การขยายพันธุ์พืช

18,856 views

Published on

  • มีประโยชน์ดีครับ แต่สีมองไม่ค่อยชัด
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

การขยายพันธุ์พืช

  1. 1. การขยายพันธุพืชคืออะไร ์ การขยายพันธุ์พืชหมายถึง การเพิมปริ มาณต้นพืชจากต้น ่แม่เพียงต้นเดียว ให้มีจานวนมากขึ้น โดยต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่ยังคงมีคุณสมบัติ คุณลักษณะเหมือนต้นเดิม การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็ น2ลักษณะคือการขยายพันธุ์โดยใช้เพศ และการขยายพันธุ์โดยไม่ใช้เพศ
  2. 2. การขยายพันธุโดยใช้เพศ คืออะไร ์ คือการนาเมล็ดของพืชไปเพาะหรื อปลูกเพื่อให้เกิดเป็ นพืชต้นใหม่ หรื อที่เรี ยกว่าการเพาะเมล็ดนันเอง ่ 1. การเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ด (Seed) หมายถึง การนาเมล็ดพันธุ์พืชที่ผ่านการคัดคุณภาพมาแล้ว นามาปลูกไว้ในพื้นที่จากัดที่เตรี ยมไว้โดยเฉพาะ เช่น กระบะเฉพาะ แปลงเพาะ หรื อภาชนะต่าง ๆมีการดูแลรักษาเอาใจใส่ เป็ นพิเศษ จนกระทังเมล็ดงอกเป็ นต้น ่กล้า เหมาะกับพืชพวกข้าว ผักต่างๆยกเว้นผักกาดหัว
  3. 3. วัตถุประสงค์ของการเพาะเมล็ด1. เพื่อประหยัดหรื อไม่ให้เปลืองเมล็ดพันธุ์2. เมล็ดพันธุ์พืชบางชนิดมีขนาดเล็กเกินไป ไม่ทนทานต่อโรค แมลง และสิ่ งแวดล้อม ต้องดูแลเป็ นพิเศษ3. ได้จานวนต้นพืชในปริ มาณตามที่ตองการ ้4. ได้ตนพืชที่มีอายุและการเจริ ญเติบโตเท่าๆ กัน ้
  4. 4. วิธีการเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ 1. ถ้าหากภาชนะเพาะมีช่องหรื อรู ขนาดใหญ่อาจจะทาให้ดินเพาะรั่วไหล ออกมา ควรใช้วสดุปิดทับ เช่น ใช้เศษ- ั กระถางแตกเศษอิฐหักอุดรู ถ้าเป็ นภาชนะที่ เป็ นกระบะพลาสติกหรื อลังไม้ ควรใช้ กระดาษหนังสื อพิมพ์ปิดทับกระบะ 2. นาดินเพาะใส่ ลงในภาชนะให้เกือบเต็ม เกลี่ยผิวดินให้ ่เรี ยบสม่าเสมอในระดับเดียวกัน ให้ดินเพาะอยูต่ากว่าขอบภาชนะประมาณ 1-2 นิ้ว การเกลี่ยดินให้เรี ยบ
  5. 5. ดินที่ใช้เพาะควรเป็ นดินที่ร่วนซุยโปร่ ง มีน้ าหนักเบา ระบายน้ าได้ดี มีแร่ธาตุอาหารพืชบ้างพอสมควร โดยทัวไป ่อาจจะใช้ดินร่ วนธรรมดาก็ได้ หรื ออาจจะใช้ดินที่มีส่วนผสมของวัสดุต่าง ๆในอัตราส่ วนที่กาหนด เช่นทรายหยาบ : ขุยมะพร้าวในอัตรา 1:1ทรายหยาบ : ถ่านแกลบในอัตรา 1:1หรื อ ดิน : ปุ๋ ยคอกเก่า : ทรายในอัตรา2:1:2 ก็ได้
