การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์
การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์การออกแบบเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนการให้สถาปนิกออกแบบสำนักงาน หรือร้านค้าของเรา จะแตกต่างก็ตรงที่เว็บไซต์เป็นร้านค้าที่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ต ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่มีตัวตนให้เห็น ส่วนการพัฒนาเว็บไซต์ก็เหมือนการจ้างบริษัทรับเหมามาสร้างร้านค้าของเราตามแบบที่สถาปนิกวาดเอาไว้
การออกแบบเว็บไซต์นั้น ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ การใช้สี การเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรานั้นเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายของเรา อีกทั้งต้องคำนึงถึงการขยายเว็บไซต์ และเพิ่มเติมข้อมูลได้ในอนาคต             การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์หนึ่งๆนั้นจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึงหลายๆเดือน และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ ไม่กี่พันบาทจนไปถึงหลายๆหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และปริมาณข้อมูลที่จะใส่เข้าไปในเว็บไซต์
การจดโดเมนเนม              โดเมนเนมหมายถึงชื่อของเว็บไซต์ของเรา การจดโดเมนเนมก็คือการจดทะเบียนจองชื่อร้านของเรา ซึ่งควรจะใช้ชื่อที่สามารจดจำได้ง่าย ไม่ยาวเกินไป อีกทั้งควรที่จะคำนึงถึงความเหมาะสมกับธุรกิจของเรา ชื่อโดเมนนั้นอาจใช้ชื่อเดียวกับกิจการที่ใช้อยู่แล้วก็ได้ แต่ต้องเป็นชื่อที่ไม่มีผู้อื่นใช้อยู่
ในความเป็นจริงแล้วการจดโดเมนเนมควรเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรก เพราะหากมีผู้อื่นใช้ชื่อโดเมนที่เราต้องการไปแล้ว เราก็จะไม่สามารถใช้ชื่อนั้นได้อีกเลย หรือแม้กระทั่งเรายังไม่พร้อมที่จะมีเว็บไซต์ในปัจจุบัน การจองชื่อโดเมนเอาไว้ก็อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบางธุรกิจที่ต้องการใช้ชื่อโดเมนทั่วไปที่มีความต้องการใช้สูง               ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโดเมนเนมจะมีการเรียกเก็บเป็นรายปี โดยอาจจะมีการจ่ายล่วงหน้าเป็นระยะเวลาหลายๆปีเพื่อให้ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น ค่าจดทะเบียนโดเมนเนมนั้นเมื่อจ่ายแล้วจะไม่สามารถขอคืนได้
การทำเว็บโฮสติ้ง                 การทำเว็บโฮสติ้งก็เปรียบเสมือนการเช่าที่เพื่อตั้งร้านค้าของเรา เมื่อเราออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เรียบร้อยแล้วเราก็ต้องนำเว็บไซต์ของเราไปฝากไว้กับคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือเว็บโฮส ซึ่งเว็บเซิร์ฟเวอร์นี้จะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตด้วยเครือข่ายความเร็วสูงเพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ได้              เพราะฉะนั้นการจะเลือกเว็บโฮสติ้งดีๆก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพและเสถียรภาพของเว็บเซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายที่เชื่อมต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์เข้าสู่อินเตอร์เน็ตเป็นสำคัญ ไม่ควรคำนึงถึงเฉพาะเรื่องราคา เพราะคงไม่มีประโยชน์แน่หากใช้บริการเว็บโฮสติ้งราคาถูก แต่เว็บเซิร์ฟเวอร์หรืออุปกรณ์เครือข่ายเสียบ่อยๆ เพราะแทนที่เราจะเปิดร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดให้บริการเมื่ออุปกรณ์เสีย อีกทั้งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจของเราด้วย
 ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บโฮสติ้งนั้นปกติจะคิดเป็นรายเดือน แต่รอบการชำระเงินอาจเป็น 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, หรือ 2 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและนโยบายของแต่ละบริษัทการโปรโมท หรือประชาสัมพันธ์เว็บไซต์                การโปรโมท หรือประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ก็เหมือนกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ร้านค้าของเราให้เป็นที่รู้จัก หากมีเว็บไซต์ แต่ไม่มีผู้เข้าชมก็คงไม่มีประโยชน์ เหมือนการเปิดร้านแล้วไม่มีคนเข้าร้าน
                 การโปรโมทเว็บไซต์ของเราทำได้หลายวิธี เช่น การลงโฆษณาในเว็บไซต์อื่นๆที่มีผู้เข้าชมเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา การซื้อโฆษณาในเสิร์จเอ็นจิ้น (Search Engine) การส่งข้อมูลเว็บไซต์เข้าไปในเสิร์จเอ็นจิ้น (Search Engine Submission)                  ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับบริษัทที่เราเลือกใช้บริการ ซึ่งเราจะต้องจัดสรรค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เหมาะสมกับรายได้ และประเภทธุริกจของเราเอง
การดูแล และปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์                  การดูแล และปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์อาจมีความจำเป็นเช่น เมื่อต้องการเปลี่ยนรูปสินค้าในเว็บไซต์ เปลี่ยนแปลงราคาสินค้าหรือบริการ ต้องการใส่ข้อมูลเพิ่มเติม                   หากท่านพอมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ ท่านอาจใช้โปรแกรม Macromedia Dreamweaver หรือ MS Front Page เพื่อแก้ไขข้อมูลเล็กๆน้อยๆในเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง หรืออาจใช้บริการของบริษัทที่ท่านจ้างออกแบบและทำเว็บไซต์ก็ได้                     ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ของเราเท่านั้น ในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 500 บาทต่อหน้า (สำหรับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ไม่กระทบกับโครงสร้างหลักของเว็บ) อย่างไรก็ตาม การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้มาก
หลักการออกแบบหน้าจอองค์ประกอบด้านข้อความข้อความจัดเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญที่สุดในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การออกแบบข้อความที่ดี ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงองค์ประกอบย่อยหลายด้าน เช่น รูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร ความหนาแน่นตัวอักษร สีของข้อความ และการจัดความสัมพันธ์ข้อความและภาพให้สอดคล้องกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ภาพ และกราฟิกบนหน้าจอรูปแบบและขนาดตัวอักษร มีงานวิจัยเกี่ยวกับขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทยเละภาษอังกฤษพบว่าผู้อ่านตัวอักษรตัวพิพม์ภาษไทยหรือภาษาต่าง ๆ ขนาด 80 ตัวอักษรต่อบรรทัดน้อยกว่า การอ่านตัวอักษรขนาดขนาด 40 ตัวอักษรต่อบรรทัด ในขณะที่ความเข้าใจจากการอ่านควรอยู่ระหว่าง 19-37 พอยต์ ในขณะที่ตัวหนังสือปกติมีขนาด 12-19 พอยต์ ส่วนรูปแบบของตัวอักษรควรใช้ตัวที่อ่านง่าย ตาหากตัวอักษรที่ไม่ใช่ส่วนของเนื้อหาหลัก เช่น ตัวอักษร หัวเรื่องใหญ่ตัวอักษรประกอบการออกแบบ หรือตัวอักษรพิเศษอื่น ๆ ผู้ออกแบบอาจใช้ตัวอักษรรูปแบบและขนาดต่าง ๆ กันออกไป ๆ ได้ แต่ไม่ควรมีความหนาแน่นของตัวอักษรมากเกินไป
