1.1 การแบ่งยุคสมัยปวศ.

828 views

Published on

0 Comments
2 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
828
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
251
Actions
Shares
0
Downloads
15
Comments
0
Likes
2
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

1.1 การแบ่งยุคสมัยปวศ.

  1. 1. การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ ิ
  2. 2. การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ เราจะอาศัยหลักฐานที่ ิ เป็ นลายลักษณ์ อักษรเป็ นเกณฑ์ ได้ แก่ สมัยก่ อนประวัตศาสตร์ ิ (Prehistorical Period) เป็ นสมัยที่มนุษย์ ยังไม่ มีตวอักษรสําหรับ ั บันทึกเรื่องราว และ สมัยประวัตศาสตร์ (Historical Period) ิ เป็ นช่ วงที่มีตวอักษรใช้ บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ ต่างๆ แล้ ว ั
  3. 3. สมัยก่ อนประวัตศาสตร์ ิ เราจะอาศัยการศึกษาร่ องรอยการตังถิ่นฐานของมนุษย์ ้ ในช่ วงนีจงจําเป็ นต้ องอาศัยการวิเคราะห์ ตความจาก ้ึ ี หลักฐานชันต้ นที่ได้ จากการสํารวจทางโบราณคดี เช่ น ้ เครื่องมือเครื่องใช้ ท่ ทาด้ วยหิน โลหะ เครื่อง ประดับ ี ํ เครื่องปั ้นดินเผา โครงกระดูก เมล็ดพืช ภาพเขียนสีตาม ฝาผนังถํา ้
  4. 4. ยุคหิ น (Stone Age) ยุคหินเก่า ยุคหินกลาง ยุคหินใหม่
  5. 5. ยุคหิ นเก่า (Paleolitic Period) ลักษณะสังคมเป็ นสังคมล่ าสัตว์ และหาพืชผักผลไม้ ป่าเป็ น อาหาร และอาศัยอยู่ตามถํา บริเวณที่อุดมสมบรู ณ์ และยังพบว่ า ้ มนุษย์ มีความสามารถด้ านศิลปะ ซึ่งพบภาพวาดตามผนังถําที่ใช้ ้ ฝุ่ นสีต่างๆ
  6. 6. เราสามารถแบ่งยุคหินเก่าได้ เป็ น 3 ช่วง ยุคหินเก่า ตอนต้ น ยุคหินเก่า ตอนกลาง ยุคหินเก่าตอน ปลาย • ประมาณ 2500000-180000 ปี มาแล้ ว • เครื่ องมือทําด้ วยหินลักษณะเป็ นขวานกะเทาะแบบ กําปั ้น • ประมาณ 180000-49000 ปี มาแล้ ว • เครื่ องมือทําด้ วยหินมีลักษณะแหลมคม ด้ ามยาวขึน มี ้ ประโยชน์ ใช้ สอยมากกว่ าเดิม • ประมาณ 49000-10500 ปี มาแล้ ว • เครื่ องมือทําจากหินและกระดูกสัตว์ เช่ น ฉมวก หัวลูกศร และทําเครื่ องประดับจากเปลือกหอย
  7. 7. ยุคหิ นกลาง (Mesolithic Period) ประมาณ 10500-10000 ปี ล่ วงมาแล้ ว มนุษย์ ในช่ วงเวลานี ้ เริ่มมีการนําวัสดุธรรมชาติมาใช้ ประโยชน์ เช่ น ทําตะกร้ าสาน ทํารถ ลาก และเครื่องมือเครื่องใช้ ท่ ทาด้ วยหินก็มีความประณีตมากขึน ี ํ ้ ตลอดจนรู้ จักนําสุนัขมาเลียงเป็ นสัตว์ เลียง โดยมักตังหลักแหล่ งอยู่ ้ ้ ้ ตามแหล่ งนํา ชายฝั่ งทะเล ประกอบอาชีพประมง ล่ าสัตว์ และ ้ บริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์
