SlideShare a Scribd company logo
1 of 38
ดิน เกิดจากการ
แตกหักสลายตัวของหิน
และแร่บริเวณพื้นผิวโลก
โดยกระบวนการผุพังและ
การกร่อน ทำาให้เกิด
ตะกอนขนาดต่างๆ ได้แก่
เศษหิน กรวด ทราย
และดิน ตัวการที่ทำาให้หิน
และแร่แตกหักสลายตัว
ดิน (Soil) คือ วัตถุธรรมชาติที่ปกคลุมผิวโลกอยูบางๆ
                                                ่
เกิดขึ้นจากผลของการแปรสภาพหรือผุพังของหินและแร่ และ
อินทรียวัตถุผสมคลุกเคล้ากัน
ปัจ จัย ทีม ีผ ลต่อ การเกิด
           ่
    1. สภาพอากาศ
    2. สิงมีชวิตในดิน
         ่     ี
   3. สภาพภูมิประเทศ
ดิน
     โดยทั่วๆ ไป
ประกอบด้วยส่วนสำาคัญ 4
      ส่วน คือ
นำ้า
 25%




- แร่ธ าตุต ่า งๆหรือ สารอนิน ทรีย ์์ เกิด
จากการสลายตัวของหินและแร่
  ต่างๆ
นำ้า
25%




- สารอิน ทรีย ์ เกิดจากการทับถมของ
ใบไม้ และสัตว์ที่ตายแล้ว
เรียกรวมว่า ฮิวมัส ซึ่งเป็นแหล่งกำาเนิด
อาหารของพืชและจุลินทรีย์ที่สำาคัญ คือ ธาตุ
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และกำามะถันเป็นส่วน
นำ้า
25%




- อากาศ แทรกซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่าง
เม็ดดินในส่วนที่ไม่มีนำ้า ซึ่งเรียกว่า “ ความ
พรุน” อากาศที่อยู่ในดินมีประโยชน์
ออกซิเจนในดินจะมีความสำาคัญต่อการ
เจริญเติบโตของพืช เพราะรากพืชจะดูด
อาหารขึ้นมาใช้ได้นั้นจากพืชจะต้องหายใจ
นำ้า
25%




 - นำ้า ได้จากนำ้าฝนที่ตกลงมาบนพื้นผิวดิน
 หรือนำ้าใต้ดินซึมขึ้นมา นำ้าอยู่ ในส่วนที่เป็น
 ช่องว่างระหว่างเม็ดดินดินแต่ละชนิดอุ้มนำ้า
 ไว้มากน้อยแตกต่างกัน ดินทีเหมาะต่อการ
                               ่
 เพาะปลูก จะมีนำ้าในดินประมาณ 25
 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้พชดูดนำ้าที่มีแร่ธาตุ
                      ื
 ละลายอยูไปใช้ได้ และ ทำาให้ดินมีความชุ่ม
            ่
อินทรียวัตถุในดิน
สรุป ส่วนประกอบที่สำาคัญของดิน
              นำ้า
                               ( อนิน ทรีย
             25%               วัต ถุ )




   1. อนินทรียวัตถุ ได้แก่ หินและแร่
   2. อินทรียวัตถุ ได้แก่ ซากพืชซาก
   ธาตุที่แตกหักสลายตัว
   สัตว์นำ้าน่าเปือย นำ้าทีแทรกอยู่ระหว่าง
   3. ทเ ได้แก่
           ี่     ่        ่
กาศเม็ได้แก่ อากาศทีแทรกอยู่ระหว่างช่องของ
      ดดิน              ่
ชนิด ของดิน
แบ่งตามชั้นดิน       แบ่งตามลักษณะดิน

        ดินชันบน
             ้             ดินเหนียว
                           ดินร่วน
        ดินชันล่าง
             ้
                           ดินทราย
ดิน แบ่ง
- ดิน ในแต่ล ะท้อ งที่
มีชตามชัเ หมือ น
    ั้น ดิน ไม่้น ดิน
กัน จำา นวนชั้น ของ
ดิน ก็ม ากน้อ ยไม่เ ท่า
กัน ความตื้น ความ
ลึก ของดิน แต่ล ะชั้น
ไม่เ ท่า กัน สีข องดิน
แต่ล ะชั้น ไม่เ ท่า กัน
และไม่เ หมือ นกัน
และยัง มีล ัก ษณะ
อย่า งอื่น แตกต่า งกัน
- ดิน ชัน บน หรือ เรีย กว่า ชัน ไถพรวน ดิน
            ้                          ้
ชัน นีม ค วามสำา คัญ ต่อ การเพาะปลูก มาก
  ้ ้ ี
เพราะรากของพืช ส่ว นใหญ่จ ะชอนไชหา
อาหารที่ช น นี้ ดิน ชัน บนนีเ ป็น ชัน ที่ม อ ิน ทรีย
                    ั้         ้     ้       ้   ี
วัต ถุส ง กว่า ชัน อืน ๆโดยปกติด ิน จะมีส เ ข้ม
          ู              ้ ่                       ี
กว่า ชัน อื่น
        ้
  ในดิน ที่ม ก ารทำา การเพาะปลูก ทั่ว ๆ ไป
                       ี
จะมีด ิน ชัน บนหนาตั้ง แต่ 0.15 ซม. -
                  ้
ดิน ชัน ล่า ง รากพืช ของไม้ผ ล ไม้ย ืน ต้น จะ
      ้
ชอนไชลงไปถึง ชัน นี้ ปกติด ิน ชัน ล่า งเป็น
                             ้             ้
ชัน ที่ม อ ิน ทรีย วัต ถุน อ ย - ดิน ที่เ หมาะสม
   ้            ี                  ้
สำา หรับ การเพาะปลูก ควรจะมีห น้า ดิน
( ดิน ชัน บนและดิน ชัน ล่า ง ) ลึก ไม่น อ ยกว่า 1
              ้                  ้             ้
ทีย บลัก ษณะของดิน ชั้น บนและดิน ชั้น ล
                  ดิน ชั้น บน                                        ดินชั้นล่าง
   1. ดินนับจากผิวดินจนถึงดินทีลึก
                               ่
                                                     1. ดินทีอยู่ลึกกว่า 20 เซนติเมตร ขึนไป
                                                             ่                          ้
      ประมาณ 20 เซนติเมตร

