Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ข้อสอบกลางภาค คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 2

46,323 views

Published on

  • Dating direct: ❤❤❤ http://bit.ly/39mQKz3 ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Follow the link, new dating source: ♥♥♥ http://bit.ly/39mQKz3 ♥♥♥
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • เก่งมากๆเลยครับ ครู แบบนี้สิครูไทยยุคใหม่ครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ขอบคุณมากคับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • ขอบคุณมากครับ
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

ข้อสอบกลางภาค คณิต ม.1 เทอม 1 ชุดที่ 2 หน่วยที่ 2

  1. 1. ขอสอบกลางภาค คณตศาสตร ม.1 ภาคเรยนท 1 ฉบบท 2คาช"แจง เล%อกคาตอบทถกตองเพยงขอเดยว1. ขอใดเป-นจานวนเฉพาะ 1 91 2 111 3 103 4 1,3132. 6 เป-นตวประกอบของจานวนในขอใด 1 2, 3, 6 2 6, 10, 12 3 6, 12, 26 4 6, 12, 303. ตวประกอบท"งหมดของ 26 มกตว 1 2 ตว 2 3 ตว 3 4 ตว 4 5 ตว4. ขอใดไมเป-นตวประกอบของ 175 1 5 2 15 3 25 4 355. ผลบวกของจานวนเฉพาะทนอยกว9า 30 มค9าตรงกบขอใด 1 121 2 129 3 131 4 1336. ผลบวกของตวประกอบเฉพาะท"งหมดของ 78 ตรงกบขอใด 1 6 2 9 3 15 4 18
  2. 2. 7. ตวประกอบร9วมท"งหมดของ 16, 24 และ 36 ตรงกบขอใด 1 1, 2, 3 2 1, 2, 4 3 1, 3, 4 4 2, 3, 48. 31 เป-นตวประกอบของจานวนในขอใด 1 153 2 219 3 341 4 4979. จานวนนบทนอยทส;ด ทมตวประกอบต9างกนสตว ค%อจานวนใด 1 4 2 6 3 8 4 910. ขอใดเป-นพห;คณของ 4 1 2, 4, 8, 10 2 2, 4, 12, 20 3 4, 12, 16, 24 4 4, 20, 22, 3211. ขอใดแยกตวประกอบไดถกตอง 1 280 = 2 × 4 × 5 × 7 2 216 = 3 × 23 × 9 3 108 = 22 × 33 4 100 = 1 × 22 × 5212. ขอใดถกตอง 1 จานวนเฉพาะท;กจานวนเป-นจานวนค 2 จานวนคท;กจานวนเป-นจานวนเฉพาะ 3 จานวนเฉพาะท;กจานวนม 1 เป-นตวประกอบ 4 จานวนเฉพาะท;กจานวนมตวประกอบ 1 ตว
  3. 3. 13. ตวประกอบเฉพาะท"งหมดของ 48 มกจานวน 1 10 จานวน 2 8 จานวน 3 3 จานวน 4 2 จานวน14. ขอใดเป-นเลขสองหลกทเป-นจานวนเฉพาะทมค9ามากทส;ด 1 91 2 93 3 97 4 9915. จานวนนบทนอยทส;ดทมตวประกอบต9างกน 5 ตวค%อ ขอใด 1 10 2 12 3 14 4 1616. จานวนนบทนอยทส;ดทม 1, 2, 3, 4, 6 เป-นตวประกอบ ค%อจานวนขอใด 1 6 2 8 3 12 4 2417. ห.ร.ม. ของ 72 และ 108 ตรงกบขอใด 1 6 2 18 3 36 4 7218. ค.ร.น. ของ 8, 16 และ 30 ตรงกบขอใด 1 8 2 30 3 180 4 240
