ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

16,848 views

Published on

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

Published in: Education
  • Be the first to comment

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

  1. 1. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Science Process Skills) มี 13 ทกษะ แบ่งเป็น 2 ระดับ ั ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ระดับพืนฐาน ้ ระดับพัฒนาการ1. การสังเกต (Obervation) 9. การตั้งสมมติฐาน2. การวัด (Measurenent) (Formulating Hypothesis)3. การจําแนกประเภท (Classification) 10. การกําหนดนิยามเชิงปฏิบติการั4. การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส (Defining Operation)และสเปสกับเวลา (Spacs / Spacs Reation and Space ํ 11. การกาหนดและควบคุมตวแปร ั/Time Relation) (Identifying and Controlling Variables)5. การคานวน (Using Number) ํ 12. การทดลอง (Experiment)6. การจัดทําและสื่ อความหมายข้อมูล (Organizing 13. การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุ ปData and Communication) (Interperting Data and Making7. การลงความคิดเห็นจากข้อมูล (Infeaing)8. การพยากรณ์ (Prediction)
  2. 2. ทักษะที่ 1 ทักษะการสั งเกต (Observation)ความหมาย :เป็ นวิธีการหาข้อมูลโดยตรงจากการ ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ การดู 1. บรรยายสมบัติเชิงปริ มาณการดม การฟัง การชิม และการสัมผัส 2. บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้โดยไม่ใส่ ความเห็นหรื อประสบการณ์ ของสิ่ งที่สังเกตได้เดิมของผูสังเกตลงไป ้ ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตเป็ นข้ อมูลเชิ งประจักษ์
  3. 3. ทักษะที่ 2 ทักษะการวัด (Measurement) ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ ความหมาย : 1. เลือกใชเ้ ครื่องมือไดเ้ หมาะสม เป็ นการเลือกและการใช้เครื่ องมือ กับสิ่ งที่วดพร้อมทั้งบอกเหตุผล ัทําการวัดหาปริ มาณของสิ่ งต่าง ๆ ในการเลือกออกมาเป็นตวเลขที่แน่นอนไดเ้ หมาะสม ั 2. บอกวธีการวดและใชเ้ ครื่องมือวดได้ ิ ั ัและถูกตอง โดยมีหน่วยกากบเสมอ ้ ํ ั ถูกต้อง 3. ทําการวัด ความกว้าง ความยาว ความสู ง ปริ มาตร นํ้าหนัก และอื่น ๆ ได้ถูกต้อง พร้อมทั้งระบุหน่วยของ ตัวเลขจากการวัด
  4. 4. ทักษะที่ 3 ทักษะการจําแนกประเภท (Classification) ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่1. แบ่งพวกสิ่ งของต่าง ๆ จากเกณฑ์ ที่ผอื่นกําหนดให้ได้ ู้2. สามารถเรี ยงลําดับสิ่ งของด้วยเกณฑ์ ของตัวเอง ่ ้3. บอกได้วาผูอื่นแบ่งพวกสิ่ งของนั้นโดย ใชอะไรเป็นเกณฑ์ ้ ความหมาย : เป็ นการจัดแบ่งหรื อเรี ยง ลําดับวัตถุหรื อสิ่ งของที่อยู่ ในประสบการณ์ โดยมี เกณฑซ่ ึ งเกณฑน้ นอาจใช้ ์ ์ ั ความเหมือนความแตกต่าง ความสัมพันธ์อย่างใดอย่าง หน่ ึงก็ได้
