1  109 เมกกะ(mega) M 1  106 กิโล(kilo) K 1  103 ยูนิต(unit) - 1  100 หรื อ 1 มิลลิ(milli) m 1  10-3 ไมโคร(micro) μ 1  10-6 นาโน(nano) n 1  10-9 พิโค(pico) p 1  10-12 เฟมโต(femto) f 1  10-15 แอตโต(atto) a 1  10-18
  6. 6. ตัวอย่างของการนําคํานําหน้าหน่วยมาใช้เช่น ระยะทางตามความยาวที่เหมือนกันคือ 600,000,000 mm = 600,000 m = 60 km เราสามารถนําหน่วยวัดปริ มาณนี้มากระทําการบวกหรื อลบกันได้ เมื่อจํานวนที่เรานํามาทําการบวก ลบนั้นที่หน่วยที่มีขนาดเดียวกัน แต่ถาหากว่ามีขนาดไม่เท่ากันจะต้องมีการแปลงหน่วยต่างๆ ้เหล่านั้นให้เป็ นหน่วยเดียวกัน หรื อมีขนาดเท่ากันเสี ยก่อน แล้วจึงมากระทําการบวกลบกัน เช่น 50 A + 0.5 mA = 50 A + 0.5  10-3 A = 50 A + 0.0005 A = 50.0005 A หรื อ 50 A + 0.5 mA = 50  103 mA + 0.5 mA = 50,000 mA + 0.5 mA = 50,000.5 mA นอกจากนี้หน่วยต่างๆ เหล่านี้ยงสามารถมาทําการคูณและการหารหน่วยได้ โดยจะต้องมีการนํา ัค่าตัวคูณขยายของหน่วยมาคูณและหารกันได้ ค่าผลลัพธ์ของหน่วยที่ได้จะเป็ นค่าขยายหน่วยที่ติดตามผลคูณหรื อผลหารนั้นไปด้วย เช่น มิลลิ (milli)  เมกกะ (Mega) = กิโล (kilo) 10-3  106 = 1031.2 ประจุไฟฟ้ า (Charge) ประจุไฟฟ้ าคือ อนุภาคหรื อปริ มาณของไฟฟ้ าที่ไหลในตัวนํา เขียนสัญลักษณ์แทนด้วย Q และมีหน่วยเป็ นคูลอมบ์ (C) จากที่เราเคยทราบมาแล้วว่าอะตอมจะประกอบด้วยส่ วนประกอบของอนุภาคเล็กๆ 3 ส่ วนคือ อิเล็กตรอน โปรตรอนและนิวตรอน อนุภาคของอิเล็กตรอนจะมีลกษณะเป็ นประจุลบ ัและมีขนาดเท่ากับ 1.602  1018 อิเล็กตรอน ในขณะที่โปรตรอนมีลกษณะของประจุบวก และนิวตรอน ัจะมีลกษณะเป็ นกลาง ั1.3 กระแสไฟฟ้ า (Current) ่ กระแสไฟฟ้ า คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของประจุหรื อค่าเฉลี่ยจํานวนของประจุที่เคลื่อนที่ผาน ํไปในจุดที่กาหนดให้ในวงจรในแต่ละเวลา กระแสไฟฟ้ าเป็ นปริ มาณเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ I และมีหน่วยเป็ น แอมแปร์ (A) สามารถเขียนแทนด้วยสมการความสัมพันธ์ได้ดงนี้ั Q I  (1.1) tเมื่อ I คือกระแสไฟฟ้ า มีหน่วย แอมแปร์ (A) Q คือประจุไฟฟ้ า มีหน่วย คูลอมบ์ (C)