   2. ดินทีมีสารอินทรียสะสมมากทำาให้ดินมีสคลำ้า
           ่           ์                  ี          2. ดินทีมสารอินทรีย์สะสมน้อยทำาให้ดินมีสจาง
                                                             ่ ี                             ี

                                                    3. เม็ดดินมีขนาดเล็ก ทำาให้ช่องว่างระหว่างเม็ด
   3. เม็ดดินมีขนาดโต ทำาให้ชองว่างระหว่างเม็ดดินมี
                             ่
                                                    ดินมี
       ขนาดใหญ่นำ้า และอากาศผ่านสะดวก
                                                       ขนาดเล็กนำ้าและอากาศผ่านยาก


       ดินชั้นบนร่วนซุย และเม็ดดินมีขนาดใหญ่
   กว่าดินชั้นล่าง ทำาให้มีช่องว่างขนาดใหญ่
   นำ้าและอากาศผ่านได้ดีกว่าดินชั้นล่าง และมี
   ฮิวมัสซึ่งเป็นอาหารของพืชมากกว่า ดินชั้น
   บนจึงเหมาะกับการเพาะปลูกมากกว่า
สรุป
                ลักษณะของดินแบ่ง
1. ดินชั้นบน มีสารอินทรี้น์มาก จึงทำาให้ สี
                       ตามชั ย
เข้ม เนื้อดินหยาบ เม็ดดินมีขนาดใหญ่ เมื่อ
นำาไป ละลายนำ้า เกิดตะกอนเป็นเศษกิ่งไม้
ใบไม้ ซากแมลงอยูข้างบน เนื้อดินตกตะกอน
                       ่
อยูข้างล่างและตกตะกอนช้า อาจมีเศษกิ่งไม้
   ่
ใบไม้ ชั้นล่าง มีสารอินทรีน้อย ยกว่าดินชั้น
2. ดิน และซากสัตว์บางเล็ก ย์น้อ
                         ้
บน จึงทำาให้มีสอ่อน เนื้อดินละเอียด เม็ดดิน
                   ี
มีขนาดเล็ก เมือนำาไปละลายนำ้า เนื้อดินตก
                     ่
ตะกอนอยูขางล่างและตกตะกอนช้า อาจมี
            ่ ้
เศษกิ่งไม้ใบไม้ และ ซากสัตว์ล้างเล็กน้อย
1. ดิน เหนีย ว
     เมื่อเปียกนำ้าแล้วยืดหยุ่น ปั้นเป็นก้อนหรือคลึงเป็นเส้นยาวได้
  เหนียวเหนอะหนะติดมือ มีการระบายนำ้าและอากาศไม่ดี อุ้ม
  นำ้าได้ดี จับยึดและแลกเปลี่ยนธาตุอาหารพืชได้สูง หรือค่อน
  ข้างสูง มีเนื้อละเอียด เพราะมีปริมาณอนุภาคดินเหนียวอยู่มาก
  เหมาะที่จะใช้ทำานาปลูกข้าว เพราะเก็บนำ้าได้นาน
           
