OM Theory (Ch.2)

7,670 views

Published on

OM Theory (Ch.2), Organization and Management Class, Aj.Watjana Poopanee, Mahasarakham Business School, Mahasarakham University

Published in: Business
0 Comments
20 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
7,670
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
12
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
20
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

OM Theory (Ch.2)

  1. 1. Management Approach แนวคิดทางการจัดการ Watjana Poopanee Mahasarakham Business School Mahasarakham University E-mail : watjana.p@acc.msu.ac.th 1
  2. 2. เนือหา ้- แนวคิดและทฤษฎีทางการจัดการ- แนวคิดการจัดการยุคคลาสสิค (Classical Approach)- แนวคิดการจัดการเชิงพฤติกรรม (Behavioral Approach)- แนวคิดการจัดการเชิงปริมาณ (Quantitative Approach)- แนวคิดการจัดการร่ วมสมัย (Contemporary Approach) 2
  3. 3. Management Approach (แนวคิดทางการจัดการ) 3
  4. 4. แนวคิดและทฤษฎีทางการจัดการแนวคิด (Concept) หมายถึง การสรุปและจัดระเบียบเรื่ องราวจากรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อวางเป็ นหลักการทฤษฎี (Theory) หมายถึง แนวความคิดที่เกิดขึ ้นอย่างมีหลักเกณฑ์มี ก ารทดสอบและการสั ง เกตจนเป็ นที่ แ น่ ใ จเป็ นข้ อสรุ ป อย่ า งกว้ างขวางที่ พรรณนาและอธิ บายพฤติก รรมการจัดการอย่างเป็ นระบบ Concept (แนวคิด) VS Theory (ทฤษฎี) 4
  5. 5. แนวคิดทางการจัดการในยุคต่ าง ๆที่มา : Management : from the Executive’s Viewpoint (ดร.สาคร สุขศรี วงศ์) 5
  6. 6. แนวคิดทางการจัดการในยุคต่ าง ๆ แนวคิดด้ านการจัดการ ContemporaryClassical Approaches Behavioral Approaches Quantitative Approaches Approaches (ยุคดังเดิม) ้ (เชิงพฤติกรรม) (เชิงปริมาณ) (เชิงร่ วมสมัย) การจัดการเชิง การศึกษาที่เมือง การบริหารในเชิง การจัดการเชิงระบบ วิทยาศาสตร์ ฮอร์ ธอร์ น วิทยาการจัดการ การจัดการตาม การจัดการเชิงบริหาร ทฤษฎีแรงจูงใจของ การจัดการเชิงบริหาร Abraham Maslow สถานการณ์ การจัดการระบบ ขบวนการแนวคิด ฯลฯ ราชการ มนุษยสัมพันธ์ 6
  7. 7. 1. แนวคิดยุคคลาสสิ ค (Classical Approach)1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management)1.2 แนวคิดการจัดการเชิงบริ หาร (Administrative Management)1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) 7
  8. 8. 1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) การจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) เกิดขึ ้นในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมจากนักวิทยาศาสตร์ และนักคิดในยุคนัน ที่ต้องการพัฒนา ้ประสิทธิภาพในการทางาน โดยมีการตังสมมุติฐาน กาหนดตัวแปร ทดลอง และ ้วัดผลการทดลองในกรณีตาง ๆ ซึงคล้ ายกับหลักการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ่ ่ แนวความคิดนี ้เกิดจากแนวคิดของ Frederick Winslow Taylor (1856) และมีผู้สนับสนุนแนวคิด ที่สาคัญนี ้ คือ Henry Gantt รวมทัง้ Frank and Lillian Gilberth 8