  8. 8. ยุคหิ นใหม่(Neolithic Period) มนุษย์ ในยุคนีอาศัยรวมกันอยู่เป็ นหมู่บ้าน ดํารงชีวิตด้ วย ้ การเพาะปลูกและเลียงสัตว์ การเพาะปลูกได้ เปลี่ยนวิถีชีวิตของ ้ มนุษย์ จากสังคมล่ าสัตว์ มาเป็ นสังคมเกษตรกรรม ที่ตงถิ่นฐาน ั้ เป็ นหลักแหล่ ง มีการสร้ างที่พักอาศัยถาวรเป็ นกระท่ อมดิน เหนียวและตังหลักแหล่ งตามบริเวณลุ่มนํา ยุคหินใหม่ เป็ นยุค ้ ้ เกษตรกรรม มีการทอผ้ า ทําเครื่องปั ้นดินเผา
  9. 9. มนุษย์ หนใหม่ ยังคงมีความเชื่อและประกอบพิธีกรรม เพื่อ ิ บูชาสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยเฉพาะการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ พืชที่เพาะปลูกเจริญงอกงาม มีฝนตกตามฤดูกาล เช่ น สโตน เฮนจ์
  10. 10. ยุคโลหะ (Metal Age) โลหะชนิดแรกที่มนุษย์ ร้ ูจักนํามาหลอมเป็ นเครื่องมือ เครื่องใช้ คือ ทองแดง ปรากฏหลักฐานในบริเวณลุ่มแม่ นําไทกริส ้ และยูเฟรทิส ซึ่งนําทองแดงมาใช้ ประโยชน์ ในด้ านต่ างๆ
  11. 11. ยุคสําริ ด(Bronze Age) สําริดเป็ นโลหะผสม ระหว่ างทองแดงกับดีบุก นํามา ขึนรูปทําเป็ นเครื่องมือด้ วยการ ้ ตีหรื อหล่ อในแม่ พมพ์ เช่ น ิ ขวาน หอก ภาชนะ กําไล ลูกปั ด ฯลฯ ในยุคนีความเป็ นอยู่ของมนุษย์ เปลี่ยนไปมากทังด้ าน ้ ้ การเมืองและสังคม ชุมชนเกษตรกรรมขยายตัวจนกลายเป็ นชุมชน เมือง นําไปสู่พัฒนาการทางสังคมสู่ความเป็ นรั ฐในเวลาต่ อมา
  12. 12. แหล่ งอารยธรรมที่สาคัญๆ ของโลกล้ วนมีการพัฒนาการสังคม ํ จากช่ วงเวลาสมัยหินใหม่ และสมัยสําริด แหล่ งอารยธรรมของโลกที่ สําคัญและแหล่ งวัฒนธรรมบางแห่ ง เช่ น แหล่ งอารยธรรมเมโสโปเต เมียในภูมิภาคเอเชียตะวันตก แหล่ งอารยธรรมลุ่มแม่ นําไนล์ ใน ้ อียปต์ แหล่ งอารยธรรมลุ่มแม่ นําสินธุในอินเดีย แหล่ งอารยธรรมลุ่ม ิ ้ แม่ นําฮวงโหของจีน ้
  13. 13. ยุคโลหะ(Iron Age) ช่ วงเวลานีมีการพัฒนาทางด้ าน ้ เทคโนโลยีการผลิตโลหะ ซึ่งการผลิตเหล็ก ต้ องใช้ อุณหภูมิสูงมีกรรมวิธีท่ ย่ ุงยาก แต่ ถง ี ึ อย่ างไรเหล็กก็มีความแข็งแกร่ งคงทนกว่ า โลหะสําริดมาก จึงนําไปสู่พัฒนาการทาง สังคม เป็ นรัฐที่กาลังทหารเข้ มแข็ง ขยาย ํ เป็ นอาณาจักรได้ ต่อไป โดยอารยธรรมแห่ ง แรกที่ผลิตเหล็กได้ คือ แหล่ งอารยธรรม เมโสโปเตเมีย