ดินเหนียว
  เป็นดินละเอียดมาก มีการระบายนำ้าและ
อากาศไม่ดี และอุ้มนำ้าได้ดี มีความ
สามารถในการจับยึด และแลกเปลี่ยนธาตุ
อาหารพืชได้สง เหมาะที่จะใช้ทำานาปลูก
             ู
2. ดิน ทราย
       เนื้อดินเป็นทราย เพราะมีปริมาณอนุภาคทรายมาก
ระบายนำ้าและอากาศดีมาก อุ้มนำ้าตำ่า มีความอุดมสมบูรณ์ตำ่า
เพราะจับยึดธาตุอาหารพืชได้น้อย พืชจึงมักขาดทั้งธาตุอาหาร
และนำ้า           
ดินทราย
       เป็นดินทีประกอบด้วยเม็ดทรายขนาด
                ่
เล็กๆ มีการระบายนำ้าและอากาศได้ดีมาก
มีเนื้อดินโปร่งแน่นมาก มีความสามารถใน
3. ดิน ร่ว น
       เนื้อดินค่อนข้างละเอียด นุ่มมือ ยืดหยุ่นได้บ้าง ระบายนำ้า
ได้ดีปานกลาง เหมาะสำาหรับการเพาะปลูก มักไม่ค่อยพบใน
ธรรมชาติ แต่จะพบดินที่มีเนื้อดินใกล้เคียงกัน
       สีของดิน ทำาให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ ปริมาณอิน
ทรียวัตถุที่ปะปนอยู่ และแปรสภาพเป็นฮิวมัสในดิน ถ้ามีฮิวมัสน้อย
สีจะจาง มีความอุดมสมบูรณ์น้อย
ดินร่วน
   เป็นดินทีประกอบด้วยดินเหนียว
            ่
และดินทรายปะปน ผสมกันอยู่และ
ฮิวมัส (ซากพืชและซากสัตว์ทย่อย
                           ี่
1. การเกษตรกรรม
     ดิน เป็นต้นกำาเนิด ของการเกษตรกรรม เป็นแหล่ง
ผลิตอาหารของมนุษย์ มีอินทรียวัตถุ ธาตุอาหาร และนำ้า
ทีจำาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช อาหารที่คนเรา
  ่
บริโภคทุกวันนี้มาจากการเกษตรกรรม ถึง 90 %
2. การเลี้ยงสัตว์
 ดิน เป็นแหล่งอาหารสัตว์
ทังพืชและหญ้าทีขึ้นอยู่ เป็น
  ้              ่
แหล่ง ที่อยูอาศัยของสัตว์
            ่
บางชนิด เช่น งู แมลง นาก
3. เป็นแหล่งที่อยูอาศัยของคน
                  ่
     แผ่นดิน เป็นที่ตั้งของเมือง บ้านเรือน ทำาให้เกิด
วัฒนธรรม และอารยธรรมของชุมชนต่าง ๆ มากมาย
4. เป็นแหล่งเก็บกักนำ้า
       เนื้อดินจะมีสวนแข็ง คือ กรวด ทราย ตะกอน และ
        เนื้อดินจะมีส่ วนแข็ง คือ กรวด ทราย ตะกอน และ
                       ่
ส่วนเหลว คือ นำ้า ในรูปของความชื้นในดิน ซึ่งถ้ามีมาก
ส่วนเหลว คือ นำ้า ในรูปของความชื้นในดิน ซึ่งถ้ามีมาก
ก็จะกลายเป็นนำ้าซึมอยูใต้ดน ค่อย ๆ ซึมลงทีตำ่า เช่น
ก็จะกลายเป็นนำ้าซึมอยู่ ใต้ดิ น ค่อย ๆ ซึมลงที่ ตำ่า เช่น
                           ่  ิ                 ่
แม่นำ้าลำาคลอง ทำาให้มนำ้าใช้ได้ตลอดปี
แม่นำ้าลำาคลอง ทำาให้มี นำ้าใช้ได้ตลอดปี
                         ี
มนุษย์ดำารงชีพอยู่ได้จำาเป็นต้องอาศัยปัจจัย
สี่ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและ
ยารักษาโรค ปัจจัยทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์
ได้มาจากดินทั้งสิ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
          - อาหารของมนุษ ย์ ได้มาจากพืช
และสัตว์ พืชต้องอาศัยดินในการยังชีพและ
เจริญเติบโต สัตว์ก็ได้อาหารจากพืชและ
สัตว์ด้วยกัน ดังนั้นมนุษย์จึงได้รับอาหาร
จากดินในทางอ้อม
          - เครื่อ งนุ่ง ห่ม ของมนุษ ย์ ส่วน
มากได้มาจากเส้นใยของพืช หรือจากขน
สัตว์ นันคือมนุษย์ได้เครื่องนุ่งห่มจากดินใน
        ่
ทางอ้อม
          - ที่อ ยู่อ าศัย และสิ่ง ปลูก
สร้า งต่า งๆ ของมนุษย์ ได้มาจากวัสดุที่
กำาเนิดจากดิน เช่น ไม้ อิฐ ซีเมนต์ และ
เหล็ก เป็นต้น
          - ยารัก ษาโรค เราได้ยา
2. ประโยชน์ของดินต่อพืช ดินมีความจำาเป็นต่อ
การเจริญเติบโตของพืช โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้
          - ดิน เป็นที่ยึดเกาะของรากพืช เพื่อให้พืช
ยืนต้นอยู่ได้
          - ดิน เป็นที่กักเก็บนำ้า สำาหรับใช้ในการ
เจริญเติบโตของพืช
          - ดิน ให้แร่ธาตุอาหารต่างๆ ที่จำาเป็นต่อ
การเจริญเติบโตของพืช
          - ดิน ให้อากาศแก่รากพืช
การปลุกพืชหมุนเวียน


        การปลูกพืช
หมุนเวียน เช่น ปลูกพืช
ตระกูลถั่ว สลับกับพืช
หลัก แล้วไถกลบ เพื่อ
เพิ่มแร่ธาตุอาหาร
ไนโตรเจนให้กับดิน
การปลูกพืชเป็นขั้นบันได
บริเวณเชิงเขาทีมพื้นทีลาดชันน้อย
               ่ ี    ่

