Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

การใช้เฟซบุ๊กเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้

3,778 views

Published on

Published in: Technology, Business
  • Be the first to comment

การใช้เฟซบุ๊กเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้

  1. 1. การใช้เฟซบุ๊ก เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผศ. ดร. กานดา รุณนะพงศา สายแก้วอาจารย์ประจําภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์รองผู้อํานวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  2. 2. หัวข้อ•  การสร้างกลุ่ม•  การสร้างเอกสารในกลุ่ม•  การโพสต์ไปทั้งที่เพจตนเองและกลุ่มพร้อมกัน•  การเก็บและดูสถานะหรือรูปภาพที่ชอบหรือต้องการกลับมาดูอีก•  การจัดการอีเมลแจ้งให้ทราบจากเฟซบุ๊ก•  ตัวอย่างและประสบการณ์การใช้เฟซบุ๊กเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้•  สรุป
  3. 3. การสร้างกลุ่ม•  กลุ่มในเฟซบุ๊กมี 3 แบบคือ o  1.แบบเปิด (open) ซึ่งเปิดให้ทุกคนเห็นข้อความและ เห็นว่าใครเป็นสมาชิกและสามารถเข้าไปเป็นสมาชิก เองได้ o  2.แบบปิด (closed) ซึ่งเปิดให้ทุกคนเห็นข้อความและ เห็นว่าเราเป็นสมาชิกของกลุ่มนั้น o  3.แบบลับ (secret) ซึ่งคนนอกกลุ่มจะไม่รู้ข้อมูลเกี่ยว กับกลุ่มนี้ ไม่รู้ด้วยว่าเราเป็นสมาชิกของกลุ่มนี้
  4. 4. การสร้างกลุ่ม•  ในขณะที่เราอยู่เมนู Home ทางด้านขวามือบน ให้ไปที่เมนูทางซ้ายมือในกลุ่มที่ 2 จะเห็นเมนู Create Group ดังแสดงในภาพ
  5. 5. การกรอกข้อมูลของกลุ่มจากนั้นจะมีหน้าต่างให้เรากรอกข้อมูลเพื่อสร้างกลุ่ม
  6. 6. การแก้ไขกลุ่มให้เฉพาะผู้ดูแลเพิ่มสมาชิก•  ในเมนูด้านขวามือด้าบน ให้คลิก Edit Group
  7. 7. การแก้ไขกลุ่มให้เฉพาะผู้ดูแลเพิ่มสมาชิก•  ในหน้าต่างที่แสดงออกมา ให้คลิก Only admins can approve requests to join
  8. 8. การสร้างเอกสารในกลุ่ม•  คลิกเมนู Doc
  9. 9. การเขียนเอกสารในกลุ่ม•  กรอกชื่อและเนื้อหาในเอกสาร แล้วคลิก Save
  10. 10. การแก้ไขเอกสารในกลุ่ม
  11. 11. การโพสต์ไปที่เพจตนเองและกลุ่ม•  ไปที่แอปพลิเคชันhttp://apps.facebook.com/fbpublishpage•  แล้วเลือก Post to Page
  12. 12. การคลิกเลือกเพจและกลุ่มที่จะโพสต์•  คลิกเลือกเพจและกลุ่มที่ต้องการจะโพสต์สามารถคลิกกี่เพจหรือกี่กลุ่มก็ได้
  13. 13. การพิมพ์ข้อความที่ต้องการจะโพสต์•  พิมพ์ข้อความลงไปแล้วเลือก Post to status หากต้องการโพสต์ไปที่หน้าของเฟซบุ๊กเพจส่วนตัวของตัวเอง (Wall) ด้วย•  หลังจากนั้นให้คลิก Send
  14. 14. การดูสถานะหรือรูปที่ตนเองได้คลิกชอบ•  ไปที่แอปพลิเคชัน http://apps.facebook.com/fbpublishpage•  เลือก Liked Post
  15. 15. ผลลัพธ์ของการค้นหาโพสต์ที่คลิกชอบ
