Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์

409 views

Published on

yrc

Published in: Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์

  1. 1. แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6 ปี การศึกษา 2559 ชื่อโครงงาน เล่นมือถือนานๆทาใหตาบอด? ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย ภัทร ทิพย์อักษร เลขที่ 31 ชั้น ม.6/6 นาย ยศภัทร ขันแก้วน่าน เลขที่ 40 ชั้น ม.6/6 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่1-2 ปี การศึกษา 2559 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34
  2. 2. ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ คาชี้แจง ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนข้อเสนอโครงงานตามหัวข้อต่อไปนี้ ชื่อโครงงาน เล่นมือถือนานทาให้ตาบอด? ชื่อโครงงาน Play mobile make blindness? ประเภทโครงงาน โครงงานวิชาการ ชื่อผู้ทาโครงงาน นาย ภัทร ทิพย์อักษร ชั้น ม.6/6 เลขที่ 31 นาย ยศภัทร ขันแก้วน่าน เลขที่ 40 ชื่อที่ปรึกษา ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปี การศึกษา 2559 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ด้วยในปัจจุบันเป็นยุค IT ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในชีวิตประจ าวันของทุกคนมีการใช้ Computer หรือ Smartphone กัน ไม่มากก็น้อย ท าให้ทุกคนเริ่มตื่นตัวกับปัญหาที่จะตามมาของใช้ Computer เป็นเวลานาน ๆ และมีกลุ่มโรคใหม่ที่พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ โรค Computer Vision Syndrome ที่มักมีอาการตาแดง แสบตา เคืองตาน้าตาไหล ตามัวเป็นพักๆ หรือเกิดภาวะสายตาสั้น ชั่วคราว นอกจากนี้ยังมีอาการปวดคอเรื้อรัง เนื่องจากการนั่งในท่าเดิมๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานแล้ว อันตรายจากการใช้Computer หรือ Smartphone สามารถท าให้ตาบอดได้หรือไม่?ต้องลองมาหา คาตอบกันแสงสี UV เกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์ซึ่งมี UVA UVB และ UVC โดย UVC จะถูกโอโซน ของโลกเป็นตัวป้องกันไว้ส่วน UVA และ UVB นั้นจะทะลุเข้ามาภายในโลกของเราได้แต่โอกาสที่ จะเข้าไปทาลายจอประสาทตาได้นั้นมีน้อยมากเนื่องจากรังสี UVA และ UVB จะถูกดูดกลืนแสงไว้ 99% และตกไปยังจอประสาทตาเพียง 1% เท่านั้น ซึ่งไม่มีรังสีเหล่านี้ออกมาจาก Computer หรือ
  3. 3. Smartphoneส่วนแสงสีฟ้า หรือ Blue Light นั้น คือแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นอยู่ที่ 380-500 นาโน เมตร ท าให้มีการกระจายตัวของแสงสีได้มาก จึงท าให้มีอาการปวดตา สายตาล้าได้ง่าย แต่แสงสี ฟ้าไม่ได้มีแต่โทษเท่านั้น ประโยชน์ของแสงสีนี้คือ การกระตุ้นให้ร่างกายมีการตื่นตัว การ Block การใช้แสงสีนี้อาจมีผลต่อระบบการนอนและการตื่นของร่างกายได้ซึ่งแสงสีฟ้าสามารถพบได้ ทั่วไปจากแสงอาทิตย์จากหลอดไฟ จาก Computer และSmartphone แต่แสงสีฟ้าไม่ได้ท าให้ผู้ใช้ ตาบอดแต่อย่างใด เพียงแต่ท าให้ผู้ใช้ไม่สบายตา เมื่อใช้Computer หรือ Smartphone เป็นนาน ๆ วัตถุประสงค์ 1. ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ที่สนใจ ขอบเขตโครงงาน ทางานตรงตามกาหนดเวลา หลักการและทฤษฎี การจ้องหน้าจอมือถือ แท็บเล็ต หรือจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ พฤติกรรมเหล่านี้ทาร้ายสายตา ของเรามากเลยทีเดียว ทั้งทาให้แสบตา ตาแห้ง ปวดกระบอกตา และบางรายอาจมีอาการมองเห็น ภาพเบลอ สาเหตุมาจากแสงสีฟ้าที่มาจาก มือถือนั่นเอง แสงสีฟ้า คือ แสงที่ผสมอยู่ในช่วงแสงสีขาว ที่มนุษย์มองเห็น โดยแสงขาวแบ่งได้7 สี คือ ม่วง คราม น้าเงิน เขียว เหลือง แสด และ แดงแสงสีฟ้า จะผสมอยู่ในช่วงน้าเงินกับคราม แสงสีฟ้า คือ คลื่นแสงพลังงานสูง ที่มีความยาวคลื่น 400-500 นาโนเมตรโดยแสงสีฟ้านั้น จะมีอยู่รอบตัวเรา พบได้ในแสงแดด หลอดไฟฟลูออเรสเซนส์ แต่ที่พบมากที่สุด คือหน้าจอคอมพิวเตอร์, มือถือ, สมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต ที่นิยมใช้กันตลอดเวลามากกว่า อุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ทาให้เป็นอันตรายต่อ ดวงตาของเรา อย่างที่เราคาดไม่ถึง
