การบริหารแบบมีส่วนร่วม

15,071 views

Published on

การนำเสนอการบริหารแบบมีส่วนร่วม

Published in: Education
6 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
15,071
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
15
Actions
Shares
0
Downloads
357
Comments
6
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การบริหารแบบมีส่วนร่วม

  1. 1. การบริหารแบบมีส่วนร่วมParticipative Management 1
  2. 2. นิสิตบัณฑิตศึกษา สาขาบริการการศึกษา ห้อง 2 ระบบนอกเวลาราชการ รุ่น พ 25 ปีการศึกษา 2555เอกสารการนาเสนอรายวิชา หลักการ ทฤษฏี และนวัตกรรมการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2
  3. 3. ประเด็นในการนาเสนอ ความหมาย แนวคิดและทฤษฎี ของการบริหารแบบมีส่วนร่วมบทเรียนที่สนับสนุนแนวคิดและทฤษฎีการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประเภทและลักษณะของการบริหารแบบมีส่วนร่วม วิธีการของการบริหารแบบมีส่วนร่วม องค์ประกอบของการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประโยชน์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม 3 อุปสรรค์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม
  4. 4. การบริหารแบบมีส่วนร่วม ......นับว่าเป็นวิทยาการสมัยใหม่โดยเน้นเป้าหมายของการมีพันธะสัญญาร่วมกันของผู้บริหารและผู้ใต้บังคับบัญชาในการทางานร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร 4
  5. 5. “ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วม” (Participative Management)Keith Davis (ค.ศ.1972)“การมีส่วนร่วม” หมายถึง การเกี่ยวข้อง ทางจิตใจและอารมณ์ ของบุคคลหนึ่งในสถานการณ์กลุ่ม ซึ่งผลดังกล่าว เป็นเหตุเร้าใจให้กระทาให้บรรลุจุดมุ่งหมายของกลุ่มนั้น และรู้สกรับผิดชอบ ึกับกลุ่มดังกล่าวด้วย 5
  6. 6. “ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วม” (Participative Management) White (ค.ศ.1982)“การมีส่วนร่วม” ประกอบด้วย 4 มิติ คือ1. มีส่วนร่วมเสียสละมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าอะไรควรทา และทาอย่างไร2. มีส่วนร่วมในการพัฒนาการลงมือปฏิบติตามที่ได้สนใจ ั3. มีส่วนร่วมในการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เกิดจากการดาเนินงาน4. มีส่วนร่วมในการประเมินผล 6
  7. 7. “ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วม” (Participative Management)สมยศ นาวีการ (พ.ศ.2525) “การมีส่วนร่วม” หมายถึง กระบวนการที่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีส่วนในการตัดสินใจ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความ เชี่ยวชาญ ในการแก้ปัญหาของการบริหาร หลักสาคัญ อยู่ที่การแบ่งอานาจหน้าที่การบริหารให้ ผู้ใต้บังคับบัญชา 7
  8. 8. “ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วม” (Participative Management)เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ (พ.ศ.2541) “การมีส่วนร่วม” หมายถึง การที่บุคคลหรือคณะบุคคลเข้า มาช่วยเหลือสนับสนุน ทาประโยชน์ในเรื่องต่างๆ หรือใน กระบวนการบริหาร เช่น การเกี่ยวข้องด้วย(Involvement) การช่วยเหลือ (Contribution) และการรับผิดชอบ (Responsibility) 8
  9. 9. “ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วม” (Participative Management)สมเดช สีแสง(พ.ศ.2547) “การมีส่วนร่วม” หมายถึง การเปิดโอกาสให้พนักงานทุก ระดับได้มีส่วนร่วมในการบริหารกิจการภายในขอบเขต หน้าที่ของตน เรียกว่า “การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กร” (Total Quality Control หรือ TQC) 9