  14. 14. สมัยประวัติศาสตร์ สมัยประวัตศาสตร์ เป็ นช่ วงเวลาที่มีตัวอักษรใช้ จดบันทึกเรื่ องราว ิ เหตุการณ์ ต่างๆ โดย ใช้ หลักฐานที่เป็ นลายลักษณ์ อักษร เช่ น จารึก จดหมายเหตุ พงศาวดาร ตํานาน และหลักฐานที่ไม่ เป็ นลายลักษณ์ อักษร เช่ น เจดีย์ พระพุทธรู ป เทวรู ป เครื่ องใช้ เครื่ องประดับ เงิน เหรี ยญ เป็ นต้ น การศึกษาประวัตศาสตร์ สากลมีความ ิ แตกต่ างกันโดยประวัตศาสตร์ ตะวันออกแบ่ งยุค ิ สมัยทางประวัตศาสตร์ ตามช่ วงเวลาของแต่ ละ ิ ราชวงศ์ หรื อศูนย์ กลางอํานาจเป็ นเกณฑ์ ส่ วน ตะวันตกใช้ เหตุการณ์ สาคัญทางประวัตศาสตร์ ํ ิ เป็ นเกณฑ์ ในการแบ่ งยุค
  15. 15. การแบ่ งยุคสมัยประวัตศาสตร์ ตะวันออก ิ 1.การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ จีน สามารถ ิ แบ่ งออกได้ เป็ น • ประวัตศาสตร์ จีนสมัยโบราณ ิ • ประวัตศาสตร์ จีนสมัยกลาง ิ • ประวัตศาสตร์ จีนสมัยใหม่ ิ • ประวัตศาสตร์ จีนสมัยปั จจุบัน ิ
  16. 16. ประวัติศาสตร์จีนสมัยโบราณ ช่ วงเวลาการเริ่มต้ นจากรากฐานอารยธรรมจีน ตังแต่ สมัย ้ ประวัตศาสตร์ ท่ มีการสร้ างสรรค์ วัฒนธรรมหยางเซา วัฒนธรรม ิ ี หลงซาน อันเป็ นวัฒนธรรมเครื่ องปั ้นดินเผาและโลหะสําริด ต่ อมาเข้ าสู่สมัยประวัตศาสตร์ ราชวงศ์ ต่าง ๆ ได้ ปกครอง ิ ประเทศ ได้ แก่ ราชวงศ์ เซียะ และราชวงศ์ ชาง ช่ วงเวลาที่จีนเริ่ม ก่ อตัวเป็ นรัฐที่มีรากฐานการปกครอง เศรษฐกิจและสังคม ราชวงศ์ โจว ซึ่งแบ่ งออกเป็ นราชวงศ์ โจวตะวันตก และราชวงศ์ โจ วตะวันออก เมื่อราชวงศ์ โจวตะวันออกเสื่อมลง เกิดสงคราม ระหว่ างเจ้ าผู้ครองรัฐต่ าง ๆ ในที่สุดราชวงศ์ ฉิน รวบรวมก่ อตัง ้ ราชวงศ์ และสมัยราชวงศ์ ฮ่ ัน เป็ นสมัยที่รวมศูนย์ อานาจจนเป็ น ํ จักรพรรดิ
  17. 17. ประวัติศาสตร์จีนสมัยกลาง อารยธรรมมีการปรั บตัวเพื่อรั บอิทธิพล ต่ างชาติเข้ ามา ผสมผสานในสังคมจีน ที่สาคัญคือพระพุทธศาสนา ประวัตศาสตร์ ํ ิ จีนสมัยกลางเริ่มสมัยด้ วยความวุ่นวายจากการล่ มสลายของ ราชวงศ์ ฮ่ ัน เรียกว่ าสมัยความแตกแยกทางการเมือง เป็ นช่ วงเวลา การยึดครอบของชาวต่ างชาติ การแบ่ งแยกดินแดน ก่ อนที่จะมีการ รวมประเทศในสมัยราชวงศ์ สุย สมัยราชวงศ์ ถัง ช่ วงเวลานีประเทศ ้ จีนเจริญรุ่ งเรืองสูงสุดก่ อนที่จะแตกแยกอีกครั ง ในสมัยห้ าราชวงศ์ ้ กับสิบรัฐ ต่ อมาสมัยราชวงศ์ ซ่ง สามารถรวบรวมประเทศจีนได้ อีก ครั ง และมีความเจริญรุ่ งเรื องทางศิลปวัฒนธรรม จนกระทั่งชาว ้ มองโกลสามารถยึดครองประเทศจีนและสถาปนาราชวงศ์ หยวน
  18. 18. ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ ประวัตศาสตร์ จีนสมัยใหม่ เริ่มใน ค.ศ. 1368 เมื่อชาวจีนขับ ิ ไล่ พวกมองโกลออกไป แล้ วสถาปนาราชวงศ์ หมิง ขึนปกครอง ้ ประเทศจีน และถูกโค่ นล้ มอีกครั งโดยราชวงศ์ ซง ในช่ วงปลาย ้ ิ สมัยราชวงศ์ ชิงเป็ นเวลาที่ประเทศจีนถูกคุกคามจากชาติ ตะวันตก และจีนพ่ ายแพ้ แก่ อังกฤษในสงครามฝิ่ น จนสินสุด ้ ราชวงศ์ ใน ค.ศ. 1911 สงครามฝิ่ น
