บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือและกา...
บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 % นี่คือสิ่งที่เครือข่ายภาคประชาสังคมพู...
บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %“ชาวบ้านช่วยชาวบ้าน” คือการสร้างความหว...
บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %    - การปรับตัวอยู่กับน้ำ หาประโยชน์จ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

บทเรียนภัยพิบัติจอมทอง

450 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
450
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
2
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

บทเรียนภัยพิบัติจอมทอง

  1. 1. บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือและการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %ปีนี้ดิน ฟ้า อากาศผิดปกติ คือคำบอกเล่าของคนในชุมชน “มีทั้งร้อนมาก   ฝนตกต่อเนื่องตลอด   บางวันมีทั้งฝนตก แดดออก และหนาว พืชผลทางการเกษตร กล้วยมะนาวออกผลผลิตผิดแปลกจากหลายปีที่ผ่านมา มะนาวออกลูกดกจนต้นโทรมตาย มะม่วงออกตลอดปี แทงยอด ติดลูกในต้นเดียวกัน กล้วยงามมากนกนางแอ่นอพยพไปอาศัยในบ้านคน แมลง หอยทากเยอะมาก เป็ด ไก่ตายยกเล้ายกฝูง ไม้ผล ยืนต้นตายจากการขาดน้ำ”ฝนตกติดต่อกันตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๔นี่คือปรากฏการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่คนในชุมชนสัมผัสได้จากเวทีแลกเปลี่ยนของ “กลุ่มครอบครัวสร้างโลกเย็น” เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๔ บนคำถามถ้าเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเราจะปรับตัวอย่างไร? พร้อมกับนำแผน แนวคิด แนวทางไปปฏิบัติ เช่น การปรับระยะเวลาการทำนาการทดลองหยอดข้าวไร่  การปลูกพืชผลหลากหลายชนิด การสรรหาพันธุ์พืชทนน้ำท่วมหรือทนแล้ง การค้นหาพันธุ์ดั้งเดิมมาปลูก บทเรียนน้ำท่วมดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน ถูกหยิบยกขึ้นมาแลกเปลี่ยนในเวทีเครือข่ายพี่น้องภาคเหนือตอนล่าง พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานีที่วนอุทยานแห่งชาติแม่เรวา ตำบลแม่เลย์ อำเภอแม่วงก์  จังหวัดนครสวรรค์ ข้อสรุปวันนั้น นับแต่นี้ต่อไปประเทศไทยจะประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงจนคาดไม่ถึง วัชรา สงมา เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่มีประสบการณ์ในการติดตามช่วยเหลือน้ำท่วมดินโคลนถล่มที่จังหวัดน่าน บอกว่า“เหตุที่เกิดมีทั้งน้ำเปลี่ยนสาย มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เรือที่เข้าไปช่วยเหลือในเมืองแล่นไม่ได้ ด้วยขนาดของเรือกับเส้นทางไม่สมดุลกัน  คนไม่ยอมออกจากบ้านการช่วยเหลือไปไม่ทั่วถึง ความโกลาหลขนาดย่อมๆ  จึงเกิดขึ้น แม้จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีการทำงานทั้งภาคประชาสังคมและข้าราชการนักการเมืองท้องถิ่นที่เข้มข้น ยังเกิดภาวะสับสนวุ่นวาย” นายแพทย์สมพงษ์ ยูงทอง นายแพทย์แกนหลักนครสวรรค์ฟอรั่ม ฟันธงและฝากให้ทีมภาคเหนือตอนล่างคิด “ถ้าเกิดน้ำท่วมเมืองใหญ่ๆ นครสวรรค์ พิษณุโลกเชียงใหม่ ขอนแก่น ฯลฯ อะไรจะเกิดขึ้น บทบาทของพวกเรา ประชาสังคมอยู่ตรงไหน ความรู้เรื่องนี้มีพอมั้ย”วันนั้นยังไม่เอ่ยถึงกรุงเทพฯ หมอสมพงษ์บอกว่า กลียุคแน่นอน ทุกคนไม่พร้อม ความรู้ไม่พอ ระบบไม่มี รูปธรรมในการแก้ปัญหาไม่มี มีเพียงบางส่วนในพื้นที่เล็กๆ เช่นการปรับตัวปลูกพืช การปรับตัวกับการทำนา การปลูกพืชที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงอากาศ แต่ขาดการสรุปและเผยแพร่ให้สังคมรับทราบ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ โรงแรมเทพนคร จังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่าภาคเหนือตอนล่างร่วมกับเครือข่ายนักพัฒนาองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือตอนล่างจัดเวทีสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของชุมชนท่ามกลางภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคเหนือตอนล่าง โดยมีเนื้อหาการระดมสถานการณ์ภัยพิบัติและการวางแผนรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ มีผู้ร่วมเสวนากล่าวไว้ ”จากปรากฏการณ์ภัยพิบัติและการปรับตัวเพื่อรับมือจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของคน หรือความแปรปรวนของภูมิอากาศที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ชุมชนก็มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวให้ได้แต่จะอยู่อย่างไร ทุกคนต้องช่วยกันค้นหา และแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างสม่ำเสมอ เราไม่สามารถให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติหายไป และเราจะอยู่กับมันอย่างไรนับวันจะถี่และรุนแรงขึ้น” 1/4
  2. 2. บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 % นี่คือสิ่งที่เครือข่ายภาคประชาสังคมพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติบนฐานความรู้และรูปธรรมที่จำกัดของชุมชนประสบการณ์เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นเพียงการเริ่มต้น “การปรับตัวของครอบครัวชุมชนท่ามกลางภัยพิบัติทางธรรมชาติ”ของภาคประชาสังคมกลุ่มหนึ่งในภาคเหนือตอนล่างความจริงเกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่เริ่มตั้งแต่มิถุนายน ๒๕๕๔ ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจากภาคเหนือตอนบน เขื่อนทุกเขื่อนกักเก็บน้ำไว้เต็มที่ ๑๓ สิงหาคม๒๕๕๔ น้ำเริ่มท่วมขังไร่นา สวน บ้านเรือน ทะลักไหลท่วมเมืองขนาดใหญ่ นครสวรรค์ ลพบุรี อุทัยธานี อยุธยา ปทุมธานี รวมทั้งกรุงเทพฯบางส่วนนาล่ม สวนจม บ้านพัง นิคมอุตสาหกรรมพังพินาศ ประมาณค่ามูลค่ามิได้ ที่อยู่อาศัยของคน เกิดภาวะโกลาหลครั้งใหญ่ที่ทุกคนคาดไม่ถึง พื้นที่นาสวน บ้านเรือนชีวิตผู้คน นิคมอุตสาหกรรม คนตกงาน การกักตุนสินค้า การขาดแคลนน้ำ ข้าว อาหาร เครื่องก่อสร้างจะขึ้นราคา  การเรียกร้องความช่วยเหลือการอพยพแรงงานกลับถิ่นเกิดขึ้น นี่คือภาระของคนทุกคนต้องตระหนัก รับรู้ และเข้ามามีส่วนร่วมขบคิด ปัดเป่า แก้ปัญหาร่วมกันอย่าฝากความหวังกับรัฐบาลและหน่วยงานหรือคนส่วนกลางทั้งหมดชุมชนเล็กๆ ตั้งหมู่บ้านเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน –แควน้อย ใต้เขื่อนขนาดใหญ่ที่ฝันว่า “เขื่อนจะสามารถป้องกันน้ำท่วมและใช้น้ำทำนา”  