  10. 10. สรุปการบริหารแบบมีส่วนร่วม“การบริหารแบบมีส่วนร่วม” หมายถึง การบริหารโดยให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการได้รับประโยชน์ ทั้งทางตรง และทางอ้อม มาจัดการศึกษา ได้มีส่วนในการกาหนดนโยบายและทิศทางในการจัดการศึกษา โดยร่วมดาเนินการสนับสนุนทั้งด้านกาลังความคิดกาลังกาย กาลังใจ และกาลังทรัพย์ พร้อมร่วมกากับติดตามตรวจสอบและประเมินผล เพื่อให้การศึกษามีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนดเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 10
  11. 11. “แนวคิดและทฤษฎีการบริหารแบบมีส่วนร่วม”Mary Parker Follet เขียนบทความชื่อ “Dynamics Administration” บรรยายให้ผู้บริหารแก้ปัญหาความขัดแย้งในองค์กรด้วยการสร้างมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารเชิงมนุษย์สัมพันธ์ และการบริหารเชิงพฤติกรรม .....ต่อมา 11
  12. 12. นักวิชาการที่ได้เสนอแนวคิดและทฤษฎี การบริหารแบบมีสวนร่วม ่David McClelland (1961) ได้ทาการวิจัยเกี่ยวกับแรงจูงใจของมนุษย์ในการทางานให้เกิดผลสาเร็จ สรุปได้ 3 ประการคือ 1. ความต้องการสัมฤทธิผล (Need for Achievement) 2. ความต้องการผูกพัน (Need for Affiliation) 3. ความต้องการมีอานาจบารมี (Need for Power) สาระสาคัญ คือ ถ้าแต่ละคนมีความต้องการด้านสัมฤทธิผลสูงก็สามารถ ทางานได้สาเร็จ และช่วยให้งานของหน่วยงานสาเร็จไปด้วย 12
  13. 13. Rensis Likert (1967) เสนอรูปแบบการบริหารมีลักษณะแตกต่างกัน 4 รูปแบบระบบที่ 1 “เผด็จการ” ใช้อานาจเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว เน้นหน้าที่และโครงสร้างแบบอานาจนิยมสูง ระบบที่ 2 “เผด็จการแบบมีศิลป์” ใช้อานาจแบบเมตตา ใช้ ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างระบบที่ 3 “การปรึกษาหารือ” บริหารแบบมีความมั่นคง แต่ฝ่ายบริหารไม่มีความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในตัวผู้บังคับบัญชาระบบที่ 4 “กลุ่มทีมีส่วนร่วม” ความเป็นมิตรกันระหว่างนายจ้างกับ ่ลูกจ้างในระดับสูง จากการมีส่วนร่วมในการทางานกลุ่ม 13
  14. 14. อุทัย บุญประเสริฐ (2543) กล่าวถึง การบริหารแบบ มีส่วนร่วม มีแนวความคิดพื้นฐาน ดังนี้1. ความเชื่อเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ (ตามแนวคิด ของ Mc Gregor) ทฤษฎี X ทฤษฎี Y เชื่อว่ามนุษย์ข้ ีเกียจ เชื่อว่ามน ุษย์ขยัน ชอบ และขาดความ ทางานถ้าสภาพทางานมี รับผิดชอบ ความเหมาะสม 14
  15. 15. อุทย บุญประเสริฐ (2543) ั2. ความเป็นองค์การของโรงเรียน องค์การเป็นสถานที่สาหรับการดารงชีวิตและการพัฒนา3. รูปแบบการตัดสินใจ การตัดสินใจในสถานศึกษา ควรร่วมมือกันใช้อานาจระหว่างครู ผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนศิษย์เก่า 15
  16. 16. อุทย บุญประเสริฐ (2543) ั4. ภาวะผู้นา ตามทฤษฎีของ Sergiovanni ได้จัดผู้นาไว้ 5 ระดับ1. ภาวะผู้นาด้านเทคนิค2. ภาวะผู้นาด้านมนุษย์3. ภาวะผู้นาทางการศึกษา4. ภาวะผู้นาเชิงสัญญาลักษณ์5. ภาวะผู้นาทางวัฒนธรรม 16
  17. 17. อุทย บุญประเสริฐ (2543) ั5. กลยุทธ์การใช้อานาจ French และ Raven แบ่งที่มาของอานาจได้ 5 แบบ1. อานาจจากการให้รางวัล2. อานาจจากการบังคับ3. อานาจตามกฎหมาย4. อานาจจากการการอ้างอิง5. อานาจจากความรู้ความเชี่ยวชาญ 17
  18. 18. อุทย บุญประเสริฐ (2543) ั6. ทักษะในการบริหาร ทักษะการบริหารแบบใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนามาปรับใช้ในองค์การ เช่น การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ , ใช้ทักษะแก้ไขความขัดแย้ง , ใช้กลยุทธ์พัฒนาองค์การ7. การใช้ทรัพยากร สถาบันการศึกษามีอานาจในการใช้และบริหารทรัพยากร ทาให้สถานศึกษาไม่ต้องสิ้นเปลืองบุคลากร งบประมาณ และเวลาในการควบคุมตรวจสอบ 18
