Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

อินโดนีเซีย

2,679 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

อินโดนีเซีย

  1. 1. อินโดนีเซีย เด็กทีถูกลักพา ่ ่ คืนที่มืดตื้อคืนหนึ่ง นาน นานมาแล้ว ในภาคใต้ของเกาะที่ชื่อว่า สุ ลเวสี มีเงาตะคุมาย่องอย่างเงียบกริ บออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง เป็ นร่ างชายคนหนึ่งแบกอะไรหนักๆ มาบนหลังแน่นอน ชายผูน้ นต้อง ้ ัเป็ นขโมย แต่อะไรเล่าที่เขาแบกมานัน ในที่สุดเมื่อมาถึงชายป่ า ขโมยผูน้ นก็วางของที่เขาแบกมาลงกับ ่ ้ ัพื้นดิน และนันก็คือ เด็กผูชายคนหนึ่งซึ่ งมีอายุพ่ ึงจะสิ บขวบ ่ ้ “ตอนนี้ แกเดินไปเองเถอะ” ขโมยพูดเสี ยงกร้าวๆ กับเด็ก เด็กคนนี้ถูกลักตัวมาจากบ้านบิดาของเขา และเขารู ้ตวว่า ขโมยผูน้ ีต้ งใจจะเอาเขาไปขายเป็ นทาส ั ้ ัอย่างที่ขโมยชอบทากับเด็กๆอยูบ่อยๆในสมัยนั้น ่ “ไป เดินไป” ขโมยพูดเสี ยงออกทางไรฟัน พลางผลักไสเด็ก เด็กลุกขึ้นช้าๆ เดินตามชายผูน้ นเข้าไปในป่ า เขาอยากจะวิงหนีกลับไปหาบิดามารดาของเขาเต็มที ้ ั ่ ้ ั ้ ่ ั ่แต่ขโมยผูน้ ีคนเดียวเท่านั้นที่รู้จกหนทางในป่ ามืดตื้อ มีตนไม้เก่าแก่ใหญ่ๆอยูหนาแน่น เด็กชายรู ้ตวดีวาช่วยตัวเองไม่ได้ จึงยอมมอบชีวตไว้ในมือของโชคชะตา แล้วพยายามคิดว่าควรจะทาอย่างไร เขาใช้สมอง ิคิดแล้วคิดอีก จนถึงกับลืมความเจ็บปวดที่แผลฟกช้ าดาเขียวตามแขนและขาของเขา ในที่สุดหลังจากที่ได้คิดมามากมายแล้ว เด็กชายก็คิดแผนการอย่างหนึ่งได้ เขาหยุดเดินทันที กอดท้องไว้แน่น แล้วนังขัดสมาธิ ลงกับพื้นดิน ่ ชายคนนั้นหันมาดูแล้วพูดว่า “ลุกขึ้น ประเดี๋ยวฉันตีตาย” ่ ่ ั แต่เด็กนั้นยังนังอยูกบพื้น แหงนหน้าขึ้นมองอย่างน่าเวทนา “ลุกขึ้นไม่ไหวครับ” เขาครางหงิงๆ“ปวดท้องเหลือเกิน กระดุกกระดิกไม่ได้” “เดินไม่ได้เลยเชียวหรื อ” ชายผูน้ นถาม ้ ั เด็กชายสั่นศีรษะ ทาท่าเหมือนกับว่าความปวดยิงรุ นแรงมากขึ้น “คุณต้องอุมผมไปแล้วละ ผม ่ ้ปวด จนก้าวขาไม่ออกแล้ว” “เอ้า! ตกลง” ชายผูน้ นบ่นพึมพา “แต่ตองเลิกร้องไห้ เงียบเสี ยงเสี ยที” ้ ั ้ ดังนั้นเด็กจึงปี นขึ้นไปเกาะหลังชายผูน้ น และดีใจที่แผนการขั้นแรกนี้ได้ผล ชายผูน้ นเดินต่อไป ้ ั ้ ัเรื่ อยๆ พอไปได้สกพักหนึ่ง เด็กนั้นก็เอาเท้ากระทุงสี ขางชายผูน้ น ั ้ ้ ้ ั