                    การปลูกพืชแบบ
                    การปลูกพืชแบบ
                ขั้นบันได เพื่อลด
                ขั้นบันได เพื่อลด
                ความลาดเทของพื้นที่ ่
                ความลาดเทของพื้นที
                ลดปริมาณนำ้าไปไหล
                ลดปริมาณนำ้าไปไหล
                บ่าบนผิวดินและยัง
                บ่าบนผิวดินและยัง
                ช่วยเก็บกักนำ้าในดิน
                ช่วยเก็บกักนำ้าในดิน
                ได้ มากขึ้น
                ได้ มากขึ้น
การปลูกป่า บริเเวณลาดชันมาก
การปลูกป่า บริ วณลาดชันมาก
  ซึงไม่เเหมาะต่อการกสิกรรม
   ซึงไม่ หมาะต่อการกสิกรรม
    ่่
ปลูกหญ้าแฝก
เป็นแถวตามขวางความลาดเทของพืนที่ป้องกัน
                               ้
    และแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน
ใส่ปุ๋ย สามารถเพิมปริมาณธาตุอาหารให้กับดิน
                 ่

                   การใส่ปุ๋ย
               เพื่อเพิ่มธาตุ
               อาหารให้แก่
               ดิน โดยเติม
               ปุ๋ยอินทรีย์
               หรือปุ๋ยเคมี
               ปุ๋ยอินทรีย์เป็น
               ปุ๋ยที่ทำาจากสิ่ง
               มีชีวิต
ไถพรวน
พลิกหน้าดิน


     การไถ
 พรวนดิน
ช่วยทำาให้ดิน
  โปร่ง มี
อากาศถ่ายเท
 ได้ดีสะดวก
ทำาให้รากพืช
ใส่ปูนขาว
ลักษณะของดินเสีย
           ดินเสือมคุณภาพ หมาย
                 ่
  ถึง ดินสูญเสียความอุดม
  สมบูรณ์ของแร่ธาตุและอาหาร
  ในดิน ทำาให้ดินไม่เหมาะสม
  ต่อการปลูกพืช ซึ่งเกิดขึ้นมา
  จากหลายสาเหตุ เช่น
  การทำาลายป่าไม้ การเผา
  ป่า การปลูกพืชชนิดเดียวใน
  ที่ดนเดิมเป็นเวลานาน การ
      ิ
  ใช้ปยเคมี สารเคมีฆ่าแมลง
        ุ๋
ลักษณะของดินดี
ดิน มัทนา ป.4

More Related Content

What's hot

ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarn
ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarnข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarn
ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarnflimgold
 
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์Jariya Jaiyot
 
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนkrupornpana55
 
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4Thanawut Rattanadon
 
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพแบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพyangclang22
 
กระดาษคำตอบ20ข้อ
กระดาษคำตอบ20ข้อกระดาษคำตอบ20ข้อ
กระดาษคำตอบ20ข้อwisheskerdsilp
 
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3เกษสุดา สนน้อย
 
ข้อสอบอัจฉริยะ
ข้อสอบอัจฉริยะข้อสอบอัจฉริยะ
ข้อสอบอัจฉริยะKodchaporn Siriket
 
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋Nontaporn Pilawut
 
ใบงานที่ 1 mind map
ใบงานที่ 1 mind mapใบงานที่ 1 mind map
ใบงานที่ 1 mind mapkrupornpana55
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดินแผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดินVankaew Ping
 
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารdalarat
 
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศสรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศสิปป์แสง สุขผล
 
โรคทางพันธุกรรม ม.3
โรคทางพันธุกรรม ม.3โรคทางพันธุกรรม ม.3
โรคทางพันธุกรรม ม.3Wuttipong Tubkrathok
 
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีWarodom Techasrisutee
 
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน211.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2Wichai Likitponrak
 
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมแบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมdnavaroj
 

What's hot (20)

ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarn
ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarnข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarn
ข้อสอบวิชาชีววิทยา+เฉลย By: Meriya Lertsirikarn
 
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
แบบทดสอบ เรืื่องพอลิเมอร์
 
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
 
หน่วย 1
หน่วย 1หน่วย 1
หน่วย 1
 
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
เฉลยแบบฝึกหัดหน่วยที่ 4
 
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพแบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
แบบทดสอบความหลากหลายทางชีวภาพ
 
กระดาษคำตอบ20ข้อ
กระดาษคำตอบ20ข้อกระดาษคำตอบ20ข้อ
กระดาษคำตอบ20ข้อ
 
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
เขียนเรื่องจากจินตนาการ ป.3
 
ข้อสอบอัจฉริยะ
ข้อสอบอัจฉริยะข้อสอบอัจฉริยะ
ข้อสอบอัจฉริยะ
 
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
แบบรายงานการอบรมออนไลน์รองโอ๋
 
ใบงานที่ 1 mind map
ใบงานที่ 1 mind mapใบงานที่ 1 mind map
ใบงานที่ 1 mind map
 
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดินแผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่02 เรื่องชั้นหน้าตัดดิน
 
