แผนการสอน (เพิ่มเติม)

41,023 views

Published on

5 Comments
24 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total views
41,023
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
480
Actions
Shares
0
Downloads
871
Comments
5
Likes
24
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แผนการสอน (เพิ่มเติม)

  1. 1. แผนการจัดการเรียนการสอน รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง กาหนดโดยสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดย นางกฤตยา ศรีริ ครูวิทยฐานะชานาญการพิเศษ โรงเรียนภัทรบพิตร จังหวัดบุรีรัมย์ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์เขต 32
  2. 2. 2 รหัสวิชา อ32201 วิชาภาษาอังกฤษ (เพิ่มเติม) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 1. จานวน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต 2. หนังสือที่ใช้ในการเรียน - Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster - The White Stones โดย Lester Vangan - Survival โดย 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการเรียน - เว็บไซต์ครูปูดอทคอม http://www.krupu.com เว็บไซต์ครูไทยคิดดี http://www.krupu.com/smedu เครือข่ายสังคมออนไลน์ http://www.facebook.com/kitayaguru1 ลงชื่อ ............................................................ (นางกฤตยา ศรีริ) ผู้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ ลงชื่อ ............................................................ (.....................................................) ผู้อานวยการโรงเรียนภัทรบพิตร
  3. 3. 3 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ตัวชี้วัด 1. ปฏิบัติตามคาแนะนาในคู่มือการใช้งานต่างๆ คาชี้แจง คาอธิบาย และคาบรรยายที่ฟังและอ่าน 2. อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครสั้น (skit) ถูกต้องตามหลักการอ่าน 3. อธิบายและเขียนประโยคและข้อความให้สัมพันธ์กับสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ที่อ่าน รวมทั้งระบุ และเขียนสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กับประโยค และข้อความที่ ฟังหรืออ่าน 4. จับใจความสาคัญ วิเคราะห์ความ สรุปความ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากการฟังและอ่านเรื่องที่เป็น สารคดีและบันเทิงคดี พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตัวอย่างประกอบ มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเห็น อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว/ เหตุการณ์ ประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคม และสื่อสารอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม 2. เลือกและใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง คาอธิบาย อย่างคล่องแคล่ว 3. พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์จาลอง หรือสถานการณ์จริงอย่างเหมาะสม 4. พูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล บรรยาย อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง/ ประเด็น/ข่าว/เหตุการณ์ที่ฟังและอ่านอย่างเหมาะสม 5. พูดและเขียนบรรยายความรู้สึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ เรื่องต่างๆ กิจกรรม ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์อย่างมีเหตุผล มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัด 1. พูดและเขียนนาเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ตามความ สนใจของสังคม 2. พูดและเขียนสรุปใจความสาคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เรื่อง กิจกรรม ข่าว เหตุการณ์ และ สถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม
  4. 4. 4 สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสม กับกาลเทศะ ตัวชี้วัด 1. เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 2. อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจ้าของภาษา 3. เข้าร่วม แนะนา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและ วัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ตัวชี้วัด 1. อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน คาพังเพย สุภาษิต และบท กลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย 2. วิเคราะห์/อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับของไทยและนาไปใช้อย่างมีเหตุผล สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็นพื้นฐานในการ พัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศน์ของตน ตัวชี้วัด 1. ค้นคว้า/สืบค้น บันทึก สรุป และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขียน สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับสังคมโลก ตัวชี้วัด 1. ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และสรุปความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและ แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ 2. เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น/ประเทศชาติ เป็นภาษาต่าง ประเทศ
  5. 5. 5 โครงสร้างรายวิชา รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จานวน 2 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ/ ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 1 If I were you ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 อ่านเรื่องสั้นและเข้าใจเนื้อ เรื่อง บทสนทนาในเรื่องสั้น ที่อ่าน พูดเล่าความคิด คิดเห็นที่มีต่อบทความที่ อ่านจากหนังสือได้ 4 5 2 What Did They Say? ต 1.1 ม.5/1, ม.5/4 ต 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ม.5/4, ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อ เรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้ อย่างถูกต้อง และสารมารถ เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอก เล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับ เพื่อนๆได้รับทราบได้ 5 10 3 Feeling ต 1.1 ม.5/1, ม.5/3, ม.5/4 ต 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.1 ม.5/1 บอกความหมายของ คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึก ต่างๆได้รวมทั้งสรุป ใจความสาคัญของเรื่องที่ ฟัง/อ่านได้ 5 10 4 The Seeding of Goodness ต 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5 ต 1.2 ม.5/5 ต 1.3 ม.5/1 ต 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ม.5/2 ต 3.1 ม.5/1 ต 4.2 ม.5/1 เข้าใจคาศัพท์สานวน และ ประโยคที่ใช้ในการสนทนา สามารถเขียน เรียบเรียง ข้อความเกี่ยวกับคนดีใน ชุมชนได้ 3 5
