วงดนตรีสากล

16,289 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
16,289
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
553
Actions
Shares
0
Downloads
105
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

วงดนตรีสากล

  1. 1. วงดนตรี สากลลักษณะวงดนตรีสากล เราจะแบ่งลักษณะของวงดนตรีสากลออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกันดังนี้ 1. วง Orchestra 2. วง Band 1. วง Orchestra หรือ ดุริยางค์ เป็นลักษณะของวงดนตรีประเภทหนึ่งที่ใ ช้ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย (String) เป็นหลัก หรือเป็นเครื่องที่มีบทบาทมากที่สุด สาคัญที่สุดมากกว่าเครื่องดนตรีกลุ่มอื่น ๆ 2. วง Band เป็นลักษณะของวงดนตรีประเภทที่ใช้เครื่องดนตรีประเภท เครื่องเป่า เป็นหลัก หรือเป็นเครื่องที่มีบทบาทมากที่สุดชนิดของวง Orchestra 1. Symphony Orchestra เป็นวงดนตรีขนาดใหญ่มากประกอบด้วยเครื่องดนตรี 4 กลุ่ม คือ 1. เครื่องสาย 2. เครื่องลมไม้ 3. เครื่องเป่าทองเหลือง 4. เครื่องเคาะ ขนาดของวง วงเล็ก Small Orchestra ใช้ผู้บรรเลงประมาณ 60 - 80 คน วงกลาง Medium Orchestra ใช้ผู้บรรเลงประมาณ 80 - 100 คน วงใหญ่ Full Orchestra ใช้ผู้บรรเลงประมาณ 100 คนขึ้นไป 2. Orchestra for accompaniments for opera วงดุริยางค์ประเภทนี้ใช้บรรเลง ประกอบการแสดงโอเปรา คล้ายกับละครหรือลิเกของไทย ที่ต้องมีดนตรีบรรเลงประกอบด้วย ใช้นักดนตรี ประมาณ 60 คนหรือมากกว่า 3. Chamber Orchestra วงดุริยางค์ประเภทนี้เป็นวงเล็ก ๆ มีผู้เล่นไม่เกิน 20 คน บางครั้งเราเรียกวงดนตรีประเภทนี้ว่า Chamber Music เพราะวงประเภทนี้ตั้งขึ้นเพื่อร่วมกันเล่นหรือบรรเลง เพื่อการผ่อนคลายอารมณ์และพบปะสังสรรค์ยามว่าง เพลงที่เล่นก็เป็นเพลงง่าย ๆ และผู้เล่นอาจจมีตั้งแต่ 2 คนถึง 9 คนชนิดของวง Band 1. Symphonic Band เป็นวงที่มีเครื่องเป่าเป็นเครื่องดนตรีที่สาคัญ ประกอบด้วย เครื่องเป่าลมไม้เครื่องเป่าทองเหลือง เครื่องเคาะ และ ดับเบิ้ลเบส กลุ่มเครื่องเป่าลมไม้จะมี คลาริเนท บีแฟล๊ต เป็นจานวนมากเปรียบเสมือนกับ ไวโอลิน ของวง Orchestra ตัวอย่างเพลง Kentucky Sunrise 2. Military Band (วงโยธวาทิต) ตามมาตรฐานวงชนิดนี้จะมีผู้เล่นอยู่ราว 54 คน ประกอบด้วยเครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลือง เครื่องเคาะ แต่จะไม่ใช้ ดับเบิ้ลเบส วงประเภทนี้จะใช้ในพิธีสวนสนามของทหารหรือขบวนแห่ต่าง ๆ ตัวอย่างเพลง Battle Hyme of the republic , Stars & Stripes Forever " 3. Brass Band วงชนิดนี้คล้ายกับวงโยธวาทิตต่างกันก็ตรงที่ ไม่มี เครื่องลมไม้ และ เครื่องสายใด ๆเลย 