ใบความรู้ ที่ 1

6,452 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
6,452
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4,616
Actions
Shares
0
Downloads
31
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ใบความรู้ ที่ 1

  1. 1. วิชาดนตรี ม.2 1 ใบความรู้ประเภทเครื่องดนตรีไทย เครื่ องดนตรี ไทยเป็ นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็ นเครื่ องหมายอย่างหนึ่งที่แสดงลักษณะเฉพาะของชาติเช่นเดียวกับภาษา และศิลปวัฒนธรรม ด้านอื่นๆ จึงควรภาคภูมิใจ ส่ งเสริ ม และรักษาไว้ให้คงอยูสืบไป ่ เครื่ องดนตรี ไทย สามารถจาแนกได้เป็ น 4 ประเภท คือ เครื่ องดีด เครื่ องสี เครื่ องตี และเครื่ องเป่ า1. เครื่องตี ่ ฆ้องวงใหญ่ ลูกฆ้องทาจากโลหะผสมมีปุ่มสาหรับตี อยูตรงกลาง เรื อนฆ้องทาจากหวายผูกเป็ นร้านดัดให้โค้งเป็ นวง วงหนึ่งมี 16 ลูก คนตีนงอยูรงกลาง ใช้ตะกัวผสมขี้ผ้ งถ่วงเสี ยงใต้ลูกฆ้องตีดวยไม้หุ้มนวม 1 คู่ ฆ้องวงใหญ่ มีเสี ยงทุม ั่ ่ ่ ึ ้ ้มีทานองหลักช้า ใช้บรรเลงผสมกับวงปี่ พาทย์มโหรี กลองทัด เป็ นกลองสองหน้าขนาดใหญ่ หน้ากลองขึงกลองขึงด้วยหนังวัวทั้งหน้า ตรึ งด้วยหมุด ตัวกลองทาด้วยไม้เนื้อแข็ง ตีดวยไม้ 1 คู่ ชุดหนึ่งมี 2 ลูก ตัวผูจะมีเสี ยงสู ง และตัวเมีย จะมีเสี ยงต่า เรี ยกอีกอย่างหนึ่งว่า “กลองเพล” ้ ้ กลองแขก เป็ นกลองสองหน้า ตัวกลองทาด้วยไม้ขึงด้วยหนัง 2 หน้า หน้าเสี ยงต่าและสู งดึงให้ตึงด้วยเชือกหนังชุดหนึ่งมี 2 ลูก ตีคู่กนตัวเมียเสี ยงต่า และตัวผู้ เสี ยงสู ง ั ตะโพน เป็ นเครื่ องดนตรี ประเภทตี กลองสองหน้าตัวกลองทาด้วยไม้ขดกลวงมะลุถึงกันขึงด้วยหนังสองหน้าดึง ุ ่ให้ตึงด้วยเชือกหนัง ถ่วงหน้าด้วยขี้เถ้าผสมข้าวสุ กบด เพื่อให้เสี ยงดังกังวาน ตัวกลองวางอยูบนขาตั้งที่ทาด้วยไม้ ด้านบนตัวกลองตรงกึ่งกลางมีหูสาหรับหิ้วได้ โทน จัดเป็ นเครื่ องดนตรี ประเภทตี รู ปร่ างคล้ายกลองยาวขนาดเล็กทาด้วยไม้หรื อดินเผาขึงด้วยหนัง ดึงให้ตึงด้วยเชือกหนัง หน้ากลองคล้ายทรงกระบอก ปากบานแบบลาโพง ตรงเอวคอดใช้ตีคู่กบรามะนา ั รามะนา จัดเป็ นเครื่ องดนตรี ประเภทตี ตัวกลองทาด้วยไม้ขึงหนังหน้าเดียวมี 2 ขนาด คือ รามะนา ขนาดเล็กใช้ในวงเครื่ องสายใช้ตีคู่กบโทนและรามะนา ขนาดใหญ่ ใช้ประกอบการเล่นลาตัด ใช้ชุดละ 2 – 4 ลูก