  6. 6. 6 หน่วย ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา (ชั่วโมง) น้าหนัก คะแนน 5 Famous People ต 1.1 ม.5-6/3, ต 1.1 ม.5-6/4, ต 1.2 ม.5-6/1, ต 1.2 ม.5- 6/4, ต 1.2 ม.5-6/5, ต 1.3 ม.5-6/1 ต 2.1 ม.5-6/1 ต 3.1 ม.5-6/1 ต 4.1 ม.5- 6/1, ต 4.2 ม.5-6/1 หน่วยการเรียนรู้นี้ให้ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับชีวประวัติของบุคคล 2 คน การอ่านประวัติของชีวิตบุคคลทั้ง 2 นี้ทาให้นักเรียนวิเคราะห์ได้ว่า ในการเขียนชีวประวัติ สิ่งที่ผู้เขียน มักกล่าวถึงคือชีวิตในวัยเด็ก การศึกษา ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ชีวิต ครอบครัว และความสาเร็จ/ ล้มเหลวในชีวิต ข้อเท็จจริงที่ น่าสนใจ จนถึงการจบชีวิต ประเด็นเหล่านี้ทาให้นักเรียนได้ แนวคิดในการเขียนชีวประวัติ บุคคล นอกจากนี้การอภิปรายที่ เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่อ่านทาให้ นักเรียนได้รู้จักบุคคลที่มีชื่อเสียง อื่นๆ นอกเหนือจากการมีโอกาส ได้พัฒนาทักษะการพูด 2 5 สอบกลางภาค 1 20 6 Don’t Judge a Book by its Cover ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2 ม.5/3, ม.5/4 ต 1.3 ม.5/3 ต 2.2 ม.5/1, ต 4.2 ม.5/1 ในการอ่านเพื่อจับใจความหลัก นักเรียนต้องมีวัตถุประสงค์ในการ อ่าน และต้องรู้วิธีการเดา ความหมายของคาศัพท์จากบริบท และโครงสร้างประโยคที่ซับซ้อน จึงจะทาให้จับใจความได้ดี 3 - 7 What’s in a Slogan? ต 1.1 ม.5/4, ต 1.2 ม.5/3 ม.5/4 ต 2.2 ม.5/1 การอ่านเพื่อเดาความหมายของ คาศัพท์จากข้อความข้างเคียง เป็น ทักษะที่นักเรียนจาเป็นต้องฝึกฝน เพราะสามารถนาไปใช้ได้ในการ อ่านทั้งในชีวิตประจาวันและการ อ่านเพื่อการศึกษา 4 5
  7. 7. 7 8 4 5 9 4 5 10 4 - สอบปลายภาค 1 20 คะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - 10 รวมทั้งสิ้น 40 100
  8. 8. 8 ผังมโนทัศน์ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 4 ชั่วโมง UNIT 1 If I were you GRAMMAR - Modal auxiliaries - Verb avoid + gerund - If clause FUNCTIONS - To compare something - To give your advice/opinion for someone LANGUAGE - If I were you, I will … - I think that … - I don’t think so.
  9. 9. 9 ผังมโนทัศน์ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง UNIT 2 What Did They Say? GRAMMAR - Reported speech - Direct speech - Adverbs of time FUNCTIONS - To talk about story you reading - To write scripts about conversation in the book LANGUAGE - She/he said, - He/she talks about….
  10. 10. 10 ผังมโนทัศน์ 3 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง UNIT 3 Feeling GRAMMAR - Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings - Expressions: Asking and telling about feelings - Vocabulary: adjectives concerning feelings FUNCTIONS - To talk about your feeling to someone - To describe and asking about feeling with someone LANGUAGE - I feel …. - I’m feeling ….
  11. 11. 11 ผังมโนทัศน์ 4 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 3 ชั่วโมง UNIT 4 The Seeding of Goodness GRAMMAR - When and If clauses (to express future time) - Conjunctions of time: before, after, as soon as, until FUNCTIONS - To give personal information about good person - To describe something that you interested - To present biology of good person with grammatically sentences/expressions LANGUAGE - I would like to talk about… - He/she is….. - I choose him because,
  12. 12. 12 ผังมโนทัศน์ 5 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จานวนหน่วยกิต 2.0 หน่วยกิต เวลา 2 ชั่วโมง UNIT 5 Famous People GRAMMAR - Paragraph unity - Giving example FUNCTIONS - To pre-writing - To develop an outline - To write a rough draft - To revise your rough draft - To edit your paragraph - To write your final draft
  13. 13. 13 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) อ่านเรื่องสั้นที่กาหนดได้อย่างเข้าใจ 2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องบทสนทนาในเรื่องสั้นที่อ่าน 3) เข้าใจข้อเสนอแนะให้ทาหรือไม่ให้ทาสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ฟัง 4) บอกรายละเอียดจากบทความที่อ่านเกี่ยวกับข้อแนะนาในการปฏิบัติสิ่งต่างๆเพื่อความปลอดภัย 5) พูดเล่าความคิดคิดเห็นที่มีต่อบทความที่อ่านจากหนังสือ 6) เขียนบรรยายความคิดเห็นและตอบคาถามท้ายเรื่องสั้นที่อ่านได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Modal auxiliaries: must, have to, had better, should, can, be allowed - Verb avoid + gerund - If clause คาศัพท์และสานวนภาษา take care (v.): to be careful (ดูแล, ระวัง) regulation (n.): an official rule or order (กฎระเบียบหรือคาสั่งซึ่งเป็นทางการ มักใช้คู่กับ คาว่า rule) prohibition (n.): 1. the act of officially stopping something by low (กฎข้อห้ามอย่างเป็น ทางการ) 2. an order stopping something (คาสั่งห้าม) to be up (v.): to get up (ตื่นนอน) speed limit (n.): the highest speed at which you can legally drive on a particular road (การ จากัดความเร็ว) fine (n.): a sum of money that must be paid as punishment for breaking a law or rule (ค่าปรับ) tip (n.): a helpful piece of advice and/or information (ข้อแนะนาที่มีประโยชน์)