  5. 5. ทักษะที่ 4 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา (Spacs / Spacs Reation and Space /Time Relation) ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ 1. แบ่งพวกสิ่ งของต่าง ๆ จากเกณฑ์ที่ผอื่นกําหนดให้ได้ ู้ 2. สามารถเรี ยงลําดับสิ่ งของด้วยเกณฑ์ของตัวเอง ่ ้ 3. บอกได้วาผูอื่นแบ่งพวกสิ่ งของนั้น ความหมาย :เป็นการจดแบ่งหรือเรียงลาดบวตถุหรือ ั ํ ั ั ่สิ่ งของที่อยูในประสบการณ์ โดยมีเกณฑซ่ ึงเกณฑน้ นอาจใชความเหมือน ์ ์ ั ้ความแตกต่างความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
  6. 6. ทักษะที่ 5 การคํานวน (Using Number)ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่1. นับจํานวนสิ่ งของได้ถูกต้อง2. ใชตวเลขแสดงจานวนน้ นนบได้ ้ ั ํ ั ั3. ตัดสิ นได้วาสิ่ งของในแต่ละกลุ่มมี ่จานวนเท่ากนหรือต่างกน ํ ั ั4. บอกวธีคานวน และแสดงวธี ิ ํ ิคานวนไดถูกตอง ํ ้ ้5. บอกวิธีและแสดงวิธีการหาค่าเฉลี่ยได้อย่างถูกต้อง ความหมาย : เป็ นการนับจํานวนของวัตถุและ การนําตัวเลขแสดงจํานวนที่นบได้มาคิด ั คํานวน โดยการบวก ลบ คูณ หาร หรื อ หาค่าเฉลี่ย
  7. 7. ทักษะที่ 6 การจัดทําและสื่ อความหมายข้อมูล (Organizing Data and Communication) ความหมาย : เป็ นการนําข้ อมูลทีได้ รับจากการสั งเกต การวัด การ ่ ทดลอง และจากแหล่งอืนๆ มาจัดกระทําเสี ยใหม่ โดยการ ่ หาความถี่เรียงลําดับ จัดแยกประเภท หรือคํานวณหาค่ า ใหม่ เพอให้ผ้อนเข้าใจความหมายของข้อมูลชุดน้ ันดีขึน ื่ ู ื่ ้ โดยการนําเสนอในรูปของตารางแผนภูมิ แผนภาพ ไดอะแกรม กราฟสมการ หรือการเขียนบรรยายความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ 1.รู้ จักเลือกรู ปแบบทีใช้ ในการนําเสนอข้ อมูลได้ อย่างเหมาะสม ่ 2.บอกเหตุผลในการนําเสนอข้ อมูลด้ วยรูปแบบทีเ่ ลือกได้
  8. 8. ทักษะที่ 7การลงความคิดเห็นจากข้อมูล (Inferring) ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ ั อธิ บายหรื อสรุ ปโดยเพิ่มความคิดเห็นให้กบ ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตโดยใช้ประสบการณ์ เดิมมาช่วย ความหมาย : เป็นการเพิมความคิดเห็นให้ กบข้ อมูลทีได้ จากการ ่ ั ่ สั งเกตอย่างมีเหตุผลโดยอาศัยประสบการณ์เดิมมาช่ วย
  9. 9. ทักษะที่ 8 การพยากรณ์ (Prediction) ความสามารถที่แสดงวาเกิดทักษะนี้ : 1. คาดการณ์หรื อทํานายผลที่เกิดจากข้อมูล ที่เป็ นหลักการ กฎ หรื อ ทฤษฎีที่มีอย่ได้ความหมาย : เป็ นการาดคะเนคําตอบล่วงหน้าก่อนทําการทดลอง โดยอาศัยประสบการณ์ที่เกิดซํ้า ๆ ่หลักการ กฏ หรื อทฤษฎีที่มีอยูแล้ว ในเรื่ องนั้นมาช่วยในการสรุ ป เช่น การพยากรณ์ขอมูลที่ ้เกี่ยวกับตัวเลข ได้แก่ ข้อมูลที่เป็ นตาราง หรื อกราฟ ซึ่ งทําได้ 2 แบบ คือ1. การพยากรณ์ภายในขอบเขตของข้อมูล2. การพยากรณ์ภายนอกขอบเขตของข้อมูล