  9. 9. 1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) Frederick Winslow Taylor (1856) เฟรดเดอริก วินสโลว์เทย์ เลอร์ ผู้ค้นพบการพัฒนาประสิทธิภาพในการทางาน จนได้ชื่อว่าเป็ น “บิดาแห่งการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ ” หลักในการจัดการ 4 ประการคือ 1. ในการทางานแต่ละงาน ให้ ใช้ วิธีทางวิทยาศาสตร์ ในการ คิดค้ นและกาหนด “วิธีที่ดีที่สด” สาหรับงานนัน ุ ้ 2. ให้ จดหมวดหมูในการทางานให้ เหมาะสม ั ่3. คัดเลือกคนงานที่เหมาะสมแล้ วฝึ กอบรมและพัฒนาตามวิธีการที่กาหนด4. ให้ ฝ่ายบริ หารประสานงานและทาความเข้ าใจกับคนงานในเรื่ องต่าง ๆ อย่างใกล้ ชิด 9
  10. 10. 1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) Henry Gantt (เฮนรี่ แกนท์ ) ซึงสร้ างผลงานที่มีชื่อเสียงและ ่ยังใช้ อยู่ในทุกวันนี ้ คือการกาหนดแผนภูมิการทางานในรู ปแบบ“Gantt Chart” 10
  11. 11. 1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) ตัวอย่ าง “Gantt Chart” 11
  12. 12. 1.1 แนวคิดการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ (Scientific Management) Frank and Lillian Gilbreth (แฟรงค์ และ ลิเลียนกิ ล เบร็ ต ) มี ผ ลงานที่ ส าคั ญ คื อ การศึ ก ษาความเคลื่ อ นไหวในการท างานเพื่ อ ลดการเคลื่ อ นไหวที่ ไ ม่จ าเป็ นออกไป จึ ง ท าให้ ส ามารถลดระยะเวลาในการทางาน และลดความเมื่อยล้ าจากขันตอนการทางานที่ไม่ ้จ าเป็ น จึ ง เป็ นที่ ม าของการศึ ก ษา การยศาสตร์(Ergonomics) ในปั จจุบน โดยหลักการที่สาคัญคือ ั 1. เวลาและการเคลื่อนไหว (Time and Motion) 2. เทคนิคการทางานให้ ง่ายขึ ้น (Job simplification) 3. การกาหนดมาตรฐานของงาน (Work standard) 4. การจ่ายค่าจ้ างจูงใจ (Incentive wage plans) 12
  13. 13. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) การจัดการตามหลักการบริ ห าร (Administrative Management) เป็ นแนวคิดที่ สองของแนวคิด หลักการแบบดังเดิม ที่ ใ ห้ ความสาคัญกับหลักการ ้จัดการของผู้บริ หารในภาพรวมทังหมด และแนวทางของการจัดโครงสร้ างที่ดี ้ที่สดขององค์การ แนวคิดการจัดการเชิงบริ หารเห็นว่าประสิทธิภาพขององค์การ ุอาจเพิ่มขึ ้นได้ โดยการปรับปรุ งกระบวนการบริ หาร ซึ่งถือเป็ นวิถีทางที่นาไปสู่จุดมุงหมายขององค์การได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ่ โดยบุคคลที่สาคัญสาหรับแนวคิดการจัดการเชิงบริ หาร ได้ แก่ Henry Fayol(1841) 13
  14. 14. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) Henry Fayol (1841) อองรี ฟาโยล์ เป็ นผู้ที่มีบทบาทสาคัญต่อการพัฒนาแนวคิดการจัดการเชิงบริ หารซึ่งต่อมาได้ รับชื่อว่าเป็ น “บิดาแห่งการจัดการแนวใหม่ ”ผลงานที่สาคัญ คือ- การริเริ่มกาหนดกิจกรรมหลักในองค์กรธุรกิจ(Business Activities)- หน้ าที่ทางการจัดการ (Management Function)- คุณลักษณะของผู้จดการ ั- หลักการจัดการ (Principle of Management) 14
  15. 15. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) กิจกรรมหลัก (Business Activities) ในองค์ กรธุรกิจ 6 ประการ 1. เทคนิคและการผลิต (Technical & Production) 2. การพาณิชย์ (Commercial) 3. การเงิน (Financial) 4. ความมันคง (Security) ่ 5. การบัญชี (Accounting) Henry Fayol (1841) 6. การจัดการ (Management) 15