  14. 14. 14 ข้อมูลด้านวัฒนธรรม - ข้อปฏิบัติของคนในสังคมโดยทั่วไปจะมีอยู่สองลักษณะ คือ 1. ลักษณะที่เป็นจิตสานึก ซึ่งขั้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าสิ่งใดควรทาหรือไม่ควรทา และเป็นสิ่งที เกี่ยวกับความถูกต้อง ความซื่อสัตย์และความยุติธรรม หรือศีลธรรม เช่น He should not accept bribes. เขาไม่ควรรับสินบน You should learn to be more polite. เธอควรที่จะเรียนรู้ทาตัวให้สุภาพมากกว่านี้ 2. เป็นกฎหมาย (law) เป็นระเบียบข้อบังคับ (regulation/rule) ซึ่งเป็นหน้าที่ (duty/obligation) ที่ ต้องปฏิบัติตามหากละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามอาจจะเกิดความเสียหายเกิดอันตรายต่อตนเองหรือ ผู้อื่น และอาจได้รับผลจากระเบียบข้อบังคับที่กาหนดไว้เช่น ต้องโทษ ถูกปรับหรือจาคุก เช่น All passengers must wear seat belts. You have to obey the law. ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดนิรภัย คุณต้องเชื่อฟังกฎหมาย 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 - ครูพูดคุยกับนักเรียน เกี่ยวกับวิธีการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมควบคู่ไปกับหนังสืออ่านเสริม ดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survive! โดย - นักเรียนเลือกหนังสืออ่านเสริมตามความสนใจ โดยถามครูถามความสมัครใจของผู้เรียน โดย ผู้เรียนเลือกบทเรียนด้วยวิธีการทางประชาธิปไตย ใช้เกณฑ์เสียงข้างมากในการตัดสินเลือก หนังสืออ่านเสริม - ครูแนะนาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนโดยการพูดนาเสนอเนื้อเรื่องย่อเพียงบางส่วนของ หนังสือ แล้วตั้งคาถามนาเพื่อให้นักเรียนตอบในห้อง โดยจาลองสถานการณ์ตามหนังสือ เช่น หากว่าเครื่องบินที่คุณโดยสารมานั้น เกิดตกกลางหุบเขา คุณจะทาสิ่งใดเป็นสิ่งแรก ? นักเรียน ระดมความคิด และตอบคาถาม - ครูสอนเนื้อหาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ Modal auxiliaries: must, have to, had better, should, can, be allowed ที่เกี่ยวข้องกับหนังสืออ่านเสริม เพื่อให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจถึง สิ่งที่สามารถกระทาได้และสิ่งใดที่ไม่ควรกระทา - นักเรียนยกตัวอย่างในห้อง เกี่ยวกับสิ่งที่นักเรียนควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติ โดยจาลอง สถานการณ์ตัวอย่าง เช่น “สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการเดินทาง” โดยแสดงความคิดเห็นเป็น ภาษาอังกฤษ
  15. 15. 15 บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูสอนหลักไวยากรณ์เพิ่มเติมเรื่อง Verb avoid + gerund และ If-clause โดยยกตัวอย่าง ประกอบในห้อง รวมทั้งให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา และทาแบบฝีกหัดเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ครูปู ดอทคอม (www.krupu.com) - นักเรียนเขียนบรรยายสรุปเรื่องที่อ่าน บทแรก ของหนังสืออ่านเสริม แล้วร่วมกันค้นหาประโยค ที่ยากต่อความเข้าใจ และครูผู้สอนอธิบายให้นักเรียนฟังในห้องอย่างเข้าใจ - ครูกาหนดหัวข้อเกี่ยวกับสถานการณ์จาลอง โดยให้นักเรียนนาคาศัพท์ หรือสานวนจากหนังสือ อ่านเสริมมาใช้ในการพูดตอบคาถาม และนาเสนอหน้าชั้นเรียนได้ - นักเรียนแสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคลหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับ เรื่องที่อ่านว่า “ถ้าหากเหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผู้เรียนจะมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร เพื่อหาทางออกที่ถูกต้อง” - ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายการเรียนการสอน และตอบคาถามท้ายเรื่องจากการอ่านหนังสือ เสริม - นักเรียนปฏิบัติภาระงาน ใบงานที่ 1 เพื่อวัดผลความรู้และความเข้าใจในการอ่านหนังสือเสริม และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านได้ทั้งหน้าชั้นเรียนและนอกห้องเรียน 4. การวัดและการประเมินผล 1. การอ่านออกเสียงบทความจากเรื่องที่อ่าน 2. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับข้อแนะนาที่ฟัง 3. คาตอบที่ได้จากการตอบคาถามเกี่ยวกับเรื่องสั้นที่อ่าน 4. บันทึกผลการนาเสนองานหน้าชั้นเรียน โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมิน 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survival โดย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  16. 16. 16 SHEET 1 Read the story and write the correct answer in each questions Book’s name: ……………………………………………………………………………………………… What is the main idea of this story? ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… 1. What’s wrong in the story? ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 2. How to solve the problem in the story? ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3. If this situation happens to you, how do you solve the problem? 1. ………………………………………………………………………………………………… 2. ………………………………………………………………………………………………… 3. ………………………………………………………………………………………………… 4. ………………………………………………………………………………………………… 5. ………………………………………………………………………………………………… 4. The purpose of the story is to 1) ………………………………………………………………………………………………… 2) ………………………………………………………………………………………………… 3) ………………………………………………………………………………………………… กิจกรรมภาคปฏิบัติ ให้นักเรียนเลือกคาตอบจากข้อ 3 มาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียน โดยให้เหตุผลประกอบในแต่ละ ความคิดเห็น โดยใช้กระบวนการพูด ตามหลักการพูดนาเสนอด้วยภาษาอังกฤษ ถูกต้องตาม หลักไวยากรณ์ทางภาษา
  17. 17. 17 เกณฑ์การประเมินผลใบงานที่ 1 (5 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง If I were you. ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 5 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  18. 18. 18 TEST 1 Orange in the Snow
  19. 19. 19
  20. 20. 20
  21. 21. 21
  22. 22. 22
  23. 23. 23
  24. 24. 24
  25. 25. 25 TEST 2 The White Stones
  26. 26. 26
  27. 27. 27
  28. 28. 28 TEST 3 Survive!