4. Jazz Band วงแจ๊ส วงดนตรีแบบนี้เกิดขึ้นในกลุ่มนิโกรเป็นครั้งแรกและในปั จจุบันนี้วงแจ๊สส่วนใหญ่ก็ยังเจริญอยู่กับพวกนิโกร วงดนตรีประเภทนี้ประกอบด้วย กลุ่มแซ๊กโซโฟน ซึ่งมีโซปราโนแซ๊กโซโฟน อัลโตแซ๊กโซโฟน เทนเนอร์แซ๊กโซโฟน บาริโทนแซ๊กโซโฟน คลาริเนท ทรัมเป็ท ทรอมโบน ดับเบิ้ลเบส เปียนโน และเครื่อง Percussion ตามความเหมาะสม เช่น กลองชุด ทอมบา บองโก มารากัส เป็นต้น ัเรี ยนรู ้กบครู อานาจ หน้า 1
  2. 2. วงดนตรี สากล 5. Combo Band (วงคอมโบ) เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก มุ่งประกอบการขับร้องเป็นส่วนใหญ่ นิยมนาไปบรรเลงตามร้านอาการ ไนท์คลับ หรือตามสถานที่เริงรมย์ต่าง ๆ วงดนตรีประเภทนี้มีจานวนนักดนตรีและเครื่องดนตรีไม่แน่นอน ทั้งนี้แล้วแต่ความสะดวกในการจัดวง แต่ส่วนมากมักประกอบด้วยเครื่องดนตรีคือ trumpet,Tenor Saxophone , Alto Saxophone , Trombone , Piano กีตาร์คอร์ด กีต้ารเบส กลองชุด เครื่องประกอบจังหวะอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่อีกหลายชนิด ซึ่งวงที่เกิดขึ้นใหม่นี้ก็อาศัย ดัดแปลง ปรับปรุง แก้ไขจากของเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์ปัจจุบันที่ต้องการความง่าย ๆ สะดวก สบาย รวดเร็วเช่น 6. Shadow (วงชาโดว์) เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก สะดวกในการขนย้ายไปแสดงในที่ต่าง ๆ ใช้บรรเลงประกอบการขับร้อง และบางครั้งบรรเลงเฉพาะดนตรีอย่างเดียว เครื่องดนตรีที่ใช้มี กีต้าร์ลีด (เมโลดี้) กีต้าร์คอร์ดกีต้าร์เบส กลองชุด เครื่องประกอบจังหวะอื่น ๆ 7. String combo วงดนตรีประเภทนี้ดัดแปลงมาจากวงคอมโบ และวงชาโดว์ คื อ นาเอาเครื่องดนตรีในวงชาโดว์ผสมกับวงคอมโบ แต่ยังคงให้เครื่องดนตรีประเภทกีต้าร์ เป็นเครื่องทีมีความสาคัญกว่าเครื่องดนตรีอื่นๆ ่ 8. Folk Song วงโฟล์คซอง เป็นวงดนตรีขนาดเล็กที่สุด มีผู้เล่นไม่เกินวงละ 3 คน แต่ที่นิยมมากที่สุดนิยมเพียงคนเดียว เครื่องดนตรีที่ใช้ กีต้าร์โปร่งเพียงอย่างเดียว โดยที่ผู้เล่นกีต้าร์จะร้องและดีดกีต้าร์ไปด้วย 9. String Band เป็นวงดนตรีที่ปรับปรุงจากวง คอมโบ โดยเพิ่ม ไวโอลิน มาร่วมบรรเลงด้วยประมาณ6 - 10 คัน เพื่อให้ ไวโอลิน เหล่านี้เล่น เป็นทานอง และ back ground ทาให้เพลงที่บรรเลงมีความไพเราะยิ่งขึ้นหนักแน่นขึ้น วงประเภทนี้ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น วงดารากร วงเจมส์ลาสวงดนตรีสากล วงดนตรีสากลแบ่งได้เป็น 8 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. วงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ( Symphony