  19. 19. ประวัติศาสตร์จีนสมัยปั จจุบน ั ประวัตศาสตร์ จีนสมัยปั จจุบันเริ่มต้ นใน ค.ศ. 1911 เมื่อจีน ิ ปฏิวัตเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ิ มาเป็ น ระบอบสาธารณรั ฐโดย ดร.ซุน ยัตเซน ต่ อมาพรรค คอมมิวนิสต์ ได้ ปฏิวัตและได้ ปกครองจีน จึงเปลี่ยนแปลงการ ิ ปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ ตังแต่ ค.ศ. 1949 จนถึงปั จจุบัน ้ ดร.ซุน ยัตเซน
  20. 20. 2.การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ ญ่ ีปุ่น ิ การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ ญ่ ีปุ่น ใช้ พัฒนาการของ ิ อารยธรรมและช่ วงเวลาตามศูนย์ กลางอํานาจการปกครองเป็ น เกณฑ์ ใน การแบ่ งยุคสมัย สาเหตุท่ ใช้ เกณฑ์ การแบ่ งยุคสมัย ี เนื่องจากจักรพรรดิท่ เป็ นประมุขของญี่ปุ่น มีเพียงราชวงศ์ เดียว ี ตังแต่ อดีตมาจนถึงปั จจุบัน โดยอํานาจการปกครองในช่ วงเวลา ้ ส่ วนใหญ่ อยู่ในตระกูลนักรบต่ าง ๆ สามารถแบ่ งออกได้ เป็ น • ประวัตศาสตร์ ญ่ ีปุ่นสมัยโบราณ ิ • ประวัตศาสตร์ ญ่ ีปุ่นสมัยกลาง ิ • ประวัตศาสตร์ ญ่ ีปุ่นสมัยใหม่ ิ
  21. 21. ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยโบราณ เมื่อมนุษย์ เข้ ามาตังถิ่นฐานในหมู่เกาะญี่ปุ่นจนถึงช่ วงที่ญ่ ปุ่น ้ ี รบเอาอารยธรรมจากจีน แบ่ งออกเป็ นสมัยต่ าง ๆ เช่ น สมัย โจมอน เป็ นวัฒนธรรมสมัยหินและเครื่องปั ้นดินเผา สมัยยะโยอิ เป็ นสมัยโลหะและสังคมกสิกรรม และสมัยโคะฟุง เป็ นสมัยของ การก่ อตังรัฐและจัดระเบียบทางสังคม ้ กระจกสัมฤทธิ์ หนึ่งในวัตถุโบราณของยุคยะโยอิ
  22. 22. ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยกลาง ญี่ปุ่นรับเอาอารยธรรมจีนและพุทธศาสนาเข้ ามาในประเทศ ประวัตศาสตร์ สมัยกลางแบ่ งได้ เป็ นสมัยอาสุกะ สมัยนารา เมือง ิ หลวงอยู่ท่ เมืองนารา สมัยเฮอัน เมืองหลวงอยู่ท่ เมืองเฮอัน(ปั จจุบัน ี ี คือเมืองเกียวโต) ซึ่งจักรพรรดิมีอานาจปกครอง สมัยคามากุระ เป็ น ํ สมัยที่โชกุนตระกูลมินาโมโตมีอานาจปกครองประเทศ มีเมืองหลวง ํ อยู่ท่ เมืองคามากุระ ต่ อมาตระกูลอาชิกางะได้ โค่ นล้ มตระกูลมินาโม ี โตและเป็ นโชกุนแทนที่ ในค.ศ. 1333 โชกุนตระกูลาชิกางะมีศูนย์ กลางการปกครองที่ เมืองมูโรมาจิเขตเมืองเกียวโต สมัยของมูโรมาจิสินสุดเมื่อเกิด ้ สงครามระหว่ างตระกูลต่ าง ๆเป็ นสงครามกลางเมืองใน ค.ศ. 1573