  29. 29. 29 ANSWER KEY
  30. 30. 30 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) บอกข้อมูลที่อ่านจากหนังสืออ่านเสริมได้ระหว่างปัญหากับวิธีการแก้ไขปัญหา 2) อ่านออกเสียงและเข้าใจเนื้อเรื่องที่อ่าน 3) สามารถสรุป เรียบเรียงเนื้อเรื่องที่อ่านเป็นภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง สละสลวย 4) เขียนอีเมล์สั้นๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่อ่านให้กับเพื่อนๆได้รับทราบได้ 5) ทากิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการส่งงานทางอีเมล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - Reported speech - Direct speech - Adverbs of time คาศัพท์และสานวนภาษา direct speech (n.): what someone said in their exact words (คาพูดที่เหมือนกับที่ผู้พูดพูด ไว้ทุกคาโดยไม่มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด) Reported speech (n.): the style on speech or writing used to report what someone says without repeating their actual words (รูปแบบหรือวิธีการพูดหรือ เขียนที่ใช้เพื่อรายงานในสิ่งที่ผู้อื่นพูด โดยไม่พูดซ้าทุกคาพูดที่บุคคล ผู้นั้นได้พูด) speech bubble (n.): a circle around the words said by someone in a cartoon (วงกลมรอบ คาพูดในการ์ตูน) disaster (n.): 1. a sudden event that causes great damage or suffering (หายนภัย, ภัยพิบัติ) 2. a complete failure (ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง) reimburse (v.): to pay money back to someone who has had to spend the money because of their work (ใช้คืน, จ่ายคืนให้ตามที่จ่ายไป)
  31. 31. 31 sneakers (n.): a type of light soft shoes with rubber bottom used for sports (รองเท้าผ้าใบพื้นยาง) beep (n.): a short, high-pitched sound, typically produced by electronic apparatus (เสียงกริ่งหรือออดหรือแตร จากการกดหรือบีบเครื่องมือ ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ทาให้เกิดเสียงดังถี่ๆ เป็นเสียงแหลมสูง) bridge (n.): a card game for four players who play in pairs (ไพ่บริดจ์สาหรับ การเล่น) shrink (n.): psychiatrist (จิตแพทย์) 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 - ครูแนะนาเกี่ยวกับ Direct speech โดยเขียนประโยคต่อไปนี้บนกระดานดาและวาดวงกลมรูป ฟองสบู่ล้อมรอบคาพูดเหมือนในหนังสือการ์ตูน - ครูเขียนประโยคเดิมอีกครั้งให้อยู่ในเครื่องหมายคาพูด (Quotation marks) “I met a wonderful girl.” - ครูอธิบายว่าลักษณะของคาพูดในทั้งสองแบบนั้นใช้เพื่อแสดงคาพูดจริงของผู้พูดทุกคา - นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างสถานการณ์ที่จาเป็นต้องรู้ และจดบันทึกคาพูดทุกคาที่บุคคลพูด เช่น การสอบสวนอาชญากรรม (a criminal investigation) รายงานเกี่ยวกับสุนทรพจน์ของ นักการเมือง (a politician’s speech) แต่บางครั้งการรายงานเพียงแค่ประเด็นหลักที่บุคคลพูดโดย ไม่ต้องระบุคาพูดคาต่อคาก็เพียงพอ - นักเรียนอ่านออกเสียงชื่อของหน่วยการเรียน “What Did They Say?” แล้วอภิปรายว่าควรจะ ถามคาถามนี้เมื่อใด - ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า การพูดรายงานคาพูดของผู้อื่นนั้นจะต้องเกิดขึ้นภายหลังจากเวลานั้นผ่าน ไปแล้ว การรายงานคาพูดจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงโดยเปลี่ยนจากรูปปัจจุบันเป็นรูปอดีต บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูหยิบประเด็นเรื่องที่นักเรียนได้อ่านไปจากหนังสือเสริม แล้วถามนักเรียนด้วยคาถาม “What Did They Say?” - นักเรียนค้นหาคาพูดของตัวละครในเนื้อเรื่อง ตอนใดก็ได้ ว่าพูดคุยอะไรกันบ้าง - ครูผู้สอนแนะนาวิธีการนาคาพูดขอตัวละครจากในหนังสือมาพูดอีกที ด้วยการเปลี่ยนรูปกริยา ให้อยู่ในรูปอดีตกาล - นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ตัวละครสื่อสารกันในเรื่อง โดยพูดแสดงความคิดเห็นด้วย ประโยค In my opinion, I think he/she should be ….
  32. 32. 32 - ครูมอบหมายกิจกรรมให้นักเรียนในห้องทาเป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิก 7-10 คน ให้เขียน เนื้อเรื่องย่อของเรื่องที่อ่าน ข้อคิดที่ได้และข้อเสนอแนะถ้าหากว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับ ตัวเรา เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาอย่างไร - ครูผู้สอนแนะนาวิธีการส่งชิ้นงานทางอีเมล์ และชี้แจงรายละเอียดคะแนนการส่งงาน - นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนตามที่ได้รับมอบหมาย และทางานส่งให้ตรงตาม กาหนดเวลา 4. การวัดและการประเมินผล 1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงานที่ 1 2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสืออ่านเสริมดังต่อไปนี้ 1) Oranges in the snow โดย Phillips Burrows and Mark Foster 2) The White Stones โดย Lester Vangan 3) Survival โดย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) ภาษาไทย
  33. 33. 33 Activity 1 Read the story and write the correct answer in each questions Main idea: ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Summary (English): ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… Summary (Translate to Thai): ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… What did they say? Or what do you do if you were they/them? Please write your opinion 3-4 sentences. 1) …………………………………………………………………………………………………………….. 2) …………………………………………………………………………………………………………….. 3) …………………………………………………………………………………………………………….. 4) ……………………………………………………………………………………………………………..