  19. 19. สรุปแนวคิดและทฤษฎีการบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารจัดการในปัจจุบัน “คน” มีความรู้ ความ ต้องการและการแสวงหาสิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น ผูร่วมงานกลายเป็น ้ ผู้ทรัพยากรทางการบริหารที่มีค่า และสาคัญมาก แนวคิดดังกล่าว ได้มีองค์การต่างๆ ได้นามาประยุกต์ใช้ อย่างแพร่หลาย ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทางาน การ ให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และความ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งทางด้าน ธุรกิจ และการศึกษา 19
  20. 20. บทเรียนที่สนับสนุนแนวคิดและทฤษฎี บริหารแบบมีส่วนร่วม 20
  21. 21. ระหว่างปี 1927-1932 นักวิชาการมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด Elton Mayo ได้รับการติดต่อจาก บริษัท Western Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ใน เมืองชิคาโกให้ทาการศึกษาความสัมพันธ์ของ สภาพแวดล้อมทางกายภาพด้านแสงสว่าง อุณหภูมิ (Elton Mayo ) ระยะเวลาพักผ่อน การเพิมค่าจ้าง และการควบคุม ่ งานที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการผลิต โดยได้ ทาการศึกษา 3 แบบ คือ1. การศึกษาสภาพการทางานภายในห้อง (room studies)2. การสัมภาษณ์ (interview studies)3. การสังเกต (observation studies) 21
  22. 22. ผลการศึกษาพบว่า 1. ปริมาณของผลผลิตมิได้ขึ้นอยู่กับ สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ หากขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อมทางสังคม 2. เงินไม่ใช่ปัจจัยสาคัญ แต่ขวัญ กาลังใจ และความพึงพอใจเป็นเรื่อง สาคัญในการทางาน 3. อิทธิพลของกลุ่มมีความสาคัญยิ่งใน การดาเนินการหน่วยงาน 22
  23. 23. Coch and French ได้ทาการศึกษาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของคนงานในปลายทศวรรษ 1940 โดยได้เปรียบเทียบผลงานของคนงาน 3 กลุ่ม คือ 1. คนงานไม่มีส่วนร่วม (กลุ่มควบคุม) 2. คนงานมีส่วนร่วมบ้าง (กลุ่มทดลองที่ 1) 3. คนงานทั้งหมดส่วนร่วม (กลุ่มทดลองที่ 2) ได้ผลการทดลองดังนี้ 23
  24. 24. 1) กลุ่มควบคุม 1 (คนงานมีีส่วนร่วม) าได้รับรู้จงากผู้บังคับบัจงความ (คนงานไม่ม ส่วนร่วมบ้ ง) หลั จากการชี้แ ญชา2) กลุ่มทดลอง 2 (คนงานมีส่วนร่วมทั้งหมด) หลังจากที่ได้รับฟัง3)่ยกลุ่มทดลอง ่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และความจาเป็นที่ต้องเกี วกับการเปลีารเปลี่ยนแปลง ได้มีการพัฒนาวิธีการทางานจาเป็นที่ตาเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ปฏิบัตทงหมดได้ช่วยกัน ้องมีกถึงความจ เช่น การขยายงานและอัตราใหม่ของการจ่ายต่อชิ้น ิ ั้เปลี่ยนแปลง ราการจ่ายตามที่ฝ่ายบริหารร้องขอให้ช่วยกลุ่มได้เลือกใหม่ และอัต ทุกคนทางานได้ดีที่สุด ผลผลิตเป็นหน่วยต่อออกแบบงานใหม่ภายในัต40 วัน ของการเปลี่ยนแปลง พบว่า 17 ๆ หลัเงจาก ของ เปอร์ ซ็นต์ผู้ปโมงเพิานบางคนไปฝึกอบรมวิธีกาวหน้าสูงกว่าที่มีการ ฏิบ ิง่มขึ้น ผลการปฏิบัติงานก้ ารทางานใหม่ชั่ว กงานลาออกและที่เหลืออยู่หยุดการผลิต ปฏิเสธที่จะพนัสัปดาห์ของการปรับปรุง แก้ไข กลุ่มมีผลงานดีกว่าครั้ง2 ่ยนแปลง 14 เปอร์เซ็นต์เปลี อ และจานวนหน่วยของผลงานต่อชั่วโมงยังเท่าเดิมร่วมมื และอีก 2 สัปดาห์ ของการปรับปรุงแก้ไข กลุ่มมีผลงานดีขึ้นอีกก่อนคนงานไม่ลาออกและมีทัศนคติดีขึ้น 24