Orchestra) วงประเภทนี้มีขนาดใหญ่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีครบทุกกลุ่ม ขนาดของวงมีขนาดเล็ก 40-60 คน ขนาดกลาง 60-80 คนและวงใหญ่ 80-110 คนหรือมากกว่านั้น ขนาดของวงจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับเครื่องสายเป็นหลัก และผู้เล่นต้องมีฝีมือดี รวมถึงวาทยากร(conductor) ก็ต้องมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยม ถ้าใช้เฉพาะเครื่องสายของวง Symphony Orchestra ก็เรียกว่า String Orchestra 2. วงโยธวาทิต (Military Band) ประกอบด้วยเครื่องเป่าครบทุกกลุ่ม คือ เครื่องลมไม้ เครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องกระทบ ได้แก่เครื่องดนตรีที่ให้จังหวะทั้งหลาย วงโยธวาทิตมีมาตั้งแต่สมัยโรมันใช้บรรเลงเพลงเดินแถวเพื่อปลุกใจทหาร ในสมัยสงครามครูเสด ได้ซบเซาไปพักหนึ่ง และเจริญอีกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14ต่อมาในสมัยของนโปเลียน ได้ปรับปรุงให้มีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิด เช่น พวกขลุ่ยผิว พวกปี่และแตร และต่อมาก็เป็นต้นแบบของวงโยธวาทิต ในราวกลางศตวรรษที่ 19 เมื่ออดอลฟ์แซกซ์ นักประดิษฐ์ชาวเบลเยี่ยมได้ประดิษฐ์แซกโซโฟนและแตรต่างๆ ในตระกูลแซกฮอร์นจึงได้นามาไว้กับวงโยธวาทิตด้วย จึงสมบูรณ์ดังได้กล่าวมาแล้วปัจจุบันวงโยธวาทิตมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 56 ชิ้น 3. แตรวง(Brass Band) คือวงที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องทองเหลืองและเครื่องกระทบแตรวงเหมาะสาหรับใช้บรรเลงกลางแจ้ง การแห่ต่างๆ เช่น ในประเทศไทยใช้แห่นาค แห่เทียนพรรษา เป็นต้นแตรวงมาตรฐานของอังกฤษใช้เครื่องดนตรี 26 ชิ้น ัเรี ยนรู ้กบครู อานาจ หน้า 2
  3. 3. วงดนตรี สากล 4. วงแชมเบอร์มิวสิค (Chamber Music) หมายถึงวงดนตรีประเภทบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีที่เหมาะสาหรับแสดงภายในห้องโถง หรือสถานที่ที่จุผู้ฟังได้เพียงจานวนน้อย ในสมัยแรกเล่นกันในห้องโถงตามราชสานักหรือคฤหาสถ์ของขุนนางในยุโรป และนักดนตรีเล่นกันเองในหมู่เพื่อนฝูง ต่อมาคนเริ่มสนใจมากขึ้นสถานที่คับแคบจึงเลื่อนไปเล่นในห้องโถงใหญ่และใน Concert Hall ซึ่งจัดไว้เพื่อการแสดงดนตรีโดยเฉพาะแชมเบอร์มิวสิคเน้นความสาคัญของนักดนตรีทุกคนเท่าๆ กัน โดยปกติจะมีนักดนตรี 2-9 คน และเรียกชื่อต่างๆกันตามจานวนของผู้บรรเลงดังนี้ จานวนผู้บรรเลง 2 คน เรียกว่า ดู (Duo) จานวนผู้บรรเลง 3 คน เรียกว่า ตริโอ (Trio) จานวนผู้บรรเลง 4 คน เรียกว่า ควอเตท (Quartet) จานวนผู้บรรเลง 5 คน เรียกว่า ควินเตท (Quintet) จานวนผู้บรรเลง 6 คน เรียกว่า เซกซ์เตท (Sextet) จานวนผู้บรรเลง 7 คน