  7. 7. t คือเวลา มีหน่วย วินาที (s) แต่โดยทัวไปเรามักจะเขียนสมการนี้ในรู ปของการคูณ ซึ่งจะเขียนได้ดงนี้ ่ ั Q  It (1.2) จากการที่กระแสเป็ นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเวลา เราจึงแบ่งกระแสออกเป็ น 2 ชนิดคือ กระแสที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลา แต่จะคงที่เราจะเรี ยกว่า ไฟฟ้ ากระแสตรง (direct current)หรื อ ดีซี (DC) โดยทัวไปจะใช้สญลักษณ์ I เนื่องจากปริ มาณของกระแสจะคงที่ ่ ั รู ป 1.2 แสดงลักษณะของไฟฟ้ ากระแสตรง กระแสไฟฟ้ าที่มีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา จะใช้สญลักษณ์ i โดยทัวไปการเปลี่ยนแปลงของ ั ่กระแสจะเป็ นไปในลักษณะของรู ปคลื่นไซด์ (Sinusoidal Current) หรื อเราจะเรี ยกกระแสไฟฟ้ าชนิดนี้ว่า ไฟฟ้ ากระแสสลับ (Alternating Current) หรื อ เอซี (AC) ซึ่งจะเป็ นกระแสไฟฟ้ าที่เราใช้ตาม ับ้านเรื อน ใช้กบเครื่ องปรับอากาศ ตูเ้ ย็น เครื่ องซักผ้าและนํามาประยุกต์ใช้อีกมากมาย รู ป 1.3 แสดงลักษณะของไฟฟ้ ากระแสสลับ1.4 แรงดันไฟฟ้ า (Voltage) เมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ในตัวนําในทิศทางที่เราต้องการ จะทําให้เกิดการถ่ายเทออกมาในลักษณะของงานหรื อพลังงาน งานนี้จะเป็ นการกระทําโดย แรงดันไฟฟ้ าภายนอก (Electromotive force)ใช้ตวย่อ emf ในที่น้ ีคือ แบตเตอรี่ ดังรู ป 1.4 ั
  8. 8. รู ป 1.4 แสดงกระแสไฟฟ้ า ที่เป็ นการไหลของอิเล็กตรอนในตัวนํา แรงดันไฟฟ้ าที่เรารู ้จกในชื่อของโวลต์เตจ (Voltage) หรื อความต่างศักย์ (Potential difference) ัแรงดันไฟฟ้ าใช้สญลักษณ์ V มีหน่วย โวลต์ (V) ความต่างศักย์ระหว่างจุดสองจุดเป็ นความต้องการ ัพลังงานหรื องานที่ใช้เคลื่อนที่ของประจุหนึ่งหน่วย เขียนเป็ นความสัมพันธ์ได้ดงนี้ ั W V  (1.3) Qเมื่อ W คือพลังงาน มีหน่วย จูล (J) Q คือประจุไฟฟ้ า มีหน่วย คูลอมบ์ (C) V คือแรงดันไฟฟ้ าตกคร่ อม มีหน่วย โวลต์ (V) ทัวไปเราใช้ V เป็ นสัญลักษณ์แทน โวลต์เตจที่ตกคร่ อมความต้านทาน และใช้ E แทน ่แรงดันไฟฟ้ าที่วดได้ระหว่างขั้วของเครื่ องกําเนิด ั1.5 ความต้านทาน (Resistance) และความนํา (Conductance) ความต้านทานไฟฟ้ า คือความสามารถของวงจรหรื ออุปกรณ์ไฟฟ้ าที่เป็ นตัวจํากัดการไหลของกระแสไฟฟ้ า