  2. 2. “อะไรอีกล่ะ ไอ้เด็กเวร” ชายนั้นถาม “กรุ ณาหน่อยเถอะครับ เล่านิ ทานให้ผมฟังหน่อยได้ไหม” เด็กพูด “ผมจะได้ไม่รู้สึกปวดท้องมากนัก” “เล่านิทานให้แกฟัง ทั้งๆ ที่ฉนต้องแบกแกหนักจะตายอย่างนี้น่ะหรื อ เออ! ดีนี่” ั เด็กชายแอบยิมกับตัวเอง มันเป็ นไปอย่างที่เขาต้องการ ชายผูน้ ีจะต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะมีเด็กขี่ ้ ้หลัง ต้องรี บเดินเร็ วๆ แล้วยังจะต้องเล่านิทานในเวลาเดียวกันนี้อีกด้วย “รู้ไหม” ขโมยเริ่ มต้นเล่านิทาน “ว่าต้นไม้ใหญ่ในเรื่ องที่ฉนจะเล่าให้แกฟัง ต้นไม้น้ นน่ะ มันใหญ่ ั ัเสี ยยิงกว่าเอาต้นไม้ทุกๆ ต้นที่ในโลกมามัดรวมกันเข้าเสี ยอีก” ่ ้ ั ู ้ ่ เด็กชายครางฮือ ชายผูน้ นก็พดว่า “ไอ้ทองบ้าของแกยังปวดอยูอีกหรื อ” “ทนแทบไม่ไหวแล้วครับ...แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ” “เออ! ทีน้ ีก็ ในสมัยเดียวกันนั้นนะ มีขวานยักษ์เล่มหนึ่ง เป็ นขวานที่ใหญ่ท่ีสุดในโลก ด้ามของมันจดทิศตะวันออก ตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัวขวานจดทิศตะวันตก ตรงที่พระอาทิตย์ตก.......เฮ้ย ท้องแกเป็ นอย่างไรบ้างแล้ว ตอนนี้ ” ่ “โอ! ยังปวดอยูครับ แต่กรุ ณาเล่าต่อไปเถอะ” “เออ! ครั้งหนึ่ง มีควายยักษ์ตวหนึ่ง ตัวใหญ่กว่าโลกนี้เสี ยอีก พอมันขยับตัวนิดเดียวแผ่นดินไหว ัคลอน สั่นสะเทือน นี่แหละ ที่มนทาให้เกิดแผ่นดินไหวละ” ั “โอ๊ย! อูย! ท้องของผม” ๊ “เงียบน่ะ แกนี่มนถูกตามใจเสี ยจนเสี ยเด็ก เอาละ ฉันจะล่าให้ฟัง ว่ามีหวายเส้นหนึ่งยาว ยาว ัมาก”
  3. 3. “อะไรครับ หวายน่ะ” “ก็ตนไม้เลื้อยชนิ ดหนึ่ง ใบเหมือนใบปาล์ม กิ่งก้านมันยาวเลื้อย เหมือนเชือกน่ะใช้มดอะไรๆ ก็ ้ ัได้ และหวายเส้นนี้ยาวมาก ยาวจนพับได้รอบแผ่นดินเจ็ดทวีปกับอีกเจ็ดมหาสมุทร...