  16. 16. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) หน้ าที่ทางการจัดการ (Management Function)1. การวางแผน (Planning) คือ การกาหนดแนวทางของกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทาในอนาคต2. การจัดองค์ การ (Organizing) คือ การจัดหาและใช้ทรัพยากรเพื่อนาไปสูการปฏิบติตามแผน ่ ั3. การบังคับบัญชา (Commanding) คือ การคัดเลือก ชีนา และ ้ประเมินผลพนักงานเพื่อประกันผลการทางานสูงสุตามแผนที่วางไว้4. การประสานงาน (Coordinating) คือ การผนึกความพยายามและความร่วมมือจากหน่วยต่าง ๆ ในองค์การเข้ าด้ วยกัน การแบ่งปั นข้ อมูลและการร่วมกันแก้ ไขปั ญหา5. การควบคุม (Controlling) คือ การสร้ างหลักประกันว่างานต่าง ๆ จะเป็ นไปตามแผนและการแก้ ไขปรับปรุงข้ อบกพร่องที่เกิดขึ ้น 16
  17. 17. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) คุณลักษณะของผู้จัดการ 5 ประการ ได้ แก่ 1. มีร่างกายแข็งแรง 2. มีสิตปั ญญา 3. มีความรู้ 4. มีความสามารถ 5. มีประสบการณ์ 17
  18. 18. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management)หลักการจัดการ (Principles of Management) 14 ข้ อ1. การแบ่งงานกันทา (Division of Work)2. อานาจหน้ าที่และความรับผิดชอบ (Authority and Responsibilities)3. ระเบียบวินย (Discipline) ั4. เอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command)5. เอกภาพในแนวทาง (Unity of Direction)6. ประโยชน์สวนบุคคลเป็ นรองประโยชน์สวนรวม (Subordination of ่ ่ Individual to General Interest)7. ผลประโยชน์ตอบแทน (Remuneration)
  19. 19. 1.2 แนวคิดการจัดการเชิ งบริหาร (Administrative Management) หลักการจัดการ (Principles of Management) 14 ข้ อ8. การรวมอานาจไว้ ที่สวนกลาง (Centralization) ่9. การจัดสายการบังคับบัญชา (Scalar Chain)10. ลาดับขันในการบังคับบัญชา (Order) ้11. ความเสมอภาค (Equity)12. ความมันคงในการจ้ างงาน (Stability of Tenure) ่13. ความคิดริเริ่ม (Initiative)14. ความสามัคคี (Esprit de Corps)
  20. 20. 1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) การจั ด การตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) เป็ นแนวความคิ ด ทางการจั ด การตามระบบราชการ มุ่ ง เน้ นการศึ ก ษาระบบโครงสร้ างองค์การที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะองค์การขนาดใหญ่ ได้ แก่รัฐบาล ทหาร ธุรกิจ การเมือง และองค์การอื่น ๆ จะมีความซับซ้ อนของงานและมีความเป็ นทางการสูง โดยบุค คลที่ ส าคัญ สาหรั บ แนวคิ ดการจัด การตามระบบราชการ ได้ แ ก่Max Weber
  21. 21. 1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) Max Weber (แมกซ์ เว็บเบอร์ ) นักสังคมวิทยาชาวเยอรมัน ได้ ทาการศึกษาระบบโครงสร้ างองค์การ ซึง ่ในการศึ ก ษาของเขาได้ เน้ นไปที่ ก ารท างานภายในองค์การ และการพิจารณาโครงสร้ างของสังคมโดยรวมที่เกี่ ย วข้ อ งสัม พัน ธ์ กับ อ านาจหน้ า ที่ โดยเรี ย กรู ป แบบอง ค์ ก า รใ น อุ ด มค ติ ขอ ง เข าว่ า “ ร ะบ บร า ชก า ร(Bureaucracy)” โดยเค้ าเชื่อว่ารู ปองค์การแบบนี ้จะทาให้ Max Weberการทางานมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย Max Weber ได้ กาหนดลักษณะขององค์การตามแนวคิดในระบบ ราชการ 5 คุณลักษณะดังนี ้ 21