ความต้านทานจะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ R มีหน่วย โอห์ม () ความนํา หมายถึง ความสามารถของวงจรที่ยอมให้กระแสไหลผ่านไปได้ โดยมีผลมาจากการที่จ่ายแรงดันไฟฟ้ าเข้าไปในวงจรไฟฟ้ า สัญลักษณ์คือ G และมีหน่วยเป็ น ซีเมนส์ (S) เราสามารถเขียนความสัมพันธ์ของความต้านทานไฟฟ้ าและความนํา ได้ดงสมการั 1 G  (1.4) Rหรื อ 1 R  (1.5) G
  9. 9. 1.6 กฎของโอห์ม (Ohm’s Law) วัตถุต่างๆ โดยทัวไปจะมีคุณสมบัติในการต้านทานการไหลของประจุไฟฟ้ า ความต้านทานของ ่ ่ ัวัตถุจะขึ้นอยูกบพื้นที่หน้าตัด (A) และความยาว (l) ดังแสดงในรู ป 1.5 (a) ความต้านทานในวัตถุ (b) สัญลักษณ์ความต้านทาน รู ป 1.5 แสดงความต้านทานภายในวัตถุและสัญลักษณ์ความต้านทาน เราสามารถเขียนความสัมพันธ์ของความต้านทานในรู ปแบบทางคณิ ตศาสตร์ได้ดงนี้คือ ั l R  ρ (1.6) A เมื่อ  คือค่าความต้านทานจําเพาะของวัตถุ มีหน่วย โอห์ม-เมตร (-m) ่วัตถุที่เป็ นตัวนําที่ดี เช่น ทองแดงและอลูมิเนียม จะมีคาความต้านทานจําเพาะสู ง ดังแสดงในตาราง 1.4ซึ่งจะแสดงค่าความต้านทานจําเพาะของวัตถุที่ใช้ สําหรับเป็ นตัวนําไฟฟ้ า ฉนวนไฟฟ้ าและวัตถุก่ ึงตัวนําตาราง 1.4 แสดงค่าความต้านทานจําเพาะของวัตถุ วัตถุ ความต้ านทานจําเพาะ (-m) ประโยชน์ เงิน 1.64  10-8 ตัวนํา ทองแดง 1.72  10-8 ตัวนํา อลูมิเนียม 2.8  10-8 ตัวนํา ทอง 2.45  10-8 ตัวนํา คาร์บอน 4  10-5 กึ่งตัวนํา เยอรมาเนียม 47  10-2 กึ่งตัวนํา ซิลิกอน 6.4  102 กึ่งตัวนํา กระดาษ 1010 ฉนวน
  10. 10. ตาราง 1.4 แสดงค่าความต้านทานจําเพาะของวัตถุ (ต่อ) วัตถุ ความต้ านทานจําเพาะ (-m) ประโยชน์ ไมกา 5  1011 ฉนวน แก้ว 1012 ฉนวน เทปลอน 2  1012 ฉนวน กฎของโอห์ม เป็ นกฎที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของแรงดันไฟฟ้ า กระแสไฟฟ้ าและความต้านทานไฟฟ้ า โดยผูที่พฒนาความสัมพันธ์น้ ีคือ ยอร์ซ ไซมอน โอห์ม (Georg Simon Ohm) ได้กล่าวไว้ ้ ัว่า “ในวงจรไฟฟ้ าใดๆ ค่าของกระแสจะเป็ นปฏิภาคโดยตรงกับแรงดันไฟฟ้ าที่จ่ายให้กบวงจร และเป็ น ัปฏิภาคกลับกับค่าความต้านทานในวงจร” สามารถเขียนเป็ นความสัมพันธ์ดงนี้ั E I  (1.7) Rเมื่อ I คือกระแสไฟฟ้ า มีหน่วย แอมแปร์ (A) E คือแรงดันไฟฟ้ า มีหน่วย โวลต์ (V) R คือความต้านทานไฟฟ้ า มีหน่วย โอห์ม ()หรื อ อาจแสดงความสัมพันธ์ได้เป็ น E  IR (1.8) Eและ R  (1.9) Iนอกจากนี้ยงสรุ ปสู ตรในลักษณะของสามเหลี่ยมกฎของโอห์ม คือ ั
  11. 11. ตัวอย่ าง 1.1 จงคํานวณหาค่ากระแสไฟฟ้ าที่ไหลในวงจร เมื่อต่อกับแบตเตอรี่ 12 โวลต์ กับความ ต้านทาน 10 โอห์ม รู ป 1.6 Eวิธีทา ํ จากกฎของโอห์ม I  R 12 V   1.2 A 10 ตัวอย่ าง 1.2 จงคํานวณหาค่าแรงดันไฟฟ้ าของแหล่งจ่าย เมื่อมีกระแสไฟฟ้ า 10 แอมแปร์ ไหลผ่าน ความต้านทาน 200 โอห์ม รู ป 1.7วิธีทา ํ จากกฎของโอห์ม E  IR  10 A  200   2000 V  2 kV
  12. 12. ตัวอย่ าง 1.3 แบตเตอรี่ 9 โวลต์ เมื่อต่อเข้ากับความต้านทาน มีกระแสไฟฟ้ าไหลในวงจรเท่ากับ 3 มิลลิแอมป์ จงหาความต้านทานในวงจร รู ป 1.8 Eวิธีทา ํ จากกฎของโอห์ม R  I 9V  3 mA 9V  3 10 - 3 A  3 10 3   3 k1.7 กําลังไฟฟ้ า (Electrical Power) กําลังไฟฟ้ า หมายถึง ค่าของผลคูณระหว่างแรงดันไฟฟ้ า หน่วยเป็ น โวลต์ (V) กับกระแสไฟฟ้ าหน่วยเป็ น แอมแปร์ (A) ใช้ P เป็ นสัญลักษณ์แทนกําลังไฟฟ้ า และมีหน่วยเป็ น วัตต์ (W) เราสามารถเขียนความสัมพันธ์ดงกล่าวได้ ดังนี้ ั P  IE (1.10)เมื่อ P คือกําลังไฟฟ้ า มีหน่วย วัตต์ (W) I คือกระแสไฟฟ้ า มีหน่วย แอมแปร์ (A) E คือแรงดันไฟฟ้ า มีหน่วย โวลต์ (V) เมื่อเรานําความสัมพันธ์ตามกฎของโอห์มมาแทนในสมการ 1.10 จะทําให้ได้ความสัมพันธ์ของกําลังไฟฟ้ าได้อีกดังนี้ P  I2R (1.11) E2และ P  (1.12) R
  13. 13. นอกจากนี้เรายังสามารถสรุ ปสูตรเบื้องต้นของ P, E, I, R ได้ดงนี้ ัตัวอย่ าง 1.4 จงหาค่ากําลังไฟฟ้ าที่เกิดขึ้นที่ความต้านทาน 5 kΩ เมื่อมีกระแสไฟฟ้ าไหลผ่าน 30 mA รู ป 1.9วิธีทา จากสูตรของกําลังไฟฟ้ า ํ P  I2R  (30 mA) 2  5 k  (30 10 -3 ) 2  5 10 3  4.5 W
  14. 14. ตัวอย่ าง 1.5 ํ จากวงจรไฟฟ้ าที่กาหนดให้มีกระแสไฟฟ้ าไหลในวงจร เท่ากับ 2 แอมแปร์ โดยต่อเข้า กับแหล่งจ่ายไฟฟ้ า 100 โวลต์ จงคํานวณหากําลังไฟฟ้ าของวงจร รู ป 1.10วิธีทา จากสู ตรกําลังไฟฟ้ า ํ P  IE  100 V  2 A  200 W1.8 พลังงานไฟฟ้ า (Electrical Energy) พลังงานไฟฟ้ า หมายถึงปริ มาณไฟฟ้ าของแหล่งจ่ายไฟฟ้ า หรื อภาระทางไฟฟ้ า (Load) ที่ถูกใช้พลังงานทั้งหมด คิดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มีหน่วย วัตต์-ชัวโมง (Watt-Hour) โดยใช้ W เป็ น ่สัญลักษณ์แทนพลังงานไฟฟ้ า และเขียนความสัมพันธ์ได้ดงนี้ ั W  Pt (1.13)เมื่อ W คือพลังงานไฟฟ้ า มีหน่วย วัตต์-วินาที (W-s) P คือกําลังไฟฟ้ า มีหน่วย วัตต์ (W) t คือเวลา มีหน่วย วินาที (s)นอกจากนี้ยงมีหน่วยของกําลังไฟฟ้ า อีหลายหน่วยที่มีใช้อยูคือ ั ่ ํ วัตต์-วินาที (Watt-Second) คือพลังงานไฟฟ้ าของอุปกรณ์ไฟฟ้ าที่ใช้กาลังไฟฟ้ าไป 1 วัตต์ ในเวลา 1 วินาที หรื อ 1 จูล (Joule) ํ วัตต์-ชัวโมง (Watt-Hour) คือพลังงานไฟฟ้ าของอุปกรณ์ที่ใช้กาลังไฟฟ้ าไป 1 วัตต์ ในเวลา 1 ่ชัวโมง ่ ํ กิโลวัตต์-ชัวโมง (Kilowatt-Hour) คือพลังงานไฟฟ้ าของอุปกรณ์ที่ใช้กาลังไฟฟ้ า 1,000 วัตต์ ใน ่เวลา 1 ชัวโมง หรื อบางทีเรี ยกว่า 1 หน่วย หรื อ 1 ยูนิต (Unit) ่ 1 ยูนิต (Unit) = กิโลวัตต์-ชัวโมง (kW-Hour) ่
  15. 15. ตัวอย่ าง 1.6 บ้านหลังหนึ่งใช้หลอดไฟฟ้ าแสงสว่างขนาด 100 วัตต์ จํานวน 15 หลอด ใช้งานวันละ 6 ชัวโมง จะชําระค่าไฟฟ้ าวันเท่าไร ถ้าคิดค่าไฟฟ้ ายูนิตละ 2 บาท ่วิธีทา จากสู ตร ํ W  Pt พลังงานที่ถูกใช้ไป  100 วัตต์  15 หลอด  6 ชัวโมง ่  9,000 วัตต์-ชัวโมง ่  9 กิโลวัตต์-ชัวโมง ่ หรื อ  9 ยูนิต คิดค่าไฟฟ้ า 2 บาทต่อยูนิต  9 ยูนิต  2 บาทต่อยูนิต  จะเสี ยค่าไฟฟ้ าวันละ  18 บาทตัวอย่ าง 1.7 บ้านพักอาศัยหลังหนึ่งใช้เครื่ องใช้ไฟฟ้ าดังนี้ 1. พัดลมเพดาน ขนาด 70 วัตต์ ใช้งานวันละ 5 ชัวโมง่ 2. หม้อหุ งข้าว ขนาด 1,000 วัตต์ ใช้งานวันละ 30 นาที 3. เตารี ดไฟฟ้ า ขนาด 1,500 วัตต์ ใช้งานวันละ 1 ชัวโมง ่ 4. โทรทัศน์ ขนาด 75 วัตต์ ใช้งานวันละ 5 ชัวโมง ่ 5. ตูเ้ ย็น ขนาด 300 วัตต์ ใช้งานวันละ 24 ชัวโมง ่ ภายใน 1 เดือน บ้านหลังนี้จะชําระค่าไฟฟ้ าเท่าไร หากคิดยูนิตละ 2.50 บาทวิธีทา จากสู ตรกําลังไฟฟ้ า ํ W  Pt  (70  5) + (1,000  0.5) + (1,500  1) + (75  5) + (300  24)  350 + 500 + 1,500 + 375 + 7,200  ใน 1 วันใช้พลังงานไฟฟ้ า  9,925 วัตต์-ชัวโมง ่  9.925 กิโลวัตต์  9.925 ยูนิต เมื่อค่าไฟฟ้ า 2.50 บาทต่อยูนิต  9.925  2.50  24.8125 บาท  จะเสี ยค่าไฟฟ้ าใน 1 เดือน  24.8125  30  744.375 บาท

×