เทคนิคการสอน กระบวนการกลุ่ม

22,685 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

เทคนิคการสอน กระบวนการกลุ่ม

  1. 1. วิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม ่1. แนวคิด / ทฤษฏีการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุม ่ ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Theory of Cooperative or Collaborative Learning) สลาวิน (Slavin) เดวิด จอห์นสัน (David Johnson) และรอเจอร์ จอห์นสัน (Roger Johnson)เป็นนักการศึกษาคนสาคัญ มีแนวคิดว่า ในการเรียนรู้ของผู้เรียนปฎิสมพันธ์ระหว่างผูเ้ รียน มี 3ลักษณะ ได้แก่ ัลักษณะการแข่งขันกัน ลักษณะต่างคนต่างเรียนและลักษณะร่วมมือกัน หรือช่วยกันในการเรียนรู้ ซึงการจัด ่การศึกษาควรให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ทง 3 ลักษณะ โดยรูจักใช้ลักษณะการเรียนรูอย่างเหมาะสมกับ ั้ ้ ้สภาพการณ์ทงนี้เพราะในชีวิตประจาวัน ผู้เรียนจะต้องเผชิญสถานการณ์ที่มีทง 3 ลักษณะ แต่เนื่องจาก ั้ ั้การศึกษาปัจจุบันมีการส่งเสริมการเรียนแบบแข่งขันและแบบรายบุคคลอยู่แล้วเราจึงจาเป็นต้องหันมาส่งเสริมการเรียนรู้แบบร่วมมือ ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี รวมทั้งได้เรียนรูทักษะทางสังคมและการ ้ทางานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะทีจาเป็นอย่างยิ่งในการดารงชีวิตด้วย ซึ่งองค์ประกอบของการเรียนรู้แบบ ่ร่วมมือ มี 5 ประการได้แก่ การพึงพาและเกือกูลกัน การปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด ความรับผิดชอบ ที่ ่ ้ตรวจสอบได้ของสมาชิกแต่ละคน การใช้ทักษะการปฏิสมพันธ์ระหว่างบุคคลและทักษะการทางานกลุมย่อย ั ่และการวิเคราะห์กระบวนการกลุม (อ้างในทิศนา แขมณี, 2547 : 98-99) ่การประยุกต์ใช้ทฤษฏีในการเรียนการสอน ครูสามารถนาทฤษฏีของการเรียนรู้แบบร่วมมือ ไปจัดการเรียนการสอนของตนได้ โดยการพยายามจัดกลุมการเรียนรู้ให้มีองค์ประกอบครบ 5 ประการดังกล่าวข้างต้นและใช้เทคนิค วิธีการต่าง ๆ ในการช่วยให้ ่องค์ประกอบทั้ง 5 สัมฤทธิผล โดยทั่วไปการวางแผนบทเรียนและจัดการเรียนการสอนให้ผเู้ รียนได้เรียนรู้แบบ ์ร่วมมือมีประเด็นทีสาคัญดังนี้ (Johnson , Johnson and Holubec , 1994 : 1 : 13 – 1 : 14 อ้างในทิศนา ่แขมณี , 2547) 1. ด้านการวางแผนการจัดการเรียนการสอน 1.1 กาหนดจุดมุ่งหมายของบทเรียนทั้งทางด้านความรู้และทักษะแระบวนการต่าง ๆ 1.2 กาหนดขนาดของกลุม กลุ่มควรมีขนาดเล็กประมาณ 3-6 คน กลุ่มขนาด 4 คน จะเป็นขนาดที่ ่เหมาะที่สุด
  2. 2. 1.3 กาหนดองค์ประกอบของกลุ่มหมายถึงการจัดผูเ้ รียนเข้ากลุ่ม ซึงอาจทาโดยการสุ่ม หรือการ ่เลือกให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปกลุมจะต้องประกอบไปด้วยสมาชิกที่คละกันในด้านต่าง ๆ เช่น เพศ ่ความสามารถ ความถนัด เป็นต้น 1.4 กาหนดบทบาทของสมาชิกแต่ละคนในกลุม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและ ่มีส่วนในการทางานอย่างทั่วถึง ครูควรมอบหมายบทบาทหน้าที่ในการทางานให้ทกคน