Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

โครงสร้างและหน้าที่ของใบ

28,837 views

Published on

โครงสร้างและหน้าที่ของใบ

  1. 1. โครงสร้างและหน้าที่ของใบ
  2. 2. โครงสร้างภายนอกของใบ
  3. 3. ใบ ( Leaves )อวัยวะที่เจริญออกไปบริเวณด้านข้างโดยมีตาเหน่ง อยู่ที่ข้อปล้องของต้นและกิ่งใบส่วนใหญ่จะมีสีเขียวของคลอโรฟิลล์ Anthocyanin Carotenoidใช้ในการสังเคราะห์แสง การหายใจและการคายนา
  4. 4. ตัวใบหรือแผ่นใบ (Lamina หรือ Blade) ลักษณะเป็นแผ่นแบนบาง ปลายสุดของตัวใบเรียกว่า ยอดใบ (Apex) ด้านตรงข้ามกับยอดใบเป็นส่วนโคนของตัวใบ เรียกว่าฐานใบ (Base) ภายในตัวใบจะเห็นเป็นเส้นนูนเป็นสันขึนมา เส้น ที่อยู่ตรงกลางใบเรียกว่าเส้นกลางใบ (Midrib)
  5. 5. ตัวใบหรือแผ่นใบ (Lamina หรือ Blade)  จากเส้นกลางใบมีเส้นแตกแขนงออกมามากมาย เรียกเส้นเหล่านันว่า เส้นใบ (Vein)  เส้นใบเหล่านี ทาให้ใบแผ่กางออกได้การจัดเรียงตัวของ เส้นใบ (Venation) มีอยู่ 2 แบบ  การจัดเรียงตัวแบบตาข่าย (Netted venation) พบได้ในพืชใบเลียงคู่ทวไป ั่  การจัดเรียงตัวแบบขนาน (Paralleld venation) พบในพืชใบเลียงเดี่ยว
  6. 6. ก้านใบ (Petiole หรือ Stalk)ส่วนที่เชื่อมระหว่างใบกับลาต้น (หรือกิ่ง)ในพืชใบเลียงคู่มีก้านใบค่อนข้างกลม หรือ กลมในพืชใบเลียงเดี่ยว ก้านใบมักแผ่ออกเป็นแผ่น หุ้มข้อที่ลาต้น เรียกว่า กาบใบ (Sheath)ในก้านใบมีท่อลาเลียงเชื่อมระหว่างใบกับลาต้น
  7. 7. ก้านใบ กาบใบ
  8. 8. หูใบ (Stipule)ส่วนของใบที่ยื่นออกมาจากโคนก้านใบบริเวณ ที่ต่อกับลาต้นใบที่ไม่มีหูใบถือว่าเป็นใบไม่สมบูรณ์ เรียกใบ ชนิดนีว่า Exstipulate leafใบที่มีหูใบเรียกว่า Stipulate leaf
  9. 9. โครงสร้างภายนอกของใบ
  10. 10. หน้าที่ของใบ สร้างอาหารด้วย  นอกจากนันใบยังมีหน้าที่อื่น ๆ กระบวนการสังเคราะห์ ได้แก่ ด้วยแสง (Photosynthesis)  ยึดหรือคาจุนลาต้น  สะสมอาหารและนา หายใจ (Respiration)  แพร่พันธุ์ คายนา (Transpiration)  ป้องกันลาต้น  ช่วยผสมเกสร
  11. 11. โครงสร้างภายในของใบ
  12. 12. โครงสร้างภายในของใบ1. เอพิเดอร์มิส (Epidermis) เยื่อหุ้มใบที่มีอยู่ทงด้านบนและด้านล่างของใบ ั ประกอบด้วยเซลล์แถวเดียว ไม่มี คลอโรพลาสต์ มี คิวทิน เคลือบ
  13. 13. เอพิเดอร์มิส (Epidermis) เอพิเดอร์มิส ด้านบน (Upper epidermis) มักมี คิวทิน ฉาบหนา กว่า เอพิเดอร์มิส ด้านล่าง (Lower epidermis) คิวทิน (Cutin) ที่ฉาบอยู่เป็นเยื่อบาง ๆ ใส ๆ เรียกว่า คิวทิเคิล (Cuticle) บางเซลล์มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์คุม (Guard cell) เซลล์ คุมเป็นเซลล์ที่มีเม็ดคลอโรพลาสต์อยู่ภายใน ในขณะที่เซลล์ ของเอพิเดอร์มิส ไม่มีเม็ดคลอโรพลาสต์ ปากใบหรือรูใบ (Stomata)
  14. 14. โครงสร้างภายในของใบ2. มีโซฟิลล์ (Mesophyll)ส่วนของเนือเยื่อที่อยู่ระหว่าง เอพิเดอร์มิส ด้านบน และเอพิเดอร์มิส ด้านล่างเนือเยื่อส่วนใหญ่เป็นพวกพาเรงคิมา ที่มีคลอโรพลาสต์อยู่ด้วยมีโซฟิลล์แบ่งออกเป็นสองชันคือ
  15. 15. 2.1 แพลิเซดมีโซฟิลล์ (Palisade mesophyll) อยู่ใต้เอพิเดอร์มิส ด้านบนเข้ามาในเนือใบ ประกอบด้วยเซลล์ยาว และแคบเรียงตังฉาก กับเอพิเดอร์มิส ด้านบน เป็นแถวอัดแน่น มีคลอโรพลาสต์อยู่กันอย่างหนาแน่นเต็มไป หมด เรียกเซลล์เหล่านีว่า แพลิเซดเซลล์ (Palisade cell)