  23. 23. ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ สมัยใหม่ ของญี่ปุ่นเริ่มในสมัยสงคราม กลางเมืองหรือสมัยโม โมยามะ จนกระทั่งโตกุกาวา อิเอยาสุได้ ยุตสงครามกลางเมือง ิ และสถาปนาระบอบโชกุนตระกูลโตกุกาวา ศูนย์ กลาง การ ปกครองที่เมืองเอโดะ ดังนันสมัยเอโดะ เป็ นช่ วงที่ระบบศักดินา ้ เจริญสูงสุด ค.ศ. 1868 โชกุนถวายอํานาจการปกครองคืนแก่ จักรพรรดิ จากนันญี่ปุ่นได้ เข้ าสู่สมัยเมจิ ซึ่งเป็ นสมัยของการ ้ ปฏิรูปญี่ปุ่นให้ ทนสมัยแบบตะวันตก ั
  24. 24. 3.การแบ่ งยุคสมัยทางประวัตศาสตร์ อนเดีย ิ ิ การแบ่ งยุคสมัยทาง ประวัตศาสตร์ อนเดีย แบ่ ง ิ ิ ออกเป็ น สมัยโบราณ สมัยกลาง และสมัยใหม่ แต่ ละยุคสมัยจํามี การแบ่ งเป็ นยุคสมัยย่ อยตาม ช่ วงเวลาของแต่ ละราชวงศ์ ท่ มี ี อิทธิพลเหนืออินเดียขณะนัน ้
  25. 25. ประวัติศาสตร์อินเดียโบราณ ประวัตศาสตร์ อนเดียโบราณตังแต่ สมัยอารยธรรมลุ่ม ิ ิ ้ แม่ นําสินธุ โดยมีพวกดราวิ-เดียน จนกระทั่งอารยธรรมแห่ งนี ้ ้ ล่ มสลายลงเมื่อชนชาวอารยันอพยพเข้ ามาตังถิ่นฐานและก่ อตัง ้ ้ อาณาจักรหลายอาณาจักรในภาคเหนือของอินเดีย นับว่ าเป็ น ช่ วงเวลาที่การเริ่มสร้ างสรรค์ อารยธรรมอินเดียที่แท้ จริง มีการ ก่ อตังศาสนาต่ าง ๆ เรี ยกว่ า สมัยพระเวท สมัยมหากาพย์ ้ อักษร บรามิ ลิปิ
  26. 26. ต่ อมาอินเดียรวมตัวกันในสมัยราชวงศ์ มคธ และมีการรวมตัวอย่ าง แท้ จริงในสมัยราชวงศ์ เมารยะ ระยะเวลานีเ้ ป็ นเวลาทีอนเดียเปิ ดเผยแผ่ ่ิ พระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่ าง ๆ ต่ อมาราชวงศ์ เมารยะล่ มสลายอินเดียก็เข้ า สู่ สมัยแห่ งการแตกแยกและการรุ กราน จากภายนอก จากพวกกรีกระยะเวลานี้ เป็ นสมัยการผสมผสานทางวัฒนธรรมก่ อนทีจะรวมเป็ นจักรวรรดิได้ อกครั้ง ่ ี โดยราชวงศ์ คุปตะ
  27. 27. ประวัติศาสตร์อินเดียสมัยกลาง อินเดียเข้ าสู่สมัยกลาง ค.ศ. 535 – ค.ศ. 1525 สมัยนีเ้ ป็ น ช่ วงเวลาของความวุ่นวายทางการเมือง และการรุ กรานจาก ต่ างชาติ โดยพาชาวมุสลิม สมัยกลางจึงเป็ นสมัยที่อารยธรรม มุสลิมเข้ ามามีอทธิพลในอินเดีย สมัยกลางแบ่ งได้ เป็ นสมัยความ ิ แตกแยกทางการเมือง และสมัยสุลต่ านแห่ งเดลลี