  4. 4. 19. จานวนนบทนอยทส;ดทเป-นตวคณร9วมของ 15 และ 40 ค%อจานวนใด 1 40 2 60 3 80 4 12020. 21 เป-น ห.ร.ม. ของ 63, 420 และจานวนใด 1 12 2 21 3 24 4 2621. ขอใดถกตอง 1 การแยกตวประกอบของจานวนนบใด ๆ ค%อการเขยนจานวนน"นในรปการคณของ ตวประกอบ 2 ถา a และ b เป-นจานวนนบ จะได ab = a × b เป-นการแยกตวประกอบของ ab 3 ถา a และ b เป-นจานวนเฉพาะจะได ab = 1 × a × b เป-นการแยกตวประกอบของ ab 4 การแยกตวประกอบของจานวนนบใด ๆ ค%อ การเขยนจานวนน"นในรปของการคณของ ตวประกอบเฉพาะ22. จานวนนบทมากทส;ดทหาร 25, 50 และ 75 แลวเหล%อเศษ 1, 2 และ 3 ตามลาดบ ค%อจานวนใด 1 24 2 18 3 12 4 6523. จานวนนบทนอยทส;ดทหารดวย 12, 16 และ 28 แลวเหล%อเศษ 7 เท9ากนท;กจานวน ค%อจานวน ใด 1 336 2 343 3 347 4 355
  5. 5. 24. จานวนนบทนอยทส;ดซDงหารดวย 15, 20 และ 70 แลวเหล%อเศษ 7 เท9ากน ค%อจานวนใด 1 67 2 147 3 217 4 427 25. ไมอดรปสเหลยมม;มฉากกวาง 0.72 เมตร ยาว 0.84 เมตร ถาตดออกเป-นรปสเหลยมจต;รส ขนาดเท9า ๆ กนและใหมพ%"นทมากทส;ดจะไดรปสเหลยมจต;รสท"งหมดกแผ9น 1 12 แผ9น 2 13 แผ9น 3 42 แผ9น 4 114 แผ9น26. ทดนแปลงหนDงกวาง 18 เมตร ยาว 24 เมตร ตองการปลกตนไม ใหแต9ละแถวอย9ห9างเป-น ระยะทางเท9า ๆ กน และตนไมทอย9รมขอบทดนห9างจากขอบทดนเท9ากบระยะห9างจากตนไม อ%น ๆ จะปลกไดท"งหมดกตน 1 12 ตน 2 9 ตน 3 6 ตน 4 5 ตน27. สนามรปวงกลมมความยาวรอบสนาม 200 เมตร นกวง 2 คน วงรอบสนาม โดยส;ธน วง 1 รอบ ใชเวลา 20 วนาท และ สมพรวง 1 รอบ ใชเวลา 25 วนาท เม%อออกวงพรอมกนทจ;ด เดยวกนและไปทางเดยวกน สมพรจะตองวงกรอบ ท"งสองจDงจะถDงจ;ดเดมพรอมกน 1 4 รอบ 2 5 รอบ 3 9 รอบ 4 20 รอบ28. มลวดสามเสนยาว 21, 35 และ 84 เซนตเมตร ถาตดลวดท"งสามเสน ใหแต9ละเสนยาวเสนละ เท9าๆกนและใหแต9ละเสนยาวทส;ด จะไดลวดยาวทส;ดกเซนตเมตร และแบ9งไดท"งหมดกเสน 1 7 เซนตเมตร, 7 เสน 2 14 เซนตเมตร, 7 เสน 3 7 เซนตเมตร, 20 เสน 4 14 เซนตเมตร, 20 เสน
  6. 6. 29. มปลาเงน 84 ตว และปลาทอง 264 ตวแบ9งออกเป-นกล;9ม กล;9มละเท9า ๆ กน จะแบ9งไดมาก ทส;ด กล;9มละกตว โดยไม9ใหปลาเงนและปลาทองอย9ในกล;9มเดยวกน 1 12 ตว 2 18 ตว 3 24 ตว 4 36 ตว30. กวางต;ง กงแตว และกอแตง ไปออกกาลงกายทศนยพรอมกนวนอาทตยท 1 มนาคม โดย กวางต;งจะออกกาลงกายท;ก ๆ 2 วน แต9กงแตว จะออกกาลงกายอาทตยละ 1 คร"ง และกอแดงจะ ออกกาลงกายเป-นประจาท;กวน วนใดทท"งสามคนจะมาออกกาลงกายพรอมกนอกคร"ง 1 วนท 14 2 วนท 15 3 วนท 21 4 วนท 2231. ขอใดต9อไปน"ไมถกตอง 1 เม%อ –a เป-นจานวนเตHมบวก แลว a เป-นจานวนเตHมลบ 2 เม%อ a เป-นจานวนเตHมลบ แลวค9าสมบรณของ a เป-นจานวนเตHมบวก 3 เม%อค9าสมบรณของ a – b เป-นศนย แลว a = b 4 ถา a + b = 0 จะได a = b32. ขอใดถกตอง 1 จานวนเตHมระหว9าง 0 กบ 1 ค%อ – 1 2 จานวนเตHมทนอยทส;ดค%อ 0 3 จานวนเตHมลบทมากทส;ดค%อ – 1 4 จานวนเตHมบวกทมากทส;ดค%อ 133. ขอใดแตกต9างจากกล;9ม 1 –5+8 2 –3–6 3 2×3 4 –4÷3