  34. 34. 34 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (10 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 2) 10 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 6 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 3) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 4) นาคะแนนรวมหาร 2 จะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  35. 35. 35 แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง What Did They Say? กลุ่ม ที่ ชื่อกลุ่ม การมีส่วน ร่วม สร้างสรรค์ งานกลุ่ม ความมีน้าใจ เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือผู้อื่น การเป็นผู้นา และผู้ตามใน โอกาสอันควร การ ปฏิบัติงาน ด้วยความเต็ม ใจ รวม คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
  36. 36. 36 คาชี้แจง ให้ผู้สังเกตพิจารณาคุณภาพของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม และเขียนเครื่องหมาย  ลงในช่องระดับคะแนน ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับต่า ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับปานกลาง ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูง ระดับ 4 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับสูงมาก เกณฑ์การตัดสิน : ระดับต่า = 1 - 4 คะแนน ระดับปานกลาง = 5 - 8 คะแนน ระดับสูง = 9 - 12 คะแนน ระดับสูงมาก = 13 – 16 คะแนน
  37. 37. 37 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) บอกความหมายของคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆได้ 2) สอบถามและบอกเล่าเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆได้ 3) บอกความแตกต่างของคาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย - ed (เช่น excited) และ คาคุณศัพท์ที่ลง ท้ายด้วย - ing (เช่น exciting) ได้ 4) สรุปใจความสาคัญของเรื่องที่ฟัง/อ่านได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - คาศัพท์: คาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกต่างๆ (Vocabulary: adjectives concerning feelings) - คาคุณศัพท์(adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย –ed และ –ing (Adjectives telling feelings with “-ed” and “-ing” endings) - สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกความรู้สึก (Expressions: Asking and telling about feelings) คาศัพท์และสานวนภาษา happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ, ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ, angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ, scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย, worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น, disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ
  38. 38. 38 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ - ศึกษาใบความรู้: คาศัพท์ สานวน โครงสร้างภาษาเกี่ยวกับการบรรยายลักษณะบุคคล - ปฏิบัติตามใบงาน ใบงานที่ 1: Vocabulary ศึกษาคาศัพท์ที่ใช้บอกความรู้สึกโดย 1.1 เลือกภาพที่สัมพันธ์กับคาศัพท์ 1.2 เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคา 1.3 จัดกลุ่มคาคุณศัพท์แสดงความรู้สึก ใบงานที่ 2: Pronunciation and Speaking 2.1. ฟังและฝึกออกเสียงคาศัพท์ตามเทป/ซีดี 2.2. ฝึกพูดถามตอบเกี่ยวกับความรู้สึกต่างๆ ใบงานที่ 3: Speaking and Writing 3.1 แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการใช้คุณศัพท์แสดงความรู้สึกที่ ลงท้ายด้วย -ed และ –ing 3.2 จับคู่ความรู้สึกกับสถานการณ์ 3.3 การเขียนบอกความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆเป็นประโยดสั้นๆโดยใช้ โครงสร้าง If-clause ใบงานที่ 4: Reading อ่านบทความสั้นๆจากwebsite และ 4.1 เติม headings ให้แต่ละ paragraph 4.2. ตอบคาถามแบบถูก – ผิด 4.3. บอกความหมายของสานวนที่พบในเรื่องที่อ่าน 4. การวัดและการประเมินผล 1. ทาแบบทดสอบ 2. บันทึกการปฏิบัติกิจกรรมเดี่ยว กิจกรรมที่ 1 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษา คาศัพท์สานวน โครงสร้างภาษา 2. ใบงาน สาหรับฝึกปฏิบัติ ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน 3. พจนานุกรม (ทั้งประเภทอังกฤษ –อังกฤษ และประเภทอังกฤษ – ไทย) 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ http://www.krupu.com, http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  39. 39. 39 ใบความรู้ที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling 1. คาคุณศัพท์บอกความรู้สึกต่างๆ happy มีความสุข sad เศร้า, pleased พอใจ, ecstatic ปลาบปลื้มยินดี surprised ประหลาดใจ shocked สะดุ้งตกใจ, angry โกรธ disgusted รังเกียจ, annoyed ราคาญ embarrassed ขวยเขิน, ashamed ละอาย, bored เบื่อ, scared กลัว ervous เครียด, กระสับกระส่าย, worried กังวล, confused สับสน excited ตื่นเต้น, disappointed ผิดหวัง หรือเสียใจ furious โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ, ฯลฯ 2. สานวนภาษาที่ใช้ในการถามและบอกถึงความรู้สึก 2.1. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต What did you think of………..? What did you think of Brad Pitt’s new DVD? (คุณคิด/รู้สึกอย่างไร เกี่ยวกับดีวีดีเรื่องใหม่ของ Brad Pitt ที่คุณได้ดูไปแล้ว) 2.2. การถามความคิดเห็น/ความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน What do you think of…………..? What do you think of rock music? (คุณคิด/รู้สึกอย่างไรกับดนตรีร็อค) 2.3 การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน How do you feel about…………? How do you feel about Thai movies? (คุณรู้สึกอย่างไรกับภาพยนตร์ไทย)
  40. 40. 40 2.4. การถามความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต How did you feel about………? How did you feel about the coffee? (คุณรู้สึกอย่างไรกับกาแฟที่คุณได้ดื่มไปแล้ว) 2.5 การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน / ในปัจจุบัน He/ She feels……. I/ They feel……… He feels lonely every evening. They feel homesick because they are away from home. ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีต ใช้ He/She/I/They felt He felt lonely when his wife was not at home last summer. 2.6. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในปัจจุบัน เช่น He/ She is feeling……… I am feeling……… They are feeling………. She is feeling sad. I’m feeling happy. 2.7. การบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ทั่วๆไปในชีวิตประจาวัน/ในปัจจุบัน He/ She is……. I am……… They are……… She is excited when she sees excited films. I am disgusting whenever I see snails. ถ้าต้องการบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องราว/เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตใช้ He/ She/ I was……… They were………. She was sad when her dog died.
  41. 41. 41 2.8. การบอกความรู้สึกหลายอย่างที่ผสมผสานกัน He/She has They/ I have mixed feelings. 3. คาคุณศัพท์ (adjectives) บอกความรู้สึกที่ลงท้ายด้วย --ed และ --- ing Adjectives --ed Adjectives --- ing bored boring excited exciting disgusted disgusting disappointed disappointing ข้อควรจา มีความหมายที่ต่างกันและใช้ต่างกัน กล่าวคือ คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –edบอกถึง ความรู้สึกของประธานของประโยค ในขณะที่คาคุณศัพท์ที่ลงท้ายด้วย –ing บอกลักษณะของคน/สิ่งของ/ เหตุการณ์ที่ทาให้ ประธานเกิดความรู้สึกเช่นนั้น เช่น - I am bored because the lesson is boring. (ฉันรู้สึกเบื่อเพราะบทเรียนน่าเบื่อ) - She was disappointed at the result of the test. (เธอรู้สึกผิดหวังจากผลการสอบ) - The result of the test was disappointing. (ผลการสอบน่าผิดหวัง) - Mosquitoes are annoying. (ยุงเป็นสัตว์ที่น่าราคาญ) - They were annoyed with mosquitoes. (พวกเขารู้สึกราคาญกับยุง) ตัวอย่างบทสนทนาสอบถามและบอกเล่าถึงความรู้สึก Man: Let’s go to a concert after dinner. Woman: I don’t feel like a concert. How about watching a DVD? Man: Sounds good. Have you watched Brad Pitt’s new DVD yet? Woman: Yeah, I watched it last weekend. Man: What did you think of it? Woman: I really liked it. The story was great. How about you? Man: I thought the special effects were fantastic, but the story was just so-so. Woman: Why did you say the story was so-so?