  28. 28. ประวัติศาสตร์อินเดียสมัยใหม่ ประวัตศาสตร์ อินเดียสมัยใหม่ ิ เป็ นช่ วงเวลาที่วัฒนธรรมเปอร์ เซียและ พวกโมกุลได้ ตงราชวงศ์ วัฒนธรรมตะวันตกเข้ ามาในสังคมอินเดีย ั้ โมกุลถือว่ าสมัยโมกุล เป็ น ขณะที่ชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูได้ ยึดมั่นในศาสนาของตนเองมากขึน และ ้ การเริ่มต้ นสมัยใหม่ เกิดความแตกแยกในสังคมอินเดีย ดังนัน ้ จนกระทั่งอังกฤษเข้ า ประวัตศาสตร์ อินเดียสมัยใหม่ สามารถ ิ ปกครองอินเดียโดยตรง แบ่ งได้ เป็ นสมัยราชวงศ์ โมกุล สมัยอังกฤษ จนถึง ค.ศ. 1947 อินเดียจึง ได้ รับเอกราช ภายหลังได้ รับ ปกครองอินเดีย อย่ างไรก็ตาม สมัยที่ วัฒนธรรมมุสลิมเข้ ามามีอิทธิพลในอารย เอกราชและถูกแบ่ งออกเป็ น ธรรมอินเดียเรี ยก รวมว่ า สมัยมุสลิม ประเทศต่ าง ๆ ได้ แก่ อินเดีย หมายถึง รวมสมัยสุลต่ านแห่ งเดลฮีกับ ปากีสถาน และบังคลาเทศ สมัยราชวงศ์ โมกุล
  29. 29. การแบ่ งยุคสมัยประวัตศาสตร์ ตะวันตก ิ 1.ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เริ่มเกิดขึนเป็ นครั งแรกบริเวณ ้ ้ ดินแดนเมโสโปเตเมียแถบลุ่มแม่ นํา ้ ไทกริส-ยูเฟรทีส และดินแดนอียปต์ ิ แถบลุ่มแม่ นําไนล์ ท่ ชาวเมโสโปเต ้ ี เมียและชาวอียปต์ ร้ ูจัก ประดิษฐ์ ิ ตัวอักษรได้ เมื่อ 3,500 ปี ก่ อนคริสต์ ศักราช จากนันอิทธิพลของความ ้ เจริญของสองอารยธรรมก็ได้ แพร่ หลายไปยังทางใต้ ของยุโรป สู่ เกาะครี ต ต่ อมาชาวกรี กได้ รับ เอาความเจริญจากเกาะครี ต และของอียปต์ มาสร้ างสม ิ เป็ นอารยธรรมกรี กขึน และ ้ เมื่อชาวโรมันในแหลมอิตาลี ยึดครองกรี กได้ ชาวโรมันก็ นําอารยธรรมกรีกกลับไปยัง โรมและสร้ างสมอารยธรรม โรมันขึน ้
  30. 30. ต่ อมาเมื่อชาวโรมันสถาปนาจักรวรรดิโรมัน พร้ อมกับขยายอาณาเขตของตนไป อารยธรรม โรมันจึงแพร่ ขยายออกไป จนกระทั่งจักรวรรดิโรมัน ล่ มสลายลงเมื่อพวกอนารยชนเผ่ าเยอรมันเข้ ายึด กรุ งโรมได้ ใน ค.ศ. 476 ประวัตศาสตร์ สมัยโบราณ ิ ของชาติตะวันตกจึงสินสุดลง ้
  31. 31. 2..ประวัติศาสตร์ สมัยกลาง เริ่มตังแต่ การสินสุดของจักรวรรดิโรมันตะวันตกใน ค.ศ. 476 ้ ้ เมื่อถูกพวกอนารยชนเยอรมันเผ่ าวิสิกอธโจมตี ถือเป็ นจุดสินสุด ้ ของจักรวรรดิโรมันตะวันตก เมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่ ม สลายลง สภาพทั่วไปของกรุ งโรมเต็มไปด้ วยความวุ่นวาย การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมอ่ อนแอ ประชาชนอดอยาก มี ปั ญหาเรื่องโจรผู้ร้าย เนื่องจากช่ วงเวลานียุโรปตะวันตกไม่ มี ้ จักรวรรดิท่ ย่ งใหญ่ ปกครองดังเช่ น จักรวรรดิโรมัน ี ิ
