เรื่องเล่า ชาวบาดาล

3,486 views

Published on

เรื่องเล่าจากใจน้องๆพยาบาลชัยบาดาล

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,486
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
18
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เรื่องเล่า ชาวบาดาล

  1. 1. เรื่อ งเล่า ชาวบาดาล “พยาบาลกับ งานที่ส ร้า งคุณ ค่า ” น.ส. เสียงสวรรค์ ทิพยรักษ์ รพ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี สภาพการทำางานของพยาบาลทุกวันนี้หลายคนยอมรับว่ามันไม่ใช่งานที่น่าอภิรมย์ แต่ด้วยสำานึกในหน้าที่ที่ทำาให้พยาบาลทุกคนทำางานเพื่อผู้รับบริการอยู่ทุกวันด้วยจิตสำานึกของการให้บริการที่จะสร้างงานดีๆให้กับผู้รับบริการรวมทั้งให้ผู้รับบริการได้รับบริการตามสภาพปัญหาของแต่ละคน อย่างรวดเร็ว การให้บริการที่ทำาแต่ละวันมีทั้งความความเครียดและแรงกดดันจากภาระหน้าหน้าที่และความคาดหวังของผู้รับ แต่ภายใต้ความสับสนวุ่นวาย ความเคร่งเครียดที่เกิดขึ้นมักมีสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นที่สร้างความประทับใจกลุ่มการพยาบาล รพ.ชัยบาดาลได้พัฒนากระบวนการเพื่อให้พยาบาลทุกคนได้เข้าใจถึงคุณค่าของงานที่ทำาโดยมีทั้งการพัฒนาการอยู่ร่วมกันผ่านกระบวนการ OD การสื่อสารที่ดีด้วยสุนทรียสนทนา และกระบวนการอื่นๆอีกมากมาย เพื่อเติมเต็มความสุข ความภาคภูมิใจ ความประทับใจ จากการทำางาน ให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการสร้างงานที่ดีให้กับผู้รับบริการ หนึ่งในกระบวนการเพื่อเติมความสุขจากการทำางาน ได้พัฒนาการ”ถอดบทเรีย นความสุข จากการทำา งาน ” ด้วยการเขียนเรื่องเล่าดีที่ทุกคนประทับใจ นำามาเผยแพร่แลกเปลี่ยนกันอ่านเพื่อให้คนที่กำาลังเหนื่อย กำาลังท้อ ได้กลับมามีกำาลังใจ บทความบทความเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของพยาบาลที่เขียนขึ้น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่เขียนได้มีการมอบรางวัลให้กับผลงานที่มีผู้อ่านแล้วให้คำานิยมมากที่สุดด้วย นี่จึงเป็นกิจกรรมเล็กกิจกรรมหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกถึงคุณ ค่า ของงาน “พยาบาล”เรื่อ งที่๑ หน้า ที่ท ี่เ ลือ กไม่ไ ด้ มีคำากล่าวกล่าวไว้ว่า “เราเลือกทุกสิ่งในชีวิตไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นคนดีได้” คำาพูดเหล่านี้เป็นคำาพูดที่ถูกต้องสำาหรับข้าพเจ้า ในการเลือกเดินทางมาเป็นวิสัญญพยาบาล วันหนึ่งที่ขึ้นปฏิบัติงานห้องผ่าตัดแผนก ศัลยกรรมกระดูก และมี case emergency เป็นผู้ป่วยชายไทยถูกทำาร้ายร่างกาย หลายคนที่รับ case เริ่มบ่นและไม่อยากให้การผ่าตัด
  2. 2. และดมยา หลายคนก็สาปแช่งชายคนดังกล่าว ข้าพเจ้า ก็ได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ เพราะไม่ทราบรายละเอียดของผู้ป่วย และเดินไปจดรายละเอียดคร่าว ๆ ของผู้ป่วยจากประชาสัมพันธ์แผนกผ่าตัด และก็มานั่งเปิดผลLab ต่าง ๆ ของคนไข้จากคอมพิวเตอร์ ก็พบว่าเขาติดเชื้อ HIV และไปเตรียมยาระงับความรู้สึก เมื่อคนไข้ถึงก็พบว่ามีตำารวจตามมาจำานวนมาก คนไข้มีเลือดตามร่างกายและใบหน้ามีแผล แตกจำานวนหลายที่ ขาและแขนผิดรูปในมือมีกุญแจมือตำารวจอยู่ วิสัญญีพยาบาล ที่เดินไปรับคนไข้ และพยาบาลห้องผ่าตัดพูดกับตำารวจว่าน่าจะปล่อยให้ตายไปเลยข้าพเจ้ายังเก็บความสงสัยคนไข้คดีรายนี้ไว้และซักประวัติคนไข้คร่าว ๆก่อนดมยา เมื่อคนไข้หลับสนิทแพทย์เริ่มทำาการผ่าตัด เจ้าหน้าที่ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน “นี่เราไม่ต้องผ่าตัดได้ไหม ปล่อยให้พิการไปตลอดชีวิตเลยดีกว่า” ข้าพเจ้าจึงถามถึงอุบัติเหตุที่คนไข้ประสบมาจากพี่วิสัญญี จึงทราบว่าคนไข้เป็นผู้ต้องหาคดีข่มขืน หลานสาวตัวเอง และเด็กสาวแถวบ้าน ซึ่งหลานสาวนั้นกำาลังตั้งท้องได้สามเดือนแม่เด็กทราบข่าวจึงเข้าแจ้งความและตำารวจได้จับตัวไว้ โดยที่คนไข้นี้เป็นคนติดเหล้าและชอบเที่ยวผู้หญิงติดเชื้อ HIV มาหลายปีแล้ว ไม่มีที่พักเป็นของตนเอง จึงได้มาอาศัยบ้านน้องสาวซึ่งเป็นแม่เด็กที่เสียหาย และได้ก่อเหตุข่มขืนหลานตัวเอง อายุ 14 ปี จนตั้งท้อง และที่ถูกทำาร้ายร่างกายมาเพราะว่าตำารวจได้มีการนำาตัวไปทำาแผน และถูกชาวบ้านรุมประชาทัน ทำาร้ายร่างกาย เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังก็รู้สึกหดหู่และรู้สึกว่าไม่อยากให้การรักษาชายคนนี้เลย เหมือนกับทีมแพทย์ พยาบาลทุกคน เพราะมันโหดร้ายเกินไปที่ คนในครอบครัวจะทำาร้ายกันได้ขนาดนี้ และอีกอย่างที่ข้าพเจ้ารู้แล้วรู้สึกสงสารเด็กผู้หญิงคนนี้คือ เธอติดเชื้อ HIV ด้วย ทำา ให้ข้า พเจ้า ได้น ึก ว่า จรรยาบรรณของวิช าชีพ เราตอนนี้ม ัน ดูย ิ่งใหญ่เ หลือ เกิน แม้คนที่ผิด หรือชั่วร้ายแค่ไหนเมื่อถึงคราวเจ็บป่วยอคติท ี่อ ยู่ใ นใจเราก็ต ้อ งปล่อ ยวาง มันลงและเลือ กไม่ไ ด้ท ี่จ ะไม่ทำา ต้องให้การรักษาเขาจนหายดีเป็นปกติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้นข้าพเจ้าไปตามเยี่ยมหลังผ่าตัดพบว่าเขาหายดีขึ้น แผลผ่าตัดแห้งดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อน เท้าของเขายังมีโซ่ตรวนคล้องอยู่และ หลังจากนี้เขาคงได้รับกรรมจากศาลทางกฎหมายหลังจากที่เจอศาลเตี้ยมาไม่กี่วัน