  22. 22. 1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) คุณลักษณะ 6 ประการตามแนวคิด Max Weber1. การแบ่ งงานกันทาตามความถนัด (Division of work) งานต่างๆ ในองค์การจะถูกแตกแยกออกเป็ นงานเล็ก ๆ ง่าย ๆ มีลกษณะ ัเป็ นงานประจา (Routine) และเป็ นงานที่ถกกาหนดไว้ อย่างดี ซึงจะ ู ่ช่วยทาให้ บคคลที่ปฏิบติงานเกิดความเชี่ยวชาญในงานเฉพาะด้ าน ุ ัและมีความรับผิดชอบต่องานที่ปฏิบติั Max Weber2. การจัดโครงสร้ างองค์ การลดหลั่นกันไปตามลาดับขันของอานาจหน้ าที่ (Hierarchy ้of authority) มีการกาหนดโครงสร้ างของอานาจหน้ าที่ ลาดับชันของสายการบังคับบัญชาจะ ้ลดหลันกันลงไปตามลาดับผู้ที่อยู่ในตาแหน่งที่สงกว่าจะบังคับบัญชาผู้ที่อยู่ในตาแหน่งที่ต่า ่ ูกว่า 22
  23. 23. 1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) คุณลักษณะ 6 ประการตามแนวคิด Max Weber3. การมีกฎ ระเบียบ ข้ อบังคับ และวิธีท่ ีปฏิบัติอย่ างเป็ นทางการมีลายลักษณ์ อักษรชัดเจน (Formal rules, regulationsand procedures) ซึ่งจะส่งเสริ มให้ มีการทางานอย่างเป็ นระบบมีมาตรฐานในการทางาน โดยมีการประสานงานของงานต่าง ๆ ได้ ดี Max Weberขึ ้น โดยทุกคนต้ องปฏิบติตามกฎนัน ั ้4. ความสัมพันธ์ ท่ เป็ นทางการ (Impersonality) ความสัมพันธ์ ของตัวบุคคลในองค์การโดย ีไม่มีเรื่ องความสัมพันธ์สวนตัวเข้ ามาเกี่ยวข้ อง การปฏิบติหน้ าที่ในองค์การจะมีลกษณะเป็ น ่ ั ัทางการ ไม่ยดถือตัวบุคคลคือทุกคนได้ รับการปฏิบติอย่างเท่าเทียมกัน ึ ั 23
  24. 24. 1.3 แนวคิดการจัดการตามระบบราชการ (Bureaucratic Management) คุณลักษณะ 6 ประการตามแนวคิด Max Weber5. การคัดเลือกบุคคลอย่ างเป็ นทางการ (Formal selection) ในการคัดเลือกบุคคลเข้ าทางานและการเลื่อนตาแหน่งให้ สงขึ ้นจะต้ อง ูอาศัยหลักความสามารถซึ่งวัดได้ จากผลการปฏิบติงาน การศึกษา ัการฝึ กอบรม และการสอบ นอกจากนี ้ การให้ ออกจากงานก็จะต้ องมีหลักเกณฑ์ที่ชดเจน ั Max Weber6. ความเป็ นสายอาชีพ (Career orientation) ผู้บริ หารในระบบราชการจะเป็ นผู้บริ หารมืออาชีพมากกว่าเป็ นเจ้ าของกิจการ โดยทางานภายใต้ เงินเดือนประจา และมุ่งพัฒนาวิชาชีพของตนในองค์การ 24
  25. 25. แนวคิดทางการจัดการในยุคต่ าง ๆ แนวคิดด้ านการจัดการ ContemporaryClassical Approaches Behavioral Approaches Quantitative Approaches Approaches (ยุคดังเดิม) ้ (เชิงพฤติกรรม) (เชิงปริมาณ) (เชิงร่ วมสมัย) การจัดการเชิง การศึกษาที่เมือง การบริหารในเชิง การจัดการเชิงระบบ วิทยาศาสตร์ ฮอร์ ธอร์ น วิทยาการจัดการ การจัดการตาม การจัดการเชิงบริหาร ทฤษฎีแรงจูงใจของ การจัดการเชิงบริหาร Abraham Maslow สถานการณ์ การจัดการระบบ ขบวนการแนวคิด ฯลฯ ราชการ มนุษยสัมพันธ์ 25
  26. 26. 2. แนวคิดการจัดการเชิงพฤติกรรม (Behavioral Approach)2.1 กรณีศึกษาที่เมืองฮอร์ ธอร์ น (The Hawthorne Studies)2.2 ทฤษฎีแรงจูงใจของ Abraham Maslow2.3 ขบวนการแนวคิดมนุษยสัมพันธ์ (The human relations movement) 26
