ตัวต้านทาน

4,015 views

Published on

Published in: Technology, Business
0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
4,015
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2,992
Actions
Shares
0
Downloads
40
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ตัวต้านทาน

  1. 1. 1 สาระสําคัญ ตัวตานทาน(Resistor) เปนอุปกรณที่ใชในการตานทานการไหลของกระแสไฟฟา นิยมนํามาประกอบในวงจรทางดานไฟฟาอิเล็กทรอนิกสทั่วไป ตัวอยางเชนวงจรเครื่องรับวิทยุ โทรทัศนเครืองขยายเสียง ฯลฯ เปนตน ตัวตานทานที่ตออยูในวงจรไฟฟา ่ ทําหนาที่ลดแรงดัน และจํากัดการไหลของกระแสไฟฟาในวงจรตัวตานทานมีรูปแบบและขนาดแตกตางกันตามลักษณะของการใชงาน นอกจากนี้ยังแบงออกเปนชนิดคาคงที่และชนิดปรับคาไดสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  2. 2. 2 ผลการเรียนรูที่คาดหวัง อธิบายรายละเอียดของตัวตานทานแบบตาง ๆ ได เขียนหนวยของตัวตานทานได อานคาความตานทานได นําตัวตานทานไปตอในวงจรแบบตาง ๆ ได ประยุกตใชในชีวตประจําวันได ิสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  3. 3. 3 ตัวตานทาน(Resistor) เปนอุปกรณที่ใชในการตานทานการไหลของกระแสไฟฟา เพือทําใหกระแสและแรงดันภายในวงจร ่ไดขนาดตามที่ตองการ สัญลักษณของตัวตานทานที่ใชในการเขียนวงจรมีอยูหลายแบบดังแสดงในรูปที่ 2.1 รูปที่ 2.1 แสดงสัญลักษณของตัวตานทาน ชนิดของตัวตานทาน ในกรณีที่แบงโดยยึดเอาคาความตานทานเปนหลักจะแบงออกไดเปน 3 ชนิดคือ ตัวตานทานแบบคาคงที่(Fixed Resistor) ตัวตานทานแบบปรับคาได(Adjustable Resistor) ตัวตานทานแบบเปลี่ยนคาได(Variable Resistor)สํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  4. 4. 4 ตัวตานทานแบบคาคงที่ ตัวตานทานชนิดคาคงที่มีหลายประเภท ที่นิยมในการนํามาประกอบใชในวงจรทางดานอิเล็กทรอนิกสโดยทั่วไปมีดังนี้ ตัวตานทานชนิดคารบอนผสม (Carbon Composition) ตัวตานทานแบบฟลมโลหะ ( Metal Film) ตัวตานทานแบบฟลมคารบอน ( Carbon Film) ตัวตานทานแบบไวรวาวด (Wire Wound) ตัวตานทานแบบแผนฟลมหนา ( Thick Film Network) ตัวตานทานแบบแผนฟลมบาง ( Thin Film Network)สํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  5. 5. 5ตัวตานทานชนิดคารบอนผสม รูปที่ 2.2 แสดงตัวตานทานชนิดคารบอนผสมตัวตานทานแบบฟลมโลหะ รูปที่ 2.3 แสดงตัวตานทานแบบฟลมโลหะสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  6. 6. 6 ตัวตานทานแบบฟลมคารบอน) รูปที่ 2.4 แสดงตัวตานทานแบบฟลมคารบอน ตัวตานทานแบบไวรวาวด (ข) การติดตั้งแนวนอน (ค) ประเภททนกําลังวัตตไดสูง(ก) การติดตั้งแนวตั้ง (ง) ประเภทเซอรามิคไวรวาวด (จ) ประเภทอลูมิเนียมไวรวาวดเพื่อระบายความรอน รูปที่ 2.5 แสดงตัวตานทานแบบไวรวาวดชนิดตาง ๆ สํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  7. 7. 7ตัวตานทานแบบแผนฟลมหนา) (ก) ตัวตานทานแบบชิพ (ข) ตัวตานทานแบบเน็ทเวอรค (ค) ตัวตานทานแบบไรขา (ง) ตัวตานทานแบบดิพไอซี รูปที่ 2.6 แสดงตัวตานทานแบบแผนฟลมหนาชนิดตาง ๆตัวตานทานแบบแผนฟลมบาง รูปที่ 2.7 แสดงรูปรางและสัญลักษณของตัวตานทานแบบแผนฟลมบางสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  8. 8. 8 ตัวตานทานแบบปรับคาได รูปที่ 2.8 แสดงลักษณะรูปรางของตัวตานทานแบบปรับคาได ตัวตานทานแบบเปลี่ยนคาได รูปที่ 2.9 แสดงลักษณะรูปรางของตัวตานทานแบบเปลี่ยนคาไดสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  9. 9. 