  7. 7. 34. จานวนเตHมลบทมมากทส;ดค%อจานวนใด 1 ระบ;ไม9ได 2 0 3 –1 4 – 100,00,00035. ขอใดถกตอง 1 2<–5 2 –4<–2 3 –7>–6 4 – 12 > 036. จานวนเตHมทมากกว9า – 12 อย9 3 ค%อจานวนใด 1 –9 2 – 15 3 9 4 กาหนดค9าไม9ได37. ขอใดเรยงลาดบจานวนจากนอยไปมากไดถกตอง 1 – 1, – 2, – 3,– 4, – 5, – 10, – 20 2 –2, – 8, – 6, – 11, – 19, 0 3 – 1, – 2,– 3, 0, 1, 2, 3 4 – 10, – 9, – 1, 0, 4, 6, 1038. ขอใดเรยงลาดบจานวนจากมากไปนอยไดถกตอง 1 10, 5, 0, – 5, – 10, 20 2 – 1, – 2, – 3,– 4, – 10, – 2 3 6, 5, 3, 0, – 6, – 5, – 3 4 – 2, – 4, – 8, 8, 4, 2, 039. 76 เป-นค9าสมบรณของจานวนใด 1 0 2 – 76 3 76 4 – 76 หร%อ 76
  8. 8. 40. จานวนตรงขามของ – 5, 3, – 9, 1 ค%อขอใด 1 5, – 3, 9, 1 2 5, – 3, 9, – 1 3 – 5, – 3, 9, – 1 4 – 5, 3, 9, – 141. ถา a = 6 – (– 1)จะได a มค9าตรงกบขอใด 1 –7 2 7 3 –5 4 542. ขอใดแสดงค9าของ –2 + ( –3) 1 2 3 443. ถา a + b = 0 แลว a มค9าตรงกบขอใด เม%อ a, b แทนจานวนเตHมใด ๆ 1 0 2 –1 3 –b 4 b44. ค9าสมบรณของ a นอยกว9า 4 เม%อ a เป-นจานวนเตHม ค9าของ a ตรงกบขอใด 1 –3 และ 3 2 –4 และ 4 3 –3, –2, –1, 0, 1, 2, 3 4 –4, –3, –2, –1, 0, 1, 2 , 3, 4
  9. 9. 45. ( –9)( –3)มค9าตรงกบขอใด 1 6 2 –6 3 27 4 –2746. จานวนทบวก a แลวได 0 ค%อจานวนในขอใด 1 –a 2 a 3 1 4 –147. (7 – 7)(36 – 8) มค9าตรงกบขอใด 1 28 2 –28 3 –1 4 048. ถา –1 – y = 4 จะได y มค9าตรงกบขอใด 1 5 2 3 3 –5 4 –349. c เป-นจานวนเตHมใด ๆ ถาค9าสมบรณ c เท9ากบ –c ขอใดถกตอง 1 c=0 2 c เป-นจานวนเตHมบวก 3 c เป-นจานวนเตHมลบ 4 c เป-นจานวนเตHมใด ๆ50. ( –5)(2 – 6) มากหร%อนอยกว9า 3(7 – 10) อย9เท9าไร 1 มากกว9าอย9 11 2 นอยกว9าอย9 11 3 มากกว9าอย9 29 4 นอยกว9าอย9 29
  10. 10. 