  42. 42. 42 Man: I was bored at the beginning because that part was really boring. Woman: I thought the movie was exciting and I was excited when I saw it. Man: I liked the fighting scenes. I thought they were greater than those in many movies. Woman: So you were not disappointed to see it, were you? Man: Oh, no. I was happy about it. Woman: Me, too.
  43. 43. 43 ใบงานที่ 1 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling VOCABULARY 1. Match the pictures with the words given in the box. Put numbers 1-12 in the parentheses. จับคู่ภาพกับคาที่ให้มาในกรอบ โดยใส่หมายเลข 1-12 ในวงเล็บ 1. sleepy 2. worried 3. surprised 4. frightened 5. happy 6. disgusted 7. sad 8. angry 9. confused 10. curious 11. depressed 12. grieving 2. Complete the word under each picture with missing letters to form an adjective telling the feeling of the person in each picture. ให้เติมอักษรที่ขาดหายไปลงในคาใต้ภาพที่ให้มาเพื่อสร้างคาคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกของคนในภาพนั้นๆ
  44. 44. 44 3. Study the words in 1 and 2 again. Can you tell which words describe positive, negative and neutral feelings? Put them in groups. ให้ศึกษาคาในกิจกรรมข้อ 1 และ 2 อีกครั้งและให้จัดกลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ดี (positive feelings) กลุ่มคาที่บอกความรู้สึกที่ไม่ดี (negative feelings) และความรู้สึกที่เป็นกลาง (neutral feelings)
  45. 45. 45 Positive Feelings Negative Feelings Neutral Feelings
  46. 46. 46 ใบงานที่ 2 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling SPEAKING Match the sentences in Column A with those in Column B. Column A Column B 1. I’m really sad. 2. I’m really excited. 3. I’m very pleased. 4. I feel very lonely. 5. I’m bored. 6. I’m really sleepy. 7. I’m fed up with this weather. 8. I don’t feel very well. 9. I’m very curious. 10. I feel really depressed at the moment. -No one is at home. -It rains cats and dogs all day. -My mother is going into hospital for tests. -My dog died last night. -I think I’m getting a bad cold. -Mary has been in the boss’s room for an hour and the door is locked. -I’m going to the USA tomorrow. -I went to bed late last night. -I have got a scholarship to Japan. -I have nothing to do. Speaking Practice conversations, using the information in 2. The first one is done for you as an example. ฝึกสนทนาโดยใช้ข้อมูลในข้อ 2 ดูข้อแรกเป็นตัวอย่าง
  47. 47. 47 ใบงานที่ 3 รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling WRITING 1. Write the –ed or –ing form of the word. 1. We were …………………..(tire) after our hike. We walked for two hours. 2. That teacher is a………………………(bore) speaker. I want to sleep in her class. 3. What…………………….(excite) news! You must be very happy. 4. I am………………………(disappoint) that you can’t come with us to the beach. 5. This movie is…………………………(disgust). There’s too much violence. Let’s go home. 6. What an…………………………(embarrass) mistake! I forgot her name! 7. Don’t be …………………………(discourage). Your English is improving all the time. 8. I have to take my driving test tomorrow. I’m a little……………………….(worry). 9. He was……………………………(confuse) when he told me about you. 10. The engine sound is very……………………………..(annoy). 2. Imagine that these things happen. How would you feel? Use this pattern: I would feel…………………..if………………… 1. You see a ghost. I would feel frightened if I see a ghost. 2. You win a holiday for two in Phuket. …………………………………………………………………………………………………….... 3. Someone writes you a letter which begins ‘You don’t know me, but actually I’m your sister…….’ ………………………………………………………………………………………………………. 4. You are in your bed when someone throws a large stone through your bedroom window. ……………………………………………………………………………………………………… 5. Your favorite film star dies. ……………………………………………………………………………………………................. 6. You meet the Prime Minister of Thailand. ………………………………………………………………………………………………………
  48. 48. 48 กิจกรรมที่ 1 “I’m feel...” (10 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling Date……/……../…….. คาชี้แจง : ให้นักเรียนนาความรู้ที่ได้จากบทเรียนไปใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อรายวิชาภาษาอังกฤษ เพิ่มเติม โดยวิธีการแสดงความคิดเห็นที่ Facebook ของครูกฤตยา ศรีริ แบบร่างความคิดเห็น (ภาษาไทย) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ความคิดเห็น (แปลเป็นภาษาอังกฤษ) ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… โพสต์ข้อความแล้วเมื่อวันที่ ……………………………………….. เวลา ……………………………….. Score: You get: 10 Signature ………………………… Teacher Date……/………/…….. http://www.facebook.com/kitayaguru1