  16. 16. การจัดการอีเมลแจ้งให้ทราบจากเฟซบุ๊ก•  ทางเลือก o  1) การไม่รับอีเมลจากเฟซบุ๊ก § ไปที่เมนู Account > Account Settings > Notification § คลิกเลือกที่จะรับหรือไม่รับอีเมลแจ้งเมื่อกิจกรรมใดเกิดขึ้น o  2) การจัดการอีเมลจากเฟซบุ๊กไม่ให้ปะปนกับเมลอื่น § สร้างป้ายกํากับ (label) แล้วจะตั้งตัวกรองเมลให้อีเมลจากเฟ ซบุ๊กไปที่อยู่ส่วนที่ป้ายกํากับโดยอัตโนมัติ ไม่มาอยู่ในส่วนของ Inbox เพื่อทําให้จัดการอ่านหรือลบภายหลังได้สะดวก และไม่ ปะปนกับเมลอื่นที่สําคัญกว่า
  17. 17. การไม่รับอีเมลจากเฟซบุ๊ก (1/2)•  ไปที่เมนู Account > Account Settings
  18. 18. การไม่รับอีเมลจากเฟซบุ๊ก (2/2)•  เลือก Notification แล้วคลิกไม่เอาอีเมลจากกิจกรรมที่ไม่ต้องการแจ้งให้ทราบทางเมล
  19. 19. การจัดการอีเมลจากเฟซบุ๊กไม่ให้ปะปนกับเมลอื่น (1/4)•  สร้างป้ายกํากับ (label) โดยให้ชื่อเพื่อแสดงว่าเป็นเมลที่รับจากเฟซบุ๊ก โดยอาจจะตั้งชื่อว่า facebook หรือ fb เป็นต้น o  ด้านซ้ายมือของ Gmail ไปที่ส่วน Labels แล้วคลิก Create new label
  20. 20. การจัดการอีเมลจากเฟซบุ๊กไม่ให้ปะปนกับเมลอื่น (2/4)•  ไปที่เมนูด้านข้างของช่องค้นหา คลิกที่เมนู Create a filter
  21. 21. การจัดการอีเมลจากเฟซบุ๊กไม่ให้ปะปนกับเมลอื่น (3/4)•  กําหนดเงื่อนไขของตัวกรองว่าเป็นอีเมลมาจาก Facebook•  ในที่นี้กําหนดใส่ค่าช่อง From ว่ามาจาก Facebook•  เราสามารถกําหนดเงื่อนไขอืนๆ เช่น ส่งถึงใคร To: หัวข้ออะไร Subject: มีคีย์เวิร์ดว่าคําอะไร Has the words: หรือไม่มีคําว่า อะไร Doesnt have: และตรวจสอบว่ามีไฟล์แนบหรือไม่ Has attachment
  22. 22. การจัดการอีเมลจากเฟซบุ๊กไม่ให้ปะปนกับเมลอื่น (4/4)•  เลือกที่จะไม่เก็บไว้ใน Inbox หน้าหลักที่เห็นอีเมล และให้มันไปเก็บ ไว้ในส่วนของเมลที่กํากับด้วยป้าย Facebook โดยอัตโนมัติ
  23. 23. กลุ่มเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ศูนย์คอม มข.
  24. 24. กลุ่ม KM Computer Center KKU
  25. 25. ข้อดีและข้อพึงระวังในการใช้เฟซบุ๊กเพื่อการเรียนการสอน•  ข้อดี o  สื่อสารถึงนักศึกษาได้รวดเร็วยิ่งกว่าการใช้อีเมลหรืออีเลิร์นนิ่ง o  ส่งเสริมและกระตุ้นให้นักศึกษาได้แบ่งปันความรู้ แลกเปลี่ยน ความคิดเห็นได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว o  นักศึกษามีความสะดวกในการรับข้อมูลข่าวสาร•  ข้อพึงระวัง o  ครูอาจารย์ไม่ควรขอเป็นเพื่อนกับนักศึกษา เพราะอาจทําให้ นักศึกษาไม่สบายใจหรือละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของนักศึกษา แต่ นักศึกษาสามารถขอเป็นเพื่อนกับครูอาจารย์ได้ และให้นักศึกษา คนที่เป็นเพื่อนกับครูอาจารย์เพิ่มเพื่อนที่เรียนในรายวิชาเข้าไปใน กลุ่ม
  26. 26. ขอบคุณค่ะ•  สามารถส่งคําถามและข้อแนะนําไปได้ที่ krunapon@kku.ac.th•  ข้อมูลอื่นๆและสไลด์อื่นๆ ของวิทยากร o  http://gear.kku.ac.th/~krunapon o  http://gotoknow.org/krunapon o  http://twitter.com/krunapon o  http://www.slideshare.net/krunapon o  http://scribd.com/ksaikaew

×