51. ถา a เป-นจานวนเตHมระหว9าง –30 กบ 16 จะไดขอใดถกตอง 1 ถา a เป-นจานวนนบ แลว a มค9านอยทส;ดเป-น 0 2 ถา a เป-นจานวนเตHม แลว a มท"งหมด 45 จานวน 3 ถา a เป-นจานวนเตHมลบ แลว a มท"งหมด 30 จานวน 4 ถา a เป-นจานวนเตHมลบแลว a จะมค9ามากทส;ดค%อ –2952. กาหนด a = 2, b = –5 และ c = 3 จะไดค9าของ b + ac ตรงกบขอใด 1 0 2 1 3 –1 4 1153. ถา a = –10, b = –1 และ c = 3 ขอใดไมถกตอง a b 1 เป-นจานวนเตHม c 2 a + b – c เป-นจานวนเตHม ac 3 เป-นจานวนเตHม b 4 a – bc เป-นจานวนเตHม54. กาหนดให a = –10, b = 7, c = –4 และ d = –1 ถา x = a (b – c) ÷ d จะได x ตรงกบขอใด 1 –11 2 11 3 –110 4 11055. ขอใดไมใช9สมบตของ 0 เม%อ a เป-นจานวนเตHมใด ๆ ทไมใชศนย 1 a –0=a 2 a×0=a 3 a÷0=a 4 0÷a=056. ขอใดต9อไปน"ไมถกตอง 1 3 × (5 + 6) = 15 + 18 2 (7 – 9) × (–2) = –14 + 18 3 2 + (7 – 1) = (2 + 7) – 1 4 ( –2) × (3 + 6) = ( –2 × 3)+ 6
  11. 11. 57. สมบตการแจกแจงของ ( –5)(d + ) = –5d + 10 จะได แทนจานวนใด 1 2 2 –2 3 5 4 –558. ขอใดใชสมบตการสลบทของการบวกและการคณ 1 (( –7) + 5)y = (5 + ( –7))y 2 (3 + ( –6))x = x(3 + ( –6)) 3 (( –4 + 9)a = a(9 + ( –4)) 4 (( –12) + 8)b = ( –12)b + 8b59. สมบตการเปลยนหมของการบวกของ (( –8) + 2) – ( –1) = ( –8) + (2 + ) 9 จะได แทนจานวนใด 1 1 2 –1 3 0 4 –560. ขอใดถกตอง 1 (3 + 4 – 6)y = y 2 (( –7) + 13 + ( –6))x = x 3 ( –8 + 9 + ( –2))a = a 4 ( –4)c + ( –5)c = –cตอนท 2 อตนยคาช"แจง จงแสดงวธทา1. รานขายนาฬกาแห9งหนDงต"งนาฬกาปล;ก 4 เร%อน โดยใหแต9ละเร%อนปล;กท;ก 3, 4, 5 และ 6 นาท ตามลาดบ ถาใหนาฬกาท;กเร%อนปล;กพรอมกนคร"งแรกเม%อเวลาเทยงวน จงหาว9านาฬกาท"งส เร%อนจะปล;กพรอมกนอกคร"งเม%อเวลาใด____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
  12. 12. 2. กาหนดไว a = –3, b = 6, c = –8 และ d = –1 จงหาค9า x เม%อ x = a(b – c) ÷ d____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
  13. 13. เฉลยตอนท 11. 3 11. 3 21. 4 31. 4 41. 2 51. 12. 4 12. 3 22. 1 32. 3 42. 1 52. 23. 3 13. 3 23. 2 33. 4 43. 2 53. 14. 2 14. 3 24. 4 34. 3 44. 3 54. 45. 2 15. 4 25. 3 35. 2 45. 3 55. 36. 4 16. 3 26. 3 36. 1 46. 1 56. 47. 2 17. 3 27. 1 37. 4 47. 4 57. 28. 3 18. 4 28. 3 38. 2 48. 3 58. 39. 2 19. 4 29. 1 39. 4 49. 3 59. 110. 3 20. 2 30. 2 40. 2 50. 3 60. 1ตอนท 21. วธทาการหาจานวนเวลาว9านานอกกนาทจะนาฬกาปล;กพรอมกนอกคร"ง ใชการหาค.ร.น. ค.ร.น. ของ 3, 4, 5, 6 ค%อ 60 จะไดนาฬกาปล;กพรอมกนอกคร"งเม%อเวลาเดนไปอก 60 นาท แต9นาฬกาท"งสเร%อนปล;กคร"งแรกไวเทยงตรง ค%อ 12.00 น. เม%อเวลาเดนไป 60 นาท จะปล;กอกคร"ง เวลา 13.00 น.2. วธทา จาก x = a(b – c) ÷ d แทนค9า a, b, c, และ d จะได x = (–3)(6 – ( –8)) ÷ ( –1) = (–3)(2) ÷ ( –1) = ( –6) ÷ ( –1) =6

×