ความหนาแน่นของตัวอักษร ส่วนใหญ่รวมถึงความหนาแน่นขององค์ประกอบอื่นบนจอภาพเข้าไปด้วย ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนชอบจอภาพที่มีความหนาแน่นปานกลางหรือประมาณ 40 % ของพื้นที่หน้าจอมากที่สุด และจะเลือกจอภาพที่มีความหนาแน่นสูง หรือประมาณ 50 % ของพื้นที่หน้าจอ มากว่าจอภาพที่มีความหนาแน่นต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่าในวิชาที่มีเนื้อหายาก ผู้เรียนจะชอบจอภาพที่มีความแน่นสูง เนื่องจากจอภาพที่มีความหนาแน่นขององค์ประกอบต่าง ๆ สูง จะมีข้อมูลที่ช่วยให้ความเข้าใจเนื้อหาและแนวคิด
หลักต่าง ๆ ชัดเจนและต่อเนื่องขึ้นสีข้อความ เป็นองค์ประกอบหน้าจอ ที่ช่วยกระตุ้นความน่าสนใจการ สีเป็นตัวกระตุ้นประสาทการรับรู้ที่สำคัญ การใช้สีที่เหมาะสมจะช่วยให้อ่านง่าย และสบายตา ผลงานวิจัยพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ชอบคู่อักษรสีขาว หรือเหลือง บนพื้นน้ำเงิน อักษรเขียวบนพื้นดำ และอักษรดำบนพื้นเหลือง หากใช้พื้นสีเทา คู่สีที่ผู้เรียนชอบ คือ สีฟ้า สีม่วง และสีดำ สีที่ชอบน้อยคือ ควรใช้พื้นหลังเป็นสีเข้มมากกว่าสีอ่อนเป็นพื้นหลัง ซึ่งระยะยาวจะช่วยลดความล้าของสายตา ในการอ่านจอภาพอันเนื่องมาจากความจ้าของสีพื้นการวางรูปแบบข้อความ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความบนจอภาพประการหนึ่งคือการวางรูปแบบข้อความ เทคนิคในการนำเสนอข้อความให้อ่านงาน สวยงาม น่าสนใจทำได้หลายวิธี ผู้ออกแบบสามารถนำเสนอข้อความที่เหมาะสม ที่ละตอน หรือเสนอข้อความทั้งหมดในคราวเดียวกันก็ได้ โดยภาพรวม การออกแบบหน้าจอจะต้องมีความเหมาะสมและน่าอ่าน
หลักการออกแบบงานกราฟิกทั่วไป ที่ต้องคำนึงถึงรายละเอียดดังนี้ (อ้างอิง) 1. ความสมดุลจอหน้าจอ ผู้ออกแบบจะต้องให้มีความสมบูรณ์แบบแบ่งครึ่งซ้ายขวาเท่ากัน หรือการจัดวางหรือองค์ประกอบที่ซ้ายขวาไม่เท่ากัน แต่ดูแล้วสมดุลกันก็ได้2. ความเรียบร้อย เป็นสมบัติสำคัญของการออกแบบสื่อทุกประเภท ซึ่งออกแบบได้ไม่ยากแต่การออกแบบให้มีความเรียบง่ายและน่าสนใจด้วยนั้นทำได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบข้อความ ปัจจุบันการออกแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีองค์ประกอบของกราฟิกในรูปแบบต่าง ๆ กัน เกี่ยวข้องด้วย เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพวาด และอื่น ๆ โดยยังมีข้อความเป็นองค์ประกอบหลัก “ความเรียบร้อย” หมายถึง การออกแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผู้ออกแบบได้จัดผสมผสานองค์ประกอบร่วมต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้เรียนและคอมพิวเตอร์อย่างมีระบบ อ่านง่าย เข้าใจง่าย และผู้เรียนได้รับความรู้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
องค์ประกอบของการออกแบบเว็บไซต์ ต้องคำนึงถึง        1. ความเรียบง่าย ได้แก่ มีรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และใช้งานได้สะดวก ไม่มีกราฟิกหรือตัวอักษรที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ชนิดและสีของตัวอักษรไม่มากจนเกินไปทำให้วุ่นวาย         2. ความสม่ำเสมอ ได้แก่ ใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ เช่น รูปแบบของหน้า สไตล์ของกราฟิก ระบบเนวิเกชันและโทนสี ควรมีความคล้ายคลึงกันตลอดทั้งเว็บไซต์        3. ความเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบเว็บไซต์ควรคำนึงถึงลักษณะขององค์กร เพราะรูปแบบของเว็บไซต์จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์และลักษณะขององค์กรนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นเว็บไซต์ของทาง ราชการ จะต้องดูน่าเชื่อถือไม่เหมือนสวนสนุก ฯลฯ        4. เนื้อหาที่มีประโยชน์ เนื้อหาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเว็บไซต์ ดังนั้นควร จัดเตรียมเนื้อหาและข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการให้ถูกต้อง และสมบูรณ์ มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ
เนื้อหาดีมีประโยชน์	เนื้อหาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเว็บไซต์ ดังนั้นควรจัดเตรียมเนื้อหา โดยนำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ และควรมีการปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอมีความเป็นเอกลักษณ์ 	รูปแบบของเว็บไซต์สามารถสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ เช่น การใช้ชุดสี, ชนิดอักษร, รูปภาพและกราฟิก มีระบบเนวิเกชันที่ดี (Navigator Bar) เนวิเกชัน หรือระบบนำทางในเว็บไซต์ ทกทิศที่มีไป มีเครื่องหมายให้ติดตาม เพื่อให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถเลือกที่จะไปใช้บริการได้ตรงจุที่สนใจได้อย่างสะดวก  และสามารถที่จะย้อนกลับไปยังหน้าเว็บต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ได้ ระบบการใช้งานที่ถูกต้อง การทำงานต่าง ๆ ในเว็บไซต์จะต้องมีความแน่นอนและทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ควรมีการทดสอบว่าสามารถใช้งานได้จริง ที่สำคัญลิงค์อย่าให้ขาด
ขอบคุณครับ(จบ)

การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์303

  • 1.
  • 2.
    การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์การออกแบบเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือนการให้สถาปนิกออกแบบสำนักงาน หรือร้านค้าของเราจะแตกต่างก็ตรงที่เว็บไซต์เป็นร้านค้าที่อยู่ในโลกของอินเตอร์เน็ต ไม่มีสิ่งก่อสร้างที่มีตัวตนให้เห็น ส่วนการพัฒนาเว็บไซต์ก็เหมือนการจ้างบริษัทรับเหมามาสร้างร้านค้าของเราตามแบบที่สถาปนิกวาดเอาไว้
  • 3.
    การออกแบบเว็บไซต์นั้น ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้สี การเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เว็บไซต์ของเรานั้นเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายของเรา อีกทั้งต้องคำนึงถึงการขยายเว็บไซต์ และเพิ่มเติมข้อมูลได้ในอนาคต การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์หนึ่งๆนั้นจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึงหลายๆเดือน และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ ไม่กี่พันบาทจนไปถึงหลายๆหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และปริมาณข้อมูลที่จะใส่เข้าไปในเว็บไซต์
  • 4.
    การจดโดเมนเนม โดเมนเนมหมายถึงชื่อของเว็บไซต์ของเรา การจดโดเมนเนมก็คือการจดทะเบียนจองชื่อร้านของเรา ซึ่งควรจะใช้ชื่อที่สามารจดจำได้ง่าย ไม่ยาวเกินไป อีกทั้งควรที่จะคำนึงถึงความเหมาะสมกับธุรกิจของเรา ชื่อโดเมนนั้นอาจใช้ชื่อเดียวกับกิจการที่ใช้อยู่แล้วก็ได้ แต่ต้องเป็นชื่อที่ไม่มีผู้อื่นใช้อยู่
  • 5.
    ในความเป็นจริงแล้วการจดโดเมนเนมควรเป็นสิ่งที่ต้องทำอันดับแรก เพราะหากมีผู้อื่นใช้ชื่อโดเมนที่เราต้องการไปแล้ว เราก็จะไม่สามารถใช้ชื่อนั้นได้อีกเลยหรือแม้กระทั่งเรายังไม่พร้อมที่จะมีเว็บไซต์ในปัจจุบัน การจองชื่อโดเมนเอาไว้ก็อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบางธุรกิจที่ต้องการใช้ชื่อโดเมนทั่วไปที่มีความต้องการใช้สูง ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโดเมนเนมจะมีการเรียกเก็บเป็นรายปี โดยอาจจะมีการจ่ายล่วงหน้าเป็นระยะเวลาหลายๆปีเพื่อให้ได้ส่วนลดเพิ่มขึ้น ค่าจดทะเบียนโดเมนเนมนั้นเมื่อจ่ายแล้วจะไม่สามารถขอคืนได้
  • 6.