12แบบทดสอบการแบ่งเซลล์
12แบบทดสอบการแบ่งเซลล์12แบบทดสอบการแบ่งเซลล์
12แบบทดสอบการแบ่งเซลล์
 
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสารความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร
 
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศสรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
สรุป วิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
 
ความหนาแน่น (Density)
ความหนาแน่น (Density)ความหนาแน่น (Density)
ความหนาแน่น (Density)
 
โรคทางพันธุกรรม ม.3
โรคทางพันธุกรรม ม.3โรคทางพันธุกรรม ม.3
โรคทางพันธุกรรม ม.3
 
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
ถอดคำประพันธ์มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
 
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน211.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2
11.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน2
 
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรมแบบทดสอบ บทที่  6  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
แบบทดสอบ บทที่ 6 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธูกรรม
 

Similar to ดิน มัทนา ป.4

ความลับของดิน
ความลับของดินความลับของดิน
ความลับของดินKomgid
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินlalipat
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินLittleZozind
 
ทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินRoongroeng
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก1
โครงการปลูกหญ้าแฝก1โครงการปลูกหญ้าแฝก1
โครงการปลูกหญ้าแฝก1Nuttayaporn2138
 
การเตรียมการก่อนปลูกพืช
การเตรียมการก่อนปลูกพืชการเตรียมการก่อนปลูกพืช
การเตรียมการก่อนปลูกพืชchunkidtid
 
เพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดินเพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดินPassakorn TheJung
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินlalipat
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกโครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกjanjam12
 
ปัญหาทรัพยากรดิน
ปัญหาทรัพยากรดินปัญหาทรัพยากรดิน
ปัญหาทรัพยากรดินKanokwan Rapol
 
การวิเคราะห์ดิน
การวิเคราะห์ดินการวิเคราะห์ดิน
การวิเคราะห์ดินkasetpcc
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกโครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกmint123n
 
ทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินJiraporn
 
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติโครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติPraew Choosanga
 

Similar to ดิน มัทนา ป.4 (20)

ความลับของดิน
ความลับของดินความลับของดิน
ความลับของดิน
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดิน
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดิน
 
ทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดิน
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก1
โครงการปลูกหญ้าแฝก1โครงการปลูกหญ้าแฝก1
โครงการปลูกหญ้าแฝก1
 
การเตรียมการก่อนปลูกพืช
การเตรียมการก่อนปลูกพืชการเตรียมการก่อนปลูกพืช
การเตรียมการก่อนปลูกพืช
 
Soil ดิน.pdf
 Soil ดิน.pdf Soil ดิน.pdf
Soil ดิน.pdf
 
ดินในประเทศไทย
ดินในประเทศไทยดินในประเทศไทย
ดินในประเทศไทย
 
เพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดินเพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดิน
 
เพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดินเพียงก้อนดิน
เพียงก้อนดิน
 
โครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดินโครงการแกล้งดิน
โครงการแกล้งดิน
 
หญ้าแฝก
หญ้าแฝกหญ้าแฝก
หญ้าแฝก
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกโครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝก
 
ปัญหาทรัพยากรดิน
ปัญหาทรัพยากรดินปัญหาทรัพยากรดิน
ปัญหาทรัพยากรดิน
 
ดิน
ดินดิน
ดิน
 
การวิเคราะห์ดิน
การวิเคราะห์ดินการวิเคราะห์ดิน
การวิเคราะห์ดิน
 
โครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝกโครงการปลูกหญ้าแฝก
โครงการปลูกหญ้าแฝก
 
ทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดินทรัพยากรดิน
ทรัพยากรดิน
 
ฝายแม้ว
ฝายแม้วฝายแม้ว
ฝายแม้ว
 
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติโครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
โครงการหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติ
 