  10. 10. ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypothesis) ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ หาคําตอบล่วงหน้ าก่อนการทดลองได้ โดย อาศัยการสั งเกต ความรู้ หรือประสบการณ์เดิม ในรูปต้ น ซึ่งอาจจะมีผลต่ อตัวแปรตามได้ความหมาย : เป็ นการคิดหาคําตอบล่วงหน้าก่อนการทดลองโดยอาศัยการสังเกตความรู ้และประสบการณ์เดิมเป็ นฐานคําตอบที่คิดไว้ล่วงหน้านี้ ยังไม่ทราบว่าใช่หรื อไม่ ยังไม่เป็ นหลักการ กฎหรื อทฤษฎีมาก่อนคําตอบที่คิดไว้ล่วงหน้ามักกล่าวเป็ นข้อความที่บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม คําตอบจากการทดลองจะสนับสนุนหรื อคัดค้านสมมติฐานที่ต้ งไว้ ั
  11. 11. ทักษะที่ 10 การกําหนดนิ ยามเชิงปฏิบติการ (Defining Operation) ัความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ สามารถกําหนดความหมายและขอบเขตของคําหรื อตัวแปรต่าง ๆ ให้สังเกตได้และวัดได้ ความหมาย : เป็ นการกําหนดความหมายและขอบเขตของ ่ คําต่าง ๆ ที่อยูในสมมติฐานที่ตองการทดลองให้เกิด ้ ความเข้าใจตรงกันและสามารถสังเกตได้หรื อวัดได้ โดยให้คาตอบเกี่ยวกับการทดลองและบอกวิธีวด ํ ั ตัวแปรที่เกี่ยวกับการทดลองนั้น
  12. 12. ทักษะที่ 11การกําหนดและควบคุมตัวแปร (Identifying and Controlling Variables) ความหมาย : เป็ นการบ่ งชี้ตัวแปนต้ น ตัวแปรตาม และตัวแปรทีต้อง ่ ควบคุมในการตั้ง สมมติฐานหนึ่งๆความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ สามารถบ่ งชี้และกําหนดตัวแปรต้ น ตัวแปรตาม ตัวแปรทีต้องควบคุมได้ ่
  13. 13. ทักษะที่ 12 การทดลอง (Experiment)ความสามารถทีแสดงว่ าเกิดทักษะนี้ : ่ ความหมาย : 1. ออกแบบการทดลองโดยกําหนดวิธีการ เป็ นกระบวนการปฏิบติงานเพื่อ ั หาคําตอบจากสมมติฐานที่ต้งไว้ในการ ั ทดลองได้ อย่ างถูกต้ องและเหมาะสม ทดลอง ซี่ งประกอบด้วย 3 ข้นตอน ั 2. ระบุอุปกรณ์ และ / หรือสารเคมีทจะต้ องใช้ ี่ ไดแก่ ้ ในการทดลองได้ 1. การออกแบบการทดลอง 3. ปฏิบัติการทดลองและใช้ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ 2. การปฏิบติการทดลอง ั อย่ างถูกต้ องและเหมาะสม 3. การบันทึกผลการทดลอง
  14. 14. ทักษะที่ 13การตีความหมายข้ อมูลและลงข้ อสรุ ป (Interperting Data and Making) ความหมาย : เป็นการแปลความหมายหรื อบรรยายลักษณะ ข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายของข้อมูล ในบางครั้ง อาจต้องใช้ทกษะอื่น ๆ ด้วย เช่น การสังเกต ั การคํานวน เป็ นต้น และการลงข้อสรุ ป หมายถึง การสรุ ปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด การลง ข้อสรุ ป สามารถทําได้ 2 ระดับ คือ 1. การสรุ ปในระดับแคบ คือ การสรุ ปให้อยูเ่ ฉพาะ กลุ่มตัวอย่างหรื อสิ่ งที่นามาศึกษา ํ 2. การสรุ ปในระดับกว้าง คือ การสรุ ปที่ออกนอก ขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างแต่เป็ นการขยายกว้างไปสู่ ประชากรหรื อกลุ่มใหญ่ ข้อสรุ ปนี้มีความเชื่อถือได้ น้อยกว่าแบบแรก ความสามารถทแสดงว่าเกดทกษะนี้ : ี่ ิ ั 1. แปลความหมายข้อมูลหรื อบรรยายลักษณะและสมบัติ ของขอมูลที่มีอยู่ ้ 2. บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ เช่น การอธิ บาย ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรบนกราฟ ถ้าเป็ นกราฟ ่ แสดงเส้นตรงก็สามารถอธิ บายได้วา เกิดอะไรขึ้นกับ ตัวแปรตาม ขณะที่ตวแปรอิสระเปลี่ยนแปลง ั

×