    การทำเว็บโฮสติ้ง การทำเว็บโฮสติ้งก็เปรียบเสมือนการเช่าที่เพื่อตั้งร้านค้าของเรา เมื่อเราออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เรียบร้อยแล้วเราก็ต้องนำเว็บไซต์ของเราไปฝากไว้กับคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือเว็บโฮส ซึ่งเว็บเซิร์ฟเวอร์นี้จะเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตด้วยเครือข่ายความเร็วสูงเพื่อให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเข้าถึงข้อมูลของเว็บไซต์ได้ เพราะฉะนั้นการจะเลือกเว็บโฮสติ้งดีๆก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพและเสถียรภาพของเว็บเซิร์ฟเวอร์ และเครือข่ายที่เชื่อมต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์เข้าสู่อินเตอร์เน็ตเป็นสำคัญ ไม่ควรคำนึงถึงเฉพาะเรื่องราคา เพราะคงไม่มีประโยชน์แน่หากใช้บริการเว็บโฮสติ้งราคาถูก แต่เว็บเซิร์ฟเวอร์หรืออุปกรณ์เครือข่ายเสียบ่อยๆ เพราะแทนที่เราจะเปิดร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ต้องปิดให้บริการเมื่ออุปกรณ์เสีย อีกทั้งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจของเราด้วย
  • 7.
    ค่าใช้จ่ายในการทำเว็บโฮสติ้งนั้นปกติจะคิดเป็นรายเดือน แต่รอบการชำระเงินอาจเป็น3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี, หรือ 2 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและนโยบายของแต่ละบริษัทการโปรโมท หรือประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ การโปรโมท หรือประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ก็เหมือนกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ร้านค้าของเราให้เป็นที่รู้จัก หากมีเว็บไซต์ แต่ไม่มีผู้เข้าชมก็คงไม่มีประโยชน์ เหมือนการเปิดร้านแล้วไม่มีคนเข้าร้าน
  • 8.
    การโปรโมทเว็บไซต์ของเราทำได้หลายวิธี เช่น การลงโฆษณาในเว็บไซต์อื่นๆที่มีผู้เข้าชมเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา การซื้อโฆษณาในเสิร์จเอ็นจิ้น (Search Engine) การส่งข้อมูลเว็บไซต์เข้าไปในเสิร์จเอ็นจิ้น (Search Engine Submission) ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับบริษัทที่เราเลือกใช้บริการ ซึ่งเราจะต้องจัดสรรค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้เหมาะสมกับรายได้ และประเภทธุริกจของเราเอง
  • 9.
    การดูแล และปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์ การดูแล และปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์อาจมีความจำเป็นเช่น เมื่อต้องการเปลี่ยนรูปสินค้าในเว็บไซต์ เปลี่ยนแปลงราคาสินค้าหรือบริการ ต้องการใส่ข้อมูลเพิ่มเติม หากท่านพอมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ ท่านอาจใช้โปรแกรม Macromedia Dreamweaver หรือ MS Front Page เพื่อแก้ไขข้อมูลเล็กๆน้อยๆในเว็บไซต์ด้วยตัวท่านเอง หรืออาจใช้บริการของบริษัทที่ท่านจ้างออกแบบและทำเว็บไซต์ก็ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อมูลในเว็บไซต์ของเราเท่านั้น ในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 500 บาทต่อหน้า (สำหรับการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ไม่กระทบกับโครงสร้างหลักของเว็บ) อย่างไรก็ตาม การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้มาก
  • 10.
    หลักการออกแบบหน้าจอองค์ประกอบด้านข้อความข้อความจัดเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญที่สุดในการออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การออกแบบข้อความที่ดี ผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงองค์ประกอบย่อยหลายด้านเช่น รูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร ความหนาแน่นตัวอักษร สีของข้อความ และการจัดความสัมพันธ์ข้อความและภาพให้สอดคล้องกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ภาพ และกราฟิกบนหน้าจอรูปแบบและขนาดตัวอักษร มีงานวิจัยเกี่ยวกับขนาดตัวอักษรทั้งภาษาไทยเละภาษอังกฤษพบว่าผู้อ่านตัวอักษรตัวพิพม์ภาษไทยหรือภาษาต่าง ๆ ขนาด 80 ตัวอักษรต่อบรรทัดน้อยกว่า การอ่านตัวอักษรขนาดขนาด 40 ตัวอักษรต่อบรรทัด ในขณะที่ความเข้าใจจากการอ่านควรอยู่ระหว่าง 19-37 พอยต์ ในขณะที่ตัวหนังสือปกติมีขนาด 12-19 พอยต์ ส่วนรูปแบบของตัวอักษรควรใช้ตัวที่อ่านง่าย ตาหากตัวอักษรที่ไม่ใช่ส่วนของเนื้อหาหลัก เช่น ตัวอักษร หัวเรื่องใหญ่ตัวอักษรประกอบการออกแบบ หรือตัวอักษรพิเศษอื่น ๆ ผู้ออกแบบอาจใช้ตัวอักษรรูปแบบและขนาดต่าง ๆ กันออกไป ๆ ได้ แต่ไม่ควรมีความหนาแน่นของตัวอักษรมากเกินไป
  • 11.
    ความหนาแน่นของตัวอักษร ส่วนใหญ่รวมถึงความหนาแน่นขององค์ประกอบอื่นบนจอภาพเข้าไปด้วย ผลการวิจัยพบว่าผู้เรียนชอบจอภาพที่มีความหนาแน่นปานกลางหรือประมาณ 40 % ของพื้นที่หน้าจอมากที่สุด และจะเลือกจอภาพที่มีความหนาแน่นสูง หรือประมาณ 50 % ของพื้นที่หน้าจอ มากว่าจอภาพที่มีความหนาแน่นต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่าในวิชาที่มีเนื้อหายาก ผู้เรียนจะชอบจอภาพที่มีความแน่นสูง เนื่องจากจอภาพที่มีความหนาแน่นขององค์ประกอบต่าง ๆ สูง จะมีข้อมูลที่ช่วยให้ความเข้าใจเนื้อหาและแนวคิด
  • 12.
    หลักต่าง ๆ ชัดเจนและต่อเนื่องขึ้นสีข้อความเป็นองค์ประกอบหน้าจอ ที่ช่วยกระตุ้นความน่าสนใจการ สีเป็นตัวกระตุ้นประสาทการรับรู้ที่สำคัญ การใช้สีที่เหมาะสมจะช่วยให้อ่านง่าย และสบายตา ผลงานวิจัยพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ชอบคู่อักษรสีขาว หรือเหลือง บนพื้นน้ำเงิน อักษรเขียวบนพื้นดำ และอักษรดำบนพื้นเหลือง หากใช้พื้นสีเทา คู่สีที่ผู้เรียนชอบ คือ สีฟ้า สีม่วง และสีดำ สีที่ชอบน้อยคือ ควรใช้พื้นหลังเป็นสีเข้มมากกว่าสีอ่อนเป็นพื้นหลัง ซึ่งระยะยาวจะช่วยลดความล้าของสายตา ในการอ่านจอภาพอันเนื่องมาจากความจ้าของสีพื้นการวางรูปแบบข้อความ องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับความบนจอภาพประการหนึ่งคือการวางรูปแบบข้อความ เทคนิคในการนำเสนอข้อความให้อ่านงาน สวยงาม น่าสนใจทำได้หลายวิธี ผู้ออกแบบสามารถนำเสนอข้อความที่เหมาะสม ที่ละตอน หรือเสนอข้อความทั้งหมดในคราวเดียวกันก็ได้ โดยภาพรวม การออกแบบหน้าจอจะต้องมีความเหมาะสมและน่าอ่าน
  • 13.