  6. 6. 3. นาเมล็ดพันธุ์พืชที่ตองการ ้ปลูก หว่านหรื อโรยลงบนผิวหน้าดินให้กระจายกัน อย่างทัวถึง โรยทับด้วย ่ดินเพาะเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ด 4. ปิ ดทับผิวหน้าดินด้วยฟาง แห้งหรื อกระดาษหนังสื อพิมพ์ (เพื่อ รักษาความชื้นภายในดินเพาะให้ สม่าเสมอไม่ให้ระเหยเร็ วเกินไป และยังช่วยให้เมล็ดงอกได้เร็ วขึ้น)
  7. 7. การขยายพันธุพืชแบบไม่อาศัยเพศ ์ หมายถึงการนาส่ วนต่างๆของพืช ไปทาให้เกิดราก เกิดยอดแล้วเจริ ญเติบโตเป็ นพืชต้นใหม่สามารถให้ผลผลิตต่อไปได้ การขยายพันธุ์พืชโยไม่ใช้เพศทาได้หลายวิธี เช่น การตัดชา การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา การต่อกิ่ง และ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยือ เป็ นต้น ่
  8. 8. การขยายพันธุพืชโดยการปักชา ์ การปักชา คือ การตัดส่ วนหนึ่งส่ วนใดของพืช เช่น ใบ กิ่งก้าน ลาต้น หรื อราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพสิ่ งแวดล้อมเหมาะสม ส่ วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและแตกยอดเจริ ญเติบโตเป็ นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป ขั้นตอนการปักชา 1) ตัดกิ่งให้มีความยาวประมาณ ่ ั6 – 10 นิ้ว (ขึ้นอยูกบชนิดของพืช) ตัดให้เป็ นแผลทามุมเฉี ยง 450 – 600 ด้านล่างของกิ่งต่ากว่าข้อเล็กน้อย
  9. 9. 2) การปักชากิง นาส่ วนของโคนกิ่งปั กลงไปในวัตถุปักชา ่ ให้ลึกประมาณ ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัดด้าน ปลายของกิ่งเป็ นแนวตั้งตรงเพื่อ ป้ องกันไม่ให้น้ าขังบริ เวณรอยแผล ซึ่ งจะช่วยลดการเน่าของกิ่งได้ การปั กกิ่ง ควรจัดระยะให้ห่างกันพอประมาณอย่า ให้ชิด หรื อแน่นเกินไป จะทาให้กิ่งเน่าได้ การดูแลรักษา ในระยะแรกๆ ที่กิ่งยังไม่ออกรากจาเป็ นต้องรักษาความชื้นในบริ เวณที่ปักชาให้สูงมากๆ เพื่อลดการสู ญเสี ยน้ าจากการคายน้ าของใบให้มากที่สุด โดยการรดน้ าอย่างสม่าเสมอวันละ 2 - 3 ครั้ง
  10. 10. การตอนกิ่ง คือ การทาให้ก่ิงหรื อต้นพืชเกิดรากขณะติดอยูกบต้นแม่ จะ ่ ั ทาให้ได้ตนพืชใหม่ ที่มีลกษณะทางสายพันธุ์ เหมือนกับต้นแม่ ้ ั ทุกประการ โดยมีข้ นตอนการปฏิบติ ดังนี้ ั ัข้ อดีของการตอนกิง ่ 1. คงสภาพลักษณะพันธุ์เดิมทุกประการ 2. การตอนจะแตกรากในปริ มาณมากกว่าการปั กชา 3. เมื่อนาไปปลูกอัตราการรอดตายมากกว่าการปั กชา 4. ทรงพุมเตี้ย สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษา ่ 5. ขนาดของกิ่งตอนใหญ่กว่ากิ่งปั กชา ให้ผลผลิตที่เร็ วกว่า