  27. 27. 1.1 กรณีศึกษาที่เมืองฮอร์ ธอร์ น (The Hawthorne Studies) การศึ ก ษาที่ ฮ อว์ ธ อร์ น เป็ นการศึ ก ษาทดลองทางพฤติ ก รรมศาสตร์ ข องมนุษ ย์ ใ นการท างาน ผู้ น าในการศึ ก ษาวิ จัย ครั ง นี ้ คื อ เอลตัน มาโย (Elton ้ Mayo) ได้ท าการศึ ก ษาที่ โ รงงานฮอว์ ธ อร์ น ของบริ ษั ท เวสเทิ ร์ นอิเล็กทริกส์ (Western Electric) โดยมีสมมติฐานของการทดลองว่าความสามารถในการผลิตของคนงานมีความสัมพันธ์ โดยตรงกับสภาพแวดล้ อมทางแสงในที่ทางานโดยแบ่งพนักงานออกเป็ น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง (Experiment group) และกลุ่มควบคุม (Controlgroup) ซึ่งผลการวิจยพบว่าแสงสว่างลดลง ผลผลิตของพนักงานกลับเพิ่มขึ ้น จึง ัเป็ นที่ มาของการวิจัยในเวลาต่อมา ซึ่งจากงานวิจัยนี สามารถสรุ ป “ปั จจัยเชิ ง ้พฤติกรรม” ได้ ดงนี ้ ั 27
  28. 28. 1.1 กรณีศึกษาที่เมืองฮอร์ ธอร์ น (The Hawthorne Studies)ข้ อสรุ ป “ปั จจัยเชิงพฤติกรรม” จากการวิจัยของ George Mayo 1. มนุษย์ เป็ นสิ่งมีชีวิตจิตใจ มีความต้ องการ ความปรารถนา มี เปาหมาย ้ 2. พฤติกรรมของมนุษย์ ไม่สามารถจูงใจในรู ปของตัวเงินอย่างเดียว แต่จะขึ ้นอยู่กบค่านิยม ความเชื่อถือ อารมณ์ และความรู้สกที่มีอยู่ใน ั ึ ตัวของแต่ละคนด้ วย 3. ความสามารถในการท างานของคนงานไม่ ไ ด้ ขึ น อยู่กั บ ้ สภาพแวดล้ อมทางกายภาพอย่างเดียวแต่ขึ ้นอยู่กบสภาพแวดล้ อมทาง ั George Mayo สังคมของหน่วยงาน ซึงได้ แก่ รูปแบบสภาวะของผู้นาด้ วย ่ 4. มนุษย์มีธรรมชาติเป็ นมนุษย์สงคม ซึ่งต้ องพึงพอใจและมีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน ดังนัน ั ้ อิทธิ พลของกลุ่มจึงมีส่วนสาคัญยิ่งในการกาหนดปทัสถานทางสังคม (Social norms) และ มาตรฐานของงาน 28
  29. 29. 1.2 ทฤษฎีแรงจูงใจของ Abraham Maslow Abraham Maslow (อับบราฮัม มาสโลว์) ได้นาเสนอเรื่ องความต้ องการของมนุษย์ในองค์การเป็ นเรื่ องที่ผู้บริ หารต้ องเอาใจใส่ เพราะความต้ องการมีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมในการทางานของพนักงาน สมมุติ ฐ านที่ ใ ช้ อ ธิ บ ายทฤษฏี แ รงจูง ใจของมาสโลว์ Abraham Maslowประกอบด้ วย 1. มนุษย์มีความต้ องการที่ไม่สิ ้นสุด 2. ความต้ องการในระดับล่างต้ องได้ รับการตอบสนองก่อนจึงจะเริ่ มมีความต้ องการในขันต่อไป ้ 3. ความต้ องการของมนุษย์มีความสลับซับซ้ อน 29
  30. 30. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow 30
  31. 31. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow Physiological needs คือ ความต้ องการทางกายภาพที่สามารถดารงชีพ อยู่ได้ ได้ แก่ อาหาร นา ที่อยู่อาศัย ้ 31
  32. 32. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow Safety คือ ความต้ องการถึงความปลอดภัย ทังจากโรคภัยไข้ เจ็บและความ ้ ปลอดภัยในชีวตและทรัพย์ สน ิ ิ 32
  33. 33. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow Love/Social คือ ความต้ องการการเข้ าสังคมและการยอมรั บจากสังคม ภายนอกร่ วมถึงต้ องการความรั ก 33
  34. 34. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow Esteem คือ ความต้ องการที่จะได้ รับการยกย่ องเชิดชู อาจจะต้ องการการ เลื่อนตาแหน่ งในองค์ การ หรื อรั บรางวัลจากการทางาน 34
  35. 35. 1.2 ความต้ องการ 5 ขั้นของ Abraham Maslow Self-Actualization คือ ความต้ องการขันสูงสุดของมนุษย์ ซ่ งหมายถึงการ ้ ึ เข้ าใจตัวเอง เข้ าใจโลก เข้ าใจธรรมชาติ หรื อความสาเร็จในสิ่งที่ตนเองต้ องการ จะเป็ น หรื อต้ องการจะทา 35