ดิน มัทนา ป.4

  • 1.
  • 3. ดิน (Soil) คือ วัตถุธรรมชาติที่ปกคลุมผิวโลกอยูบางๆ ่ เกิดขึ้นจากผลของการแปรสภาพหรือผุพังของหินและแร่ และ อินทรียวัตถุผสมคลุกเคล้ากัน
  • 4. ปัจ จัย ทีม ีผ ลต่อ การเกิด ่ 1. สภาพอากาศ 2. สิงมีชวิตในดิน ่ ี 3. สภาพภูมิประเทศ
  • 5. ดิน โดยทั่วๆ ไป ประกอบด้วยส่วนสำาคัญ 4 ส่วน คือ
  • 6. นำ้า 25% - แร่ธ าตุต ่า งๆหรือ สารอนิน ทรีย ์์ เกิด จากการสลายตัวของหินและแร่ ต่างๆ
  • 7. นำ้า 25% - สารอิน ทรีย ์ เกิดจากการทับถมของ ใบไม้ และสัตว์ที่ตายแล้ว เรียกรวมว่า ฮิวมัส ซึ่งเป็นแหล่งกำาเนิด อาหารของพืชและจุลินทรีย์ที่สำาคัญ คือ ธาตุ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และกำามะถันเป็นส่วน
  • 8. นำ้า 25% - อากาศ แทรกซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่าง เม็ดดินในส่วนที่ไม่มีนำ้า ซึ่งเรียกว่า “ ความ พรุน” อากาศที่อยู่ในดินมีประโยชน์ ออกซิเจนในดินจะมีความสำาคัญต่อการ เจริญเติบโตของพืช เพราะรากพืชจะดูด อาหารขึ้นมาใช้ได้นั้นจากพืชจะต้องหายใจ
  • 9. นำ้า 25% - นำ้า ได้จากนำ้าฝนที่ตกลงมาบนพื้นผิวดิน หรือนำ้าใต้ดินซึมขึ้นมา นำ้าอยู่ ในส่วนที่เป็น ช่องว่างระหว่างเม็ดดินดินแต่ละชนิดอุ้มนำ้า ไว้มากน้อยแตกต่างกัน ดินทีเหมาะต่อการ ่ เพาะปลูก จะมีนำ้าในดินประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้พชดูดนำ้าที่มีแร่ธาตุ ื ละลายอยูไปใช้ได้ และ ทำาให้ดินมีความชุ่ม ่
  • 11. สรุป ส่วนประกอบที่สำาคัญของดิน นำ้า ( อนิน ทรีย 25% วัต ถุ ) 1. อนินทรียวัตถุ ได้แก่ หินและแร่ 2. อินทรียวัตถุ ได้แก่ ซากพืชซาก ธาตุที่แตกหักสลายตัว สัตว์นำ้าน่าเปือย นำ้าทีแทรกอยู่ระหว่าง 3. ทเ ได้แก่ ี่ ่ ่ กาศเม็ได้แก่ อากาศทีแทรกอยู่ระหว่างช่องของ ดดิน ่
  • 12. ชนิด ของดิน แบ่งตามชั้นดิน แบ่งตามลักษณะดิน ดินชันบน ้ ดินเหนียว ดินร่วน ดินชันล่าง ้ ดินทราย
  • 13. ดิน แบ่ง - ดิน ในแต่ล ะท้อ งที่ มีชตามชัเ หมือ น ั้น ดิน ไม่้น ดิน กัน จำา นวนชั้น ของ ดิน ก็ม ากน้อ ยไม่เ ท่า กัน ความตื้น ความ ลึก ของดิน แต่ล ะชั้น ไม่เ ท่า กัน สีข องดิน แต่ล ะชั้น ไม่เ ท่า กัน และไม่เ หมือ นกัน และยัง มีล ัก ษณะ อย่า งอื่น แตกต่า งกัน
  • 14. - ดิน ชัน บน หรือ เรีย กว่า ชัน ไถพรวน ดิน ้ ้ ชัน นีม ค วามสำา คัญ ต่อ การเพาะปลูก มาก ้ ้ ี เพราะรากของพืช ส่ว นใหญ่จ ะชอนไชหา อาหารที่ช น นี้ ดิน ชัน บนนีเ ป็น ชัน ที่ม อ ิน ทรีย ั้ ้ ้ ้ ี วัต ถุส ง กว่า ชัน อืน ๆโดยปกติด ิน จะมีส เ ข้ม ู ้ ่ ี กว่า ชัน อื่น ้ ในดิน ที่ม ก ารทำา การเพาะปลูก ทั่ว ๆ ไป ี จะมีด ิน ชัน บนหนาตั้ง แต่ 0.15 ซม. - ้ ดิน ชัน ล่า ง รากพืช ของไม้ผ ล ไม้ย ืน ต้น จะ ้ ชอนไชลงไปถึง ชัน นี้ ปกติด ิน ชัน ล่า งเป็น ้ ้ ชัน ที่ม อ ิน ทรีย วัต ถุน อ ย - ดิน ที่เ หมาะสม ้ ี ้ สำา หรับ การเพาะปลูก ควรจะมีห น้า ดิน ( ดิน ชัน บนและดิน ชัน ล่า ง ) ลึก ไม่น อ ยกว่า 1 ้ ้ ้