  3. 3. เรื่อ งที่ ๒ ครั้ง หนึ่ง ของพยาบาล ขณะที่ปฏิบัติงานเวรดึก มีผู้ป่วยรับใหม่เวรบ่ายเป็นผู้ป่วยชายอายุ 15 ปี มาด้วยถูกทำาร้ายร่างกายโดยถูกตีที่ศีรษะ เมื่อไปเยี่ยมดูอาการผู้ป่วย ผู้ป่วยนอนเตียงเสริมข้างด้านนอกบริเวณระเบียงตึก โดยมีพี่สาวนั่งอยู่ข้างเตียง จากการซักประวัติพี่สาวบอกว่า ผู้ป่วยไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร เป็นเด็กดี น่าจะถูกทำาร้ายร่างกายผิดคน ผู้ป่วยมีอาการสับสน นอนดิ้นไปมา ม่านตา 2 ข้าง ขยายไม่เท่ากัน ดิฉันรีบรายงานให้แพทย์เวรรับทราบ แพทย์มาดูอาการและใส่ท่อช่วยหายใจส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อ รพ. สระบุรี พบผู้ป่วยมีเลือดออกในสมองและได้รับการผ่าตัดสมอง อีกไม่นานผู้ป่วยถูกส่งกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อรักษาต่อใกล้บ้าน ผู้ป่วยถูกเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ ใส่สายให้อาหารทางจมูกและ มีแผลกดทับที่ก้น ทุกครั้งที่ขึ้นปฏิบัติงานเมื่อเดินไปพูดคุยกับผู้ป่วยและมารดา ดูแลดูดเสมหะช่วยพลิกตะแคงตัว ทำาแผล ให้อาหารทางสายยาง ช่วยสอนมารดาทำากายภาพบำาบัด จนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นสามารถหายใจเองได้ รับประทานอาหารได้ แผลกดทับหาย แต่แขนขายังอ่อนแรงเดินไม่ได้ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ที่หน่วยงานมีระบบการประสานงานกับกายภาพบำาบัดและชุมชนเพื่อการส่งต่อผู้ป่วยให้สามารถกลับไปดำารงชีวิตที่บ้านได้ จากระบบการประสานงานที่ดีกับแผนกกายภาพบำาบัดในการสอนมารดาผู้ป่วยให้สามารถทำากายภาพบำาบัดต่อที่บ้าน จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปอยู่บ้านและประกอบอาชีพได้ตามสมควร วันหนึ่ง ผู้ป่วยได้แวะมาเยี่ยมเจ้าหน้าที่ในตึก ผู้ป่วยบอกว่ามารับธนาณัติที่มารดาส่งมาให้ เลยแวะมาเยี่ยม ตอนนี้ผู้ป่วยอยู่กับยายส่วนมารดากลับไปทำางานหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนเดิม แม้การรับรู้ของผู้ป่วยจะช้าลง แต่ผู้ป่วยก็จำาชื่อเจ้าหน้าที่ในตึกได้ทุกคน ซักถามว่าใครขึ้นเวรบ้าง ดิฉันรู้สึกดีใจ ที่ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ถึงจะไม่ สมบูรณ์เท่าเดิม แต่ก็ดูแลตัวเองได้ไม่เป็นภาระของครอบครัว ทำาให้ มารดากลับไปทำางานหาเลี้ยงครอบครัวได้เหมือนเดิม บ่อยครั้งที่ผู้ป่วย
  4. 4. มารับธนาณัติ ก็จะแวะมาเยี่ยมเจ้าหน้าที่ในตึกเสมอ ๆ อาทิตยาเรื่อ งที่ ๓ ขี้เ หร่ (แม่) ก็ร ัก จากการปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยหนักได้ให้การพยาบาลและดูแลทารกจำานวนมากทั้งที่มีร่างกายครบอาการ 32 หรือมีความผิดปกติทางร่างกายแต่ไม่ได้พบบ่อยมากนักและแน่นอนถ้าครอบครัวไหนได้ทารกที่มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง หน้าตาน่ารัก บิดา มารดาและบุคคลในครอบครัวย่อม ชื่นชมยินดีกับสมาชิกใหม่ที่เกิดมา แค่ถ้าครอบครัวไหนได้ทารกที่มีความผิดปกติทางด้านร่างกาย บิดา มารดาย่อมผิดหวัง และทำาใจยอมรับกับสภาพของทารกนั้นได้ยาก เพราะความเป็นจริงทุกครอบครัว หวังที่จะได้ทารกที่มีร่างกาย สมบูรณ์แข็งแรง อาการครบ 32 ทุกคน หอผู้ป่วยได้รับทารกรายหนึ่งไว้ในความดูแล ทารกรายนี้เป็นทารกเพศชายมีความผิดปกติที่ศีรษะ และ ดวงตา เวลาร้องตาของทารกจะพองโตจนแทบจะออกนอกเบ้า ช่วงแรก ๆ ที่ได้ดูแลทารกมีความรู้สึกไม่กล้าที่จะจับหรือมองทารก ในฐานะแม่คนหนึ่งย่อมเข้าใจในความรู้สึก บิดา มารดา ของทารกได้เป็นอย่างดีอีกทั้ง บิดามารดา ของทารกเป็นวัยรุ่นด้วยกันทั้งคู่ แต่ด้วยหน้าที่ของพยาบาลที่ต้องทำาให้ทารกได้รับการดูแลและสามารถกลับไปอยู่กับบิดามารดาได้ถึงแม้จะรู้และเข้าใจในความลำาบากใจ ความอับอาย การไม่ยอมรับของบิดามารดาของทารกก้อตาม ข้าพเจ้าตั้งปณิธานว่าจะต้องช่วยทำาให้ทารกได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวโดยที่พ่อและแม่ยอมรับในความพิการของเด็กให้ได้ ข้าพเจ้าได้จัดโปรอกรมให้บิดามารดามาเยี่ยมผู้ป่วยทุกวัน และให้โอบกอดทารกทุกวัน ในช่วงแรกดูบิดา มารดา ไม่เต็มใจที่จะอุ้มเด็ก แต่วันเวลาผ่านไปเมื่อมารดาได้สัมผัสทารกบ่อย ๆเข้ามารดาเริ่มที่จะยอมรับสภาพของทารกได้มากขึ้น เริ่มที่จะเรียนรู้ในการดูแลทารก ในเรื่องการดูดเสมหะ การให้นมการทำาความสะอาดร่างกาย สุดท้ายก่อนไปทำางานมารดารายนี้ก็จะมาอุ้มทารกเล่น พูดคุย กอดหอม ทารก ได้อย่างสินทใจ สุดท้ายทารกได้กลับไปอยู่กับครอบครัวโดยได้รับความรักทุกคน จากความคิดในการรู้สึกไม่ยอมรับ
  5. 5. สภาพเด็ก เช่นเดียวกับมารดาเด็กแต่จากการได้สัมผัสกับทารกทำาให้รู้สึกสงสาร อีกทั้งเกิดความผูกพันกับทารกไปโดยปริยายรู้สึกได้ว่าเด็กยังไงก็คือเด็กถึงแม้จะมีรูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไร เด็กก็ยังมีความน่ารักอยู่ในตัวของเขาเอง คิดว่าตรงจุดนี้เองที่เป็นสิ่งเชื่อมโยงสายใยระหว่าง มารดากับทารกและวันที่ทารกจะต้องกลับบ้านไปอยู่ในความดูแลของ บิดา มารดา ก็มาถึง วันนั้นดิฉันไม่ได้ขั้นปฏิบัติงานมารู้อีกที ทารกได้กลับบ้านไปแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกใจหายได้แต่คิดว่าให้เขามีชีวิตรอดปลอดภัย และทุกวันนี้ยังมีการติดตามความเป็นไปของเกทารกรายนี้และยังอยู่ในความทรงจำาของดิฉันและเจ้าหน้าทุก ๆ คน จากเรื่องราวนี้ทำาให้ได้ข้อคิดหลาย ๆ มุม คือ พยาบาลหากรังเกียจทารกรายนี้แล้วจะสามารถทำาให้มารดาทารกยอมรับได้อย่างไรหากพยาบาลเข้าใจในหน้าที่และจริยธรรมเรื่องการให้บริการที่ไม่แบ่งแยกผู้รับบริการจากความพิการ ความน่ารังเกียจแล้ว จะเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้คนในครอบครัวได้เห็นได้เข้าใจและยอมรับทารกได้มากขึ้น เร็วขึ้นเพราะโดยพื้นฐานของมนุษย์ถึงแม้ลูกจะเป็นอย่างไรคนเป็นแม่ย่อมรักและให้สิ่งที่ดีสำาหรับลูกเสมอ อีกนัยหนึ่ง คือ อย่าตัดสินคนที่รูปร่างหน้าตา ให้ดูที่การกระทำาและเจตนาเรื่อ งที่ ๔ ความรัก ของแม่ งานที่ต้องรับผิดชอบ นอกจากให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มารับบริการที่สถานีอนามัยแล้วยังมีงานออกเยี่ยมบ้าน เพื่อให้คำาแนะนำาปรึกษาให้การดูแลต่อเนื่องแบบองค์รวม ขณะนั้นข้าพเจ้าได้ติดตามเยี่ยมผู้ป่วยจิตเวช 1 ราย เป็นชายอายุ 30 ปี อาศัยอยู่กับมารดาที่สาวและน้องสาว ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี แม่ทำาไร่ตามฤดูกาล บุตรชายก็ไม่สามารถทำางานได้ อีกทั้งแม่ต้องคอยดูแลลูกชายด้วย สาเหตุเนื่องจากบุตรชายได้รับอุบัติเหตุจากการทำางาน ตกจากที่สูงได้รับการผ่าตักกระดูกสันหลัง และสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แม่จึงต้องคอยดูแลและฟื้นฟูสภาพ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจโดยสภาพร่างกายขา 2 ข้างไม่ค่อยมีแรง เดินโดยใช้ไม่ช่วยพยุงมือทั้งสองข้างก็เช่นกัน จนแม่ต้องทำาให้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่ป้อน