  36. 36. 1.3 ขบวนการแนวคิดมนุษยสั มพันธ์ (The human relations movement) แนวคิดมนุ ษยสัมพันธ์ (The human relationsmovement) เป็ นการศึกษาของ Douglas Mc Gregor ซึงศึกษา ่เกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และได้ ชี ้ให้ เห็นถึงการที่ผ้ บริ หาร ูจะควบคุมผู้ใต้ บงคับบัญชาได้ อย่างมีประสิทธิภาพได้ นนต้ อง ั ั้ทราบถึ ง ลัก ษณะพฤติ ก รรมของคน ความต้ องการ และแรงจูงใจของคนให้ ถ่องแท้ เสียก่อน Douglas Mc Gregor แมคเกรเกอร์ จึงได้ เสนอกลยุทธ์ ด้านการจัดการที่เรี ยกว่า “ทฤษฎีเอ็กซ์และทฤษฎีวาย” (Theory X & and Theory Y) ซึงเป็ นทฤษฎีที่จาแนกพฤติกรรมของ ่มนุษย์ออกเป็ น 2 ประเภท เพื่อที่จะใช้ กลยุทธ์ การจัดการที่เหมาะสมกับลักษณะของคนแต่ละประเภท 36
  37. 37. 1.3 ขบวนการแนวคิดมนุษยสั มพันธ์ (The human relations movement) ที่มา : องค์การและการจัดการ (ทรงศักดิ์ พิริยะกฤต) 37
  38. 38. แนวคิดทางการจัดการในยุคต่ าง ๆ แนวคิดด้ านการจัดการ ContemporaryClassical Approaches Behavioral Approaches Quantitative Approaches Approaches (ยุคดังเดิม) ้ (เชิงพฤติกรรม) (เชิงปริมาณ) (เชิงร่ วมสมัย) การจัดการเชิง การศึกษาที่เมือง การบริหารในเชิง การจัดการเชิงระบบ วิทยาศาสตร์ ฮอร์ ธอร์ น วิทยาการจัดการ การจัดการตาม การจัดการเชิงบริหาร ทฤษฎีแรงจูงใจของ Abraham Maslow สถานการณ์ การจัดการระบบ ขบวนการแนวคิด ฯลฯ ราชการ มนุษยสัมพันธ์ 38
  39. 39. 3. แนวคิดการจัดการเชิงปริมาณ (Quantitative Approach) 3.1 การบริหารในเชิงวิทยาการจัดการ 39
  40. 40. 3.1 การบริหารในเชิงวิทยาการจัดการ เทคนิคและเครื่ องมือที่ใช้ ในการบริ หารในเชิงวิทยาการจัดการนิยมนามาใช้ประกอบด้ วย เทคนิคเชิงปริ มาณ ได้ แก่ โปรแกรมเชิงเส้ นตรง (Linear programming)และไม่ใช่เส้ นตรง (Non – linear programming) การวิเคราะห์เครื อข่าย (Networkanalysis) ทฤษฎีการเรี ยงลาดับ (Queering theory) การจาลองแบบคอมพิวเตอร์(Computer simulations) และการวิจยการปฏิบติงาน (OR) เป็ นต้ น ั ั 40
  41. 41. 3.1 การบริหารในเชิงวิทยาการจัดการลักษณะที่สาคัญของการบริหารในเชิงปริมาณหรื อในเชิงวิทยาการจัดการมีดงนี ้คือ ั2.1 เน้ นการตัดสินใจเพื่อใช้ ประโยชน์ทางการบริ หาร เนื่องจาก ในการบริ หารต้ องเผชิญกับทางเลือกหลายทางเลือก ผู้บริ หารจึงจาเป็ นต้ องเลือกเอาทางเลือกใดทางเลือกหนึง่2.2 ยึดหลักเศรษฐศาสตร์ เป็ นมาตรฐานในการตัดสินใจ คือ คานึงถึงรายได้ สงสุด ค่าใช้ จ่ายต่าสุด ูอัตราตอบแทนมากที่สด หรื อได้ ประโยชน์มากที่สด ุ ุ2.3 ในการศึกษาวิเคราะห์จะใช้ สตรหรื อรูปแบบการวิเคราะห์ตามหลักการทางคณิตศาสตร์ หรื อเชิง ูปริ มาณ ซึงเป็ นรูปแบบที่ย่งยากซับซ้ อน ่ ุ2.4 ต้ องอาศัยเครื่ องคอมพิวเตอร์ ในการประมวลผลข้ อมูลจานวนมาก ช่วยในการศึกษาวิเคราะห์ซึ่งบุคคลคนเดียวไม่สามารถวิเคราะห์หรื อจดจาได้ หมด ดังนัน การอาศัยเครื่ องคอมพิวเตอร์ จึงทาให้ ้การตัดสินใจเร็ วชัดเจน ตรงประเด็น และทันเหตุการณ์ เป็ นผลให้ ลดการสูญเสียเวลาและค่าใช้ จ่ายก่อให้ เกิดการประหยัด มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดเป็ นอย่างดี 41