  • 15. ทีย บลัก ษณะของดิน ชั้น บนและดิน ชั้น ล ดิน ชั้น บน ดินชั้นล่าง 1. ดินนับจากผิวดินจนถึงดินทีลึก ่ 1. ดินทีอยู่ลึกกว่า 20 เซนติเมตร ขึนไป ่ ้ ประมาณ 20 เซนติเมตร 2. ดินทีมีสารอินทรียสะสมมากทำาให้ดินมีสคลำ้า ่ ์ ี 2. ดินทีมสารอินทรีย์สะสมน้อยทำาให้ดินมีสจาง ่ ี ี 3. เม็ดดินมีขนาดเล็ก ทำาให้ช่องว่างระหว่างเม็ด 3. เม็ดดินมีขนาดโต ทำาให้ชองว่างระหว่างเม็ดดินมี ่ ดินมี ขนาดใหญ่นำ้า และอากาศผ่านสะดวก ขนาดเล็กนำ้าและอากาศผ่านยาก ดินชั้นบนร่วนซุย และเม็ดดินมีขนาดใหญ่ กว่าดินชั้นล่าง ทำาให้มีช่องว่างขนาดใหญ่ นำ้าและอากาศผ่านได้ดีกว่าดินชั้นล่าง และมี ฮิวมัสซึ่งเป็นอาหารของพืชมากกว่า ดินชั้น บนจึงเหมาะกับการเพาะปลูกมากกว่า
  • 16. สรุป ลักษณะของดินแบ่ง 1. ดินชั้นบน มีสารอินทรี้น์มาก จึงทำาให้ สี ตามชั ย เข้ม เนื้อดินหยาบ เม็ดดินมีขนาดใหญ่ เมื่อ นำาไป ละลายนำ้า เกิดตะกอนเป็นเศษกิ่งไม้ ใบไม้ ซากแมลงอยูข้างบน เนื้อดินตกตะกอน ่ อยูข้างล่างและตกตะกอนช้า อาจมีเศษกิ่งไม้ ่ ใบไม้ ชั้นล่าง มีสารอินทรีน้อย ยกว่าดินชั้น 2. ดิน และซากสัตว์บางเล็ก ย์น้อ ้ บน จึงทำาให้มีสอ่อน เนื้อดินละเอียด เม็ดดิน ี มีขนาดเล็ก เมือนำาไปละลายนำ้า เนื้อดินตก ่ ตะกอนอยูขางล่างและตกตะกอนช้า อาจมี ่ ้ เศษกิ่งไม้ใบไม้ และ ซากสัตว์ล้างเล็กน้อย
  • 17. 1. ดิน เหนีย ว เมื่อเปียกนำ้าแล้วยืดหยุ่น ปั้นเป็นก้อนหรือคลึงเป็นเส้นยาวได้ เหนียวเหนอะหนะติดมือ มีการระบายนำ้าและอากาศไม่ดี อุ้ม นำ้าได้ดี จับยึดและแลกเปลี่ยนธาตุอาหารพืชได้สูง หรือค่อน ข้างสูง มีเนื้อละเอียด เพราะมีปริมาณอนุภาคดินเหนียวอยู่มาก เหมาะที่จะใช้ทำานาปลูกข้าว เพราะเก็บนำ้าได้นาน          
  • 18. ดินเหนียว เป็นดินละเอียดมาก มีการระบายนำ้าและ อากาศไม่ดี และอุ้มนำ้าได้ดี มีความ สามารถในการจับยึด และแลกเปลี่ยนธาตุ อาหารพืชได้สง เหมาะที่จะใช้ทำานาปลูก ู
  • 19. 2. ดิน ทราย เนื้อดินเป็นทราย เพราะมีปริมาณอนุภาคทรายมาก ระบายนำ้าและอากาศดีมาก อุ้มนำ้าตำ่า มีความอุดมสมบูรณ์ตำ่า เพราะจับยึดธาตุอาหารพืชได้น้อย พืชจึงมักขาดทั้งธาตุอาหาร และนำ้า           
  • 20. ดินทราย เป็นดินทีประกอบด้วยเม็ดทรายขนาด ่ เล็กๆ มีการระบายนำ้าและอากาศได้ดีมาก มีเนื้อดินโปร่งแน่นมาก มีความสามารถใน
  • 21. 3. ดิน ร่ว น เนื้อดินค่อนข้างละเอียด นุ่มมือ ยืดหยุ่นได้บ้าง ระบายนำ้า ได้ดีปานกลาง เหมาะสำาหรับการเพาะปลูก มักไม่ค่อยพบใน ธรรมชาติ แต่จะพบดินที่มีเนื้อดินใกล้เคียงกัน สีของดิน ทำาให้ทราบถึงความอุดมสมบูรณ์ ปริมาณอิน ทรียวัตถุที่ปะปนอยู่ และแปรสภาพเป็นฮิวมัสในดิน ถ้ามีฮิวมัสน้อย สีจะจาง มีความอุดมสมบูรณ์น้อย
  • 22. ดินร่วน เป็นดินทีประกอบด้วยดินเหนียว ่ และดินทรายปะปน ผสมกันอยู่และ ฮิวมัส (ซากพืชและซากสัตว์ทย่อย ี่
  • 23. 1. การเกษตรกรรม ดิน เป็นต้นกำาเนิด ของการเกษตรกรรม เป็นแหล่ง ผลิตอาหารของมนุษย์ มีอินทรียวัตถุ ธาตุอาหาร และนำ้า ทีจำาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช อาหารที่คนเรา ่ บริโภคทุกวันนี้มาจากการเกษตรกรรม ถึง 90 %
  • 24. 2. การเลี้ยงสัตว์ ดิน เป็นแหล่งอาหารสัตว์ ทังพืชและหญ้าทีขึ้นอยู่ เป็น ้ ่ แหล่ง ที่อยูอาศัยของสัตว์ ่ บางชนิด เช่น งู แมลง นาก
  • 25. 3. เป็นแหล่งที่อยูอาศัยของคน ่ แผ่นดิน เป็นที่ตั้งของเมือง บ้านเรือน ทำาให้เกิด วัฒนธรรม และอารยธรรมของชุมชนต่าง ๆ มากมาย