ั กลองยาว เป็ นกลองขึงหนังหน้าเดียว ตัวกลองที่ขึงหนังจะป่ องออกส่ วนที่ต่อออกไปด้านตรงข้ามหน้ากลองเป็ นท่อกลวงปลายบาน ด้านตัวกลองที่ขึงหนัง นิยมแต่งด้วยผ้าสี ต่างๆ หุมไว้รอบๆ เพื่อความสวยงาม ้ ระนาดเอก ลูกระนาดทามาจากไม้ไผ่หรื อไม้เนื้อแข็งมีประมาณ 21 – 22 ลูก ร้อยติดกันเป็ นผืนมีขนาดลดหลันกัน ่แขวนรางที่มีรูปร่ างคล้ายเรื อขาตั้งติดต่อกับกล่องเสี ยง ใช้ตีดวยไม้คู่ ไม้แข็งและไม้นวม ลูกระนาดปรับเสี ยงสู งต่าด้วย ้ตะกัว ซึ่ งผสมขี้ผ้ ง ติดไว้ขางใต้ลูกระนาด ซึ่ งในสุ โขทัยเรี ยกว่า พาด ่ ึ ้ กรับคู่หรือกรับเสภา ใช้เป็ นเครื่ องประกอบจังหวะ ทาด้วยไม้เนื้อแข็งเหลาเป็ นรู ปเหลี่ยมชุดหนึ่งมี 2 อัน ระนาดทุ้ม เป็ นเครื่ องประเภทตี มีรูปร่ างคล้ายระนาดเอก ตัวกล่องเสี ยงไม่มีขาตั้ง ตรงกลางลูกระนาดทาด้วยไม้ไผ่หรื อไม้เนื้อแข็ง จานวน 16 –18 ลูก มีระดับเสี ยงต่ากว่าระนาดเอก ใช้ทาเป็ นทานองหยอดล้อกับระนาดเอก ตีดวยไม้หุม ้ ้นวมคู่หนึ่ง ฉิ่ง ทาด้วยโลหะผสมรู ปร่ างคล้ายถ้วยขนาดเล็ก ค่อนข้างหนาตรงกลางมีรูร้อยเชือกติดกันเป็ นขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 –7 ซม. ฉาบ สาหรับตีประกอบจังหวะ มีรูปร่ างคล้ายจานทาด้วยโลหะบางกว่างฉิ่ ง มี 2 ขนาด คือ ฉาบเล็ก และฉาบใหญ่
  2. 2. วิชาดนตรี ม.2 2 ฆ้องวงเล็ก รู ปร่ างลักษณะเหมือนกับฆ้องวงใหญ่ แต่ขนาดเล็กกว่า มีเสี ยงสู งกว่า (ลูกฆ้อง 18 ลูก) ใช้ตะกัวผสม ่ขี้ผ้ งถ่วงเสี ยงใต้ฆองให้ได้เสี ยงตามต้องการตีดวยไม้หุมนวม 1 คู่ ึ ้ ้ ้ ฆ้องมอญ ลักษณะเช่นเดียวกับฆ้องวงใหญ่ แต่แขวนติดกับรางที่ทาเป็ นกล่องเสี ยงเป็ นรู ปครึ่ งวงกลมโค้งขึ้น ตีด้วยไม้หุมนวมคู่หนึ่ง มีหลายชนิด คือ ฆ้องมอญวงเล็ก ฆ้องมอญกลาง ฆ้องมอญวงใหญ่ จานวน ฆ้องจะมีต้ งแต่ 16 ลูก ้ ัจนถึง 18 –19 ลูก2. เครื่องเป่ า ขลุ่ย ลิ้นทาด้วยไม้สัก ตัวขลุ่ยทาด้วยไม้รวกปล้องยาวๆ เจาะทะลุขอ แล้วใช้เชือกปอพันให้เป็ นลวดลายแล้วเผา ้ไฟ เชือกปอไหม้ (ปอไหม้หมดจะเกิดลวดลาย ตามที่ พัน – เชือกปอไว้) เจาะรู กลม ๆ เรี ยงกัน 7 รู ระยะห่างประมาณ 1 นิ้วในแต่ละรู ปิดเปิ ดเพื่อเปลี่ยนเสี ยง ผูเ้ ป่ าขลุ่ยจะใช้ริมฝี ปากสัมผัสด้านล่างของลิ้น และเปิ ดริ มฝี ปากให้ลมเปาเข้าไปในเลา ในปั จจุบนใช้วสดุหลายอย่าง เช่น ใช้ท่อเอสล่อน (ท่อปะปา) / ท่อพลาสติก ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง กลึงให้กลมเจาะรู ทะลุ ที่ ั ันิยมและเสี ยงไพเราะ ทามาจากไม้รวก ส่ วนวัสดุอื่นจะมีเสี ยงแข็งไม่พริ้ ว ปี่ ชวา มีรูปร่ างคล้ายปี่ ไฉน ของภาคอีสานแต่ยาวกว่า/ โตกว่าเล็กน้อย ทรงกระบอกรี โตตรงส่ วนปลายเลา เป็ นปี่ประเภทลิ้นคู่ ทาด้วยไม้เนื้อแข็ง ตอนปลายบานออกเป็ นลาโพงขยายเสี ยง ตอนบนที่ใสลิ้นบานออกเล็กน้อย ลิ้นปี่ ทาจากใบตาล รู บงคับเสี ยง 6 รู เสี ยงแหลม ั ปี่ เป็ นเครื่ องตนตรี ประเภทเป่ าลิ้นคู่ แบ่งเป็ นปี่ ใน ปี่ กลาง / ปี่ นอก ทามาจากไม้เนื้อแข็งรู ปร่ างทรงกระบอกกลมยาวและป่ องกลางเลา เจาะรู ทะลุตลอดทั้งอัน มีลิ้นสอดไว้ทางปาก อมขณะเป่ า ลิ่นจะต้องเปี ยกชื้น จึงจะเป่ าดัง ลิ้นทาด้วยใบตาล ที่ตวปี่ จะเจาะรู 6 รู ซึ่งนิยมใช้ในภาคกลาง มี 2 ชนิด คือ ปี่ นอง และปี่ ใน นิยมทากัน 2 ขนาด คือ ขนาดเล็กมีเสี ยงสู ง ัดัง เรี ยกว่า ปี่ นอก ขนาดโตเสี ยงต่าเรี ยกว่า ปี่ ใน โดยทัวไปจะนิยมใช้มากที่สุด คือ ปี่ ใน ่3. เครื่องดีด จะเข้ มี 3 สาย เดิมเป็ นสายไหมสองสาย และสายลวดหนึ่งสายแต่ปัจจุบนนิยมใช้ไนลอนแทน ตัวจะเข้ทาด้วยไม้ ัเนื้ออ่อน เช่น ไม้ขนุน ขุดเป็ นโพรง มีช่องเสี ยงอยูขางล่าง มีสาย 3 สาย ทาด้วยไหมฟั่น และทองเหลือง ่ ้ กระจับปี่ เป็ นเครื่ องดีดประเภทพิณ กล่องเสี ยงทาด้วยไม้เนื้ออ่อนขุดเป็ นโพรง ขนาดประมาณ 25 x 40 ซม. ช่องเสี ยงด้านหน้า มีคนทวนค่อนข้างยาวประมาณ 100 ซม. มีลูกบิดตอน บนสาหรับขึ้นสาย 4 ลูก ขึ้นสายเป็ น 2 คู่เสี ยงเท่ากัน ้ ่ ันมตั้งเสี ยงติดอยูกบด้านหน้าของค้นทวน ใช้ดีดด้วยเขาสัตว์ สายกกระจับปี่ ทาด้วยไหม ฟั่น เอ็น / สายลวด4. เครื่องสี ซอด้ วง มีส่วนประกอบสาคัญ 4 ส่ วน คือ กะโหลก คันซอ สายซอ กะโหลกซอด้วง มีรูปทรงกระบอกทาด้วยไม้ประดู่ ขึงหน้าด้วยหนังงู มีช่องเสี ยงอยูตรงข้ามคันชักนิยมใช้หางม้าซอด้วงมีสองสายทาด้วยไหม / ไนลอน ปัจจุบนนิยมใช้ ่ ัสายไนลอนซอด้วงมีระดับเสี ยงแหลม เทียบเสี ยงเป็ นคู่หา ้ ซออู้ เป็ นเรื่ องดนตรี ประเภทสี กะโหลกซอจะทาด้วยกะลามะพร้าว มีสองสาย ระดับเสี ยงทุมมีรูปทรงโต ป้ านตัด ้ด้านหน้ากะลาออกปิ ดด้วยหนังที่หนากว่าซอด้วง คันทวยทาด้วยไม้เนื้อแข็งตอนบนมีลูกบิดสารับขึงสาย สายซอทาด้วยไหมฟั่นมีคนซอชักอยูระหว่างสาย ั ่

×