  49. 49. 49 เกณฑ์การประเมินกิจกรรมที่ 1 (“I’m feel...”) 10 คะแนน รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Feeling คะแนน เกณฑ์ 4 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษา ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3 เขียนข้อมูลถูกต้อง ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ภาษาไม่ ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 1-2 ตาแหน่ง 2 เขียนข้อมูลถูกต้อง ค่อนข้างชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม ใช้ ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ 3-4 ตาแหน่ง 1 เขียนข้อมูลถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรมในบาง ประเด็น ใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากกว่า 5 ตาแหน่ง 0 เขียนข้อมูลไม่ถูกต้อง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับหัวข้อและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม คะแนนการส่งงานตรงต่อเวลา ตรงต่อเวลา = 2 คะแนน ไม่ตรงต่อเวลา = 1 คะแนน ค่าน้าหนัก = 2 คิดเป็น 5 x 2 = 10 คะแนน รวมทั้งสิ้น 10 คะแนน
  50. 50. 50 รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการอ่าน การประเมินความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจ ได้กาหนดทั้ง ความสาเร็จและข้อผิดพลาด ในการอ่าน ระดับความสามารถแบ่งเป็น 4 ระดับ ซึ่งแสดงถึงระดับความสามารถความเข้าใจในการอ่านดังนี้ ระดับ ความสามารถ เกณฑ์การ ประเมิน ความสามารถในการอ่าน 1 ควร ปรับปรุง ความถูกต้อง น้อยกว่า50 % การอ่านยังไม่ประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด มีความเข้าใจ ในเรื่องที่อ่านน้อย สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่อง ที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 50% ของจานวนข้อทั้งหมด 2 พอใช้ ความถูกต้อง น้อยกว่า70 % การอ่านเกือบประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่าน จับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้องน้อยกว่า 70 % ของจานวนข้อทั้งหมด 3 ดี ความถูกต้อง 70-80% การอ่านประสบความสาเร็จตามแบบฝึกหัดที่กาหนด สามารถอ่านจับ ใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ได้ถูกต้อง 70-80 % ของ จานวนข้อทั้งหมด 4 ดีมาก ความถูกต้อง มากกว่า 80% ประสบความสาเร็จในการอ่านตามแบบฝึกหัดที่กาหนดอย่างดีมาก สามารถอ่านจับใจความสาคัญ / รายละเอียดของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง มากกว่า 80% ของจานวนข้อทั้งหมด ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3 ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการอ่านให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่ โดย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
  51. 51. 51 รายงานการติดตามประเมินผลระดับความสามารถทักษะการเขียน การประเมินความสามารถทักษะการเขียนจะประเมินตามลักษณะกิจกรรมที่แสดงถึงความสามารถในการ เขียนแบบภาพรวมก่อน แล้วจึงจะประเมินแบบวิเคราะห์ส่วนย่อยของการใช้ภาษา ระดับ 1 หมายถึง ควรปรับปรุง ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 3 หมายถึง ดี ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก แบบการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับความสามารถ น้าหนักที่ให้ แบบภาพรวม ความสามารถในภาพรวม 1 - 2 - 3 - 4 30% แบบวิเคราะห์ส่วนย่อย • ความถูกต้องด้านไวยากรณ์ • การใช้คาศัพท์ สานวน • การสะกดคา • เครื่องหมายวรรคตอน • ความต่อเนื่องของเนื้อความ 1 - 2 - 3 - 4 70% ความสามารถที่ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ ระดับ 2 ความสามารถที่น่าพอใจ คือ ระดับ 3 ผู้เรียนควรพัฒนาความสามารถในการเขียนให้อยู่ในระดับ 3 โดยการย้อนกลับไปทาแบบฝึกหัดใหม่โดย ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
  52. 52. 52 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษอ่าน-เขียน 1 รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness มาตรฐานการเรียนรู้ข้อที่ ต 1.1, 1.2, 1.3, 2.1, 2.2, 3.1, 4.1, 4.2 1. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1) เข้าใจคาศัพท์สานวน และประโยคที่ใช้ในการสนทนา 2) สามารถเขียนสถานการณ์จาลองการสนทนาระหว่างบุคคล 2 คนขึ้นไปได้ 3) สามารถเขียน เรียบเรียง ข้อความเกี่ยวกับคนดีในชุมชนได้ 4) อ่านเนื้อหา หรือข้อความจากแหล่งข้อมูล แล้วสามารถตีความเพื่อทาความเข้าใจได้ 2. สาระการเรียนรู้ โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์ - When and If clauses (to express future time) - Conjunctions of time: before, after, as soon as, until คาศัพท์และสานวนภาษา once upon a time: a long time ago - used in children’s stories (กาลครั้งหนึ่ง) fairy tale (n.): a children’s story in which magical things happen or a story that someone has invented and is difficult to believe (เทพนิยาย) fable (n.): a traditional story that teaches a moral lesson, especially a story about animals (นิทานสั้นๆ ที่ให้คติธรรมโดยใช้สัตว์ต่างๆ เป็นตัวละคร) a while ago (adv.): a little or a short time ago (เมื่อสักครู่ที่แล้ว) scolding (n.): angry words of blame or complaint for someone for what he or she has done (คาพูดที่แสดงความโกรธเพื่อตาหนิหรือบ่นในสิ่งซึ่งใครบางคนได้ กระทา) outnumber (v.): to be more in number than another group (มีจานวนมากกว่า) splendid (adj.): wonderful, great (วิเศษ, ยอดเยี่ยม) petty thieves (n.): thieves who steal small and unimportant things or things that