  • 26. 4. เป็นแหล่งเก็บกักนำ้า เนื้อดินจะมีสวนแข็ง คือ กรวด ทราย ตะกอน และ เนื้อดินจะมีส่ วนแข็ง คือ กรวด ทราย ตะกอน และ ่ ส่วนเหลว คือ นำ้า ในรูปของความชื้นในดิน ซึ่งถ้ามีมาก ส่วนเหลว คือ นำ้า ในรูปของความชื้นในดิน ซึ่งถ้ามีมาก ก็จะกลายเป็นนำ้าซึมอยูใต้ดน ค่อย ๆ ซึมลงทีตำ่า เช่น ก็จะกลายเป็นนำ้าซึมอยู่ ใต้ดิ น ค่อย ๆ ซึมลงที่ ตำ่า เช่น ่ ิ ่ แม่นำ้าลำาคลอง ทำาให้มนำ้าใช้ได้ตลอดปี แม่นำ้าลำาคลอง ทำาให้มี นำ้าใช้ได้ตลอดปี ี
  • 27. มนุษย์ดำารงชีพอยู่ได้จำาเป็นต้องอาศัยปัจจัย สี่ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและ ยารักษาโรค ปัจจัยทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ ได้มาจากดินทั้งสิ้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม           - อาหารของมนุษ ย์ ได้มาจากพืช และสัตว์ พืชต้องอาศัยดินในการยังชีพและ เจริญเติบโต สัตว์ก็ได้อาหารจากพืชและ สัตว์ด้วยกัน ดังนั้นมนุษย์จึงได้รับอาหาร จากดินในทางอ้อม           - เครื่อ งนุ่ง ห่ม ของมนุษ ย์ ส่วน มากได้มาจากเส้นใยของพืช หรือจากขน สัตว์ นันคือมนุษย์ได้เครื่องนุ่งห่มจากดินใน ่ ทางอ้อม           - ที่อ ยู่อ าศัย และสิ่ง ปลูก สร้า งต่า งๆ ของมนุษย์ ได้มาจากวัสดุที่ กำาเนิดจากดิน เช่น ไม้ อิฐ ซีเมนต์ และ เหล็ก เป็นต้น           - ยารัก ษาโรค เราได้ยา
  • 28. 2. ประโยชน์ของดินต่อพืช ดินมีความจำาเป็นต่อ การเจริญเติบโตของพืช โดยสามารถสรุปได้ ดังนี้           - ดิน เป็นที่ยึดเกาะของรากพืช เพื่อให้พืช ยืนต้นอยู่ได้           - ดิน เป็นที่กักเก็บนำ้า สำาหรับใช้ในการ เจริญเติบโตของพืช           - ดิน ให้แร่ธาตุอาหารต่างๆ ที่จำาเป็นต่อ การเจริญเติบโตของพืช           - ดิน ให้อากาศแก่รากพืช
  • 29. การปลุกพืชหมุนเวียน การปลูกพืช หมุนเวียน เช่น ปลูกพืช ตระกูลถั่ว สลับกับพืช หลัก แล้วไถกลบ เพื่อ เพิ่มแร่ธาตุอาหาร ไนโตรเจนให้กับดิน
  • 30. การปลูกพืชเป็นขั้นบันได บริเวณเชิงเขาทีมพื้นทีลาดชันน้อย ่ ี ่ การปลูกพืชแบบ การปลูกพืชแบบ ขั้นบันได เพื่อลด ขั้นบันได เพื่อลด ความลาดเทของพื้นที่ ่ ความลาดเทของพื้นที ลดปริมาณนำ้าไปไหล ลดปริมาณนำ้าไปไหล บ่าบนผิวดินและยัง บ่าบนผิวดินและยัง ช่วยเก็บกักนำ้าในดิน ช่วยเก็บกักนำ้าในดิน ได้ มากขึ้น ได้ มากขึ้น
  • 31. การปลูกป่า บริเเวณลาดชันมาก การปลูกป่า บริ วณลาดชันมาก ซึงไม่เเหมาะต่อการกสิกรรม ซึงไม่ หมาะต่อการกสิกรรม ่่
  • 32. ปลูกหญ้าแฝก เป็นแถวตามขวางความลาดเทของพืนที่ป้องกัน ้ และแก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน
  • 33. ใส่ปุ๋ย สามารถเพิมปริมาณธาตุอาหารให้กับดิน ่ การใส่ปุ๋ย เพื่อเพิ่มธาตุ อาหารให้แก่ ดิน โดยเติม ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์เป็น ปุ๋ยที่ทำาจากสิ่ง มีชีวิต
  • 34. ไถพรวน พลิกหน้าดิน การไถ พรวนดิน ช่วยทำาให้ดิน โปร่ง มี อากาศถ่ายเท ได้ดีสะดวก ทำาให้รากพืช
  • 36. ลักษณะของดินเสีย ดินเสือมคุณภาพ หมาย ่ ถึง ดินสูญเสียความอุดม สมบูรณ์ของแร่ธาตุและอาหาร ในดิน ทำาให้ดินไม่เหมาะสม ต่อการปลูกพืช ซึ่งเกิดขึ้นมา จากหลายสาเหตุ เช่น การทำาลายป่าไม้ การเผา ป่า การปลูกพืชชนิดเดียวใน ที่ดนเดิมเป็นเวลานาน การ ิ ใช้ปยเคมี สารเคมีฆ่าแมลง ุ๋