  6. 6. ข้าว อาบนำ้าให้ ป้อนยา ถ้าแม่ต้องออกไปทำาไร่ก่อนออกไปก้องป้อนข้าว ป้อนยาก่อน หลังจากนั้นลูกก็ต้องอยู่บ้านเพียงลำาพัง โดยให้อยู่ในที่จำากัด พอได้เวลาพักกลางวัน ก็ตองกลับมาป้อนข้าวให้ลูกชาย ้ทำาให้สภาพจิตใจกลายเป็นคนก้าวร้าวบางครั้งก็ขว้างปา ข้าวของใส่แม่ บางครั้งก็อารมณ์ดีไม่ค่อยแน่นอน แต่แม่ก็ไม่ได้บ่นอะไร แม่รักลูกมาตลอกเวลาที่ดูแล แม่ก็ต้องไปรับยาที่ รพ. ศรีธัญญา ไม่ขาดการรักษา อยากให้ลูกหายป่วย มาระยะหลัง รพ.ศรีธัญญา ได้ให้มารับยาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ จะมีพี่สาวที่ช่วยดูแลอีกคนหนึ่ง นอกจากนี้แม่ยังคอยดูแลลูกสาวอีกคนหนึ่ง เป็นลูกสาวคนเล็กอายุ 25 ปี เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า แต่พอช่วยเหลือตัวเองได้ ได้รับการดูแลรักษาที่รพ. ชัยบาดาล ไม่ขาดการรักษา จะเห็นว่าแม่อายุมากแล้ว แต่แม่ก็ไม่เคยท้อแท้เพราะรักลูกมากแม้ว่าแม่จะลำาบากเพียงใด ต้องดูแลลูกทั้งสองคนและก็ต้องทำามาหากินอีก แต่ยังมีลูกคนโตที่คอยเป็นกำาลังใจให้ตลอดเรื่อ งที่ ๕ คนไทยไร้บ ัต รประชาชน เรื่องที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงบางครั้งจะมองการขาดความเอาใจใส่ของตัวบุคคลบางครั้งก็มองว่าเป็นความเศร้าของชีวิตเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของหญิงสูงวัยผู้หนึ่งที่มาเข้ารับการรักษาในห้องผ่าตัด ด้วยการผ่าตัดเลาะเนื้อตายบริเวณเท้าซ้ายซึ่งมีกลิ่นเหม็นเน่ามาก นิ้วนางแล้วนิ้วก้อยของเท้าก็มีสีดำาเหี่ยวจนใกล้จะหลุด แพทย์วินิจฉัยอย่าไรก็จะตัด แต่คนไข้ไม่ยอม พูดจาชักจูงเท่าไรป้าก็ยังยืนยันคำาเดิมว่าไม่ยินยอมให้ตัด “ ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับป้านี่แหละ “ “อย่าให้ฉันต้องผีพิการเลยหมอ” ด้วยป้าแกมีโรคประจำาตัวเป็นโรคเบาหวาน แผลแกจึงหายยาก ขณะทำาแผลเจ้าหน้าที่หลายคนก็ชวนแกคุยเรื่องทั่วไปแต่ก็ต้องมีหยุดทีอัตชีวิตของแกในช่วงเวลา 59 ปีที่ผ่านมา บ้านเดิมแกอยู่อ่างทอง ่พ่อแม่แกเสียตั้งแต่ 5 ขวบ ลุงกับป้าเอามาเลี้ยงต่อที่ลำานารายณ์ และไม่ได้มีการแจ้งเกิด แกจึงกลายเป็นคนที่ไม่มีบัตรประชาชน จนแกแต่งงานมีครอบครัว และได้คลอดลูกออกมาสองคน ลูกของแกที่เกิดมาทั้งสองก็ต้องยกให้ครอบครัวที่ชายของสามีเป็นพ่อแม่ แต่ตัวป้าแกก็
  7. 7. เป็นคนเลี้ยงลูกทั้งสองมาตลอด ตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันแกไม่เคยไปไหนเพราะไม่มีบัตรประชาชน ทุกวันนี้ต้องอยู่คนเดียว เนื่องจากสามีก็เสียชีวิตไปนานแล้ว ลูกสองคนก็ไปทำางานที่กรุงเทพ นาน ๆ จึงจะกลับมาหาแม่บ้าน ส่วนใหญ่ก็ส่งเงินมาให้ใช้ เดือนละ 200 บาทบ้าง 300บ้าง เดือนไหนจ่ายค่ายาก็ให้เยอะหน่อย 500 – 1000 บาท การส่งก็ส่งธนาณัติมาในชื่อเพื่อนบ้านเพราะตัวแกไม่มีบัตรประชาชน ถามป้าแกว่า “ไม่กลัวเขาโกงหรือไง” แกบอกว่าไม่หรอกเพราะเป็นพี่สะใภ้และก็เลยถามแกไปว่า เคยติดต่อกับอำาเภอเพื่อทำาบัตรประชาชนไหมแกบอกว่า เคย แต่อำาเภอแจ้งว่าแกเสียชีวิตไปแล้ว แกหมดเงินเดือนทางติดต่อไป 2000 บาท แกก็เลยไม่พยายาม เงิน 2000 บาทสำาหรับชาวบ้านที่หาเช้ากินคำ่า นับว่ามากกว่าจะเก็บหอมรอมริบมาได้แกก็ตัดสินใจไม่เดินเรื่องต่อ จากการพูดคุยแกเหมือนคนหมดหวังกับชีวิตจากการเจ็บป่วยและการใช้ชีวิต แกต้องอยู่เพียงลำาพังไม่มีคู่ชีวิตไม่มีลูกที่จะคอยดูแล แม้ว่ายามเจ็บป่วยญาติก็ไม่มี ซำ้าแผลที่เป็นก็แย่ลง ทั้งชีวิตแกมีแต่การต่อสู้แต่กลับไม่เคยได้อะไรเลย แกจึงดูหดหู่และหมดหวัง ทุกคนในตึกหลังจากฟังแกเล่าก็ได้ติดต่อสาธารสุขอำาเภอเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าไม่มีเลข 13 ตัวก็ทำาอะไรให้ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดว่ามาเป็นเราจะทำาอย่างไรดี ในที่สุดได้มีการพัฒนาระบบการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ไม่มีหลักฐานโดยการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกใบรับรองการเกิด( คนรับรอง ยังไม่เกิดเลยตอนที่ยายเกิดแต่ต้องรับรองการเกิด) โดยให้ผู้นำาชุมชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขรับรองร่วมกัน จึงแจ้งเกิดเพื่อขอเลขประจำาตัวประชาชนให้ยายได้ วันนี้ไม่ได้ตัดขาแต่ทำาแผลทุกวันจนแผลดีขึ้น ยายได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ๕๐๐ บาท เมื่อเจอกันทุกครั้งยายดูมีความสุขขึ้นมากแม้นเลขสิบสามหลักจะไม่ช่วยให้ยายมีเงินมากขึ้น แต่ช ่ว ยให้ย ายมีค วามเป็น คนไทยกับ เค้า คนหนึ่งเรื่อ งที่ ๖ แปลกจริง หนอ ดิฉันปฏิบัติงานในตำาแหน่งพยาบาลวิชาชีพ หน่วยงานห้องคลอดในโรงพยาบาลรัฐบาล ประสบการณ์ไม่มากเท่าไหร่นักประมาณ 5 ปี