  42. 42. แนวคิดทางการจัดการในยุคต่ าง ๆ แนวคิดด้ านการจัดการ ContemporaryClassical Approaches Behavioral Approaches Quantitative Approaches Approaches (ยุคดังเดิม) ้ (เชิงพฤติกรรม) (เชิงปริมาณ) (เชิงร่ วมสมัย) การจัดการเชิง การศึกษาที่เมือง การบริหารในเชิง การจัดการเชิงระบบ วิทยาศาสตร์ ฮอร์ ธอร์ น วิทยาการจัดการ การจัดการตาม การจัดการเชิงบริหาร ทฤษฎีแรงจูงใจของ Abraham Maslow สถานการณ์ การจัดการระบบ ขบวนการแนวคิด ฯลฯ ราชการ มนุษยสัมพันธ์ 42
  43. 43. 4. แนวคิดการจัดการร่ วมสมัย (Contemporary Approach) 4.1 การจัดการเชิงระบบ (Management System Approach) 4.2 การจัดการตามสถานการณ์ (Contingency Management Approach) 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 43
  44. 44. 4.1 การจัดการเชิงระบบ (Management System Approach) แนวคิดการจัดการเชิงระบบ หรื อทฤษฎีเชิงระบบ (System theory) เป็ นแนวคิดที่มององค์การเป็ นระบบตามหน้ าที่ที่สมพันธ์ กับสิ่งแวดล้ อม มีปฏิกิริยา ักับสิ่งแวดล้ อมเพื่อความอยู่รอด ซึ่งเป็ นลักษณะสาคัญ ขององค์การแบบระบบเปิ ด (Open system) ในขณะที่ระบบปิ ด (Closed system) สาหรับองค์ประกอบขององค์ ก ารในฐานะที่ เ ป็ นระบบจะประกอบด้ ว ย 4 ส่ ว นที่ เ กี่ ย วข้ องกัน ได้ แ ก่1) ปั จจัยนาเข้ า 2) กระบวนการแปรสภาพ 3) ผลผลิต และ 4) การย้ อนกลับ 44
  45. 45. 4.1 การจัดการเชิงระบบ 45
  46. 46. 4.2 การจัดการตามสถานการณ์ (Contingency Management Approach) เป็ นแนวคิดซึ่งชี ้ให้ ผ้ บริ หารเห็นว่า การเลือกใช้ วิธีการบริ หารจัดการแบบใด ูจึงจะมีประสิทธิ ภาพสูงสุดนันขึนอยู่กับสถานการณ์ ในแต่ละสถานการณ์ การ ้ ้แก้ ปัญหาทางการจัดการจึงไม่อาจหาวิธีใดที่ดีที่สดเพียงวิธีเดียวได้ แต่ผ้ บริ หาร ุ ูจาเป็ นต้ องศึกษาสภาพแวดล้ อมต่าง ๆ ตลอดจนติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ตลอดเวลาเพื่อให้ สามารถเลือกใช้ วิธีการบริ หารจัดการที่เหมาะสมกับสถานการณ์ (Optimal Solution) 46
  47. 47. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 1. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) 2. การจัดการกลยุทธ์ (Strategy Management) 3. การออกแบบองค์ การและการจัดการด้ านการการบริหาร ทรั พยากรมนุษย์ 47
  48. 48. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 1. การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) แนวความคิด การจัดการในยุคโลกาภิวัตน์ ด้านคุณภาพด้ วยการสร้ าง คุณค่าของสินค้ าและบริ การ สามารถตอบสนองความต้ องการของลูกค้ าหรื อ ตลาด น าไปสู่ค วามได้ เ ปรี ย บการแข่ ง ขัน และพัฒ นาองค์ ก ารเพื่ อ ให้ มี ก าร เจริ ญเติบโตยังยืน มีแนวทางต่าง ๆ โดยมีแนวทางต่าง ๆ เช่น ISO, TQM, QC, ่ Kaizen (Continuous Improvement), Six sigma, PDCA Model, KPI 48