  11. 11. ข้ อเสี ยของการตอนกิง ่ 1. ไม่มีระบบรากแก้ว จึงทาให้กิ่งตอนโค่นล้มได้ง่าย 2. กิ่งตอนมีขนาดใหญ่ การเคลื่อนย้ายไปปลูกทาได้ลาบาก 3. จานวนกิ่งพันธุ์ที่ได้ต่อต้นน้อยกว่าการปั กชา ุ่ 4. การตอนกิ่งมีวธีการที่ยงยากกว่าการปั กชา ิ 5. ต้องใช้แรงงานมากและการดูแลมากยิงขึ้น ่ เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการตอนกิง ่ 1) มีดตอนกิง มีดตอนกิ่งจะต้องมี ่ ขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบติงาน ที่นิยมใช้กน ั ั มากได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีพบ และ คัทเตอร์ เป็ นต้น ั
  12. 12. 2) วัสดุทใช้ ในการตอนหรือวัตถุห้ ุมกิง ี่ ่เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นที่สูงพอเหมาะสม่าเสมอตลอดจนป้ องกันแสงสว่าง วัสดุที่ใช้ในการหุ มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติ อุม ้ ้ความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็ นพิษแก่พืช เช่นดินร่ วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว3) ฮอร์ โมนหรือสารเคมีทช่วยกระตุ้นการออกรากของกิง กิ่ง ี่ ่พืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเคมีบางชนิดทาบริ เวณเหนือรอยแผลหรื อรอยควัน ่จะช่วยกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วขึ้น ้
  13. 13. ขั้นตอนในการตอนกิง ่ 1) การเลือกกิงตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่ ่มากหรื อไม่แก่จนเกินไป เพราะจะทาให้ออกรากได้เร็ วขึ้น ซึ่ งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียวปนน้ าตาล2) การทาแผลหรือการควันกิง ่ ่ การควันกิ่ง เป็ นวิธีที่นิยมปฏิบติ ่ ัมากที่สุดและเหมาะสมกับพืชทุกชนิดโดยเฉพาะพืชที่ออกรากได้ยาก การควันกิ่งแล้วลอกเปลือกออก เป็ นการ ่ตัดท่อลาเลียงอาหารของพืช
  14. 14. 3) การใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งการออกรากทากิ่งตอน เพื่อกระตุนให้กิ่งออกรากได้เร็ วและมากขึ้น ้ควรจะต้องใช้ฮอร์โมนหรื อสารเร่ งรากทารอบๆเหนือบริ เวณรอยควันด้านบนและหลังจาก ่ฮอร์โมนที่ทาแห้งดีแล้ว จึงค่อยหุ มกิ่งตอน ้ 4) นาตุมตอน (ขุยมะพร้าวที่แช่น้ า แล้ว ้ บีบหมาด ๆ อัดลงในถุงพลาสติก ผูกปาก ถุงให้แน่น) มาผ่าตามความยาวแล้ว นาไปหุ มบนรอยแผลของกิ่งตอน มัดด้วย ้ เชือกทั้งบนและล่างรอยแผล
  15. 15. 5.) วิธีการหุ มกิ่ง นาตุมตอนไปหุม ้ ้ ้บริ เวณรอยควันโดยเฉพาะให้เหนือบริ เวณ ่รอยควันด้านบน พยายามดันกิ่งตอนให้เข้า ่ ่ไปอยูกลางถุงให้มากที่สุด ดึงชาย ่ ้ถุงพลาสติกที่ผาให้ซอนทับกัน มัดให้แน่นด้วยเชือกฟาง 4.) เมื่อกิ่งตอนมีรากงอกแทงผ่าน วัสดุ และเริ่ มแก่เป็ นสี เหลือง สี น้ าตาล ปลายรากมีสีขาว และมี จานวนมากพอจึงตัดกิ่งตอนได้ .