  8. 8. ได้มีโอกาสทำาคลอด ดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อนและทารกแรกเกิด เคยอ่านตำาราเล่มหนึ่ง ซึ่งให้พยาบาลมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสัมพันธภาพ สร้างสายใยรักแห่งครอบครัว skin to contractโดย เนื้อแนบเนื้อให้มารดาได้โอบกอดลูกเมื่อคลอดและสังเกตเห็นว่ามารดาที่มาคลอดบุตรยินดีกับการได้บุตร บางครั้งเห็นคุณแม่หลายท่านนำ้าตาไหลที่ได้เห็นหน้าลูกครั้งแรก แต่ในขณะเดียวกันดิฉันก็ได้มีโอกาสไปปฏิบัติงานเป็นพยาบาลpastime หน่วยงานห้องคลอดในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งลักษณะงานก็คล้าย ๆ งานประจำา แต่ไม่ค่อยได้ทำาคลอดเอง ส่วนใหญ่แพทย์เป็นคนทำาคลอด วันหนึ่งมีหญิงตั้งครรภ์อายุ 39 ปี ท้องแรกตั้งครรภ์ครบกำาหนดให้ประวัติว่าปวดท้องถ่ายซึ่งเป็นอาการที่ปากมดลูกหมดจึงให้หญิงตั้งครรภ์รายนั้นเข้าห้องคลอดเตรียมทำาการคลอดอย่างดีตรวจภายในเพื่อจะรายงานแพทย์ปรากฏว่าปวดท้องถ่ายอุจจาระแต่เบ่งถ่ายแล้วถ่ายไม่ออกจึงมาโรงพยาบาล ดูประวัติเด็กในครรภ์เป็นท่าก้นแพทย์จึงผ่าตัดคลอด ดิฉันพูดคุยกับเขาไปเรื่อยได้ความว่า อยู่เป็นโสดมานานไม่ได้แต่งงานเพิ่งแต่งงานได้ปีเดียวสามีอยากมีลูกจึงปล่อยให้ตั้งครรภ์ ไม่เคยมีประสบการณ์การคลอด จนกระทั่งเตรียมร่างกายเข้าห้องผ่าตัด แพทย์ผ่าตัดบุตรเพศหญิง ดิฉันดูแลทารกตามปกติเสร็จแล้วต้องอุ้มให้มารดาดูหน้าบุตร แต่แปลกจริงหนอคุณแม่คนนี้หลับตาไม่ยอมดูหน้าลูกเลยบอกว่ายังไม่อยากดูเจ้าหน้าที่หลายท่านพูดหลายครั้งแต่คุณแม่ไม่ยอมลืมตา จึงนำาเด็กไปดูแลต่อที่แผนกเด็กอ่อน ตรวจร่างกายเด็กพบว่ามีเพดานโหว่แจ้งให้ญาติรับทราบ ในเวลาต่อมาแพทย์ทำาการรักษาโดยให้ดูดขวดนมพิเศษสำาหรับเด็กที่มีเพดานโหว่พยาบาลแผนกเด็กอ่อนสาธิตการเลี้ยงลูกด้วยขวดนมพิเศษ แปลกจริงหรอ พ่อเด็กสนใจมากกว่าแม่เด็ก พยาบาลกระตุ้นให้แม่ได้มีส่วนร่วมแต่ไม่สนใจ จนกระทั่งวันกลับบ้านแปลกจริงหรอ แม่ไม่ยอมอุ้มลูก..... การคลอดบุตรเป็นความภาคภูมิใจของผู้เป็นแม่ ได้ตั้งครรภ์ ได้รู้สึกว่ามีการเคลื่อนไหวของลูกเมื่ออยู่ในท้องเป็นระยะเวลานานถึง 10เดือน น่าจะมีความรู้สึกผูกพันมากกว่าคนอื่น ๆ แต่แปลกจริงหนอ แม่รายนี้ ไม่มองหน้าลูก ไม่สนใจเลี้ยงลูก และไม่ยอมอุ้มลูก
  9. 9. นางสาวจิราวรรณถาวรศักดิ์ งานห้องคลอดเรื่อ งที่ ๗ ไม่แ บ่ง แยกฐานะ ผู้ป่วยชายรายหนึ่งอายุประมาณ 50 ปี การแต่งกายดูมีฐานะค่อนข้างยากจน เป็นผู้ป่วยที่ส่งกลับมาจากโรงพยาบาลลพบุรีหรือโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชในปัจจุบัน ผู้ป่วยมีประวัติถูกมีดแทงหน้าท้องแพทย์ได้ทำาหารผ่าตัดเปิดหน้าท้องและทำารูเปิดเพื่อระบายอุจจาระหน้าท้องไว้ หลังจากนั้นแพทย์ได้ส่งตัวผู้ป่วยกลับเพื่อรักษาต่อยังโรงพยาบาลใกล้บ้านนั้นก็คือโรงพยาบาลชัยบาดาล ผู้ป่วยได้มาพักฟื้นที่โรงพยาบาลชัยบาดาลจนกระทั่งอาการทั่วไปปกติดี แพทย์พิจารณาให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้และนัดมาผ่าตัดปิดรูระบายอุจจาระทางหน้าท้องในอีก 6 เดือนต่อมา ในขณะที่ผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาลไม่มีญาติมาดูแล เจ้าหน้าที่ที่ตึกก็ให้การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยตลอดเวลาที่ผู้ป่วยรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลชัยบาดาลตลอดจนกระทั่งผู้ป่วยกลับบ้าน 6 เดือนต่อมาผู้ป่วยกลับมารักษาตัวที่โรงพยาบาลชัยบาดาลอีกครั้งเพื่อทำาการผ่าตัดปิดรูระบายอุจจาระทางหน้าท้อง ขณะที่ผู้ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะมีญาติของผู้ป่วยมาเยี่ยมบ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีญาติมาเฝ้าผู้ป่วยเลย เจ้าหน้าที่ก็ยังให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ เพื่อผู้ป่วยทำาการเย็บปิดรูระบายอุจจาระทางหน้าท้องแล้ว หลังจากนั้นแพทย์ก็พิจารณาให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ ผู้ป่วยรอญาติมารับจนกระทั่งเย็น แต่ก็ไม่มีญาติมารับข้าพเจ้าและ เจ้าหน้าที่ที่ตึก 2 คนจึงตัดสินใจขับรถไปส่งผู้ป่วยที่บ้านบ้านผู้ป่วยอยู่ห่างจากโรงพยาบาลชัยบาดาลประมาณ 13 กิโลเมตรเห็น ว่า ผู้ป ่ว ยใส่ร องเท้า เก่า มากจึง บริจ าครองท้อ งให้ 1 คู่ พอมาถึงบริเวณบ้านผู้ป่วย ด้านขวาเป็นบ้านไม่เก่า ๆ กลังเล็ก ด้านซ้ายเป็นบ้านปูนหลังใหญ่ เจ้าหน้าที่ถามผู้ป่วยว่า “คุณลุงบ้านคุณลุงหลังไหนคะ” ผู้ป่วยยิ้มๆแล้วจึงตอบว่า “บ้านปูนที่อยู่ด้านซ้ายมือน่ะบ้านลุงเอง” เจ้าหน้าที่มองหน้ากันแล้วก็งงเล็กน้อย แต่ก็บอกให้ผู้ป่วยรักษาสุขภาพด้วย เสร็จแล้วจึงลากลับ
  10. 10. ถึงแม้ว่าผู้ป่วยคนนั้นจะเป็นคนรำ่ารวย แต่เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือและเราก็ได้ช่วยเหลือเขานั้น ก็ไม่แตกต่างกบการช่วยเหลือบุคคลที่มีฐานะยากจนเพราะเขาก็ต่างต้องการความช่วยเหลือเหมือนกันและการที่ได้ช่วยเหลือก็ทำาให้เกิดความสุขใจเช่นเดียวกันเรื่อ งที่ ๘ เลข 4 หลัก กับ การสร้า งรอยยิ้ม วั น นี้ ดิ ฉั น ก็ ไ ด้ ขึ้ น ปฏิ บั ติ ง านเวรเช้ า ที่ ห้ อ งอุ บั ติ เ หตุ แ ละฉุ ก เฉิ นเหมื อ นเช่นดัง ทุก วั น สถานการณ์ ก็ป กติ เหมื อ นวั น ทำา งานทั่ ว ๆ ไป คื อดูแลคนไข้ฉีดยาทั้งตามนัดและจาก OPD ทำาแผลรายเก่า ผู้ป่วยอาการหนัก ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มาสังเกตอาการที่ ER และอื่นๆ จนกระทั่งใกล้ๆ 11 โมงเช้าก็มีผู้ป่วยวัยกลางคนอายุประมาณ 50 ปี มาด้วยว่ามีอาการหายใจเหนื่อย ขาบวมทั้ง 2 ข้าง ถ่ายอุจจาระเป็นสีเทา ท่าทางดูอ่อนเพลีย มีแผลบริเวณเท้า และมีประวัติเคยถ่ายอุจจาระดำา มาก่ อนจึงได้ให้ผู้ป่วยนอนรถนอน และวัด V/S ประเมินอาการโดยทั่วไปตามแผนการพยาบาล และรายงานแพทย์รับทราบ แพทย์มาตรวจอาการให้เจาะเลือดส่งตรวจ แต่ด้วยผู้ป่วยเส้นเลือดที่จะแทงเพื่อเจาะเลือดหายากมาก ใช้เวลาหาเส้นอยู่นานกว่าจะเจาะเลือดได้ ผลเลือดพบว่าซีด Hct22% แพทย์จึงพิจารณาให้ผู้ป่วยนอน รพ. เพื่อให้เลือดและให้แผนการรั กษาอื่ นๆ อีกต่อไป ส่วนผลเลื อดตั วอื่นๆปกติ และอาการโดยทั่ ว ไปก็ไม่ มี อ ะไรผิด ปกติม าก แพทย์ จึ งให้ ย าตามแผนการรั กษาและนั ด F/Uอีก 1 สัปดาห์ จุด นี้เองที่ทำา ให้ เกิ ด ความรู้ สึ กสงสารและเกิ ด ความรู้ สึ กประทับใจที่ได้เปลี่ยนจากสีหน้าที่ดุกังวลของป้าที่ต้องมาตามนัดให้เป็นสีหน้าที่มีรอยยิ้มได้ เนื่องจากระยะทางจากบ้านถึง รพ.