    หลักการออกแบบงานกราฟิกทั่วไป ที่ต้องคำนึงถึงรายละเอียดดังนี้ (อ้างอิง)1. ความสมดุลจอหน้าจอ ผู้ออกแบบจะต้องให้มีความสมบูรณ์แบบแบ่งครึ่งซ้ายขวาเท่ากัน หรือการจัดวางหรือองค์ประกอบที่ซ้ายขวาไม่เท่ากัน แต่ดูแล้วสมดุลกันก็ได้2. ความเรียบร้อย เป็นสมบัติสำคัญของการออกแบบสื่อทุกประเภท ซึ่งออกแบบได้ไม่ยากแต่การออกแบบให้มีความเรียบง่ายและน่าสนใจด้วยนั้นทำได้ยากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบข้อความ ปัจจุบันการออกแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีองค์ประกอบของกราฟิกในรูปแบบต่าง ๆ กัน เกี่ยวข้องด้วย เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ภาพวาด และอื่น ๆ โดยยังมีข้อความเป็นองค์ประกอบหลัก “ความเรียบร้อย” หมายถึง การออกแบบหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผู้ออกแบบได้จัดผสมผสานองค์ประกอบร่วมต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการสื่อสารระหว่างผู้เรียนและคอมพิวเตอร์อย่างมีระบบ อ่านง่าย เข้าใจง่าย และผู้เรียนได้รับความรู้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • 14.
    องค์ประกอบของการออกแบบเว็บไซต์ ต้องคำนึงถึง 1. ความเรียบง่าย ได้แก่ มีรูปแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และใช้งานได้สะดวก ไม่มีกราฟิกหรือตัวอักษรที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ชนิดและสีของตัวอักษรไม่มากจนเกินไปทำให้วุ่นวาย 2. ความสม่ำเสมอ ได้แก่ ใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต์ เช่น รูปแบบของหน้า สไตล์ของกราฟิก ระบบเนวิเกชันและโทนสี ควรมีความคล้ายคลึงกันตลอดทั้งเว็บไซต์ 3. ความเป็นเอกลักษณ์ การออกแบบเว็บไซต์ควรคำนึงถึงลักษณะขององค์กร เพราะรูปแบบของเว็บไซต์จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์และลักษณะขององค์กรนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นเว็บไซต์ของทาง ราชการ จะต้องดูน่าเชื่อถือไม่เหมือนสวนสนุก ฯลฯ 4. เนื้อหาที่มีประโยชน์ เนื้อหาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเว็บไซต์ ดังนั้นควร จัดเตรียมเนื้อหาและข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการให้ถูกต้อง และสมบูรณ์ มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ
  • 15.
    เนื้อหาดีมีประโยชน์ เนื้อหาถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเว็บไซต์ ดังนั้นควรจัดเตรียมเนื้อหา โดยนำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ และควรมีการปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอมีความเป็นเอกลักษณ์ รูปแบบของเว็บไซต์สามารถสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ เช่น การใช้ชุดสี, ชนิดอักษร, รูปภาพและกราฟิก มีระบบเนวิเกชันที่ดี (Navigator Bar) เนวิเกชัน หรือระบบนำทางในเว็บไซต์ ทกทิศที่มีไป มีเครื่องหมายให้ติดตาม เพื่อให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์สามารถเลือกที่จะไปใช้บริการได้ตรงจุที่สนใจได้อย่างสะดวก และสามารถที่จะย้อนกลับไปยังหน้าเว็บต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ได้ ระบบการใช้งานที่ถูกต้อง การทำงานต่าง ๆ ในเว็บไซต์จะต้องมีความแน่นอนและทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ควรมีการทดสอบว่าสามารถใช้งานได้จริง ที่สำคัญลิงค์อย่าให้ขาด
  • 16.