และบทบาทหนาที่นั้น ุๆ จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของงานอนเป็นจุดมุงหมายของกลุ่ม ครูควรจัดบทบาทหน้าที่ของสมาชิกให้อยู่ใน ่ลักษณะทีจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและเกื้อกูลกัน บทบาทหน้าที่ในการทางานเพื่อการเรียนรู้มจานวนมาก เช่น ่ ีบทบาทผู้นากลุ่ม ผู้สงเกตการณ์ เลขานุการ ผูเ้ สนอผลงาน ผู้ตรวจสอบผลงาน เป็นต้น ั 1.5 จัดสถานที่ให้เหมาะสมในการทางานและการมีปฏิสมพันธ์กัน ครูจาเป็นต้องคิดออกแบบจัด ัห้องเรียนหรือสถานที่ทจะใช้ในการเรียนรู้ให้เอื้อและสะดวกต่อการทางานของกลุ่ม ี่ 1.6 จัดสาระ วัสดุ หรืองานที่จะให้ผเู้ รียนทา วิเคราะห์สาระ/งาน/หรือวัสดุทจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ี่และจัดแบ่งสาระหรืองานนั้นในลักษณะที่ให้ผู้เรียนแต่ละคนมีส่วนในการช่วยกลุมและพึ่งพากันในการเรียนรู้ ่ 2. ด้านการสอน ครุควรมีการเตรียมกลุ่มเพื่อการเรียนรูร่วมกันดังนี้ ้ 2.1 อธิบายชี้แจงเกี่ยวกับงานกลุ่ม ครูควรอธิบายถึงจุดมุงหมายของบทเรียน เหตุผลในการ ่ดาเนินการต่างๆ รายละเอียดของงานและขั้นตอนในการทางาน 2.2 อธิบายเกณฑ์การประเมินผลงาน ผูเ้ รียนจะต้องมีความเข้าใจตรงกันว่าความสาเร็จของงานอยู่ตรงไหน งานที่คาดหวังจะมีลกษณะอย่างไร เกณฑ์ทจะใช้ในการวัดความสาเร็จของงานคืออะไร ั ี่ 2.3 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการของการพึ่งพาเกื้อกูลกัน ครูควรอธิบายกฎเกณฑ์ ระเบียบกติกา บทบาทหน้าที่ และระบบการให้รางวัลหรือประโยชน์ที่กลุมจะได้รับในการร่วมมือกันเรียนรู้ ่ 2.4 อธิบายวิธีการช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่ม 2.5 อธิบายถึงความสาคัญและวิธีการในการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่แต่ละคนได้รับมอบหมาย เช่น การสุ่มเรียกชื่อผู้เสนอผลงาน การทดสอบ การตรวจสอบผลงาน เป็นต้น 2.6 ชี้แจงพฤติกรรมที่คาดหวัง ว่าต้องการให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมอะไรบ้างจะช่วยให้ผเู้ รียนรู้ความคาดหวังที่มีต่อตนและพยายามจะแสดงผลพฤติกรรมนั้น
  3. 3. 3. ด้านการควบคุมกากับและการช่วยเหลือกลุ่ม 3.1 ดูแลให้สมาชิกกลุ่มมีการปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิด 3.2 สังเกตการณ์การทางานร่วมกันของกลุม ตรวจสอบว่าสมาชิกกลุ่มมีความเข้าใจในงาน หรือ ่บทบาทหน้าทีที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ สังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกให้ข้อมูลป้อนกลับ ให้แรงเสริม ่และบันทึกข้อมูลทีจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของกลุ่ม ่ 3.3 เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มตามความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานและการทางาน เมื่อพบว่ากลุ่มต้องการความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไปชี้แจง สอนซ้า หรือ ให้ความช่วยเหลือ ครูสามารถเข้าไปชี้แจง สอนซ้า หรือให้ความช่วยเหลืออื่นๆ 3.4 สรุปการเรียนรู้ ครูควรให้กลุ่มสรุปประเด็นการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อช่วยให้การเรียนรูมีความชัดเจนขึ้น ้ 4. ด้านการประเมินผลและวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ 4.1 ประเมินผลการเรียนรู้ของผูเ้ รียนทังทางด้านปริมานปละคุณภาพโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ้และควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน 4.2 วิเคราะห์กระบวนการทางานและกระบวนการเรียนรูร่วมกัน ครูควรจัดให้ผเู้ รียนมีเวลาในการ ้วิเคราะห์การทางานของกลุ่มและพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่ม เพื่อให้กลุ่มมีโอกาสเรียนรูที่จะปรับปรุงสวน ้บกพร่องของกลุม่ การดาเนินงานในด้านต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นสิ่งที่ครูจาเป็นต้องทาในการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยทั่ว ๆไป ซึ่งครูแต่ละคนสามารถคิดวางแผนออกแบบการเรียนการสอนของตน โดยอาศัยวิธีการและเทคนิคต่างๆเข้ามาช่วยอย่างหลากหลายแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตามได้มีนักการศึกษาและนักคิดหลายคน ที่ได้ค้นคิดวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่มรูปแบบ ลักษณะ หรือขั้นตอนแตกต่างกันออกไป เพื่อให้เหมาะกับ ีสถานการณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ เดวินสัน (Davidson , 1994 : 13-30 ) ได้รวบรวมรูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ ทั้งที่เรียกว่า Cooperative Learning และ Collaborative Learning ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมาก ได้ทั้งหมด 6 รูปแบบ คือ Student Team Learning Learning Together GroupInvestigation The structural Approach Complex Instruction และ The collaborative Approach การเรียนการสอนแบบร่วมมือมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีวิธีดาเนินการหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ การจัดกลุ่ม การศึกษาเนือหาสาระ การทดสอบ การคิดคะแนน และระบบการให้รางวัลแตกต่างกัน ้ออกไป เพื่อสนองวัตถุประสงค์เฉพาะ แต่ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ต่างก็ใช้หลักการเดียวกัน คือ หลักการเรียนรู้แบบร่วมมือ 5 ประการ และมีวัตถุประสงค์มงตรงไปทางทิศเดียวกัน คือ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใน ุ่
  4. 4. เรื่องที่ศึกษาอย่างมากทีสุด โดยอาศัยการร่วมมือกัน ช่วยเหลือกัน และแลกเปลี่ยนความรู้กันระหว่างกลุม ่ ่ผู้เรียนด้วยกัน ความแตกต่างของรูปแบบแต่ละรูปแบบจะอยู่ที่เทคนิคในการศึกษาเนื้อหาสาระ และวิธีการเสริมแรงและการให้รางวัลเป็นประการสาคัญ ซึงในการสอนกระบวนการกุลมได้เลือกใช้กระบวนการกลุ่ม ่ ่แบบจิกซอว์ (Jigsaw) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ๊ 1. การเรียนการสอนแบบจิกซอว์ (Jigsaw) ๊ การเรียนการสอนแบบจิ๊กซอว์ มีขั้นตอนการสอนดังนี้ 1.1 จัดผู้เรียนเข้ากลุ่มคละความสามารถ (เก่ง กลาง อ่อน) กลุ่มละ 4 คน