จะไกลแล้ว ป้ายั ง ต้ อ งเดิ น เท้ า จากบ้ า นออกมาเกื อ บ 5 กิ โ ลเมตร เพื่ อ ให้ ถึ ง ถนนที่สามารถจะขึ้นรถมา รพ. กว่าจะมา รพ.ได้แต่ละครั้งป้าต้องออกขายผักซึ่ งเป็ นอาชี พของป้ า ให้ได้เงิ นอย่ า งน้ อ ย 120 บาทถึ งจะเพี ย งพอต่ อการเสียค่ารถมา รพ. ถ้าวันไหนป้าเดินจากปากทางเข้าบ้านไหวก็จะเสียค่ าใช้ จ่ า ยในการมา รพ.ประมาณ 60 – 70 บาท แต่ ถ้า เดิ นไม่ ไ หวก็ต้องเสียค่าเหมารถวินมอเตอร์ไซด์ ไปส่งเสียเงิน 60 – 100 บาท แล้วแต่ เ ค้ า จะเรีย กราคา ป้าอาศัย อยู่ กับ ลุ ง เพี ย ง 2 คน บวกกั บ อาชี พ และฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างลำา บากจึ งเป็ นความลำา บากในการเดิ นทางมารพ. เมื่อทราบข้อมูลเหล่านี้แล้วทางพยาบาลที่ปฏิบัติงานร่วมกันเวรเช้า
  11. 11. จึงร่วมกันคิดหาแนวทางช่วยเหลือเพื่อที่ให้ป้าได้มาตรวจตามนัดและไม่ลำาบากกับการมาตรวจที่ รพ.อีกจึงได้ให้คำาแนะนำาการขอรถเพื่ออกรับผู้ป่วยที่บ้านให้กับป้าและจดหมายเลขสานตรงตึก ER และ 1669 ให้กับป้า และบอกกับป้าว่า “ถ้าป้าไม่สบายจะมา รพ.ให้โทรมาเบอร์นี้นะค่ ะแล้ว รพ.จะเอารถออกไปรับ ป้าจะได้ไม่ต้องลำาบากอีก ” เพียงคำาพูดและตั ว เลขไม่ กี่ตั วที่ ท างเราได้ ให้ ป้ า ไปกลั บ สามารถเปลี่ ย นจากสี ห น้ า ที่ ดูกั งวลของป้าที่ต้อ งมาตามนั ด ให้ เ ป็ นสี ห น้ าที่ มี ร อยยิ้ ม พร้ อ มการยกมื อไหว้ พ ร้ อ มคำา ขอบคุณ เพีย งการช่ ว ยเหลื อ เล็ กน้ อ ยที่ เราให้ ไปแต่ กลั บสร้างรอยยิ้มและคลายกังวลของผู้ป่วยลงได้ อย่ างมากมาย ทำา ให้พวกเราที่ปฏิบัติงานยิ้มตามได้อย่างมีความสุขเมื่อเห็นป้ายิ้มได้และเดินกลับบ้านอย่างมีความสุขเรื่อ งที่ ๙ การช่ว ยเหลือ ที่ไ ม่ม ีใ ครร้อ งขอ การช่ว ยเหลือ ผู้ป ่ว ยในการตามหาญาติ ซึ่งตัวผู้ป่วยเองก็ไม่ได้รับทราบว่าข้าพเจ้าได้ช่วยเหลือเขาอย่างไร แต่ข้าพเจ้าก็มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ ผู้ ป่วยที่ข้าพเจ้า ได้ ช่ว ยเหลื อ เป็ น case อุ บัติ เหตุ มาด้ ว ยขั บ รถกระบะพลิกควำ่า บริเวณถนนแถวๆ ศิลาทิพย์ ในบัตรผู้ป่วยลงบันทึ กว่ านายชายไทย ไม่ทราบชื่อ อายุป ระมาณ 30 ปี นำา ส่งโดยมู ลนิ ธิพ่ งไล้ไม่ มี บั ต รประจำา ตั ว ใดๆ ติ ด ตั ว มาทั้ ง สิ้ น ผู้ ป่ ว ย Admit มาตอนเวรดึ กเวลาประมาณ 07.00 น. แพทย์ วิ นิ จ ฉั ย ว่ า สมองได้ รั บ ความกระทบกระเทือน และระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง ผู้ป่วยเมาสุราร่วมด้วย จึงมีพฤติกรรมเอะอะโวยวาย ทำาให้การประเมินระดับความรู้สึกตัวเป็นไปอย่ า งยากลำา บาก ต่ อ มาผู้ ป่ ว ยมี อ าการซึ ม ลง E3V4M5 Pupil 4 mmRTL รายงานแพทย์ แพทย์ ม าตรวจเยี่ ย มอาการพิ จ ารณาส่ ง ทำา CTBrain หลังจาก CT brain แล้ว ได้รบทราบจากพยาบาล Refer ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่อง สมองบวม จึง Plan Refer ต่อ รพ.พระนารายณ์มหาราชเนื่องจากแพทย์ที่ รพ.พระนารายณ์มหาราช ต้องการพบกับญาติผู้ป่วยเพื่อซักประวัติเพิ่มเติม ข้าพเจ้าได้ติดต่อประสานงาน ไปยังตึกอุบัติเหตุก็ ได้ รั บ ทราบข้อ มูล ว่าพ่ งไล้ นำา ส่ ง แต่ ไม่ มี บัต รประจำา ตั ว ติด ตั ว มาเลยจากนั้นข้าพเจ้าจึงได้โทรติดต่อไปยังสถานีตำารวจภูธรอำาเภอชัยบาดาลก็เล่าเหตุการณ์ให้ตำา รวจฟัง ข้าพเจ้าเลยทราบชื่อ และที่ อยู่ ของผู้ ป่ว ย
  12. 12. แต่ก็ยังไม่มีเบอร์โทรติดต่อญาติ ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ที่ตึก ก็เลยใช้ชื่อของผู้ ป่ ว ยค้ น หาใน Internet พบว่ า ผู้ ป่ ว ยมี สิ ท ธิ์ ป ระกั น สั ง คมอยู่ ที่รพ.พยุหเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และทะเบียนบ้านอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ข้าพเจ้าจึงโทรติด ต่อ ไปยัง รพ.นี้เพื่อขอประวั ติผู้ ป่ว ยทาง รพ.โทรหาประวัติกับ สนง.ประกันสังคม ปรากฏว่า เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงไม่ได้ข้ อ มู ล อะไรเกี่ ย วกั บ ผู้ ป่ ว ยเลย ข้ า พเจ้ า จึ ง ติ ด สิ น ใจโทรกลั บ ไปที่สภ.ชั ย บาดาล อีก ครั้ ง เพื่ อ ขอให้ ท างสถานี ตำา รวจ อ.ศรี เ ทพ ที่ ผู้ ป่ ว ยอาศั ย อยู่ เพื่อติด ต่อ กับญาติผู้ ป่ว ย โดยให้ เบอร์ โทรที่ ตึ กไว้ 1 ชั่ว โมงผ่านไป และแล้วก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปลายสายบอกว่าเป็นญาติกับผู้ป่ ว ยที่ ข้ า พเจ้ า ตามหา ข้ า พเจ้ า รู้ สึ ก ดี ใ จแทนผู้ ป่ ว ย และบอกอาการคร่าวๆ ของผู้ป่วย รวมถึงสถานที่ที่ผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อให้กับญาติ ๆ ผู้ป่วยจึงเดินทางไปหาผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง ถึงแม้ว่าผู้ป่วยและญาติจะไม่ได้รับรู้ว่าข้าพเจ้าได้ทำา อะไรแก่เขาบ้าง แต่ข้าพเจ้าก็มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยเหลือ ข้าพเจ้าไม่ได้คิดว่าเป็นเพียงแค่หน้าที่ที่ต้องทำา แต่ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าทำานั้นทำา ให้ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติ ในด้านจิต ใจด้วย ซึ่งถ้าข้าพเจ้าตัดใจตั้งแต่แรกเนื่องจากรู้เพียงแค่สถานที่ ที่ผู้ป่วยเกิดเหตุ แต่ไม่ทราบชื่อ – สกุล