  16. 16. การทาบกิง ่ คือ การทาบกิง คือ การนาต้นพืชสองต้น ซึ่ง ่มีระบบรากและส่ วนยอดมาเชื่อมให้เป็ นต้นเดียวโดยมีเซลล์เนื้อเยือเป็ นตัวเชื่อมประสาน ่ประโยชน์ ของการทาบกิง ่ 1. ช่วยเปลี่ยนพันธุ์ท่ีมีลกษณะไม่ดีให้เป็ นพันธุ์ที่ดี ั 2. ได้พนธุ์พืชที่มีคุณภาพดีไปปลูก ั ั 3. ใช้กบพืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล 4. สามารถได้ตนตอที่มีระบบรากแข็งแรง หาอาหารเก่ง ้ และทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี
  17. 17. ขั้นตอนการทาบกิ่ง1. การเตรี ยมต้ นตอ 1.1 เลือกต้นตออายุประมาณ1ปี ตัดให้สูงจากโคนประมาณ6นิ้วแล้วเฉื อนต้นตอเป็ นปากฉลามยาวประมาณ 2 นิ้ว 1.2 เฉื อนปลายต้นตอให้เป็ นรู ปลิ่ม
  18. 18. 2. การเตรี ยมกิงพันธ์ ุดี ่ 2.1 เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่สมบูรณ์ แข็งแรง 2.2 เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เข้าเนื้อไม้ เฉี ยงขึ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว ตัดส่ วนเปลือกที่เฉื อนไว้ให้เหลือลิ้นที่ปลายเล็กน้อย
  19. 19. 3. การประกบกิงพันธ์ ุดเี ข้ ากับต้ นตอ ่ 3.1 สอดปลายกิ่งต้นตอที่เฉื อนเตรี ยมไว้ให้เนื้อเยือเจริ ญตรง ่กับกิ่งพันธุ์ดี 3.2 พันด้วยแผ่นพลาสติกให้แน่น 3.3 ใช้เชือกผูกปากถุงตรึ งกับโคนกิ่งพันธุ์ให้แน่น
  20. 20. 4. ประมาณ 6 - 7 สัปดาห์ แผลจะติดกันดี รากตุมต้นตอจะงอกแทงผ่านวัสดุ ้และเริ่ มมีสีน้ าตาล ปลายรากมีสีขาวและมีจานวนมากพอ จึงจะตัดได้5. นาลงถุงเพาะชา พร้อมปักหลักค้ ายันต้น เพื่อป้ องกันต้นล้ม
  21. 21. การติด ตา ื การติดตา คือการขยายพันธุ์พชที่นาแผ่นตาเพียงตาเดียวจากกิ่งพันธุ์ดี ไปติดกับต้นตอในพืชประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตานั้นเจริ ญเติบโตเป็ นยอดอ่อน และกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ซึ่ งวิธีการนี้ มีลกษณะคล้ายกับวิธีการต่อกิ่ง แต่มีขอดีกว่า ั ้คือ ทาได้ง่ายกว่า ได้ตนพันธุ์ดีมากกว่า และมีความเสี่ ยงต่า ้ อุปกรณ์ติดตา มีดติดตา แถบพลาสติก
  22. 22. ประเภทของการติดตา การติดตาแบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ1. การติดตาแบบตัวที ( T budding) ั การติดตาแบบตัวที (T) เป็ นวิธีที่นิยมใช้กบพวกไม้ดอกได้แก่ กุหลาบ และไม้ผลบางชนิด เช่น ส้ม พุทรา2. การติดตาแบบเพลต (Plate budding) ั การติดตาแบบเพลตใช้ขยายพันธุ์กบพืชที่มีเปลือกหนาและ ั ัเหนียว หรื อวิธีน้ ีมกใช้กบพืชที่มีน้ ายางมาก เช่น ยางพารา มะม่วงขนุน หรื อพืชที่เกิดการเชื่อมต่อช้ากว่าปกติ เช่นมะขาม