ก็ประสบภัยพิบัติไม่แตกต่างกับคนค่อนประทศ    อยู่ในสภาพ “สิ้นหวัง”ชุมชนจอมทองกับการอยู่ร่วมกับภัยพิบัติธรรมชาติบนฐานการจัดการตนเอง จากวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ – ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ เวลา ๒ เดือนที่ชุมชนหมู่ ๗ และหมู่๙ ตำบลจอมทอง ประสบภาวะน้ำท่วมขัง น้ำท่วมนา สวน ที่อยู่อาศัย เส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค พร้อมกับหดหู่ สิ้นหวัง ก่นด่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำนารายได้หลัก ทำสวนรายได้รอง วันนี้ทั้งนาและสวนเสียหาย ๑๐๐ % ไม่ต่างอะไรกับพื้นที่อื่นในประเทศไทย ค่าชดเชยนา สวน ใช้หมดไปกับน้ำท่วมหนี้สินต้นทุนทางการเกษตร ค่าการซ่อมบ้านเรือน รอยต่อฤดูทำนาที่ไม่ตรงตามฤดูกาล คลองส่งน้ำที่เป็นสายเลือดหลักของคนทำนาเสียหายยับเยินไม่สามารถทำนาในฤดูต่อไป พร้อมกับคำถาม “ปีหน้าน้ำจะท่วมอีกมั้ย” นี่คือสิ่งที่หมุนวนอยู่ในหัวของคนจอมทอง บนความสิ้นหวังไร้คำตอบกับการตัดสินใจอนาคตตนเองกำลังใจจากคนภายนอกช่วงทุกข์ยากลำบาก คือความคาดหวังของผู้ประสบภัย แล้วเราจะบริหารความหวัง ให้สอดคล้องกับความจริงอย่างไร คนนอกควรระวังนี่คือบทเรียนของผู้หวังดีควรเข้าใจเบื้องต้นการเริ่มต้นของคนกลุ่มเล็ก “กลุ่มครอบครัวพอเพียง ครอบครัวสร้างโลกเย็น” ในหมู่ ๗ และหมู่ ๙ ตำบลจอมทอง การพูดคุยแลกเปลี่ยนผ่านแผนที่ที่สร้างขึ้นเองน้ำเข้าทุ่งตรงไหน บ้าน สวน หนองน้ำ  แหล่งที่สูง เส้นทางการขนของหนีน้ำ การลุกขึ้นมาเริ่มต้นการทำข้อมูลอย่างง่าย โยงสู่คำถามเราจะอยู่อย่างไร คันกั้นน้ำ ข้าวน้ำ ถุงยังชีพ ปัญหาน้ำเน่า สุขภาพ ระบบเกษตรที่พอจะเลี้ยงชีพ เริ่มอย่างไร หลังน้ำลดจะอยู่จะกินอย่างไร นี่คือการพูดคุยของคนในชุมชนจอมทองการสร้างและพัฒนากลไกการประสานภายในภายนอก จัดระบบตัวเองในพื้นที่จากผู้ประสบภัยเชื่อมกับเครือข่ายกลุ่มพี่น้องที่รู้จัก หน่วยงานที่คุ้นเคยการระดมความช่วยเหลือที่เป็นระบบ การแจกจ่ายของจำเป็นที่เท่าเทียม การสร้างความโปร่งใสทั้งผู้ให้และผู้รับนี่คือกำลังใจเริ่มต้นจากภายนอกที่จะให้ผู้ประสบภัยก้าวต่อ ข้าว มาม่า ปลากระป๋อง น้ำมันพืช สารส้ม น้ำดื่ม คือความจำเป็นพื้นฐาน ประคองตัวเองครอบครัวให้อยู่รอด พูดคุยแบ่งปันกัน ทุกข์ สุข ในช่วงน้ำท่วม 2/4
  3. 3. บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 %“ชาวบ้านช่วยชาวบ้าน” คือการสร้างความหวังและบริหารความหวัง หากิจกรรมคลายเครียด งาน อาชีพอย่าคาดหวังรายได้ แบ่งข้าวปลาอาหารกินร่วมกันคิดแผนระยะยาวหลังน้ำลด คิดแผนสั้นและลงมือทำให้เกิดรูปธรรมสร้างความเชื่อมั่นให้คนรอบข้างลงมือทำวันนี้ (วันที่น้ำท่วม) ของคนจอมทอง การเริ่มต้นพูดคุย ประสานภาคีภายนอก นักวิชาการ NGOS นักเคลื่อนไหวทางสังคม การพูดคุยที่ให้กำลังใจกันกับคนภายนอก เริ่มลงมือทำ - การสำรวจพืชทนน้ำท่วม ชนิด วิธีการปลูก พันธุ์ พืชทนน้ำในท้องถิ่น  ๑๓ ชนิด ที่เหลืออยู่ ได้แก่ มะม่วงแก้วกิ่งตอนอายุ ๕ ปีขึ้นไป มะกรูดเพาะเมล็ด  มะยมฝรั่งกิ่งตอนทุกสายพันธุ์ มะพร้าวขนุนสำมะลอเพาะเมล็ดที่น้ำท่วมไม่มิดยอด ส้มโอขาวทองดี อายุ ๑๐ ปีขึ้นไป มะปรางหวานพันธุ์พื้นบ้านเพาะเมล็ดอายุ ๑๐ ปีขึ้นไปมะปรางลำยง  กระท้อน  มะดัน ไผ่สีสุก และไผ่กิมจู นี่คือพืชบางส่วนที่รอดจากน้ำท่วม - เมื่อประเมินว่าน้ำท่วมขังนานแน่ หลังจากนั้นจะมีอะไรกิน พันธุ์จะเอามาจากไหน สิ่งแรกที่แกนนำสตรีได้เริ่มคิด และทำ โดยยังไม่คิดถึงระยะไกลในเรื่องรายได้โดยเริ่มจากการขุดย้ายหน่อกล้วย พันธุ์ไม้ ไว้ที่สูงในขณะน้ำท่วม ผักทุกชนิด ชะอม ข่า ตะไคร้ มะรุม แค ไม้ผล เพกา หลังน้ำท่วมขังตายหมดนี่คือสิ่งที่เริ่มปลูกเร่งด่วน เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต 3/4
  4. 4. บทเรียนภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ และการฟื้นฟูชุมชนของคนจอมทองหลังนาสวนเสียหาย 100 % - การปรับตัวอยู่กับน้ำ หาประโยชน์จากปลา ปักเบ็ด ลงข่าย โพงพาง พัฒนาการแปรรูปปลาที่จะขยายพั วง มะเขืท่๋ยเจ้อ ้น ว จ พริกแจว คอก ปันให้ทันฤดู นาว รวมทั้งม แตงกวา แตงร้ ที่ส กกาดคอกควายธุ์ที่จ-ะทนกับภาวะน้ ระยะสัก ในแปลงรวมเพืพริก มชนและกลุ ธุ์ผ กะหล่ท่วการะดมทุ ก าย าน ผั้งภายนอกภายในโดยใช้ จานม่นธุ์ในระยะต่ม”ป็นกิภาพ และปุ๋ย่อแบ่งเพาะในถุง มปลีักทนน้ ำดอกเช่ ธุ ักในระยะแรกะดวกนำไปเป็ ฟักทอง กผักพื และที่สำคั กาดขาว “คำนึงถึมะเขื ทำแผนระยะยาวให้าเพระยางการสำรวจจะมีหยวก กะหล่น่ำหเยาวชน ำเพาะพันการแจกจ่กุ่ม มะกอกน้ำ ฯลฯ นอาหารในระยะสั้น ้นบ้่ นคือ มะละกอ มะเขือยาวงพันลงมืออแการเพาะผักำปุอวหมัไปชีหลักรรมของคนในชุการขยายพัดำและถาดเพาะเพื่อน์ผจิกนผัระดมแรงทั๑๓ ชนิด ควบคู่กับการปลูบรอคโคลีาและผักญ กลบดำ ดินนี่คือ- ปธรรมของคนทีปการรื น้ำอจากรัำมยวภาระหลั่อำของครอบครั ตามตรวจสอบอย่ัตงเป็ภาพไว้ใช้บย ้นระบบเกษตรของตั หวั ่ยนหมุ ฐานระยะยาวสับให้ละเอียบสวนที่ต้เ่ดคยประสบภัมขัี่เและภายในเป็นาทดแทนนติดล้างบ้าน ูนย์ย๋วย่ยตนเอง นอกัน การฟืพิบ ภงาคประชาชนจัวงเปลีด ่จษณุโ เวีการจัรูดการกัดหมักเป็จัน้ายหลัง้อต้ยน้ำยทวงฐท่อหายจากน้ค่งมืงวมาช่วกรณ์ว ่ลของที่ศลงแรงช่วากิยเหลืและช่วยคนอืง่น ัต่นิอไม้รายสวน ผลัดเองทีพิะเป็นลกยนช่วยเหลือกันทุกสวน บางส่ว ตามการช่่ม การติดนของผู ระสบภั า ว การระดมทุน ปุ ว ล้างบ้นไม้ท่ คื และอยู่ในวิ อมภายในสวนนำมาทำปุ บ ชี การรวมกลุ่ม ทังจากภายนอกน้ สี ค่า ่ยนเครื ท่“กองทุยบรรจุ ้นการช่ วหมั ” ว ้ประสบภั ำรุ ต้ การระดมรวมกลุ๋ยยเหลื ท่น แลกเปลีชดเชย กกฤตประเทศที ุกขึดการภั ชพิยเหลือผูระยะและต่อเนื มจอมทองยั อุป ในการจัมูแต่ือ านช่ว ย ของคนในชุ ภั บัติทลุกสาคร   นเพีม พากั นบนฐานการจัด างธรรมชาติ ร้อ่จยพิบ ที ม ฤติ นระยะสั้นความรุ ช่ทางออกในการแก้บนฐานการพึงด้ท้อ หมดหวัชนที่บอบช้ จากน้ ด้วมภัะก้สิ่งัต การปรั ใตัว เ มชนท่ ๆ ือ ครอบครั ชนจัด องได้รับเพื นิจะนำสู ยชาวบ้ ่วมกับ มง พิชนของคนจอมทองทีงขอจากใคร กย์ทงราวเหล่ นี้ก็คเพื่อที แรงจึวมหาศาล ต้ปัญหาทัการปฏินีล่อชธมชนก็่ก ิไ่งไพร า(ภาคเหนืยมตอนล่าง)ำขึ้นสู้ มิำไท่ผสมกับาวผ่ มนวิชนจอมทอง อาจจะไม่ใน่จะเริ่มงต้่ยมแก้ปัญการตนเอง้งหมด บัตชาวบุ้ความหวัารอยู่รนภายในชุอและได้การตนเองของครอบครัว่ิ าชุนุษเรื่อบำให้ชุกิดขึา้น ามกลางการเปลีชุนนแปลงหาตนเองในระยะยาวิทั้งรูปธรรมและความรู้  ่ค ิค สงมา 4/4

×