ของผู้ป่วยเลยและถ้าข้าพเจ้าละเลยที่จะพยายามติดต่อญาติผู้ป่วยก็คงไม่ทราบว่าผู้ป่วยเกิดอันตรายและผู้ป่วยก็คงไม่ได้พบญาติ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าประทับใจเป็นอย่างยิ่งเรื่อ งที่ ๑๐ ของขวัญ แห่ง ชีว ิต การปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยหนัก มีการดูแลผู้ป่วยวิกฤตทุกช่วงวัยเราต้อ งดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ทารกแรกเกิด จนถึ งผู้ ป่ว ยที่ เข้าสู่ว าระสุ ด ท้ ายของชีวิต การเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของทารกแรกเกิดในระยะวิกฤตดุแลจนกระทั่งทารกผ่านพ้นระยะวิ กฤตได้ จ นเด็ กมี ก ารเจริ ญ เติ บ โตขึ้ นเรื่อยๆ ได้เฝ้ามองการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กหลายๆ คนที่แตกต่างกัน จากวินาทีเป็นนาที จากวันเป็นเดือน เป็นความภาคภูมิใจและประทั บ ใจ เราจะจำา เด็ ก คนนั้ น ๆ ได้ ใ นแต่ ล ะช่ ว ง จะมี เ ด็ ก ให้ เ ราจดจำาได้จากตัวเด็ก จากพ่อแม่เด็ก ซึ่งในเด็กแต่ละคนมีพฤติกรรมแตกต่างกันไป
  13. 13. เราดูแลเด็กทารกแรกเกิด คลอดก่อนกำาหนด นำ้าหนักตัวน้อยที่สุดคือ 850 กรัม ซึ่งเป็นเด็กแฝดที่รอดชีวิต อีกคนหนึ่งคลอดออกมาแล้วเสียชีวิตทันที เด็กที่มีชีวิตต้องอยู่ในตู้อบ ใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่ ว ยหายใจ พ่อ แม่มีความคาดหวั งกั บ การมี ชีวิ ต ของเด็ กรายนี้ สู งมากเพราะเป็นบุตรคนแรก ปฏิกิริยาของพ่อตอบสนองต่อแผนการรักษาเป็นไปในทางลบ กรณีนี้ต้องทำา ความเข้าใจกับพ่อแม่พอสมควรกว่าพ่อแม่จะเข้าใจแผนการรักษาที่ได้รับ ปฏิกิริยาของพ่อแม่ในช่วงแรกที่เข้ามาเยี่ ย มบุ ต รมี พ ฤติ ก รรมต่ อ เจ้ า หน้ า ที่ ใ นทางลบ แต่ ก็ ไ ด้ มี ก ารให้ ข้ อ มู ลเกี่ยวกับแนวทางแผนการรักษาและอาการของเด็กอย่างต่อเนื่องและลดระดั บ ความวิ ต กกั งวล หลัง จากให้ ก ารดู แลเด็ ก มาได้ ร ะยะหนึ่ ง จนเด็ กผ่ า นพ้ น วิ ก ฤต พ่ อ แม่ เ ด็ ก ได้ เ ห็ น การเปลี่ ย นแปลงของเด็ ก ได้ ท ราบแผนการรั ก ษาและอาการของเด็ ก อย่ า งต่ อ เนื่ อ งว่ า เด็ กอาการดี ขึ้ น มาเรื่อยๆ พ่อแม่เกิดความเข้าใจและให้ความร่วมมือกับแผนการรักษามากขึ้น เราดูแลเด็กรายนี้จากเด็กที่ไม่มีหวังกับเป็นเด็กที่มีหวัง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้ ในบางรายเด็กผ่านการช่วยฟื้นคืนชีพมาแล้วถึง 2 ครั้ง พ่อและแม่แทบจะไม่มีหวังในการได้ลูกกลับบ้าน แต่สุ ด ท้ ายสิ่งที่พ่อ แม่ได้รั บ กลั บ บ้ า น คื อของขวั ญอั นลำ้า ค่ า ของขวั ญ แห่ งชีวิต ได้ลูกกลับไปเป็นแก้วตาดวงใจ นั้นไม่ใช่ความคาดหวังที่พ่อแม่ได้รับ แต่ได้รับสิ่งที่เหนือความคาดหวัง วันที่เด็กได้กลับบ้านสิ่งที่เรารับคือคำาขอบคุณและรอยยิ้มที่มีประกายจากดวงตาทั้งสองคู่ ในช่วงที่เด็กอยู่กั บเรา เราเป็นเหมือ นแม่ข องเด็ ก เด็กจะจำา เสี ย ง สีของชุ ด การสั ม ผั สเพราะเราให้การดูแลเด็กในบางรายนานถึง 4 เดือนจนเกิดความผูกพันเวลาที่เด็กกลับมาตรวจตามนัด มารดาเด็กก็จะอุ้มเด็กมาให้เจ้าหน้าที่ได้เห็นถึงพัฒนาการ และมีเด็กบางรายที่โตแล้วพ่อแม่เด็กก็จะพาเด็กมาหามาเยี่ยมเยียน พ่อแม่ของเด็กก็จะพูดกับเราว่า “หมอจำาได้ไหม ลูกหมอน่ะ ที่ เคยนอนอยู่ตู้อ บ” บางครั้ งเราก็ จำา ไม่ ได้ ว่ าเป็ นเด็ กคนไหน เพราะหน้าตาของเด็กเปลี่ยนไป แต่พอสอบถาม ชื่อ -สกุล เราก็จะนึกออกว่ าเป็นเด็กคนไหน เราสอบถามความเป็นไปทางด้านสุขภาพของเด็ก ในหน่วยงานของเราก็จะส่งเวรต่อกันว่าเด็กคนนั้นคนนี้แวะมาทักทาย และบอกว่ าเด็กเป็นอย่า งไรบ้า ง มี พั ฒนาการและการเจริ ญ เติ บ โตแค่ ไหนทำา ให้เราเกิด ความภาคภูมิใจ ประทั บใจ ซึ่ งจะเป็นการสร้ างขวัญ และกำาลังใจในการทำางานต่อไป
  14. 14. ที่ผ่านมาเราได้เห็นพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็กแต่ละคน ได้เห็นช่วงที่แย่และช่วงที่ดีของชีวิตคนๆ หนึ่งที่เป็นเพียงทารก ได้เห็ น ความพยายามที่ จ ะมี ชี วิ ต รอด ทำา ให้ เ ราเรี ย นรู้ ว่ า กว่ า จะมี ชี วิ ต ๆหนึ่งขึ้นมาได้ ต้อ งผ่านอะไรมามากมาย ดังนั้ นการมี ชีวิต ในปั จ จุ บั นมีคุณค่ามากเพียงใด แต่มันจะมีคุณค่ามากขึ้นถ้าเราได้ทำา อะไรเพื่อใครสักคนด้วยหัวใจคนที่ทำา งานด้านบริการทุกคนก็ย่อมรู้ ดีว่ า พฤติกรรมบริการที่ควรเป็ นนั้ น เป็ น อย่ า งไร เมื่อ มีผู้รั บบริ ก ารเข้ า มา เราต้ อ งต้ อ นรั บ เขาอย่ า งไรและให้บริการด้วยท่าที ลีลา นำ้าเสียง และสีหน้าอย่างไร มีอาจารย์ของดิฉันท่านหนึ่ง ได้ยกตัวอย่างพฤติกรรมบริการอย่างหนึ่งให้ฟังว่าเรื่อ งที่ ๑๑ เลือ ดของเรา ช่ว ยเขาได้ ความจริงเรื่องราวในชีวิตตลอดการทำางานของข้าพเจ้ามีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมายมีทั้งเรื่องราวที่ประทับใจ ดีใจ ทุกข์ใจและหดหู่ใจทั้งที่จำาได้บ้าง จำาไม่ได้บ้าง เกี่ยวข้องกับตัวข้าพเจ้าเองบ้างและเกี่ยวกับบุ ค คลอื่ น ๆ บ้ าง แต่ มีเ รื่อ งราวอยู่ เรื่ อ งหนึ่ งซึ่ ง เกี่ ย วกั บ ตั ว ข้ า พเจ้ า และคนไข้ 2 คน ที่ ข้ า พเจ้ า ไม่ เ คยลื ม เลยจนถึ ง ปั จ จุ บั น ซึ่ ง เกิ ด ในเวรเดียวกัน และทำา ให้ข้าพเจ้าดีใจมากที่สามารถช่วยเหลือชีวิตคนไข้คนหนึ่ งไว้ ได้ และก็เสีย ใจมากที่ ไม่ ส ามารถช่ ว ยเหลื อ คนไข้ อี ก คน 1 ได้จากคนไข้ 2 คนที่มี อ าการเดี ย วกั น คนหนึ่ ง รอดชี วิ ต จากการบริ จ าคเลือดของข้าพเจ้าเองและอีกคนเสียชีวิตจากการที่ไม่มีเลือดไม่สามารถหาเลือดชดเชยได้ในขณะที่ข้าพเจ้าขึ้นเวรดึก เหตุการณ์ดังกล่าวมีดังนี้ ตอนนั้นข้าพเจ้าจบมาเป็นพยาบาลเทคนิคใหม่ๆ บรรจุครั้งแรกที่โรงพยาบาลชัยบาดาล เมื่อปี 2526 ขณะนั้นโรงพยาบาลเราเป็นโรงพยาบาล 30 เตียงมีตึกคนไข้แค่ตึกเดียวคือ ตึก 1 ในปัจจุบัน พยาบาลที่ จ บมาก็ มี แ ต่ พ ยาบาลเทคนิ ค เป็ น ส่ ว นใหญ่ มี พี่ ก รรณเป็ น หั ว หน้ าพยาบาล พี่พยาบาลที่ทำางานแล้วส่วนใหญ่เป็นพี่ผู้ช่วยพยาบาล ทำาให้บางครั้งเราต้องเป็นหัวหน้าเวรโดยตำา แหน่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้ น คื อ เวรดึ ก มี เ ราเป็ น หั ว หน้ า เวร คู่ เ วรเป็ น ผู้ ช่ ว ยพยาบาลและมี พี่Nurse Aids อีก 1 คน ER ส่ ง คนไข้ เป็ น ผู้ ช ายทั้ ง คู่ เข้ า มาที่ Wardพร้อมกัน 2 คน เป็นคนไข้ UGIH ล้างท้องจาก ER มาแล้วและเมื่อมาถึง