แกหยุดเงียบกริ บไปอย่างกะทันหันทีเดียวนะ เป็ นอย่างไร” ชายนั้นถามและเหลียวมาดูเด็กที่บนหลัง “เรื่ องของคุณสนุกดีมาก” เด็กตอบ แต่ที่จริ งแล้วเขาไม่เชื่ อคาพูดของชายผูน้ นแม้แต่คาเดียว ้ ั “ครั้ งหนึ่งน่ะ” ชายผูน้ นเล่าต่อ “มีบานหลังหนึ่ง ใหญ่โตที่สุดที่แกเคยเห็น มันทั้งใหญ่ท้ งสู ง ้ ั ้ ัจนกระทังถ้าใครโยนไข่ไก่ลงมาจากหลังคาบ้านหลังนั้น ไข่จะแตกออกเป็ นลูกไก่ แล้วจะกลายเป็ นไก่ตว ่ ัโตๆ เสี ยตั้งแต่มนยังตกลงมาไม่ถึงพื้นดินแน่ะ” ั “โอ้โฮ!” เด็กนั้นร้องอุทาน “บ้านอะไรใหญ่อย่างนั้น...เอ้า ทีน้ ีถึงตาของผมบ้างแล้ว ผมจะเล่านิทานให้คุณฟัง” เด็กนั้นยังคงดาเนินแผนการที่คิดว่าจะหนี “เออ! ดี” ชายผูน้ นพูด “ตอนนี้ ทองเป็ นอย่างไรบ้างล่ะ” ้ ั ้ “ค่อยยังชัวนิดหนึ่งครับ ขอบคุณ ผมคิดว่าคงจะหายเป็ นปลิดทิง ถ้าผมเล่าเรื่ องของผมให้คุณฟัง ่ ้บ้างแล้ว” “ดี ถ้าอย่างนั้นก็เล่าไปซี ” ั “เอาละครับ เรื่ องของผมนั้น เป็ นเรื่ องกลองใบใหญ่มหึ มา ซึ่ งเขาใช้กนนานนักหนาแล้วมันใหญ่เสี ยจนกระทัง ถ้ามีใครตีกลองนี้ข้ ึน คนทุกๆ คนในโลกนี้ ตลอดขึ้นไปจนถึงเทวดานางฟ้ าบนสวรรค์ที่จะ ่ ัได้ยนเสี ยงกลองใบนี้กนทั้งนั้น” ิ “เฮ้ย! เหลวไหล” ชายผูน้ นขัดคอ “กลองอะไรจะใหญ่อย่างนั้น” ้ ั
  4. 4. “ทาไมเล่าครับ” “ใครจะไปหาไม้ที่ไหนใหญ่โต พอที่จะเอามาทากลองใบเท่านั้น และถึงหากว่ามีตนไม้ใหญ่มากจะ ้เอาอะไรไปโค่นต้นไม้ใหญ่อย่างนั้น” ตอนนี้ชายผูน้ นเหนื่ อยจนหอบแล้ว ดังนั้นเขาจึงวางเด็กลงกับพื้นดิน และบอกว่า จะหยุดพักเสี ย ้ ัสักหน่อยหนึ่งก่อน เด็กนั้นแอบยิม แผนการของเขาได้ผลดีข้ ึน ดีข้ ึนเรื่ อยๆ ้ “ว่ายังไงเล่า” ชายผูน้ นถาม ้ ั “อ๋ อ! ก็ง่ายนี่ครับ เขาก็ได้มาจากต้นไม้ตนใหญ่ที่คุณเล่าให้ผมฟัง ที่วาใหญ่กว่าเอาต้นไม้ทุกต้นใน ้ ่โลกนี้มามัดรวมกัน แล้วเขาก็ฟันมันลงด้วยขวานยักษ์เล่มที่ดามจดทิศตะวันออกตรงที่พระอาทิตย์ข้ ึน หัว ้จดทิศตะวันตกตรงที่พระอาทิตย์ตกนันยังไงล่ะครับ อย่างที่คุณเล่าให้ผมฟังน่ะ” ่ ขโมยที่ลกพาเด็กมาชักจะขัดใจ “ดีละ เขาโค่นต้นไม้ยกษ์ดวยขวานยักษ์เล่มนั้นแต่ฉนก็ยงว่า ั ั ้ ั ัเหลวไหล! เป็ นไปไม่ได้ เขาจะไปหาหนังที่ไหนแผ่นใหญ่พอที่จะมาหุ มกลองใบนั้น”้ “โอ๊ย! นันก็ยงง่ายอีกละครับ คุณบอกว่ามีความยักษ์ตวใหญ่กว่าในโลกนี้ท้ งโลก ถ้ามันขยับตัวนิด ่ ั ั ัเดียว จะทาให้แผ่นดินไหว หนังมันจะต้องกว้างใหญ่พอจะหุ มกลองได้จริ งไหมครับ” ้ “แล้วจะเอาอะไรรัดกลองใบนั้นล่ะ” “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป ่ ัมหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ” ่ “พุทโธ่! เขาก็ใช้หวายเส้นยาวที่คุณเล่าให้ผมฟังนันแหละ หวายเส้นที่พนได้รอบทวีปทั้งเจ็ดทวีป ่ ัมหาสมุทรอีกเจ็ดมหาสมุทร นันละ” ่ ชายตัวใหญ่ที่มีสมองเล็ก ไม่อยากให้เด็กน้อยคนนี้เกินหน้าเขาไปในเชิงสติปัญญา ดังนั้นจึงพูดอีก ่ ่ว่า “ดีละ เท่าที่วามานี้ ฉันก็วาพอจะเป็ นไปได้ แต่บอกหน่อยซิ ว่าจะเอากลองใบใหญ่เท่านี้ไปแขวนไว้ที่ไหน” “ก็ในบ้านยักษ์ของคุณยังไงล่ะครับ บ้านที่สูงจนกระทัง ใครโยนไข่ลงมาจากหลังคา ไก่จะออกมา ่จากฟอง และโตเป็ นไก่ตวโตฯ ก่อนที่มนจะลงมาถึงพื้นดิน” ั ั ชายผูน้ นนึกไม่ออก ว่าจะหาอะไรมาพูดอีก เขาประหลาดใจว่า เด็กคนนี้ทาไมจึงเก่งอย่างนี้” ราว ้ ั ั ั ่กับว่า มันมาย้อนเล่าเรื่ องที่ฉนเล่าเองมาเล่าให้ฉนฟัง” เขาคิดอยูในใจแล้วจึงแสร้งทาเป็ นลืมเรื่ องที่เล่ามาทั้งหมด เขาถามเด็กว่า “แกมีพี่นองบ้างหรื อเปล่า” ้ “มีซีครับ พี่ของผมมีพี่นองสองคน และน้องมีพี่สองคน ผมมีพี่กี่คน มีนองกี่คน ล่ะครับและผม ้ ้เป็ นลูกคนที่เท่าไหร่ ” “ฮะ!” ชายโง่คนนั้นพูดได้เพียงเท่านั้น “ง่ายนิดเดียว พ่อแม่ผมมีลูกสามคน ผมเป็ นลูกคนที่สอง ดังนั้น น้องของพี่ผมก็คือน้องของผมกับตัวผมเอง และพี่ของน้องผมก็คือพี่ของผมกับตัวผมเอง”
  5. 5. ถึงตอนนี้ ชายที่ลกพาเด็กมาก็รู้สึกว่า เด็กผูน้ ีมีปัญญาเฉลียวฉลาดมากกว่าเขา “มันทาให้ฉนอิด ั ้ ั ่หนาระอาใจเสี ยแล้ว” เขาคิดอยูในใจ “ถ้าขืนเอามันไว้ จะเป็ นภัยอันตราย” ดังนั้นเขาจึงตัดสิ นใจว่า ่จะต้องพาเด็กคนนั้นไปส่ งคืนให้พอแม่ เขาเดินกลับ พาเด็กหัวแหลมนั้นมาส่ งบ้าน เด็กนั้นยิมกับตัวเองในความมืดกลางดึก ้ พอส่ งเด็กเข้าบ้านแล้ว ชายผูน้ นก็รีบย่องออกจากบ้านไปทันที ถอนใจใหญ่อย่างโล่งอกแล้วหาย ้ ัเข้าไปในป่ าอันมืดมิด ผู้เล่ า ซากิมัน ม.ด. ผู้แปล อาตี น. ฮาดีมัดชา ผู้เขียนภาพ อิรซาม

×