  16. 16. 2.2 สปันจีมีโซฟิลล์ (Spongy mesophyll)อยู่ถัดจากแพลิเซดมีโซฟิลล์ เข้าไปจนถึง เอพิเดอร์มิสด้านล่างเป็นเซลล์ที่อยู่กันอย่างหลวม ๆไม่เป็นระเบียบเซลล์มีรูปร่างค่อนข้างกลม จึงเรียกเซลล์เหล่านีว่า สปันจีเซลล์ (Spongy cell)
  17. 17. 2.2 สปันจีมีโซฟิลล์ (Spongy mesophyll)มีช่องว่างระหว่างเซลล์มากในแต่ละเซลล์มีปริมาณคลอโรพลาสต์ น้อยกว่า เซลล์ในชันแพลิเซดมีโซฟิลล์ จึงทาให้ด้านล่างของ ใบมีสีเขียวน้อยกว่าด้านบนของใบ
  18. 18. โครงสร้างภายในของใบ3. มัดท่อลาเลียง (Vascular bundle) ส่วนของเส้นใบขนาดต่าง ๆกันที่อยู่ภายในเนือใบ ประกอบด้วย ไซเลมและโฟลเอ็มมาเรียงติดต่อกันเป็น เส้นใบ มัดท่อลาเลียงมีกลุ่มเซลล์ที่เรียกว่า บันเดิลชีท (Bundle sheath) ล้อมรอบ ส่วนใหญ่ของมัดท่อลาเลียงอยู่ในชันสปันจีมีโซฟิลล์ จึงเห็นเส้นใบนูนออกทางด้านท้องใบ
  19. 19. โครงสร้างภายในของใบ
  20. 20. โครงสร้างภายในของใบ
  21. 21. โครงสร้างภายในของใบ Key Guard to labels cells Dermal Ground Stomatal pore Vascular Epidermal cell Sclerenchyma Cuticle fibers 50 µm (b) Surface view of a spiderwort Stoma (Tradescantia) leaf (LM) Upper epidermis Palisade mesophyllBundle-sheathcell Spongy mesophyll Lower Guard epidermis cells Cuticle Xylem Vein Vein Air spaces Guard cells Phloem Guard Figure 35.17a–c (a) Cutaway drawing of leaf tissues cells (c) Transverse section of a lilac 100 µm (Syringa) leaf (LM)
  22. 22. โครงสร้างภายในของใบ
  23. 23. ใบพืชใบเลียงเดี่ยว
  24. 24. vascular bundle and bundle sheath
  25. 25. ชนิดของใบใบเลียง (Cotyledon) เป็นใบแรกของพืชที่อยู่ในเมล็ด ทาหน้าที่สะสมอาหารเพื่อเลียงต้นอ่อนขณะงอก ถ้า เป็นพืชใบเลียงคู่จะมีใบเลียง 2 ใบ แต่ถ้าเป็นพืชใบ เลียงเดี่ยวจะมีใบเลียงใบเดียวใบแท้ (Foliage leaf) เป็นใบที่มีสีเขียว  สร้างอาหารด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง  หายใจและคายนาด้วย
  26. 26. ชนิดของใบใบแท้ของพืชแบ่งออกเป็น2 กลุ่มใหญ่ ๆ  ใบเดี่ยว (Simple leaf) ใบที่มีแผ่นใบแผ่นเดียว
  27. 27. ชนิดของใบใบแท้ของพืชแบ่งออกเป็น2 กลุ่มใหญ่ ๆ  ใบประกอบ (Compound leaf )คือใบที่มีแผ่นใบ มากกว่าหนึ่งเกิดบนก้านใบอันเดียวกัน แต่ละใบ เรียกว่าใบย่อย ( Leaflet ) ก้านของใบย่อยเรียกว่า Petiolule หรือ Petiolet
  28. 28. ชนิดของใบ ใบที่เปลี่ยนแปลงไปทาหน้าที่พิเศษ (Modified leaf)
  29. 29. ใบสะสมอาหาร (Storage leaf)
  30. 30. ใบดอก (Floral leaf)
  31. 31. ใบประดับ (Bract)
  32. 32. ใบเกล็ด (Scale leaf)
  33. 33. เกล็ดตา (Bud scale)
  34. 34. มือเกาะ (Leaf tendrill)
  35. 35. หนาม (Leaf spine)
  36. 36. ฟิลโลด (Phyllode หรือ Phyllodium)
  37. 37. ทุ่นลอย (Floating leaf or Buoyancy leaf)
  38. 38. ใบแพร่พันธุ์ (Vegetative reproductive organ)
  39. 39. ใบจับแมลง (Insectivorous leaf หรือ Carnivorous leaf)

×