  15. 15. วอร์ด คนไข้ทั้ง 2 คน อาเจีย นเป็นเลือ ดสด ๆ อีกประมาณ 1 กระโถนพร้อมกัน ข้าพเจ้าและพี่ผู้ช่วยพยาบาลคู่เวรจึงใส่ NG Tube Lavageให้คนไข้ ทั้ง 2 คน แต่คนไข้ก็ยังมีเลือดสด ๆ ออกมาเรื่อย ๆ คนไข้เริ่มเข้าสู่ภาวะช็อก ข้าพเจ้ารายงานแพทย์เวรวันนั้น คือ คุณหมอดอนพิชิตเหล่ ารั กพงษ์ ขึ้นมาช่วยดูแลอาการคนไข้ บ นตึ ก คุ ณ หมอขอเลื อ ดให้คนไข้ เป็นเลือดกรุ๊ป O 1 คนและกรุ๊ป B 1 คน แต่ห้อง Lab ไม่มีเลือดทั้ง 2 กรุ๊ป ให้ญาติมาเจาะเลือดก็ไม่มีญาติ คนที่เฝ้าอยู่ก็เป็นยายแก่ ๆซึ่งเป็นแม่ของคนไข้เท่านั้น ไม่สามารถติด ต่อ ญาติค นอื่ น ๆ ได้เพราะไม่ มี โทรศัพท์มือ ถือ ติด ต่อ ง่ายเหมื อ นปั จ จุ บัน คนไข้ ทั้ ง 2 คนเข้ าสู่ ภ าวะช๊อ ก เริ่ม ไม่รู้สึกตัว ข้าพเจ้าซึ่ งกำา ลั งล้ างท้ องคนไข้ อยู่ จึงขอให้ คุณหมอมาล้างท้องแทนและข้าพเจ้าไปบริจาคเลือด ซึ่งข้าพเจ้ามีเลือดกรุ๊ปB ข้ าพเจ้าบริจ าคไป 2 ขวด ติ ด ต่อ กั นและรี บ นำา เลื อ ดมาให้ ค นไข้ ที่ มีเลือดกรุ๊ป B ทันที ทำาให้คนไข้ที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกับข้าพเจ้ารอดชีวิต แต่คนไข้ ที่ มีเ ลื อ ดกรุ๊ ป O ไม่เ ลือ ดบริ จ าค จึ งเสี ย ชี วิ ต ตอนประมาณ ตี 4กว่า ๆ ตอนเช้าญาติและเพื่อนบ้านมาเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถบริจาคเลือดเพื่อช่วยชีวิตได้ทัน ทำาให้ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจมากเพราะเป็นคนไข้ที่เสียชีวิตคนแรกในการทำางานของข้าพเจ้าและเป็นคนไข้ที่ข้าพเจ้าคิดว่าถ้ามีเลือดช่วยคนไข้คนนี้คงไม่ตาย ญาติพี่น้องเขาก็จะไม่ต้องเสียใจขนาดนี้ ส่วนคนไข้อีกคนหนึ่งซึ่งได้รับเลือดของข้าพเจ้าช่วงเวรดึก ไม่ตายแต่ก็ยังมีอาการซีดและช๊อกอยู่ตอนเช้า ญาติมาเยี่ยมช่วยบริจาคเลือดเพิ่มเติม คนไข้ได้เลือดเพิ่มอีก 4 ขวด รวมทั้งหมด 6 ขวด นอนโรงพยาบาลอีก 5 วันก็หายและกลับบ้านได้ ตอนเช้าคุณหมอดอนพิชิต ซื้อขนมปังนิชชินกระป๋องใหญ่มาฝากข้าพเจ้าและปลอบว่าเราทำา ดีที่สุดแล้ว อย่าเสียใจไปเลย ข้าพเจ้ายิ้มรับและข้าพเจ้าก็คิดและสัญญากับตัวเองว่าเราจะทำา หน้า ที่พ ยาบาลของเราให้ ดี ที่ สุ ด เพื่ อ ให้ ค นไข้ ร อดปลอดภั ย และญาติพี่น้องของคนไข้มีความสุขที่สุดเมื่อเห็นญาติของเขาปลอดภัยและหายจากโรคภัยไข้เจ็บกลับไปอยู่บ้านได้อย่างมี ค วามสุข ส่วนคนไข้ ที่หายและกลั บ บ้ า นไปแล้ ว ก็ ก ลั บ มาขอบคุ ณ ข้ า พเจ้ า อี ก ครั้ ง ทำา ให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขและประทับใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มาก
  16. 16. กั ญจนา เปรมภิรักษ์ ห้ อ งคลอดเรื่อ งที่ ๑๒ เรื่อ งเล่า ในอดีต .......เพื่อ การเปลี่ย นแปลง เมื่อปี พ.ศ.2529 ดิฉันจบพยาบาลเข้าบรรจุทำางานครั้งแรกตำาแหน่งพยาบาลเทคนิค ปฏิบัติงานที่ตึกผู้ป่วยในหญิง โรงพยาบาลชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ขึนปฏิบัติงานเวรดึก เช้า บ่าย ปฏิบัติงานตึกนี้ ้ได้ประมาณ 3 – 4 ปี ได้พบผู้ป่วยหญิงหลากหลาย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หญิงหลังคลอดปกติและที่คลอดผิดปกติ และดูแลห้องพิเศษ 6 ห้อง มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งที่ดิฉันจำาได้คือ มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 4 ปี ถูกนำ้าร้อนลวกตามร่างกาย มีบาดแผล Burn ตามร่างกายค่อนข้างเยอะมากนอนรักษาตัวเองที่ห้องพิเศษ 5 ต้องทำาแผลทุกวันเช้า – เย็น มีพ่อเด็กคอยดูแลและเฝ้าตลอด ทุกครั้งที่ทำาแผลพ่อเด็กคอยดูแลพูดปลอบโยนลูกตลอด เด็กร้องไห้ตลอดแต่ก็อดทนและให้ความร่วมมือในการทำาแผลทุกครั้ง เด็กต้องนอนรักษาแผลนานหลายเดือนกว่าจะได้กลับบ้าน จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ดิฉันขึ้นปฏิบัติงานตามปกติและเข้าไปทำาแผลให้เด็ก ขณะเตรียมอุปกรณ์ในการทำาแผลและรอให้เด็กพร้อมในการทำาแผลเหลือบไปเห็นสมุดปกอ่อนเล่มหนึ่งวางอยู่บนเตียงคิดว่าเป็นสมุดวาดรูปหรือสมุดเขียนเล่นของเด็ก จึงหยิบขึ้นมาเปิดอ่านสิ่งที่ได้เห็นในสมุดคือ รายชื่อคนประมาณ 5 – 10 คน เช่น ชื่อสมมุติพี่แดง 200 พี่ดำา 300 จึงถามพ่อเด็กว่าที่เขียน 200 300 คืออะไร พ่อเด็กตอบว่าเป็นชื่อของคนที่ไปยืมเงินเขาไว้ เป็นญาติและเพื่อนบ้านที่ให้ยืมไว้ใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและซื้ออาหารการกิน เมื่อดิฉันทราบเรื่องรู้สึกสงสารและเห็นใจ นำาเรื่องที่พบว่าเล่าให้หมอ พี่ ๆ เพื่อน ๆ ร่วมงานฟัง ทุกคนเห็นใจจึงบอกพ่อเด็กว่าไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้จ่ายเท่าที่มี ไม่ต้องไปยืมเงินเค้าอีกถ้าไม่มีจริง ๆ จะขอแพทย์อนุเคราะห์