9 (ก) (ข) (ค) (ง) รูปที่ 2.10 แสดงลักษณะรูปรางและสัญลักษณของโพเทนชิโอมิเตอรและรีโอสตาท จากรูปที่ 2.10 (ก) จะเห็นวาโพเทนชิโอมิเตอรมี 3 ขา ขาที่ 1และ 2 จะมีคาคงที่สวนขาที่ 3 เปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามที่ตองการ สวนรีโอสตาทนั้นจะมี 2 ขา ตามรูปที่ 2.10 (ข) แตในกรณีที่ตองการตอโพเทนชิโอมิเตอรใหเปนรีโอสตาทก็ทําไดโดยการตอขาที่ 3 เขากับขาที่ 2 ก็จะกลายเปนรีโอสตาทตามรูปที่ 2.10 ค สวนรูปที่ 2.10 ง. แสดงโครงสรางทั่ว ๆ ไปของโพเทนชิโอมิเตอร ความตานทาน แบบ B แบบ A การหมุน รูปที่ 2.11 แสดงความสัมพันธของการเปลี่ยนแปลงคาความตานทานแบบ A และแบบ Bสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  10. 10. 10 รูปที่ 2.12 แสดงลักษณะรูปรางของรีโอสตาทแบบตาง ๆ ที่มีอัตราทนกําลังวัตตสูง ตั ว ต า นทานแบบโพเทนชิ โ อมิ เ ตอร อี ก ประเภทหนึ่ ง คื อตัวตานทานแบบปรับละเอียด(Trimmer Potentiometers) ตัวตานทานแบบนี้สวนมากมักใชประกอบในวงจรประเภทเครื่องมือวัดและทดสอบ เพราะสามารถปรับหมุนเพื่อตองการเปลี่ยนคาความตานทานไดทีละนอยและสามารถหมุนได 15 รอบหรือมากกวาซึ่งเมื่อเทียบกับโพเทนชิโอมิเตอรแบบที่ใชในเครื่องรับวิทยุและเครืองเสียง ซึ่งจะหมุนไดไมถึง 1 รอบก็จะทําใหคาความตานทาน ่เปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว รูปที่ 2.13 แสดงลักษณะของตัวตานทานแบบโพเทนชิโอมิเตอรแบบปรับละเอียดสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  11. 11. 11 รูปราง สัญลักษณ โครงสรางรูปที่ 2.14 แสดงรูปลักษณะโครงสรางและสัญลักษณของตัวแอลดีอาร รูปที่ 2.15 แสดงคาความตานทานตามความเขมของแสงสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  12. 12. 12 รูปที่ 2.16 แสดงการหาคาความตานทานและความสัมพันธกบแสงของ LDR ั เมื่อมีแสงมาตกกระทบที่ LDR จะทําใหคาความตานทานภายในตัว LDR ลดลง จะลดลงมากหรือนอยขึ้นอยูกับแสงที่ตกกระทบ ในกรณีที่ไมมีแสงหรืออยูในตําแหนงที่มืดคาความตานทานภายในตัว LDR จะมีคาเพิ่มมากขึ้นตามรูปที่ 2.16 การทดสอบ LDR อยางงาย ๆ คือตอสายมิเตอรเขากับ LDR ตังยานวัด ้โอหม หาอุปกรณใหแสงสวางเชนไฟฉายหรือหลอดไฟ โดยใหแสงตกกระทบที่ตัว LDR ตรงดานหนา แลวสังเกตุคาความตานทานจากมิเตอรจะมีคาลดลง ถามีอุปกรณไปบังแสงทําใหมืดคาความตานทานจะเพิ่มขึ้นสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  13. 13. 13 หนวยของความตานทาน หนวยของความตานทานวัดเปนหนวย “โอหม” เขียนแทนดวยอักษรกรีกคือตัว “โอเมกา” (Ω) คาความตานทาน 1 โอหมหมายถึงการปอนแรงดันไฟฟาขนาด 1 โวลท ไหลผานตัวตานทานแลวมีกระแสไฟฟาไหลผาน 1 แอมแปร 1,000 Ω = 1 KΩ 1,000 KΩ = 1 MΩ รหัสสี แถบสีที่ 1 แถบสีที่ 2 แถบสีที่ 3 แถบสีที่ 4 (Color Code) ตําแหนง 1 ตําแหนง 2 ตัวคูณ เปอรเซ็นตผิดพลาด ดํา 0 0 1 20%(M) นํ้าตาล 1 1 10 1%(F) แดง 2 2 100 2%(G) สม 3 3 1,000 - เหลือง 4 4 10,000 - เขียว 5 5 100,000 0.5%(D) นํ้าเงิน 6 6 1,000,000 0.25%(C) มวง 7 7 - 0.1%(B) เทา 8 8 - 0.05%(A) ขาว 9 9 - - ทอง - - 0.1 5%(J) เงิน - - 0.01 10%(K) ตารางที่ 2.1 แสดงรหัสแถบสีจากตัวตานทานแบบ 4 แถบสีสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี
  14. 14. 14ตัวอยางที่ 2.1 ตัวตานทานมีรหัสแถบสี สม แดง นํ้าตาล และทองมีความตานทานกี่โอหม ? สม แดง นํ้าตาล ทอง แถบสีที่ 1 2 3 4 สี สม แดง นํ้าตาล ทอง คา 3 2 X 10 5% อานคารหัสแถบสีได 320 Ω ตัวตานทานนี้มีความตานทาน 320 Ω คาผิดพลาด 5 เปอรเซ็นตตัวอยางที่ 2.4 ตัวตานทานมีรหัสแถบสี เหลือง เทา แดง สม และนําตาล มีความตานทานกี่โอหม ? ้ เหลือง เทา แดง สม นํ้าตาล แถบสีที่ 1 2 3 4 5 สี เหลือง เทา แดง สม นํ้าตาล คา 4 8 2 X 1,000 1% อานคารหัสแถบสีได 482,000 Ω ตัวตานทานนี้มีความตานทาน 482 KΩ คาผิดพลาด 1 เปอรเซ็นตสํานักพิมพศูนยสงเสริมอาชีวะ โดยบุญสืบ โพธิ์ศรี

×