  53. 53. 53 3. กระบวนการจัดการเรียนรู้ บทเรียนย่อยที่ 1 - ครูพูดแนะนาบทเรียนเกี่ยวกับการบูรณาการกับวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การ สืบค้นคนดีในสังคม และถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปแบบงานเขียน สื่อวิดีโอ หรือการ นาเสนอปากเปล่า - นักเรียนช่วยกันระดมความคิดเกี่ยวกับคุณลักษณะที่ดีของบุคคลที่เป็นตัวอย่างของคนทั่วไป เช่น อาสาสมัคร คุณครู ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น - ครูสอนให้นักเรียนรู้จักการใช้คาพูดเพื่อการสนทนา ตั้งแต่การทักทาย การชวนพูดคุยเรื่อง ทั่วไป จนถึงการปิดการสนทนาอย่างสุภาพ - นักเรียนในห้องจับคู่ แลกเปลี่ยนบทสนทนาซึ่งกันและกัน ด้วยการถามชื่อ นามสกุล และข้อมูล ทั่วไปของกันและกัน แล้วส่งตัวแทนออกมาพูดนาเสนอหน้าชั้นเรียนว่า ใช้คาถามอะไรบ้างใน การถามเพื่อให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบ - ครูสอนวิธีการพูดสนทนา และไวยากรณ์ทางภาษาที่จาเป็นสาหรับการพูดเล่าเรื่องราวในการ สนทนาต่างๆ โดยใช้ Conjunctions of time: before, after, as soon as, until เป็นตัวช่วย - ครูมอบหมายให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยการเขียนบทสนทนาโต้ตอบของ 2 คน โดยขึ้นต้น คาถามด้วย Wh- และ How- โดยยกตัวอย่างมาอย่างน้อง 5-10 บรรทัด - บทเรียนย่อยที่ 2 - ครูสอนเรื่อง When and If clauses (to express future time) เพื่อให้ผู้เรียนนาไปประยุกต์ใช้ใน การพูด การเขียน เพื่อเล่าเรื่องราว หรือถ่ายทอดเรื่องราวให้อีกฝ่ายเข้าใจ โดยใช้เงื่อนไขที่เป็น เหตุเป็นผลกัน - ครูมอบหมายงานให้นักเรียนปฏิบัติภาระงาน (งานกลุ่ม) ในการสืบค้นคนดีในท้องถิ่น ชุมชน หรือในโรงเรียน แล้วเก็บประวัติข้อมูล กิจวัตรประจาวันมาพอสังเขป แล้วเขียนถ่ายทอด ออกมาโดยใช้ไวยากรณ์ทางภาษาอังกฤษที่ได้เรียนไปนั้นมาประกอบการเขียน - นักเรียนจัดทากิจกรรมเสริมทักษะด้วยการทาสื่อหนังสั้น 3-5 นาที ประกอบการปฏิบัติภาระ งาน และส่งบทอ่าน สคริปต์ ให้ครูผู้สอนทางอีเมล์ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง - ครูอภิปรายสรุปผลของการทากิจกรรม และสิ่งที่นักเรียนได้รับหลังการปฏิบัติภาระงาน 4. การวัดและการประเมินผล 1. เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติภาระงาน 2. แบบสังเกตการปฏิบัติงานกลุ่ม
  54. 54. 54 5. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. พจนานุกรมฉบับไทยเป็นอังกฤษ และอังกฤษเป็นไทย 2. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ - http://www.krupu.com - http://www.krupu.com/smedu 6. ความสัมพันธ์กับวิชาอื่น 1) สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) ภาษาไทย
  55. 55. 55 กิจกรรมที่ 1 เขียนตัวอย่างบทสนทนาในสถานการณ์จาลองที่กาหนดขึ้นเอง อย่างน้อย 5-10 บรรทัด Example: Kitaya Hello, What’s your name? Polla Hello, My name is Polla and you can call me short for Pole. Kitaya Great, I love you short name. What are you doing? Polla Oh! I’m try to fix something about this. Kitaya It’s about? Polla It’s about the C-Programming. I can’t find a syntax-error. It’ s over 270 lines. Kitaya Oh! My god, Big problem yet. Polla Can you help me, please? Kitaya Ahhh! I don’t like programming and I don’t know anything else, Sorry sir. Polla OK, Bloody hell. Kitaya I’ll ask my friend at Thammasat University yet, just 2-3 days I hope you can wait for me. Polla Thanks, I can. If you get the solution please email to me, Pollabb2@hotmail.com Kitaya Ya!!! OK, Bye. Polla Bye, See you! Situation: ____________________________
  56. 56. 56 กิจกรรมที่ 2 สืบค้นคนดีในโรงเรียน ชุมชน สังคม แล้วเขียนรายละเอียดให้ครบถ้วนตามที่กาหนด Who? : _________________________________________ We’re interesting in his/her life event because, _______________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ _______________________________________________________________ Outline for workshop!! Storyboard Activities Time Scripts Score: Get: 5 Signature ………………………… Teacher Date……/………/……..
  57. 57. 57 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 1 (5 คะแนน) รายวิชา ภาษาอังกฤษ รหัสวิชา อ32201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง The Seeding of Goodness ประเด็น การประเมิน ระดับคะแนน/ คาอธิบายระดับคุณภาพ น้าหนัก ความ สาคัญ คะแนน รวม4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2(พอใช้) 1 (ควรปรับปรุง) เนื้อหา เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา อย่างสมบูรณ์ เขียนถูกต้อง ครอบคลุมเนื้อหา เป็นส่วนใหญ่ เขียนผิดบ้าง และ ไม่ครอบคลุม เนื้อหา เขียนผิดมาก และ ให้ข้อมูลน้อย 2 4 คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้าง ภาษา ใช้คาศัพท์ สานวน และโครงสร้างภาษา ถูกต้อง เหมาะสม และหลากหลาย ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา ถูกต้องเหมาะสม ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดบ้าง ใช้คาศัพท์ สานวน และ โครงสร้างภาษา แบบง่ายๆ และมี ข้อผิดมาก 2 4 องค์ประกอบ ของงานเขียน องค์ประกอบของ งานเขียนแสดงให้ เห็นความริเริ่ม สร้างสรรค์มี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนมี ความสัมพันธ์ ต่อเนื่องน่าสนใจ องค์ประกอบของ งานเขียนน่าสนใจ ขาดความสัมพันธ์ ต่อเนื่อง องค์ประกอบของ งานเขียน ไม่น่าสนใจ 1 4 รวม 5 20 คะแนนสุทธิ (คะแนนรวม หาร 4) 10 เกณฑ์การประเมิน: นักเรียนต้องได้คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 60 % หรือ 3 คะแนน จึงจะผ่านเกณฑ์ วิธีคิดคะแนน: 1) ค่าน้าหนักความสาคัญ × ระดับคะแนนที่นักเรียนได้ = คะแนนรวม 2) นาคะแนนรวมหาร 4 จะได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน (เศษทศนิยม เกิน .5 ปัดขึ้นทันที)
  58. 58. 58 เกณฑ์การประเมินผลกิจกรรมที่ 2 (5 คะแนน) รา฀

×