  32. 32. นอกจากนียังถูกพวกอนารยชนเผ่ าต่ างๆเข้ ามารุ กรานจึง ้ ส่ งผลให้ อารยธรรมกรี กและ โรมันอันเจริญรุ่ งเรื องในยุโรป ตะวันตกได้ หยุดชะงักลง นักประวัตศาสตร์ สมัยก่ อนจึงเรียกช่ วง ิ สมัยนีอีกชื่อหนึ่งว่ า ยุคมืด (Dark Ages) หลังจากนันศูนย์ กลางของ ้ ้ อํานาจยุโรปได้ ย้ายไปอยู่ท่ เมืองไบแซนไทน์ ซึ่งอยู่ในประเทศตุรกี ี ปั จจุบัน โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินเป็ นผู้สถาปนาจักรวรรดิแห่ ง ใหม่ ท่ มีความเจริญรุ่ งเรื อง ซึ่งต่ อมาเป็ นที่ร้ ู จักกันในชื่อ คอนสแตน ี ติโนเปิ ล
  33. 33. Dark Ages ประวัตศาสตร์ สมัยกลางมีการเปลี่ยนแปลงอารยธรรม ิ ตะวันตกจากอารยธรรมโรมันไปสู่คริสต์ ศาสนา ได้ รับอิทธิพลอย่ าง มากจากคริสต์ ศาสนา ทังทางด้ านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ ้ ศิลปวัฒนธรรม นอกจากนีสังคมสมัยกลางยังมีลักษณะเป็ นสังคม ้ ในระบบฟิ วดัล หรือสังคมระบบศักดินาสวามิภกดิ์ ที่ขุนนางมี ั อํานาจครอบครองพืนที่ โดยประชาชนส่ วนใหญ่ มีฐานะเป็ นข้ าติด ้ ที่ดน และดํารงชีวิตอยู่ในเขตแมเนอร์ ของขุนนาง ซึ่งเป็ นลักษณะ ิ พิเศษของสังคมสมัยกลาง
  34. 34. นอกจากนีในสมัยกลางนีได้ ้ ้ เกิดเหตุการณ์ สาคัญ คือ สงคราม ํ ครู เสด ซึ่งเป็ นสงครามความ ขัดแย้ งระหว่ างคริสต์ ศาสนากับ ศาสนาอิสลาม ที่กินเวลาเกือบ 200 ปี เป็ นผลให้ เกิดการค้ นหา เส้ นทางการค้ าทางทะเลและ วิทยาการด้ านอื่นๆ ตามมา สมัย กลางสินสุดใน ค.ศ. 1453 เมื่อ ้ พวกออตโตมันเติร์กสามารถยึด กรุ งคอนสแตนติโนเปิ ลของ จักรวรรดิโรมันตะวันตกได้ สงครามครู เสด
  35. 35. 3.ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ประวัตศาสตร์ ตะวันตกสมัยใหม่ ถือว่ าเริ่มต้ นใน ค.ศ. ิ 1453 เป็ นปี ที่ชนเผ่ าเติร์กโจมตีและสามารถยึดกรุ งคอนสแตน ติโนเปิ ลได้ ทําให้ ศูนย์ กลางความเจริญกลับมาอยู่ในยุโรป ตะวันตกอีกครัง ในระหว่ างนีในยุโรปตะวันตกเองกําลังมี ้ ้ ความเจริญก้ าวหน้ าทางด้ านความคิดและ ศิลปวิทยาการ ต่ างๆ จากพัฒนาการของการฟื ้ นฟูศิลปวิทยาการที่ดาเนินมา ํ ยุโรปจึงกลับมารุ่ งเรื องอีกครัง ในครั งนีได้ มีการสํารวจและ ้ ้ ้ ขยายดินแดนออกไปกว้ างไกลจนเกิดเป็ นยุคล่ าอาณานิคม
  36. 36. ต่ อมานําไปสู่ความขัดแย้ งระหว่ างประเทศ กลายเป็ นสงครามใหญ่ ที่เรี ยกกันว่ าสงครามโลกถึงสองครั งภายในเวลาห่ างกันเพียง 20 ปี ้ ในช่ วงเวลาเกือบห้ าร้ อยปี ของประวัตศาสตร์ สมัยใหม่ มีเหตุการณ์ ิ สําคัญเกิดขึนมากมายที่โดดเด่ นและมีผลกระทบยาวไกลต่ อเนื่องมา ้ จนถึงโลกปั จจุบันได้ แก่ การสํารวจทางทะเล การปฏิวัตทาง ิ วิทยาศาสตร์ การปฏิวัตอุตสาหกรรม การกําเนิดแนวคิดทางการเมือง ิ ใหม่ (เสรี นิยม ชาตินิยม และประชาธิปไตย) การขยายดินแดนหรือการ ล่ าอาณานิคม(จักรวรรดินิยม) และสงครามโลกสองครั ง ้ World War