  49. 49. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 2. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategy Management) การจัดการเชิงกลยุทธ์ เป็ นเครื่ องมือของนักบริ หารในการบริ หารงาน เพื่อตอบสนองต่ อ การเปลี่ ย นแปลงของสภาพแวดล้ อ มที่ เ พิ่ ม ขึ น การบริ ห ารเชิ ง กลยุท ธ์ จ ะเน้ น และให้ ้ความสาคัญต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic decision making) ที่ไม่เหมือนกับการตัดสินใจในลักษณะอื่น ๆ เพราะการบริ หารเชิงกลยุทธ์จะเกี่ยวข้ องกับอนาคตในระยะยาวขององค์การทังหมด ซึงมีลกษณะดังนี ้ คือ ้ ่ ั- เป็ นกระบวนการของการบริ หารองค์การโดยรวม- เป็ นการบริ หารที่เน้ นการสร้ างกลยุทธ์ เพื่อสร้ างความได้ เปรี ยบในการแข่งขันให้ กบองค์การในระยะยาว ั- เป็ นการตัดสินใจที่อาศัยชันเชิง ไม่มีวิธีการที่สาเร็จรูป ้- ต้ องอาศัยความร่ วมมือ พันธะผูกพัน (Commitment) และทรัพยากรในองค์การ- มีทิศทางที่ชดเจนต่อทางเลือกต่าง ๆ และแสดงให้ ทกคนในองค์การเข้ าใจตรงกัน ั ุ 49
  50. 50. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 2. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategy Management) แนวทางต่าง ๆ ของการจัดการเชิงกลยุทธ์ -Five Force Model (Michael E. Porter) เครื่ องมือที่ใช้ ในการวิเคราะห์ การแข่ งขันในอุตสาหกรรม 50
  51. 51. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 2. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategy Management) แนวทางต่าง ๆ ของการจัดการเชิงกลยุทธ์ -Porter’s Generic Strategy (Michael E. Porter) กลยุทธ์ การสร้ างความได้ เปรียบในการแข่ งขัน 51
  52. 52. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 2. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategy Management) แนวทางต่าง ๆ ของการจัดการเชิงกลยุทธ์ -Value Chain (Michael E. Porter) การวิเคราะห์ ห่วงโซ่ คุณค่ าของกิจการ 52
  53. 53. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 2. การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategy Management) แนวทางต่าง ๆ ของการจัดการเชิงกลยุทธ์ - Balance Score Card : BSC (Kaplan & Norton) เทคนิควิธีในการประเมินประสิทธิภาพขององค์ กร 53
  54. 54. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 3. การออกแบบองค์ การและการจัดการด้ านการการบริหาร ทรั พยากรมนุษย์ การจัดการในยุคโลกาภิวตน์ องค์การต้ องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงมาก ัขึน ดังนัน การออกแบบองค์ ก ารจะต้ องก าหนดโครงสร้ างขององค์ การและ ้ ้ระบบงานที่มีความยืดหยุ่น ทีมงานที่มีจานวนไม่มากเพื่อเหมาะสมกับงานที่มีความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงกรอบแนวคิดการจัดองค์การและการบริ หารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้ การเปลี่ยนแปลงที่สาคัญได้ แก่ - Re-engineering (การปรับรื อโครงสร้ างองค์กร) ้ - 7s McKinsey (การวิเคราะห์โครงสร้ างองค์กรด้ วย 7s McKinsey Model) 54
  55. 55. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 3. การออกแบบองค์ การและการจัดการด้ านการการบริหาร ทรั พยากรมนุษย์ - Re-engineering : การปรับรื อโครงสร้ างองค์กร (Michael Hammer ้ & James Champy) 55
  56. 56. 4.3 แนวคิดการจัดการยุคศตวรรษที่ 21 3. การออกแบบองค์ การและการจัดการด้ านการการบริหาร ทรั พยากรมนุษย์ - 7s McKinsey (การวิเคราะห์โครงสร้ างองค์กรด้ วย 7s McKinsey Model) 56
  57. 57. SUMMARY &QUESTION 57

×