  23. 23. 3. การติดตาแบบแพตช์ (Patch budding) การติดตาแบบแพตช์ คือ วิธีการติดตาที่ทาการแกะเปลือกต้นตอออกเป็ นรู ปสี่ เหลี่ยมผืนผ้า แล้วใช้เปลือกตาของกิ่งพันธุ์ดีที่มีขนาดเท่ากันมาประกบแทนที่เปลือกของต้นตอ ั การติดตาแบบวิธีน้ ีมกจะใช้กบพืชที่เปลือกหนา เช่นมะม่วง ัยางพารา เป็ นต้น4. การติดตาแบบชิป (Chip budding) การติดตาแบบวิธีน้ ีมกทากับพันธุ์ไม้ที่ลอกเปลือกออกได้ ัยาก และใช้ได้ผลดี กับไม้ผลบางชนิด เช่น องุ่น เงาะ เป็ นต้น
  24. 24. ขั้นตอนการติดตาแบบตัวทีมดงนี้ ี ั1. การเตรียมต้ นตอ วิธีการกรี ดต้นตอควรกรี ดตามความยาวของ ต้นตอก่อน แล้วจึงกรี ดตามขวางเป็ นรู ปตัวที (T) พร้อมกับพลิกใบมีดเล็กน้อยเพื่อเผยอเปลือกออกจากเนื้อไม้2. การเตรียมแผ่ นตา แผ่นตา คือ ส่ วนของแผ่นเปลือกซึ่ งมีตาพันธุ์ดีเพียง 1 ตา การเฉื อนควรเฉื อนแผ่นตาจากปลายแผ่นตาไปหาโคนแผ่นตาให้มีความยาว 3-4 เซนติเมตร
  25. 25. 3. การประกบแผ่ นตา ่ ให้สอดแผ่นตาอยูใต้เปลือกของต้นตอโดยให้ตาอยูตรงกึ่งกลางของรอยแผล ่ 4. การพันแผ่ นตา วัสดุที่ใช้ คือ แผ่นพลาสติกใส การ พันจะต้องพันจากล่างขึ้นบนให้กระชับ ติดกับต้นตอ คือพันไม่ให้แน่นหรื อหลวม เกิดไป จนกว่าเนื้อเยือเจริ ญของตาพันธุ์ ่ กับตอจะเชื่อมติดกันดี แล้วค่อยแกะแผ่น พลาสติกออก
  26. 26. การต่อกิ่ง Grafting การต่อกิ่ง คือการนากิ่งพันธุ์ดีไปต่อบนต้นตอของพืชอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดเป็ นยอดและกิ่งพันธุ์ดีต่อไป ขั้นตอนการต่อกิ่ง 1. ก่อนต่อกิ่งต้องตัดแต่งกิ่งต้น ตอให้โปร่ งเพื่อความสะดวกในการ ทางาน
  27. 27. 2. การตัดกิ่งพันธุ์ดี ตัดกิ่งพันธุ์ดีที่สมบุรณ์ให้มีตาติดไปด้วย 3-4 ตา 3. การเตรี ยมต้นตอ กรี ดเปลือกต้นตอให้ขนานกันตามแนวยาวของกิ่ง ให้ยาว ประมาณ2-3นิ้วแล้วใช้มีกรี ดตัดด้านบน การกรี ดต้นตอ ตัดขวางรอยกรี ด ลอกเปลือกออก
  28. 28. การเตรี ยมกิ่งพันธุ์ดี1. เฉื อนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็ นรู ปลิ่ม เฉื อนด้านหน้า เฉื อนด้านหลัง รอยเฉื อนด้านหลัง
  29. 29. การประกบกิ่งพันธุ์ดี นากิ่งพันธุ์ดีประกบลงบนแผลของต้นตอ โดยให้เปลือกชิดด้านใดด้านหนึ่ง แล้วพันด้วยพลาสติกให้แน่น โดยควรพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน เพื่อป้ องกันน้ าซึ มเข้าการประกบรอยแผล การพันด้วยแถบพลาสติก
  30. 30. ยอดที่เกิดใหม่จากการต่อกิ่ง

×