และเรียกกลุมนี้ว่า กลุ่ม ่บ้านของเรา (Home Group) 1.2 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา ได้รบมอบหมายให้ศึกษาเนือหาสาระ คนละ 1 ส่วน (เปรียบเสมือน ั ้ได้ชิ้นส่วนของภาพตัดต่อคนละ 1 ชิ้น) และหาคาตอบในประเด็นปัญหาทีผสอนมอบหมายให้ ่ ู้ 1.3 สมาชิกในกลุ่มบ้านของเรา แยกย้ายไปรวมกับสมาชิกกลุ่มอื่นซึ่งได้รบเนื้อหาเดียวกัน ตั้งกลุ่ม ัผู้เชี่ยวชาญ (Expert Group) ขึ้นมา และร่วมกันทาความเข้าใจในเนื้อหาสาระนั้นอย่างละเอียด และร่วมกันอภิปรายหาคาตอบประเด็นปัญหาทีผู้สอนมอบหมายให้ ่ 1.4 สมาชอกกลุมผูเ้ ชี่ยวชาญ กลับไปสู่กลุ่มบ้านของเรา แต่ละคนช่วยสอนเพือนในกลุมให้เข้าใจใน ่ ่ ่สาระที่ตนได้ศึกษาร่วมกับกลุมผูเ้ ชียวชาญ เช่น สมาชิกทุกคนก็จะได้เรียนรู้ภาพรวมของสาระทั้งหมด ่ 1.5 ผู้เรียนทุกคนทาแบบทดสอบ แต่ละคนจะได้คะแนนเป็นราบบุคคลและนาคะแนนของทุกคนในกลุ่มบ้านของเรามารวมกัน (หรือหาค่าเฉลี่ย) เป็นคะแนนกลุม กลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดได้รับรางวัล ่ 2. วิธีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิคกระบวนการกลุ่ม กระบวนการกลุ่มเป็นเทคนิคที่ประยุกต์มาจากแนวคิดของ Peggy A . Sharp, Robert Garmston& Bruce wellman (www.ncrtec.org/pd/lwtres) ซึ่งทิศนา แขมณี (2547 : 144) เสนอว่ากระบวนการกลุ่มมีตัวบ่งชี้ดังนี้ 1. ผู้เรียนมีการปฏิสัมพันธ์/ทางาน/ทากิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถประสงค์ 2. ผู้สอนมีการฝึก/ชี้แนะ/สอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทางานกลุ่มที่ดีในจุดใดจุดหนึ่งของกระบวนการ เช่น ในเรื่องบทบาทผู้นากลุ่ม บทบาทสมาชิกกลุ่ม กระบวนการทางานกลุม ่องค์ประกอบอื่นๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง 3. ผู้เรียนมีการวิเคราะห์การเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งในด้านเนือหา สาระที่เรียนและกระบวนการทางาน ้ร่วมกัน
  5. 5. 4. ผู้สอนมีการวิเคราะห์และประเมินผลการเรียนทังทางด้านเนื้อหา สาระ และกระบวนการกลุ่ม ้ กิรติ ศรีสุชาติ (2544) ได้ประยุกต์ใช้ทฤษฏีการเรียนรู้แบบร่วมมือ และแนวคิดวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2542) เฉลิม วราวิทย์(2537) และวีณษ วโรตมะวิชญ (2530) ซึ่งได้เสนอวิธีจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคกระบวนการกลุ่มมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 ขั้นตั้งจุดมุ่งหมายการเรียน ครูกาหนดและแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผเู้ รียนทราบ ขั้นที่ 2 ขั้นรวมกลุ่ม ผู้เรียนเข้ากลุ่มตามที่แบ่งไว้ ขั้นที่ 3 ขั้นระดมความคิด ผู้เรียนนาเสนอความคิด ขั้นที่ 4 ขั้นวิเคราะห์ ผู้เรียนร่วมกันอภิปราย และนาความรูมาสร้างผลงาน ้ ขั้นที่ 5 ขั้นสรุปและประยุกต์ใช้ ผู้เรียนสรุปและประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจาวัน ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล ครูและผูเ้ รียนร่วมกันประเมินผล

×