  4. 4. จากงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า แสงสีฟ้า (Blue Light) หรือคลื่นแสงช่วงความยาวคลื่นต่า 400-500 นาโนเมตร ที่อยู่ใกล้เคียงกับรังสียูวี เป็นคลื่นแสงพลังงานสูงที่ดวงตามองเห็นได้“High Energy Visible Light” มีผลให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทาลายเซลส์จอประสาทตา อาจส่งผลทาให้เกิด โรคจอประสาทตาเสื่อม คือ จะมีอาการมองภาพตรงกลางไม่ชัดเกิดการมองภาพบิดเบี้ยวไป เหมือน มีจุดดาบังตรงกลางภาพ และโรคนี้ ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แสงสีฟ้าเป็นแสงในกลุ่มพลังงานสูง HEV (High Energy Visible) ซึ่งเป็นกลุ่มแสงที่อยู่ ถัดจากกลุ่มแสง UV ซึ่งกลุ่มแสง HEV ในช่วงคลื่นหนึ่งเป็นตัวทาลายการ มองเห็น ก่อให้เกิดปัญหาจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) ได้
  5. 5. โดยแสงสีฟ้าแบ่งเป็นสองชนิดคือ Blue-Turquoise (Good Blue Light) และ Blue- Violet (Bad Blue Light) กลุ่มแรกจะเป็นแสงสีฟ้าที่มีประโยชน์ ส่วนกลุ่มหลังเป็นแสงสี ฟ้าที่เกิดโทษ ในแสงกลุ่ม Blue-Violet มีงานวิจัยออกมาว่ามันจะพุ่งทะลวงเข้าสู่จอประสาทตาและการ ที่มันมีพลังงานสูงนี้เอง ก็จะทาให้จอประสาทตาเสื่อมลงได้อาจจะไม่ทันที แต่ค่อยเป็น ค่อยไป อย่างไรก็ดี ดวงตาเรามีกลไกในการป้องกันแสงสีฟ้าอยู่แล้วระดับหนึ่ง ทั้งตัวเลนส์และ เม็ดสีหลังดวงตา แต่กลไกนี้จะมีอยู่เฉพาะตอนกลางวันและมีหมดกาลังป้องกันได้ถ้าเจอ แสงสีฟ้ามากๆเข้า ซึ่งก็คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าเป็นแต่ก่อน เพราะแต่ก่อนคนเราอยู่กับ ธรรมชาติ แต่ทุกวันนี้คนเราวันๆก็เอาแต่เล่นคอมพ์ก้มหน้าก้มตากดมือถือ ทุกอย่างมัน เปลี่ยนไปหมดแล้ว ถึงแม้Light Source ที่เราเจอในชีวิตประจาวัน จะมีความเข้มไม่รุนแรงพอจะทาลายตาเรา ได้ทันที (ยกเว้นพระอาทิตย์) แต่การใช้งาน "สะสม" จะทาให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้นี่ คือปัญหาของแสงสีฟ้าครับ ไม่ได้เกิดทันที แต่เกิดเรื่อยๆโดยที่เราไม่รู้ตัว พอรู้ตัวอีกทีก็แย่ แล้ว เป็นสิ่งที่คนยุคเราควรต้องตื่นตัวเพราะมันเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจาวันของเราจริงๆ ถ้า คิดจะใช้มือถือหรือคอมพ์ต่อไป ก็ควรจะศึกษาเรื่อง Blue Light Hazard ไว้ด้วยครับ กว่า จะเห็นผลกระทบอาจจะเป็นสิบปี ถึงตอนนั้นเราอาจจะมานั่งเสียใจ มาป้องกันกันตั้งแต่ ตอนนี้ดีกว่า
  6. 6. วิธีป้องกันแสงสีฟ้า 1. ปรับแสงสว่างและความคมชัดของหน้าจอให้รู้สึกสบายตา ภายใต้ระดับความสว่างที่ 300-500 ลักซ์ หรือสังเกตได้ง่าย ๆ จากการที่เราไม่ต้องหรี่ตาเวลามองหน้าจอ รวมทั้ง พยายามลดแสงสว่างบริเวณรอบ ๆ เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนลงบนหน้าจออุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ 2. ติดแผ่นกรองรังสีไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะช่วยลดการกระจายรังสีจาก จอคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แล้วแต่คุณภาพของสินค้า แต่อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยลดแสง จ้าจากจอคอมพิวเตอร์ลงได้ส่วนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสามารถติดฟิล์มกรองแสงได้ ด้วยเช่นกัน 3. ตาแหน่งของจอภาพควรห่างจากดวงตาประมาณ 18-24 นิ้ว หรือประมาณช่วงแขนเอื้อม และปรับให้ต่ากว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา เพราะหากระยะห่างระหว่างตากับ จอภาพไม่สัมพันธ์กัน จะทาให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดตาได้ง่าย 4. กะพริบตาบ่อย ๆ ควรกะพริบตาให้ได้1-2 ครั้งต่อ 10 วินาที เพื่อให้มีน้าหล่อเลี้ยง ดวงตาอยู่เสมอ วิธีนี้จะช่วยลดความอ่อนล้าของสายตาได้มาก 5. ใช้สูตร 20-20-20 คือ ทุก ๆ 20 นาที ควรละสายตาจากหน้าจอไปมองบริเวณอื่น ๆ โดย ให้มองห่างจากบริเวณที่นั่งอยู่ประมาณ 20 เมตร เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อรีเฟรชสายตาให้ ได้ปรับตัวใหม่ และเป็นการออกกาลังกายสายตาไปในตัว 6. ปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่พออ่านสบายตา การปรับขนาดตัวอักษรให้มองเห็นได้ ชัดเจน จะช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตาได้เป็นอย่างดี พูดง่าย ๆ คือเราไม่ จาเป็นต้องเพ่งสายตาอ่านตัวหนังสือมากเกินความจาเป็น 7. สวมแว่นกรองรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อถนอมสายตาไม่ให้ปะทะกับแสงสีฟ้า บนหน้าจอโดยตรง วิธีนี้จะช่วยปกป้องดวงตาเราจากแสงสีฟ้าได้พอสมควร 8. ทาความสะอาดหน้าจอ โดยเฉพาะฝุ่นละอองและรอยเปื้อนบนจอทั้งหลาย หากทา ความสะอาดหน้าจอได้หมดจดจะช่วยลดทอนการเปล่งแสงสีฟ้าได้ด้วยนะ
  7. 7. 9. จากัดเวลาอยู่หน้าจอ ไม่ควรจ้องหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดนานเกิน 2 ชั่วโมงต่อครั้ง เพราะหากเล่นนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง อาจทาให้สายตาอ่อนล้าและปวดเกร็ง ได้ 10. วางต้นกระบองเพชรไว้ข้าง ๆ คอมพิวเตอร์ ผลวิจัยของสถาบัน Recherches en Geobiologie ของสวิตเซอร์แลนด์ และนักวิจัยในอเมริกาพบว่า หนามของต้น กระบองเพชรเป็นสื่อดูดรังสีจากทีวีและคอมพิวเตอร์ได้รวมทั้งกระบองเพชรยังอาจดูด รังสี UV ที่เปล่งออกมาจากอุปกรณ์ไฮเทคไว้สังเคราะห์แสงแทนแสงแดดด้วยในตัว วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1. เลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 2. ศึกษาค้นตว้าขากแหล่งข้อมูล 3. รวบรวมข้อมูลที่ได้ 4. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงงานที่จะพัฒนา 5. จัดทาโครงาน 6. เสนอโครงงานแก่ครูที่ปรึกษา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ 1. อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ งบประมาณ ไม่มีค่าใช้จ่าย
  8. 8. ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดับ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอบ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้า ข้อมูล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้าง โครงงาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทา เอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ ให้ทุกคนได้รู้ถึงอันตราของแสงสีฟ้าที่มาจากสมาร์ตโฟนที่เราใช้กันเป็นประจา และลด อัตราประชากรที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
  9. 9. กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง กลุ่มสาระสุขศึกษาและพละศึกษา กลุ่มสารวิทยาศาสตร์ แหล่งอ้างอิง https://health.kapook.com/view130695.html 1. https://nuuneoi.com/blog/blog.php?read_id=689 2. https://oshoppingtvblog.com/2016/05/11/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0 %B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0% B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B 8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B 8%A3/ 3. http://www.thairath.co.th/content/422589 4. https://mahosot.com/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8 %B5%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2- %E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2 %E0%B8%A2.html

×