  17. 17. ค่ารักษาพยาบาลให้ พ่อเด็กยิ้มและตอบว่า “ขอบคุณครับ” เด็กรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลจนแผลหายดีจนกระทั่งได้กลับบ้าน สิ่งที่แสดงให้เห็นคือ ความรักของพ่อที่มีต่อลูก ความซื่อตรงและความรับผิดชอบ ระบบประกันสุขภาพไม่ทั่วถึง ซึ่งถ้าเป็นปัจจุบันนี้มีบัตรประกันภัยสุขภาพพ่อเด็กคงยิ้มได้และไม่มีหนี้สิน รุ่งนภา ศุโภทยาน ห้องคลอดเรื่อ งที่ ๑๓ รอคอย.....นำ้า ใจเพื่อ เพื่อ นมนุษ ย์ ดิฉันเรียนจบพยาบาลมาประมาณ 1 ปีเวลาเย็นขณะนั่งรถส่วนตัวไปลพบุรีกับเพื่อนโดยใช้เส้นทางโคกสำาโรง ระหว่างทางมีรถชะลอจราจรติดขัดแต่ไม่มากบริเวณหน้าโรงสีเก่า ต.เพนียด อ.โคกสำาโรง ขับรถไปเรื่อย ๆ พบอุบัติเหตุ เห็นรถซาเล้งพลิกควำ่าข้างทางซึ่งเป็นแหล่งนำ้าไม่ลึกมีหญ้าปกคลุม พบชายชราอายุประมาณ 70 ปีนอนบาดเจ็บบนถนนและมีหญิงชราอายุประมาณเดียวกันนอนบาดเจ็บอยู่ข้างทางไม่เห็นคู่กรณี ขณะนั้นเองดิฉันกดโทรศัพท์ 1669 เพราะคิดว่าเขาน่าจะมีอุปกรณ์กู้ชีพ แต่บริเวณนั้นโทรไม่ติดทั้ง 2 ระบบคือ True , Hutchและสังเกตเห็นว่ารถขับผ่านไปมาก็ไม่มีใครจอดดูเลย โดยปกติที่เคยเจอถ้ามีอุบัติเหตุแต่ไทยมุง ดิฉันจึงให้เพื่อนกลับรถไปดูไม่ทราบว่าอุบัติเหตุรถอะไรบ้าง เมื่อจอดรถได้รู้สึกตื่นเต้นทำาอะไรไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าตาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนถนนหมดสติหรือเปล่าแล้วเรามือเปล่าจะช่วยตาอย่างไรดี (คิดในใจ) เพราะเคยแต่ตั้งรับที่โรงพยาบาลก็ฟังวิทยุจากกู้ชีพแล้วเตรียมอุปกรณ์ เห็นหมวกกันน็อกกระเด็กข้างตัวตา เดินเข้าไปเรียกตานอนตะแคงหน้ามีเลือดที่ศีรษะ รู้สึกตัวใจชื้นขึ้นมาหน่อย มีแผลฉีกขาดที่มือ หัวเข่าไม่มีผิดรูปไม่มีกระดูก ก็เลยช่วยกันอุ้มตาขึ้นกระบะรถ ข้างทางได้ยินเสียงยายร้องคราง ตาตาเป็นไงบ้าง ดิฉันเลยบอกตาว่าไม่เป็น
  18. 18. อะไรมากแล้วก็ดูยายมีแผลถลอกตามตามร่างกายแล้วก็อุ้มยายขึ้นกระบะรถ ยายบอกว่ากระเป๋าตังค์ยายอยู่ไหนก็ลุยนำ้าหากระเป๋าตังค์ยายอยู่ในย่ามผูกไว้กับรถ มีของกระจัดกระจายเต็มไปหมดคล้ายเก็บของเก่าขายกระทั่งดิฉันช่วยตากับยายเสร็จก็ยังไม่มีใครสนใจทั้ง ๆ ที่ป้อมตำารวจอยู่ใกล้ๆ กัน ดิฉันพาตากับยายส่งโรงพยาบาลโคกสำาโรง ได้ยินเสียงบ่นเจ้าพระคุณอย่าเป็นอะไรมากเลย โอ๊ย โอ๊ย คงพูดถึงตา พอถึงที่ER โรงพยาบาลโคกสำาโรงรถกู้ชีพที่อยู่หน้าโรงพยาบาลขับรถออกไปได้ยินเสียงวิทยุกัน พลเมืองดีนำาส่ง ดิฉันได้ยินรู้สึกดีใจที่ครั้งหนึ่งได้ช่วยเพื่อนมนุษย์ที่รอความช่วยเหลือ ให้พ้นจากความทรมานจากการบาดเจ็บตามร่างกาย พยาบาลที่ ER ถามว่าเป็นไรมา ดิฉันก็เล่าเหตุการณ์คร่าว ๆ ให้ฟัง แล้วดิฉันเข้าไปหาตากับยายที่เตียงทำาแผลบอกว่า “หายเร็ว ๆ นะหนูไปแล้วนะ” ยายยกมือกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้าคล้ายกังวลเห็นจากการเปลี่ยนแปลงก่อนถึงโรงพยาบาล ถ้าเป็นเราบ้างจะรู้สึกว่าต้องรอความช่วยเหลือนานแค่ไหน จะมีใครบ้างมาสนใจ จิราวรรณถาวรศักดิ์ ห้องคลอดเรื่อ งที่ ๑๔ ความรัก จากพ่อ แม่ส ู่ล ูก ที่ไ ม่ม ีช ีว ิต ดิฉันปฏิบัติงานที่ห้องคลอดมาหลายปี เจอ case DFIU มาหลาย case แต่รู้สึกประทับใจพ่อแม่ท่านนี้มากซึ่งเป็นความรักที่เขารอคอยมาเป็นเวลากำาหนดคลอดพอดี แต่ ณ เวลาที่รอคอยนั้นทำาให้เขาเสียใจมากกว่าดีใจอย่างกลั้นไม่ไหว ดิฉันปฏิบัติงานที่ห้องคลอดเวนเช้า มีหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งปวดท้องคลอดมา แรกรับซักประวัติตามปกติ ตรวจร่างกายมารดาปกติ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผิดปกติคือฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ยินดิฉันซักประวัติการดิ้นของทารกในครรภ์มารดาบอกว่าดิ้นครั้งสุดท้ายเวลาประมาณตี 4 ของวันที่มาโรงพยาบาลมาถึงโรงพยาบาลประมาณ 09.00 น. ดิฉันจึงใช้
  19. 19. เวลาในการฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์ให้แน่ใจ จึงรายงานแพทย์เวร หลังจากนั้นเริ่มแจ้งข้อมูลให้มารดารับทราบ สีหน้ายังไม่วิตกกังวลเท่าไหร่เพราะมารดาบอกว่าลูกยังดิ้นอยู่ แพทย์มาอุลตราซาวด์พบว่าหัวใจทารกในครรภ์ไม่เต้น ดิฉันจึงเรียกวสามีหญิงตั้งครรภ์รายนั้นเข้ามาฟังแพทย์อธิบาย และดิฉันสังเกตว่าทั้งพอ – แม่ของเด็กที่เสียชีวิตร้องไห้ ดิฉันจึงกั้นม่านให้รู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ยินเสียงสามีบ่นภรรยาอย่างเสียใจที่สุด ขณะที่พ่อ – แม่นั้นอายุยังน้อยแต่มีความรักลูกมาก ปล่อยเวลาให้ได้ทำาใจสักระยะในบรรยากาศเงียบเพราะวันนั้นมีมารดารอคลอดคนเดียว หลังจากนั้นจึงอธิบายแผนการรักษา เซ็นใบยินยอม หลังจากนั้นได้ไม่นานหญิงตั้งครรภ์รายนั้นคลอดทารกเสียชีวิตในครรภ์ด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ คลอดแล้วจึงแจ้งให้สามีเขารับทราบ สามีเขาแจ้งว่า “ผมขอดูลูกหน่อย” ดิฉันจึงเปิดให้สามีเข้ามาดูอธิบายลักษณะทารกที่คลอดออกมาสายสะดือมัดกันแน่นมากทำาให้ขาดออกซิเจนไปเลี้ยง ลักษณะเพิ่งเสียชีวิตไม่นานเพราะคล้ายเด็กนอนหลับเท่านั้น ผิวหนังซีดไม่ลอกหลังจากที่ให้ญาติดูเรียบร้อยแล้ว เราจะทำาความสะอาดให้พร้อมให้ญาติไปทำาพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป พ่อเด็กขอทำาความสะอาดเองพูดบ่นกับลูกพร้อมร้องไห้ จับมือจับหน้า สัมผัสร่างกายลูกทุกส่วน ใส่เสื้อผ้าให้ ซึ่งดิฉันไม่เคนเห็นพ่อแม่คนไหนที่ทำากับลูกที่เสียชีวิตแบบนี้มาก่อน ส่วนใหญ่ก็ดูเฉย ๆไม่กล้าจับลูก ดูแลลูกเสร็จก็มาร้องไห้กับภรรยา พร้อมบริจาคของใช้ทั้งหมดที่เตรียมมาให้กับห้องคลอดและนำาลูกไปประกอบพิธีกรรมเอง พ่อแม่ถ่ายทอดอารมณ์ความรัก ความห่วงใยที่มีต่อลูกที่ไม่มีชีวิต เป็นความรู้สึกได้ว่าพ่อแม่รักลูกมากแสดงออกแต่ลูกไม่รู้ จากเหตุการณ์นี้ถึงแม้พ่อแม่เด็กจะมีอายุน้อยก็ยังความรู้สึกผูกผันอยากเลี้ยงลูก มีความรับผิดชอบ มีความรัก ดิฉันไม่เคยเจอมาก่อนที่จะแสดงความรักเช่นนี้ รู้สึกประทับใจ ตื้นเต้น การกระทำาที่พ่อแม่เด็กมีต่อลูกเช่นนี้เรื่อ งที่ ๑๕ เรื่อ งเล่า ดีด ี ข้าพเจ้ามีเรื่องประทับใจจากการทำางานที่ข้าพเจ้าได้พบและอยากแบ่งปันให้ทุกคนได้รับทราบคือ ข้าพเจ้าได้พบกับผู้ป่วยชรารายหนึ่ง

×