  37. 37. 4.ประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบน หรื อ ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ั เริ่มตังแต่ สงครามโลกครั งที่ 2 สินสุดลง ซึ่งมีผลกระทบอย่ าง ้ ้ ้ รุ นแรงทั่วโลกและก่ อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทังทางด้ าน ้ เศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครองของสังคมโลกในปั จจุบัน โดยช่ วงประวัตศาสตร์ สมัยปั จจุบันมีเหตุการณ์ ดังนี ้ ิ สมัยสงครามเย็น เมื่อสงครามโลกครั งที่ 2 สินสุดลงได้ เกิดการขัดแย้ ง ้ ้ ทางด้ านอุดมการณ์ ทางการเมืองของสองอภิมหาอํานาจ คือ สหรั ฐอเมริกาผู้นําค่ ายประชาธิปไตย และสหภาพโซเวียตผู้นําค่ าย คอมมิวนิสต์
  38. 38. โดยแข่ งขันเกี่ยวกับลัทธิความเชื่อทางการเมืองและผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ โดยปราศจากอาวุธ แต่ ใช้ วธีการโฆษณาชวนเชื่อเป็ นหลัก ิ ในการหาพันธมิตร สงครามเย็นสินสุดลงเมื่อผู้นําประเทศสหภาพโซ ้ เวียตได้ ปรั บนโยบายการเมืองทังภายในและภายนอกประเทศ ที่เน้ นการ ้ ร่ วมมือกับนานาประเทศในการแก้ ปัญหาต่ างๆ และปฏิรูปให้ เป็ น ประชาธิปไตยมากขึน ้ รวมถึงมีการแข่ งขันกันทางด้ านอวกาศ สหภาพโซเวียตได้ ส่ง ดาวเทียมดวงแรกสู่อวกาศ นั่นก็คือ สปุตนิก 1 ต่ อมาสหรั ฐอเมริกาจึงตัง ้ ้ องค์ กร NASA และส่ งมนุษย์ ไปเหยียบดวงจันทร์ เป็ นครั งแรก
  39. 39. สมัยโลกาภิวัตน์ ตังแต่ ช่วงครั งหลังของคริสต์ ศตวรรษที่ 20 เป็ น ้ ้ ช่ วงเวลาที่โลกมีความเจริญก้ าวหน้ าทางด้ าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมทังวิทยาการแขนง ้ ต่ างๆ ทําให้ ความเป็ นอยู่ของมนุษย์ เจริญขึน รู้ จัก ้ ประดิษฐ์ คิดค้ นเครื่ องมือที่ทาให้ สะดวกสบาย ความ ํ เจริญทางด้ านการแพทย์ ทําให้ มนุษย์ มีชีวตยืนยาว ิ และมีคุณภาพ การคมนาคมขนส่ งข้ ามทวีปเป็ นไป อย่ างรวดเร็ว หรื อการสื่อสารข้ อมูลแพร่ หลายที่ส่ ือ ภาพและเสียงโดยผ่ านทางดาวเทียม อินเทอร์ เน็ต โทรศัพท์ มือถือ เป็ นต้ น
  40. 40. บรรณานุกรม • • • • • • http://jakkrit-history.blogspot.com/2010/08/blog-post_17.html http://historyevidence.wordpress.com/การแบ่งยุคประวัตศ-4/ ิ http://th.wikipedia.org/wiki/ http://zeeprae.wordpress.com/category/ http://www.baanjomyut.com/library/era_thailand.html http://yosocial.wordpress.com/category
  41. 41. จัดทําโดย นส.ธันยพร เดชเร นส.วริศรา โสมทัต ม.6.7 เลขที่ 22 ม.6.7 เลขที่ 28

×