เรียกว่า เซปเตท (Septet) จานวนผู้บรรเลง 8 คน เรียกว่า ออกเตท (Octet) จานวนผู้บรรเลง 9 คน เรียกว่า โนเนท (Nonet) 5. วงแจ๊ซซ์ (Jazz) ดนตรีแจ๊ซซ์ เกิดจากพวกทาสนิโกร ที่นิวออร์ลีนหลังจากนโปเลียนขายนิวออร์ลีนให้อเมริกา พวกอเมริกันขาว โอไฮโอ แถบฝั่งแม่น้ามิสซิสซิปปี้ พวกอเมริกัน จากอเมริกาตะวันตก ก็อพยพเข้าเมืองนิวออร์ลีนจึงทาให้เมืองนี้ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติรวมถึง ฝรั่งเศส สเปนและอังกฤษด้วย พวกนิโกรดังกล่าว พอว่างจากงานก็ชุมนุมกันร้องราทาเพลง เครื่องดนตรีที่ใช้ทาขึ้นตามมีตามเกิด เอาไม้ไผ่มาเหลาเจาะเป็นเครื่องเป่า เอาหนังวัวมาขึงทาเป็นกลองตี พวกที่คิดแจซซ์ขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นพวกกองโก(Gongoes) พวกนี้บูชางูใหญ่ เป็นพวกที่มีจิตใจเมตตากรุณาและสุภาพที่สุด โดยได้รากฐานจากเพลงสวดของพวกนิโกร(Nigro spiritual)ซึงแต่งขึนก่อนพวกทาสจะได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระ ่ ้ 6. วงปอปปูลามิวสิค (Popular Music) หรือวงดนตรีลีลาศ ใช้บรรเลงตามงานรื่นเริงทั่วไปประกอบด้วยเครื่องดนตรีกลุ่ม แซกโซโฟนกลุ่มเครื่องทองเหลืองและกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะ 7. วงคอมโบ(Combo band) หรือสตริงคอมโบ เป็นวงที่เอาเครื่องดนตรีบางส่วนมาจากPopular Music อีกทั้งลักษณะของเพลงและสไตล์การเล่นก็เหมือนกัน จานวนเครื่องดนตรีส่วนมากอยู่ระหว่างประมาณ 3 –10 ชิ้น เครื่องดนตรีจะมีพวกริทึม(Rhythm) และพวกเครื่องเป่าทั้งลมไม้และเครื่องทองเหลืองเครื่องดนตรีที่ใช้เป็นหลักคือ กลองชุด เบส เปียโน หรือมีเครื่องเป่าผสมด้วยจะเป็นเครื่องลมไม้หรือทองเหลืองก็ได้ไม่จากัดจานวน แต่รวมแล้วต้องไม่เหมือนกับปอปปูลามิวสิค วงคอมโบก็เป็น สมอลล์ แบนด์ (small Band)แบบหนึ่ง ดังนั้นวงนี้จึงเป็นวงที่มีขนาดไม่ใหญ่นักเหมาะสาหรับเล่นตามงานรื่นเริงทั่วๆ ไป นอกจากนั้นยังเหมาะสาหรับเพลงประเภทไลท์มิวสิค อีกด้วย 8. วงชาร์โด (Shadow)เป็นวงดนตรีขนาดเล็ก เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ 20 ปีมานี่เอง ในอเมริกาวงดนตรีประเภทนี้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือคณะThe Beattle หรือสี่เต่าทอง เครื่องดนตรีในสมัยแรก มี 4 ชิ้น คือ 1. กีตาร์เมโลดี้(หรือกีตาร์โซโล) 2. กีตาร์คอร์ด 3. กีตาร์เบส 4. กลองชุด วงชาโดว์ ในระยะหลังได้นาออร์แกนและพวกเครื่องเป่า เช่น แซกโซโฟน ทรัมเป็ตทรอมโบนเข้ามาผสมและบางทีอาจมี ไวโอลินผสมด้วย เพลงของพวกนี้ส่วนใหญ่จะเร่าร้อน ซึ่งได้รับความนิยมมากในหมู่วัยรุ่นโดยเฉพาะเพลงประเภท อันเดอร์กราว ัเรี ยนรู ้กบครู อานาจ หน้า 3

×