  25. 25. ประเภทของการมีส่วนร่วม1. การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making)2. การมีส่วนร่วมในการดาเนินงาน (Implementation)3. การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ (Benefits)4. การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) 25
  26. 26. ลักษณะของการมีส่วนร่วม Arnstien (1969) เห็นว่าการมีส่วนร่วมมีลักษณะมากน้อยเพียงใด สังเกตจากการให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการใช้อานาจ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะผู้นาที่เป็นประชาธิปไตย ว่ามีสูงหรือต่าArnstien ได้แบ่งเกณฑ์บอกการมีส่วนร่วม สรุปเป็นขั้นบันได(Participation Ladder) 8 ขั้น จัดได้เป็น 3 กลุ่ม 26
  27. 27. ขั้นควบคุมโดยประชาชน 8 (Citizen Control) การมีส่วนร่วมที่แท้จริง มีอานาจและบทบาทมาก (Degree of Citizen Power) ขั้นมอบอานาจ 7 (Delegated Power) ขั้นเป็นหุ้นส่วน 6 (Partnership) ขั้นปลอบใจ 5 (Placation) ขั้นให้คาปรึกษา การมีส่วนร่วมพอเป็นพิธีหรือบางส่วน 4 (Consultation) (Degree of Tokenism or Partial Participation) ขั้นแจ้งข่าวสาร 3 (Informing) ขั้นบาบัดรักษา 2 (Therapy) การมีส่วนร่วมเทียม ขั้นจัดฉาก (Pseudo – Participation)(Manipulation)1 27
  28. 28. บันไดขั้นที่ 6 – 8 ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมาก เป็นการใช้อานาจตัดสินใจของประชาชนโดยตรง หรือผ่านตัวแทนบันไดขั้นที่ 3 – 5 เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมบ้างในบางเรื่องเท่านั้น เพราะบางส่วนผู้มีอานาจเต็มสงวนเอาไว้บันไดขั้นที 1 – 2 เรียกว่า ขั้นการมีส่วนร่วมเทียม หรือไม่มีส่วนร่วมหมายถึงประชาชน ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างแท้จริง 28
  29. 29. การจัดฉาก (Manipulation) ผู้ใช้อานาจมาก มีส่วนร่วมน้อย (เผด็จการ) การบาบัดรักษา (Therapy) หรือแทบไม่มีส่วนร่วมเลย การแจ้งข่าวสาร (Informing) ผู้นาค่อนข้าง การให้คาปรึกษา (Consultation) มีส่วนร่วมเล็กน้อย เป็นประชาธิปไตย การปลอบใจ (Placation) การเป็นหุ้นส่วน (Partnership)ผู้นาเป็นประชาธิปไตย มีส่วนร่วมมาก การมอบอานาจ (Citizen Control) ผู้นาแบบ การควบคุมโดยประชาชน มีส่วนร่วมมากที่สุดประชาธิปไตยในอุดมคติ (Citizen Control) 29
  30. 30. วิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม1. การให้คาปรึกษา (Consultation)2. การทางานเป็นทีมหรือการสร้างทีม (Team Building)3. การสร้างกลุ่มคุณภาพงาน (OC Circles)4. การรับฟังข้อเสนอแนะ (Suggestion Programe)5. การฝึกอบรม ที – กรุ๊ป (T – Group Approach or Sensitivity)6. การมอบอานาจ (Delegated Power) 30
  31. 31. องค์ประกอบของการมีส่วนร่วม ในการบริหารการศึกษา คณะกรรมการ สถานศึกษา สถานศึกษา นักเรียนมีคุณภาพ และมีมาตรฐาน การเรียนการสอน การมีส่วนร่วมของ หลักสูตรสอดคล้อง ผู้ปกครอง เอกชนที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ องค์การปกครองส่วนทั้งถิ่น กับความต้องการท้องถิ่น 31
  32. 32. 1. สามารถนาเอาประสบการณ์ ความรู้ และทักษะของแต่ละคนมาใช้ในการวางแผนทาให้ได้แผนงานที่ดี สมบูรณ์ขึ้น และนาไปปฏิบัติจะประสบผลสาเร็จได้ดีขึ้น2. ทาให้คุณภาพในการตัดสินใจสูงขึ้น และทาให้ได้แผนงานที่เกิดจากหลาย ๆ ทัศนะและหลากหลาย3. ส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ทาให้เกิดพันธสัญญา พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ ตลอดจนช่วยให้เกิดการสนับสนุนในการนาไปปฏิบัติและมีส่วนร่วมรับผิดชอบในผลลัพธ์ 32
  33. 33. 4. สนับสนุนให้เกิดความสามัคคีในทีมงานและสร้างความเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันในหน่วยงาน5. เปิดโอกาสให้แตะละบุคคล กลุ่มบุคคลเพิ่มพูนประสบการณ์ในวิชาชีพและเสาะแสวงหาแนวทางพัฒนาวิชาชีพของตน6. เปิดโอกาสอันยิ่งใหญ่ สาหรับสถานศึกษาที่จะลดการต่อต้านและปรับเปลี่ยนไปสู่แนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ7. ถือว่าเป็นความชอบธรรม หรือเป็นสิทธิของผู้ร่วมงานทุกคน 33
  34. 34. การนาหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม ไปใช้ในการบริหารสถานศึกษาด้านวิชาการ ควรเปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นวิทยากร ในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่น ร่วมจัดทาหลักสูตร กาหนดขอบข่ายเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาชีพท้องถิ่น จัดชุมชนและสถานประกอบการเป็นแหล่งการเรียนรู้และฝึกงาน ร่วมวางแผนนโยบาย เกี่ยวกับการเรียนการสอน ส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น นาความรู้ด้านเทคโนโลยีพื้นบ้าน และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมจัดทาหลักสูตรประสานกับวิทยาการสมัยใหม่ 34
  35. 35. ด้านงบประมาณ ควรจัดเก็บภาษีเพื่อการศึกษาให้องค์การชุมชน ช่วยเหลือเงินทุนการศึกษา ร่วมจัดกิจกรรมหารายได้ ร่วมติดตามผลการใช้งบประมาณสนับสนุนส่งเสริมสมาคม ศิษย์เก่า เพื่อประสานกิจกรรมระหว่างโรงเรียนกับองค์การชุมชน ระดมทรัพยากร และสนับสนุนงบประมาณ ด้านบุคลากร ควรให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการการประเมิน การปฏิบัติของครู และบุคลากรของโรงเรียน ร่วมสร้างจิตสานึกที่ดีให้แก่ครูสนับสนุนกิจกรรมพัฒนาบุคลากร เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการสอนของครู การศึกษา 35
  36. 36. ด้านบริหารทัวไป ่ ควรให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดธรรมนูญโรงเรียน ร่วมกาหนดวิสัยทัศน์ ร่วมกิจกรรมปรับปรุง และพัฒนาโรงเรียน ร่วมบริหาร งานในรูปของคณะกรรมการ ร่วมประชุมวางแผน กาหนดนโยบาย ร่วมกิจกรรมปรับปรุงและพัฒนาโรงเรียน พัฒนาอาคาร สถานที่ และสิ่งแวดล้อม 36
  37. 37. อุปสรรค์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม1. นโยบายเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม แต่สถานศึกษาไม่สนองนโยบาย อย่างแท้จริง2. ความคิดเห็นของผู้บริหารสูงสุดอาจไม่ตรงกับกับผู้ร่วมงาน3. ในสังคมไทย ประชาชนมักไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะมีความรู้สึกว่า เป็นเรื่องราชการ4.ไม่มีเวลาให้กับกิจกรรมอย่างเพียงพอ เพราะมีภาระหน้าที่ประจา 37
  38. 38. อุปสรรค์ของการบริหารแบบมีส่วนร่วม5. ทางราชการเป็นผู้กาหนดบทบาท ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่อาจมุ่ง แต่ประโยชน์ของทางราชการ มากกว่าประโยชน์ของประชาชน6. ผู้มีส่วนร่วมบางคนมีข้อจากัด เช่น ความรู้ ประสบการณ์ จึงมักถูกครอบงาโดยราชการ7. บรรยากาศในสถานศึกษา ไม่เอื้ออานวยที่จะกระตุ้นให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม ผู้บริหาร ครู ไม่เห็นความสาคัญ โดยเฉยเมิย8. เกิดการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้อง 38
  39. 39. สรุป.....การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารแบบมีส่วนร่วม มีหลักการสาคัญที่มีส่วนในการสร้างบรรยากาศแบบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ทาให้คนทางานมีความภาคภูมิใจ การมีส่วนร่วมจะเกิดขึ้นได้ ผู้บริหารหรือผู้นาถือว่าสาคัญที่สุดเป็น อันดับแรก จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องชี้แจง ทาความเข้าใจ อันจะนาไปสู่ความร่วมมือและองค์การ พัฒนาไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป 39
  40. 40. ขอบคุณสาหรับการรับชม .......Good luck 40

×